Sep 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สมัยนี้ใครๆก็ชอบไปเที่ยวแบบ Backpack เพราะสะดวก ลุยเที่ยวได้เต็มที่ แถมประหยัดอีกด้วย โดยวันนี้ Neptune จะมาพูดถึงอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับเหล่า Backpacker นั่นก็คือกระเป๋าเป้เดินทางนั่นเอง กระเป๋าเป้เดินทางเรียกได้ว่าเป็นเหมือนคู่หูของนักเดินทาง ไปไหนไปด้วยกัน ใช้ทีใช้นาน เพราะฉะนั้น ความคงทน น้ำหนักกระเป๋า ซัพพอร์ตหลังต้องมี แต่ด้วยราคาที่แรงพอสมควร ทำให้การตัดสินใจเลือกกระเป๋าซักใบไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยวันนี้เราพาไปดู 5 แบรนด์กระเป๋ายอดนิยมสำหรับสาย Backpack เผื่อจะช่วยให้เพื่อนๆตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
Deuter
มาเริ่มกันที่กระเป๋าสัญชาติเยอรมันอย่าง Deuter ที่นิยมมากๆในหมู่นักเดินทาง ด้วยชื่อเสียงที่สะสมมานานกับคุณภาพกระเป๋าที่ดีสมชื่อ โดยข้อดีของกระเป๋าแบรนด์นี้คือราคาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ประกอบกับคุณภาพที่สมราคา ทนทาน จุได้เยอะ มีดีไซน์ให้เลือกหลากหลายสำหรับทั้งชายและหญิง แถมมีรับประกันตลอดอายุการใช้งานอีกต่างหาก
Osprey
มาต่อกันที่แบรนด์สัญชาติอเมริกาอย่าง Osprey ที่แม้ชื่อเสียงอาจไม่โดดเด่นเท่าแบรนด์อื่นๆ แต่รับรองว่าคุณภาพไม่เป็นสองรองใคร ในราคาที่จับต้องได้ โดย Osprey ถือเป็นกระเป๋าเป้ที่ค่อนข้างทนทาน คุณภาพสมราคา ซึ่งราคาก็อยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป คนที่มีงบจำกัดก็สามารถซื้อได้ ที่สำคัญมีน้ำหนักที่เบามากๆ ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง นอกจากนี้แบรนด์เขายังรับประกันและซ่อมฟรีตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย
NorthFace
มาถึงแบรนด์ที่ใครๆก็ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆอย่าง NorthFace ที่ไม่มีสายลุยคนไหนไม่รู้จัก เพราะเขาว่ากันว่า กระเป๋าของ NorthFace นั้นทนทานมากๆ ทนแดด ทนฝน คุ้มค่าสุดๆ แต่ด้วยคุณภาพระดับ Hi-End ทำให้ราคาของกระเป๋าสัญชาติอเมริกาใบนี้เรียกได้ว่าแพงสุดๆ เมื่อเทียบกับกระเป๋าแบรนด์อื่น แต่ซื้อครั้งเดียวใช้ไปตลอดก็คุ้มอยู่นะ
Jack Wolfskin
ข้ามมาฝั่งเยอรมนีกับแบรนด์ Jack Wolfskin ที่จัดอยู่ในแบรนด์ที่ระดับราคาค่อนข้างสูง แต่คุณภาพก็ตามราคา โดยทุกคนการันตีว่าทนทานมาก ซื้อใบเดียวสามารถใช้เป็นกระเป๋าเป้เดินทางคู่ใจได้นานหลายปีเลยทีเดียว เรียกว่าคุ้มค่าเกินราคา โดยวัสดุที่เขาใช้ก็เป็นวัสดุพรีเมียมทั้งนั้น สามารถทนแดด ทนฝนได้ดี แถมน้ำหนักเบา ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นิยมกันอย่างมาก
Gregory
Credit: https://www.gregorypacks.com/
มาถึงแบรนด์สุดท้าย กับ Gregory ที่ราคากลางๆไม่ได้แพงมาก เป็นแบรนด์ที่มีดีไซน์กระเป๋าและสีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยถึงจะไม่เป็นที่นิยมมากนักในหมู่นักเดินทางเมื่อเทียบกับแบรนด์ฮิตๆ แต่คุณภาพของเขาเรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร โดยมีน้ำหนักเบา มีความทนทาน แถมเขายังมีรับประกันตลอดชีพให้ด้วย คุ้มค่าสุดๆเลยล่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 กระเป๋าเป้เดินทางแบรนด์ยอดฮิตที่เราเอามาฝากกัน แต่ละยี่ห้อเรียกได้ว่าคุณภาพดีๆทั้งนั้น ซื้ออันไหนไปรับรองไม่ผิดหวัง ใส่ลุยได้ทุกที่แน่นอน
Sep 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีฝุ่นและมีมลพิษทางอากาศเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แม้ว่าในปัจจุบันทั่วโลกและประเทศไทยเองกำลังหาวิธีการรับมือกับมลพิษในอากาศให้ลดลง แต่ก็ยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนถ่ายไปใช้สิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยีในอนาคตเพื่อทำให้ไม่มีมลพิษในอากาศ เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น
แต่สำหรับบางคนก็ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใหม่ได้ เนื่องจากราคายังค่อนข้างสูง เพราะเป็นเทคโนโลยีของอนาคตนั่นเอง
มาทำให้ในเขตและในบ้านของเรามีอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย 5 ต้นไม้ที่ช่วยทำให้อากาศในบ้านบริสุทธิ์และช่วยดูดซับสารพิษในอากาศได้ มีต้นไม้อะไรบ้าง มาดูกันเลย
- ต้นลิ้นมังกร
ต้น ‘ลิ้นมังกร’ เป็นต้นไม้ที่คนไทยนิยมปลูก เป็นไม้กลางแจ้งขนาดเล็ก ความสูง 1 ถึง 1.5 ฟุต มีลักษณะตั้งตรง คองอเล็กน้อยและมีขนสั้นบาง ๆ ปกคลุมอยู่ สามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี เช่น ดินป่น ทรายหรือดินร้อนปนทราย ที่สำคัญคัญสามารถดูดซับสารพิษและฟอกอากาศได้ดีอีกด้วย
- ต้นจั๋ง
ต้น ‘จั๋ง’ เป็นพืชตระกูลปาล์มต้นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้พุ่มสูง 10 ถึง 15 ฟุต
มีลำต้นขาดเล็ก แข็งเหนียว ลักษณะคล้ายหวาย เป็นต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด แต่ไม่ต้องการน้ำมาก ที่สำคัญสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้ดีมากเลยล่ะ
- ต้นเดหลี
ต้น ‘เดหลี’ เป็นไม้ประดับมีดอกสีขาวนวลขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายกับดอกหน้าวัว ชอบแสงอ่อน ๆ นิยมปลูกทั้งในและนอกบ้าน และขึ้นชื่อว่าเป็นไม้มงคล ช่วยส่งเสริมให้ผู้ปลูกมีอายุยืน และมีโชคลาภอีกด้วย ที่สำคัญยังช่วยดูดซับสารพิษในอากาศได้หลายชนิด
- ต้นปาล์มไผ่
ต้น ‘ปาล์มไผ่’ มีต้นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก อเมริกาใต้ มีลักษณะคล้ายต้นไม้แต่สูงเพียง 1.5 ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยว เรียวแหลม ชอบอยู่ในที่ร่ม ไม่ชอบแสงแดดเยอะ และต้องรดน้ำวันละ 1 ครั้ง ที่สำคัญสามารถดูดซับฝุ่นละอองในอากาศและสารพิษที่ปนเปื้อนในอากาศได้ด้วยล่ะ
- ต้นเบญจมาศ
ต้น ‘เบญจมาศ’ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นและจีน มีดอกสีเหลืองอย่างเดียว แต่ปัจจุบันมีการเพาะพันธุ์ให้มีสีที่หลากหลายขึ้น เป็นไม้ประดับที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ปลูกง่าย เติบโตได้ในที่แดดจัดหรือกึ่งแดด ควรนำมาไว้ที่ริมหน้าต่างและเป็นต้นไม้ที่ต้องการน้ำมาก ที่สำคัญสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้ เช่น กลิ่นจากสีทาบ้าน ให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้นั่นเองครับ
เป็นไงครับ 5 ต้นไม้ฟอกอากาศที่มาบอกในวันนี้ เป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่น้อยเลยใช่ไหมละครับ ถ้าไม่อยากสูดอากาศที่เป็นพิษเข้าไป สามารถมาหาซื้อได้ที่ Kaidee ได้นะ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อพันธุ์ หลายเจ้าเลย
Sep 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ทำสีผมแต่ละที กลิ่นเอย สารเคมีเอย จัดหนักจัดเต็ม รู้ตัวอีกทีผมก็เสียซะแล้ว ซึ่งเหตุผลเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้สาว ๆ หลายคนเริ่มกังวลว่าจะทำดีไหมนะ ? .. เพราะรู้ว่ากังวล เลยขอมัดรวมร้านทำสีผมออร์แกนิคมาให้เลยแบบจุใจ !! ได้ผมสีสวยปิ๊ง ไร้สารเคมีกวนใจ จะทำทรงไหนก็เกิด
1.Heyday Organic Salon & Spa
https://www.instagram.com/p/CDaz67Qg95Q/
ร้านทำผมออร์แกนิคอันดับต้น ๆ ที่ใคร ๆ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันดีมาก เพราะร้านนี้เขาใช้สี Vegan นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้น้ำยาไม่มีกลิ่นฉุน ปลอดสารเคมีสุด ๆ ถ้าถามว่าปลอดภัยขนาดไหน คนท้องก็สามารถทำได้ แถมทรีทเมนต์ยังเป็นเคราตินสกัดจากถั่วและดอกลิลลี่ด้วยนะ ดีสุด ๆ
ที่อยู่ร้าน : 32, 73-74 ถนน โยธาธิการ นนทบุรี สายท่าอิฐ บางรักน้อย, เมืองนนทบุรี, จังหวัดนนทบุรี
เบอร์ติดต่อ : 093-462-6966
เวลาเปิดทำการ : 9.00 – 19.00 น.
Facebook : Heyday Organic Salon & Spa
2.Rapi-rabi hair salon
https://www.instagram.com/p/CCf28sIAq-g/
ร้านในดวงใจของสาว ๆ ที่ไม่ว่าจะอยู่โซนไหนก็ทำสีผมได้ เพราะสาขาเยอะมากกกก..ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของร้านนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด ช่างน่ารัก เข้าใจเส้นผมเป็นอย่างดี สามารถขอคำปรึกษาได้ตลอด หรือถ้าอยากได้สีไหนเป็นพิเศษก็สามารถบอกช่างได้เลย ทุก ๆ การทำสีผมจะรวมค่าทำทรีทเมนต์ไว้แล้วทุกรายการ ทางเราชอบมาก
ที่อยู่ร้าน : ซอย สุขุมวิท 39 ถนน สุขุมวิท ซอยพร้อมใจ คลองตันเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 02-034-2877
เวลาเปิดทำการ : หยุดทุกวันพุธ จันทร์-อาทิตย์ 9.00-18.00 รับลูกค้าสุดท้าย 16.30 น.
Facebook : Rapi-rabi Hair Coloring phrompong – ラピラビ 39
3.Patsara&salon
https://www.instagram.com/p/CCQbDlvBP6a/
ร้านทำสีผมมากด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี อยากได้ผมสีไหนแค่บอกช่าง ทำไปเพลิน ๆ มองผมอีกที ได้สีสวยถูกใจแน่นอน และทางร้านเขามีเทคนิคพิเศษที่ทำสีสว่างได้โดยไม่ต้องฟอก จองคิวด่วน !
ที่อยู่ร้าน : ที.วี.ซี.คอนโดมิเนียม (อยู่ตรงข้ามซอยประชาสงเคราะห์ 24) เขตดินแดง, กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 062-246-9555
เวลาเปิดทำการ : ทุกวัน : 11.00 – 20.00 น.
Facebook : Patsara&salon
4.Green Pastures by Hajin
https://www.instagram.com/p/B_KZ-nog2LT/
หมดห่วงเรื่องผมเสียได้เลย เพราะที่นี่ทำสีด้วยการผสมผงสีสมุนไพรและชาร้อนเข้าด้วยกัน ทำให้ผมที่ได้ดูสุขภาพดี มีน้ำหนัก แอบกระซิบเบา ๆ ว่า คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และเด็ก ๆ ก็สามารถทำสีได้น้า ออร์แกนิคเพียว ๆ ของแท้เลยจ้า
ที่อยู่ร้าน : ซอย พร้อมมิตร คลองตันเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 02-258-0755
เวลาเปิดทำการ : จันทร์ – เสาร์ : 10.00 – 19.30 น.
Facebook : Green Pastures by Hajin
5.Sleep Salon & Nails
https://www.instagram.com/p/CFcQHV9l3Jc/
ผ่อนคลาย รู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน ด้วยการตกแต่งร้านสีชมพูหวานใส พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ดีที่สุดให้ลูกค้า บอกเลยทางเราชอบการทำสีผมที่นี่ไม่แพ้ร้านอื่น เพราะเขาใช้สีออร์แกนิคคุณภาพพรีเมี่ยม ผมไม่เสีย ราคาน่ารัก สำหรับใครที่รู้สึกเมื่อยล้าเขามี Spa ผมด้วยนะ เบาสบายหัวสุด ๆ
ที่อยู่ร้าน : สยามสแควร์ ซอย9 ถนนจุฬา64 เขตปทุมวัน แขวงปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 080-948-8206
เวลาเปิดทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 20.00 น.
Facebook : Sleepsalonbkk
6.BELL otonagami salon
https://www.instagram.com/p/B6K-1N7A6jZ/
สายญี่ปุ่นต้องร้านนี้เลยค่ะสาว ๆ การันตีจากรีวิวบนทวิตเตอร์ที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทำแล้วสีผมสวยมาก มีแต่เพื่อน ๆ ทักแชทถามว่าไปทำที่ไหน ที่สำคัญ ไม่ว่าจะทำผมสีไหนก็ตาม ทางร้านจะทำทรีทเมนต์คุณภาพสูงทั้งก่อนและหลังทำสีทุกครั้ง แต่ขอบอกนิดนึงว่าอาจจะไม่ออร์แกนิค 100% เนื่องจากมีการผสมสารเคมีเล็กน้อย
ที่อยู่ร้าน : 6/13 ซอย พร้อมมิตร คลองเตยเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 02-000-3001
เวลาเปิดทำการ : พฤหัสบดี – จันทร์ 9.00 – 21.00 น.
อังคาร 9.00 – 18.00 น. (หยุดทุกวันพุธและพฤหัสบดีทุกวันที่ 2 และ 4 ของเดือน)
Facebook : BELL otonagami salon
ผมใครใครก็รัก แต่ถึงจุด ๆ นี้ เราว่าต้องทำแล้วล่ะ เตรียม Say Hello ผมสวย บอกลาผมเสียได้เลย แต่ถ้าอยากเปลี่ยนลุคสวยด้วยตัวเองไม่ง้อร้าน ที่ Kaidee มีอุปกรณ์ตกแต่งทรงผมให้เลือกเยอะมาก ซื้อเลย !
Sep 30, 2020 | บทความยานยนต์
ใครที่กำลังจะเลือกซื้อรถมือสองสักคัน หรือต้องการที่จะขายรถมือสองก็ตาม คำที่ต้องมีลอยผ่านเข้ามาในหัวอาจจะมีมากมายหลายคำ แต่หนึ่งในนั้นต้องไม่พ้นคำว่า “เอกสารโอนรถ” อย่างแน่นอน แต่ว่าเอกสารนี้มีไว้เพื่ออะไร และการจะเตรียมเอกสารโอนรถนั้นจะต้องเตรียมอะไรไว้บ้าง วันนี้เดี๋ยวเราจะได้มารู้กันถึงข้อมูลเบื่องลึกกันไปเลยยย!!
ผู้โอนและผู้รับโอนคืออะไร
ก่อนที่จะไปรู้ว่าเอกสารโอนรถคืออะไร เราต้องมาทำความรู้จักกับคำศัพท์พื้นฐานสองคำง่ายๆอย่าง ผู้โอนและผู้รับโอน เสียก่อน เพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจในบริบทของการซื้อ-ขาย ที่ต้องใช้ภายในเอกสารโอนรถ
ผู้โอน คือ คนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ โดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เองในรถยนต์คันที่ต้องการจะขายทอดในตลาดเองหรือง่ายๆก็คือ “ผู้ขาย”
ผู้รับโอน คือ คนที่รับกรรมสิทธิ์ต่อมาจากผู้โอน โดยที่ผู้รับโอนนั้นจะมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์นั้นได้ต่อเมื่อทำสัญญากับผู้ขายอย่างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วหรือที่เราเรียกกันว่า “ผู้ซื้อ”
เอกสารโอนรถคืออะไร?
เอกสารโอนรถหรือชื่ออย่างเป็นทางการเลย คือ เอกสารโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ เป็นเอกสารหนึ่งที่ใช้เมื่อเกิดการซื้อ-ขายรถ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเพื่อย้ายกรรมสิทธิ์ต่างๆจากเจ้าของคนเก่าไปสู่เจ้าของคนใหม่ ซึ่งรถยนต์ที่นำมาโอนนั้นจะต้องมีข้อมูลตรงตามเล่มทะเบียนรถยนต์ โดยประกอบด้วยข้อมูลดังนี้
- รายละเอียดต่างๆของรถ เช่น ยี่ห้อรถ รุ่น เลขที่ตัวถัง สี เป็นต้น
- ประวัติการซื้อ-ของรถยนต์ก่อนหน้า (เป็นเรื่องที่สำคัญมาก สามารถเช็คได้ว่าโดนย้อมแมวหรือไม่)
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวสำหรับเอกสารโอนรถมีอะไรบ้าง?
ก่อนที่เราจะโอนรถยนต์ในแต่ละครั้ง ความพร้อมในการเตรียมเอกสารนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน นอกจากจะทำให้ประหยัดเวลาของทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังทำให้ต่างฝ่ายต่างสามารถตรวจสอบข้อมูลของกันและกันได้อีกด้วย โดยเอกสารที่ต้องเตรียมนั้น มีดังนี้
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนโอนรถ
- เอกสารโอนรถ
- เล่มทะเบียนรถยนต์
- สำเนาบัตรประชาชน ของทั้งผู้โอนและรับโอน
- สัญญาซื้อขาย
เอาไว้ใช้ตอนไหนบ้าง?
เราได้รู้ทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับเอกสารโอนรถเป็นที่เรียบร้อย ก็น่าจะพอเดาๆกันออกกันอยู่แล้วว่าเอาไว้ใช้ตอนไหน ซึ่งนั่นก็คือใช้ต่อเมื่อทำการซื้อหรือขายรถยนต์สุดที่รักของเรานั้นให้กับอีกคนหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายอาจจะยังไม่รู้คือ เอ๊ะ จริงๆแล้วการที่เรานั้นจะซื้อ-ขายรถหนึ่งคันนั้นต้องทำอะไรยังไงบ้างเสียซะมากกว่า ดังนั้นวันนี้จะมาบอกกันว่ามีขั้นตอนอะไร อย่างไรบ้าง ดังนี้
ขั้นตอนการโอนรถ
- ก่อนอื่นเลย เริ่มจากการนำรถยนต์ที่จะทำการซื้อขายไปตรวจสภาพเสียก่อน (โดยไปตรวจที่สถานณ์ตรวจรถหรือ ตรอ.)
- ตรวจสอบด้านหลังเล่มทะเบียนว่าจดแจ้งขอใช้รถยนต์ไว้ในพื้นที่ไหน เวลาโอนให้ไปโอนที่กรมขนส่งของพื้นที่นั้นๆ
- เขียนแบบคำขอโอนและรับโอน ด้วยลายมือ
- นำรถยนต์ที่จะโอนพร้อมเอกสาร ไปติดต่อทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งพื้นที่ แผนกงานทะเบียน ตามเล่มทะเบียนรถยนต์
- จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามนี้เลย!!
- ค่าคำขอ 5 บาท
- ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท
- ค่าอากรซื้อขาย ต่อราคาประเมินรถ แสนละ 500 บาท
- รับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คืน
- รับใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีและป้ายทะเบียนรถใหม่
สรุปท้ายบทความ
ทีนี้ก็ได้รู้กันไปแล้วกับเรื่องของเอกสารโอนรถ ใครที่กำลังเล็งๆจะซื้อรถ ขายรถ เข้ามาอ่านบทความนี้น่าจะนำไปเตรียมตัวกันได้ถูกต้องและครบถ้วน จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายหาตอนเวลาที่จวนตัว พร้อมที่จะเดินเข้าไปในกรมขนส่งได้อย่างเชิดอก
ดังนั้นควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะซื้อขายรถเพื่อความปลอดภัยและประหยัดเวลาของเราได้ แต่ถ้าหากมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจในตรงไหน สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-271-8888 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th ของกรมขนส่งได้เลย
จบไปแล้วนะครับกับบทความเรื่องเอกสารโอนรถยนต์ น่าจะพร้อมกันแล้วกับการซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง ถ้าหากหารถยนต์มือสองที่ไหนไม่ได้แล้วล่ะก็ RodKaidee มีพร้อมให้คุณเสมอ และก็ฝากติดตามคอนเทนต์ถัดๆไปไว้ด้วยนะ 🙂
Sep 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เศรษฐกิจแบบนี้ให้ออกจากบ้านไปหางานทำก็ยากเหลือเกิน แถมยังมีโควิดให้น่าห่วงอีก แค่คิดก็กังวลแล้ว
แต่ไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ยิ่งคนเจนใหม่อย่างเรา ๆ นั้น วลีไม่เลือกงานไม่ยากจน ยิ่งดูห่างไกลตัวไปเลย

ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือนำงานอดิเรก
มาเป็นงาน
ยิ่งสามารถทำได้ที่บ้านยิ่งดี สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เรามีงานที่สามารถทำได้จากที่บ้านแถมยังได้เงินดีอีกด้วยมาแนะนำ
1.ขายข้าวกล่อง / ขนม
หากใครมีฝีมือด้านการทำอาหารหรือทำขนมอยู่แล้ว งานนี้จัดว่าเป็นงานกล้วย ๆ เลยทีเดียว เมื่อทำอาหารเสร็จอาจสมัครเข้าร่วมกับบริษัทเดลิเวอรี่ หรือจ้างใครสักคนสองคนมาเป็นผู้บริการส่งอาหารให้
แต่ที่สำคัญที่สุดคือการวางแบรนด์ดิ้งของร้านอาหารให้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งบรรจุภัณฑ์ หน้าตาของอาหารหรือขนมและราคาในเรทที่เหมาะสม เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ อาจจะเป็นคนในละแวกบ้านของคุณเองหรือเป็นสำนักงานออฟฟิศใกล้เคียง
แบรนดิ้งและการหาเข้าหากลุ่มลูกค้าได้ถูกกลุ่มจะทำให้คุณได้รายได้ที่เป็นรายรับประจำ และสามารถใช้การบอกต่อปากต่อปากของลูกค้าเหล่านั้นเพื่อเป็นช่องทางโปรโมทร้านทางอ้อมได้อีกด้วย
2.รับจ้างงานแปล หรือ งานวาดรูป
สำหรับด้านนี้ถ้าคุณมีสกิลภาษาหรือสกิลในการวาดรูป อย่ารอช้าที่จะนำมาทำรายได้ให้แก่คุณ เพราะนอกจากคุณจะไม่จำเป็นต้องออกแรงให้เหนื่อยแล้ว คุณยังสามารถใช้แค่อินเทอร์เน็ตและโน๊ตบุ๊คสักเครื่องในการทำเงินได้
เนื่องจากเป็นงานที่ใช้แรงใจรวมถึงสมองในการคิดพอสมควร อัตราค่าจ้างของงานเหล่านี้ก็จะสูงตามไปด้วย สำหรับมือใหม่เริ่มทำ
แนะนำให้ถามจากคนรู้จักที่เคยทำหรือหาผู้ที่พอจะรู้เรื่องพวกนี้เพื่อสอบถามเรทราคาที่เขาตั้งก่อน จะได้ไม่ขาดทุนเกินไป นอกเหนือจากนี้เราสามารถโพสงานในกรุ๊ปฟรีแลนซ์ต่าง ๆ เพื่อหางานได้อีกด้วย
หากผลงานเราดี อนาคตอาจมีแบรนด์ใหญ่ ๆ เข้ามาติดต่อหรือจ้างเราก็ได้ ถือว่าเป็นการทำงานที่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลย
3.ยูทูปเบอร์ / เกมเมอร์
ในยุคอินเทอร์เน็ตแพร่หลายแบบนี้ หลายคนก็ผันตัวมาเป็นยูทูปเบอร์หรือเกมเมอร์ ที่คุณใช้เพียงอุปกรณ์ไม่กี่อย่างก็สามารถสร้างรายรับได้เป็นอย่างดี
คุณสามารถเป็นทั้งคนหน้ากล้องเองหรือคนหลังกล้องแล้วสร้างคอนเทนต์สนุก ๆ ให้ผู้คนสนใจก็ได้
อาชีพนี้ทุกคนสามารถเริ่มทำได้ทันที และเป็นโอกาสที่ทุกคนสามารถเฉิดฉายได้ โดยไม่มีข้อผูกมัดจากใคร แถมนอกจากการเป็นยูทูปเบอร์จะสามารถทำได้ที่บ้านของคุณเองแล้ว ยังมีรายรับที่เยอะมากอีกด้วย ในกรณีที่คุณมียอดผู้เข้าชมเยอะ อาจมีแบรนด์ติดต่อเข้ามาให้คุณโฆษณาสินค้าอีกด้วย!
4.เล่นหุ้น
แม้เศรษฐกิจแบบนี้การเล่นหุ้นมีสิทธิที่จะเป็นการนำเงินไปวางทิ้ง ทว่าการซื้อเก็บไว้ก็ไม่ใช่ข้อเสียอะไร
หากคุณไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินในทันที เพราะหุ้นที่กำลังลง ในอนาคตอาจจะขึ้นและทำกำไรให้คุณอย่างคิดไม่ถึง ทว่าการลงทุนหุ้นจำเป็นต้องศึกษาหุ้นนั้น ๆ ให้ดีเสียก่อน ไม่งั้นจะกลายเป็นหุ้นที่ซื้อมาถูกแต่ยังไงก็ขายไม่ออกแทน
5.ขายของออนไลน์
ขาดไม่ได้เลยสำหรับการขายของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสอง สังคมการเอฟของในปัจจุบัน
มีตั้งแต่วัยรุ่นยันวัยเก๋า คุณสามารถขายของได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ในบ้านคุณที่ไม่ใช้แล้ว ก็สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ และคุณไม่ต้องเสียเงินต้นอีกด้วย ทั้งนี้ยิ่งของบางอย่างหากเป็นรุ่นพิเศษแล้ว สามารถอัปราคาได้ดีเลยทีเดียวเชียว
หากคุณอยากเริ่มต้นโดยไม่มีเงินทุน การขายของมือสองเป็นทางเลือกที่ดี แถมอาจทำให้บ้านคุณมีสเปซมากขึ้น เหมือนในเรื่องฮาวทูทิ้งที่ของไม่ใช้ก็เก็บทิ้ง เพียงแต่การทิ้งของคุณจะไม่ใช่แค่ทิ้งลงขยะแล้วจบ แต่เป็นการส่งต่อของที่เต็มไปด้วยความทรงจำนั้นให้เจ้าของคนต่อไปได้ดูแลแทน
การขายของหรือทำธุรกิจที่เริ่มได้จากบ้านเรา และทำได้ทันทีเป็นหนทางแห่งการหาเงินที่ดีสำหรับยุคโควิด
ที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางแพร่หลายเช่นตอนนี้ ยิ่งถ้าคุณต้องการขายสินค้า ตอนนี้มีหลายแพลตฟอร์ม
มากมายให้คุณเลือกใช้
แอปพลิเคชันหรือเว็บ Kaidee ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่ที่คุณสามารถขายของมือสองให้แก่บุคคลอื่นได้
โดยการันตีว่า ทั้งตัวผู้ซื้อและผู้ขายจะได้รับบริการและการซื้อขายสะดวกแสนประทับใจแน่นอน