ขับรถขึ้นเขารับลมหนาวท้ายปี 2021 กับ New NISSAN TERRA

ขับรถขึ้นเขารับลมหนาวท้ายปี 2021 กับ New NISSAN TERRA

เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2021 เป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาล ที่เหมาะสำหรับกิจกรรมครอบครัว ซึ่งเราจะรีวิวการเดินทางไกลไปเที่ยวต่างจังหวัดรับลมหนาวสิ้นปีกับ New NISSAN TERRA 

หลังจากที่คนทั้งโลกรวมถึงประเทศไทยโดนล็อคดาวน์อยู่ในบ้านมานาน เชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้ออกไปเที่ยวหรือสัมผัสธรรมชาติเป็นเวลานานพอสมควร ถึงเวลาแล้วของการกลับออกไปสัมผัสธรรมชาติกับคนที่คุณรัก 

วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปเที่ยวรับลมหนาวที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเท่าไหร่แต่มีธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้พิเศษยิ่งกว่าครั้งไหนเพราะเราได้รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งออกใหม่ล่าสุดจากนิสสันอย่าง New NISSAN TERRA มาทดลองใช้ เพราะฉะนั้นบทความนี้เราจะรีวิวการใช้งานของ New NISSAN TERRA ในรูปแบบการเดินทางไกลออกไปหาประสบการณ์ใหม่กับคนที่เรารัก

ความอเนกประสงค์

หลังจากที่ได้จองที่พัก และวางแพลนการท่องเที่ยวเป็นที่เรียบร้อยเราก็เริ่มแพ็คสัมภาระ และนำของขึ้นรถ New NISSAN TERRA ก่อนที่จะออกเดินทาง ซึ่งเราได้สัมผัสกับฟังก์ชันความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ตั้งแต่ก่อนเดินทางซะอีกด้วย Auto Lift Gate หรือ ระบบประตูท้ายไฟฟ้าที่มาพร้อมเซนเซอร์ที่สะดวกสบาย และตอบโจทย์เมื่อคุณไม่มีมือว่างที่จะกดเปิดประตูท้ายก็สามารถแค่แกว่งเท้าเพื่อเปิดแบบอัตโนมัติได้อย่างสบายๆ

หลังจากเปิดประตูท้ายมาแล้วเราก็ได้พบกับความกว้างขวางของพื้นที่ภายในรถ New NISSAN TERRA บวกกับฟังก์ชันที่สามารถพับหรือปรับเบาะนั่งแถวที่ 3 ได้อย่างอิสระทำให้สามารถขนสัมภาระ หรืออุปกรณ์เพื่อไปทำกิจกรรม Outdoor กับคนที่คุณรักได้อย่างจุใจ ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้นอกจากจะขนสัมภาระการเดินทางทั่วไปแล้วพื้นที่เก็บสัมภาระภายในห้องโดยสารก็ยังคงเหลือพื้นให้สามารถเก็บสิ่งของได้อีกมากมายครั้งนี้เราเลยจัดเต็มขนอุปกรณ์แคมป์ปิ้งที่มีทั้งเก้าอี้สนาม โต๊ะสนาม รวมถึงเต้นท์ และกีตาร์ เพื่อไปสร้างความสนุก และทำกิจกรรมกับคนที่คุณรักได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

อัตราเร่ง และ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

หลังจากที่เราได้นำสัมภาระขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว เราได้แวะเติมน้ำมันก่อนที่จะออกเดินทางซึ่ง New NISSAN TERRA คันนี้มีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 78 ลิตร เรียกได้ว่าเติมเต็มถังครั้งเดียวไปเขาใหญ่ได้ทั้งขาไปและกลับเลยทีเดียว

ในส่วนของอัตราเร่งของ New NISSAN TERRA กับการเดินทางไกลบนถนนที่ใช้ความเร็วค่อนข้างสูงทำให้รู้สึกได้ว่าอัตราเร่งของ New NISSAN TERRA ตอบสนองต่อการแซงที่ต้องใช้ความเร็วได้อย่างดีเยี่ยมด้วยพลังเครื่องยนต์ขนาดความจุ 2.3 ลิตรที่มาพร้อมเทอร์โบคู่ทำให้เร่งแซงได้ตามใจสั่งที่ให้แรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า และแรงบิดที่ 450 นิวตัน-เมตร ผสานกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 สปีด และโหมดแมนนวลที่มีให้สลับใช้เพื่อความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่าง และรองรับในทุกการเดินทางอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งจากการได้ใช้งาน และขับขี่จริงต้องบอกว่าสำหรับความแรงสเปคนี้ถือว่าแรงเกินพอในการเดินทางไกลอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าขณะเดินทางจะมีทั้งผู้โดยสาร และสัมภาระบนรถที่มีน้ำหนัก แต่เจ้า New NISSAN TERRA คันนี้ก็แรงดีไม่มีแผ่วในตลอดการเดินทาง

มากไปกว่านั้น New NISSAN TERRA ยังพร้อมพาคุณลุย และแกร่งไปในทุกที่ขับสบายทุกเส้นทางด้วยโครงสร้างเซสซีส์ที่ทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคันผสานการทำงานกันอย่างลงตัวกับระบบกันสั่นสะเทือนหลังแบบ 5 ลิ้งค์ที่ทำให้การเดินทางของเราทั้งแกร่ง และนุ่มนวลในตลอดทางเรียกได้ว่าเป็นรถครอบครัวที่ครบองค์ประกอบมากที่สามารถลุยได้แบบไม่หวั่น หรือจะขับอย่างนิ่มนวลก็ตอบโจทย์

จากการที่ได้ลองนั่งเบาะนั่งแถวกลางและหลังแล้ว เจ้า New NISSAN TERRA เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ใส่ใจความสะดวกสบายในทุกที่นั่งอย่างแท้จริงด้วยช่วงล่างที่ถูกคิดค้นและพัฒนามาอย่างดีเพื่อมอบการขับเคลื่อนที่นุ่มนวล ช่วงล่างไม่เด้งไม่โยน เหมาะกับการเดินทางไกลที่แฝงไว้ด้วยความสบายที่คาดไม่ถึง

Entertainment ระหว่างเดินทางไกล

นอกจากดีไซน์ภายนอก และขุมพลังแล้วนั้นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือฟังก์ชัน entertainment ภายในรถที่จะช่วยมอบความสะดวกสบาย และความบันเทิงขณะเดินทางไกลหรือในจังหวะที่รถติด ซึ่งจากการที่ได้ใช้งานจริงต้องบอกเลยว่าถ้าได้มาอยู่ภายในรถ New NISSAN TERRA คันนี้ไม่มีเบื่อแน่นอน เพราะ New NISSAN TERRA เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งสายครอบครัวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และฟังก์ชัน entertainment มากมายภายในรถ เช่น จอ Smart TV ขนาด 11 นิ้วติดอยู่บนเพดาน และลำโพง Bose แบรนด์ดังระดับโลกทำให้สามารถชมรายการโปรดบนโลกออนไลน์อย่าง Youtube, Netflix หรือฟังเพลงได้อย่างง่ายดายด้วยความคมชัดทั้งภาพและเสียงแบบดิจิตอล

พร้อมกับความสบายตลอดทางด้วย Theatre Style Seating เพื่อมุมมองการนั่งที่โปร่งโล่งสบายได้จากทุกที่นั่ง และ Acoustic Glass ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีเยี่ยม ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางอีกระดับที่แตกต่างในรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง

นอกจากความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัดในขณะการเดินทางแล้วยังปลอดภัย และมั่นใจทั้งครอบครัวด้วยระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยหลักใน New NISSAN TERRA นั่นคือระบบ 360 Safety SHIELD นั่นเองเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ปกป้องคุณแบบรอบด้านและครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ เช่น Lane Departure Warning (LDW) หรือระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง เนื่องจากการขับรถทางไกลเป็นการขับขี่ที่ต้องใช้สมาธิเป็นเวลานานซึ่งเจ้าระบบช่วยเตือนอันนี้มีประโยชน์มากเพราะนอกจากการเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลนแล้ว ถ้าเรากำลังเปลี่ยนทิศทางออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวตัวระบบก็จะแจ้งเตือนทันทีเช่นกันทำให้ช่วยเพิ่มสมาธิ และความระมัดระวังในการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยงให้ผู้ขับได้อย่างดีเยี่ยม 

รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น Rear Cross Traffic Alert (RCTA), จอแสดงภาพระยะพื้นที่รอบตัวรถแบบ 360 องศา (IAVM), เตือนรถในจุดอับสายตา (BSW), เบรคอัจฉริยะป้องกันอุบัติเหตุหรือการชน (IEB) และ เซนเซอร์เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (IFCW) หรือสามารถอ่านบทความรีวิวการทำงานของเทคโนโลยีความปลอดภัยใน New NISSAN TERRA แบบละเอียดได้ที่ The Good Life by Kaidee

สมรรถนะ เช่น ขับเคลื่อน 4×4, Off-road

หลังจากที่เราได้เดินทางมาถึงเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เราก็ได้มุ่งหน้าไปที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ใครก็ต้องมาเมื่อมาเยือนเปรียบเสมือนแลนด์มาร์คแห่งเขาใหญ่ เนื่องจากเป็นที่ๆ มีธรรมาชาติสวยงาม และร่มลื่นบนบริเวณจุดชมวิว

ซึ่งการที่จะขึ้นไปรับลมหนาว หรือชมบรรยากาศแสนธรรมชาตินั้น เราต้องเดินทางขึ้นไปบนเขาตามจุดชมวิวต่างๆ สำหรับเราแล้วการเดินทางขึ้นเขาครั้งนี้เป็นเรื่องที่สบายมากเนื่องจากเราเดินทางมาด้วยรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความประทับใจก็คือฟังก์ชันเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่มีให้เลือกใช้ถึง 3 โหมดที่ประกอบด้วยระบบการขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ และโหมด 4 ล้อแบบความเร็วต่ำ (4LO) 

จากการใช้งานจริงต้องบอกว่า New NISSAN TERRA เป็นรถอเนกประสงค์ที่ไม่อเนกประสงค์แค่การบรรทุกสัมภาระ หรือผู้โดยสาร แต่ยังมอบความอเนกประสงค์ และอิสระในการขับขี่อีกด้วย เพราะตลอดการเดินทางกับ New NISSAN TERRA เราสามารถปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนให้เข้ากับทุกสภาพถนนได้อย่างอิสระไม่ว่าจะวิ่งบนทางเรียบที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อก็เพียงพอ หรือ ใช้ระบบขับเคลื่อน 4LO ขณะไต่ขึ้นไปจุดชมวิวบนอุทยานเขาใหญ่ซึ่งมีเส้นทางที่ค่อนข้างลาดชัน

ระหว่างการขับขี่รู้สึกว่าเป็นการขับรถขึ้นเขาที่สบายมากๆ เนื่องจากไม่ต้องใช้คันเร่งเยอะเพื่อเค้นสมรรถนะของเครื่อยนต์ ซึ่งในระหว่างการขับขี่เราได้สังเกตุจากเข็มวัดรอบหรือเสียงของเครื่องยนต์ทำให้รับรู้ได้เลยว่า New NISSAN TERRA คันนี้สามารถขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้อย่างสบายๆ ด้วยรอบความเร็วต่ำอย่างสบายๆ ทำให้สัมผัสการเหยียบคั่นเร่งแทบไม่ต่างกับการขับขี่บนถนนปกติสักเท่าไหร่

มากไปกว่านั้นอีกหนึ่งฟังก์ชันสุดล้ำที่คอยช่วยให้การขับขี่บนเส้นทางที่ลำบากให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นด้วย OFF-ROAD MODE ที่เมื่อเปิดโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อกล้องอัจฉริยะรอบทิศทางก็จะทำงานเพื่อช่วยเพิ่มมุมมองในการขับขี่ให้คุณควบคุมรถด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

New NISSAN TERRA ยังพร้อมพาคุณลุย และแกร่งไปในทุกที่ขับสบายทุกเส้นทางด้วยโครงสร้างแชสซีส์ที่ทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคันผสานการทำงานกันอย่างลงตัวกับระบบกันสั่นสะเทือนหลังแบบ 5 ลิ้งค์ที่ทำให้การเดินทางของเราทั้งแกร่ง และนุ่มนวล

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะการเดินทางในที่ลาดชันนั่นก็คือเบรกซึ่งจากการใช้งานจริงต้องบอกเลยว่าดิสก์เบรกใหม่ทั้ง 4 ล้อที่ให้มากับ New NISSAN TERRA คันนี้เบรกอยู่แบบสั่งได้ และเบรกได้อย่างต่อเนื่องแม้ขณะขับขี่บนที่ลาดชันเป็นเวลานานอย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

โดยรวมจากที่ได้ใช้งาน New NISSAN TERRA ในการเดินทางไกลไปเที่ยวต่างจังหวัดต้องบอกว่าสมแล้วกับที่เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งอันดับต้นๆ ในตลาดเพราะ New NISSAN TERRA คันนี้อเนกประสงค์ และตอบโจทย์ในทุกด้านจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอเนกประสงค์ สมรรถนะที่ทรงพลัง ความปลอดภัย และฟังก์ชันสุดล้ำครั้งแรกในรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง

New NISSAN TERRA เปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเนื่องจากเป็นรถครอบครัวที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งานของคนในครอบครัวได้อย่างครบครัน สามารถพาคุณ และคนที่คุณรักออกเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และอิสระในทุกการเดินทางพร้อมเอื้อกับทุกๆ กิจกรรมให้คุณได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขพิเศษกับคนในครอบครัว

สำหรับใครที่ชื่นชอบการอ่านบทความที่รวมความเจ๋ง หรือ ข่าวสารอัปเดตของ New NISSAN TERRA คันนี้ สามารถติดตามอ่านบทความกันได้ที่ The Good Life by Kaidee พร้อมดาวน์โหลดโบรชัวร์เพื่อดูสเปคได้ที่นี่

8 ร้านตึกแถวย่านอ่อนนุช-บางจาก-อุดมสุข ดีงามจนต้องแชร์โล (เคชัน)

8 ร้านตึกแถวย่านอ่อนนุช-บางจาก-อุดมสุข ดีงามจนต้องแชร์โล (เคชัน)

ถ้าจะบอกว่า “อยู่แถวนี้ ไม่ต้องกลัวอด” คงไม่ใช่เรื่องเว่อร์เกินไป เพราะอ่อนนุช บางจาก และอุดมสุขนั้นมีความเป็น Local สูง เป็นย่านอยู่อาศัยดั้งเดิมที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างธรรมดา มีร้านค้าในตึกแถวเป็นแหล่งจับจ่ายซื้อของกินของใช้ที่สามารถพึ่งพาอาศัยได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รวมไปถึงฝากท้องยามหิวกันได้บ่อยๆ

สำหรับร้านอาหารตึกแถวในย่านอ่อนนุช-บางจาก-อุดมสุข ต้องบอกว่ามีตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอยกันเลยทีเดียว อย่าง 8 ร้านเด็ดที่เราไปเสิร์ชเจอจาก IG การันตีว่าดีงามจนคุณเองก็ต้องอยาก Snap ภาพแล้วแชร์โล (เคชัน) ชวนเพื่อนมาลองลิ้มชิมรสด้วยตัวเอง

Sapporo Ramen Don Chan

เกือบจะเป็นร้านลับแห่งย่านอ่อนนุชไปแล้ว เพราะถ้าไม่เจาะจงไปหรือถ้าไม่สังเกตให้ดีก็จะหาSapporo Ramen Don Chan” นี้ไม่เจอ เนื่องจากร้านแฝงตัวเนียนๆ อยู่ในตึกแถว ลึกเข้าไปในซอยอ่อนนุช 1 อีกที และมีเพียงโคมไฟแขวนหน้าร้านเล็กๆ เป็นจุดสังเกตเท่านั้น 

ตัวร้านไม่ได้หรูหราอะไร แต่รสชาติความอร่อยมีคนช่วยการันตีว่าได้รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ แถมราคาไม่แพงอย่างที่คิด สำหรับเมนูแนะนำของร้านต้องยกให้มิโซะราเมน มาพร้อมน้ำซุปกระดูกหมูรสชาติกลมกล่อม กินแกล้มกับหมูชาชูนุ่มๆ ฟินไปเลย

Wongnai Rating : 4.0

Google Rating : 4.3

แผนที่ร้าน : https://g.page/ramen-donchan-ramk?share

เชลล์โภชนา

หากพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเนื้อในย่านอ่อนนุช ต้องยกให้ “เชลล์โภชนา” เป็นหนึ่งในตำนานความอร่อย ตัวร้านตั้งอยู่ในตึกแถวห้องหัวมุมปากซอยอ่อนนุช 46/2 มีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรแวะเวียนเข้าร้านไม่ขาดสาย

เคล็ดลับความอร่อยของร้านมาจากการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ปรุงรสด้วยความชำนาญจนได้รสชาติที่กลมกล่อมตั้งแต่น้ำซุปหอมหวาน เนื้อเปื่อยที่เปื่อยกำลังดี เนื้อสดลวกสุกไม่เหนียว และลูกชิ้นเนื้อทำเอง ทำให้ไม่ว่าจะเสิร์ฟแบบก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา หรือหม้อไฟก็เด็ดไม่แพ้กัน

Wongnai Rating : 4.5

Google Rating : 4.4

แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/DF8orG7M6gprDMKM6

เคี้ยง เยาวราช 

เป็นอีกร้านสไตล์อาคารพาณิชย์ที่อยู่คู่ซอยอ่อนนุชมาเนิ่นนาน ตั้งอยู่ใกล้ๆ ปากซอยอ่อนนุช 10 เมนูอร่อยขึ้นชื่อของ “เคี้ยงเยาวราช” ไม่ได้มีแค่ราดหน้า หรือผัดซีอิ๊วเท่านั้น ทุกวันนี้ร้านยังเสิร์ฟอาหารจานเดี่ยวอีกหลายเมนูที่ต้องบอกว่าอร่อยต้องลองมากๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวคอหมูทอดโบราณ เส้นหมี่ผัดกระเฉดหมูกรอบ หรือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ซึ่งแต่ละเมนูสตาร์ทที่จานละ 50-60 บาทเท่านั้น  

Wongnai Rating : 4.1

Google Rating : 4.3

แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/fQjwdtSyS4VTrczEA

เต็งไต๋ใช้ฮวด ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

ขยับมาที่ย่านบางจากกันบ้างกับร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าเจ้าเก๋าอย่าง “เต็งไต๋ใช้ฮวด” ร้านตึกแถวขนาดสองคูหา แถวหน้าปากซอยสุขุมวิท 62/2 สังเกตง่ายๆ ว่าอยู่ติดกับ BTS บางจาก ทางออกที่ 2 ถ้าลงลิฟต์มาก็ถึงหน้าร้านเลย 

ทีเด็ดของร้านที่ทำให้ทุกเมนูคือความอร่อยคือ “ลูกชิ้น” เพราะให้เนื้อสัมผัสกึ่งแน่นกึ่งโปร่งเด้ง ทั้งลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นรักบี้ ลูกชิ้นกุ้ง และฮื่อก้วย ซึ่งเมื่อนำมากินผสมกับเส้นที่เหนียวนุ่มและน้ำซุปอันกลมกล่อมจัดว่าเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ และถ้าใครยังไม่จุใจกับลูกชิ้นในชาม ยังสามารถสั่งเป็นจานเดียวเพิ่มได้อีก

Wongnai Rating :  3.6

Google Rating : 4.1

แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/qTbSTZbTxiMHY39Q9

กวางเจาสุกี้

ถัดจากร้านเต็งไต๋ใช้ฮวดไปอีกแค่ 1 คูหา เป็นอีกหนึ่งความดีงามของย่านบางจากที่เราขอแชร์โลเคชันกับเขาด้วย “กวางเจาสุกี้” ร้านสุกี้ Local ที่อบอวลกลิ่นอายความเป็นจีน-ไทยสมัยก่อนได้อย่างดี 

หากมากันหลายคน เมนูที่ต้องสั่งคงหนีไม่พ้นสุกี้หม้อใหญ่ที่สามารถเลือกเครื่องของสด และผักนานาชนิดได้อย่างจุใจ แต่ถ้าฉายเดี่ยวมาคนเดียว ทางร้านก็ยังมีบริการแบบ A-la-carte อาจลองเป็นสุกี้หมูน้ำที่มีความกลมกล่อมของน้ำซุป หมูหมักสูตรพิเศษ และน้ำจิ้มสุกี้สไตล์โบราณ หรือจะสั่งอาหารจีนทานเล่นๆ ก็มีให้เลือกมากมาย 

Wongnai Rating :  3.4

Google Rating : 4.1

แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/YkmfPF2VkgEdkGcG7

Arch Cafe

ว่าด้วยของคาวกันหลายร้านแล้ว ปรับอารมณ์มาที่ของหวานกับคาเฟ่ในตึกแถวที่ซ่อนตัวอยู่หลังบันไดทางขึ้น-ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี ใกล้ปากซอยสุขุมวิท 64 กันบ้าง 

“Arch Cafe” มีดีไซน์การตกแต่งโดดเด่นตามชื่อ สะท้อนผ่านซุ้มประตูทรงโค้งและหน้าต่างทรงกลม พร้อมองค์ประกอบแบบมินิมอลอื่นๆ ที่ชวนให้ต้องรีบยกมือถือขึ้นมาถ่ายและโพสต์ลง IG รัวๆ เช่นเดียวกับความเรียบง่ายของเมนูกาแฟที่ทางร้านต้องการให้คนทั่วไปสั่งได้ง่ายๆ กับเมนูเบสิคที่คุ้นเคยแต่แฝงด้วยคุณภาพคับแก้ว

Wongnai Rating :  3.8

Google Rating : 4.4

แผนที่ร้าน : https://g.page/ARCHBKK?share

แสนอร่อยโภชนา

ร้านอาหารจีนติดแอร์ในตึกแถวหัวมุม ปากซอยอุดมสุข 49 คือนิยามของ “แสนอร่อยโภชนา” ของดีย่านอุดมสุขที่ต้องรีบแชร์โลเคชัน ร้านนี้มีเมนูอร่อยเยอะมากกกก ทั้งสด ใหม่ ได้คุณภาพเต็มจาน ทั้งยอดกระเฉดไฟแดง ​กุ้งทอดสลัด ไก่แช่เหล้า​ ปลากระพงทอดน้ำปลา โกยซีหมี่ ปลาราดซีอิ้ว และอีกมากมายที่รับรองว่าต้องถูกปากอย่างแน่นอน

Wongnai Rating :  3.7

Google Rating : 4.2

แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/mHJbSs8vESrG9szj7

เลิศสุดาข้าวมันเป็ด

เคยได้ยินแต่ข้าวมันไก่ใช่ไหม? งั้นมาลองของแปลกกับ “เลิศสุดาข้าวมันเป็ด” เมนูชื่อขัดหูแต่บอกเลยว่ารสชาติอร่อยถูกใจแน่ๆ เราขอรับประกันด้วยอายุของร้านที่อยู่คู่ซอยอุดมสุข 40 มามากกว่า 10 ปี โดยเมนูไฮไลต์คือการนำเป็ดเนื้อนุ่มเหนียวเสิร์ฟคู่กับข้าวมัน ซดพร้อมน้ำซุปมะนาวดองสูตรเด็ดของร้าน ส่วนอีกเมนูที่มาแรงไม่แพ้กันคือข้าวหมกเป็ด โรยหอมเจียวทานคู่กรุบกริบเพลินไปเลย 

Wongnai Rating :  3.9

Google Rating : 4.4

แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/mXcnZerrPCuYkF7DA

สำหรับใครที่อยากสำรวจร้านอาหารสไตล์ตึกแถวที่มีรสชาติความอร่อยในระดับตำนานของย่านอ่อนนุช บางจาก อุดมสุข สามารถกดดูแผนที่ร้านแล้วไปตามกันได้เลย

ถ้าดีงามสมที่เราแนะนำก็อย่าลืมแชร์โลเคชันเผื่อให้คนใกล้ตัวร่วมอร่อยไปด้วยล่ะ

Cocoon Rama 9 คอนโดระดับพรีเมียม ใกล้ชิดธรรมชาติ แห่งย่านพระราม 9

Cocoon Rama 9 เป็นคอนโดระดับพรีเมียม ถูกพัฒนาโดย บริษัท รอแยลเฮ้าส์ อีเลฟเว่น จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทคลื่นลูกใหม่ แตกย่อยมาจากบริษัทพ่อ อย่างบริษัท Royal House แบบ Low Rise ความสูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 1 อาคารด้วยกัน

โดยดีไซน์ของโครงการ Cocoon พระราม 9 ทั้งภายนอก และภายใน นั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ “Simple Sensibility” ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นในรูปแบบของโครงการที่เน้นสไตล์แบบเรียบง่าย มีความใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยงานสถาปัตยกรรมที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ตั้งแต่ฟอร์นิเจอร์ พื้นหิน และโคมไฟหวาย ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่บ้านในวัยเด็กอย่างไร้ที่ติ

โดยทำเลที่ตั้งของโครงการจะอยู่ที่ พระราม 9 ซอย 59 อยู่ใกล้กับห้าง The Nine Center Rama 9 อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าสู่ย่าน CBD หรือย่านธุรกิจ อย่างรัชดาภิเษก ได้อย่างง่ายดาย

รูปแบบห้องของโครงการ Cocoon Rama 9

  • 1 ห้องนอน (Co-Mmon) ขนาด 26 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน (Co-Mfort) ขนาด 30 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน (Co-Nnect) ขนาด 33-35 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน (Co-Mpass) ขนาด 42-44 ตร.ม.

Highlight ของโครงการ Cocoon Rama 9

  • คอนโดสไตล์รีสอร์ท 1 อาคาร ทั้งหมด 146 ยูนิต ให้ความเป็นส่วนตัว
  • พื้นที่ส่วนกลาง ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-Working Space
  • เพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling
  • อยู่ติดโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และ ใกล้ห้างสรรพสินค้า The Nine Center Rama 9
  • อยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน เข้าออกเมืองได้สะดวก
  • ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท

Say No Google Map! เที่ยวงงๆ เพราะหลงอยู่ “ลาดพร้าว”

Say No Google Map! เที่ยวงงๆ เพราะหลงอยู่ “ลาดพร้าว”

ฮายยยยทุกคน มอนิ่งนะคะมอนิ่ง 🙂 เราโบนัส ชะนีส่วนสูง 155 เซนติเมตร พูดไม่รู้เรื่อง แถมใช้ชีวิตในออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นพวก Super Introvert ไม่สุงสิงกับใครเท่าไหร่ เพิ่มเติมคือไปหลงที่ลาดพร้าวมา (เพราะโดนหัวหน้าสั่ง TT)
ทำไงได้..คำว่ามืออาชีพมันค้ำคอ จะไม่ไปก็ไม่ได้ปะ สู้เค้าสิวะอีหญิง!

แต่ความพีคมันอยู่ตรงนี้ค่ะ คือมันมีโจทย์ในการไปครั้งนี้ด้วย คือ  โ บ นั ส ห้ า ม ใ ช้   G o o g l e   M a p   ! ! !  จ้ า ทุ  ก ค๊ น น กรี๊ดดดดดดดดด ยิ้มเจื่อนยิ้มแห้ง* ขอสารภาพตรงนี้เลยว่าตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ มาเนี่ย นอกจากเซ็นทรัลลาดพร้าวแล้ว นี่ไม่เคยเข้าไปเส้นถนนลาดพร้าวเลยสักครั้ง เอาล่ะ พูดมากพอละ ไปเริ่มภารกิจหลงๆ นี้เลยดีกว่า

“เริ่มต้นความงงงวย”

นาฬิกาปลุก 8.00 น. อาบน้ำแต่งหน้า ใส่เสื้อผ้าชุดเก่ง เดินเชิ่ดๆ พุ่งตัวไปที่ MRT จากนั้นลงสถานีลาดพร้าว
ใช่ค่ะทุกคน เราจะเริ่มต้นความงงงวยกันที่นี่ สวดมนต์อะไรไม่ต้อง พกความมั่นไปอย่างเดียวพอ ลืมบอกไป เราออกทางออกที่ 1 จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาคนใจดี(เหยื่อ) ให้เราถามทางว่าแถวนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง แต่เอาจริงๆ เราเริ่มหิวแล้วด้วยเลยว่าจะถามเขาเรื่องนี้นี่แหละ 

เท่าที่สังเกตคือทางออกที่หนึ่งจะอยู่ใกล้ลาดพร้าวซอย 26 และแยกลาดพร้าว-รัชดา สำหรับใครที่รีบไปทำธุระ แถวทางออกที่ 1 ก็มีพี่วินพร้อมให้บริการ สะดวกสุดๆ ไปเลย 

เดินมาอีกนิดนึงเราเจอเหยื่อรายแรกแล้ว~ นั่นก็คือ แม่ค้าขายผลไม้ ปากซอย 18 
เราไม่รีรอที่จะถาม และขอสัมภาษณ์สักนิดสักหน่อย เธอผู้นี้มีชื่อว่า “พี่สน”

ลาดพร้าวเป็นที่ทำมาหากินที่ดีที่หนึ่งในกรุงเทพฯ

สน, แม่ค้าขายผลไม้ 

พี่สนเล่าว่าตัวเองใช้ชีวิตย่านลาดพร้าวมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 แต่คิดว่าปลายปีอาจจะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว
ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ขายผลไม้ตรงนี้มันก็มีวันที่ขายดีบ้างไม่ดีบ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าขายดีนี่ได้วันละ 500-600 บาท ซึ่งถือว่าเยอะมาก และที่เลือกขายผลไม้ตรงปากซอยลาดพร้าว 18 ก็เพราะว่าในซอยมีที่พักอาศัยเยอะมาก แถมมีออฟฟิศแถวนี้อีกต่างหาก พี่สนก็จะได้ลูกค้าจากตรงนี้นี่แหละ 

อีกหนึ่งเรื่องคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องรถติด ซึ่งพอมาช่วงโควิดจากปกติที่รถติดมากๆ บางช่วงที่ควรติดคือไม่ติดเลย มันได้อย่างเสียอย่างนั่นแหละ แต่ถ้าถามว่าลาดพร้าวมีเสน่ห์ยังไง ลาดพร้าวเป็นที่ทำมาหากินที่ดีที่หนึ่งในกรุงเทพฯ เลย พี่สนบอกเราแบบนั้น 

ก่อนบอกลาพี่สน พี่สนแนะนำร้านข้าวอร่อยๆ แถวลาดพร้าวซอย 14 ให้เรา พี่สนจำชื่อร้านไม่ได้ บอกแค่ว่าคนกินเยอะมาก ลองไปดู ซึ่งเราไม่ลืมที่จะอุดหนุนฝรั่งลูกอ้วนๆ จากร้านพี่สนมาเติมพลังด้วย (พี่เขาให้เราเยอะมาก เต็มถุงเลย) ใครผ่านไปแถวนั้น อย่าลืมแวะไปอุดหนุนพี่สนกันนะ 🙂  

เดินมาเรื่อยๆ ท้องร้องดังขึ้นเรื่อยๆ หิว หิว หิวววววววว และแล้วเราก็เจอ..ร้านที่เราจะฝากปากท้องไว้แล้ว..ตรงข้างหน้าเรานี่เอง

สมบูรณ์ไทย ร้านข้าวมันไก่และก๋วยเตี๋ยวในตำนาน

ลาดพร้าวเป็นพื้นที่โปร่ง ไม่แออัดแบบกรุงเทพชั้นใน มีพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อน และยังเป็นย่านที่ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากๆ

พริ้ม, ลูกสาวร้านสมบูรณ์ไทย

ตลกมากทุกคนอันนี้ขอเล่า คือร้านสมบูรณ์ไทยเนี่ย เขาขายทั้งก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่ และด้วยความที่เราไม่กินเนื้อ และตอนนั้นหิวจนตาลาย เลยสั่งข้าวมันไก่แทน แต่มารู้ทีหลังว่าร้านนี้คือเจ้าเด็ดย่านลาดพร้าวกับเมนูก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟในตำนาน .. ก็ได้แต่ถามตัวเองเบาๆ นี่ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ แต่ไม่หรอก ร้านเดียวกันอร่อยเหมือนกัน ข้าวมันไก่หนังนุ่ม ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด จากนั้นซดน้ำซุปหอมๆตาม อะไรจะดีขนาดนี้ เป็นมื้อแรกของวันที่ดีจริงๆ เลย บอกเลยอิ่มมมมมมากกกกก มีแรงเที่ยวต่อละ  >//<

แต่เราก็ไม่พลาดที่จะนั่งคุยกับพี่พริ้ม ลูกสาวร้านสมบูรณ์ไทยที่ใช้ชีวิตย่านลาดพร้าวมามากกว่า 40 ปี พี่พริ้มเล่าว่าร้านสมบูรณ์ไทยเนี่ยเป็นร้านเก่าแก่ย่านนี้เลย เพราะเปิดมา 50 ปีแล้ว อย่างที่เห็นคือขายทั้งก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่ ลูกค้าเข้าตลอด ขายดี ขายได้เรื่อยๆ และด้วยความที่พี่พริ้มอยู่ย่านนี้ตั้งแต่เกิด ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ซึ่งตัวเธอเองก็ยอมรับว่าลาดพร้าวเปลี่ยนไปเยอะ เนื่องจากมีความสะดวกสบายของรถไฟฟ้าเข้ามาช่วยเรื่องการเดินทาง ทำให้ผู้คนมาอยู่อาศัยแถวนี้เยอะขึ้น เมื่อก่อนมีบ้านเดี่ยวเต็มไปหมด ตอนนี้กลายเป็นคอนโดมิเนียมไปหมดแล้ว แถมใครจะเชื่อว่าถนนลาดพร้าวสมัยก่อนสามารถจอดรถหน้าบ้านได้เลย ผิดกับตอนนี้ที่รถติดมากติดจนแบบบางครั้งเดินยังเร็วกว่า แต่ก็เป็นบางช่วงนะ ไม่ได้หมายถึงตลอดเวลา แต่ถ้าถามว่าลาดพร้าวมีเสน่ห์ยังไง ลาดพร้าวเป็นพื้นที่โปร่ง ไม่แออัดแบบกรุงเทพชั้นใน มีพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อน และยังเป็นย่านที่ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากๆ ที่หนึ่งเลย 

ก่อนไปต่อ พี่พริ้มแนะนำร้านนั่งชิลสไตล์ธรรมชาติบำบัดให้เราร้านนึง พี่พริ้มบอกให้เดินลงไปที่ซอยลาดพร้าว 16 จากนั้นเข้าซอยไป จะเจอร้านที่บอก ร้านคล้ายๆ บ้านคน แต่ไม่ต้องกลัว เดินเข้าไปเลย หนูน่าจะชอบ ได้ฟังแบบนั้นใจมันมา เอาล่ะ! ถึงเวลาออกเดินทาง 

เดินมาเรื่อยๆ ตามที่พี่พริ้มบอก จนเจอป้ายร้าน ฌอเฌอ คอฟ ข้อมูลตรง เดินเข้าไปเลยแบบมั่น ถ้าโป๊ะก็แค่เดินออก 55555555

ปล่อยใจให้ธรรมชาติโอบกอด ที่ ฌอเฌอ คอฟ

สรุปมาถูกจ้าทุกคน บอกเลยว่าความรู้สึกแรกตอนเดินเข้ามาในร้านคือชอบมากกกกกกกกก ฟิลมินิมอลๆ ต้นไม้เยอะ อบอุ่นร่มรื่น  มีลมพัดเบาๆ พอให้รู้สึกสบาย เดินออกไปตรงระเบียงนอกตัวร้านจะเจอบ่อปลาตัวใหญ่ มีเก้าอี้ให้นั่งมองน้องสะบัดหางไปมาด้วย เป็นร้านที่น่ารักมากๆ ไม่คิดว่าจะมีร้านแบบนี้อยู่ในลาดพร้าวด้วย เซอร์ไพรส์จัง

เราเลยจัดการ สั่งน้ำ 1 แก้วพอดับกระหายอย่างสตอเบอรี่โมจิโต้ เปรี้ยวซ่าสดชื่น จิบไปนั่งมองน้องปลาไป ผ่อนคลายมากเวอร์ จะว่าไปลาดพร้าวก็มีดีกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย เม้าท์ไปๆมาๆ ก็ได้นั่งคุยกับพี่พลอย พนักงานร้าน ฌอเฌอ ที่ทำงานที่นี่มา 2 ปีแล้ว พี่พลอยเล่าว่าจุดเริ่มต้นของร้านคือเจ้าของเป็นสถาปนิกมาเจอที่ที่เป็นร้านในปัจจุบัน พอดูแล้วรู้สึกชอบเพราะมีบ่อปลาด้วย แถมดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ จึงตัดสินใจติดต่อเจ้าของที่ แล้วทำเป็นร้านกาแฟอย่างที่เห็น  ส่วน ฌอเฌอ แปลว่า ต้นไม้ใหญ่ จึงเป็นที่มาของชื่อร้านค่ะ ซึ่งนอกจากเมนูน้ำแล้ว อาหารคาวหวานก็มีเหมือนกัน ส่วนรสชาติจะเป็นยังไง เราว่าให้เพื่อนๆ มาตัดสินด้วยตัวเองดีกว่า 

แต่ก่อนออกจากร้าน เราได้ถามแบบคนไม่มีที่ไปกับพี่พลอยว่ามีอะไรที่ควรไปอีกมั้ยในย่านลาดพร้าว พี่พลอยบอกว่า เนี่ยเดินไปต้นซอยสิ มีค่ายมวยอยู่ ลองเดินไปหาดูนะ ฟังแบบนั้นแล้ว ลองไปดูหน่อยก็ไม่เสียหาย เลยจัดการบายๆ พี่พลอยแล้วมุ่งหน้าสู่ค่ายมวยทันที ว่าแต่ค่ายมวยอยู่ไหนเอ่ย????? 

เดินไปเดินมา เห็นแค่ป้าย ป้ายอยู่หน้าร้านค้าไม้ แล้วค่ายมวยคือยังไงก่อนแม่ TT’ วันอะไรของฉันเนี่ย ทำใจให้สงบ เอาวะเป็นไงเป็นกัน เดินเข้าไปในร้าน ถามคุณป้าอย่างอ่อนโยนว่า “หนูเห็นป้ายต่อยมวย มันอยู่ตรงไหนหรอคะ” ป้ายิ้มออกมา พร้อมบอกว่า “อยู่ชั้นบนสุด ขึ้นไปได้เลย ครูคงมาแล้วแหละ แต่ทางขึ้นรกหน่อยนะยังไม่ได้จัดการพวกไม้เลย” ใช่ค่ะ ทุกคนอ่านไม่ผิด ค่ายมวยอยู่บนโรงค้าไม้ พีคในพีคในพีคในพีคคคคคคคคค 

“ต่อยมวยบนดาดฟ้าโรงค้าไม้ ป.ไทยรุ่งเรือง”

ลาดพร้าวเป็นย่านที่มีความสะดวกสบาย การเดินทางก็ง่าย ไปไหนก็สะดวก

ครูนพ, ค่ายมวย ป.ไทยรุ่งเรืองยิม

เราเดินขึ้นบันไดไปทีละชั้นๆ ยอมรับเลยว่า ถ้าคนไม่รู้อาจจะตัดใจตั้งแต่หน้าร้านแล้ว เพราะมันดูลึกลับมากๆ แต่ท้ายที่สุดเราก็เจอค่ายมวยจริงๆ แถมอยู่ชั้นดาดฟ้าด้วย โห..มันเจ๋งมากทุกคน ในใจคิดว่าไม่ลองไม่ได้ละ เลยจัดการเปลี่ยนชุดให้พร้อม แล้วเริ่มต่อยเลย! ต่อยมวยหรอ? เปล่า ต่อยครู ผ่ามมม! หยอก บอกเลยว่าคุณครูที่สอนเราใจดีมาก สอนสนุก แถมครูดูไม่เหนื่อยเลย ต่างจากเราที่ผ่านไป 5 นาที เหนื่อยเหมือนวิ่งมา 20 กิโล ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแบบจริงจังในรอบหลายปีเลยทีเดียว และขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า เราจะเป็นหมูที่แข็งแรงแล้วนะ!! คุณครูบอกว่าการต่อยมวยเนี่ยดีนะ จะได้ยืดเส้นยืดสาย สาวๆ หลายคนน่าจะชอบเพราะลดน้ำหนักได้ไว ใช้ป้องกันตัวได้อีกต่างหาก

ใครจะคิดว่ามีค่ายมวยอยู่บนนี้ เจ๋งสุดๆ!

เรามีเวลาคุยกับคุณครูก่อนกลับบ้านพักใหญ่ๆ คุณครูเล่าว่าเดิมทีที่นี่ทำค่ายมวยจริงจังเลย แล้วก็ทำโรงค้าไม้ไปด้วย แต่เพิ่งเลิกกิจการค่ายมวยไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วนี่เอง แต่เพื่อนของครูไม่อยากให้ปิดไปเลย จึงยกพื้นที่ชั้นดาดฟ้าให้ครูสอนเรียนมวยไทย ซึ่งก็มีนักเรียนมาเรียนอยู่เรื่อยๆ ที่สำคัญครูนพยังเป็นนักมวยเก่าด้วยนะ สำหรับชื่อในวงการของครูคือ คำรณ ส.วรพิน เราลองไปค้นหาดู เฮ้ย! ครูเป็นนักมวยเก่าจริงๆ แถมเคยต่อยชิงแชมป์ด้วยเอาสิ เจ๋งโคตรรร

พอถามถึงลาดพร้าว ครูก็บอกว่า อย่างที่รู้กันแหละว่ารถติด แต่มันใช้ชีวิตสะดวกนะแถวนี้ มีของกินเยอะ ที่พักก็เยอะ ที่สำคัญยังมีให้เรียนมวยชั้นดาดฟ้าด้วย เอาสิ ถ้าถามว่าเสน่ห์ของลาดพร้าวคืออะไร ครูตอบเราว่า ก็คงเป็นย่านที่มีความสะดวกสบาย การเดินทางก็ง่าย ไปไหนก็สะดวก นี่แหละ 

สนุกจนลืมว่า.. .หลงอยู่ลาดพร้าว

สำหรับการไปหลงๆ งงๆ ที่ลาดพร้าวในครั้งนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทั้งทักษะการเอาตัวรอด การปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น การสังเกตสิ่งรอบข้าง เพราะการไม่ใช้ Google Map ทำให้เราได้คุยกับคนในพื้นที่จริงๆ ได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ที่พวกเขาต้องการสื่อสาร ได้มีเวลามองสีหน้าท่าทางระหว่างการพูดคุย แทนการมองจอโทรศัพท์ แถมเราไม่ต้องไปเปิดอ่านบทความต่างๆ บนโลกโซเชียลเลย อีกทั้งยังมีเวลาได้มองตึกรามบ้านช่องของแถวนี้ด้วยว่าเป็นยังไง มีอะไรน่าสนใจหรือเปล่า ที่สำคัญเราได้เห็นความน่ารัก ความใจดีของทุกคนที่เราได้คุยด้วย ต้องยอมรับจริงๆ ว่าลาดพร้าวเป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าสนใจ และมีอะไรสนุกๆ มากกว่าที่คิด 

สุดท้ายนี้ขอบคุณตัวเองที่เอาชีวิตรอด และกล้าออกจาก Comfort Zone เก่งมากโบนัส !! ปรบมือเป็นจังหวะ 1212312121 เฮ้!

💘