Feb 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
Street-Where? ศรัทธา x สไตล์
ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งที่วนอยู่รอบตัวของทุกคน แฟชั่นก็เช่นเดียวกัน ความหลงไหล ความคลั่งไคล้ ที่จะพาให้คุณก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ ในการแต่งตัว และกล้าที่จะเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น สื่อสารออกมาให้โลกได้รู้ว่าคุณเป็นอย่างไร!!
เรื่องโดย เจมส์ และ มิน
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Street-Where? ซีรีย์ที่คนรักแฟชั่นและการแต่งกายจะต้องหลงรัก Content writer ที่ชื่นชอบในเรื่องของเครื่องแต่งกายและสไตล์การใช้ชีวิตอย่าง “มิน” จะพาทุกคนไปสำรวจสไตล์ที่สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน
เนื่องในวันมาฆบูชานี้ เราจะพาทุกคนบุกตลาดค้าพระเครื่องประจำพันทิพย์ สาขางามวงศ์วาน เพื่อตามหาความศรัทธาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แฟชั่นการแต่งกายที่ลงตัว เหนือกาลเวลา สไตล์ที่พันผูกความเชื่อและคำว่าแฟชั่นจะเป็นอย่างไร และจะมีแฟชั่นแบบไหนให้เราได้เห็นในตลาดพระเครื่อง ตามมินไปดูกันเลย
ผู้คนปนศรัทธา
ตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมงที่เราอยู่ในนั้น มีแต่เสียงอึกทึกคึกครื้น ก้องออกมาจากทั่วทุกมุม สร้างความตกตะลึงและใคร่สนใจให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก
ผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างดาหน้าเข้ามาในตลาดพระแห่งนี้ด้วยความกระตือรือร้น แต่ในคนจำนวนมากเหล่านั้น มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่น พร้อมทั้งเรื่องราวที่น่าสนใจ รอให้เราเข้าหา
“ พี่ครับ ลงละบอกผมนะ” ได้ พี่ลงละ
การแต่งตัวที่ถูกถ่ายทอดด้วยแบรนด์ High-End และ Streetwear ใน Collection ของ Louis Vuitton X Nigo รวมไปถึงกางเกงยีนส์สไตล์ Patchwork เข้ากันได้อย่างลงตัวกับสร้อยพระเครื่องที่ยีนส์สวมใส่
พี่ปอวัย 32 ปีเริ่มต้นการสวมใส่พระเครื่องจากความชอบส่วนตัว ต่อมาจับพลัดจับผลูมาเปิดร้านพระเครื่องที่พันทิพย์ งามวงศ์วาน เพื่อเป็นอีก 1 ช่องทางในการต่อยอดความชอบของตนเอง
พี่ปอมีลักษณะการแต่งตัวที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทย คือการนำ Sneakers มาสวมใส่ได้อย่างมีเอกลักษณ์ อย่าง Adidas Yeezy Cream White ที่เข้าได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว Match ได้กับทุกลุค
พี่เอเดินโฉบเข้ามาในบูธขายพระเครื่องด้วยความสนใจ พอเราเห็นความใส เป็น type ที่กระชากใจสาวไทยของพี่เอก็จำต้องขอเดินเข้าไปถ่ายรูปทันที
การแต่งกายของพี่เอคือความเรียบง่ายที่เรียกว่า “Back to basic” กับการแต่งตัวลุค Business ที่ต้องการความเนี๊ยบ เรียบหรู และเข้าได้กับเครื่องประดับได้อย่างหลากหลาย แม้จะเป็นพระเครื่องก็สามารถเสริมลุคนี้ให้ดูดีได้ไปอีกระดับหนึ่ง
“ มึงตกงาน” มึงยังมาขายพระเครื่องได้
สุรเสียงจากอาจารย์รุ่ง ปากเกร็ดวัย 60 ปีที่ทั้งชีวิตอุทิศให้กับพระเครื่องอย่างถึงแก่น อาจารย์ยินดีต้อนรับนักเล่นพระหน้าเก่าใหม่ทุกคน เพียงแต่อาจารย์ขอแค่กาลเทศะ รู้จักพี่รู้จักน้อง และเคารพกันในวงการก็พอ
“อาจารย์มองว่านี่คือจุดพีคของวงการพระเครื่องไทยแล้วนะ” การแต่งกายของอาจารย์ก็พีคไม่แพ้กันครับ
การจับเสื้อผ้ามา Mix & Match ได้อย่างลงตัวและเสื้อผ้าสีดำคลุมโทน ซึ่งตัดกับสีทองที่ส่องประกายจากพระเครื่อง ส่งให้สไตล์มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร
“ คริส สัญชาติ จีน เปิดร้านขายพระเครื่อง เราคุยกับเขาได้แค่นี้”
เอกลักษณ์ในการแต่งตัว ก็บ่งบอกได้ในทันทีถึงสไตล์ Hong Kong Street ที่เน้นความสะดวกสบายในการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ก็คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายและดูดี
ตุ้ย คลองขวาง อายุ 38 ปี อยู่ในวงการพระเครื่องมาแล้วกว่าครึ่งทศวรรษ เข้ามาด้วยความชื่นชอบส่วนตัวและมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจกับวงการพระเครื่อง พี่ตุ้ยมองว่าการแต่งกายช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการขายพระเครื่องได้
“ พี่ขายพระองค์ 3-4 ล้าน พี่ควรแต่งตัวให้มีราคา สมกับพระที่พี่ขาย”
Brand High-end ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์การแต่งตัวที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อื่นที่มองเข้ามา
สาวสวยหมวยใสดีกรีรองชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที Miss Tiffany 2018 ที่มาพร้อมกับความมั่นใจในการโพสต์ท่าถ่ายรูป (และทำให้หัวใจช่างภาพกลับมาซุกซนได้อีกครั้ง) คติของเธอในการผูกโยงความเชื่อและความศรัทธาเข้ากันกับสไตล์ในการแต่งตัวคือ “ความสะดวก” นั่นเอง
Minimal look สไตล์ที่น้อยแต่มาก ที่สวมใส่ได้สบายในทุก ๆ วัน แม้จะนำพระมาติดที่ปกเสื้อ ก็ไม่ได้ทำให้สไตล์ที่เป็นอยู่นั้นเปลี่ยนไป แต่ยังให้ความดูดีและมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น
จากอาชีพหลักของสามี มาเป็นงานอดิเรกและความชื่นชอบส่วนตัว พี่ดาวในวัยเกือบ 30 ปีชอบที่จะนำเครื่องรางและพระเครื่องมาเสริมการแต่งกายของตัวเองอยู่เสมอ
สไตล์การแต่งตัวที่มาจากญี่ปุ่นอย่าง Mori style นี้ บ่งบอกได้ถึงไลฟ์สไตล์ความหรูหรา มีความเรียบร้อย ดูขี้เล่น แต่ยังคงนำความเป็นพุทธศาสนาเข้ามา Match ได้อย่างลงตัว
แล้วสไตล์ของคุณเป็นอย่างไร?
ที่เรายกหยิบมา เป็นเพียงสไตล์ไม่กี่แบบที่เราพบเจอ แต่เราอยากรู้ว่าคุณใส่พระเครื่องในรูปแบบใด หรือมีความชื่นชอบในแฟชั่นกับความศรัทธาอย่างไร โหวตภาพด้านล่างที่เรารวบรวมมาได้เลย
และหากคุณมีศรัทธาพร้อมสไตล์ที่อยากแชร์ให้เรารู้ เข้าไปที่ลิงก์ Facebook Fanpage ของเราด้านล่างนี้ เพื่อโพสต์รูปการสวมใส่พระเครื่องในแบบของคุณ คอมเมนต์ไหนไลก์เยอะ โดนใจคนหมู่มาก Kaidee มีรางวัลดีๆ รออยู่ มาร่วมสนุกกันได้เลย
ร่วมกิจกรรม
Feb 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาพื้นที่เมืองได้ฉายแสงมายังกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยไล่มาตั้งแต่พระราม 9 ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น New CBD ที่มีอัตราเติบโตสูงไปเรียบร้อยแล้ว มุ่งสู่ย่านรามคำแหง บางกะปิ กรุงเทพกรีฑา และแตกแขนงกว้างขึ้นในโซนลาดกระบัง คลองสามวา และมีนบุรี อันเป็นพื้นที่ชานเมืองที่ได้รับอานิสงค์จากการมาถึงของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีส้ม จนทำให้เป็นที่จับจองของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก
ร่างผังเมืองใหม่ ขยายความเป็นเมือง
แม้จะยังไม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่การเปิดเผย (ร่าง) ผังเมืองรวมกรุงเทพ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ก็แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ที่ขยายความเจริญออกสู่ชานเมือง โดยเฉพาะที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งที่เป็นส่วนต่อขยายและโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง
เปรียบเทียบการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ฉบับบังคับใช้ปัจจุบัน และ (ร่าง) ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งจะประกาศใช้ในอนาคตอันใกล้ (ภาพจาก สํานักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร )
จากภาพเปรียบเทียบข้างต้นจะเห็นว่าพื้นที่สีเหลือง (หมายถึงพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ถูกปรับเป็นสีส้ม (ที่อยู่หนาแน่นปานกลาง) กว่าเท่าตัว โดยเฉพาะในฝั่งกรุงเทพตะวันออก ช่วงเขตสวนหลวง บางกะปิ บึงกุ่ม และคันนายาว อันเป็นผลพวงมาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาดเราจะได้ใช้บริการครั้งแรกในปลายปี 2564 และสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) ที่จะแล้วเสร็จในปี 2567
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของเขตสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม หรือที่รู้จักกันกันในนามของพื้นที่รองรับน้ำของกรุงเทพ (Flood Way) โดยโซนมีนบุรีและคลองสามวาถูกเทิร์นเป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่าครึ่ง เพื่อขยายประโยชน์การใช้พื้นให้เหมาะกับการพัฒนาที่ดินซึ่งปัจจุบันพื้นที่เกษตรกรรมถูกเปลี่ยนเป็นโครงการบ้านจัดสรรไปก่อนล่วงหน้าแล้ว
พื้นที่รับน้ำในเขตคลองสามวา มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบังถูกปรับไซส์เล็กลง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มากขึ้น (ภาพจาก สํานักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร )
ในร่างดังกล่าวยังปรับ “รหัสพื้นที่” ให้ละเอียดขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อ “อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน” (FAR : Floor to Area Ratio) กล่าวคือ ในที่ดินแปลงเดียวกันอาจสามารถปลูกสร้างอาคารให้มีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเพิ่ม FAR Bonus หรือมาตรการส่งเสริมการพัฒนาด้วยการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะทำให้ที่ดินนั้นๆ สามารถปลูกสร้างอาคารได้มากขึ้น
โดยพื้นที่ในโซนกรุงเทพตะวันออกที่ได้รับอานิสงค์จากการปรับค่า FAR มากที่สุดคือเขตมีนบุรีบริเวณที่เป็นจุดให้บริการของสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้ม โดยมีการปรับจากที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (พ.5) และขยายจาก FAR 4.5 เป็น FAR 7 เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจในย่านนั้น
ราคาประเมินอัปขึ้นยกโซน
นอกจากร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัดความเจริญที่คืบคานสู่กรุงเทพรอบนอก ราคาประเมินก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ใช้พิจารณาความร้อนแรงของพื้นที่ ข้อมูลจากประชาติธุรกิจ กับการสัมภาษณ์ “ฐนัญพงษ์ สุขสมศักดิ์” ผู้อำนวยการกองประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่าในโซนกรุงเทพตะวันออก พื้นที่เขตหนองจอกปรับตัวสูงสุดถึง 6.68% โดยบริเวณถนนบุรีภิรมย์ ตลาดหนองจอก วงเวียนหนองจอก และซอยเลียบวารี ปรับขึ้นเฉลี่ย 15,000-35,000 บาท/ตารางวา
ในขณะที่เขตลาดกระบัง ปรับขึ้น 3.52% โดยมีราคาประเมินสูงถึง 50,000-65,000 บาท/ตารางวา สำหรับถนนลาดกระบังช่วงสะพานข้ามคลองลำตาพุก สะพานข้ามคลองหนองตะกร้า สะพานข้ามคลองหนองปรือ และตลาดหัวตะเข้
ส่วนเขตมีนบุรีและคลองสามวาแม้จะปรับตัวขึ้นเพียง 2.98% แต่ราคาเฉลี่ยต่อตารางวากลับมีราคาสูงขึ้นหลักแสนบาท เช่น ถนนสีหบุรานุกิจ ราคา 60,000-110,000 บาท/ตารางวา ถนนรามอินทรา ราคา 100,000 บาท/ตารางวา ถนนรามคำแหง ราคา 52,000-90,000 บาท/ตารางวา และถนนเสรีไทย ช่วงคู่ขนานกาญจนาภิเษก-แยกมีนบุรี ราคา 80,000 บาท/ตารางวา เป็นต้น
าพมุมสูงของเขตมีนบุรีที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีส้มวิ่งผ่าน ส่งผลให้ราคาประเมินที่ดินสูงขึ้น (ภาพจาก เพจเฟซบุ๊คโครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง)
“มีนบุรี” เซ็นเตอร์เศรษฐกิจใหม่แห่งกรุงเทพตะวันออก
เมื่อนำข้อมูลของผังเมืองใหม่และราคาประเมินล่าสุดมาวิเคราะห์ร่วมกันจะพบว่า “มีนบุรี” กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโซนกรุงเทพตะวันออก ที่ครบครันด้วยแหล่งที่อยู่อาศัย ย่านพาณิชย์ แหล่งช้อปปิ้ง และพื้นที่สีเขียว ที่สำคัญยังเป็นจุดหมายปลายทางของโครงการรถไฟฟ้าทั้งสายสีชมพูและสายสีส้ม และยังถูกวางตัวให้เป็น Sub-Center หรือศูนย์ชุมชนชานเมืองเพื่อยกระดับสู่ย่านธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า
โดยมีการศึกษาความเป็นไปได้ผ่าน “โครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง” ภายใต้แนวคิด “มีนบุรีเมืองแห่งความมีชีวิตชีวา” โดยโฟกัสไปที่การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าตามหลักการพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนถ่ายการสัญจร (Transit Oriented Development หรือ TOD) เพื่อสร้าง Traffic การใช้พื้นที่ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ตลอดจนคํานึงถึงสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการขยายตัวของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานครมีแผนพัฒนาโครงการนำร่องด้วยพื้นที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 บนที่ขนาด 6 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สำคัญคือ ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี ด้านหลังติดคลองแสนแสบ ด้านหน้าติดถนนสีหบุรานุกิจ
คีย์การพัฒนาใน “โครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง” ภายใต้แนวคิด “มีนบุรีเมืองแห่งความมีชีวิตชีวา” (ภาพจาก เพจเฟซบุ๊คโครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง)
นอกจากการพัฒนาของภาครัฐแล้ว ภาคธุรกิจและนักลงทุนรายใหญ่ก็มีข่าวว่ากลุ่มเดอะมอลล์ได้ซื้อที่ดินในรอบรัศมีสถานีรถไฟฟ้ามีนบุรีเพื่อเตรียมพัฒนาศูนย์การค้าพื้นที่ไม่ตํ่ากว่า 1 แสนตารางเมตร โดยคาดการณ์กันว่าหารถไฟฟ้าเปิดใช้อย่างเต็มระบบแล้ว ราคาที่ดินในแถบนี้จะขยับสูงถึง 2 แสนบาทต่อตารางวาเลยทีเดียว
สรุปท้ายบทความ
การขยายเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าหลากสีทำให้ย่านชานเมืองกลายเป็นทำเลที่คึกคัก และยังส่งผลต่อการเตรียมปรับผังรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ซึ่งช่วยให้การใช้ประโยชน์จากที่ดินสูงขึ้น โดยเฉพาะโซนกรุงเทพตะวันออกที่มีความหนาแน่นของการอยู่อาศัยมากกว่าเท่าตัว และยังมีหมุดหมายให้ “มีนบุรี” เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางทำเลบรรจบของรถไฟฟ้าสายสีมชมพูและสีส้มที่ช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพตะวันออก กรุงเทพตะวันตก และเขตเมืองชั้นในเข้าไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ยังได้แต้มต่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ และการเป็นเขตพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ซึ่งจะมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับมากมาย จนทำให้มีนบุรีและเขตปกครองกรุงเทพตะวันออกรอบนอกเป็นอีกหนึ่งโลเคชันน่าจับจองและลงทุนเพื่อโอกาสการเติบโตในอนาคต
Feb 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ความสุขและความทรงจำที่ได้จากทริปต่างประเทศของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนจำเป็นภาพ บางคนจำเป็นกลิ่น บางคนจำเป็นเสียง
วันนี้เราอยากลองพาทุกคนไปเที่ยวต่างประเทศกันแบบรวดเร็วทันใจผ่านหูฟังอันโปรดกับเพลย์ลิสต์ Ambient Sound ฟังเสียงบรรยากาศรอบ ๆ จากประเทศ เมือง หรือสถานที่ที่ทั่วทุกมุมโลกที่อาจจะเคยเป็นสถานที่ในความทรงจำของคุณ
พร้อมหรือยัง เตรียมหูฟังให้ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย
Ambient Sound Playlist: เที่ยว 6 ประเทศได้ง่าย ๆ แค่ใช้หูฟัง
คืนนี้ไปนั่งรถไฟ Tran-Siberian รถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลกกันนะ
Tran-Siberian
ทดลองนั่งเหม่อบนรถไฟสายทรานไซบีเรียที่ยาวที่สุดในโลก
เส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Tran-siberian) เป็นอีกเส้นทางที่อยู่ในบักเกตลิสต์ของใครหลายคน ถือว่าเป็นเส้นทางเดินรถไฟสายที่ยาวที่สุดในประเทศ โดยมีระยะทางยาว 9,288 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานี Moskva Yaroslavskaya ในกรุงมอสโก (Moscow) และสิ้นสุดที่สถานี Vladivostok ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสายทั้งหมด 7 วัน
เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่อยากเดินทางในเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรียสักครั้งในชีวิต ก่อนจะได้ไปเห็น ไปสัมผัสด้วยตาเปล่า ลองมาเที่ยวด้วยหูกันก่อนกับ Ambient Sound เสียงรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Tran-siberian) กัน
สำหรับ Ambient Sound นี้มีชื่อใน Spotify ว่า Trans-siberian เน้นเป็นเสียงของขบวนรถไฟสายนี้เป็นระยะเวลากว่า 4 นาทีที่ดีเทลชัดเจน ฟังแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมหน้าต่างรถไฟ มองวิวภูเขาน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ทะเลสาบตามทางแบบเพลิน ๆ เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยวทิพย์ที่สุด
Paris, France City Ambience with Birds, Voices, and Traffic
เดินเล่นในปารีส เสพชีวิตปาริเซียนผ่านเสียง
เที่ยวปารีส เมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งในโลก
เราอยากพาคุณไปเดินเล่นในกรุงปารีสท่ามกลางเสียงนก ผู้คนที่เดินผ่านไปมา รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา ทุกอย่างที่ประกอบเข้าด้วยกันมันลงตัวและดูสมจริงมาก พอหลับตาแล้วรู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปเดินสวย ๆ อยู่ริมถนนฌ็องเซลิเซ่ หรือไม่ก็ย่านแซงต์ แฌร์แม็งเลย
ซาวด์สำหรับเที่ยวทิพย์ที่ปารีสนั้นจะมีระยะเวลาสั้น ๆ ถ้าอยากได้บรรยากาศปารีสครบทุกซอกทุกมุม ก็อยากแนะนำให้ฟังคู่กับ Paris, France Outdoor Food Market Small Crowd, และ Paris, France Department Store เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศฝรั่งเศสได้เต็มรูปแบบมากขึ้น
บุกป่าแถบอเมริกาใต้ ฟังเสียงนกเสียงไม้
South American Jungle
เดินป่าอเมริกาใต้ ดื่มด่ำเสียงนกเสียงไม้และสิงสาราสัตว์
บุกป่ายังไงให้เตรียมตัวน้อยที่สุด บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีอะไรชนะการเที่ยวป่าทิพย์อีกแล้ว แต่ป่าที่เราจะไปผจญภัยกันวันนี้ไม่ใช่ป่าใกล้ ๆ ที่ขึ้นเหนือลงใต้ในไทยแล้วจะเจอ แต่เป็นป่าในแถบอเมริกาใต้กันเลย
ผจญภัยในป่าดงดิบข้ามทวีปวิธีไหนที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในโลก บอกเลยว่าคงหนีไม่พ้นการฟัง Ambient sound South American Jungle! คุณจะได้ดื่มด่ำกับเสียงนกเสียงไม้ เสียงแมลง เสียงต้นไม้สั่นไหว ที่ผสมปนเปเข้าด้วยกันจนให้บรรยากาศเหมือนไปนั่งอยู่ท่ามกลางป่าเขาเขียวครึ้มได้ที่บ้าน
แนะนำเพิ่มสำหรับคนที่อยากสร้างบรรยากาศแตกต่างออกไป อาจจะเปิดเสียงฝนคลอเพิ่มบรรยากาศประหนึ่งติดฝนชมวิวป่า หรือจะเปิดเสียงลมเพิ่มก็ไม่ติด
นั่งเล่นริมชายหาดเบเกอร์ ชมสะพานโกลเด้นเกตช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
Baker Beach
นั่งชมวิวทะเล หาดทรายและสะพาน มุมคลาสิกที่มองไม่เบื่อของซานฟรานซิสโก
เอาใจคนรักทะเล สายลม เสียงคลื่นกันสักหน่อย วันนี้เราขอพาไปนั่งปล่อยใจให้สบาย ชมวิวเพลิน ๆ กันที่เบเกอร์ บีช (Baker Beach) ซานฟรานซิสโก (San Francisco) สหรัฐอเมริกา แลนมาร์กยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองซานฟรานซิสโกที่คุณจะได้เห็น combination ของวิวทิวทัศน์ที่แสนลงตัวของทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก สะพาน Golden Gate และชายหาด
ถึงครั้งนี้จะไม่ได้ไปเห็น ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันถึงหาดเบเกอร์ แต่ก็สามารถหาเสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเบเกอร์บีชมาฟังให้หายคิดถึงก่อนได้กับ Ambient Sound อย่าง Baker Beach คนที่ชอบฟังเสียงคลื่นเบา ๆ ผ่อนคลาย ๆ ไม่เน้นเสียงลมกระโชกแรงมากนัก น่าจะชอบ ให้ความรู้สึกแสนชิล ใครอยากให้ได้บรรยากาศกว่าเดิม แนะนำให้ลองไปฟังที่ชายทะเลจริง ๆ ดู แค่คิดก็ฟินแล้ว
เดินเล่นชมสวนโทยาม่าช่วงซากุระบาน
Hanami Soundscape at Toyama Park
ฟังเทศกาลซากุระบานที่สวนสาธารณะโทยาม่า
คิดถึงบรรยากาศซากุระบานที่ญี่ปุ่นกันไหม
ถ้าคิดถึง ขอให้ลองเปิด ‘Hanami Soundscape at Toyama Park’ ฟังดู เสียงนี้จะชวนคุณไปท่องเทศกาลชมดอกซากุระในแลนมาร์กสำหรับชมซากุระอันดับต้น ๆ ของโตเกียวอย่างสวนสาธารณะโทยาม่าในแบบทันใจไม่ต้องแคร์ฤดู
สำหรับ Ambient Sound นี้ เราจะได้ฟังบรรยากาศสวนสาธารณะโทยาม่าในช่วงเทศกาลที่ไม่ได้แค่วนลูปหนึ่งชั่วโมง แต่มีความซับซ้อน มีเสียงที่เปลี่ยนไปเหมือนเรากำลังเดินไปรอบ ๆ
ความสมจริงของเสียงนี้อยู่ที่การเน้นเสียงบรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจักรยานขี่ผ่านไปมา เสียงเด็ก เสียงชาวญี่ปุ่นพูดคุยกัน เสียงนกร้อง เคล้าเสียงกลีบดอกไม้ปลิวไหว เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง เรียกว่าเต็มอิ่มมาก ๆ
ฟังเสียงหิมะตกลมแรงที่สกอตแลนด์
Blizzard & Strong wind – Scotland
ยืนหนาวท่ามกลางหิมะตกและลมแรงที่สกอตแลนด์
เที่ยวมาแทบครบทุกฤดูแล้ว ไม่นึกถึงฤดูหนาว หิมะขาวโพลนก็คงไม่ได้ บอกเลยว่าเที่ยวทิพย์โดยใช้หูฟังในดินแดนหิมะตกขาวโพลนเหมาะกับเราที่สู้อากาศหนาวไม่ค่อยไหวที่สุดแล้ว
ทริปท่องเที่ยวชมหิมะขาว นอนหนาว ๆ วันนี้ เจ้า Ambient Sound พาเราไปที่สกอตแลนด์แดนหิมะ ฟังเสียงพายุลมหิมะที่ค่อนข้างรุนแรง เหมือนนอนผิงเตาอยู่ในบ้าน มองดูพายุหิมะตกข้างนอก จิบโกโก้ร้อน ดูหนังเรื่องโปรด (ยิ่งเลือกหนังฟีลฤดูหนาวยิ่งดี) ใครลองไปทำตามแล้วเป็นยังไง เอามาแชร์กันได้เลยยย
สรุปท้ายบทความ
อยากลองมาเที่ยวต่างประเทศง่าย ๆ แบบใช้เวลาน้อยที่สุดกันไหม เรามีวิธีเที่ยวทิพย์ที่จะช่วยให้คุณไปเที่ยวรอบโลกในสถานที่ ฤดู และเวลาที่ต้องการดั่งใจกับ Ambient Sound Playlist
เราอยากชวนคุณนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย เดินเล่นชิค ๆ กลางกรุงปารีส บุกป่าแถบอเมริกาใต้ นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินที่หาดเบเกอร์ ดื่มด่ำเทศกาลชมซากุระที่โตเกียว และบรรยากาศหิมะตกหน้าหนาวที่สกอตแลนด์
หากใครอยากเพิ่มบรรยากาศให้การท่องเที่ยวครั้งนี้ ลองหาหูฟังคุณภาพดี ๆ เทียนหอมอโรม่ากลิ่นที่เข้ากับบรรยากาศเข้ามาเสริมสักหน่อยก็น่าสนใจ เข้ามาดูกันได้เลยที่ Kaidee.com
Feb 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ต้องบอกก่อนเลยว่า บทความนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี แต่ไม่ใช่ว่ามันมีเนื้อหาไม่เหมาะสมนะคะ เพียงแต่คุณอาจจะไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยได้สัมผัส และมีประสบการณ์รวมกับสิ่งเหล่านี้เลย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ วันนี้เราจะได้มาย้อนวันวาน นั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังยุค 70s, 80s, และ 90s ให้ได้เกิดฟีล Nostalgia เล่นๆ ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ที่เอาเสน่ห์ความเก่าในยุควันวานมาใช้ทำการตลาด เพื่อโฆษณาสินค้านั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่เคยมีประสบการณ์รวมกับช่วงเวลาในยุคนั้นเกิดความรู้สึก Nostalgia หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “ความรู้สึกคิดถึงอดีต” และในขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจจากเด็ก Gen Z ที่ไม่คุ้นเคยกับช่วงเวลานั้นได้เช่นกัน
การตลาดย้อนยุคคืออะไร
ขอบคุณรูปจาก Reddit
“Nostalgia Marketing” หรือ “Retro Marketing” เป็นการทำการตลาดโดยเล่นกับจิตใต้สำนึกผู้บริโภค หรือที่เรียกว่า จิตวิทยาผู้บริโภค ที่มักคิดถึงช่วงเวลาสมัยเด็กอยู่เสมอ ในขณะที่โลกเปลี่ยนไป ตามกาลเวลา แต่กลุ่มบุคคลพวกนั้นก็ยังคงไม่ลืมความทรงจำ “ครั้งแรก” ต่างๆ
โมเมนต์ตกหลุมรัก “ครั้งแรก……”
ความรู้สึกในการฟังเพลงผ่านเทป คาสเซ็ท “ครั้งแรก…….”
การที่ใช้โทรศัพท์แบบฝาพับ “ครั้งแรก…….”
โมเมนต์ครั้งแรกเหล่านี้ยังคงถูกเก็บไว้ในความทรงจำของผู้บริโภคอยู่เสมอ ดังนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงโหยหาสื่อ หรือสิ่งของที่จะทำให้พวกเขาได้รำลึกถึงภาพความทรงจำในอดีตเหล่านั้นได้อีกครั้ง โดยไม่รู้ตัวนั่นเอง
ผู้ประกอบการทั้งหลาย จึงใช้ประโยชน์จากความรู้สึกโหยหาอดีตนี้ สร้างสรรค์สื่อโฆษณา โดยมี Story (เรื่องราว) และ Visual (ภาพ) ที่สามารถกระตุ้นจิตใต้สำนึกนั้นๆ เพียงพอที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมตอบสนอง (Action) กับความต้องการของตัวเอง และพฤติกรรมที่ว่านั้น ก็คือการควักสตางค์ซื้อสินค้านั้นเอง
แบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบย้อนยุคแล้วประสบความสำเร็จ จะมีแบรนด์ไหนกันบ้าง เรามาดูกันเลยค่ะ
Converse
ขอบคุณรูปจาก Coverse
เรื่องความเก๋า ต้องยกให้ Converse เขาเลยค่ะ แม้ว่า Converse จะเป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคที่อายุน้อย แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม 13-19 ปี และ 20-35 ปี แต่กลยุทธ์การทำการตลาดของเขานั้น มักจะสวนทางกับกลุ่มอายุของลูกค้าอย่างสิ้นเชิง
อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า Converse เป็นแบรนด์ที่อยู่กับเรามานานกว่า 100 ปี แต่ดีไซน์ของเจ้ารองเท้าผ้าใบสวมใส่สบายนี้ ก็ยังคงความคลาสสิกไม่เคยเปลี่ยน และนี่เองก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่า Sneaker Junkie ทั้งหลาย ต่างให้คำนิยาม Converse ว่าเป็นรองเท้าผ้าใบที่บ่งบอก ความเก๋า และคลาสสิกแบบ 80 ได้ดีที่สุด
จึงไม่แปลกใจที่โฆษณาแทบทุกตัวของ Converse จะใช้ความผูกพันทางอารมณ์ของลูกค้ากับแบรนด์เป็นหลัก ในการเสนอเนื้อหา เพราะนอกจากจะเอาใจแฟนคลับ Converse รุ่นเก่าได้แล้ว ยังดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณวินเทจได้ดีอีกด้วย
VIDEO
Nintendo Switch (นินเทนโด้ สวิทช์)
ขอบคุณรูปจาก Nintendo
เชื่อว่าคนที่เติบโตมาในยุค 80s หรือ 90s คงต้องคุ้นเคย หรือเคยเป็นแฟนตัวยงของคอนโซลเกม (Console Game) หรือเกมกดมือแน่นอน เพราะสมัยนั้น ไม่ได้มี Tiktok ให้เต้นกัน ไม่มี Instragram ให้โพสต์รูปโชว์ หรือ Facebook ให้ติดตามข่าวเหมือนในสมัยนี้ แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กยุค 80-90s ไม่มีของเล่นเด็ดๆ นะคะ อันที่จริง ของแต่ละอย่างของเด็กยุคนั้นไอคอนิกทั้งนั้นเลย ตั้งแต่ โยโย่ การ์ดเกม และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นเกมบอย
Nintendo Swift เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ทางค่าย Nintendo ผู้ผลิตเกมกดในตำนานอย่างเกมบอย (GameBoy) และเกมที่ทุกคนต้องเคยเล่นอย่าง Mario ได้ผลิตและวางจำหน่ายเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา
แน่นอนว่าทาง Nintendo ได้ใช้ประโยชน์จากการเป็นของเล่น หรือจะใช้คำพูดที่น้ำเน่าหน่อย คือการเป็นความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคน มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการสร้างโฆษณา เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นั่นเอง
โฆษณาตัวนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เห็นว่า การเติบโตมากับพี่น้องเป็นอย่างไร แต่ยังทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาวัยเด็ก ที่ยังไม่มีภาระต้องรับผิดชอบ และสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ ไม่ใช่เงินเดือน แต่กลับเป็นของเล็กๆ อย่างเกมคอนโซล
ถือว่า Nintendo ตีโจทย์แตกมากๆ กับการนำสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี และห่างหายไปนาน กลับมาพัฒนาอีกครั้ง ให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ พกพาสะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 398 กรัม และเชื่อเลยว่าผู้ใหญ่หลายคนที่เคยรักเกมคอนโซลนี้ เมื่อได้รับชมโฆษณาตัวนี้ต้องรีบสั่งซื้อ ไม่ว่าจะเอามาเล่น หรือเก็บไว้เพื่อความทรงจำอย่างแน่นอน
VIDEO
Gucci
ขอบคุณรูปจาก Gucci
การันตีเลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้ยินแบรนด์ Fashion Luxury อย่าง Gucci แน่นอน ยิ่งถ้าคนไหนสนใจเรื่องแฟชั่น แล้วไม่รู้จัก Gucci คงต้องกลับไปทบทวนความสนใจของตัวเองดูอีกทีแล้วนะคะ เพราะ Gucci เป็นแบรนด์หัวแถวของวงการแฟชั่น มีสินค้ามากมายตั้งแต่ เครื่องสำอาง กระเป๋า เสื้อผ้า ยันน้ำหอม และที่สำคัญ อิงข้อมูลจากนิตยสาร Forbes เมื่อต้นปี 2021 Gucci เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 31 ของโลกด้วยค่ะ
ล่าสุด Gucci ได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณา 60 วินาที เพื่อโปรโมทน้ำหอมขายดีของแบรนด์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ของ Gucci อย่าง Gucci Guilty
เนื้อหาโฆษณาที่แปลกใหม่ แตกต่างจากโฆษณาน้ำหอมทั่วไปที่มักเน้นความเซ็กซี่ ยั่วยวนเพศตรงข้าม แต่โฆษณาตัวนี้กลับบอกเรื่องราวชีวิตอิสระของวัยหนุ่มสาว พลังความรัก และการตามล่าหาความฝัน ใจกลางเมือง ลอสแองเจิลลิส ในยุค 70s เรียกได้ว่าแปลกใหม่ เอามากๆ
นอกจากนี้ทุกสถานที่ ตั้งแต่ซาลอนทำผม ซูเปอร์มาร์เก็ต จนถึงลานชมภาพยนตร์กลางแจ้ง ที่ต่างเผยให้เห็นบรรยากาศในยุค 70s แบบเน้นๆ ก็ได้ปรากฏขึ้นในโฆษณาชุดนี้ในเวลาเพียงแค่ 60 วินาที
ต้องยอมรับเลยว่าคงไม่มีโฆษณาตัวไหนที่ทำให้คนดูอยากได้ทั้งน้ำหอม และทั้งย้อนเวลา ในเวลาเดียวกันแบบนี้อีกแล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=4DBfnl-Jbag&feature=emb_title
Burger King
ขอบคุณรูปจาก Ries
เมื่อช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา Burger King (เบอร์เกอร์ คิง) ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ขวัญใจสายเบอร์เกอร์ ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ โดยการเปลี่ยนโฉมโลโก้ครั้งแรกในรอบ 20 ปี จะให้เรียกว่าเปลี่ยนโลโก้อย่างเดียวคงจะไม่ถูก เพราะทางแบรนด์ได้ทำการรีแบรนด์ดิง (Rebranding) ตั้งแต่ เปลี่ยนโลโก้ สไตล์ร้าน เมนูอาหาร รวมไปถึงยูนิฟอร์มของพนักงานกันเลยทีเดียว
ทีมครีเอทีฟของบริษัทเผยว่า การเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนี้ เป็นการนำโลโก้ต้นฉบับของเบอร์เกอร์ คิง ที่ใช้ในยุค 1960s กลับมาใช้อีกครั้ง จุดประสงค์ก็เพื่อให้แฟนๆ ได้คิดถึงช่วงเวลาวันวาน และโลโก้ที่ทุกคนรีบวิ่งตรงเข้าไปหาทุกวันหลังเลิกเรียนกับเพื่อนๆ ในสมัยเด็ก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าถึงแม้เบอร์เกอร์ คิงจะมีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่ที่สุดแล้ว ร้านเบอร์เกอร์ คิงก็ยังคงเป็นฟาสต์ฟู้ดราคาถูกที่อยู่เคียงข้างทุกคนตลอดมา
ขอบคุณรูปจาก Insider
Pepsi
ขอบคุณรูปจาก Nicepnq
ถ้าพูดถึง Nostalgia Marketing คงไม่มีแบรนด์ไหนทำสู้ Pepsi ได้ไม่ว่าจะเป็น Mood And Tone ก็ดี หรือแม้แต่รูปแบบผลิตภัณฑ์ก็ดี เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Pepsi ได้เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟนคลับ โดยการเชิญ Cindy Crawford มาเป็นนางเอกโฆษณาระดับท็อปของ Pepsi กลับมารวมงานกันอีกครั้ง หลังจากผ่านไปนานถึง 26 ปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการเป็นราชาเครื่องดื่มน้ำดำ ที่สามารถครองใจผู้บริโภคมาแล้วกว่า 120 ปี
นอกจากวิดีโอโฆษณาแล้ว เป๊ปซี่ยังได้นำรูปแบบกระป๋องในยุค 90s กลับมาวางจำหน่าย แบบลิมิเต็ด เอดิชัน ด้วย ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แคมเปญ “Pepsi Generation” นั่นเอง และไม่แปลกใจเลยที่แคมเปญนี้จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะสามารถพาผู้บริโภคนั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังยุค 90s ด้วยการถือ Pepsi กระเป๋าสีขาวสุดคลาสสิกแล้ว การที่ได้เห็น Cindy ในวัย 51 ปี กลับมากระดก Pepsi อีกครั้ง ก็แสดงได้เห็นว่า Pepsi เป็นที่หนึ่ง และอยู่เคียงคู่กับทุกคนมาแล้วทุกเจเนอเรชัน
VIDEO
สรุปท้ายบทความ
ถึงแม้ว่าการทำ Nostalgia Marketing จะไม่ได้เป็นการตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายแบบวงกว้าง (Mass Marketing) ที่จะดึงดูดผู้บริโภคทุกเพศ และทุกวัย แต่การทำการตลาดแบบ Nostalgia Marketing นี้ ทำให้ผู้บริโภคได้เห็นมากกว่าตัวสินค้า และนั้นก็คือ “คุณค่า” และ “มูลค่า” นั่นเอง
เพื่อนๆ คนไหนหลงใหลความเก่าย้อนยุค อยากมีสินค้าพวกนี้เก็บไว้ เป็นที่ระลึก เอาไว้เล่าให้ลูกๆ หลานๆ ได้ชมในอนาคต ลองแวะเข้ามาที่ Kaidee ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า Converse สุดคลาสสิค, กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ผู้ดีอย่าง Gucci, หรือ เกมนินเทนโด สวิทซ์ คูลๆ เราก็มีนะคะ คลิกเลย
Feb 25, 2021 | บทความยานยนต์
ถ้าหากจะพูดรถยนต์แห่งความหรูหราและแสนจะมีเสน่ห์ หลายคนคงจะนึกถึงรถ Supercar และ Sport Car ที่ว่ากันว่า เป็นรถยนต์สำหรับคนมีเงินเท่านั้น มองเผิน ๆ แล้ว รถ 2 ประเภทนี้ก็มีความคล้ายคลึงกันมาก แต่ก็มีน้อยคนที่จะรู้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ? และเวลาคุณไปห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมรถ Supercar ถึงมีที่จอดรถกั้นไว้เป็นพิเศษ เพราะพวกเขารวย ? พวกเขามีเงิน ? หรือเพราะพวกเขามีเส้นสาย ? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเหล่านี้ให้คุณเอง
รถ Sport Car คืออะไร ?
รถ Sport Car ถือเป็นรถยนต์ที่เน้นการขับขี่ด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยม คล่องตัว แต่ก็มีความหรูหราอยู่ในตัว ซึ่งโดยทั่วไปจะมีขนาดเล็กกะทัดรัด ภายในมีทั้งหมด 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์แรง การควบคุมเยี่ยม และมีน้ำหนักรถที่เบา
รุ่นรถ Sport Car น่าสนใจ
Mazda MX-5
ขอบคุณรูปจาก: mazda.co.th
Mazda MX-5 ถือเป็นหนึ่งในรถ Sport Car ที่มีราคาไม่แรงมากนัก และด้วยเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ที่ภายนอกถูกดีไซน์จากท่าเดินของมนุษย์ผสมผสานกับความสามารถในขับขี่ที่โฉบเฉี่ยว ภายในหรูหราด้วยเบาะหนังดีไซน์สปอร์ตพร้อมอุปกรณ์ที่แสนทันสมัยเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างหลังคาเปิดประทุนระบบไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีดที่มีให้เลือกทั้งแบบอัตโนมัติและธรรมดา
ราคาประมาณ 2,905,000 บาท
Ford Mustang
ขอบคุณรูปจาก: ford.com
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อ Ford Mustang ซึ่งเป็นรถสุดหรูหรายอดฮิตอันดับแรก ๆ ของชาวไทย มีดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวทุกสถานการณ์ ส่วนภายในมีการออกแบบที่ถอดจากห้องนักบินจริง ๆ พร้อมเครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3 ลิตร กำลังสูงสุด 300 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มีฟังก์ชันการสตาร์ตรถแบบเงียบเพื่อลดการรบกวนผู้ขับขี่ท่านอื่น
ราคาประมาณ 3,599,000 บาท
Audi TT
ขอบคุณรูปจาก: audi.co.th
Audi TT รถ Sport Car ที่ภายนอกทั้งดุดันและโฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าแบบรังผึ้ง ภายในที่ตกแต่งสไตล์อะลูมิเนียมพร้อมเบาะหนังแบบสปอร์ตและสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างครบครัน ส่วนตัวเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC ขนาด 2 ลิตร กำลังสูงสุด 230 แรงม้าที่ 4,500-6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 6 จังหวะ
ราคาประมาณ 3,599,000 บาท
รถ Supercar คืออะไร ?
รถ Supercar รถในฝันของใครหลายคน ถือเป็นรถขั้นกว่าของรถยนต์ทั่วไป มีจุดเด่นที่สมรรถนะสูงระดับมากถึงมากที่สุด (ประมาณ 500-700 แรงม้า) เรียกได้ว่าสามารถใช้ทั้งในการแข่งขันและขับขี่ทั่วไปได้เช่นกัน ครบเครื่องทั้งความหรูหราและเครื่องยนต์ ทำให้มีราคาสูงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
รุ่นรถ Supercar น่าสนใจ
Ferrari Roma
ขอบคุณรูปจาก: ferrari.com
Ferrari Roma เป็นรถ Supercar ที่มีความโดดเด่นจากความเรียบง่ายลงตัวและสง่างาม โดยมีการพัฒนาโครงสร้างให้มีน้ำหนักเบาสบาย ขับขี่ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพในการทรงตัว ภายในมีการดีไซน์พวงมาลัยให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันหลักในการสั่งการอย่างง่ายดายบนพวงมาลัย และมีเครื่องยนต์แบบ V8 เทอร์โบ ขนาด 3.9 ลิตร กำลังสูงสุด 620 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร และเกียร์ 8 สปีดแบบ Dual Clutch เพื่อลดการใช้น้ำมันที่สิ้นเปลือง
ราคาประมาณ 21,230,000 บาท
Lamborghini Aventador SVJ Roadster
ขอบคุณรูปจาก: lamborghini.com
ด้วยภายนอกของ Lamborghini Aventador SVJ Roadster ที่ทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แบบพิเศษ ทำให้ตัวรถมีความแข็งแรงและเบาในเวลาเดียวกัน พร้อมหลังคาแบบเปิดอันหรูหรา ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถ Supercar สุดหรูที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน ที่มีเพียง 800 คัน ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสูงสุดเพื่อความสบายในการขับขี่ และมีเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร กำลังสูงสุด 759 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 720 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ ISR 7 สปีด
ราคาประมาณ 17,246,000 บาท
Aston Martin One-77
ขอบคุณรูปจาก: supercars.net
Aston Martin One-77 รถ Supercar สุดหรูที่มีเพียง 77 คันบนโลก แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะมีทั้งภายนอกที่สวยงาม มีเสน่ห์ และหรูหรา พร้อมภายในที่เป็นเอกลักษณ์และสะดวกสบาย รวมถึงเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร กำลังสูงสุด 749 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 750 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ราคาประมาณ 72,000,000 บาท
Sport Car และ Supercar แตกต่างกันอย่างไร ?
จริง ๆ แล้ว รถ Supercar ถือเป็นขั้นกว่าของรถ Sport Car ที่มีสมรรถนะที่ดีกว่าทั้งการดีไซน์ที่สวยงามและหรูหรากว่า ภายในที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครันมากกว่า และตัวเครื่องยนต์ กำลังสูงสุด แรงบิดสูงสุด รวมถึงราคาที่สูงกว่านั่นเอง
ทำไมรถ Supercar ถึงมีที่จอดรถพิเศษ
หลายคนคงคิดว่าการที่รถเหล่านี้มีที่จอดรถพิเศษแยกออกมา คงเป็นเพราะสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ได้รับมาก แต่รู้ไหมว่า ในความเป็นจริงแล้วรถเหล่านี้ถูกออกแบบด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากรถทั่วไป ทั้งรูปร่างที่เตี้ย กว้าง และยาวกว่าปกติ ทำให้การขับขี่และจอดในที่จอดรถธรรมดาอาจยากเกินไปจนส่งผลให้ลำบากกับตัวคนขับและรถคันอื่นๆ ได้ และอย่างที่รู้กันว่าราคาของรถเหล่านี้มีราคาแพงพอสมควร ดังนั้นถ้าหากว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็อาจทำให้เกิดค่าเสียหายที่มากกว่ารถทั่วไปนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
สุดท้ายนี้ นี่คือความแตกต่างของรถยนต์ Supercar และ Sport Car ที่มีความคล้ายคลึงเป็นอย่างมาก รวมถึงเหตุผลที่รถเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษในการจอดรถว่าจริง ๆ แล้วมันคือความปลอดภัยของทุกคนยังไงล่ะ !
และถ้าใครสนใจบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ใน หมวดหมู่ ยานยนต์ และเมื่ออ่านแล้วอยากได้รถสวย ๆ ราคาไม่แพงใน Kaidee Auto เช่นเดียวกัน