Jan 31, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
กระแสการซื้อต้นไม้ เป็นกระแสยอดนิยมต่อเนื่อง ชนิดที่ว่ามองไปบ้านไหน ห้องไหน จะต้องมีต้นไม้วางตั้งอยู่ บางบ้านถึงกับแปลงโฉมให้มีสวนอยู่กลางบ้าน หรือเปลี่ยนห้องนอนเป็นโทนสีเขียวจากต้นไม้กันเลยทีเดียว จนบนโซเชียลมีเดีย เต็มไปด้วยรูปที่เพื่อนๆถ่ายต้นไม้มาอวดกันเกือบจะทุกคน เอาล่ะ จะขอไปเข้าสายเขียวกับเพื่อนแล้ว ไปเลือกต้นไม้ที่ตลาดต้นไม้กัน มีที่ไหนให้เราไปจับจองต้นไม้บ้างนะ ไปหาดู หาซื้อกันเถอะ เดี๋ยวจะคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง
ส่วนใหญ่เขาไปซื้อต้นไม้ที่ไหนกันนะ
ยังคงมีอีกหลายคนที่อยากได้ต้นไม้มาประดับบ้าน เนรมิตห้องให้เป็นสายคลีน สายเขียวกันอยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้จะไปซื้อต้นไม้ที่ไหนดี วันนี้เรารวมแหล่งซื้อต้นไม้สุดชิค บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองมาให้แล้ว อยู่ใกล้ที่ไหน ก็รีบบึ่งรถไปที่นั่นกัน
ตลาดนัดจตุจักร
ตลาดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก เวลาเอ่ยชื่อถึงคงไม่มีใครไม่รู้จักตลาดนี้ อย่าง ตลาดนัดจตุจักร ตลาดที่เดินทางง่าย จะขับรถไปเองก็ได้ รถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที เป็นแหล่งรวมของกินของใช้ ไลฟ์สไตล์ และยังเป็นอาณาจักรต้นไม้ที่ใหญ่มาก ในเขตกรุงเทพฯ ใครที่ชื่นชอบพันธุ์ไม้แปลกๆ พันธุ์ไม้หายาก ต้นไม้ที่เขาฮิตนำมาแต่งบ้านกัน หรือใครอยากได้ของแต่งสวนสวยๆ โมเดลปักต้นไม้ อุปกรณ์จัดสวนสวย แนะนำว่าให้มาที่ตลาดนัดจตุจักร โดยตลาดต้นไม้ที่จตุจักรไม่ได้เป็นตลาดต้นไม้ที่ตั้งร้านยาวๆเหมือนกับตลาดอื่น หากต้องการเลือกซื้อต้นไม้แบบจุใจ แนะนำให้ไปวันอังคาร ถึง วันพฤหัสบดี เพราะจะมีร้านต้นไม้จากทั่วทุกสารทิศมาตั้งร้านที่ตลาดนี้
ตลาดจตุจักร เป็นตลาดต้นไม้กลางเมืองที่เต็มไปด้วยร้านต้นไม้นานาพันธุ์ และมีมากมายหลายร้าน ทั้งร้านที่ตั้งตรงถนนด้านในรอบตลาด ยังมีหลายตรอกซอกซอยให้เลือกซื้อกันอย่างไม่มีเบื่อ นอกจากต้นไม้ที่เหล่าพ่อค้าแม่ขายนำมาเป็นร้อยสายพันธุ์แล้ว ยังแอบพ่วงด้วยตลาดสัตว์เลี้ยง ตั้งอยู่โซนใกล้ๆกับตลาดต้นไม้ ใครที่ชอบต้นไม้ อยากเลือกต้นไม้ไปไว้ที่บ้าน ตั้งไว้ในออฟฟิศแบบหนำใจ แนะนำว่าตลาดนัดจตุจักรคือที่สุดแห่งต้นไม้กลางเมือง รับรองได้ว่า ต้องเดินเลือกกันจนขาลากไปเลยแหละ
พิกัด : ตลาดนัดจตุจักร
แผนที่ : https://goo.gl/maps/xC6pJnKz2TastkZ7A
เปิดตลาด : อังคาร กลางคืน ถึง วันพฤหัสบดี
การเดินทาง : BTS หมอชิต, MRT กำแพงเพชร หรือสวนจตุจักร, รถประจำทางสาธารณะ และรถยนต์ส่วนตัว
ตลาดต้นไม้ปองโย
ตลาดต้นไม้สำหรับคนอยู่ใจกลางเมือง ที่ต้องการสัมผัสความรู้สึกของการไปเดินเลือกต้นไม้ในบรรยากาศวอร์มมิ่ง สีขาวของร้านต้นไม้ที่เพิ่มลูกเล่นการตกแต่งพื้นที่ด้วยไฟ LED สีวอร์มไลท์ ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ด้วยบรรยากาศที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาให้เข้ากับธรรมชาติ ทำให้คุณรู้สึกชุ่มฉ่ำใจราวกับยืนอยู่บนยอดดอยทางภาคเหนือในช่วงฤดูหนาว
ตลาด pongyo เป็นตลาดต้นไม้ที่อยู่ในโครงการ Sansiri Backyard T77 Community กลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองลูกบ้านแบบ one stop services และยังให้บริการบุคคลภายในโครงการอีกด้วย บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ ซึ่งในปองโย มีโซนต้นไม้ที่จัดไว้ทั้งหมด 7 โซน เริ่มที่โซนไม้หลากประเภท (Mix plants), โซนแคตตัส (Cactus), โซนเฟิร์น (Fern), โซนไม้ดอก (Flora), โซนไม้ฟอกอากาศ (Air Purifying), โซนกระถางต้นไม้ (Pots), โซนวัสดุปลูก (Plants Materials) แถมถ้าใครที่เดินเลือกต้นไม้จนเหนื่อย ปองโยมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งพัก รวมทั้งยังมีกิจกรรมอื่นๆให้เลือกทำอีกหลายอย่าง เช่น เการเพ้นท์กระถาง, เพ้นท์กระเป๋าผ้า และการปลูกต้นไม้ บอกได้เลยว่าใครรักการปลูกต้นไม้ มาที่ปองโย ครบจบในที่เดียว
พิกัด : โครงการ Sansiri Backyard T77 Community, Sukhumvit 77
แผนที่ : https://bit.ly/38Ndaey
เปิดตลาด : ทุกวัน เวลา 09.00 – 19.00 น.
การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว
ตลาดต้นไม้บุญยง บางใหญ่
บ้านใครที่อยู่บริเวณกรุงเทพฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หรือแถบจังหวัดนนทบุรี ที่ไม่อภิรมย์กับการเดินทางเข้าเมืองจอแจอย่างกรุงเทพมากสักเท่าไร เราขอแนะนำตลาดต้นไม้โซนใกล้เมือง อยู่แค่บางใหญ่ นนทบุรี นี่เอง ตลาดบุญยง ที่มีรีวิวในโซเชียลหลากหลาย เดินทางง่าย แค่ปัก Google Maps ตลาดบุญยงเป็นตลาดที่รวบรวมต้นไม้ทั้งสายพันธุ์เล็ก ปลูกในบ้านได้ ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกประดับตกแต่งนอกบ้าน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดต้นไม้ขนาดกลางและขนาดใหญ่มากกว่าขนาดเล็ก หรือใครอยากได้พืชผักสวนครัว ที่ตลาดบุญยงก็มี
หากใครที่มีต้นไม้แล้ว แต่อยากได้กระถางสวยๆ ทั้งแบบมินิมัล ปูนเปลือย เซรามิค กระถางดินเผา ตะกร้าสานแบบที่หลายๆบ้านนิยมซื้อไปใส่ต้นไม้ อุปกรณ์แต่งสวน หินสวยๆเอาไว้ไปแต่งพื้นทางเดิน แต่งพื้นสวนสวย หรือกระถาง อ่างน้ำพุ ที่เอาไว้จัดสวนได้หลายแบบ แถมราคาถูก ราคาประหยัด แบ่งโซนขายอย่างชัดเจน เป็นโซนต้นไม้ โซนกระถาง และโซนจัดของสวย
พิกัด : บางใหญ่ จ.นนทบุรี (ใกล้ห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต)
แผนที่ : https://goo.gl/maps/gCQ6NeYRB2MGXoCC8
เปิดตลาด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
การเดินทาง : MRT ตลาดบางใหญ่ นั่งรถต่ออีก 2-3 นาที หรือจะขับรถส่วนตัวมาก็ได้
ตลาดต้นไม้มีนบุรี
สำหรับใครที่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง ไม่ได้อยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ต้องเศร้าใจไปนะทุกคน เพราะว่าเราได้ไปส่องตลาดต้นไม้ที่อยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ มาฝากทุกคนแล้ว นั่นก็คือ ตลาดต้นไม้มีนบุรี หรือที่เรียกติดปากกันว่า จตุจักรมีนบุรี ซึ่งตลาดนี้ได้ชื่อว่าเป็นตลาดต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ใครที่บ้านอยู่ฝั่งมีนบุรี หนองจอก หรือบริเวณใกล้เคียง รับรองว่าไม่ต้องเดินทางไปรถติดให้หงุดหงิดใจ เพราะตลาดนี้เดินทางง่าย รถไม่วุ่นวายเท่าฝั่งในเมือง
ตลาดต้นไม้มีนบุรี หรือตลาดจตุจักรมีนบุรี เป็นตลาดที่รวมต้นไม้นานาชนิดไว้ แต่จะเน้นไปที่ไม้ประดับ และอุปกรณ์ตกแต่งสวนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนใครที่มองหาต้นไม้ใหญ่ที่นี่ก็มีนะ แต่ว่าอาจจะไม่เยอะเท่าตลาดอื่นๆ ไม้ดอก ดอกไม้ก็มีนะ เผื่อว่าใครอยากได้สีสันสวยๆจากไม้ดอกไปประดับตกแต่งสวนที่บ้าน จะบอกว่า ที่จตุจักรมีนบุรีไม่ได้มีแค่ต้นไม้เพียงเท่านั้น ใครที่ซื้อต้นไม้เสร็จ อยากช้อปปิ้งต่อ มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะในจตุจักรมีนบุรียังมีของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ให้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานเลยล่ะ
พิกัด : ตลาดจตุจักรมีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี กทม.
แผนที่ : https://goo.gl/maps/aV2hU3QkqiVSdYXB8
เปิดตลาด : ทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.
การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว, รถขนส่งประจำทาง
Kaidee
ตลาดอีกหนึ่งแห่งที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากออกไปช้อปปิ้งข้างนอก ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่สถาการณ์โควิด-19 กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวทุกที จะออกไปไหนก็แอบเสี่ยงอันตรายพอสมควร งั้นเราหันมาช้อปปิ้งแบบปลอดภัย ลดเสี่ยงโควิด-19 ด้วยการช้อปปิ้งผ่านแอปพลิเคชันที่รวบรวมของที่คุณต้องการมาไว้ในที่เดียว อย่าง Kaidee ที่คุณสามารถเลือกของได้เสมือนว่าเดินอยู่กลางตลาดต้นไม้ที่มีมากมายหลายร้อยร้าน
ในแอปพลิเคชัน kaidee รวมพ่อค้าแม่ค้ามากมายหลายร้อยคน มารวมตัวกันเพื่อนำของมาขาย และหนึ่งในนั้นคือ เหล่าต้นไม้ที่เรากำลังทำการตามหาอยู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ ของตกแต่งสวน กระถาง อุปกรณ์ปลูกและดูแลต้นไม้ต่างๆ ก็มีครบพร้อม นั่งเลือกของในห้องแอร์เย็นๆได้อย่างสบายๆ จะเลิกงานสี่ทุ่มมาช้อปปิ้งก็ย่อมได้ ไม่ต้องตาลีตาเหลือกรีบไปเพราะกลัวตลาดปิด ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินจนขาลาก แต่อาจจะเมื่อยนิ้วปัดเลือกของหน่อยนะ เพราะมีเยอะมากจนตัดสินใจเลือกไม่ถูกเลย
พิกัด : ปัดเลือกได้ตลอดเวลา จะนอนอยู่บนเตียงก็ปัดได้
แผนที่ : จะบ้าน ที่ทำงาน หรือนั่งอยู่ริมทะเลก็ซื้อได้
เปิดตลาด : ทุกวัน ไม่มีวันไหนที่หยุด ยกเว้น อินเตอร์เน็ตมือถือหมด
การเดินทาง : ไม่ต้องเดินให้ยุ่งยาก นอนอยู่บ้านก็ซื้อได้
มีทริคมาฝาก เคล็ดลับในการเลือกซื้อต้นไม้
ก่อนจากกันไปในบทความนี้ ใครที่กำลังจะสตาร์ทรถออกไปซื้อต้นไม้ หรือนั่งเลือกอยู่ที่บ้าน เราขอเอาทริคดีๆที่จะทำให้คุณได้ต้นไม้ที่ดี ราคาถูก แต่คุณภาพจัดเต็ม ด้วยการสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของต้นไม้ที่จะมาอยู่กับเรา เพื่อต้นไม้ที่เราเลือกมาจะได้อยู่กับเราไปนานๆ
เลือกซื้อต้นไม้ โดยการตรวจสอบความสมบูรณ์ของพรรณไม้ที่ก่อนซื้อ
ควรเลือกต้นไม้ที่ไม่เกาะกลุ่มกับต้นอื่นมากเกินไป เพราะต้นไม้ที่อยู่เป็นกลุ่มก้อนมากเกินไป รากจะระบายอากาศได้ไม่ดี และต้นไม้ที่อยู่เป็นกลุ่มก้อนเราต้องพิจารณาผิวดินว่ามีตะไคร่เกาะไหม ดินแฉะจนมีความเสี่ยงที่จะทำให้รากเป็นราหรือไม่ เพื่อป้องกันการที่เราจะได้ต้นไม้ที่อ่อนแอกลับไป
ใครที่จะซื้อต้นไม้อวบน้ำ สังเกตดีๆนะคะ เพราะว่าแม่ค้าพ่อค้าบางท่านอาจจะเพิ่งตัดมาปักชำ ทำให้ยังไม่มีรากยึดเกาะกับดินที่ปลูก และ สำหรับต้นไม้พันธุ์ไม้แบบแคระ เป็นพันธุ์ใหม่ อันนี้ก็ต้องดูให้ดีเช่นกัน เพื่อไม่ให้โดนย้อมแมว ฉะนั้นก่อนซื้ออย่าลืมตรวจสอบให้ละเอียดนะ
จะให้ดีควรซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ หรือจะให้ดีตรงไปที่สวนเลยจะยิ่งดีมาก ต้นไม้ต้นไหนอยู่นอกร้านอาจจะต้องดูให้ดีๆ เพราะอาจจะได้รับการดูแลที่ไม่ดีมากพอ
อย่าตื่นเต้นกับต้นไม้มากเกินไป และควรหาข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ การดูแล ไปพอสมควร พ่อค้าแม่ขายเขาจะได้ไม่มาโก่งราคากับเรา
เลือกต้นไม้ที่ชอบ ดูแลต้นไม้ที่ใช่ ก็เหมือนการเติมพลังบวกให้ชีวิต
ต้นไม้เป็นตัวแทนของความสงบ ร่มเย็น แม้ว่าต้นไม้ที่เราเลือกไปจะเป็นต้นไม้ ต้นเล็กๆ ไม่ได้มีร่มเงาไว้คอยปกป้องเราจากแสงแดดเหมือนต้นไม้ใหญ่ แต่ต้นไม้คือตัวแทนของความสบายใจเมื่อเราได้ใช้เวลาดูแล ได้พักสายตาอ่อนล้าจากความเหน็ดเหนื่อยในแต่ละวัน ต้นไม้จึงเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาให้สภาพจิตใจของเราดีขึ้นได้โดยที่เราแทบจะไม่รู้ตัวด้วย
Jan 31, 2021 | บทความอสังหาฯ
สีทาบ้าน ไอเท็มที่หลาย ๆ คนต้องการเมื่อรีโนเวทบ้าน เพราะการทาสีผนังห้องด้วยสีเฉดต่าง ๆ จะสร้างบรรยากาศให้กับบ้าน ซึ่งรู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว สีทาบ้านสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทนอกจากสีทาภายในและภายนอก โดยแต่ละประเภทก็เหมาะกับการใช้งานและการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนที่เริ่มทำการทาสีบ้านเราก็ควรที่จะศึกษาประเภทของสีทาบ้าน และวิธีการเลือกซื้อสีทาบ้าน ให้เหมาะกับห้องเพื่อความสวยงามและสีที่ติดทนนาน
ขอบคุณรูปจาก: Jacob Elliott
ประเภทของ สีทาบ้าน
สีทาบ้านสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
สีน้ำอะคริลิกหรือสีน้ำพลาสติก
สีทาบ้านที่ได้รับความนิยมมาก มีส่วนประกอบของน้ำในการทำละลาย ซึ่งเป็นสีประเภทที่เหมาะสำหรับการทาบนพื้นปูน พื้นซีเมนต์ หรือพื้นคอนกรีต สีทาบ้านประเภทนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
สีภายนอก มีราคาที่มากกว่าสีทาภายใน เป็น สีทาบ้าน ที่ใช้ในการทาสีภายนอกบ้าน มีส่วนประกอบของอะคริลิก และสารอื่น ๆ ที่ช่วยป้องกันความร้อน ฝน และสิ่งสกปรกอื่น จากสภาพอากาศภายนอกได้ และถ้าหากเลือกสีทาบ้านประเภทนี้ไม่ดีพอก็อาจทำให้เกิดการหลุดลอกของสีได้ ซึ่งสีภายนอกสามารถใช้ได้ทั้งภายนอกและภายในเลยทีเดียว
สีทาภายใน โดยปกติแล้ว สีทาภายในเป็นสีทาบ้านที่มีส่วนผสมของเนื้อสีแทบจะ 100% โดยไม่มีสารอื่น ๆ ยกเว้นเสียว่าจะมีการเพิ่มสารที่มีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เช่น สารที่ช่วยให้ทำความสะอาดง่าย หรือสารที่ทำให้สีทาบ้านมีความแวววาวมากขึ้น โดยสีทาบ้านประเภทสีทาภายในนั้น ผลิตขึ้นเพื่อการทาภายในอาคาร ทำให้ถ้าหากนำสีเหล่านี้ไปทาภายนอกบ้าน สีอาจเกิดการหลุดลอกหรือซีดจางได้ ซึ่งข้อดีของสีทาภายในคือมีสารเคมีและกลิ่นที่น้อยกว่าสีทาภายนอก
ขอบคุณรูปจาก: Sean Litchfield
สีย้อมไม้
สีทาบ้านที่ใช้ทาเฟอร์นิเจอร์ไม้ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สีรองพื้นและสีทาไม้จริง ซึ่งสีย้อมไม้เป็น สีทาบ้านที่นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังช่วยในการรักษาเนื้อไม้ให้มีสภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาจใช้แชร็ค แลคเกอร์ หรือยูรีเทน ซึ่งเป็นสีย้อมไม้เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับไม้ต่าง ๆ
สีน้ำมัน
สีทาบ้านที่มีความเงาสวยจากส่วนผสมของน้ำมันหรือทินเนอร์ซึ่งเป็นตัวทำละลาย มักจะใช้ทาบนไม้หรือเหล็ก แต่สามารถทาบนพื้นคอนกรีตหรือปูนได้เช่นกัน และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้สีน้ำมันเป็นสีทาบ้านที่ทำความสะอาดได้ง่าย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงและแห้งช้า
สีหลังคา
หรือที่นิยมเรียกว่าสีทากระเบื้องหลังคา ซึ่งสีทาบ้านประเภทนี้เป็นสีอะคริลิกพอลิเมอร์ ที่ผสมกับสารสะท้อนรังสียูวี หรือสารที่ป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน แต่ก็มีข้อเสียคือสีทาบ้านประเภทนี้จะทำให้สีหลังคามีความซีดจางลง หรือหากต้องการป้องกันความร้อนเราก็สามารถใช้ฉนวนกันความร้อนได้เช่นกัน คลิกดูบทความ >> เปลี่ยนบ้านร้อนเป็นบ้านเย็นด้วยฉนวนกันความร้อนหลังคา
สีรองพื้นปูน
สีทาบ้านที่ช่วยลดความเป็นกรดของพื้นคอนกรีต ปูน ก่อนลงสีอื่น ๆ ทับลงไป นอกจากนี้การใช้สีทาบ้านประเภทนี้ยังเป็นการเพิ่มความเหนียวแน่นของสีในการยึดกับผนังให้แน่นขึ้น แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ สีรองพื้นปูนใหม่ และสีรองพื้นปูนเก่า
สีกันสนิม
เป็นสีทาบ้านที่ใช้วัสดุที่เป็นเหล็กเพื่อกันสนิมก่อนทาสีน้ำมันทับลงไป เป็นสีทาบ้านที่มีคุณสมบัติให้สีเคลือบติดกับวัสดุแน่นยิ่งขึ้น กันสนิม หรือยืดเวลาการเกิดสนิมได้ ซึ่งสีทาบ้านประเภทนี้สามารถแบ่งเป็นสีรองพื้นกันสนิมเหล็กทั่วไป และ สีรองพื้นกันสนิมเหล็กอุตสาหกรรม
สีกัลวาไนซ์
สีทาบ้านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีคุณสมบัติในการป้องกันการกัดกร่อนและเพิ่มความทนทานให้กับเหล็ก สามารถแห้งได้ภายใน 1-2 ชม. ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เองที่สีกัลวาไนซ์เป็นสีทาบ้านที่มีความประหยัดคุ้มค่ามากกว่าสีน้ำมัน รวมถึงยังสามารถยึดเกาะวัสดุได้มากกว่าอีกด้วย
คัลเลอร์ซีเมนต์
นวัตกรรมการผสมสีทาบ้านกับเนื้อซีเมนต์ มีคุณสมบัติในการยึดเกาะผิวซีเมนต์ได้ดี ทำให้มีความทนทานมาก ช่วยปกปิดรอยแตกขนาดเล็ก ไม่มีปัญหาการหลุด ปลอดภัยกับธรรมชาติ และสามารถทาสีด้วยวิธีต่าง ๆ ที่แตกต่างกันได้โดยที่ไม่ต้องรองพื้นก่อน
การเลือก สีทาบ้าน
การทาสีบ้านที่ดีควรจะเลือกสีทาบ้านที่เหมาะสมและใส่ในรายละเอียดต่าง ๆ ในการเลือกเพื่อความคงทนของสีและพื้นผิวบ้านของเราโดยเฉพาะการเลือกเกรดสีที่มีคุณภาพดีหรือคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
พื้นผิวของวัสดุที่ต้องการจะทา และประเภทสีทาบ้านมีผลต่อความสามารถในการยึดเกาะพื้นผิว ดังนั้น การเลือกสีที่เหมาะสมกับพื้นผิวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
พื้นที่ที่ต้องการทา อยู่ที่บริเวณใด ถ้าหากว่าเป็นบริเวณภายนอกอาหาร การทาสีทาภายในอาจทำให้สีหลุดลอกได้ง่าย รวมถึงการทาสีภายในบ้านด้วยสีทาภายนอกอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านได้เช่นกัน
เฉดสีที่ต้องการ สามารถเลือกเฉดสีที่ต้องการทาโดยอาจอ้างอิงจาก สีมงคล จิตวิทยา หรือตามความชอบส่วนตัวของตนเอง
คลิกดูบทความ >> เคล็ดลับเลือกสีห้องตามหลักจิตวิทยาสี
คลิกดูบทความ >> เลือกสีห้องนอนตามวันเกิด ดวงปัง ชีวิตรุ่ง !
เกรดของ สีทาบ้าน ที่เราควรรู้
เกรดสีของสีทาบ้านสามารถแบ่งเป็น 4 เกรด ได้แก่ A, B, C และ D ซึ่งแต่ละเกรดก็มีคุณสมบัติที่ความแตกต่างกันดังนี้
เกรด A (เกรด Premium) มีส่วนผสมของอะคริลิก 100% ถือเป็นสีทาบ้านที่มีคุณภาพสูง มีอายุการใช้งานยาวถึง 5-10 ปี นำเข้าจากฝั่งทวีปยุโรป
เกรด B (เกรด Medium) มีส่วนผสมของอะคริลิก 100% เป็นสีทาบ้านที่มีคุณภาพกลาง มีอายุการใช้งานยาว 3-5 ปี นำเข้าจากฝั่งทวีปเอเชีย
เกรด (C เกรด Econom) มีส่วนผสมของอะคริลิก 70% เป็นสีทาบ้านที่มีคุณภาพพอใช้ มีอายุการใช้งานยาว 1-3 ปี
เกรด D เป็นสีทาบ้านที่มีคุณภาพต่ำที่สุด เพราะมีสารอื่น ๆ นอกเหนือจากอะคริลิกถึง 30% และจะน้อยลงตามราคาของสีนั้น ๆ
ขั้นตอนการทาสีบ้านให้เรียบเนียนสวยงาม
ใครว่าการทาสีบ้านเป็นเรื่องยาก วันนี้เรามาแนะนำวิธีการทาสีบ้านง่าย ๆ ให้บ้านของเรามีสีสันสวยงามคงทนเหมือนมืออาชีพ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ !
ขอบคุณรูปจาก: Dennis Oblander
เช็กสภาพและเตรียมพื้นผิว
การเช็กสภาพพื้นผิวบ้านก่อนทาสีบ้าน เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะพื้นผิวที่แตกต่างกันจำเป็นจะต้องใช้สีทาบ้านที่ต่างกัน โดยสามารถแบ่งพื้นผิวเป็น 2 ชนิด ดังนี้
พื้นผิวปูนเก่า มีสิ่งสกปรกจากฝุ่นหรือคราบไขมันจึงต้องลอกสีเดิมออกให้หมดก่อนและทำความสะอาดให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ 1 วัน ก่อนทาสีใหม่
พื้นผิวปูนใหม่ ตรวจสอบสิ่งสกปรกจากฝุ่น และตัวพื้นผิวชนิดนี้ ปูนฉาบจะมีการคายความชื้นออกมาจึงต้องมีการทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนการทาสีใหม่เพื่อป้องกันเชื้อราและคราบด่าง
เตรียมอุปกรณ์ทาสี
เลือกอุปกรณ์ทาสีบ้านให้มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับพื้นผิวนั้น ๆ ทั้งสีทาบ้าน แปรงทาสี เกรียง ลูกกลิ้ง และเทปกาวในการกั้นสีให้ไม่ออกนอกพื้นที่
ทาสีรองพื้น
การทาสีรองพื้นจะช่วยให้สีทาทับมีความเรียบเนียน ไม่หลุดลอก เกิดเชื้อรา หรือมีความซีดจางได้ ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สีรองพื้นปูนใหม่ และสีรองพื้นปูนเก่า
เริ่มทา สีทาบ้าน
โดยคำนึงถึงเฉดสี สูตรสีทาบ้านประเภทต่าง ๆ คุณสมบัติพิเศษ และอายุในการใช้งานของสีทาบ้าน โดยการใช้ลูกกลิ้ง แปรง หรือเกรียงในการทาสี
เก็บงานและตรวจความเรียบร้อย
ลอกเทปกาวที่กั้นพื้นที่สีทาบ้านออกมาหลังจากที่ทาสีเสร็จอย่างน้อย 1 วัน หลังจากนั้นจึงเก็บงานให้เรียบร้อยที่สุดเพื่อความสวยงาม
สรุปการใช้ สีทาบ้าน
เห็นได้ว่า สีทาบ้าน แต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกัน มีความเหมาะสมกับสภาพผิวที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เราจึงควรเลือกสีทาบ้านให้ถูกประเภทและวิธีการดูแลที่ถูกต้องที่สุด เพื่อความสวยงามของบ้าน ซึ่งใน Kaidee ก็มีอุปกรณ์ทาสีบ้านให้คุณได้เลือก หรือจะมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่คุณชื่นชอบใน Kaidee Property ก็ได้เช่นกัน 🙂
Jan 29, 2021 | บทความอสังหาฯ
“ทานข้าวนอกบ้านก็กลัวติดโควิด อยู่บ้านกินคนเดียวก็เหงา”
ชีวิตในยุคโควิดช่างไม่แน่ไม่นอนซะจริงๆ จากที่เคยสังสรรค์กับเพื่อนตระเวนหาร้านอร่อยอยู่ดีๆ ตอนนี้ต้องมาโบกมือลากลับบ้าน หิ้วกล่องข้าวน้อยนั่งทานเงียบๆ คนเดียว แต่อย่าเพิ่งเศร้ากันไปใหญ่ เพราะ Kaidee
มีไอเดียแจ่มๆ มาช่วยเนรมิตมื้ออาหารที่บ้านให้วันเดอร์ฟูลแบบไม่มีเหงา แถมยังอร่อยกว่าเดิมได้ด้วย
แดง ส้ม เหลือง ชวนหิว
จิตวิทยาสีใช้ได้ดีไม่เว้นแม้แต่เรื่องอาหารการกิน สังเกตไหมว่า อาหารจานไหนที่มีเครื่องเคียงสีแดง ส้ม หรือเหลือง มักดูน่าทานกว่าจานอื่นๆ เสมอ และนี่เป็นเคล็ดลับข้อแรกที่จะทำให้อาหารจานเดี่ยวของคุณน่ารับประทานยิ่งขึ้น เพียงเลือกเมนูที่ปรุงสดใหม่ ใช้วัตถุดิบสีสันสดใสหลากหลาย และเสริมด้วยเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้สามโทนสีข้างต้นมาแต้มแต่งส่วนต่างๆ ของโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นจานชาม ผ้าปูโต๊ะ หรือแจกันดอกไม้ เพื่อกระตุ้นความอยากอาหารแบบไม่ต้องพึ่งผงชูรส
ภาชนะดีไซน์เก๋ไก๋ ใส่อาหารอะไรก็อร่อย
จริงอยู่ที่เวลาต้องทานอะไรคนเดียว เรามักทำง่ายๆ ไว้ก่อน (แต่ไม่มักง่ายนะ) คือใส่กล่องมาอย่างไรก็เปิดกินซะอย่างนั้น ไม่ต้องใส่จงใส่จานให้วุ่นวาย แต่นั่นแหละที่ทำให้มื้ออาหารที่บ้านเหี่ยวเฉาลงไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ลองมาปรับพฤติกรรมใหม่กับไอเดียที่ว่าเมื่อจานสวยใส่อาหารอะไรก็อร่อยกันดู ไม่ว่าจะหยิบแกงถุงเทใส่ชามตราไก่ได้อารมณ์ย้อนยุค คลุกสลัดใส่จานเปลดีไซน์เก๋กรุ่นกลิ่นอายยุโรป จัดข้าวสวยใส่จานดินเผาแฮนด์เมดอย่างปราณีต เพียงเท่านี้ก็สร้างบรรยากาศได้เหมือนกับนั่งทานในร้านอาหารดีๆ แล้ว แถมยังสามารถถ่ายภาพลงโซเชียลอวดเพื่อนได้อีกด้วย
แสงมา เสียงมี นี่สิ! บรรยากาศที่ใช่
อยากอัปเลเวลการทานอาหารที่บ้านให้พิเศษขึ้นต้องใช้แสงสีและเสียงเข้าช่วย โดยติดโคมไฟสีเหลืองนวลสูงจากโต๊ะอาหารประมาณ 75 ซม. เป็นจังหวะที่กำลังสวย หรือให้สังเกตว่าไม่มีเงาดำปรากฏบนโต๊ะก็เป็นอันใช้ได้ แสงนวลๆ นี้นอกจากให้ความสว่างเห็นรายละเอียดของอาหารชัดเจนแล้ว ยังทำหน้าที่สปอตไลท์เมนูบนโต๊ะให้น่ารับประทานอีกด้วย
ถัดมาคือการทำลายความเงียบ (และความเหงา) ด้วยเสียง ไม่ว่าจะเปิดเพลงคลอเบาๆ ดูซีรีย์เกาหลีเรื่องโปรด หรือจะแอดวานซ์ถึงขั้นนัดเพื่อนๆ เข้า Zoom กินข้าวพร้อมกันแบบบ้านใครบ้านมันก็เป็นไอเดียสนุกหยุดเหงาได้เหมือนกันนะ
ฝึกกินอย่างมีสติ
มาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกันเถอะ ไหนๆ ต้องนั่งทานข้าวคนเดียวแล้วก็ใช้ช่วงเวลานี้ฝึกสติซะเลย เรียกว่า Mindful Eating คือการจดจ่ออยู่กับพฤติกรรมและกระบวนการบริโภคของตัวเอง ผ่านการสังเกตและค่อยๆ ตระหนักรู้จนชัดเจนภายในตน เช่น การกินอย่างช้าๆ เพื่อพิจารณารสชาติ สีสัน กลิ่น เนื้อสัมผัสของส่วนผสมต่างๆ การรับรู้ถึงเสียงและจังหวะในการเคี้ยว การฟังเสียงร่างกายว่าจริงๆ แล้วขณะนั้นเราหิวหรือแค่อยากทานกันแน่ ไปจนถึงความรู้สึกขอบคุณแหล่งที่มาของอาหารที่ทำให้เราอิ่มท้องและดำรงชีวิตอยู่ได้
มีงานวิจัยหลายชิ้นออกมาซัพพอร์ทวิถีการกินอย่างมีสติว่าดีต่อสุขภาพในองค์รวม สามารถเยียวยาโรคซึมเซา ลดความกังวล ปรับพฤติกรรมการทานอาหารให้สมดุล ไปจนถึงจัดการปัญหาน้ำหนักตัวได้อย่างดีทีเดียว
ทำเอง กินเอง นักเลงพอ
ทริคสุดท้ายของการทานข้าวที่บ้านยังไงไม่ให้เหงา คือสะบัดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเข้าครัวปรุงอาหารทานเองกันไปเลย รับรองว่าไม่มีเวลามานั่งเหงาหรือตัดพ้อโชคชะตาอย่างแน่นอน เพราะมีเรื่องให้ต้องโฟกัสมากมาย ทั้งการเลือกวัตถุดิบ สเต็ปการปรุง ไปจนถึงการครีเอทเมนูใหม่ๆ ที่อาจทำให้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเราก็แข่งเชฟกระทะเหล็กได้เหมือนกัน (ฮา) ที่สำคัญการปรุงอาหารทานเองยังการันตีความสด สะอาด ปลอดภัย ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากๆ
สรุปท้ายบทความ
การทานอาหารที่บ้านคนเดียวอาจดูเงียบเหงาบ้าง แต่ถ้าได้ลองเปลี่ยนบรรยากาศโดยเข้ามาช้อปกับ Kaidee ค้นหาจานสวยๆ พร๊อพแต่งโต๊ะทานอาหารให้ดูรื่นรมย์ หรือซื้อของสดมาปรุงเมนูโปรดทานอย่างมีสติแล้วล่ะก็ เราจะพบความสุขเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในจานอร่อยท่ามกลางความเงียบสงบอย่างแน่นอน