รวมวิธีตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ฉบับปี 2021 ทำเองได้ ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง!

รวมวิธีตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ฉบับปี 2021 ทำเองได้ ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง!

การตรวจสอบข้อมูลที่ดินในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโฉนดที่ดิน บริเวณที่ตั้งของแปลงที่ดิน หรือรายละเอียดเพิ่มเติมของที่ดินนั้นเป็นไปอย่างยากเย็น เพราะเราจำเป็นจะต้องเดินทางไปที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับบริหารงานของกรมที่ดินโดยตรง ในการขอข้อมูลหรือรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่ตนเองถือครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากที่ดินที่ตนเองถือครองนั้นไม่ได้อยู่ในจังหวัดที่อยู่อาศัย เราก็ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินในจังหวัดนั้นๆ เพื่อดำเนินการ

วิธีตรวจสอบโฉนดที่ดินแบบออนไลน์ในปัจจุบัน

แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ทำให้อะไรหลายๆ อย่างกลายเป็นเรื่องง่ายดายอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรวมไปถึงการตรวจสอบโฉนดที่ดินด้วย เพราะสามารถทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที ทั้งบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือและแท็บเล็ต เรียกได้ว่าเพียงแค่ปลายนิ้ว เราก็สามารถตรวจสอบโฉนดที่ดินแบบออนไลน์ได้ทันที

วันนี้ Kaidee Property จึงจะขอพาทุกท่านไปดูวิธีการตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายกัน โดยไม่ว่าท่านจะต้องการตรวจสอบโฉนดที่ดินผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ก็สามารถกดเข้าไปดูในแต่ละส่วนผ่านสารบัญของเราด้านบนได้เลย

แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าเอกสารแต่ละอันที่เราถืออยู่ในมือคืออะไร และเอาไว้ใช้ทำอะไรกัน รวมไปถึงมีข้อมูลอะไรบ้างจากเอกสารเหล่านี้ ที่เราต้องใช้เพื่อนำมาตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์

โฉนดที่ดิน

การตรวจสอบโฉนดที่ดินจะขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่าง โฉนดที่ดินไม่ได้เลย เพราะเป็นหนังสือสำคัญที่ใช้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งออกโดยกรมที่ดินตามประมวลกฎหมาย ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมมีโฉนดที่ดินไว้ในครอบครองจะมีสิทธิ์เด็ดขาดในที่ดินนั้นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการนำที่ดินแปลงนั้นไปใช้ทำประโยชน์ต่างๆ ได้ตามกฎหมาย

ตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ ตรวจโฉนดที่ดิน
หน้าตาของโฉนดที่ดิน
ขอขอบคุณรูปภาพจาก ddproperty

รายละเอียดบนโฉนดที่ดินที่สำคัญ

ก่อนที่จะไปในส่วนของการตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ เราขออนุญาตพาทุกคนมาดูข้อมูลที่อยู่บนโฉนดที่ดินสักเล็กน้อย เพื่อดูว่ามีอะไรบ้างที่ถือเป็นส่วนสำคัญของเอกสารชิ้นนี้

ตำแหน่งและเลขโฉนดที่ดิน

อยู่บริเวณด้านบนของโฉนด เป็นการระบุตำแหน่งของที่ดินประกอบด้วย เลขที่ระวาง เลขที่ดิน หน้าสำรวจ ตำบล อำเภอ และจังหวัด ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดการและค้นหาที่ดินได้ง่ายขึ้น (ในกรณีตรวจสอบโฉนดที่ดินโดยตรงกับสำนักงานที่ดินหรือกรมที่ดิน)

ชื่อผู้ครอบครองโฉนดที่ดินคนแรก

แม้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ดิน ชื่อของเจ้าของที่ดินคนแรกจะยังคงเป็นชื่อเดิมอยู่เสมอ หากต้องการระบุเจ้าของในปัจจุบันจะต้องใช้เอกสารการซื้อขายที่ดินเพิ่มเติม

รายละเอียดที่ดิน

เป็นส่วนของรายละเอียดเชิงตัวเลขและข้อมูลเกี่ยวกับแปลงที่ดินนั้นๆ เช่นเนื้อที่ (ไร่-งาน-ตารางวา) บริเวณตรงกลางของโฉนดที่ดินจะเป็นลักษณะแปลงที่ดิน พร้อมทั้งบอกมาตราส่วนที่ใช้ในการวัดที่ดินแปลงดังกล่าว

ข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์

การตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ รวมถึงการค้นหาที่ดิน ตำแหน่งที่ดิน หรือเลขระวางจำเป็นต้องใช้ข้อมูลทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน ซึ่งถ้าหากมีครบแล้วก็สามารถเริ่มขั้นตอนแรกได้เลย โดยข้อมูลดังกล่าว ได้แก่:

  • จังหวัดที่แปลงที่ดินนั้นตั้งอยู่
  • อำเภอที่แปลงที่ดินนั้นตั้งอยู่
  • เลขที่โฉนดของแปลงที่ดินนั้น

การตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมที่ดิน

หากใครไม่สะดวกเดินทางไปตรวจสอบโฉนดที่ดินที่กรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดินส่วนจังหวัด สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกรมที่ดินได้เปิดให้บริการค้นหาตำแหน่งแปลงที่ดิน และตรวจสอบรายละเอียดของที่ดินผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://dolwms.dol.go.th/tvwebp/ 

ตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ ขั้นตอน ตรวจสอบโฉนดที่ดิน ตรวจโฉนดที่ดิน
หากใครมีเวลาน้อย เราสรุปมาให้แล้วภายในแผ่นเดียว

ระบบดังกล่าวมีความสะดวกเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เรารู้ได้ทันทีว่า ที่ดินที่เราต้องการตรวจสอบอยู่ตำแหน่งใด พร้อมทั้งยังสามารถดูสภาพแวดล้อมโดยรอบแปลงที่ดินผ่านการใช้งาน Google Street View ที่ตัวเว็บไซต์ได้ทันที สารธยายสรรพคุณกันมาขนาดนี้ เรามาดูขั้นตอนการใช้งานอย่างรายละเอียดกันดีกว่า

  1. ไปที่เว็บไซต์ http://dolwms.dol.go.th/tvwebp/ 
  2. ที่ด้านบนของเว็บไซต์ เลือกจังหวัด เขต/อำเภอ และใส่เลขระวางของโฉนดที่ดิน จากนั้นกด “ค้นหาข้อมูล”
  3. สามารถกดปุ่มหมุดบนแปลงที่ดิน เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับแปลงที่ดินนั้นเพิ่มเติม
  4. สามารถกดปุ่ม “เปิด-ปิดผังเมือง” เพื่อดูว่า ที่ดินของเราอยู่ในเขตการวางผังเมืองแบบใด (ง่ายต่อการตัดสินใจลงทุน)
  5. กดปุ่ม “Toggle Street View” เพื่อดูบริเวณโดยรอบของแปลงที่ดินในรูปแบบ Street View (มุมมองบนถนน)

การตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน LandsMaps

การตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ผ่านแอป
แบบสรุปของการตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Kaidee Property ก็มีมาให้

อีกหนึ่งความสะดวกสบายที่ทำให้การตรวจสอบโฉนดที่ดินและตำแหน่งของที่ดินออนไลน์เป็นเรื่องง่าย โดยเราสามารถตรวจสอบที่ดินของเราผ่านแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า LandsMaps ได้ทันที โดยมีขั้นตอนการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และยังรองรับทั้ง iOS และ Android อีกด้วย โดยก่อนอื่นใด สามารถกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลย

แอปพลิเคชันตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่นี่ได้เลย (เปิดได้เฉพาะบนโทรศัพท์มือถือ)
  1. กดเข้าแอปพลิเคชัน หากยังไม่เคยสมัครสมาชิก กดที่ปุ่ม “ลงทะเบียนใช้งาน” (หากเคยสมัครสมาชิกแล้ว ข้ามไปข้อที่ 5 )
  2. กรอกข้อมูลโดยละเอียดและครบถ้วน จากนั้นกด “สมัครสมาชิก”
  3. ยืนยันการสมัครสมาชิก โดยการกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อรับ OTP ยืนยันตัวตน
  4. Login เข้าใช้งานแอปพลิเคชัน
  5. กดปุ่มแว่นขยายที่มุมขวาบนของแอปพลิเคชัน เลือกจังหวัด เขต/อำเภอของที่ดิน และกรอกเลขระวางแปลงที่ดิน จากนั้นกด “ค้นหา”
  6. สามารถกดปุ่มหมุดบนแปลงที่ดิน เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับแปลงที่ดินนั้นเพิ่มเติม

นอกจากนี้ LandsMaps ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ครบครันทั้งการดูแปลงที่ดินแบบ Street View หรือการค้นหาสำนักงานที่ดินส่วนจังหวัด เรียกได้ตอบโจทย์การใช้งานเรื่องความรวดเร็วได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ความสะดวกอย่างหนึ่งของแอปพลิเคชันคือสามารถเชื่อมต่อกับ Google Map บนมือถือเพื่อนำทางไปยังที่ดินแปลงนั้นๆ ได้ทันทีอีกด้วย

ตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ง่ายๆ ไม่ต้องกลัวโดนหลอก

และนั่นก็คือวิธีการตรวจสอบโฉนดที่ดินออนไลน์ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่กรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดินส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับแปลงที่ดินที่ตนเองถือครองอยู่อย่างรวดเร็ว หรือต้องการตรวจสอบลักษณะที่ดินก่อนตัดสินใจทำการซื้อขาย

แม้ว่าในปัจจุบัน กรมที่ดินจะเร่งเพิ่มฐานข้อมูล (Database) ของที่ดินในประเทศไทยให้มีจำนวนมากที่สุด แต่ก็ไม่อาจครอบคลุมพื้นที่ทุกส่วนได้ แต่ก็ถือว่าครอบคลุมพื้นที่ส่วนมากของประเทศแล้วเช่นกัน หากใครต้องทำการซื้อขาย หรือข้องเกี่ยวกับธุรกรรมที่ดิน การตรวจสอบที่ดินออนไลน์ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยป้องกันการถูกหลอก หรือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

และสำหรับใครที่อยากจะมีที่ดินเป็นของตัวเอง เพื่อเริ่มการลงทุนหรือการเก็บออมละก็ ผมแปะลิงก์การซื้อขายที่ดินของ Kaidee Property ไว้ที่ด้านล่างนี้ หากต้องการที่ดินบริเวณไหน หรือส่วนใดของประเทศ Kaidee เขามีหมด เขาไปดูกันก่อนได้เลยครับ

ติดไวไฟบ้านอย่างไรให้แรง และครอบคลุมทั้งบ้าน

ติดไวไฟบ้านอย่างไรให้แรง และครอบคลุมทั้งบ้าน

ในช่วง Work from home เน็ตเร็วแรงเป็นเรื่องสำคัญ มี Zoom Meeting ทั้งทีจะมามัวภาพกระตุก ภาพเบลอไม่ได้ เพราะปัญหาเน็ตช้าไม่เข้าใครออกใคร วันนี้ Kaidee จึงนำวิธีที่จะทำให้การติดไวไฟบ้านทั้งเร็ว! และแรง!! มาฝาก ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าทำอย่างไรไวไฟบ้านถึงจะแรงสมใจ

ทำอย่างไรให้ไวไฟบ้านแรงขึ้น

ปัญหาติดไวไฟบ้านไม่แรงนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะเครือข่ายไม่ดี แต่จริง ๆ แล้วปัญหาส่วนมากจะเป็นสิ่งที่เราแก้ได้เองแบบไม่ต้องง้อช่าง เช่น ปัญหาเกี่ยวกับจุดที่ติดตั้งไวไฟบ้าน และตัวอุปกรณ์ของไวไฟบ้าน หากแก้ได้ตรงจุด ก็จะสามารถใช้ไวไฟบ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

1.เลือกสถานที่ติดตั้งไวไฟบ้านและ Router ให้เหมาะสม

ควรติดตั้ง Router ไว้บนโต๊ะ หรือตู้หนังสือในจุดที่สามารถมองเห็นได้ง่าย และในพื้นที่โล่งของบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการอับสัญญาณของไวไฟบ้าน และไม่ควรเก็บ Router ไว้ในตู้เก็บของและบนพื้น เพราะการกระจายสัญญาณไวไฟบ้านจะอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ควรติดตั้งไวไฟบ้านให้ห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและวัตถุโลหะต่างๆ เช่น ไมโครเวฟ เพราะวัสดุเหล่านี้จะรบกวนสัญญาณไวไฟบ้านและทำให้เกิด Dead Spot หรือมุมอับสัญญาณของไวไฟบ้านได้ ทิปส์อีกข้อหนึ่งคือควรวางให่ห่างจากผนังบ้านประมาณ 15 เชนติเมตร

หากบ้านใครยังใช้โทรศัพท์บ้านอยู่ ก็ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งไวไฟบ้านใกล้โทรศัพท์บ้านเพราะ Router หลายรุ่นใช้คลื่นความถี่เดียวกับโทรศัพท์บ้านคือ 2.4 GHz ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณกันเองได้

2.ปิด Router เพื่อพักตัวเครื่อง วันละครั้ง

ใช้ไวไฟบ้านทำงานมาทั้งวัน ทั้งดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ควรให้ Router ได้พักเพื่อรีเซตตัวเองบ้าง เพราะหากเครื่องร้อนไป การทำงานของไวไฟบ้านจะผิดปกติได้ นอกจากนี้การพัก เปิด-ปิดเครื่อง หรือการรีเซตเครื่องยังทำให้ Router ได้รีเซตระบบใหม่เพื่อการทำงานของไวไฟบ้านที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

3.ทิศทางของเสาอากาศ

ใครจะไปรู้ว่าทิศทางของเสาอากาศ Router ก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะตัวรับสัญญาณไวไฟในแต่ละอุปกรณ์มีลักษณะแตกต่างกัน จึงต้องปรับเสาอากาศตามอุปกรณ์นั้น ๆ ด้วย กล่าวคือ ตัวรับสัญญาณไวไฟของคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ Notebook จะเป็นแนวนอน การตั้งเสาอากาศ Router จึงควรปรับเป็นแนวนอน

อย่างไรก็ตามหากเป็น คอมพิวเตอร์แบบ Desktop หรือแบบตั้งโต๊ะนั้น ตัวรับสัญญาณจะเป็นแนวตั้ง เราจึงควรปรับเสาเป็นแนวตั้งนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว หากมี Router มี 2 เสา เราก็ปรับอันหนึ่งเป็นแนวตั้ง อีกอันหนึ่งเป็นแนวนอน ให้ทั้ง 2 เสานั้นตั้งฉากกัน จะได้ไม่ต้องทำการปรับบ่อย ๆ

4.ตัวช่วยกระจายสัญญาณไวไฟบ้านอย่างกระป๋องน้ำอัดลม

อย่างที่เรารู้กันว่าวัสดุจำพวกเหล็กหรืออลูมิเนียมสามารถสะท้อนสัญญาณไวไฟบ้านได้ หากเราวางไว้ถูกจุดก็จะสามารถกระจายสัญญาณไวไฟบ้านได้อีกด้วย วิธีการคือตัดกระป๋องแล้วคลี่ออกเป็นแผ่นโค้ง เสร็จนำมาวางไว้หลังเสาของ Router ตามภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก
https://www.youtube.com/watch?v=tonZeKP-Mi4

5. ขยายความเข้มของสัญญาณไวไฟบ้านด้วย Repeater

หากเป็นบ้านหลายชั้นหรืออยู่กันเป็นครอบครัว Repeater คือสิ่งที่คุณต้องมี เนื่องจาก Router ปกติสามารถส่งสัญญาณไวไฟบ้านได้แค่ในระยะ 30 – 45 เมตรเท่านั้น จึงทำให้ถ้าหาก Router อยู่ชั้นล่าง ชั้นบนสุดของบ้านจะได้รับสัญญาณไวไฟที่อ่อนมากนั่นเอง

ในปัจจุบัน Repeater หาซื้อไม่ยาก เพียงเข้าไปที่ร้านค้าไอทีหรือเข้ามาที่ Kaidee ก็จะได้กลับไป 1 เครื่องแล้วค่ะ

6. Bandwidth สิ่งสำคัญที่หลายคนลืม

Bandwidth หรือ แบนด์วิธ คือสิ่งที่เราควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะแบนด์วิธคืออัตราความกว้างในการส่งข้อมูล ยิ่งกว้างเท่าไรก็ยิ่งดี โหลดเร็ว รับส่งข้อมูลได้มากขึ้น วิธีการเลือกแบนด์วิธที่ดีคือเราควรจะเลือก 10 Mbps เป็นอย่างต่ำ หากอยู่กันหลายคนก็ควรเลือกแพคเกจให้เหมาะสม โดยเพิ่มแบนด์วิธเข้าไปอีกค่ะ

7.เปลี่ยน Router ทุก ๆ 6 ปี

เพราะ Router เองก็เหมือนของทั่ว ๆ ไปที่มีอายุการใช้งานและเสื่อมสภาพไปตามการเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ตัว Router เองยังมี Firmware ที่จะเป็นเหมือนกับโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อควบคุมการทำงานไวไฟบ้านอีกที ซึ่งเราก็ควรอัปเดต Firmware เพื่อให้ไวไฟบ้านลื่นไหล เสถียร และ Router มีการทำงานที่ดีขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรเปลี่ยน Router ทุก ๆ 6 ปี เพราะเป็นการดูแลรักษาคุณภาพไวไฟบ้านอย่างหนึ่งนั่นเอง

โปรโมชันไวไฟบ้านสุดคุ้ม

หากดูแลรักษาก็แล้ว ซ่อม Router ก็แล้ว แต่ไวไฟบ้านยังไม่แรงสักที ทาง Kaidee มีโปรโมชันไวไฟบ้านจากหลาย ๆ ค่ายมานำเสนอ

AIS

สำหรับ AIS ในช่วงนี้ก็มีโปรโมชันไวไฟบ้านที่น่าสนใจคือ POWER 4 mini ที่มาพร้อมกับไวไฟบ้านแรง 200/200 Mbps แถมยังมีซิม AIS 10GB ที่มาพร้อมกับ AIS Super WiFi + แพ็คเกจ AIS Play Family เป็นเวลา 12 เดือน ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 399 บาท

3BB

ส่วนทาง 3BB เองก็มีโปรสุดคุ้ม 3BB GIGAFIBER ที่เริ่มต้นเพียง 590 บาท กับความเร็ว 1000/100Mbpsแถมยังฟรีค่าติดตั้งถึง 5000 บาท ! นอกจากนี้ยังบริการลูกค้าแบบถึงใจด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลบน 3BB Cloudbox ฟรี 20-40 GB ทั้งยังสามารถยืม  WiFi Router WiFi6 มูลค่ารวม 3,000 บาท อีกด้วย ลูกค้าที่สนใจจะได้รับสิทธิ์ฟรีค่าแรกเข้าอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

TOT

ทาง TOT ก็สู้ไม่ถอยด้วย Gigabolt MAX ที่ปล่อยมาเพื่อเอาใจคนรักการเล่นเกมและสตรีมมิ่งด้วยไวไฟจากอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ออพติก พร้อมความเร็วที่มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 ระดับคือ

  1. 1 Gbps/200 Mbps ราคา 590 บาท เหมาะสำหรับที่บ้าน
  2. 1 Gbps/500 Mbps ราคา 700 บาท เหมาะสำหรับที่ทำงาน
  3. 1 Gbps/700 Mbps ราคา 900 บาท เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่รักการสตรีมมิ่ง

มีตั้ง 3 เครือข่ายให้ได้เลือกสรร ยังไงเพื่อน ๆ ลองเลือกอันที่เหมาะที่ใช่สำหรับตัวเองกันนะคะ จะได้ทำงานหรือเล่นเกมไม่มีสะดุดค่า

สรุปท้ายบทความติดไวไฟบ้านอย่างไรให้แรง

อ่านจบแล้วเพื่อน ๆ คนไหนที่รู้สึกว่าไวไฟบ้านอืด ไม่แรง ไม่เร็วอย่างที่เคยเป็นก็ลองเอาไปทำดูนะคะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ไวไฟบ้านที่เร็วและแรงขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนแพ็คเกจใหม่ วิธีที่ Kaidee เอามาให้ก็หลากหลายและครบถ้วน เรียกได้ว่าเขียนมาเพื่อคนที่รักการท่องโลกอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ เพราะปัญหาไวไฟบ้านช้า สะดุด ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ สำหรับใครที่อยากหา Router ไว้ขยายสัญญาณที่บ้าน ลองมาเลือกดูเลือกช้อปกันได้ที่ Kaidee

“ดอกเบี้ยบ้าน 2564” ธนาคารไหนน่าสนใจสุดไปดูกัน

“ดอกเบี้ยบ้าน 2564” ธนาคารไหนน่าสนใจสุดไปดูกัน

“ดอกเบี้ยบ้าน” เป็นเรื่องควรรู้อันดับต้นๆ ของคนที่ต้องการซื้อบ้านหรือคอนโด เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยเหล่านี้มีราคาสูงเกินกว่ามนุษย์เงินเดือนหรือคนธรรมดาทั่วไปจะสามารถซื้อได้ด้วยเงินสด จึงมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินก้อนจากธนาคารมาจ่ายเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ก่อน แล้วค่อยทยอยผ่อนเงินคืนธนาคารเป็นงวดๆ พร้อมดอกเบี้ย 

โดย “ดอกเบี้ย” ที่ว่านี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญของการผ่อนบ้านและคอนโดเลยทีเดียว เพราะหากสามารถกู้ซื้อบ้านในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำได้ ก็เปรียบเสมือนเป็นแต้มต่อที่ทำให้เราชำระหนี้ได้หมดไวขึ้น ในทางกลับกัน หากเจออัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านสูง เงินค่างวดที่เราผ่อนไปส่วนใหญ่ถูกหักไปเป็นดอกเบี้ย ส่วนเงินต้นก็แทบจะไม่ลดลง และนั่นหมายถึงเราต้องผ่อนบ้านหรือคอนโดในราคาที่แพงขึ้นด้วย 

ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านมีกี่ประเภท 

ลักษณะดอกเบี้ยที่คนกู้บ้านและคอนโดต้องเจอส่วนใหญ่ มี 2 ประเภท คือ 

อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan)

คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดให้คงที่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ (ตั้งแต่ 1-5 ปี) ต่อจากนั้นจะปรับเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งจะต้องไปรอดูกันอีกทีว่าธนาคารจะกำหนดดอกเบี้ยให้สูงหรือต่ำ 

อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Loan)

คืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนด ณ เวลาปัจจุบัน ซึ่งสามารถปรับขึ้นหรือลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดเงิน และต้นทุนทางการเงินของธนาคารนั้นๆ โดยอัตราดอกเบี้ยลอยตัวของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เราจะได้เจอกันก็คือ MRR ลบด้วยตัวเลขที่ธนาคารกำหนด

ตัวอย่างเช่น ธนาคารกำหนด MRR = 7.30% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านระบุว่า MRR -2.30 ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่เราต้องจ่ายก็คือ MRR 7.30 – 2.30 = 5.00% นั่นเอง

MRR ย่อมาจาก Minimum Retail Rate หมายถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี โดยเรท MRR แต่ละธนาคารจะไม่เท่ากัน 

อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน 2564 จากธนาคารยอดนิยม

สินเชื่อบ้านของแต่ละธนาคารมีรายละเอียดเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป หนึ่งในตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ รูปแบบสินเชื่อที่มาพร้อมประกันชีวิตเรียกว่าประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA’ (Mortgage Reducing Term Assurance) คือประกันชีวิตประเภทหนึ่งที่ช่วยลดภาระคนที่อยู่ข้างหลัง (เช่น สามี/ภรรยา และลูก) ในกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพไม่สามารถผ่อนชำระสิ้นเชื่อบ้านได้ บริษัทรับประกันจะทำหน้าที่ผ่อนชำระหนี้แทนผู้กู้เอง โดยสิทธิพิเศษที่ตามมาหลังจากทำประกันก็คืออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่จะถูกลง

นอกจากนี้บางธนาคารยังมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับหน่วยงาน กลุ่มอาชีพ หรือร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ซึ่งในบทความนี้เราจะขอพูดถึงเรทดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน ประเภทสัญญาที่อยู่อาศัยหลังที่ 1 สำหรับบุคคลทั่วไป ดังนี้ 

ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ณ เดือนเมษายน 2564

ดอกเบี้ยบ้านต่ำจากธนาคาร 3 อันดับแรก

หากพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีตามตารางข้างต้น ธนาคารที่ให้เรทดีที่สุด 3 อันดับแรก ณ ข้อมูลเดือนเมษายน 2564 ได้แก่ 

อันดับ 1 : ธนาคาร LH Bank 

LH Bank มีค่าเฉลี่ยดอกเบี้ยต่ำสุดอยู่ที่ 2.55% ต่อปี หรือ MRR-4.80 (MRR=7.35) นับเป็นเรทที่น่าสนใจมาก แต่ลักษณะการคิดอัตราดอกเบี้ยในทางเลือกนี้เป็นแบบลอยตัวตลอดทั้ง 3 ปี มี MRR เป็นตัวแปรสำคัญซึ่งไม่สามารถทราบเวลาที่แน่นอนได้ว่า MRR นั้นจะถูกปรับเมื่อไรและจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้กู้ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการบริหารค่าใช้จ่ายครัวเรือน เพราะหาก MRR เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ภาระในการผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นด้วย  

อันดับ 2 : ธนาคารทหารไทย

อันดับถัดมาสำหรับอัตราดอกเบี้ยบ้านต่ำ คือ ธนาคารทหารไทย ที่มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีเท่ากับ 2.70% ต่อปี หรือ MRR-3.58 (MRR=6.28) ซึ่งเป็นอัตราลอยตัวตลอดทั้ง 3 ปีเช่นเดียวกับของ LH BANK แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ผู้กู้ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ได้เรทดังกล่าว นั่นคือ 1.) สมัครประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ 2.) สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีออมทรัพย์ ทีเอ็มบี เพื่อผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3.) สมัครบัตรเดบิต TMB 

ภาพโฆษณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารทหารไทย

อันดับ 3 : ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย มีค่าเฉลี่ยดอกเบี้ยบ้าน 3 ปี เท่ากับ 2.73% ต่อปี แบ่งเป็นปีที่ 1 ดอกเบี้ยคงที่ 0.64% ต่อปี ปีที่ 2-3 เท่ากับ MRR-2.45 (MRR= 6.22) และผู้กู้ต้องทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อร่วมด้วย ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านธนาคารกรุงไทยคือการให้ดอกเบี้ยปีแรกถูกสุดเมื่อเทียบกับทุกธนาคาร จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่วางแผนจะจบสัญญาเงินกู้บ้านให้เร็ว โดยสามารถโปะเงินในช่วงปีแรกได้เต็มที่ เมื่อผ่านเข้าปีที่ 2 และ 3 ยอดดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดจากเงินต้นคงเหลือก็จะลดลงตามไปด้วย อีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจจะขายอสังหาริมทรัพย์ต่อในระยะไม่เกิน 1 ปี ก็จะทำให้เสียดอกเบี้ยน้อยเช่นกัน  

สรุปดอกเบี้ยบ้าน 2564 ธนาคารไหนเวิร์กสุด

อย่างที่กล่าวในตอนต้นว่าการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้านนั้น สิ่งสำคัญคือ “ดอกเบี้ย” ซึ่งส่วนใหญ่โฟกัสไปที่อัตราดอกเบี้ยบ้าน 3 ปีแรก เนื่องจากเป็นกฏระเบียบของทุกธนาคารว่าเมื่อทำเรื่องขอสินเชื่อบ้านแล้วจะมีสัญญาติดตัวกับธนาคารนั้นอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป หากขอยกเลิกสัญญาธนาคารกลางคันจะถูกปรับด้วยราคาที่ต่างกันไปแต่ละธนาคาร 

ดังนั้น หากพิจารณาจากดอกเบี้ยบ้านอัปเดตล่าสุดของเดือนเมษายน 2564 จาก 9 ธนาคารชั้นนำที่เรารวบรวมมาให้นั้น โดยดูค่าเฉลี่ยดอกเบี้ยจากทางเลือกต่างๆ ที่ธนาคารเสนอไว้ เราสามารถสรุปได้ว่าธนาคาร LH BANK ให้ข้อเสนอดอกเบี้ยบ้านเวิร์กที่สุด รองลงมาคือ ธนาคากรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคากรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ตามลำดับ 

เมื่อทราบข้อมูลดอกเบี้ยบ้านแบบนี้แล้ว หากใครสนใจที่จะหาบ้านหรือคอนโดเพื่อนำมาขอสินเชื่อธนาคารดูบ้าง ก็สามารถค้นหากับ Kaidee Property ได้ เรามีทั้งอสังหาริมทรัพย์ใหม่และมือสองให้เลือกมากมาย

หมายเหตุ อัตราดอกเบี้ยที่ปรากฏในบทความนี้ เป็นข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2564 เท่านั้น ผู้อ่านสามารถขอรายละเอียดล่าสุดเพิ่มเติมได้จากธนาคาร

รีวิว Toyota Corolla Cross รถน่าขับแห่งปี

รีวิว Toyota Corolla Cross รถน่าขับแห่งปี

หากจะให้พูดถึงหนึ่งในรถของ Toyota ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจของคนซื้อรถในประเทศไทย หนึ่งในนั้นคงต้องมีชื่อของรถยนต์อย่าง Toyota Corolla Cross (โตโยต้าโคโรลล่า ครอส) ที่ใน 6 เดือนของปี 2020 สามารถทำยอดขายได้มากถึง 12,945 คัน แล้วในปีนี้ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบที่ท่านต้องการ

ภายนอกของ Toyota Corolla Cross 

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota

สำหรับภายนอกของรถคันนี้มาในรูปทรงของ Sub-Compact crossover ที่เน้นรูปร่างปราดเปรียว มีมนต์ขลังตามสไตล์ของ Toyota ที่แม้อาจจะดูไม่หล่อเหมือนกับรถ Mazda cx-30 หรือ Honda HR-V แต่ก็ทดแทนด้วยเทคโนโลยีรอบรถที่คุณจะต้องชอบ 

โดยสิ่งที่ทาง Toyota ได้ชูเป็นจุดเด่นหรือไฮไลท์ของภายนอกของโตโยต้า โคโรลล่า ครอส คือเรื่องของ A NEW OUTSTANDING JOURNEY หรือการเดินทางแบบมีระดับ ที่ให้ Option ต่าง ๆ มาอย่างน่าสนใจ

ในส่วนของขนาดตัวรถนั้นเป็นมิติตัวถังภายนอก 4460*1825*1620 มม. ทำให้รถมีขนาดที่ใหญ่ไปสักเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ Segment เดียวกัน ส่วนความยาวของฐานล้อ 2,640 มม. ความยาวของช่วงล้อหน้า/นั้นยาว 1559 มม. และช่วงหน้าล้อหลัง 1569 มม. 

ไฮไลท์ภายนอกของ Toyota Corolla Cross

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota
  • ไฟหน้าแบบ LED Projector แบบ Hybrid และไฟ LED Daytime Running Light แบบ Light Grid 
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home 
  • ไฟตัดหมอกแบบ LED 
  • กระจกมองข้างไฟฟ้าแบบพับเก็บอัตโนมัติ และ Revise พร้อมด้วยไฟเลี้ยว
  • Moonroof
  • ไฟเบรคแบบ LED
  • เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม 
  • ระบบ Smart Entry
  • ล้ออัลลอย  18  นิ้ว

ภายในของ Toyota Corolla Cross 

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota

สิ่งที่ทำให้ใครหลาย ๆ คน หากซื้อรถของค่ายโตโยต้าแล้ว เลือกที่จะมองข้าม Toyota C-HR มาเลือกซื้อ Toyota Corolla Cross แม้จะเป็นรถในรุ่น Segment เดียวกันแต่ภายในนั้นเรียกได้ว่าต่างกันค่อนข้างจะมาก 

โดยจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือภายในที่กว้างขวาง นั่งสบายทั้งบริเวณห้องของผู้ขับและห้องของผู้โดยสาร ทำให้เหมาะแก่การเป็นรถครอบครัว นอกจากนี้ด้านท้ายของตัวรถ ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระปริมาณถึง 487 ลิตร ใส่ของได้มากมายแบบ จะเอาเป็นรถเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดก็เหมาะเช่นกัน

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota

ในส่วนของ Option ช่วยเหลือคนขับต้องบอกว่า Toyota ทำออกมาได้ดีจริง ๆ ทั้งในเรื่องของหน้าจอแสดงผลแบบ LED MID ที่สวยมาก ๆ ระบบแอร์ที่ปรับโซนได้ รวมไปถึงยังรองรับ Apple Car Play และ Android Auto อีกต่างหาก 

สมรรถนะการขับขี่ของ Toyota Corolla Cross 

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota

หากคุณกำลังมองหารถ Hybrid ที่ขับได้สนุกแล้วละก็คันนี้ตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน เพราะทางโคโรลล่า ครอสทำออกมาได้อย่างดี โดยเป็นเครื่องยนต์ Hybrid กำลัง 122 แรงม้า (รวมการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป) ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ E-CVT พร้อม Shift Lock ทำให้การขับขี่ของรถคันนี้ทำได้สนุกและเลื่อนไหลเป็นอย่างมาก ในขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 23 กม./ลิตร มาพร้อมกับถังนั้นมันขนาดความจุ 36 ลิตรสำหรับรุ่น Hybrid และ 47 ลิตรสำหรับรุ่น 1.8 Sport

นอกจากนี้เรายังสามารถปรับโหมดการขับรถได้ถึงสามโหมดคือ EV Mode ที่เหมาะในการขับรถแบบนุ่มนวลที่เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก Sport Mode โหมดสำหรับสายซิ่งโดยเฉพาะ ที่เมื่อเปิดโหมดนี้จะใช้กำลังเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ และ Eco Mode ที่เน้นการประหยัดพลังงาน ทำให้รถของเราสามารถที่จะเดินทางได้ไกลขึ้นนั่นเอง

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Corolla Cross

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota

หนึ่งในส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับใครที่กำลังจะซื้อรถ คือเรื่องของความปลอดภัย ที่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะช่วยทำให้เรามีชีวิตต่อได้ โดยในรุ่นนี้ Toyota ก็ไม่น้อยหน้า จัดมาให้อย่างเต็มที่สมกับคำว่ารถราคาหลักล้าน ที่รถรุ่นอื่น ๆ หรือใกล้เคียงกันอาจจะไม่มีให้ ยกตัวอย่างเช่น

  • Blind Spot Monitor ที่ติดมากับกระจกมองข้าง ทำให้ทัศนวิสัยของผู้ขับขี่กว้างมากขึ้น
  • ระบบช่วยเตือนขณะที่ถอยรถ
  • Panoramic View Monitor จากกล้องรอบคันที่จะเข้าจะถอยก็มั่นใจหายห่วง
  • ถุงลมนิรภัย 7 ใบรอบคัน
  • ฯลฯ

Toyota Corolla Cross หรือ C-HR ดี 

รูปภาพจากเว็บไซต์ Toyota

คำถามคลาสสิคที่เรามักจะเจอได้ตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ รวมถึง Social Media กับศึกสายเลือดร่วมท้องเดียวกันอย่าง Toyota Corolla Cross หรือ Toyota C-HR ดี ที่ราคา,รูปทรง, สเปคของรถแทบจะเรียกได้ว่าไม่ต่างกันเลย 

หากถามคำถามนี้กับตัวผู้เขียนบทความ ก็ต้องบอกอย่างไม่ยากว่า ณ เวลาที่กำลังเขียนบทความนี้วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2021 เวลา 15.00 น. Toyota Corolla Cross คุ้มค่ากว่ามาก ๆ ในแง่ของการใช้งานในฐานะของรถครอบครัว

โดยหากเราเอารุ่นท็อปของทั้งสองรุ่นมาชนกัน Toyota Corolla Cross Hybrid Safety 2020  ราคา 1,199,000 บาท กับ Toyota C-HR ราคา 1,159,000 บาท ก็จะเห็นได้ว่าด้วยราคาที่แตกต่างกันหลักหมื่น คุณจะได้ในเรื่องของออปชันที่ดีกว่าดังต่อไปนี้ (เอาที่เด่น ๆ)

  • ห้องโดยสารภายในที่กว้างกว่าโดยเฉพาะโซนด้านหลัง
  • Moonroof 
  • ประตูหลังแบบไฟฟ้า พร้อม Kicked Activated 
  • ด้านหลังมีที่วางแก้ว


แล้วอะไรที่เราได้ดีกว่าเมื่อซื้อ C-HR

  • “หล่อกว่า” หากคุณเป็นคนให้ความสำคัญเรื่องของหน้าตา C-HR ดีกว่าแน่นอน ทั้งรูปทรง ล้อของตัวรถ ที่ดีกว่า Toyota Corolla Cross อย่างมาก
  • เบรคมือไฟฟ้า
  • Auto Brake Hold


เพียงเท่านี้คุณน่าจะตัดสินใจซื้อได้แล้วมั้ง(ฮา)

Toyota Corolla Cross มือหนึ่งหรือมือสองดี

คำถามต่อยอดจากข้อด้านบน ที่หากคุณไม่ได้มีเงินถังจนสามารถซื้อรถได้แบบไม่ต้องวางแผนการใช้เงินตั้งแต่ 36 – 84 เดือน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การซื้อรถมือสองถือว่าเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการประหยัดงบ

อ้างอิงจาก Rod.Kaidee.com ที่หากคุณจะซื้อโคโรลล่า ครอสแบบรุ่นปัจจุบัน 2020 คุณจะได้ราคาที่ถูกกว่ามือหนึ่งอยู่ประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งโดยส่วนมากแล้วรถรุ่นนี้มีในตลาดมือสองค่อนข้างที่จะน้อย ดังนั้นซื้อมือหนึ่งไปเลยครับผม 

สรุปท้ายบทความ

กล่าวโดยสรุป  Toyota Corolla Cross 2020 ถือว่าเป็นหนึ่งในรถ Sub-Compact crossover ที่ค่อนข้างจะครบเครื่องในเรื่องของการใช้งาน มีระบบต่าง ๆ ที่ทาง Toyota ใส่มาให้อย่างคุ้มค่าในราคาขนาดนี้ สิ่งที่เป็นข้อสังเกตคือเรื่องของหน้าตา ที่อาจจะไม่หล่อเท่ากับรถรุ่นอื่น ๆ อันนี้ถือว่าเป็นรสนิยมส่วนบุคคลก็แล้วกัน แต่ถ้าให้แนะนำ ซื้อเถอะ!

อ้างอิง

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด. (2021) Corolla Cross A NEW JOURNEY สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2021, จาก www.toyota.co.th/model/corollacross

Mr.Argus. (2021) เหตุผลที่ควรเลิกขาย Toyota C-HR หมดประโยชน์เมื่อ Corolla Cross เข้ามาแทนแล้ว สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2021, จาก www.autofun.co.th/news/เหตุผลที่ควรเลิกขาย-toyota-chr-หมดประโยชน์เมื่อ-corolla-cross-เข้ามาแทนแล้ว-21746

MoO Cnoe. (2021) Sales Report : ยอดขาย SubCompact Crossover เดือน ธันวาคม 63 : Toyota Corolla Cross อันดับ 1 แตะ 3,000 คัน สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2021, www.headlightmag.com/sales-report-subcompact-crossover-bsuv-dec-2020

หาแรงบันดาลใจจาก 7 รายการแต่งบ้าน ใน Netflix

หาแรงบันดาลใจจาก 7 รายการแต่งบ้าน ใน Netflix

Netflix เป็นหนึ่งในแอฟพลิเคชั่นยอดฮิตท่ได้รับความนิยมในประเภทไทย ที่เป็นแหล่งรวมรายการและภาพยนตร์มากมาย ที่พร้อมเสิร์ฟความสนุกสนานให้กับผู้คนทั่วโลก และนอกจากนี้แล้ว รายการแต่งบ้าน ก็เป็นหนึ่งในหมวดหมู่คลิปวิดีโอที่น่าสนใจไม่แพ้หมวดอื่น ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น เพราะนอกจากจะมีเคล็ดลับการแต่งบ้านด้วยวิธีง่าย ๆ แล้ว รายการแต่งบ้าน ที่เรากำลังจะมาพูดถึงกัน ก็ยังมีไอเดียการดีไซน์บ้านแบบต่าง ๆ ที่รับรองว่า ถ้าคุณดูแล้วต้องได้แรงบันดาลใจไปเยอะแยะแน่นอน แล้วจะมีรายการอะไรบ้าง มาดูกัน

หา รายการแต่งบ้าน ที่ไหนดี ?

นอกจาก Netflix แล้ว ยังมีเว็บไซต์ต่าง ๆ มากมายที่แบ่งปันไอเดียการแต่งบ้านสุดแปลกให้กับคุณได้ทั้ง Youtube แหล่งรวมคลิปวิดีโอทั่วโลก Pinterest เว็บไซต์ที่รวบรวมไอเดียงานศิลปะและการตกแต่งบ้านไว้ในที่เดียว Google ที่เราสามารถเสิร์ชหาข้อมูลการตกแต่งบ้านได้มากมาย ซึ่งอาจจะไปพบ รายการแต่งบ้าน ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจก็ได้นะ หรือจะเป็นบน โทรทัศน์ ช่องต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันนิยมแบ่งปันการตกแต่งบ้านของดาราเซเลปชื่อดังต่าง ๆ เป็นแรงบันดาลใจให้คุณ

7 รายการแต่งบ้านใน Netflix

STAY HERE ที่นี่กำไรงาม

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

‘STAY HERE ที่นี่กำไรงาม’ เป็นรายการแต่งบ้านที่บอกเล่าเรื่องราวการรีโนเวทบ้าน เพื่อสร้างกำไรจากไอเดียของ 2 มืออาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง Genevieve Gorder นักออกแบบภายใน และ Peter Lorimer ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นทั้งคนดำเนินรายการและให้ความรู้เรื่องอสังหาฯ ทั้งด้านการออกแบบภายใน การสร้างกำไรจากธุรกิจ และการวิเคราะห์ธุรกิจ เรียกได้ว่า อิ่มทั้งความรู้และความเพลิดเพลินจริง ๆ

จำนวนซีซั่น 1 ซีซั่น

จำนวนตอน 8 ตอน

ความยาว 30 นาที

Amazing Interiors อัศจรรย์ตกแต่งภายใน

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

‘Amazing Interiors อัศจรรย์ตกแต่งภายใน’ รายการแต่งบ้าน ที่เป็นสวรรค์ของคนบ้าการตกแต่งภายใน เพราะที่รายการนี้เต็มไปด้วยไอเดียการตกแต่งภายในมากมาย ที่มีแรงบันดาลใจจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ในฝัน สัตว์โปรด สีที่ชอบ หรือแม้แต่ภาพยนตร์สยองขวัญ ให้กลายเป็นบ้านที่แสนจะแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร !

จำนวนซีซั่น 1 ซีซั่น

จำนวนตอน 12 ตอน

ความยาว 30 นาที

The World’s Most Extraordinary Homes มหัศจรรย์บ้านบันลือโลก

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

‘The World’s Most Extraordinary Homes มหัศจรรย์บ้านบันลือโลก’ รายการสารคดีการออกแบบบ้านโดยพิธีกรอย่าง Piers Taylor สถาปนิกชื่อดังระดับโลก ที่จะพาคุณไปชื่นชมการออกแบบบ้านสวย ๆ แถมยังโดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน และยังพูดคุยถึงเหตุผลและอุปสรรคในการสร้างบ้านหลังนั้นว่า ยากเย็นขนาดไหน แล้วมันสะท้อนเจ้าของบ้านอย่างไรกัน

จำนวนซีซั่น 3 ซีซั่น

จำนวนตอน 12 ตอน

ความยาว 45-60 นาที

Tiny House Nation บ้านเล็กพออยู่พอเพียง

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

ถ้าหากคุณคิดว่าบ้านหลังเล็กจะไม่อยู่สบาย รายการแต่งบ้าน อย่าง ‘Tiny House Nation บ้านเล็กพออยู่พอเพียง’ จะทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยนไป รายการนี้เป็นรายการที่สองพิธีกร John Weisbarth และ Zack Giffin จะเดินทางไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อออกแบบบ้านขนาดเล็กจิ๋วที่มีดีไซน์เจ๋ง ๆ แก่ผู้ที่ประสบปัญหาต่าง ๆ ให้มีบ้านในฝันแบบที่พวกเขาต้องการ

จำนวนซีซั่น 2 ซีซั่น

จำนวนตอน 17 ตอน

ความยาว 40 นาที

Interior Design Masters อินทีเรีย ดีไซน์ มาสเตอร์

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

จะเป็นอย่างไรเมื่อผู้แข่งขัน 10 คนต้องเข้ามาแข่งกันตกแต่งบ้านในรายการ ‘Interior Design Masters อินทีเรีย ดีไซน์ มาสเตอร์’ รายการแห่งความท้าทายในการปรับปรุงอสังหาฯ เก่า ทั้งบ้าน ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย หรือร้านค้า ให้สวยเก๋เหมือนเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ โดยมีกรรมการอย่าง Michelle Ogundehin จาก อดีตบรรณาธิการบริหาร Elle Decoration นิตยสารตกแต่งบ้านชื่อดัง เป็นผู้ตัดสินว่า ใครกันจะเป็นผู้ชนะในรายการ

จำนวนซีซั่น 1 ซีซั่น

จำนวนตอน 8 ตอน

ความยาว 40-50 นาที

Dream Home Makeover เนรมิตบ้านในฝัน

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

‘Dream Home Makeover เนรมิตบ้านในฝัน’ รายการที่มอบไอเดียการรีโนเวทบ้านใหม่ โดยสองสามีภรรยานามว่า Syd และ Shea McGee ที่แต่ละตอนทั้งคู่ก็จะต้องออกแบบบ้านใหม่ให้กับลูกค้าที่แตกต่างกัน ซึ่งทุกหลังก็เรียกได้ว่าง่าย ไม่ยุ่งยาก และสมกับงบที่เสียไปอีกด้วย

จำนวนซีซั่น 2 ซีซั่น

จำนวนตอน 12 ตอน

ความยาว 30 นาที

Instant Hotel สุดยอดที่พักชนะใจ

ขอบคุณรูปจาก: Netflix

‘Instant Hotel สุดยอดที่พักชนะใจ’ รายการแข่งขันตกแต่งบ้านของตนเอง ให้กลายเป็นที่พักในเมืองต่าง ๆ ของประเทศออสเตรเลีย ผ่านการตัดสินของกรรมการและตัวผู้เข้าแข่งขัน ที่ผลัดกันไปค้างคืนให้ครบทุกหลัง จนเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งเศร้า ดราม่า ดีใจ หรือความว้าว ในการตกแต่งที่อยู่อาศัยของพวกเขาที่สวยงามเหลือเกิน

จำนวนซีซั่น 2 ซีซั่น

จำนวนตอน 18 ตอน

ความยาว 40-50 นาที

สรุปรวม รายการแต่งบ้าน ใน Netflix

และนี่คือ รายการแต่งบ้าน ในเว็บไซต์ Netflix ที่ถ้าคุณดูแล้วจะชอบและมีไอเดียใหม่ ๆ ไปแต่งบ้านของคุณให้สวยงามมากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้แล้ว ที่ Netflix ยังมาพยนตร์ ซีรี่ส์ และรายการต่าง ๆ อีกมากมาย ให้ทุกท่านชมช่วง Work From Home

ถ้าใครดูแล้วอยากแต่งบ้านบ้าง ก็ลองเข้ามาหาไอเดียหรือจะซื้อบ้านหลังใหม่ใน Kaidee Property ดู คุณอาจจะได้อสังหาฯ สวย ๆ ที่ถูกใจก็ได้นะ

อ่านบทความ หนังดัง คนบ้าอินทีเรีย ดีไซน์ ไม่ควรพลาด !