“ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์” หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้มาตั้งแต่เด็ก และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว บางคนใช้เวลาว่างไปกับการดูหนังฟังเพลงที่ชอบ หรือบางคนชอบที่จะใช้เวลาว่างคือการนอน ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบความถนัดในด้านที่ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือก็คือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมเสริมความรู้ อาหารสมองดีๆ ให้เราได้เหมือนกัน วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำหนังสือดีน่าอ่านครึ่งปีหลัง 2020 ว่ามีหนังสือสไตล์ไหนบ้างที่อ่านสนุก และแฝงแง่คิด เชื่อว่าถ้าอ่านจบแล้วคุณต้องอยากบอกต่อให้เพื่อนอย่างแน่นอน
1. Put the Right Me Right Job กี่ดราม่าก็ฆ่ามนุษย์ออฟฟิศไม่ได้
งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข เป็นมนุษย์ออฟฟิศมันไม่ง่าย พร้อมมาหาคำตอบพึ่งพาทางใจของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศกับ “ท้อฟฟี แบรดชอว์” คอลัมนิสต์จากคอลัมน์ “GAME ON, BITCH !”บทความตอบปัญหาดราม่าในที่ทำงานสุดร้อนแรงจาก THE STANDARD ที่คนอ่านพร้อมใจกันแชร์ลอยๆ ให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานคู่กรณีอ่าน มาใช้เวลาว่างพร้อมรับวิธีคิดที่เต็มไปด้วยพลังบวกจากหนังสือเล่มนี้ แล้วลุยต่อในวันพรุ่งนี้เพื่อให้รู้ว่าทุกดราม่าก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้เลย
2. ของขวัญจากบ๊อบ
เมื่อไม่นานมานี้หลายคนคงทราบข่าวการจากไปของ “บ๊อบ” เจ้าแมวจรที่ได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตชายติดยาคนหนึ่งที่มีนามว่า “เจมส์” ผู้ที่จมอยู่กับความรู้สึกเกลียดชังตัวเองมานานเป็นสิบปี ช่างเป็นเรื่องที่แสนพิเศษสำหรับเจมส์ที่เจอเจ้าแมวข้างถนนตัวหนึ่งที่ทำให้ชายคนนี้ได้ค้นพบความหมายของชีวิต ที่จะพาเราย้อนความทรงจำเกี่ยวกับคริสต์มาสของเจมส์ในอดีต และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงคริสต์มาสของเขาในปัจจุบันเมื่อบ๊อบก้าวเข้ามาในชีวิต หนังสือเล่มนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับผู้อ่าน พร้อมทำให้หัวใจพองโตจากเรื่องราวของเจมส์และบ๊อบ
3. วะบิ ซะบิ : แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต
“วะบิ ซะบิ” คือปรัชญาเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ฝังร่างลึกอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับการแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างกว้างขวาง แต่ถ้าหากถามคนญี่ปุ่นว่า “วะบิ ซะบิ” คืออะไร ก็แทบไม่มีคนญี่ปุ่นคนไหนตอบได้ตรงๆ โดย “เบท เคมป์ตัน” นักเขียนหญิงที่ได้รับการยอมรับว่าเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง เธอได้แกะรอย “วะบิ ซะบิ” ว่ามันคือสิ่งใดและมีประโยชน์อะไรที่เราสามารถหยิบจับมาใช้ได้ เธออกตามหาความหมายตั้งแต่ที่บ่อน้ำในวัดศักสิทธิ์ตามตำนานของซามูไร ไปจนถึงแนวทางการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดัง เพื่อมากลั่นวิถีของปรัชญาอันเก่าแก่ออกมาเป็นแนวคิดและวิธีปฏิบัติ เพื่อนำมาใช้ในโลกแห่งชีวิตจริง โดยแท้จริงแล้วชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตเรานั้นเปล่งประกายงดงามขึ้นมาแทนที่
4. จีน-อเมริกา : จากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี ถึงสงครามเย็น 2.0
ผู้เขียนเริ่มต้นจากการเล่าเรื่องราวที่ดูจริงจังให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายและสนุก โดยมีเนื้อหาตั้งแต่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อนของจีนและอเมริกา สอดแทรกแนวคิดและมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เขียน สะท้อนการปะทะและการแยกตัวระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่เดิมเคยเป็นมิตรพึ่งพากัน แต่วันนี้กลับมาห้ำหั่นแข่งขันกันอย่างรอบด้าน เริ่มต้นจากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี และกำลังขยายผลเป็นสงครามเย็น 2.0 ที่แตกต่างจากสงครามเย็นครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
5. ทฤษฎีความเหงา Alone”s Theory
หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์จากมุมมองความรักของผู้หญิงคนหนึ่งใน 3 สถานะ ตั้งแต่ การแอบรัก (in love), การได้รักกัน (in relationship) และเรื่องราวของการจากลา (broken heart) เราทุกคนล้วนหลีกเลี่ยงไม่ได้จากสถานะเหล่านี้ ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีวันจากลา และความสัมพันธ์ที่เรามั่นใจจะอยู่ถึงวันสุดท้ายของชีวิตก็ไม่มีอะไรที่มั่นคงเสมอไป แต่การที่ได้ตกหลุมรักใครสักคนและการที่ได้รัก ได้ส่งความรู้สึกดีๆ ให้กันและกัน ย่อมเป็นสิ่งที่งดงามและทำให้หัวใจของเราอบอุ่นขึ้นมา
หวังว่าหนังสือทั้งหมด 5 เล่ม ที่เราคัดสรรมาแนะนำจะทำให้ผู้อ่านทุกคนสนุก อ่านเพลินแถมได้แง่คิดดีๆ พร้อมรับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เพื่อนๆ สามารถหาซื้อหนังสือที่ชอบได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่เรารวบรวมทุกอย่างไว้ให้คุณ
