ประโยชน์ vs เคราะห์ร้ายของการใส่ หมวก

ประโยชน์ vs เคราะห์ร้ายของการใส่ หมวก

หากจะมีประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะสามารถใส่ หมวก ได้ตลอดเวลาก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศไทยที่ทั้งปีมีเพียงหน้าร้อน ร้อนมาก และร้อนที่สุด แต่เรากลับไม่ค่อยเห็นคนไทยใส่หมวกกันมากเท่าไหร่นัก และแท้จริงแล้วควรใส่หรือไม่ มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันที่นี่

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยไม่นิยมใส่ หมวก

ด้วยความเชื่อและค่านิยมแปลกๆ ที่คนไทยเชื่อและคอยยึดถือกันมาอย่างยาวนาน ทำให้คนไทยหลายคนเลือกที่จะไม่ใส่หมวกอย่างเช่น

  • ห้ามสวมหมวกเวลากลางคืนเพราะจะทำให้เกิดโชคร้าย
  • ห้ามให้คนอื่นสวมหมวกของเราหรือห้ามไปสวมหมวกคนอื่นเพราะจะเป็นการเปลี่ยนดวงชะตา

ในบางความเชื่อบอกว่าไม่ควรใส่หมวกในวันเกิดเพราะจะทำให้อายุสั้นลงแต่บางความเชื่อกลับบอกว่าจะนำสิริมงคลมาให้ หรือบางความเชื่อที่บอกว่าต้องเลือกหมวกให้ถูกต้องมิเช่นนั้นจะเคราะห์ร้าย แต่อะไรคือการเลือกหมวกที่ถูกหรือผิดกันล่ะ ในเมื่อหมวกที่ทุกคนมักจะเลือกใส่ก็คือหมวกที่เข้ากับรูปหน้าหรือสไตล์การแต่งตัวเท่านั้นเอง ซึ่งการใส่หมวกไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะการสวมใส่หมวกนั้นยังสามารถเกิดประโยชน์ได้ในหลายๆ ด้าน

ใส่หมวกแล้วหัวล้านจริงไหม ? 

ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับการใส่หมวกว่าจะทำให้หัวล้านก่อนวัย ซึ่งแท้จริงแล้วอาการหัวล้านนั้นเกิดได้จากพันธุกรรมและฮอร์โมน ทั้งนี้ทั้งนั้นการสวมใส่หมวกนั้นไม่สามารถทำให้หัวล้านได้โดยตรงแต่หากเลือกหมวกที่คับเกินไปจนรัดหนังศรีษะอาจทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่ดีพอและเกิดการผมร่วงตามมา หรือการไม่รักษาความสะอาดของหมวกและเส้นผม เพราะความชื้น เชื้อราและสิ่งสกปรกก็สามารถทำให้ผมหลุดร่วงได้เช่นเดียวกัน

ประโยชน์ของการใส่หมวกที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว

อย่างที่ทุกคนทราบและสามารถสัมผัสได้ในแต่ละวันคือความจ้าของแสงแดดที่ส่องมา ซึ่งโดยส่วนมากแล้วเราเลือกที่จะทาครีมกันแดดหรือใส่เสื้อคลุมเพื่อถนอมผิว แต่อวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างใบหน้านั้นกลับไม่มีสิ่งใดปกป้องผิวเลยด้วยซ้ำไป นอกจากแสงแดดจะสามารถทำให้ผิวหน้าของเราแห้งและแก่ก่อนวัยแล้ว รังสี UV ที่ส่องมายังสามารถทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย จะดีกว่าไหมหากเราสวมใส่หมวกเพื่อป้องกันการเกิดอาการไหม้ของผิว ฝ้าแดด ภาวะผิวขาดน้ำ ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง หรือการเสื่อมสภาพของดวงตาที่อาจเกิดปัญหาต้อกระจกหรือจอประสาทตาเสื่อมตามมา

เลือกหมวกที่ชอบ ให้ออกมาใช่

ก่อนเราจะเลือกรูปทรงของหมวกนั้นเรามาทำความรู้จักกับวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการทำหมวกกันเสียก่อน เพื่อให้เราสามารถเลือกหมวกที่มีคุณภาพที่ดีและเหมาะกับการสวมใส่ในสภาพอากาศบ้านเราได้ประจำแบบที่ไม่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดและเหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้น

  • ผ้าฝ้าย (cotton) เป็นผ้าที่ระบายอากาศและดูดซับเหงื่อได้ดี
  • ผ้าลินิน (linen) น้ำหนักเบามากมาพร้อมกับคุณสมบัติของการดูดซับเหงื่อและระบายอากาศได้เป็นอย่างดี
  • ผ้าฟลีซ (fleece) น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี แต่ก็สามารถให้ความอบอุ่นได้
  • ผ้าแคนวาส (canvas) แข็งแรง ทนทาน กันลม กันฝน กันแดด ครบเครื่องสุดๆ 
  • โพลีเอสเตอร์ (polyester) เป็นวัสดุที่ทนทาน แห้งง่าย และสามารถใช้ในการป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี
  • ไนลอน (nylon) สามารถกันน้ำได้และมีน้ำหนักที่เบามาก โดยส่วนมากมักใช้ในช่วงหน้าฝน
  • หนัง (leather) เป็นวัสดุที่ทนทาน ป้องกันลมได้ดีแต่ไม่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและระบายอากาศ
  • ฟาง (straw) เป็นวัสดุที่เบาที่สุด ระบายอากาศได้ดีที่สุด ปกป้องแสงแดดได้ดี นิยมสวมใส่ที่ชายหาดหรือการออกเดินเรือ

การเลือกวัสดุของหมวกนั้นสำคัญต่อการใช้งานมากขึ้น เช่นหากคุณต้องการเล่นกีฬาก็ควรเลือกวัสดุที่ซับเหงื่อและกันแดดในเวลาเดียวกัน หากคุณต้องการเดินป่าอาจจะเลือกแบบที่แข็งแรงแต่เบาสบาย หรือหากต้องการใส่เพื่อแมตช์ลุคอาจจะเลือกวัสดุที่ทำจากหนังให้ดูมีสไตล์เป็นต้น 

ไม่ว่าคุณอยากจะแต่งตัวแนวสตรีท ตัวแม่สายแฟ สายฮิปปี้โบฮีเมียน ลุคสปอร์ต หรือแม้แต่ใส่หมวกในวันสบาย แอดเชื่อว่าไม่ว่าจะลุคไหนก็อยากจะใส่หมวกให้ออกมาดูดีกันทั้งนั้น ดังนั้นนอกจากวัสดุของหมวกที่สำคัญแล้ว การเลือกทรงของหมวกให้เข้ากับรูปหน้าและสีผิวก็สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้แอดเลยมีเคล็ดลับในการเลือกหมวกมาฝาก

เลือกสีหมวกตามสีผิว

  • ผิวขาว ควรเลือกสีหมวกที่มีสีสันสดใสอย่างเช่นสีฟ้า สีชมพู สีม่วง จะช่วยให้ใบหน้าดูสดใสมากขึ้น แต่ควรเลี่ยงสีที่เข้มเกินไปเพราะจะทำให้ใบหน้าดูซีดจนเกินไป
  • ผิวขาวอมเหลือง การเลือกสีโทนร้อนอย่างสีส้ม สีแดง สีเหลืองจะทำให้ดูดียิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงสีโทนเย็นเพราะจะทำให้สีผิวดูดรอปลง
  • ผิวสองสี ควรเลือกสีสว่าง สีสด อย่างเช่นสีเขียว สีน้ำเงิน สีแดง หรือสีเหลือง สีที่สดใสจะช่วยให้ใบหน้าดูผ่องและสว่างมากยิ่งขึ้น
  • ผิวเข้ม สีที่ใส่แล้วออกมาดูปังที่สุดคือสีขาว สีแดงสด หรือสีเหลืองสด การเลือกสีหมวกที่ตัดกับสีผิวจะทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นมากขึ้น

เลือกรูปทรงหมวกตามรูปหน้า

  • หน้ารูปเพชร หมวกทรงกลมอย่างทรงเบเร่ต์จะช่วยเพิ่มมิติของใบหน้าและช่วยบดบังความกว้างของโหนกแก้ม
  • หน้าเหลี่ยม หมวกที่มีปีกโค้งอย่างทรงบาวเลอร์มาตัดกับรูปเหลียมของช่วงกรามและคางจะทำให้หน้าดูละมุนขึ้น
  • หน้ารูปหัวใจ ควรสวมใส่หมวกที่มีปีกกว้างที่มีทรงสูงเล็กน้อยอย่างทรงเบเร่ต์หรือทรงบัคเก็ตจะช่วยพรางช่วงโหนกแก้มและเพิ่มความยาวส่วนคาง
  • หน้ากลม ควรหลีกเลี่ยงหมวกทรงบีนนี่หรือทรงที่รัดรูปเกินไปเพราะจะทำให้หน้าดูไร้มิติ ควรเพิ่มดีเทลส่วนใบหน้าอย่างหมวกทรงปานามาเพื่อปรับทรงรูปหน้า
  • หน้ายาว หมวกทรงแบนหรือหมวกบัคเก็ตใบใหญ่จะช่วยพรางความยาวบริเวณหน้าผากได้เป็นอย่างดีและจะทำให้ใบหน้าดูสั้นขึ้น
  • หน้ารูปไข่ เป็นใบหน้าที่สมส่วนจึงสามารถใส่หมวกทุกรูปแบบให้ออกมาดูดีได้ ดังนั้นควรเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบควรเลือกที่เหมาะกับสีผิวหรือสไตล์การแต่งตัวแทน

3 หมวกสุดฮิตที่ใส่มารถใส่ได้ง่ายในทุกโอกาส

สาเหตุที่เรียกว่าหมวกเบสบอลนั้นเกิดจากการที่ทีม Brookly Excelsiors นั้นได้สวมใส่ในปี 1860 และทำให้เกิดเป็นกระแสโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันที่สามารถนำมาแมตช์เข้าได้กับทุกลุค

หมวกที่มีปีกกว้างและมีรอยหยักในช่วงกลางของหมวก เราจะเห็นหมวกชนิดนี้ตามหนังอย่างนักธุรกิจหรือนักสืบ ให้กลิ่นอายแฟชั่นแบบย้อนยุคแต่ยังเท่และมีสไตล์

เป็นหมวกที่โด่งดังในประเทศอังกฤษจากการที่เหล่าทหารนั้นใช้สวมใส่ในการป้องกันแดดและฝน ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในวงการแฟชั่นทั้งต่างประเทศและในไทย

แฟชั่นฮิตตลอดการแต่งยังไงก็ดูรวยแบบ Old Money

แฟชั่นฮิตตลอดการแต่งยังไงก็ดูรวยแบบ Old Money

หลังจาก แฟชั่น Y2K กลับมาเป็นกระแสในกลุ่มวัยรุ่นได้ไม่นานก็ซบเซาลง แต่สิ่งที่ยังอยู่คือกลิ่นอายความย้อนยุค อ๊ะ! แต่รอบนี้ถึงจะเป็นกระแสการแต่งตัวอิงตามแฟชั่นสมัยก่อนเหมือนเดิม แต่เรามากับวลีเด็ดที่ว่า ‘น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ High fashion’  กับสไตล์การแต่งตัวแนว Old Money นั่นเอง

ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะค่อยๆ เดินไป Fast Fashion แต่จะมีอยู่เพียงแค่หนึ่งสิ่งเท่านั้นที่ไม่ว่ากาลเวลาก็ไม่สามารถทำอะไรกับสไตล์ที่เรียกว่า Old Money ได้เลย และสิ่งที่ทำให้การแต่งตัวแนวนี้ยังสามารถกลับมาใส่ได้ตลอดเพราะความเรียบหรู ดูแพง การเลือกโทนสีและสไตล์เนื้อผ้า แต่ก่อนจะทำความเข้าใจเรื่องสีและอื่นๆ นั้น เรามาดูความขลังและจุดกำเนิดของแฟชั่นสไตล์นี้กันก่อนดีกว่า

Old Money เริ่มตั้งแต่ตอนไหน?

แน่นอนว่าที่เราเกริ่นมาตั้งแต่แรกว่า Old Money คือเทรนด์การแต่งตัวที่อยู่เหนือการเวลามาโดยตลอด นั่นก็เพราะว่าจุดกำเนิดของสไตล์การแต่งตัวนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยาวมาจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มจากกลุ่มชนชั้นสูงของทางอเมริกาไปจนถึงฝั่งยุโรปและยังรวมถึงการแต่งตัวด้วยลุคสบายๆ ของเหล่าราชวงศ์อีกด้วย และด้วยความที่ในสมัยก่อนนั้นคนที่มีฐานะสูงจะเลือกใช้เสื้อผ้าโทนสีพื้นตามธรรมชาติ ดีเทลที่เรียบหรูและการใช้วัสดุชั้นดี ในขณะนั้นกลุ่มชนชั้นกลางนั้นยังคงเลือกสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีลวดลาย สีสันที่เข้มหรือสดใส ซึ่งถึงแม้ว่าจะออกมาสวยและมีรายละเอียดที่ดีไม่แพ้กัน แต่นั่นก็ยังทำการแต่งตัวตามยุคสมัยนั้นกับการแต่งตัวแนว Old Money ขัดกันอย่างสิ้นเชิง จนทำให้เกิดการเรียกแฟชั่นแนว Old Money ว่าเป็นแฟชั่นผู้ดีเก่านั่นเอง 

แพงด้วยจิตวิญญาณ คุณภาพ ไม่ใช่ราคา

หากคุณคิดว่าการแต่งตัวแนว Old Money คือการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์หรู โชว์โลโก้แสนแพงนั้นอาจจะไม่ใช่แนวคิดที่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การแต่งตัวแนว Old Money นั้นมักจะเลือกชนิดที่มีโลโก้เล็กที่สุด ไปจนถึงไม่มีเลยยิ่งดี แต่กลับเป็นแฟชั่นการแต่งตัวที่ให้ความสำคัญกับเนื้อผ้า วัสดุที่ใช้ในการผลิต การตัดเย็บอย่างปราณีต ไปจนถึงสีเสื้อผ้าที่ไม่ฉูดฉาด แต่ข้อมูลแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ แอดจะมาแนะนำไอเทมที่ต้องมี การเลือกเสื้อผ้าแบบไหนคือถูกต้อง บอกเลยว่าใครๆ ก็สามารถแต่งตามได้ไม่ยาก จะมีอะไรที่ต้องเน้นเป็นพิเศษบ้างไปดูกันเลย

  • โทนสีของชุด 

การแต่งตัวแนวนี้นั้นมักจะเลือกสีสันที่เรียบ ไม่ฉูดฉาดอย่างสีขาว สีเบจ สีน้ำตาล สีฟ้าอ่อนหรือสีกรมท่า และสีดำ ซึ่งหากสักเกตุดูแล้ว สีโทนนี้เราสามารถจับมาแมทช์กับไอเทมอื่นๆ ได้ง่ายๆ เลยใช่ไหมล่ะ

  • หลีกเลี่ยงลวดลายโด่ดเด่น

หากจะเลือกโทนสีเรียบๆ แต่เพิ่มลวดลายที่เด่นเกินไปก็คงจะหลุดธีมกันไปหน่อย กับแนว Old Money นั้นแน่นอนว่าการมีลวดลายบนเนื้อผ้าไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ก็ต้องเป็นลวดลายที่มาจากการถักทอ หรือดีเทลของเนื้อผ้า มากกว่าลายที่มาจากการพิมพ์หรือปัก โดยลายที่เป็นที่นิยมที่สุดจะเป็นลายสก๊อต ลายก้างปลา หรือลายดอกเล็กๆ เพียงแต่เพื่อเพิ่มดีเทลให้กับเนื้อผ้าขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

  • คุณภาพของเนื้อผ้า 

ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าของเหล่าผู้ดีเก่านั้นจะไม่มีโลโก้แบรนด์ตัวโตๆ มาการันตีราคาความแพง แต่เนื้อผ้าที่เลือกใช้นั้นก็มีราคาโดยตัวของมันเองอยู่แล้วอย่างเช่นผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าลินิน ผ้าคอตตอนหรือผ้าแคชเมียร์ โดยเนื้อผ้าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ จึงทำให้นอกจากจะมีคุณภาพที่ดีแล้ว ยังทำให้ทุกการสวมใส่นั้นสบายและยังเป็นการกระซิบบอกผู้คนเป็นนัยๆ ว่าฉันน่ะเลือกใช้วัสดุชั้นดีและราคาก็สูงเลยทีเดียว หรือจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือรวยแบบไม่ตะโกนนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างกับการแต่งตัวแนว Old Money ขนาดยังไม่ทันจะได้เห็นแบบเสื้อผ้าที่จะนำมาแมตช์ลุคยังขนลุกกับความรวยได้ขนาดนี้

8 ไอเทมสำหรับแต่งตัวสไตล์ Old Money

มาดูเสื้อผ้า เครื่องประดับและรองเท้ากันบ้างดีกว่า ไอเทมที่ขาดไม่ได้กับการแต่งตัวแนวนี้จะมีอะไรบ้าง แอดได้รวบรวมมาให้ทั้งหมดที่นี่

  1. เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อคอปกสีพื้น

ไม่ว่าจะเลือกเป็นผ้าคอตตอนก็ได้ ผ้าลินินก็ดี ขอเพียงแค่โทนสียังคงความเรียบหรู ไม่มีดีเทลมากนัก หรือจะเลือกแบบสีพื้นไม่มีลวดลายไปเลยยิ่งดี ไม่ว่าจะสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายก็ควรเลือกที่พอดีกับตัว ต้องไม่ใหญ่หรือไม่รัดจนเกินไป 

  1. กางเกงขายาว

การแมตช์ชุดนั้นจะง่ายขึ้นมากหากคุณมีกางเกงขายาวทรงกระบอกใหญ่สุดคลาสสิค ที่ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงใส่ก็ออกมาดูดีทั้งนั้น โดยสามารถจับคู่โทนสีได้ง่ายๆ อย่างเสื้อสีน้ำเงินเข้มตัดกับกางเกงสีขาว หรือจะมาเป็นสีเดียวกันทั้งท่อนบนท่อนล่างก็ดูดีไม่แพ้กัน

  1. กระโปรง

การเลือกกระโปรงสำหรับผู้หญิงนั้นง่ายมากๆ ไม่ว่าคุณจะเลือกใส่เป็น mini skirt กระโปรงผ้าซาติน กระโปรงทรงดินสอ หรือไม่ว่าจะเป็นทรงพลีทก็สามารถนำมาแมตช์เข้าได้กับทุกลุคนั้นเอง เพราะความเป็น Old Money นั้นจะเน้นไปที่โทนสี เนื้อผ้า และบุคคลิกที่ส่งให้ดูแพงนั่นเอง 

  1. สเว็ตเตอร์

ตัวเลือกที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่จะช่วยให้ลุค Old Money ดูสมบูรณ์มากขึ้นคือการหยิบสเว็ตเตอร์สักตัว ไม่ว่าจะแมตช์เข้ากับกระโปรงหรือกางเกงก็ไปได้กับทุกลุค ควรเพิ่มกิมมิคด้วยสเว็ตเตอร์ที่มีลายทอเล็กน้อย แต่ยังมีโทนสีที่เรียบไม่โด่ดเด่น หรือหากอยากจะเพิ่มดีเทลให้เสื้อผ้าในวันที่ไม่ได้ใส่เครื่องประดับที่เด่นมาก อาจจะใช้สเว็ตเตอร์มาผูกไว้รอบคอ ให้ความมีคลาสแบบไม่ค่อยตั้งใจรวยสุดๆ 

  1. เสื้อเบลเซอร์

ไอเทมที่ไม่ว่าจะแต่งกับลุคไหนก็ออกมาดูดี ไม่ดูตั้งใจหรือเป็นทางการมากเกินไป ซึ่งไม่ว่าจะเลือกแมตช์กับสเว็ตเตอร์แขนกุดหรือกระโปรงตัวจิ๋วก็เข้ากันได้ดีมากๆ โทนสีที่นิยมที่สุดจะเป็นสีเบจและสีดำ

  1. เครื่องประดับ

การเลือกเครื่องประดับสำหรับเหล่า Old Money ส่วนมากนั้นจะนิยมเลือกที่เป็นสีทอง เงิน และมุก ซึ่งโดยส่วนมากจะไม่ใช่สร้อยเส้นที่ใหญ่หรือเห็นได้ชัดมากนัก แมตช์กับแหวน ต่างหูเล็กๆ ส่วนผู้ชายนั้นมักจะเลือกเป็นนาฬิกาสักเรือนก็อยู่แล้วล่ะ

  1. ไอเทมหนัง

ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหนัง กระเป๋าหนัง สายนาฬิกาหนัง ก็สามารถเติมเต็มความเป็นผู้ดีเก่าได้เป็นอย่างดี อาจจะเลือกโทนสีน้ำตาลที่เข้มว่าสีเสื้อผ้าเล็กน้อยหรือไปทางสีดำก็ดี ขอกระซิบอีกอย่าง การเลือกเข็มขัดที่มีหัวเข็มขัดสีทองก็สามารถรับกับเครื่องประดับและเสื้อผ้าได้ดีทีเดียวเลยนะ สำหรับผู้หญิงถ้าอยากมีไอเทมหนังติดไว้สักชิ้นสองชิ้น ลองเลือกรองเท้าแตะหนังใส่ในลุคชิวๆ หรือจะเป็นกระเป๋าหนังสักใบ อาจจะมีลายเล็กน้อย หรือไม่มีเลยยิ่งดี ให้ความรู้สึกเรียบแต่โก้ตามโจทย์เลยล่ะ

  1. ผ้าไหมผืนเล็ก

ด้วยความที่เสื้อผ้าที่เรียบและมีดีเทลอันเล็กน้อยนั้น สิ่งที่จะช่วยทำให้ลุคนั้นดูเด่นมากขึ้นคือการเลือกผ้าไหมสำหรับนำมาพันคอ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเลยล่ะ หรือถ้าอยากได้ลุคหวานๆ สำหรับสาวๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นผ้าโพกผมแทนก็ได้นะ โดยการเลือกลายผ้าถึงแม้จะมีลวดลายหรือสีก็อย่าเลือกสีที่สดจนเกินไป อาจจะเลือกเป็นสีแดงเลือดหมูมาตัดกับโทนสีครีมแค่นี้ก็ฟินิชลุคได้ง่ายๆ แล้วล่ะ

เป็นยังไงกันบ้างกับเทรนด์การแต่งตัวแนว Old Money ไม่ยากเลยใช่ไหม ด้วยข้อดีของการเลือกโทนสีและไอเทมต่างๆ ที่จะนำมาแมตช์เข้ากับลุคนั้นสามารถแต่งออกมาให้ดูดีได้ง่ายๆ และการเลือกซื้อเสื้อผ้าโทนนี้ก็ยังสามารถเก็บไว้ใส่ได้อีกนานเลยล่ะ

ต้อง เลี้ยงแมว แบบไหนถึงจะถูกใจแมว??

ต้อง เลี้ยงแมว แบบไหนถึงจะถูกใจแมว??

ด้วยการพัฒนาทั้งพันธุกรรมของแมว ลักษณะนิสัย ขนาดและหน้าตาที่น่ารัก จึงทำให้ใครหลายๆ คนตัดสินใจที่จะเริ่ม เลี้ยงแมว ซึ่งการเลี้ยงแมวให้ถูกวิธีนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ แต่ก็มีบางสิ่งที่หลายคนอาจจะเผลอละเลยไป ดังนั้นวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักแมวให้มากขึ้นกัน

รู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงแมวนั้นสามารถช่วยลดความเครียดความกังวลให้กับมนุษย์เราได้ อีกทั้งแมวยังสามารถสัมผัสความรู้สึก อารมณ์ของเจ้าของ และยังช่วยให้เราผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากหน้าตาจะน่ารักน่าเอ็นดูแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อมนุษย์เราทางด้านจิตใจและเป็นแรงงานในการจับหนูหรือจิ้งจกให้เราอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนแมวและเป็นทาสแมวที่สมบูรณ์แบบ เราจึงควรทำความเข้าใจความต้องการของแมวให้มากขึ้นเพื่อการดูแลแมวให้แข็งแรงทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของแมว สิ่งที่แมวชอบและไม่ชอบจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

9 สิ่งที่แมวเกลียดที่สุด

  • น้ำและการอาบน้ำ เป็นสิ่งที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมวกับน้ำเป็นขั้วตรงข้าม แต่ถึงอย่างนั้นแมวก็ควรต้องได้รับการอาบน้ำบ้างโดยเฉพาะแมวที่มีขนยาว ดังนั้นเราจึงควรฝึกอาบน้ำหรือสร้างความคุ้นชินในการอาบน้ำให้แมวมากขึ้น
  • กลิ่นฉุนหรือกลิ่นที่หอมเกินไป เพราะเจ้าเหมียวนั้นมีสัญชาตญาณในการดมกลิ่นค่อนข้างไว และการพ่นสเปรย์น้ำหอมหรือทำอาหารกลิ่นแรง จะทำให้แมวรู้สึกไม่สบายใจและหงุดหงิดมากขึ้น
  • เสียงดัง หลายบ้านอาจจะพบเจอปัญหาแมวกลัวไดร์เป่าผมหรือเครื่องดูดฝุ่น นั่นเพราะว่าแมวมีประสาทรับเสียงที่ดีเยี่ยม การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออยู่ในระแวกที่เสียงดังจะทำให้แมวเครียดหรือเกิดความหวาดระแวงได้
  • พื้นที่สกปรก แมวจะรู้สึกยี้เป็นอย่างมากหากกระบะทรายของเขานั้นเต็มหรือดูสกปรกหรือพื้นที่ส่วนตัวอย่างที่นอนที่สกปรกก็ทำให้แมวรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ด้วยความที่แมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาดเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ
  • การถูกละเลย หากจะเลี้ยงแมวสักตัวสิ่งที่เราควรมีที่สุดคือเวลาและความใส่ใจ อย่างที่ทุกคนได้เคยสัมผัสในการเลี้ยงแมวนั้นคือการถูกแมวเมิน ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าแมวอยากอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวเหงาๆ เสมอไป บางครั้งแมวก็ต้องการให้มนุษย์สนใจเช่นเดียวกัน (แค่ขี้เกียจเดินมาหานุดเฉยๆ)
  • การเล่นแรงๆ หรือการจกพุง สิ่งที่เจ้าเหมียวเกลียดที่สุดกลับเป็นสิ่งที่นุดอย่างเราชอบที่สุดนี่สิ หากจะเลี้ยงแมวให้แมวมีความสุขล่ะก็ อาจจะต้องระวังเรื่องของน้ำหนักมือให้มากขึ้น เพราะแมวอาจมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวขึ้นด้วยเพราะเขาจะคิดว่าการเล่นแรงๆ นั้นเป็นเรื่องปกติ
  • การถูกบังคับ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับอาบน้ำ หรือการถูกกอดถูกหอมโดยไม่ยินยอม หากแมวทำท่าขัดขืนหรือไม่พอใจให้ปล่อยเจ้าเหมียวไปก่อน การกอดแน่นๆ โดยไม่ยอมให้แมวขยับไปไหนจะทำให้แมวรู้สึกเกลียดการกอดและไม่ยอมให้นุดเข้าใกล้ในที่สุด
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมแบบฉับพลัน ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน เปลี่ยนทราย หรือเปลี่ยนที่นอน เมื่อกลิ่นที่เจ้าแมวคุ้นชินนั้นหายไปจะทำให้แมวรู้สึกเครียดและไม่ปลอดภัยได้ ดังนั้นจึงควรนำวัสดุที่เคยมีกลิ่นเดิมติดมาด้วย หรือการเปลี่ยนทรายยี่ห้อใหม่ควรเริ่มจากการผสมทีละนิดจนเจ้าเหมียวคุ้นชิน
  • เกลียดแมว อาจจะงงกันสักนิดแต่หากแมวคุณเป็นอินโทรเวิร์ตหรือเป็นแมวที่เคยถูกเลี้ยงเดี่ยวมาก่อน การมีแมวอื่นเข้ามาในบ้านจะทำให้แมวหงุดหงิดและเกิดความเครียดสูง และถึงแม้จะไม่มีแมวใหม่ในบ้านแต่หากคุณอาจจะเผลอไปลูบแมวตัวอื่นมาก็ควรล้างมือหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้แมวเกิดความเครียดจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตามมาได้

การหลีกเลี่ยงสิ่งที่แมวไม่ชอบนั้นจะช่วยทำให้แมวมีความสุข ลดพฤติกรรมก้าวร้าวและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นการเลี้ยงแมวที่ดีนั้นควรสังเกตุลักษณะร่างกาย สภาพขน ตา จมูก การขับถ่าย พฤติกรรมของแมว จัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมและการดูแลปัจจัยหลักๆ ที่แมวต้องการในชีวิตประจำวันก็สำคัญต่อการเลี้ยงแมวเช่นเดียวกัน

รวมปัจจัยสำคัญของการ เลี้ยงแมว

  • ถ้วยน้ำสะอาด ควรหมั่นเปลี่ยนน้ำให้แมวอย่างน้อยทุกวัน หรือ 2 ครั้งต่อวัน และควรมีถ้วยน้ำมากกว่า 1 จุดในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นนิ่วและการขาดน้ำ ซึ่งหากแมวของคุณมีพฤติกรรมดื่มน้ำยากนั้นควรเลือกเป็นแบบน้ำพุเพื่อกระตุ้นการอยากดื่มน้ำของแมว
  • กระบะทราย หากคุณเลี้ยงแมว 1 ตัว ควรมีกระบะทรายอย่างน้อย 2 จุดในบ้าน เพื่อสร้างความสะดวกในการขับถ่ายของแมว เนื่องจากแมวส่วนมากจะมีนิสัยขี้เกียจไปเข้าห้องน้ำ ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคการมีกระบะที่สะอาดจะช่วยกระตุ้นให้แมวอยากขับถ่ายมากขึ้น
  • อาหาร ควรให้อาหารที่เหมาะสมต่ออายุ น้ำหนัก และควรคำนึงถึงสารอาหารที่ครบถ้วนที่แมวต้องการเสมอ ในปัจจุบันมีอาหารให้เลือกอยู่ถึง 3 แบบด้วยกัน
  • อาหารเม็ด เป็นประเภทอาหารที่หาได้ง่าย สามารถช่วยในการขัดฟัน มีให้เลือกหลายเกรดหลายยี่ห้อ ควรเลือกแบบที่มีสารอาหารที่ครบถ้วน ไม่เติมเกลือหรือมีโซเดียมที่น้อยมาก ข้อเสียของอาหารเม็ดคือความแห้งของอาหาร ดังนั้นจึงควรเช็คพฤติกรรมให้เจ้าเหมียวดื่มน้ำให้เพียงพอ 
  • อาหารเปียก มักจะมีโปรตีน ไขมัน และน้ำ แต่จะไม่ค่อยมีสารอาหารที่ได้จากผัก การให้อาหารเปียกจะช่วยเพิ่มระดับน้ำสำหรับแมวที่ไม่ชอบดื่มน้ำได้ดี แต่อาหารชนิดนี้จะทำให้แมวมีคราบที่ฟัน มีกลิ่นปากตามมาจึงควรดูแลสุขอนามัยช่องปากของแมวเป็นประจำ และหากมีปริมาณน้ำมากเกินไปอาจทำให้แมวถ่ายเหลวอีกด้วย
  • BARF (Biologically Appropriate Raw Food) อาหารประเภทนี้จะมีส่วนประกอบของเนื้อ กระดูกที่สามารถทานได้ ขน และเครื่องในสัตว์ โดยปกติแล้วมักจะเติมสารอาหารประเภทผักหรือผลไม้ที่สัตว์เลี้ยงต้องการเพื่อเพิ่มวิตามินอีกด้วย อาหารประเภทนี้จะมีโปรตีนสูงและไขมันน้อย ช่วยในเรื่องกล้ามเนื้อ สุขภาพขนและช่องปากได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากเป็นอาหารสด ผู้ที่เลี้ยงแมวด้วย BARF จึงควรดูแลเรื่องของการถ่ายพยาธิและดูแลอาหารให้สดใหม่อยู่เสมอ
  • ที่นอนแมวหรือพื้นที่ผ่อนคลายส่วนตัว การมีที่นอนที่สะอาด กล่องหลบภัย หรือคอนโดแมวนั้นเป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างมากสำหรับแมว เพราะแมวนั้นต้องการพื้นที่ส่วนตัวค่อนข้างสูง
  • ของเล่น เพราะสัญชาตญาณนักล่ายังคงอยู่ในแมวทุกตัว การมีของเล่นอย่างบอลแมวหรือไม้ตกแมวขนนก จะช่วยให้แมวได้ปลดปล่อยพละกำลัง ได้ออกกำลังกายมากขึ้น 
  • อุปกรณ์ดูแลเล็บและขน นอกจากที่ฝนเล็บแมวแล้ว การตัดเล็บแมว การแปรงขน และการแปรงฟัน จะช่วยให้แมวมีสุขภาพที่ดีขึ้น ควรฝึกแมวตั้งแต่เล็กเพื่อให้เกิดความเคยชิน
  • การตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนประจำปี การถ่ายพยาธิ หรือการอาบน้ำตัดแต่งขนเป็นครั้งคราวก็สำคัญทั้งสิ้น

เพราะสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงแมว ดังนั้นนุดจึงไม่ควรปล่อยให้แมวมีสภาพบกพร่องทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะความสุขของแมวคือก็คือความสุขของเรา