แนะนำหนังสือดีครึ่งปีหลัง 2020

แนะนำหนังสือดีครึ่งปีหลัง 2020

“ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์” หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้มาตั้งแต่เด็ก และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว บางคนใช้เวลาว่างไปกับการดูหนังฟังเพลงที่ชอบ หรือบางคนชอบที่จะใช้เวลาว่างคือการนอน ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบความถนัดในด้านที่ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือก็คือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมเสริมความรู้ อาหารสมองดีๆ ให้เราได้เหมือนกัน วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำหนังสือดีน่าอ่านครึ่งปีหลัง 2020 ว่ามีหนังสือสไตล์ไหนบ้างที่อ่านสนุก และแฝงแง่คิด เชื่อว่าถ้าอ่านจบแล้วคุณต้องอยากบอกต่อให้เพื่อนอย่างแน่นอน

1. Put the Right Me Right Job กี่ดราม่าก็ฆ่ามนุษย์ออฟฟิศไม่ได้

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข เป็นมนุษย์ออฟฟิศมันไม่ง่าย พร้อมมาหาคำตอบพึ่งพาทางใจของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศกับ “ท้อฟฟี แบรดชอว์” คอลัมนิสต์จากคอลัมน์ “GAME ON, BITCH !”บทความตอบปัญหาดราม่าในที่ทำงานสุดร้อนแรงจาก THE STANDARD ที่คนอ่านพร้อมใจกันแชร์ลอยๆ ให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานคู่กรณีอ่าน มาใช้เวลาว่างพร้อมรับวิธีคิดที่เต็มไปด้วยพลังบวกจากหนังสือเล่มนี้ แล้วลุยต่อในวันพรุ่งนี้เพื่อให้รู้ว่าทุกดราม่าก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้เลย

2. ของขวัญจากบ๊อบ

เมื่อไม่นานมานี้หลายคนคงทราบข่าวการจากไปของ “บ๊อบ” เจ้าแมวจรที่ได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตชายติดยาคนหนึ่งที่มีนามว่า “เจมส์” ผู้ที่จมอยู่กับความรู้สึกเกลียดชังตัวเองมานานเป็นสิบปี ช่างเป็นเรื่องที่แสนพิเศษสำหรับเจมส์ที่เจอเจ้าแมวข้างถนนตัวหนึ่งที่ทำให้ชายคนนี้ได้ค้นพบความหมายของชีวิต ที่จะพาเราย้อนความทรงจำเกี่ยวกับคริสต์มาสของเจมส์ในอดีต และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงคริสต์มาสของเขาในปัจจุบันเมื่อบ๊อบก้าวเข้ามาในชีวิต หนังสือเล่มนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับผู้อ่าน พร้อมทำให้หัวใจพองโตจากเรื่องราวของเจมส์และบ๊อบ

3. วะบิ ซะบิ : แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต

“วะบิ ซะบิ” คือปรัชญาเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ฝังร่างลึกอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับการแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างกว้างขวาง แต่ถ้าหากถามคนญี่ปุ่นว่า “วะบิ ซะบิ” คืออะไร ก็แทบไม่มีคนญี่ปุ่นคนไหนตอบได้ตรงๆ โดย “เบท เคมป์ตัน” นักเขียนหญิงที่ได้รับการยอมรับว่าเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง เธอได้แกะรอย “วะบิ ซะบิ” ว่ามันคือสิ่งใดและมีประโยชน์อะไรที่เราสามารถหยิบจับมาใช้ได้ เธออกตามหาความหมายตั้งแต่ที่บ่อน้ำในวัดศักสิทธิ์ตามตำนานของซามูไร ไปจนถึงแนวทางการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดัง เพื่อมากลั่นวิถีของปรัชญาอันเก่าแก่ออกมาเป็นแนวคิดและวิธีปฏิบัติ เพื่อนำมาใช้ในโลกแห่งชีวิตจริง โดยแท้จริงแล้วชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตเรานั้นเปล่งประกายงดงามขึ้นมาแทนที่

4. จีน-อเมริกา : จากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี ถึงสงครามเย็น 2.0

ผู้เขียนเริ่มต้นจากการเล่าเรื่องราวที่ดูจริงจังให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายและสนุก โดยมีเนื้อหาตั้งแต่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อนของจีนและอเมริกา สอดแทรกแนวคิดและมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เขียน สะท้อนการปะทะและการแยกตัวระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่เดิมเคยเป็นมิตรพึ่งพากัน แต่วันนี้กลับมาห้ำหั่นแข่งขันกันอย่างรอบด้าน เริ่มต้นจากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี และกำลังขยายผลเป็นสงครามเย็น 2.0 ที่แตกต่างจากสงครามเย็นครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ 

5. ทฤษฎีความเหงา Alone”s Theory

หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์จากมุมมองความรักของผู้หญิงคนหนึ่งใน 3 สถานะ ตั้งแต่ การแอบรัก (in love), การได้รักกัน (in relationship) และเรื่องราวของการจากลา (broken heart) เราทุกคนล้วนหลีกเลี่ยงไม่ได้จากสถานะเหล่านี้ ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีวันจากลา และความสัมพันธ์ที่เรามั่นใจจะอยู่ถึงวันสุดท้ายของชีวิตก็ไม่มีอะไรที่มั่นคงเสมอไป แต่การที่ได้ตกหลุมรักใครสักคนและการที่ได้รัก ได้ส่งความรู้สึกดีๆ ให้กันและกัน ย่อมเป็นสิ่งที่งดงามและทำให้หัวใจของเราอบอุ่นขึ้นมา

หวังว่าหนังสือทั้งหมด 5 เล่ม ที่เราคัดสรรมาแนะนำจะทำให้ผู้อ่านทุกคนสนุก อ่านเพลินแถมได้แง่คิดดีๆ พร้อมรับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เพื่อนๆ สามารถหาซื้อหนังสือที่ชอบได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่เรารวบรวมทุกอย่างไว้ให้คุณ

15 เกมเก่าน่าเล่น สุดฮิตติดตำนาน

15 เกมเก่าน่าเล่น สุดฮิตติดตำนาน

เกมถือเป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายและสร้างความบันเทิงให้กับเรา โดยปัจจุบันมีทั้งเครื่องเล่นเกมโดยเฉพาะจากหลายแบรนด์ รวมถึงสมาร์ทโฟนที่เล่นเกมได้ไม่ว่าจะ iOS หรือแอนดรอยด์ ทำให้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเล่นเกมได้ และเกมก็มีจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย   

เกมเกิดขึ้นตอนไหน

เกมเกิดขึ้นมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน โดยมีแบรนด์ดังต่างๆอาทิ Nintendo Sony Atari ฯลฯ ที่เริ่มผลิตเครื่องเล่นเกมส์ขึ้น โดยเกมแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นคือเกม Pong จากบริษัท Atari Inc. ในปี 1972 ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับเกม ที่เป็นสิ่งสร้างความสุขและความบันเทิงได้

เครื่องเกมดังในตำนาน

เครื่องเล่นเกมเริ่มแรกนั้นคือ Magnavox Odyssey และต่อมาก็มีเครื่องเกม Famicom ที่สร้างขึ้นโดย Nintendo เกิดขึ้น แล้วจึงตามมาด้วยเครื่องเล่นเกม Playstation และ Xbox ในเวลาต่อมา  

1.Famicom (NES)

เครื่องเล่นเกมรุ่นแรกจาก Nintendo ที่เปิดตัวและเริ่มวางขายในปี 1990 ยอดขายที่ทั่วโลกมากกว่า 60 ล้านเครื่อง ถือเป็นเครื่องเกมที่ได้รับความนิยมมาก เกมที่เล่นนั้นจะซื้อแยกเป็นแบบตลับที่นำมาเสียบในช่องอ่าน  โดยเครื่องเกมนี้มีเกมดังมากมาย เช่น Super Mario Bros. Donkey Kong และ The Legend Of Zelda 

2.Playstation 2 (PS2)

เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อจาก Playstation (PS1)  ซึ่งรุ่นที่2นี้ถือเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาเครื่องเกมของ Sony  เพราะทำยอดขายได้มากถึง 158 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งในช่วงยุค 2000 นั้น ถือว่าเกือบทุกบ้านจะมีเครื่องเกมนี้ เพราะด้วยกราฟิกที่พัฒนาได้ดีขึ้นจากเดิม และเกมสนุกๆมากมาย เช่น GTA : San Andreas หรือจะเป็น Grand Turismo 

3.Game Boy Advance

เครื่องเกมพกพา 8 Bit ที่สร้างปรากฏการณ์ในปี 1989 ทำยอดขายได้มากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ด้วยขนาดที่เล็กและสามารถพกพาไปได้ โดยใช้แบตเตอรี่แบบถ่านก้อน ในเครื่องเกมพกพานี้สร้างเกมดังเป็นตำนานหลายเกม เช่น Super Mario Land, Kirby’s Dream Land และเกมแรกของเฟรนไชส์ในตำนานอย่าง Pokemon Red และ Pokemon Blue

15 เกมเก่าน่าเล่น

มากกว่า 50 ปี ที่เกมเกิดขึ้นบนโลก มีเกมมากมายนับไม่ถ้วนเกิดขึ้น เรามาย้อนดู 15 เกมเก่าน่าเล่นกัน ว่ามีเกมไหนบ้าง 

1.Super Mario Bros.

เกมแนว Side Scrolling ที่ใครๆต่างรู้จัก โดยเราจะบังคับเจ้า Mario ทั้งกระโดดและเก็บเห็ดเพื่อให้ร่างกายโตขึ้น ถือเป็นเกมดูดวิญญาณเกมหนึ่งที่เมื่อเล่นแล้วจะเพลินจนวางไม่ลงทีเดียว 

2.Mario Kart

เกมขับรถยอดนิยมสำหรับสาวก Nintedo ที่ไม่ว่าจะออกมากี่ภาคก็เป็นเกมติดเครื่องที่เล่นคนเดียวก็ว่าสนุกแล้ว แต่เมื่อเล่นกับเพื่อนยิ่งสนุกเข้าไปอีก เพราะนอกจากจะแข่งรถแล้ว ยังมีไอเท็มที่สามารถแกล้งเพื่อน เพื่อให้ตัวเองขับแซงไปได้ 

3.The Legend Of Zelda 

เกมแนวแอคชั่นผจญภัย ที่ภาคแรกเกิดขึ้นในสมัยเครื่องเกม Famicom ที่กลายเป็นหนึ่งเกมในตำนานของสาวกนินเทนโด โดยตัวหลักในเกมที่เป็นเด็กหนุ่มใส่ชุดสีเขียวนั้นไม่ได้ชื่อ Zelda แต่ชื่อ Link  กลับกันคนที่ชื่อ Zelda นั้นคือเจ้าหญิงที่ Link ต้องไปช่วยภายในเกม 

ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายภาคในแต่ละเครื่องเกมของนินเทนโด จึงถือเป็นเกม Exclusive ที่น่าไปลองเล่นกัน  

4.Pokemon Gold & Silver

อีกหนึ่งเฟรนไชส์เกมในตำนานนั่นคือโปเกมอน ในภาค Gold & Silver นี้เป็นภาคที่ออกต่อจากภาค Red & Blue ถือเป็นภาคหนึ่งที่สนุกมาก เพราะมีโปเกมอนใหม่ๆมากขึ้นกว่าภาคเดิมและยังมีแผนที่ที่กว้างขึ้น จึงทำให้เล่นได้ยาวๆแบบลืมเวลาเลยทีเดียว

5.Wii Sport

เกมรวมกีฬาหลากหลายประเภทที่อยู่ในเครื่องเล่นเกม Wii ซึ่งความโดดเด่นนั้นคือเราจะใช้คอนโทรลเลอร์ของเครื่อง Wii ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ทำให้การบังคับเป็นแบบ Motion ดังนั้นเวลาเล่นก็จะเหมือนเราได้ขยับแขนก้าวขาไปตามจริงได้ด้วย และหากเล่นกับเพื่อนก็จะเป็นเกมสนุกๆในปาร์ตี้ได้เลย 

6.Monster Hunter 

สำหรับใครสายเล่นเกมลุยๆ ปราบมอนสเตอร์ตัวใหญ่ๆก็ต้องรู้จักกับเกมนี้ Monster Hunter สำหรับสาวกมักจะเรียกกันว่า “ล่าแย้” โดยเฉพาะภาคแรกในเครื่อง Playstation 2 ที่ทำให้หลายๆคนติดกันงอมแงม และเมื่อพัฒนาต่อมาในเครื่อง PSP ในภาค Freedom ยิ่งทำให้เป็นกระแสมากขึ้น สำหรับเกมนี้หลายๆคนคงโดนกันไปถึงร้อยสองร้อยชั่วโมงทีเดียว

7.God of War

เกมที่เริ่มต้นจากเครื่อง Playstation 2 ที่เป็นหนึ่งในเกมเรือธงเมื่อเปิดตัวเครื่องเกมเจนใหม่ของ Sony ตัวเกมเป็นแนวแอคชั่นผจญภัยที่มีกราฟิกอลังการ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีภาคใหม่ๆออกมา รวมถึงภาคล่าสุดที่กำลังจะออกมาพร้อมเครื่องเกม Playstation 5 เร็วๆนี้

8.Final Fantasy X

หนึ่งในเกมในซีรีส์ Final Fantasy ที่เป็นเกมในดวงใจของหลายๆคน โดยในภาคนี้เริ่มวางขายในเครื่องเกม Playstation 2 และได้ความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันก็มีภาค Remaster ที่ปรับคุณภาพ กราฟิกและการเล่นให้สนุกมากยิ่งขึ้น ใครชอบเล่นเกมเนื้อหาดีๆเล่นได้ยาวๆ เกมนี้ห้ามพลาด

9.Grand Theft Auto : San Andreas

เกมในตำนานที่ใครได้เล่นก็ต้องมีกระดาษหนึ่งแผ่นที่เต็มไปด้วยสูตรกดมือเต็มไปหมด เกมแนวแอคชัน ที่มีแผนที่กว้าง สามารถเล่นได้อิสระ ไม่ว่าจะไปทำภารกิจตามเนื้อหาหรือขับรถเล่นไปเมืองต่างๆ ซึ่งตัวเกมยังอิงโลกความเป็นจริง เช่น หากทำร้ายผู้อื่นจนมีดาวขึ้นก็จะโดนตำรวจตามล่าเพื่อจับ ซึ่งในภารกิจก็อาจต้องมีการถูกไล่ล่าจากตำรวจด้วย ซึ่งถ้าได้เล่นแล้ว ก็ยากที่จะวางลง

10.Grand Turismo

เกมรถแข่งกราฟิกเทพที่มีเฉพาะในเครื่องเกม Playstation และถือเป็นอีกหนึ่งเกมเรือธงที่ออกมาพร้อมเครื่องเจนใหม่ เพื่อโชว์ประสิทธิภาพด้านกราฟิก ดังนั้นสำหรับสายเกมแข่งรถ หากได้เล่นเกมนี้แล้วจะต้องติดใจกับภาพกราฟิกที่สวยสมจริงเหมือนขับเองอยู่บนสนาม

11.Halo 2

เกมยิงเอเลี่ยนแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากในเครื่อง Xbox โดยเฉพาะในภาค 2 นี้ที่มีความยากให้เลือกเล่น 4 ระดับ ตัวผู้เล่นสามารถพกอาวุธได้ 2 ชิ้น และยังสามารถเล่น 2 คนได้แบบแบ่งหน้าจอ เล่นกับเพื่อนได้เพลินๆ

12.Need For Speed : Hot Pursuit

หนึ่งเฟรนไชส์เกมขึ้นหิ้ง Need For Speed ซึ่งในภาค Hot Pursuit นี้ลงให้กับเครื่องเกมมากมาย เช่น Plastation 3, Xbox 360 รวมถึงระบบสมาร์ทโฟน iOS และ Android โดยภาคนี้ได้รับรางวัล Best Racing Game ในปี 2010 โดย Game Critics Awards มีรางวัลการันตีแบบนี้ยิ่งต้องลอง

13.Half Life 2

เกมยิงแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ที่มีเรื่องราวในเกมที่น่าติดตามมากๆ ทั้งภาพกราฟิกในเกม เสียงเอฟเฟค เนื้อหาและความสนุก ทำให้ Half Life 2 นี้ได้คะแนนจากการวิจารณ์ของสำนักต่างๆสูงมาก จนได้รับรางวัลเกมแห่งปีมากมายในปี 2004 ซึ่งก็คือปีที่ตัวออกวางขาย แม้ในตอนนี้ตัวเกมอาจจะดูเก่าแล้ว แต่ก็เป็นเกมเก่าที่ใครๆก็ต้องรู้จัก 

14.Dakapon Kingdom

เกมสร้างความสัมพันธ์และสร้างความร้าวฉานกับเพื่อนๆได้อย่างดี เกมแนว RPG ทอยลูกเต๋าเดิน เล่นได้สูงสุด 4 คน โดยตัวเกมก็มีเนื้อเรื่องให้เล่นตามด้วย แต่ส่วนมากมักจะแกล้งกันเองระหว่างผู้เล่นเสียมากกว่า ซึ่งภาคที่เป็นตำนานก็คือภาคที่ลงให้กับเครื่อง Playstation (PS1) ที่ตอนนี้แม้ว่าจะยังไม่มีภาคใหม่ แต่หากได้ย้อนกลับไปเล่นแล้ว ความสนุกในแบบวันวานก็ยังคงอยู่

15.Harvest Moon : Friends Of Mineral Town

ภาคในตำนานของซีรีส์เกม Harvest Moon ถูกลงให้กับเครื่องเกมบอยในปี 2003 ด้วยแนวเกมที่เราสามารถเล่นเป็นเจ้าของฟาร์มที่ทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก สร้างความสัมพันธ์กับคนในเมืองเหมือนกับการจำลองชีวิตตัวเองลงในเกม ทำให้เกมได้รับความนิยมมาก ซึ่งในปัจจุบันภาคนี้ถูก Remaster ปรับกราฟิก การเล่นและลงใหม่ในเครื่อง Nintendo Switch แม้ว่าปัจจุบันจะมีทั้ง Harvest Moon และ Story Of Season ที่แนวเกมคล้ายกัน แต่ขอกระซิบว่าใครที่ชอบภาพน่ารักๆ เกมสนุกๆแบบสมัยก่อน เราแนะนำเป็นเกม Story Of Season นะ

สรุป

มีเกมอีกมากมายจากหลากหลายเครื่องที่เล่นสนุกครองใจผู้เล่นหลายๆคน แต่แน่นอนว่าเกมเก่าที่ออกมานานแล้ว บางครั้งเมื่อย้อนกลับไปเล่นอาจตกใจกับภาพกราฟิกที่มีความแตกต่างจากเกมในปัจจุบัน แต่ความรู้สึกดีๆที่เราได้เล่นนั้น อาจทำให้ความทรงจำในวัยเด็กของเรากลับมาอีกครั้งก็เป็นได้ 

หากใครอยากย้อนวันวานเล่นเกมเก่าหรืออยากหามาสะสมไว้ ที่ Kaidee ของเรามีหมวดเกมให้ทุกคนได้เข้าไปเลือกชมอย่างสะดวก ลองเข้ามาดูกันเลย

เปิดประวัติศาสตร์แบรนด์ Toyota ที่ควรรู้

เปิดประวัติศาสตร์แบรนด์ Toyota ที่ควรรู้

Toyota หนึ่งในยี่ห้อของรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ใคร ๆ ต่างต้องรู้จัก หานึกถึงรถยนต์แล้ว แน่นอนว่าชื่อแรก ๆ ที่จะต้องพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ เลย ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์นี้อย่างแน่นอน ด้วยความที่มีรถมากมายหลากหลายสไตล์ ที่ตอบสนองได้ทุก ๆ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

แต่ว่าจะมีสักกี่คนกันที่จะรู้ลึกถึงความเป็นมาของแบรนด์ดังอย่าง Toyota กัน ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริง ใครเป็นผู้ริเริ่มและเริ่มต้นมาจากอะไร เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูไปพร้อม ๆ กัน ถึงประวัติอันน่าเหลือเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งหลอมรวมจนกลายมาเป็น Toyota ในรูปโฉมปัจจุบันนี้ได้

ความเป็นมาและจุดเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของ Toyota นั้นมีเรื่องราวมากมาย โดยริเริ่มมากจาก Sakichi Toyoda ซึ่งเดี๋ยวเราจะเกรินให้รู้จักคน ๆ นี้แค่ชื่อเสียก่อน หลังจากนี้เราจะพาทุกคนนั่งทามแมชชีนย้อนอดีตไปในแต่ละทามไลน์พร้อมกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

  • ปี 1918

ในปีนี้นั้นคุณ Sakichi Toyoda ได้คิดริเริ่มที่จะเปิดโรงงานทอผ้าของตัวเอง เนื่องจากเค้าเกิดมาในครอบครัวที่ประกอบอาชีพช่างไม้และอุตสาหกรรมด้านการทอ โดยใช้ชื่อว่า Toyota Boushoku ซึ่งมีจุดเด่นเหนือกว่าโรงทอเจ้าอื่น ๆ ในสมัยนั้น ด้วยเครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่สามารถหยุดทำงานทันทีหากมีข้อผิดพลาด

  • ปี 1929

หลานของ Sakichi Toyoda ที่มีชื่อว่า Kiichiro Toyoda นั้นได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศในโซนยุโรปและอเมริกา เพื่อไปดูนวัตกรรมต่าง ๆ ทางด้านอุตสาหกรรม เพื่อจะได้นำมาต่อยอดให้กับเครื่องจักรที่ใช้อยู่ของครอบครัว แต่ทว่าความคิดด้านการทอผ้าก็ต้องจบลง เพราะเครื่องจักรและเอกสิทธิ์ได้ถูกขายไปให้บริษัทหนึ่งของอังกฤษไปเสียแล้ว ทำให้ Kiichiro Toyoda กลับมาถึงญี่ปุ่น จึงได้เปลี่ยนมาศึกษาการทำรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันแทน

  • ปี 1930

ปีแห่งความเศร้าโศก ที่ Sakichi Toyoda ผู้ที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจนั้นได้เสียชีวิตลง ซึ่งส่งผลต่อจิตใจของ Kiichiro Toyoda เป็นอย่างมาก แต่เค้าก็ไม่ย่อท้อและพยายามอยู่เสมอ

  • ปี 1933

และด้วยการศึกษาอย่างหนักหน่วงของ Kiichiro Toyoda นั้น ส่งผลให้เป็นปีนี้เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่ได้ถือกำเนิด Toyoda Automatic Loom Work, Ltd. ที่หันมาผลิตรถยนต์อย่างจริงจัง

  • ปี 1936

จากแบรนด์ Toyoda ได้ถูกนำมาปรับเปลี่ยนให้ให้กลายมาเป็นชื่อ Toyota แบบที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุผลของชื่อเดิมมีความหมายไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก คำว่า Toyoda เวลาเขียนชื่อด้วยผู้กัน ต้องเขียนด้วยกันถึง 10 เส้น ซึ่งพ้องเสียงกับคำในภาษาญี่ปุ่นว่า “จูบุน” ซึ่งแปลว่า พอแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Toyota ทำให้การเขียนลดจำนวนเส้นลดลงเหลือ 8 เส้น ที่แปลว่า ไม่มีที่สิ้นสุดแทน

  • ปี 1989

เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความหน้าสนใจไม่น้อยไปกว่าปีอื่น ๆ เลย เพราะปีนี้เป็นปีที่ Toyota เปลี่ยนโลโก้อย่างยิ่งใหญ่ ไม่มีเค้าโครงเดิมเหลือเลย และมาใช้โลโก้แบบที่ใช้กันอยู่ในปัจุบันนั่นเอง

ความหมายของโลโก้ Toyota

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า Toyota นั้นได้มีการเปลี่ยนโลโก้มาใช้ในแบบปัจจุบันที่ใช้กันตั้งแต่ปี 1989 ซึ่งความหมายของห่วงวงรีทั้ง 3 ที่นำมาซ้อนทับกัน คืออะไรกันแน่ ซึ่งมีวิธีดูได้ทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน

1. หากมองวงรีทั้ง 3 วง

หากเลือกมองวงรีทั้งหมดของโลโก้แล้ว วงรีที่ทับกันไปมานั้นสามารถสามารถสื่อถึงตัวอักษรที่มีอยู่ทั้งหมดของคำว่า Toyota ที่ในที่เดียวกันนั่นเอง

2. หากมองวงรีแค่ 2 วง

แต่หากมองแค่ 2 วง มันจะเหมือนกับรูปของหัวใจที่ถูกครอบเอาไว้อีกทีหนึ่ง โดยมีความหมายว่า ผู้ขับขี่นั้นผสานหัวใจเข้ากับ Toyota โดยวงรีรอบนอกนั้นให้ความหมายว่า Toyota นั้นจะพัฒนาตัวเองออกไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

รถยนต์รุ่นแรกที่ผลิต

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1929 ที่ Kiichiro Toyoda นั้นได้ศึกษาการผลิตรถยนต์นั้น เค้าได้ทดลองผลิตรถยนต์ต้นแบบเพื่อทำการวิจัยเอาไว้ถึง 2 รุ่น โดยใช้ชื่อว่า A1 ที่เป็นรถเก๋ง และG1 ที่เป็นรถกระบะ ออกมาทดลองขาย ปรากฎว่า A1 กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ G1 ที่เป็นรถกระบะนั้นขายได้ดี เรียกได้ว่า ถล่มถลาย ด้วยความที่ซื้อไว้เพื่อใช้งาน ส่งผลให้ Toyota มีเงินทุนมหาศาลจากรถยนต์รุ่นทดลองคันนี้ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่คันแรกที่แท้จริงในสายการผลิต

  • Toyota AA

เป็นรถเก๋งรุ่นแรกที่ทาง Toyota นำข้อผิดพลาดจากต้นแบบอย่าง A1 มาปรับปรุง และเข้าสู่การผลิตที่แท้จริงในปี 1936 และถูกนำออกมาเปิดตัวสู่สายตาประชาชนชาวญี่ปุ่นในงาน Exhibition เมืองโตเกียว เพียง 1,404 คันเท่านั้น โดย Toyota AA นั้นมีเครื่องยนต์ขนาด 3.6 ลิตร 3,389 cc และให้แรงม้าสูงสุดถึง 62 แรงม้า ซึ่งในช่วงนั้นถือว่าเป็นรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเครื่องยนต์ที่ใส่เอาไว้ในรถยนต์คันนี้นั้น Kiichiro Toyoda ได้ทำการเลียนแบบเครื่องยนต์จากแบรนด์ดังของฝั่งยุโรปมาใช้อย่าง Chevrolet นั่นเอง

Toyota  ในประเทศไทย

ในปี 1962 หรือเป็นปีเดียวกับที่ Toyota ญี่ปุ่นกำลังเฉลิมฉลองเรื่องสามารถผลิตรถยนต์ได้ 1 ล้านคันพอดี วันที่ 5 ตุลาคม 2505 เป็นวันที่ Toyota Motor Thailand Co,. Ltd. ได้ก่อตั้งขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียน 11.8 ล้าน เพื่อก่อตั้งโรงงานการผลิตเอาไว้ในประเทศไทย โดยรถยนต์คันแรกที่ประเทศไทยได้ผลิตออกมานั้นคือ Toyota Colona ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมากในช่วงเวลานั้น ซึ่งในปัจจุบัน Toyota ประเทศไทย ถือครองรุ่นในการผลิตดังนี้

  • รถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ Toyota Camry
  • รถยนต์ซีดานขนาดกลาง Toyota Altis
  • รถยนต์ซีดานขนาดเล็ก Toyota Vios
  • รถยนต์แฮตซ์แบค 5 ประตู Toyota Yaris
  • รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก Toyota Hilux Vigo
  • รถตู้ Toyota Hiace
  • รถตู้ Toyota Commuter
  • รถตู้ Toyota Ventury
  • รถยนต์อเนกประสงค์ MPV Toyota Wish
  • รถยนต์อเนกประสงค์ MPV Toyota Innova
  • รถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดเล็ก Toyota Avanza
  • รถยนต์อเนกประสงค์ SUV Toyota Fortuner

รถยนต์ Toyota ที่ฮิตตลอดกาล

เป็นรถยนต์ในตำนานที่ยังไม่มีเจ้าไหนในโลกสามารถล้มตำแหน่งนี้ลงไปได้ กับยอดขายที่สูงที่สุดตลอดกาล ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าประเทศไหนก็ต้องมีรุ่นนี้ให้เห็นกันอยู่บ้าง กับรถยนต์ซีดานขนาดกลางอย่าง Toyota Corolla ที่ทำสถิติยาดขายสูงสุดถึง 43 ล้านคัน ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ซึ่งในปัจจุบันรุ่นของ Corolla ก็ยังคงผลิตและมีรุ่นที่ต่อยอดออกมามากมายต่อเนื่องให้ได้เห็นกันอยู่อย่าง Toyota Corolla Altis และ Toyata Corolla Cross 

สรุปท้ายบทความ

แบรนด์ Toyota ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนั้น กว่าที่จะมาเป็นที่นิยมได้อย่างในตอนนี้นั้น มีการผ่านวิกฤตและความยากลำบากมากมาย ที่หล่อหลอมจนกลายมาเป็น Toyota อย่างในทุกวันนี้

ซึ่งบทความนี้ก็ให้ข้อมูล รวมไปถึงการเปิดประวัติสุดยอดแบรนด์ที่น้อยคนนักจะรู้และสนใจความเป็นมาของความยิ่งใหญ่นี้ จนกลายมาเป็นแบรนด์ในดวงใจของใครหลาย ๆ คนทั่วโลกได้ ด้วยความที่รถยนต์ของ Toyota นั้นสามารถเข้าได้ทุกไลฟ์สไตล์นั่นเอง

หากใครที่ชอบ สนใจ หรือมีรถยนต์ Toyota เอาไว้ในครอบครอง และมีความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนรถลองนำรถยนต์เก่า ๆ ที่ไม่ได้ขับแล้วมาลงขาย รวมไปถึงหารถยนต์คันใหม่ที่ใช่กว่า ในราคาที่ประหยัดกว่าที่ Kaidee Auto

สัตว์เลี้ยง เลี้ยงง่ายภายในบ้าน

สัตว์เลี้ยง เลี้ยงง่ายภายในบ้าน

สัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนคู่ใจสมัยนี้ ไม่ได้มีแค่น้องหมาน้องแมวแล้วนะ ยังมีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆหรืออาจะเป็นสัตว์แปลกที่หลายคนอาจไม่เคยคิดว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงได้ด้วย แต่แม้จะมีสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่มากขึ้น การเลี้ยงสัตว์ก็ยังต้องเอาใจใส่เหมือนเดิม เหมือนกับการเลี้ยงดูลูกของเราเลยล่ะ 

จะเลี้ยงสัตว์สักตัวต้องเตรียมอะไรบ้างนะ?

แน่นอนว่าการเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่คิดอยากเลี้ยงก็เลี้ยงได้เลยนะ ต้องเตรียมตัวและเช็ครอบๆตัวของเราก่อนว่าพร้อมหรือยัง หรือเหมาะที่จะเลี้ยงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นกจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราแทนนะ

1.เงิน

แน่นอนว่าเราต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการเงินก่อนที่จะซื้อสัตว์เลี้ยงมาสักตัว เพราะนอกจากจะมีค่าอาหารแล้ว ยังมีค่าวัคซีนหรือค่ารักษาต่างๆที่สัตว์เลี้ยงต้องคอยไปตรวจอยู่เสมอ  

2.สถานที่

สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอาจไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับสัตว์เบี้ยงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เช่นน้องหมาพันธุ์ใหญ่อย่างลาบราดอร์หรือไซบีเรียนฮัสกี ก็อาจต้องมีพื้นที่ให้เขาเดินหรือวิ่งสักหน่อย และนอกจากพื้นที่ภายในบ้านแล้ว พื้นที่นอกบ้านที่เราจะพาเขาออกไปก็ควรมีด้วยเช่นกัน

3.ของใช้

ของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงจะเน้นไปที่อาหารและอุปกรณ์การเลี้ยงต่างๆอย่างของเล่น ที่ลับเล็บแมว กรงสัตว์เลี้ยง เป็นต้น 

4.เวลา

สิ่งของรอบกายทุกอย่างพร้อมแล้ว ต้องเตรียมเวลาให้พร้อมด้วย เพราะการเลี้ยงสัตว์นั้นต้องให้เวลากับเขามากๆ ยิ่งถ้าอยู่คนเดียวยิ่งสำคัญ ต้องกลับมาให้อาหารและคอยดูแลเขาเสมอ 

8 ชนิดสัตว์น่าเลี้ยง

สัตว์เลี้ยงสมัยนี้เริ่มมีหลากหลายชนิดมากขึ้น ชนิดที่มีขนาดเล็กเลี้ยงง่ายก็มีมากมาย เราหยิบเอา 8 ชนิดสัตว์เลี้ยงมาให้คุณได้ลองตัดสินใจเลือกกัน

1.ปลาทอง

เริ่มจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐานที่ใครต่างรู้จักนั่นคือปลาทอง ปลาทองเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ในตู้กระจกหรือโหลขนาดใหญ่ ซึ่งตามจริงแล้วปลาทองก็ต้องการการหมุนเหวียนของออกซิเจนในน้ำ ดังนั้นควรมีปั๊มน้ำหรือน้ำพุเพื่อไหลเหวียนออกซิเจน 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ควรพักน้ำไว้สองหรือสามวันเพื่อให้คลอรีนระหายแล้วจึงปล่อยปลาลงไป และหากเพิ่งซื้อจากร้านค้า ให้น้ำถุงที่ใส่ปลาแช่ลงไปในน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อปรับอุณหภูมิก่อนประมาณ 15 นาที แล้วจึงปล่อยปลาลงไป  

2.ปลาหางนกยูง

อีกหนึ่งชนิดปลาที่นิยมเลี้ยงและเลี้ยงง่าย ไม่ว่าจะในอ่างปลาหน้าบ้านหรือตู้ปลาในบ้าน โดยการดูแลก็คล้ายกับปลาทองที่ต้องการออกซิเจนและต้องพักน้ำก่อนเปลี่ยน จุดที่แตกต่างคือต้องวางพืชน้ำรากยาวเพื่อให้ลูกๆปลาได้อยู่เป็นที่หลบภัย ปลาหางนกยูงไม่ควรเลี้ยงเป็นจำนวนมากเกินไป เพราะหากมันออกลูกครั้งละหลายสิบตัว อาจทำให้แออัดได้ 

3.นกค็อกคาเทล

นกแก้วสายพันธุ์เล็กที่มีแก้มสีส้มแสนน่ารัก นกค็อกคาเทลจะต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ซึ่งมันมักไม่ส่งเสียงร้องดัง แต่หากเอาสอนให้พูดหรือร้องเพลงเป็นจังหวะบ่อยๆมันก็จะจำได้ (แต่อย่าไปเปิดวนๆจนกลายเป็นการทรมานมันล่ะ) 

นกค็อกคาเทลมีอายุยืนได้ถึงประมาณ 10-15 ปี อาหารของมันมักเป็นเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เป็นต้น ซึ่งปกติแล้วเรามักเลี้ยงนกชนิดนี้ในบ้านและไม่ค่อยปล่อยบินไกลๆสักเท่าไหร่  

4.นกซันคอนัวร์

อีกหนึ่งสายพันธุ์ของนกแก้วขนาดเล็ก ที่สามารถฝึกให้มันพูดหรือทำสิ่งต่างๆได้ ถือเป็นนกที่ฉลาดและแสนรู้ชนิดหนึ่ง เจ้านกซันคอนัวร์นี้มีนิสัยขี้เล่น ชอบอ้อนเจ้าของ ให้เจ้าของหันมาสนใจ ในช่วงเวลากลางวันมักจะงีบหลับเป็นกิจวัตร 

ซึ่งเจ้านกชนิดนี้จะชอบส่งเสียงดังหากอยู่ตัวคนเดียว ดังนั้นหากเลี้ยงแล้วต้องเปลี่ยนมันอยู่คนเดียวในบ้านหรือคอนโด ต้องระวังเรื่องเสียงดังของมันที่อาจรบกวนเพื่อนบ้านได้ล่ะ 

5.ชูการ์ไกลเดอร์

ชูการ์ไกลเดอร์หรือเรามักเรียกกันว่า จิงโจ้บิน เพราะตัวของมันมีผังผืด เวลากางแขนขาและกระโดดก็จะสามารถร่อนได้ เจ้าชูการ์ไกลเดอร์มีขนาดเล็กจึงสามารถพามันออกไปไหนมาไหนได้ และเมื่อมันจำเจ้าของได้ก็จะเป็นสัตว์ที่เชื่องมากชนิดหนึ่ง  

ชูการ์ไกลเดอร์เป็นสัตว์กลางคืน ในช่วงกลางวันจึงมักงัวเงียหรือนอนหลับบ่อยๆ อาหารของมันส่วนมากคือหนอนแมลง ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล กล้วย หรืออาหารเม็ดสำหรับชูการ์ไกลเดอร์โดยเฉพาะ 

6.กระต่ายพันธุ์ Holland Lop

กระต่ายหูตกพันธุ์เล็กที่เกิดจากการผสมพันธุ์ขึ้นจากสายพันธุ์อื่น จนในปัจจุบันก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นจนกลายมาเป็นพันธุ์ที่น่ารักและขนาดเล็กที่มีนิสัยอ่อนโยนและเชื่อง ซึ่งอายุเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 7-8 ปี 

อาหารของมันมักจะเป็นหญ้าชนิดต่างๆ เช่นหญ้าอัลฟาฟ่า และมีผักผลไม้บ้างแต่ให้กินได้หลังจากที่โตเกิน 3 – 4 เดือนแล้ว ดังนั้นใครที่อยากเลี้ยงกระต่ายพันธุ์นี้อาจะต้องดูแลเป็นพิเศษในช่วงแรกๆสักหน่อย

7.หนูแกสบี้ (Guinea Pigs)

หนูแกสบี้หรือกินนี่พิกเป็นหนูที่เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความน่ารักและความเชื่องของมัน ทำให้เหมาะที่จะเลี้ยงเป็นเพื่อนรักคู่กายได้ หนูแกสบี้จะมีทั้งพันธุ์ที่มีขนยาวและขนสั้น อาหารที่ให้น้องกินมักจะเป็นหญ้าทั้งสดและแห้ง รวมถึงอาหารเม็ดสำเร็จรูปโดยเฉพาะ

8.แมวสฟิงซ์

สัตว์เลี้ยงที่เริ่มเป็นที่นิยมในไทยเมื่อมีดารานักแสดงหรือ Influencer เริ่มเลี้ยงกัน แมวชนิดนี้ดูแล้วอาจเหมือนไม่มีขนแต่จริงๆแล้วมีขนบางๆคลุมไว้อยู่ ด้วยหูที่ใหญ่และตั้ง บวกกับใบหน้าท่าทางต่างๆจึงถูกเรียกว่าแมวสฟิงซ์ 

ด้วยผิวหนังที่มีเพียงขนบางๆ จึงไม่ควรพาน้องแมวไปตากแดดนานๆ เพราะอาจผิวไหว้แบบที่เราเป็นกันได้ และถึงแม้ว่าจะไม่มีขนก็ยังคงต้องอาบน้ำอยู่ การอาบน้ำสัปดาห์ละครั้งก็ถือว่ากำลังดีสำหรับแมวสฟิงซ์ ข้อดีของการเลี้ยงแมวชนิดนี้อย่างหนึ่งคือไม่มีขนหลุดร่วงเต็มห้องรวมถึงช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ขนสัตว์ได้อีกด้วย

สรุป

นอกจาก 8 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ยังมีสัตว์เลี้ยงอีกมากมายอาทิ กิ้งก่าคาเมเลี่ยนหรือนกแอฟริกันเกรย์ แต่อาจต้องเลี้ยงอย่างถนุถนอมเมื่อช่วงวัยเด็ก เพราะร่างกายช่วงวัยนั้นค่อนข้างอ่อนแอและต้องดูแลอย่างดี และนอกจากนี้แล้ว เรื่องกลิ่นและความสะอาดก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะสัตว์เลี้ยงก็มีการถ่ายมูลออกมาและยังมีกลิ่นกายของมันอีกด้วย

ใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงคู่กาย Kaidee ของเรามีหมวดสัตว์เลี้ยงให้คุณเลือกซื้อได้อยากสะดวกด้วยนะ ลองเข้ามาดูกันเลย

ซื้อโทรศัพท์รุ่นไหนดี (บทความนี้มีคำตอบให้คุณ)

ซื้อโทรศัพท์รุ่นไหนดี (บทความนี้มีคำตอบให้คุณ)

ในทุก ๆ ปี แบรนด์โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์จะทยอยเปิดตัวออกมากันในหลาย ๆ รุ่น โดยจะได้เห็นการพัฒนาต่าง ๆ จากแบรนด์โทรศัพท์ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในสมาร์ทโฟนนั้น พัฒนากันอย่างก้าวกระโดดมาก ๆ โดยเราจะเห็นได้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนับว่าเป็นตลาดหนึ่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดและน่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยล่ะ

เนื่องจากว่าแต่ละแบรนด์สมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Apple Samsung Oppo Vivo เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทีจะอัดฟีเจอร์เด็ด ล้ำหน้าและมีรูปลักษณ์ที่สวยงามแปลกตา ทำให้เหล่าบรรดาสาวกทั้งหลายตกตะลึง ชื่นชมในแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ตัวเองชื่นชอบและพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อและสนับสนุนแบรนด์ของตัวเองและที่สำคัญ ทำให้ไม่ตกเทรนด์อีกด้วย

แล้วเลือกโทรศัพท์รุ่นไหนดี?

ในปัจจุบันโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทุกคนต้องมีไปแล้ว เปรียบเสมือนเครื่องประดับที่ติดตัวทุกคนในทุกวัน หลังจากที่ได้เห็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในปี 2020 กันไปแล้ว มีโทรศัพท์หลายรุ่นที่น่าสนใจ มีหลากหลายราคา มาดูกันว่าโทรศัพท์มือถือ ซื้อรุ่นไหนดี มีเกณฑ์อะไรหรือมีเหตุผลอะไรสำคัญที่สุดในเลือกซื้อบ้าง มาดูกันเลย 

1. ระบบปฏิบัติการ

ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการในมือถือหรือสมาร์ทโฟนมีระบบปฏิบัติการหลัก ๆ ด้วยกัน 2 ระบบ คือ ระบบ iOS และ Android โดยที่ทั้ง 2 ระบบจะมีความแตกต่างกัน ถ้าคนที่ชอบระบบ iOS สามารถตัดข้ออื่น ๆ ออกได้เลยและมาดูระบบ iOS ว่ามีโทรศัพท์ iPhone รุ่นไหนที่อยากได้ 

ส่วนใครที่ชอบระบบ Android จะเลือกยากหน่อย เพราะนอกจาก iPhone แล้ว โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ ก็ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทั้งหมด แล้วแต่ว่าเราจะชอบแบรนด์ไหนที่สุด ตัวอย่างเช่น Samsung Oppo Vivo และ Mi เป็นต้น

ข้อดีระบบ iOS 

  • จะได้รับการอัปเดตตลอด
  • ใช้งานง่าย 
  • แอปใช้งานได้ค่อนข้างเสถียร 
  • แอปมีรองรับเยอะ 
  • มีระบบความปลอดภัยที่ดี 

ข้อควรพิจารณา 

  • iPhone รุ่นเก่าที่มากกว่า 5 ปี ถ้าอัป IOS อาจจะทำให้เครื่องช้าขึ้นได้
  • เนื่องจากเรื่องความปลอดภัย อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานระหว่างเครื่องเยอะ

ข้อดีระบบ Android

  • ปรับแต่งได้หลากหลาย 
  • เข้าถึงไฟล์หรือโยนไฟล์เข้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งได้ง่ายมาก 
  • มีแอปที่หลากหลาย 
  • มีเครื่องให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ราคาต่ำจนถึงราคาสูง 

ข้อควรพิจารณา

  • การอัปเดตของระบบ Android ต้องขึ้นอยู่กับแบรนด์โทรศัพท์มือถือ
  • บางแอปใน Google Play ได้รับการอัปเดตช้า 
  • เครื่องไม่ค่อยมีความเสถียรนอกจากจะเป็นเครื่องราคาแพง 
  • มีความเสี่ยงการติดไวรัสง่าย เนื่องจากเป็นระบบเปิด

2. ขนาดหน้าจอ 

ขนาดหน้าจอคืออีกหนึ่งเกณฑ์การตัดสินใจที่สำคัญของโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะในปัจจุบันผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือต้องการหน้าจอที่ใหญ่ เพื่อเสพ Content ได้เต็มตาหรือจะดูข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวก 

ซึ่งต่างจากโทรศัพท์มือถือหน้าจอเล็ก ที่เมื่อก่อนผู้ใช้งานจะนิยมกันเพราะพกพาง่ายและสะดวก ต่างจากปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้หน้าจอมีขนาดเต็มเท่ากับตัวเครื่อง ดูเต็มตา แต่มีขนาดที่พกง่าย สะดวกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือจอใหญ่ขึ้น 

โดยในปัจจุบันแทบทุกแบรนด์ของโทรศัพท์มือถือให้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่เต็มเท่าตัวเครื่อง แต่ก็มีด้วยกันหลากหลายขนาด แล้วแต่ความชอบและความสะดวกของผู้ใช้งานในการพกพา เช่น 

  • iPhone 12 มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว 
  • iPhone 12 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว 
  • iPhone 12 Pro Max มีขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว
  • Samsung Galaxy Note 20 Ultra มีขนาดหน้าจอ 6.9 นิ้ว เป็นต้น 

จะเห็นได้ว่าขนาดหน้าจอมีหลากหลาย แต่ด้วยเทคโนโลยีจอภาพ ทำให้เครื่องมีขนาดที่พกพาสะดวกเหมือนเดิม ทีนี้ก็แล้วแต่ความชอบในแบรนด์ ในดีไซน์แล้วล่ะครับ ว่าเราชอบแบบไหน ก็เลือกซื้อตัวนั้นเลย โดยในปัจจุบันหน้าจอมือถือจะมีขนาดตั้งแต่ 6 นิ้วขึ้นไปเกือบทั้งหมดแล้วนะ 

3. แบตเตอรี่อึด 

ต้องยอมรับเลยว่าแบตเตอรี่นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากในการใช้งานของโทรศัพท์มือถือ เพราะว่าถ้าแบตเตอรี่ไม่อึดพอ อาจจะทำให้เราหงุดหงิด ต้องมาคอยพกพาสายชาร์จหรือ Power Bank ไว้คอยชาร์จตลอด ทั้งหนัก ทั้งเยอะ คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบใช่ไหมล่ะครับ 

ส่วนใหญ่คนจะเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาว มีระบบจัดการที่ช่วยให้แบตเตอรี่อยู่ได้นาน ไม่ต้องคอยเสียบที่ชาร์จอยู่ตลอดเวลานั่นเอง 

4. ดีไซน์

ถามว่ามีคนอยากใช้โทรศัพท์มือถือที่มีดีไซน์ไม่สวยหรือไม่ทันสมัยบ้างไหมครับ? คำตอบ ก็คงไม่มีใครอยากใช้ ซึ่งโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันจะทำหน้าตา ดีไซน์ออกมาคล้าย ๆ กันซะส่วนใหญ่ แต่จะมีส่วนน้อยที่ต้องการที่จะทำดีไซน์ รูปลักษณ์ให้แปลกกว่ารุ่นอื่น เพื่อที่จะได้แยกกลุ่มของการตลาดว่ารุ่นนี้ ราคานี้ หน้าตาดีไซน์แบบนี้เหมาะกับคนประเภทนี้นั่นเอง 

ยกตัวอย่างเช่น iPhone 12 กับ iPhone 12 Pro 

  • ดีไซน์คล้ายกัน แต่วัสดุต่างกัน 
  • กล้องได้ไม่เท่าตัว Pro 
  • ฟีเจอร์และสเปกแตกต่างกันนิดหน่อย 

โดยราคา iPhone 12 จะราคาถูกกว่า iPhone 12 Pro แสดงว่า iPhone 12 เหมาะกับคนที่อยากใช้ iPhone แต่ไม่อยากจ่ายแพง ยอมที่จะได้สเปกที่แตกต่างนิดหน่อย แต่ซื้อราคาที่ถูกกว่า ที่สำคัญคือได้ใช้ iPhone ด้วย  

แต่คนที่มีความต้องการอยากได้ตัว Top อย่าง iPhone 12 Pro ก็ยอมจ่ายแพงกว่า ที่ได้ทั้งกล้อง ฟีเจอร์ที่อัดแน่นและได้สเปกตัว Top ก็ต้องยอมที่จะจ่ายแพงกว่า ที่สำคัญดีไซน์ก็แตกต่างจากรุ่นที่ถูกกว่าด้วย ถือแล้วรู้เลยว่าใช้รุ่น Top แน่นอน

เห็นไหมครับว่ามีเส้นกั้นระหว่างคำว่า “ของที่ถูกกว่ากับของที่แพงกว่า” ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์ก็มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นกัน 

6. ราคา

 ราคาของโทรศัพท์มือถือนั่นยอมมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน ด้วยแบรนด์ ด้วยสเปกของตัวเครื่อง ด้วยวัสดุและอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งนั่นคือตัวกำหนดราคาและตัวแบ่งกลุ่มลูกค้าของแบรนด์โทรศัพท์มือถือด้วยนั่นเอง 

โดยในตลาดตอนนี้ก็จะมีโทรศัพท์มือถือที่หลากหลายแบรนด์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดขายที่แตกต่างกัน เช่น

  • Apple มีจุดขายเรื่องแบรนด์มีดีไซน์และวัสดุที่ Premium ผสานการประกอบที่แน่นหนากับระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีความเสถียรและยังมีระบบความปลอดภัยที่ดีอีกด้วย โดยจะมีรุ่นย่อยให้เลือกไม่มากนัก
  • Samsung มีจุดขายเรื่องฟีเจอร์ที่เยอะและมีเทคโนโลยีที่ใหม่ตลอดทุกการเปิดตัวของโทรศัพท์รุ่นใหม่
  • Oneplus มีจุดขายเรื่องเป็นนักฆ่าเรือธงแบรนด์อื่น ที่อัดแน่นทุกฟีเจอร์และทุกอย่างที่ให้มาที่เป็นสเปกเรือธงแต่มีราคาที่ถูกกว่าเรือธงมาก แต่ในปัจจุบัน ฉายา นักฆ่าเรือธง ไม่ได้ใช้แล้ว  
  • Oppo มีจุดขายเรื่องการชาร์จเร็วที่สุดในบรรดาแบรนด์โทรศัพท์มือถือทั้งหมดโดยมีโทรศัพท์รุ่นหนึ่งในแบรนด์ Oppo ชาร์จเพียง 30 นาที ก็เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว 
  • Vivo มีจุดขายเรื่องคุณภาพและมีประสิทธิภาพในฟีเจอร์ในทุก ๆ ด้าน ในราคาที่มีคุ้มค่าในการซื้อ

โดยจุดขายของแต่ละแบรนด์นั้นมีจุดที่ขายที่แตกต่างกันตั้งแต่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ขึ้นมาและทุกคนก็จะจดจำจุดขายของแบรนด์นั้นมาโดยตลอดนั่นเอง 

กลุ่มโทรศัพท์เรือธง 

ขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มโทรศัพท์เรือธงก็บ่งบอกแล้วว่านั่นคือโทรศัพท์ตัวชูโรงของแบรนด์ในแต่ละปี ซึ่งโทรศัพท์มือถือตัวชูโรงของแบรนด์ทุกแบรนด์จะมีสเปกที่จัดเต็มทุกรูปแบบทั้งชิบประมวลผลที่แรงที่สุด กล้องคุณภาพดีที่สุด และอีกหลาย ๆ อย่างที่ใส่เข้ามากับโทรศัพท์ต้อง Top สุดทุกด้าน โดยกลุ่มโทรศัพท์เรือธงนั้น เหมาะกับกลุ่มคนประเภทชอบสิ่งที่ดีที่สุด ราคาเท่าไรก็ได้ ขอแค่ได้ใช้ตัว Top เพราะบางคนที่ซื้อไป ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการใช้ตัว Top เท่านั้น แต่ต้องการที่จะทำงานได้อย่างไหลลื่น มีความเป็น Professional ในทุกอย่าง บางคนใช้หาเงินหรือจะใช้ทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์กับตัวเองนั่นเอง โดยราคาก็จะอยู่ที่ 25,000 – 100,000 บาทเลยล่ะ 

โทรศัพท์มือถือเรือธงในปี 2020 มีรุ่นที่น่าสนใจ คือ 

  • IPhone 11 
  • IPhone 11 Pro 
  • IPhone 11 Pro Max 
  • iPhone 12
  • iPhone 12 Pro
  • iPhone 12 Pro Max
  • Samsung Galaxy S20 
  • Samsung Galaxy S20 Ultra 
  • Samsung Galaxy Z Flip 5G
  • Samsung Galaxy Note20
  • Samsung Galaxy Note20 Ultra 4G&5G
  • Samsung Galaxy Z Fold 2 
  • Oppo Find X2 5G

กลุ่มโทรศัพท์ระดับกลาง 

โทรศัพท์มือถือระดับกลางเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการมือถือที่สเปกไม่สูงไปและต่ำไป ต้องการแบบพอดี ๆ ใช้งานได้สะดวก สเปกอาจจะไม่เท่าตัว Top แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องของตัว Top เลยก็ว่าได้ บางรุ่นใช้ชิปเซ็ตที่สูงสุดของโทรศัพท์ระดับกลาง กล้องอาจจะไม่ได้ดีเท่าตัว Top แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี ถ่ายปุ๊ป โพสต์ลงโซเชียลได้เลยล่ะ ส่วนราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 25,000 บาท 

โทรศัพท์มือถือระดับกลางในปี 2020 มีรุ่นที่น่าสนใจ คือ 

  • iPhone SE 2020
  • Vivo V15 
  • Vivo V15 Pro
  • OnePlus Nord

กลุ่มโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด

โทรศัพท์มือถือราคาประหยัดเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการมือถือที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด ไม่เน้นเรื่องสเปก ไม่เน้นเรื่องกล้องที่ดีมาก แต่บางรุ่นกล้องก็ใช้ได้อยู่นะ แต่โทรศัพท์ราคาประหยัดจะมีจุดเด่นในเรื่องของวัสดุที่ถึก ทน แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนาน โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 10,000 บาท

โทรศัพท์มือถือราคาประหยัดในปี 2020 มีรุ่นที่น่าสนใจ คือ

  • Samsung Galaxy A51
  • Xiaomi Redmi Note 9S
  • Xiaomi Redmi 9A
  • Realme 6 Pro
  • Realme C3
  • Huawei Y7p
  • Samsung Galaxy A10s
  • Vivo Y15 2020
  • Oppo Reno2 F
  • Oppo A92 

สรุปท้ายบทความ

ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่ถูกหรือแพงก็ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเราไปแล้ว แต่ก็แล้วแต่ทุนทรัพย์และความพอใจของแต่ละคนด้วยว่าจะพอใจที่จะจ่ายได้แค่ไหน ก่อนจะซื้อ อย่าลืมศึกษาข้อมูล สเปกให้เรียบร้อย ที่สำคัญควรดูการใช้งานของเราด้วยว่าเราเหมาะกับแบรนด์ไหน สเปกแบบไหน และราคาระหว่างเท่าไรถึงเท่าไรด้วยนะ 

ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการที่จะหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง ราคาดี มาดูที่ Kaidee ก่อนได้นะครับ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมาก ๆ คลิกปุ่มด้านล่างเลย