สัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนคู่ใจสมัยนี้ ไม่ได้มีแค่น้องหมาน้องแมวแล้วนะ ยังมีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆหรืออาจะเป็นสัตว์แปลกที่หลายคนอาจไม่เคยคิดว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงได้ด้วย แต่แม้จะมีสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่มากขึ้น การเลี้ยงสัตว์ก็ยังต้องเอาใจใส่เหมือนเดิม เหมือนกับการเลี้ยงดูลูกของเราเลยล่ะ
จะเลี้ยงสัตว์สักตัวต้องเตรียมอะไรบ้างนะ?
แน่นอนว่าการเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่คิดอยากเลี้ยงก็เลี้ยงได้เลยนะ ต้องเตรียมตัวและเช็ครอบๆตัวของเราก่อนว่าพร้อมหรือยัง หรือเหมาะที่จะเลี้ยงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นกจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราแทนนะ
1.เงิน
แน่นอนว่าเราต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการเงินก่อนที่จะซื้อสัตว์เลี้ยงมาสักตัว เพราะนอกจากจะมีค่าอาหารแล้ว ยังมีค่าวัคซีนหรือค่ารักษาต่างๆที่สัตว์เลี้ยงต้องคอยไปตรวจอยู่เสมอ
2.สถานที่
สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอาจไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับสัตว์เบี้ยงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เช่นน้องหมาพันธุ์ใหญ่อย่างลาบราดอร์หรือไซบีเรียนฮัสกี ก็อาจต้องมีพื้นที่ให้เขาเดินหรือวิ่งสักหน่อย และนอกจากพื้นที่ภายในบ้านแล้ว พื้นที่นอกบ้านที่เราจะพาเขาออกไปก็ควรมีด้วยเช่นกัน
3.ของใช้
ของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงจะเน้นไปที่อาหารและอุปกรณ์การเลี้ยงต่างๆอย่างของเล่น ที่ลับเล็บแมว กรงสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
4.เวลา
สิ่งของรอบกายทุกอย่างพร้อมแล้ว ต้องเตรียมเวลาให้พร้อมด้วย เพราะการเลี้ยงสัตว์นั้นต้องให้เวลากับเขามากๆ ยิ่งถ้าอยู่คนเดียวยิ่งสำคัญ ต้องกลับมาให้อาหารและคอยดูแลเขาเสมอ
8 ชนิดสัตว์น่าเลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสมัยนี้เริ่มมีหลากหลายชนิดมากขึ้น ชนิดที่มีขนาดเล็กเลี้ยงง่ายก็มีมากมาย เราหยิบเอา 8 ชนิดสัตว์เลี้ยงมาให้คุณได้ลองตัดสินใจเลือกกัน
1.ปลาทอง
เริ่มจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐานที่ใครต่างรู้จักนั่นคือปลาทอง ปลาทองเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ในตู้กระจกหรือโหลขนาดใหญ่ ซึ่งตามจริงแล้วปลาทองก็ต้องการการหมุนเหวียนของออกซิเจนในน้ำ ดังนั้นควรมีปั๊มน้ำหรือน้ำพุเพื่อไหลเหวียนออกซิเจน
การเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ควรพักน้ำไว้สองหรือสามวันเพื่อให้คลอรีนระหายแล้วจึงปล่อยปลาลงไป และหากเพิ่งซื้อจากร้านค้า ให้น้ำถุงที่ใส่ปลาแช่ลงไปในน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อปรับอุณหภูมิก่อนประมาณ 15 นาที แล้วจึงปล่อยปลาลงไป
2.ปลาหางนกยูง
อีกหนึ่งชนิดปลาที่นิยมเลี้ยงและเลี้ยงง่าย ไม่ว่าจะในอ่างปลาหน้าบ้านหรือตู้ปลาในบ้าน โดยการดูแลก็คล้ายกับปลาทองที่ต้องการออกซิเจนและต้องพักน้ำก่อนเปลี่ยน จุดที่แตกต่างคือต้องวางพืชน้ำรากยาวเพื่อให้ลูกๆปลาได้อยู่เป็นที่หลบภัย ปลาหางนกยูงไม่ควรเลี้ยงเป็นจำนวนมากเกินไป เพราะหากมันออกลูกครั้งละหลายสิบตัว อาจทำให้แออัดได้
3.นกค็อกคาเทล
นกแก้วสายพันธุ์เล็กที่มีแก้มสีส้มแสนน่ารัก นกค็อกคาเทลจะต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ซึ่งมันมักไม่ส่งเสียงร้องดัง แต่หากเอาสอนให้พูดหรือร้องเพลงเป็นจังหวะบ่อยๆมันก็จะจำได้ (แต่อย่าไปเปิดวนๆจนกลายเป็นการทรมานมันล่ะ)
นกค็อกคาเทลมีอายุยืนได้ถึงประมาณ 10-15 ปี อาหารของมันมักเป็นเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เป็นต้น ซึ่งปกติแล้วเรามักเลี้ยงนกชนิดนี้ในบ้านและไม่ค่อยปล่อยบินไกลๆสักเท่าไหร่
4.นกซันคอนัวร์
อีกหนึ่งสายพันธุ์ของนกแก้วขนาดเล็ก ที่สามารถฝึกให้มันพูดหรือทำสิ่งต่างๆได้ ถือเป็นนกที่ฉลาดและแสนรู้ชนิดหนึ่ง เจ้านกซันคอนัวร์นี้มีนิสัยขี้เล่น ชอบอ้อนเจ้าของ ให้เจ้าของหันมาสนใจ ในช่วงเวลากลางวันมักจะงีบหลับเป็นกิจวัตร
ซึ่งเจ้านกชนิดนี้จะชอบส่งเสียงดังหากอยู่ตัวคนเดียว ดังนั้นหากเลี้ยงแล้วต้องเปลี่ยนมันอยู่คนเดียวในบ้านหรือคอนโด ต้องระวังเรื่องเสียงดังของมันที่อาจรบกวนเพื่อนบ้านได้ล่ะ
5.ชูการ์ไกลเดอร์
ชูการ์ไกลเดอร์หรือเรามักเรียกกันว่า จิงโจ้บิน เพราะตัวของมันมีผังผืด เวลากางแขนขาและกระโดดก็จะสามารถร่อนได้ เจ้าชูการ์ไกลเดอร์มีขนาดเล็กจึงสามารถพามันออกไปไหนมาไหนได้ และเมื่อมันจำเจ้าของได้ก็จะเป็นสัตว์ที่เชื่องมากชนิดหนึ่ง
ชูการ์ไกลเดอร์เป็นสัตว์กลางคืน ในช่วงกลางวันจึงมักงัวเงียหรือนอนหลับบ่อยๆ อาหารของมันส่วนมากคือหนอนแมลง ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล กล้วย หรืออาหารเม็ดสำหรับชูการ์ไกลเดอร์โดยเฉพาะ
6.กระต่ายพันธุ์ Holland Lop
กระต่ายหูตกพันธุ์เล็กที่เกิดจากการผสมพันธุ์ขึ้นจากสายพันธุ์อื่น จนในปัจจุบันก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นจนกลายมาเป็นพันธุ์ที่น่ารักและขนาดเล็กที่มีนิสัยอ่อนโยนและเชื่อง ซึ่งอายุเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 7-8 ปี
อาหารของมันมักจะเป็นหญ้าชนิดต่างๆ เช่นหญ้าอัลฟาฟ่า และมีผักผลไม้บ้างแต่ให้กินได้หลังจากที่โตเกิน 3 – 4 เดือนแล้ว ดังนั้นใครที่อยากเลี้ยงกระต่ายพันธุ์นี้อาจะต้องดูแลเป็นพิเศษในช่วงแรกๆสักหน่อย
7.หนูแกสบี้ (Guinea Pigs)
หนูแกสบี้หรือกินนี่พิกเป็นหนูที่เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความน่ารักและความเชื่องของมัน ทำให้เหมาะที่จะเลี้ยงเป็นเพื่อนรักคู่กายได้ หนูแกสบี้จะมีทั้งพันธุ์ที่มีขนยาวและขนสั้น อาหารที่ให้น้องกินมักจะเป็นหญ้าทั้งสดและแห้ง รวมถึงอาหารเม็ดสำเร็จรูปโดยเฉพาะ
8.แมวสฟิงซ์
สัตว์เลี้ยงที่เริ่มเป็นที่นิยมในไทยเมื่อมีดารานักแสดงหรือ Influencer เริ่มเลี้ยงกัน แมวชนิดนี้ดูแล้วอาจเหมือนไม่มีขนแต่จริงๆแล้วมีขนบางๆคลุมไว้อยู่ ด้วยหูที่ใหญ่และตั้ง บวกกับใบหน้าท่าทางต่างๆจึงถูกเรียกว่าแมวสฟิงซ์
ด้วยผิวหนังที่มีเพียงขนบางๆ จึงไม่ควรพาน้องแมวไปตากแดดนานๆ เพราะอาจผิวไหว้แบบที่เราเป็นกันได้ และถึงแม้ว่าจะไม่มีขนก็ยังคงต้องอาบน้ำอยู่ การอาบน้ำสัปดาห์ละครั้งก็ถือว่ากำลังดีสำหรับแมวสฟิงซ์ ข้อดีของการเลี้ยงแมวชนิดนี้อย่างหนึ่งคือไม่มีขนหลุดร่วงเต็มห้องรวมถึงช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ขนสัตว์ได้อีกด้วย
สรุป
นอกจาก 8 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ยังมีสัตว์เลี้ยงอีกมากมายอาทิ กิ้งก่าคาเมเลี่ยนหรือนกแอฟริกันเกรย์ แต่อาจต้องเลี้ยงอย่างถนุถนอมเมื่อช่วงวัยเด็ก เพราะร่างกายช่วงวัยนั้นค่อนข้างอ่อนแอและต้องดูแลอย่างดี และนอกจากนี้แล้ว เรื่องกลิ่นและความสะอาดก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะสัตว์เลี้ยงก็มีการถ่ายมูลออกมาและยังมีกลิ่นกายของมันอีกด้วย
ใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงคู่กาย Kaidee ของเรามีหมวดสัตว์เลี้ยงให้คุณเลือกซื้อได้อยากสะดวกด้วยนะ ลองเข้ามาดูกันเลย
