ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์กับ New NISSAN TERRA

ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์กับ New NISSAN TERRA

รีวิวการใช้งานและฟังก์ชันของรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่อย่าง New NISSAN TERRA ว่าสามารถตอบโจทย์ไลฟสไตล์ในเมืองได้มากน้อยแค่ไหน

Design

ภายนอก

New NISSAN TERRA ได้ถูกดีไซน์และเปลี่ยนลุคใหม่ให้โฉบเฉี่ยวดุดันมากขึ้นกว่าโฉมเก่าด้วย

กระจังหน้าใหม่สไตล์ V-MOTION FRONT GRILLE ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเสริมความดุดัน โฉบเฉี่ยว และ สปอร์ต ให้แก่ตัวรถตามเอกลักษณ์เฉพาะของทางนิสสัน

ต่อด้วยดีไซน์ของไฟหน้าและไฟท้าย LED ที่ทำให้รถ New NISSAN TERRA คันนี้ดูหรูหรา พรีเมียม และ สปอร์ตในเวลาเดียวกันเรียกได้ว่าเป็นดีไซน์ที่โดดเด่นและสะดุดตาเป็นอย่างมาก นอกจากดีไซน์ที่สวยงามของ QUAD-EYE LED HEADLAMP with LED DAYTIME RUNNING LIGHT แล้วนั้น ไฟหน้าใหม่ยังให้ความสว่างที่มากขึ้นถึง 34% และเปิดติดในทันทีแบบรวดเร็วทันใจเนื่องจากเป็นไฟ QUAD-EYE LED 

มากไปกว่านั้นเสริมความสปอร์ตที่สวยงามให้กับ New NISSAN TERRA คันนี้ด้วยล้อแม็กอัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ที่สวยงามดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์

ภายใน

สำหรับดีไซน์ภายในของคันนี้มาในคอนเซ็ป “GORGEOUS & GENEROUS” ที่สื่อถึงดีไซน์ใหม่ที่สวยงาม หรูหรา และ ขนาดภายในที่กว้างขวาง ดีไซน์ภายในรถเป็นเบาะหนังสีทูโทนที่มาพร้อมลวดลาย และ ออฟชันเด่นอย่าง Acoustic Glass ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีเยี่ยมบวกกับที่นั่งแบบ Theatre Style Seating เพื่อมุมมองการนั่งที่โปร่งโล่งสบายได้จากทุกที่นั่งทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสัมผัสได้ถึงความหรูหราที่กว้างขวางตลอดการเดินทาง

Comfort

นอกจากดีไซน์ภายในที่สวยงามแล้วนั้น New NISSAN TERRA คันนี้ยังคงมอบความอเนกประสงค์ให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างจัดเต็มด้วยระบบพับเบาะอัตโนมัติที่ช่วยให้การพับเบาะแถวสองสะดวกสบายและรวดเร็วมากขึ้นในสเต็ปเดียวโดยการสั่งการผ่านปุ่มควบคุมไฟฟ้าอย่าง “Auto Tumble Seat” กดแค่ปุ่มเดียว ก็สั่งการให้พับเบาะได้อย่างง่ายดาย

และ Auto Lift Gate หรือ ระบบประตูท้ายไฟฟ้ามาพร้อมเซนเซอร์ที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ แม้ว่ามือคุณจะเต็มไปด้วยของก็สามารถเปิดประตูท้ายแบบอัตโนมัติได้เพียงแค่แกว่งเท้า

มากไปกว่านั้น New NISSAN TERRA ยังตอบโจทย์ผู้ใช้รถสายอเนกประสงค์ด้วยความอเนกประสงค์การจัดสรรพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่นและจัดวางได้ด้วยตัวคุณเองจากการออกแบบที่นั่งแถวสองและสามให้สามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการใช้เบาะที่นั่งครบทั้ง 7 ที่นั่งเพื่อจุผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่ หรือ การปรับพับเบาะแถวที่สามให้ราบไปกับพื้นห้องโดยสารเพื่อเพิ่มขนาดพื้นที่บรรจุสัมภาระให้กว้างขึ้นทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระได้หลากหลายมากขึ้น 

ต้องบอกว่า New NISSAN TERRA คันนี้เป็นรถอเนกประสงค์เหมาะเป็นรถครอบครัวที่ตอบโจทย์ทุกความสะดวกสบายทำให้ผู้ใช้สามารถออกไปสนุกกับกิจกรรมที่ชื่นชอบกับคนที่ใช่ได้ทุกที่อย่างสะดวกสบาย เช่น ช้อปปิ้ง หรือ ขนอุปกรณ์ออกกำลังกายไปทำกิจกรรมต่างๆ ในทุกๆ กิจกรรมของครอบครัว

Entertainment

หลายคนคงอยากรู้ถึงเทคโนโลยี หรือ ฟังก์ชันภายในรถที่ทางนิสสันจัดเต็มใน New NISSAN TERRA คันนี้แบบไม่กั๊กที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสถึงอัจฉริยภาพแห่งเทคโนโลยีที่ให้คุณสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย และ ฟังก์ชันเทคโนโลยี Entertainment ที่จะคอยมอบความสุขและความบันเทิงตลอดการเดินทางในทุกๆ เส้นทาง

จอ Smart TV ขนาด 11 นิ้ว

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในรถจะพบกับจอ Smart TV ขนาด 11 นิ้วที่ติดอยู่บนเพดานสามารถเชื่อมต่อผ่าน Wifi อุปกรณ์ HDMI เพื่อชมรายการโปรดในโลกออนไลน์อย่าง Youtube และ ภาพยนต์ หรือ ซีรี่ย์ใน Netflix ได้อย่างง่ายดายด้วยความคมชัดทั้งภาพและเสียงแบบดิจิตอล ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งใน segment เดียวกันฟังก์ชันนี้เรียกได้ว่าเป็น “First In Class” หรือ พูดง่ายๆ ว่าเป็นฟังกชันที่มีครั้งแรกในรถประเภทอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งอย่าง New NISSAN TERRA คันนี้

ลำโพง BOSE

นอกจากภาพที่คมชัด และ รายการโปรดที่หลากหลายในโลกออนไลน์จาก Smart TV แล้วนั้น ในส่วนของเรื่องคุณภาพเสียงภายในรถ ต้องบอกเลยว่าทางนิสสันเขาใส่ใจและจัดเต็มด้วยการนำลำโพงแบรนด์ระดับโลกอย่าง BOSE เข้ามาอยู่ใน New NISSAN TERRA คันนี้ที่ติดตั้งภายในรถครอบคลุมถึง 8 จุด เพื่อคุณภาพเสียง และ สุนทรียภาพแห่งความบันเทิงราวเหมือนกับอยู่ในสถานที่จริง

สำหรับคุณภาพของลำโพงคงไม่ต้องถามถึงเพราะหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่า BOSE เป็นบริษัทเครื่องเสียงระดับโลกที่การันตีเรื่องคุณภาพเสียงในทุกมิติตอบโจทย์ได้ทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือ ประชุมขณะเดินทางพูดได้ว่าเป็นลำโพงที่มีคุณภาพและอเนกประสงค์เหมือนรถ New NISSAN TERRA คันนี้

จอ Touch Screen ขนาด 9 นิ้ว

ในรถยนต์สมัยนี้ส่วนมากจะมาพร้อมกับจอแสดงผลกลางคอนโซลซึ่งทางนิสสันก็ใส่มาใน New NISSAN TERRA เหมือนกันแต่พิเศษมากขึ้นด้วยขนาดจอที่ใหญ่สะใจถึง 9 นิ้ว ซึ่งด้วยขนาดจอที่ใหญ่ทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นและที่สำคัญช่วยลดการละสายตาจากเส้นทางบนถนนได้มาก

มากไปกว่านั้นตัวจอยังเป็นระบบ Touch Screen ที่ช่วยให้ควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถได้อย่างง่ายเพียงผ่านการสัมผัส และ ยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฟนของคุณได้

Wireless Apple CarPlay

ต่อจากฟังก์ชันของจอ Touch Screen ขนาด 9 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือได้ ซึ่งถ้าพูดถึงการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและจอภายในรถหลายคนคงนึกถึง Apple CarPlay ที่เราสามารถเชื่อมต่อ Iphone ของเราผ่าน Apple Charger Cable ได้ 

แต่ New NISSAN TERRA คันนี้พิเศษกว่าด้วยการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย หรือ “Wireless Apple CarPlay” ทำให้การเชื่อมต่อเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากขึ้นที่สำคัญเราไม่ต้องพึ่งสายชาร์จแท้จาก Apple ในการเชื่อมต่ออีกต่อไป จะอยู่ที่ไหนบนรถ ก็เชื่อมต่อได้

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วถ้าเป็นสาย Android ละจะยังสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้หรือไม่ ?

บอกได้เลยว่าสาย Android ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะนิสสันเขามีระบบ NissanConnect เพื่อรองรับการเชื่อมต่อและใช้แอพพลิเคชั่นในอุปกรณ์มือถือผ่านหน้าจอ Touch Screen ทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ในสมาร์ทโฟน เช่น Google Map, Apple Music และ Phone Contact

Wireless Charger

นอกจากฟังก์ชันสุดเจ๋งอย่าง Wireless Apple CarPlay แล้วนั้น นิสสันยังคงจัดเต็มกับเทคโนโลยีภายในรถด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน Wireless Charger เข้ามาใน New NISSAN TERRA ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มักจะถูกพบในรถยนต์ระดับพรีเมียม

จากการที่ได้ใช้งานเจ้า “Wireless Charger” ทำให้พบว่าเป็นฟังก์ชันที่สะดวกสบายมากทั้งในเรื่องของการชาร์จอุปกรณ์มือถือแบบไม่ต้องพึ่งสายชาร์จอีกต่อไป ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่มีรถยนต์คงต้องพบประสบพบเจอกับปัญหาสายชาร์จโทรศัพท์ระโยงระยางภายในรถอย่างแน่นอนซึ่งเจ้าฟังก์ชัน “Wireless Charger” สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเล็กน้อยนี้ที่ขัดใจไม่เบาได้อย่างตอบโจทย์

มากไปกว่านั้นทั้ง 2 ฟังก์ชันอย่าง Wireless Charger และ Wireless Apple CarPlay ยังสามารถใช้งานได้ในเวลาเดียวกันที่ตอบโจทย์ทั้งการเชื่อมต่อและชาร์จแบตเตอรี่

จอแสดงผล TFT 

นอกจากจอ Smart TV และ จอ Touch Screen 9 นิ้ว ทางนิสสันยังให้จอแสดงผลอัจฉริยะ TFT ขนาด 7 นิ้วกลางเรือนไมล์ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างละเอียดในรูปแบบ 3 มิติ เช่น โหมดการแสดงข้อมูลมุมเอียงในแนวตั้งและแนวราบขณะขับขี่ออฟโรด, กำลังการขับเคลื่อนของทั้ง 4 ล้อ, แรงดันลมยาง และ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

กระจกมองหลังอัจฉริยะ

เวลาเลือกซื้อรถสักคันหลายคนคงมองข้ามกระจกมองหลังเนื่องจากเป็นชิ้นส่วนภายในรถที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชันอะไรพิเศษ แต่สำหรับ New NISSAN TERRA คันนี้พิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วย INTELLIGENT REAR VIEW MIRROR หรือ เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองของกระจกหลังได้อย่างหลากหลายทั้งมุมมองปกติจากกระจกมองหลัง และ มุมมองจากกล้องที่ติดตั้งบริเวณประตูหลังที่แม้ว่าจะมีผู้โดยสารหรือสัมภาระเต็มคันรถก็ไม่บดบังวิสัยทัศน์ของคนขับด้วยการแสดงผลเรียลไทม์แบบดิจิตัลผ่านกระจกมองหลังอัจฉริยะ เรียกได้ว่า New NISSAN TERRA คันนี้เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่มีความพิเศษทุกจุดยันกระจกมองหลัง

Performance

มาถึงส่วนที่ทุกคนให้ความสำคัญและมักเรียกว่าเป็นหัวใจของรถอย่างเครื่องยนต์หรือระบบขับเคลื่อน สำหรับ New NISSAN TERRA คันนี้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ความจุ 2.3 ลิตร ผสานกับเทอร์โบคู่ที่ให้ความแรงสูงสุด 190 แรงม้า และ แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ทำงานคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และ โหลดแมนนวลเรียกได้ว่าแรงพร้อมฉุดคุณไปในทุกที่แน่นอน

จากสเปคเครื่องยนต์ของ New NISSAN TERRA นอกจากความแรงแล้วยังคงประหยัดน้ำมันอีกด้วยจากการได้ใช้งานจริง พูดได้ว่า New NISSAN TERRA เป็นรถ SUV เครื่องดีเซลหรือรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ในตลาดบ้านเรา

เสริมความนิ่มนวลด้วยระบบกันสะเทือน แบบ 5 ลิงก์ ทำให้ NISSAN TERRA ใหม่ขับเคลื่อนบนทุกสภาพถนนได้อย่างนิ่งและนุ่มนวล พร้อมพาคุณออกไปลุยกับคนที่คุณรักได้อย่างอิสระกับฟังก์ชันการขับขี่แบบ Off-road ที่ครบครัน เช่น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เรียกได้ว่าช่วงล่างของ New NISSAN TERRA ถูกออกแบบและพัฒนาให้เป็นรถครอบครัวที่ใช้งานได้หลากหลายเหมาะทั้งสายขับขี่ในเมืองและสายออกลุยผจญภัย

เนื่องจาก New NISSAN TERRA มีสมรรถนะที่ทรงพลังทำให้นิสสันคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการใส่ดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อมาให้ จากการใช้งานจริง ถึงแม้ว่าจะเป็นรถที่ค่อนข้างมีขนาดและน้ำหนักแต่สมรรถนะของเบรกก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม หยุดได้ตามใจสั่งและยังสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานด้วยดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

Safety

ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยหลักใน New NISSAN TERRA คันนี้คือระบบ 360 Safety SHIELD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบรอบด้านและครบครัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง

ในความคิดส่วนตัวก่อนที่จะได้ทดลองใช้ New NISSAN TERRA ในกรุงเทพฯ ต้องบอกเลยว่ามีความตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว หลายคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าการจราจรในเมืองกรุงมีความวุ่นวายและเบียดเสียดพอสมควรทำให้คิดว่าการขับขี่รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในเมืองกรุงคงเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย

แต่หลังจากการใช้งาน New NISSAN TERRA ในกรุงเทพมหานครต้องบอกเลยว่า 360 Safety SHIELD เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ตอบโจทย์และแก้จุด pain point ได้อย่างตรงจุดซึ่งสื่อได้ถึงการคิดแบบละเอียดและความใส่ใจจากทางผู้ผลิตอย่างนิสสัน

ซึ่งเจ้าระบบ 360 Safety SHIELD อันนี้ได้เข้ามาช่วยทำให้การขับขี่รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ถ้าจะพูดให้เห็นภาพเปรียบเสมือนเทคโนโลยีความปลอดภัยนี้ช่วยย่อส่วนของรถให้ผู้ขับได้เห็นพื้นที่รอบรถแบบ 360 องศาในทุกมุมมองทำให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และ มั่นใจทุกเส้นทางตามคอนเซ็ปของ New NISSAN TERRA อย่างแท้จริง

360 Safety SHIELD

เทคโนโลยีความปลอดภัยที่เป็นไฮไลท์ในรถคันนี้คือ “360 Safety SHIELD” เป็นเทคโนโลยีคอยรักษาความปลอดภัยแบบรอบคันที่ปกป้องรถของคุณในทุกองศาทั้งจากด้านหน้า ด้านข้าง และ ด้านหลัง เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นทาง โดยแบ่งออกเป็น 6 ฟังก์ชันดังนี้

Intelligent Forward Collision Warning (IFCW)

  เป็นเทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะด้วยการส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนเมื่อเวลาเซนเซอร์ตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือการชนจากด้านหน้าของรถ จากการใช้งานถือว่าเป็นระบบเตือนความปลอดภัยด้วยเซนเซอร์ที่แม่นยำเพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ และ ยังช่วยให้สามารถกะระยะจากหน้ารถได้แม่นยำยิ่งขึ้นเป็นฟังก์ชันที่เหมาะสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่ยังกะระยะของรถได้ไม่แม่น

Intelligent Emergency Braking (IEB)

นอกจากการแจ้งเตือนอุบัติเหตุด้านหน้ารถแล้วนั้น เทคโนโลยี IEB หรือ เทคโนโลยีเบรคอัจฉริยะยังทำงานคู่กับ IFCW ด้วยการวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถคันหน้าพร้อมป้องกันอุบัติเหตุหรือการชนด้วยการชะลอความเร็ว หรือ หยุดรถจากเทคโนโลยีความปลอดภัย IEB หรือ เบรกอัจฉริยะ

Lane Departure Warning (LDW)

เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ LDW ก่อนที่จะได้ใช้งานจริงส่วนตัวคิดว่าคงเป็นระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยที่รบกวนสมาธิในการขับรถพอสมควร แต่หลังจากการได้ใช้งานจริงกลับทำให้รู้สึกว่าเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญ และ มีประโยชน์มากเพราะนอกจากการเตือนเมื่อกำลังรถออกนอกเลนแล้วการแจ้งเตือนของ LDW ยังทำให้เรามีสมาธิในการขับขี่มากขึ้นอีกด้วย

เนื่องจากระบบ LDW จะแจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกช่องทางขับขี่ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนเลนบนนถนนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวตัวระบบ LDW ก็จะแจ้งเตือนทั้งเสียงและสัญลักษณ์บนหน้าปัดทำให้เรามีสติมากขึ้นในการเปลี่ยนเลนโดยการเปิดไฟสัญญาณไฟเลี้ยวทุกครั้ง

Blind Spot Warning (BSW)

ต่อเนื่องจากระบบ LDW ที่ทำให้ผู้ขับขี่มีสติมากขึ้นในการเปลี่ยนช่องทางขับขี่ด้วยการเปิดไฟเลี้ยวหลังจากนั้นเทคโนโลยีเตือนรถในจุดอับสายตา หรือ BSW จะทำงานทันทีเพื่อให้เซนเซอร์ตรวจเช็กว่ามีผู้ร่วมทางหรือรถคันอื่นอยู่ในจุดอับสายที่เราไม่เห็นโดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านเสียงและสัญลักษณ์ไฟสีส้มตรงกระจกข้าง ซึ่งการจากใช้งานจริงส่วนตัวคิดว่าเป็นระบบที่ใช้งานง่ายมากเพียงแค่สังเกตสัญลักษณ์ไฟสีส้มๆ ตรงกระจกข้างก่อนที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนทำให้ผู้ขับขี่ได้รู้ล่วงหน้าและมั่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่เปลี่ยนเลน

Intelligent Around View Monitor (IAVM)

อีกหนึ่งไฮไลท์สุดล้ำของระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยใน New NISSAN TERRA อย่างเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง และ เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคันที่ปกป้องตัวรถแบบรอบด้าน

จากการใช้งานจริงต้องบอกเลยว่าเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ขับขี่ด้วยการแสดงภาพระยะพื้นที่รอบตัวรถแบบ 360 องศาพร้อมมุมกล้องมองง่ายแบบ Bird’s-eye View มากไปกว่านั้น IAVM ยังทำงานร่วมกับ MOD เพื่อตรวจจับวัตถุที่อยู่ใกล้ หรือ วัตถุที่ผ่านตัวรถในขณะรถวิ่งทำให้ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากขึ้น

Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับเทคโนโลยีตรวจจับรถด้านหลังขณะที่รถถอย ทำหน้าที่คอยแจ้งเตือน วัดระยะ และ ตรวจจับวัตถุที่ด้านหลังเมื่อรถกำลังเข้าเกียร์ R หรือเกียร์ถอยหลังเพื่อเติมเต็มระบบความปลอดภัยให้ New NISSAN TERRA คันนี้แบบครบครันและรอบด้านอย่างแท้จริง

สรุป

จากการที่ได้ใช้งานจริง New NISSAN TERRA ในเมืองกรุงเทพมหานคร พบความประทับใจแรกที่เซอร์ไพรส์มากแม้ว่า New NISSAN TERRA จะเป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง แต่ด้วยระบบเทคโนโลยีต่างๆ เช่น 360 Safety SHIELD ทำให้ New NISSAN TERRA คันนี้โลดแล่นในเมืองได้อย่างคล่องแคล่วและอิสระไม่แพ้รถเก๋ง รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สามารถปกป้องคุณและรถของคุณได้แบบรอบด้าน

มากไปกว่านั้นนอกจากระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ไม่มีที่ติแล้วนั้น นิสสันยังใส่ใจในเรื่องของฟังก์ชันเทคโนโลยีด้าน Entertainment อีกด้วย เช่น จอ Smart TV, ลำโพง BOSE และ อื่นๆ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไปโดยเฉพาะในเมืองที่การจราจรติดขัดอย่างกรุงเทพมหานคร

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด New NISSAN TERRA เป็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ตอบโจทย์ได้ทุกด้านทุกไลฟ์สไตล์ที่เหมาะเป็นทั้งรถครอบครัว หรือ รถส่วนตัวที่สามารถพาคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงออกไปหาความสนุกหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเต็มที่ 

ทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบาย และ ตอบโจทย์ทุกความอเนกประสงค์อย่างไร้ชีดจำกัด ที่สำคัญยังปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นทาง

และ สำหรับใครที่ชื่นชอบการอ่านบทความที่รวมความเจ๋ง หรือ ข่าวสารอัปเดตของ New NISSAN TERRA คันนี้ บอกได้เลยว่าทีเด็ดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังความอเนกประสงค์ในรูปแบบเดินทางไกลให้ติดตามอ่านกันได้ในบทความต่อไปที่ The Good Life by Kaidee แล้วเจอกันกับความเจ๋งครั้งต่อไปกับ New NISSAN TERRA

SOI UNSEEN : LADPRAO อีกมุมของ “ลาดพร้าว” ที่คุณอาจไม่รู้

SOI UNSEEN : LADPRAO อีกมุมของ “ลาดพร้าว” ที่คุณอาจไม่รู้

ชื่อถนนลาดพร้าว แต่ไม่มีถนนส่วนไหนเลยที่อยู่ในเขตลาดพร้าว

ชื่อสาขาเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว แต่กลับตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน 

ต้นไม้เกาะกลางถนน มีแค่ช่วงปากทางลาดพร้าวถึงแยกรัชดา-ลาดพร้าวเท่านั้น 

ถนนลาดพร้าว เคยติดอันดับรถติดมากที่สุดในปี 2561 (โดย จส100)

เหล่านี้คือข้อเท็จจริงของ “ลาดพร้าว” ที่เราสามารถค้นหาได้ใน Google แต่เชื่อหรือไม่ว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่บ่งบอกความเป็นลาดพร้าว ซึ่งหากใครอยากรู้จักกับย่านนี้ให้มากขึ้น อาจต้องลองเดินย่ำไปตามถนน ลัดเลาะไปตามซอย แล้วลองเปิดใจพูดคุยกับผู้คน เหมือนอย่างที่ Kaidee Property ได้ลองลงพื้นที่ลาดพร้าวแบบ Unplanned แล้วค้นพบว่ามีความ Unseen ซ่อนอยู่อย่างน่าสนใจ และอยากชวนคุณไปรู้จักกัน 

ศาสเจ้าแม่โพสพ

ปากซอยลาดพร้าว 1 ไม่ต่างอะไรกับจุดนัดพบของสายชอปที่พร้อมจะไปตะลุยกับยูเนียนมอลล์และเซ็นทรัลลาดพร้าว แต่ในทางกลับกันก็เป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญ ภาพป้านิ่มนวลนั่งเย็บชุนเสื้อผ้าเก่า ไปจนถึงศาลเจ้าแม่โพสพ สถานที่ยึดเหนี่ยวใจของชาวบ้านละแวกนี้

เจ้าหน้าหน้าที่ดูแลศาลเจ้าเล่าให้ฟังว่าที่นี่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อด้านการให้โชคลาภ และทำให้พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ จึงมักมีเหล่าพ่อค้า นักธุรกิจ และคนทำมาหากินทั่วไปในย่านนี้ เข้ามากราบไหว้ขอพรอยู่เสมอ 

พบ Soi Unseen ศาลเจ้าแม่โพสพ

แผนที่  https://goo.gl/maps/T9NgRvZtAgz9dKS9A 

Ladprao Citizen

“คาเฟ่ลาดพร้าว” คือคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาไม่น้อยหน้าทำเลไหนๆ และแม้จะมีคาเฟ่อยู่ทั่วทุกระแหงลาดพร้าว  แต่ความคาเฟ่ที่เราค้นพบใน Ladprao Citizen (ซอยลาดพร้าว 18) กลับมีความ Unseen ไม่เหมือนใคร ด้วย Story ของสองพี่น้องเจ้าของร้านที่อยู่กับลาดพร้าวมาตั้งแต่เกิด เห็นความเปลี่ยนแปลงและจุดแข็งของย่านจนจุดประกายให้พวกเขาตัดสินใจเปิดร้านกาแฟเล็กๆ พร้อมกับความตั้งใจที่จะให้คนแถวนี้สามารถเข้ามากินดื่มได้ทุกวัน กับราคาที่เป็นกันเอง เริ่มต้นแค่ 45 บาทเท่านั้น !!!

ส่วนเมนูที่เราอยากให้ลองคือ Butter Beer เครื่องดื่มซ่าหอมหวานจากคาราเมลที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง ตามด้วยซิกเนเจอร์ของร้านอย่างบราวนี่เนื้อแน่นหนึบ และบลูเบอรี่ชีสเค้กที่บอกเลยว่าต้องมาโดนเอง

พบ Soi Unseen ร้าน Ladprao Citizen ได้ที่นี่ https://bit.ly/30ZUyWX 

แผนที่  https://g.page/ladpraocitizencoffee?share 

ร้านมาเกะ อินุ

เจ้าของร้านมาเกะ อินุ บอกว่า ที่นี่คือบาร์สำหรับคนแพ้ บาร์ของคนขี้เหงา เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาพัก มาฝืนคืนพลังให้พร้อมที่จะสู้อีกครั้ง บรรยากาศร้านจึงตกแต่งอย่างเป็นกันเอง เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีร้านยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ด้วยเพราะคาแรคเตอร์ของซอยลาดพร้าว 4 ที่เป็นที่ตั้งของร้านนั้นไม่ค่อยจะพลุกพล่านเมื่อเทียบกับซอยใกล้เคียง

จนเมื่อมีการพูดถึงแบบปากต่อปากก็เลยทำให้ความครึกครื้นของซอยนี้เกิดขึ้นตามมาในที่สุด เช่นเดียวกับร้านค้าใหม่ๆ ในซอยที่เปิดเพิ่มขึ้น มีความหลากหลายของคนและการใช้ชีวิต ซึ่งเขามองว่านี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของลาดพร้าวเลยก็ว่าได้    

พบ Soi Unseen ร้านมาเกะ อินุ ได้ที่นี่ https://bit.ly/3oXj6bt 

แผนที่  https://g.page/Makeinubkk?share

The V School

การตามหาความ Unseen ลาดพร้าวมาปรากฏอีกครั้ง เมื่อเราลัดเลาะไปตามซอยลาดพร้าว 15 แต่กลับมาโผล่ซอยลาดพร้าว 1 แบบงงๆ พร้อมกับความน่าสนใจของโรงเรียนสอนทำอาหารเอเชียที่ชื่อ The V School 

ที่นี่มีคอร์สสอนทำอาหารมากถึง 16 คอร์ส ครอบคลุมอาหารหลายสัญชาติทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และยังมีคอร์สสอน Kitchen Management และ Food Stylist เพื่อให้ผู้เรียนสามารถต่อยอดทำธุรกิจอาหารได้อย่างครบวงจร ซึ่งเรามารู้ที่หลังว่า ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนทำอาหารธรรมดาๆ แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่ให้ใบประกาศตราเชฟโลกด้วย

พบ Soi Unseen โรงเรียนสอนทำอาหาร The V School ได้ที่นี่ https://bit.ly/32kT0aL 

แผนที่  https://goo.gl/maps/VA1r27kS68LyXdZr5

Yoga Space

นอกจากเรื่องกิน ดื่ม เที่ยวแล้ว ในย่านลาดพร้าวยังมีกิจกรรมให้ออกแอ็คชัน ลองทำค่อนข้างหลากหลาย โดยตำแหน่งที่ตั้งของกิจกรรมต่างๆ มักซุกตัวอยู่ตามชุมชนในซอยลาดพร้าวนั่นเอง อย่างเช่นในซอยลาดพร้าว 26 ที่เราเข้าไปสำรวจ และได้พบกับ Yoga Space สตูดิโอสอนโยคะของครูพิม ผู้เต็มไปด้วย Passion ในการสอนโยคะ และมีประสบการณ์การสอนมากกว่า 10 ปี 

ความน่าสนใจของที่นี่คือสถานที่ ที่ต้องบอกว่า Private พอตัวเลยล่ะ เพราะคลาสๆ หนึ่งจะมีนักเรียนเต็มที่แค่ 10 คนเท่านั้น จึงมั่นใจได้ว่าหากตัดสินใจลงเรียนที่นี่แล้ว จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและฝึกโยคะได้อย่างปลอดภัยแน่นอน  

พบ Soi Unseen สตูดิโอโยคะ Yoga Space ที่นี่ https://bit.ly/3xnzAxj 

แผนที่ https://goo.gl/maps/3LojFHcW5nj3vXDa9

ค่ายมวย ป. ไทยรุ่งเรืองยิม

เขยิบมาที่ลาดพร้าว 16 กันบ้าง ในซอยนี้เราได้พบกับ “พี่นพ” หรือถ้าเอ่ยนาม “คำรณ ส.วรพิน” หลายคนอาจร้องอ๋อขึ้นมาก็ได้ เพราะพี่เขาคือนักมวยเก่าที่ผันตัวมาเป็นครูมวยให้กับ ค่ายมวย ป. ไทยรุ่งเรืองยิม อีกหนึ่ง Unseen ที่หากไม่สังเกตดีๆ ก็อาจจะหาไม่เจอเลยก็ได้ เพราะค่ายนี้หลบตัวอยู่ชั้นบนของร้านไทยรุ่งเรืองค้าไม้อีกที 

ส่วนใครที่อยากประลองฝีมือมวยกับมืออาชีพดูบ้าง สามารถมาเรียนได้แบบสบายๆ รอบละไม่เกิน 3 คน ราคา 300 บาท/ครั้ง หรือเหมาจ่าย 10 ครั้ง 2,500 บาท หรือเหมาจ่ายเป็นเดือน 3,000 บาท ก็เอาที่สะดวกได้เลย 

พบ Soi Unseen ค่ายมวย ป.ไทยรุ่งเรือง ที่นี่ https://bit.ly/3l6GF0D 

แผนที่  https://goo.gl/maps/RfsJQADrfw8ax1Q7A

สนามยิงปืนราชสวัสดิ์มงคล

ปิดท้ายความ Unseen ย่านลาดพร้าวกับกิจกรรมดุนิดๆ โหดหน่อยๆ อย่างสนามยิงปืนราชสวัสดิ์มงคล แถวโชคชัย 4 ที่นี่นอกจากจะเป็นสนามฝึกยิงปืนสำหรับมือเก๋าแม่นราวจับวางแล้ว ยังเหมาะกับมือใหม่หัดยิงด้วย เพราะมีครูฝึกที่เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ มีระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากล ช่วยลดความกังวลของผู้เริ่มต้นได้เป็นอย่างดี 

ค่าใช้จ่ายในส่วนคอร์สเรียนพื้นฐานจะตกอยู่ที่คอร์สละ 3,000 บาท ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ส่วนการฝึกยิงทั่วไป มีอัตราค่าบริการสนาม 300 บาท/คน และค่าอุปกรณ์ต่างๆ จ่ายตามจริง 

พบ Soi Unseen สนามยิงปืนราชสวัสดิ์มงคล ที่นี่ https://bit.ly/3nPfkBF  

แผนที่  https://goo.gl/maps/frWUjsjzJXtgxfBW9

เห็นไหมล่ะว่า “ลาดพร้าว” ไม่ได้ดังแค่เรื่องรถติดหรือมีที่เที่ยวยอดฮิตแค่เซ็นทรัล ลาดพร้าว 

แต่ยังมีความ Local ความ Unseen ที่รอให้คุณเข้าไปค้นพบ เพื่อเจอกับเสน่ห์ของลาดพร้าวที่แท้จริง

ส่องของอร่อย #ลาดพร้าว ผ่าน INSTAGRAM ชิคได้ ชิลดี มี LIKE รัวๆ

ส่องของอร่อย #ลาดพร้าว ผ่าน INSTAGRAM ชิคได้ ชิลดี มี LIKE รัวๆ

“ลาดพร้าว” เป็นหนึ่งในแหล่งรวมอาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์ของมหานครกรุงเทพ ที่ไม่ว่าจะเดินเข้าซอยลาดพร้าวไหน ก็ต้องเจอร้านอร่อยหรือไม่ก็คาเฟ่น่านั่งอย่างแน่นอน จนทำให้ #ลาดพร้าว คือจุดหมายปลายทางของสาวก Cafe Hopping และสายกินที่ต่างแวะเวียนกันมาเสาะหาของอร่อยๆ พร้อมแชะภาพสวยๆ ลงโซเชียลชวนให้เราน้ำลายสอตามไปด้วย

พูดแล้วก็ตามไปส่อง #ลาดพร้าว ผ่าน Instagram กันดีกว่าว่าจะมีร้านเด็ดย่านลาดพร้าวไหนน่าสนใจบ้าง พร้อมการันตีความจึ้งด้วยหัวใจนับร้อย ที่บอกได้คำเดียวว่าเซฟไว้เลย แล้วตามเก็บให้เรียบ!

ประเดิมที่ร้านแรกช่วงต้นถนนลาดพร้าวกับ Ma-Ke` Inu ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ในซอยลาดพร้าว 4 ที่อบอวลด้วยบรรยากาศสนุกของเพื่อนวัยเด็ก สะท้อนผ่านฟิกเกอร์การ์ตูนเรื่องดัง และโปสเตอร์หนังสไตล์ญี่ปุ่น 

สำหรับเมนูอาหารหลักที่นี่เน้นความเป็นโฮมเมดในสูตรเฉพาะตัว และมีเมนูเด็ดต้องลองอย่าง ไข่ม้วนย่าง  ที่ใช้วิธีการตีไข่รวมกับน้ำซุปปลาแห้ง แล้วนำไปทอด ตามด้วยย่างจนมีกลิ่นหอม ทำให้กินแกล้มได้เพลินๆ

Wongnai Rating : 3.9

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/3DkPWJh 

ส่วนใครอยากดื่มด่ำกับกาแฟคุณภาพดี เราขอแนะนำให้เดินข้ามถนนไปอีกฝั่งและมุ่งหน้าทางสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าวต่ออีกราวๆ 300 เมตร แล้วเลี้ยวเข้าซอยเจริญพานิช (ซอยลาดพร้าว 3) ไปอีกหน่อย จากนั้นให้มองหา “อาคารพร้อมพันธ์ุ” ทางด้านซ้ายมือก็จะพบกับที่ตั้งของร้าน Bluekoff แบรนด์กาแฟยุคต้นๆ ของไทย และเป็นร้านกาแฟยุคบุกเบิกของลาดพร้าวเลยก็ว่าได้

ตัวร้านไม่ได้ตกแต่งวือหวา แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับกาแฟ บอกเลยว่าที่นี่จัดเต็มแบบมืออาชีพ นอกจากเครื่องดื่มที่เสิร์ฟแบบแก้วต่อแก้วแล้ว Bluekoff ยังเป็นศูนย์รวมเมล็ดกาแฟชั้นเลิศ อุปกรณ์การชง และคลังความรู้สำหรับผู้ที่สนใจทำธุรกิจกาแฟอีกด้วย

Wongnai Rating : 4.0

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/3kDtrbe

เขยิบไปที่ซอยลาดพร้าว 26 กันบ้าง ร้านนี้บอกเลยว่าต้องมา Check-in ด้วยคาเรคเตอร์มินิมอล แต่แหวกแนวด้วยโทนสีร้านขาว-น้ำเงินสดใส บวกกับเมนูเด็ดของร้านที่คุมโทนได้ไม่ต่างกัน ทำให้ Brooks กลายเป็นร้านฮิตติดลมบน 

มีทริคเล็กๆ สำหรับสาย Cafe Hopping หากอยากได้ภาพ IG สวยๆ กับร้านนี้ล่ะก็ ต้องจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้อยู่ในโทนขาว ฟ้า และน้ำเงิน รับรองว่าได้โพสต์เก๋ๆ ได้ Like รัวๆ แน่นอน     

Wongnai Rating : 3.8

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/3FfH0pg 

PHOkitchen (โพธิ์คิชเช่น) เป็นอีกหนึ่งของดีจากลาดพร้าว 29 ดำเนินธุรกิจด้วยสตอรี่แสนน่ารักของคู่รักนามว่า “มอช-กิ๊ก” ที่ช่วยกันทำร้านอาหารโฮมเมดเล็กๆ แห่งนี้ด้วยหัวใจ โดยใช้วัตถุดิบจากสวนผักของแม่ที่นครชัยศรี และเพื่อนบ้านใกล้เคียงระแวกนครปฐม มาปรุงในแบบฉบับที่เหมือนเราไปกินข้าวบ้านเพื่อน 

อาหารส่วนใหญ่เป็นแบบฟิวชั่นกลิ่นอายตะวันตก เช่น ผักโขมอบชีส พาสต้าพริกคั่ว ซุปครีมเห็ด  พิซซ่าเบคอนรมควัน ฯลฯ สำหรับใครที่สนใจแวะมาร้านนี้ แอบกระซิบไว้ก่อนว่าตอนนี้ร้านยังอยู่ในช่วงปรับปรุงสถานที่ แต่สามารถสั่งแบบ Pick up หรือ Delivery แก้อยากไปพรางๆ ก่อนได้เลย 

Wongnai Rating : 3.9

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/30p5zBx

มาต่อกันที่ Yellow Teeth Sip N’ Snap คาเฟ่ที่แทรกตัวอยู่ในอาคารพาณิชย์ย่านลาดพร้าว 47 หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “โชคชัย 4” ภายในตกแต่งอย่างโก๋เก๋ เผยความดิบของผิวปูนที่ถูกรีโนเวทจากสเปซเดิม ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ทรงคลาสิก ที่ชวนให้ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป เก็บ Ref. เอาไว้ในสต๊อกไอเดียแต่งบ้านเลยทีเดียว นอกจากเป็นคาเฟ่ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มและของหวานอย่างเป็นกันเองแล้ว ด้านบนของตึกยังเป็นสตูดิโอให้เช่าถ่ายภาพอีกด้วย 

Wongnai Rating : 4.0

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/31T9dnm 

เมื่อเข้ามาในโชคชัย 4 แล้ว บอกได้คำเดียวว่าออกยาก เพราะตลอดสองฝั่งถนนอุดมไปด้วยของกินมากมายที่ให้คุณอิ่มตั้งแต่เช้ายันค่ำ รวมไปถึงจุดแวะพักสายชิลอย่าง Slole Cafe & Garden ซึ่งตั้งอยู่แถวโชคชัย 4 ซอย 52/1 

ร้านนี้เปิดต้อนรับผู้คนด้วยภาพชินตาของอาคารสีขาวตัดกับกรอบประตูไม้ ก่อนจะพาเข้าสู่ด้านในซึ่งเป็นโซนที่นั่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกับมุมถ่ายรูปที่สามารถ Snap มาลง IG ได้อีกเพียบ 

Tips เล็กๆ สำหรับคนที่อยากมา Check-in ร้านนี้ คือต้องเช็ควันเปิด-ปิดล่วงหน้า เนื่องจากทางร้านมีบริการให้เช่าเหมาสถานที่อยู่บ่อยๆ ทำให้บางวันไม่สามารถรับลูกค้า Walk-in ได้จ้า  

Wongnai Rating : 4.2

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/3ou0tvN 

ปิดท้ายของอร่อย #ลาดพร้าว ไปกับ Thanwaa คาเฟ่ชื่อดังแห่งลาดพร้าว 94 ที่ไม่ว่าจะเอามุมไหนมาลงใน IG ก็มีหัวใจระรัวให้เสมอ เพราะความโฮมมี่ของร้าน และเหล่าน้อนๆ พนักงานต้อนรับสี่ขา ที่ดึงดูดให้ทาสแมวทั้งหลายต้องแวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ 

ในขณะที่เมนูก็ดีงามไม่น้อยหน้า อร่อยตั้งแต่เครื่องดื่ม ของหวาน ยันอาหารคาว เรียกว่ามาที่เดียว จบครบ อิ่มหนำสำราญทั้งกายและใจ

Wongnai Rating : 4.1

แผนที่ร้าน : https://bit.ly/3Dj9AWe 

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของ #ลาดพร้าว ย่านที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังเรื่องกิน และอินได้เหมือนกับหัวใจนับร้อยใน IG 

เอาล่ะ! ถึงเวลาปักหมุด แล้วออกไปลุยของอร่อย #ลาดพร้าว กันได้แล้วววว 

Dolce Lasalle คอนโดดีไซน์สุดหรู ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ใกล้ BTS แบริ่ง

Dolce Lasalle เป็นโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 178 ยูนิต ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ทำเลซึ่งใกล้กับรถไฟฟ้า BTS แบริ่งเพียง 500 เมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบที่จะตอบสนองความต้องการของลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาต่าง ๆ ตัวโครงการมีดีไซน์แบบ Luxury มาพร้อมสิ่งต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างครบครัน ทั้งห้องออกกำลังกาย สวนพักผ่อน สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ห้องสมุด และรวมไปถึงเกมรูม ที่จะกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ตัวโครงการมีห้องทั้งหมด 5 แบบ เหมาะกับทั้งคนโสด คู่รัก และครอบครัวขนาดเล็ก

รูปแบบห้องของโครงการ

  • STUDIO พื้นที่ใช้สอย 24.8 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 30.4 ตร.ม.
  • 1 BEDROOM (WITH CORNER) พื้นที่ใช้สอย 34.8 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45.4 ตร.ม.
  • 2 BEDROOM (WITH CORNER) พื้นที่ใช้สอย 46.5 ตร.ม.

จุดเด่นโครงการ

  • ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น
  • 178 ยูนิต
  • ห้องอ่านหนังสือ
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
  • สวนหย่อม
  • ฟิตเนส
  • จุดซัก-อบผ้า
  • ระบบ Fiber Optic
  • Shuttle Bus รับ-ส่ง

Suan Bua Residence คอนโดเพื่อคนรุ่นใหม่ อุ่นใจเหมือนอยู่บ้าน

Suan Bua Residence โครงการคอนโดใหม่ในย่านอารีย์ ด้วยคอนเซปต์ “I’m Fine, feel like home” ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตการพักผ่อนเหมือนอยู่บ้าน ทั้ง Facilities ที่มีความเป็นส่วนตัวและตัวห้องที่ใช้วัสดุจากแบรนด์ชั้นนำพร้อมระบบอัจฉริยะภายในห้อง เพื่อประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุด

ภาพรวมโครงการ Suan Bua Residence

  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร
  • พื้นที่ 1-0-51 ไร่ ในอารีย์ซอย 1 (ซอยราชครู)
  • ทั้งหมด 54 ยูนิต | สูงสุด 9 ยูนิตต่อชั้น
  • โครงการ Fully Fitted พร้อมเข้าอยู่

Highlight โครงการ

  • อยู่ในทำเลศักยภาพย่านอารีย์ที่มีความต้องการด้านการอยู่อาศัยค่อนข้างสูง
  • เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสถานที่ใกล้เคียงมากมายทั้งศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์และคาเฟ่ยอดฮิต
  • ตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลายทั้งรถไฟฟ้า BTS (อารีย์) และทางด่วน (ศรีรัช)
  • โครงการหนึ่งเดียวในอารีย์มีที่จอดรถ 100% พร้อมระบบจอดรถอัตโนมัติ
  • ตัวห้องใช้วัสดุคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำ
  • ภายในห้องมีระบบหมุนเวียนอากาศ Air Flow System : ERV ช่วยลด PM 2.5 และลดการเกิดอาการภูมิแพ้

ขนาดห้องพัก

  • 1 Bedroom 31.84 – 38.82 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 41.48 – 48.87 ตร.ม.
  • 3 Bedroom 93.95 – 109.36 ตร.ม.
  • Duplex 3 Bedroom 145.43 ตร.ม.