รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

ใครอยากเป็นเศรษฐี?? “ฉันน่ะสิๆ!!” ปัจจุบันการจะทำมาหากินหรือค้าขายอะไรก็ตาม บอกเลยว่าสถานที่ในการวางขายเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก หากเรานั้นอยากได้เงินจากขายเยอะๆ นั้น การมองหาทำเลที่ตั้งของร้านจะต้องแม่น แน่น ดุ และตรงเป้าหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงรวมมาให้แล้วถึง 5 วิธี การมองหามุมขาย เพื่อทำให้คุณ เลือกทำเลได้ดีที่สุด!!

1.เลือกทำเลจากกลุ่มเป้าหมาย

อาจจะดูเป็นเหมือนเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ต้องดูก่อน ลำดับแรกเลย ดูในเรื่องของ ประชากรศาสตร์ (Demographics) ว่าสินค้าของเราเหมาะกับคนกลุ่มไหน และเริ่มสำรวจว่าสถานที่ตรงไหนบ้างที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่เยอะ เช่น หากสินค้าของเรานั้นมีกลุ่มเป้าหมาย คือ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ วัยทำงาน ทำเลที่ตั้งที่จะดี เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ อาจจะเป็นห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศ เป็นต้น

2.เลือกทำเลจากการสำรวจการสัญจรของลูกค้า

หลังจากการที่เราได้รู้กลุ่มเป้าหมายแล้วการมองหาสถานที่ขายสักหนึ่งที่นั้น เราควรมองว่าพื้นที่ตรงนั้นคนผ่านไปผ่านมาเยอะหรือเปล่า? และร้านบริเวณที่ใกล้เคียงบริเวณนั้นมีลูกค้าเข้า – ออกมาก – น้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาคำนวณถึงว่า ต่อเดือนจริงๆ แล้วเรานั้นต้องการลูกค้าจำนวนเท่าไร ที่จะไม่ทำให้แต่ละเดือนนั้นติดลบหรือไม่มีกำไรนั่นเอง

3.เลือกทำเลจากข้อดี – ข้อเสียของแต่ละที่

เมื่อเรารู้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะขาย และรู้อัตราการสัญจรผ่านไปมาของลูกค้าแล้ว ก็ต้องมามองต่อกับสถานที่ที่เลือกจะวางขาย ควรมองหาสถาที่ที่หลากหลายเพื่อนำแต่ละที่มาเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร นำข้อดี – ข้อเสียเหล่านั้นมาชั่งน้ำหนักกันดูถึงรายได้ต่อเดือนที่คาดว่าจะได้รับ โดยเริ่มดูได้จากสิ่งที่ง่ายก่อนเลย คือ

ค่าเช่าที่ – เป็นสิ่งที่ต้องดูมากที่สุด เพราะแต่ละที่นั้นมีค่าเช่าที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากเราเลือกพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนที่สูงแล้วนั้น รายได้ต่อเดือนก็จะได้รับน้อยลง อีกทั้งยังทำให้มี Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) ต่อเดือนของเรานั้นเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็นอีกต่างหาก ถ้าหากว่าศึกษาข้อมูลของแต่ละที่ ดูแล้วว่าอัตราการสัญจรของลูกค้ามีพอๆ กัน เราควรเลือกที่จะประหยัดต้นทุนของเราให้ได้มากที่สุด

ความปลอดภัย – แน่นอนว่าการเปิดร้านๆหนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นอกเหนือจากค่าเช่าที่อย่างแน่นอน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร้านของเรา ดังนั้นเราจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของสินค้าภายในร้าน หรือบริเวณรอบๆ ร้านเช่นเดียวกัน หากบริเวณนั้นมีความเสี่ยงสูงในการตั้งร้าน เราก็ไม่ควรที่เลือกทำเลนั้นเป็นหน้าร้านของเรา

4.เลือกทำเลจากคู่แข่ง

แน่นอนว่าการค้าขาย เราย่อมอยากได้กำไรสูงสุด แต่ถ้าหากว่าที่ที่เราตั้งหน้าร้าน มีคู่แข่งที่ขายสินค้าหรือให้บริการแบบเดียวกันจำนวนมากๆ หากสินค้าของเรานั้นไม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ มากนัก การหาพื้นที่ที่มีคู่แข่งน้อยนั้น ย่อมทำให้เราได้เปรียบในการขายเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะเป็นเจ้าเดียวที่ขายสิ่งๆ นั้น ทำให้เมื่อมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าเหล่านั้น เขาจะต้องนึกถึงคุณอย่างแน่นอน

5.เลือกทำเลจากความง่ายในการเข้าถึงของลูกค้า

เป็นสิ่งหนึ่งเลยที่ห้ามมองข้ามไป เพราะต่อให้ทำเลของเราจะดีเลิศประเสริฐศรียังไง ถ้าหากหน้าร้านของเราเข้าถึงได้ยาก หรือว่าเข้าไปลึกเกินจนลูกค้ากลัว ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความอคติในสถานที่ตั้งได้ นั่นก็อาจจะทำให้เราเสียลูกค้าที่จริงๆ แล้วสนใจสินค้าของเราอยู่ก็เป็นได้

ดังนั้นการเลือกหน้าร้านที่จะค้าขายนั้นจะต้องดูและศึกษาให้มากๆ แต่ถ้าใครที่เลือกทำเลไม่ได้สักที หามานานเกิ๊น ก็มาหาทำเลต่อได้เลยที่ BaanKaidee และคุณจะได้เจอที่ดีๆ ที่คุณต้องการ

เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 2020 สไตล์แบบไหนที่คุณชอบ?

เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 2020 สไตล์แบบไหนที่คุณชอบ?

บ้าน คือสิ่งที่เพื่อน ๆ ทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านที่ตัวเองได้เลือก ได้กำหนดรูปแบบเอง ให้เป็นไปตามที่เพื่อนๆ ต้องการ เพราะ บ้าน คือสิ่งที่ทุกคนต้องอาศัยอยู่ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องอยู่ทุกวันนอกจากที่ทำงานนั่นเอง ในเมื่อจะมีบ้านแล้วก็อยากที่ให้รูปแบบการตกแต่งเป็นไปตามที่เพื่อน ๆ ชอบ บางคนอาจจะกำลังเก็บเงินซื้อบ้าน แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่พร้อมจะมีบ้านแล้ว กำลังจะสร้างบ้านหรือมองหาบ้านอยู่และต้องการตกแต่งให้เป็นสไตล์ที่ชอบ วันนี้จะพาไปดูแนวทางหรือเทรนด์การตกแต่งบ้านที่กำลังมาแรงในปี 2020 มาดูกันเลยว่ามีแบบไหนกันบ้าง

สไตล์ ลอฟท์

Loft style

เพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาเยอะ สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ เพราะการตกแต่งแนวนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน ด้วยการตกแต่งที่ดูเปลือย ๆ ดิบ ๆ ดูเรียบง่ายและดูเท่ โดยการผสมผสานความที่ไม่ลงตัวแต่ทำให้ดูลงตัว ด้วยการฉาบปูนให้เหมือนฉาบไม่เสร็จ ให้สีทึบๆ แบบสีธรรมชาติที่ให้มา โครงสร้างเพดานสูง มีงานเหล็ก งานผนังอิฐ บวกกับเฟอนิเจอร์ที่มีโทนสีเดียวกันหรือจะเป็นโทนเนื้อไม้สีเข้ม พอได้มาอยู่รวมกันแล้ว กลายเป็นความลงตัวที่ดูเท่ ดูมีเสน่ห์ น่าอยู่ขึ้นมาเลยละ 

สไตล์ ญี่ปุ่น 

Japanese style

คนที่ชอบอะไรที่ดูเรียบง่าย ดูแล้วสบายตา โปร่งโล่ง นั่นแปลว่าสไตล์นี้เหมาะกับเพื่อน ๆ คือการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง สิ่งที่สำคัญอย่างแรกคือการเลือกใช้สี เพราะการตกแต่งบ้านสไตล์นี้สีที่ใช้จะอยู่ในสีเอิร์ธโทน คือ สีน้ำตาล สีเขียว และสีเทา เพราะเป็นสีจริง ๆ ของธรรมชาติ เช่น สีของต้นไม้ เป็นต้น โดยวัสดุในการใช้ตกแต่งจะใช้เป็นไม้โทนสว่าง เฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นประเภทไม้ติดพื้นหรือลอยจากพื้นไม่มาก ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประตูบานเลื่อนไม้ แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเลยละ ผสมผสานกันออกมาเป็นความเรียบง่าย ทำให้รู้สุกผ่อนคลาย สบายตามากเลยทีเดียวเชียวละครับ 

สไตล์ มินิมอล

Minimal style

อีกหนึ่งสไตล์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่มากตอนนี้ก็คือ การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล การจัดวางของ การวางเฟอร์นิเจอร์ ต้องดูโล่ง ไม่อึดอัด ไม่ทึบ อยู่แล้วรู้สึกว่าใช้พื้นที่ได้เยอะขึ้น โดยการเลือกใช้ของในการตกแต่งก็คือ การเลือกด้านล่างให้มีพื้นที่แบบโปร่งทั้งหมด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เตียง เป็นต้น ซึ่งข้างล่างของเฟอร์นิเจอร์ต้องโปร่ง ไม่ทึบและวางชิดติดกับผนัง สีที่ใช้ก็ใช้สีโทนสว่าง มองดูแล้วทำให้รู้สึกโล่ง โปร่งสบายนั่นเอง 

สไตล์ วินเทจ 

Vintage style

หากเพื่อนๆ มองว่า การตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ญี่ปุ่นหรือมินิมอลยังไม่ใช่สำหรับเพื่อนๆ มาลองดูสไตล์วินเทจกันดีกว่า การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์นี้คือ เน้นการตกแต่งให้ดูเก่าแบบมีสไตล์ ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่เก่าแบบคร่ำครึ เก่าแบบได้กลิ่นอายของกาลเวลาเสมือนได้ย้อนกลับไป 20 ปี โดยจะเน้นสีโทนอ่อน ไม่ฉูดฉาดแต่ดูหรูหรา เช่น สีขาว สีครีม สีเหลือง เป็นต้น

เพื่อนๆ อ่านจบแล้วอยากจะตกแต่งบ้านสไตล์ไหน ก็สามารถนำไปเป็นแนวทางในการตกแต่งได้เลยนะ แต่ถ้าอยากจะมีบ้านก่อนแล้วค่อยตกแต่งทีหลัง ลองมาดูบ้านที่ BaanKaidee ก่อนได้นะครับ มีบ้านให้เพื่อนๆ ได้เลือกหลายหลากรูปแบบ หลากหลายสไตล์ หลากหลายพื้นที่ แถมยังราคาดีอีกด้วย

   

อัปเดต! 7 คอนโดใหม่ติด MRT สายสีน้ำเงิน ทำเลดี ปี 2020

อัปเดต! 7 คอนโดใหม่ติด MRT สายสีน้ำเงิน ทำเลดี ปี 2020

ถึงแม้ปี 2020 จะเป็นยุคโควิดที่พาให้เศรษฐกิจซบเซา แต่ใด ๆ ก็ยังมีคอนโดทำเลดีงามแสนยั่วใจให้กระเป๋าตังค์สั่นไม่หยุด! วันนี้ทางเราเลยขอปลุกกิเลสคนอยากซื้อคอนโดด้วยการมัดรวม 7 คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินมาแรงทั้งแบบที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างมาฝาก ไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนที่เข้าตากันบ้าง!

The Parkland เพชรเกษม 56 (MRT ภาษีเจริญ)

Credit: Ananda Development

นาทีนี้ขอมอบมงคอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินที่มาแรงแห่งปี 2020 ให้ The Parkland เพชรเกษม 56 เลยค่ะ! คอนโด The Parkland เพชรเกษม 56 เป็นคอนโด High rise 2 อาคาร สูง 30 และ 34 ชั้น จาก Narai Property โดดเด่นทั้งด้านทำเลที่ติด MRT ภาษีเจริญในระยะเพียง 40 เมตร และ Seacon Bangkae

รวมทั้งส่วนกลางสุดอลังการ! จัดเต็มทั้งสระว่ายน้ำ ,สวนเล่นระดับ, Sky Social Club, สนามมวย, Sky Private Party Room และพื้นที่ให้เช่าเก็บของพิเศษ ห้อง Studio 25 ตร.ม. แบบ Fully fitted เริ่มต้น 1.97 ล้านเท่านั้น (08/2563)  เรียกว่ามีทุกอย่างในที่เดียว ครบกว่านี้ไม่มีแล้ว! 

 IDEO ท่าพระ-อินเตอร์เชนจ์ (MRT ท่าพระ)

Credit: Ananda Development

คอนโด High rise สูง 22 ชั้น ฝั่งธนบุรี ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน จาก Ananda Development เพียง 100 เมตรจาก MRT ท่าพระ ระยะเดินได้สบาย ๆ สามนาทีก็ถึง เรียกว่าใกล้จนไม่ทันได้เสียเหงื่อ

ส่วนกลางก็จัดเต็มไม่แพ้ที่ไหน อาทิ Sky Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำบนดาดฟ้าที่มองเห็นวิวกรุงเทพมุมสูงได้เต็มตาในราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาทสำหรับห้อง Studio 27.5 ตร.ม.

แต่แอบกระซิบว่าตอนนี้ห้องราคาเริ่มต้นขายหมดแล้ว ห้องที่ยังมีอยู่จะเป็นห้อง 2 bedrooms 63 ตร.ม. เริ่มต้น 5.59 ล้านบาท (08/2563) ซึ่งไม่ว่าห้อง Type ไหนก็มาในรูปแบบ Fully furnished เฟอร์ครบจบในที่เดียว แต่ถ้าใครอยากได้ขนาดห้องเล็กกว่านี้ อาจจะต้องมองหาเป็นห้องมือสองหรือซื้อดาวน์ต่อแทน

Brix Charan 64 จรัญสนิทวงศ์ 64 (MRT สิรินธร)

Credit: Brix Charan 64

คอนโด High rise วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านจรัญสนิทวงศ์ ได้ทั้งวิวแม่น้ำและการเดินทางที่แสนสะดวก เพราะห่างจาก MRT สายสีน้ำเงิน สิรินธร 0 เมตร เรียกว่าก้าวขาออกจากคอนโดปุ๊บ ก็ขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย สะดวกกว่านี้ไม่มีแล้ว!

ประเภทห้องของโครงการนี้จะเริ่มที่ 1 bedroom 25 ตร.ม. เริ่มต้น 2.3 ล้านบาท (08/2563) แบบ Fully furnished แต่งครบจบปัง พร้อมให้หิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่เลย ใครฝันอยากได้คอนโดวิวแม่น้ำ เดินทางสะดวกสบาย ที่นี่ก็เลิศอยู่!

Supalai Loft สาทร ราชพฤกษ์ (MRT บางหว้า)

Credit: Supalai Society

อีกหนึ่งคอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินที่กำลังมาแรงแห่งยุคจาก Supalai Society ถ้าใครกำลังมองหาคอนโด High rise ที่ใกล้ทั้ง BTS และ MRT ต้องที่นี่!

ตัวคอนโดอยู่ห่างกับ Interchange BTS และ MRT บางหว้า เพียง 450 เมตร หรือถ้าใครเน้นใช้รถส่วนตัวก็สามารถใช้ถนนราชพฤกษ์และถนนเทอดไทได้ ใช้เวลาเดินทางไปยัง CBD ย่านสีลมแค่ 10 นาที เท่านั้น สำหรับโครงการนี้ ห้อง 1 bedroom 29 ตร.ม. แบบ Fully fitted เริ่มต้นอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท (08/2563) บอกเลยว่าทำเลคุ้มมากเวอร์! 

Prodigy MRT บางแค (MRT บางแค)

Credit: Prodigy MRT บางแค

คอนโด High rise 2 อาคาร สูง 31 และ 33 ชั้น จาก GDT Property ติด MRT สายสีน้ำเงิน บางแค เดินประมาณ 250 เมตร ใกล้แหล่งของกินแสนอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นตลาดบางแคและ Tesco Lotus รับรองว่าไม่มีอดแน่นอน คอนเฟิร์ม!

แถมส่วนกลางครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสวนบนดาดฟ้า  ,สระน้ำ ,ห้องซาวน่า และ Sky lounge ให้ใช้ชีวิตได้ไม่มีเบื่อ! ห้อง Studio 23 ตร.ม. แบบ Fully Furnished ราคาเริ่มต้น 2.1 ล้านบาท (08/2563) ใครมองหาคอนโดติด MRT สายสีน้ำเงิน เฟอร์ครบ ส่วนกลางพร้อม เดินทางสะดวก Prodigy MRT บางแคถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย!

The Key Phetkasem 48 (MRT เพชรเกษม 48)

Credit: Land & House

คอนโด High rise หรูติด MRT เพชรเกษม 48 น้องใหม่แกะกล่องจาก Land & House  ตั้งอยู่ในทำเลที่ถือว่าคึกคักและค่อนข้างครบครันใกล้ทั้ง Seacon Bangkae ,The mall Bangkae, Tesco Lotus และรพ.พญาไท 3

ส่วนกลางก็ถือว่าดีงามสมใจลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น Oasis Garden Game room และสระว่ายน้ำระบบเกลือ สำหรับคอนโดนี้จะเริ่มต้นที่ห้อง 1 bedroom 27.8 ตร.ม. ราคา 3.19 ล้านบาท (08/2563) ต้องบอกก่อนว่าโครงการนี้อยู่ในระหว่างก่อสร้าง คาดว่าน่าจะเสร็จราว ๆ ธันวาคม 2563 นี้ อีกอึดใจเดียวเท่านั้นค่ะ!

 Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย (MRT แยกไฟฉาย)

Credit: Supalai Society

ปิดท้ายลิสต์คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงิน ทำเลดีงามกันที่ Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย จาก Supalai Society ห่างจาก MRT สถานีแยกไฟฉายเพียง 330 เมตร แถมแยกนี้ยังมีถนนจรัญสนิทวงศ์ที่สามารถเดินทางไปย่านนั้นได้อย่างสะดวกสบาย และถนนพรานนกที่เชื่อมไปยังศิริราช

ราคาเริ่มต้นที่ 2.03 ล้านบาท (08/2563) สำหรับห้อง Studio 29.5 ตร.ม. โครงการนี้เป็นโครงการที่เพิ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ใครอยากจับจองไว้สักห้อง ต้องรีบเลยค่ะ คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินฮอต ๆ แบบนี้ รับรองว่าขายหมดในไม่ช้าแน่นอน! และใครที่อยากจะ update เทรนด์อสังหาฯ ก็คลิกที่นี่ได้เลย

และนี่ก็คือ 7 คอนโดติด MRT สายสีน้ำเงินที่กำลังมาแรงแห่งปี 2020 จะซื้อไว้อยู่เองหรือปล่อยเช่าก็เลิศ บอกตามตรงว่ารักพี่เสียดายน้อง อยากเก็บเธอไว้ทั้งเจ็ดคอนโดมาก! และถึงแม้บางที่จะ Sold out ไปบางประเภทห้องแล้ว แต่ถ้าใจเราอยากได้ อะไรก็ไม่เกินความสามารถ! ลองแวะมาส่องคอนโดมือสองและคอนโดที่ปล่อยขายดาวน์ ห้องสวย ๆ ทำเลดี ๆ มากมายที่ BaanKaidee เลยค่ะ รับรองว่ามีให้เลือกจนตาแฉะแน่นอน! 

สายมูควรรู้ ! ซื้อบ้านทั้งทีต้องมีอะไรบ้าง

สายมูควรรู้ ! ซื้อบ้านทั้งทีต้องมีอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกในการซื้อบ้านสักหลัง ถ้าไม่ใช่ทำเล ก็คือพื้นที่ใช้สอยและความคุ้มค่า แต่อีกสิ่งที่หลายคนมองข้ามนั่นก็คือ เรื่องของการมูเตลู ถึงตรงนี้อาจมีบางคนสงสัยว่า “มูเตลู” คืออะไร การมูเตลู เป็นการบูชาของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างพลังงานบวก ส่งเสริมชีวิตให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยแต่ละคนจะมีลักษณะของการมูที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เราจะนำเรื่องเหล่านี้มาประยุกต์เข้ากับการซื้อบ้าน ซึ่งมีข้อง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

รูปทรงบ้านไม่แหว่ง

เพราะบ้านที่มีลักษณะเว้าแหว่ง อาจทำให้พลังงานหมุนเวียนไม่ทั่วถึง ขาดความสมดุล ดังนั้นบ้านที่หาจุดกึ่งกลางได้ดีจึงเป็นบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยม เมื่อพลังงานหมุนเวียนได้เต็มที่ ก็จะทำให้เจ้าของหรือแม้แต่สมาชิกของบ้าน มีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข เงินทองไหลเข้าบ้านได้สะดวก

อย่าลืมดูทิศของตัวบ้าน

ตามหลักแล้ว ตัวบ้านควรหันไปทางทิศเหนือ นอกจากจะทำให้บ้านไม่ร้อนแล้ว ยังเป็นทิศของธาตุน้ำ ที่จะทำให้บ้านมีแต่ความสงบร่มเย็น แต่ถ้าต้องการรับทรัพย์ ตัวบ้านควรหันไปทางทิศใต้ เนื่องจากเป็นทิศของลม ทำให้มีลมพัดเข้าบ้านตลอดปี ซึ่งมีความเชื่อว่าลมจะพัดพลังงานดี ๆ เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เจ้าของบ้านมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

มีแสงสว่างเข้าถึงเพียงพอ

เพราะบ้านที่ดีจะต้องมีแสงสว่างตลอดเวลา ดังนั้นภายในบ้านควรมีแสงสว่างเข้าถึงในทุก ๆ พื้นที่ ซึ่งถ้ามุมไหนเป็นมุมอับ แสงเข้าไม่ถึง ให้ใช้แสงจากหลอดไฟทดแทน ทั้งนี้ก็เพื่อดึงพลังงานแห่งความมั่งคั่งเข้าบ้าน ทำให้บรรยากาศของบ้านดูสว่างไสวตลอดเวลา ไม่หม่นหมอง

ให้ความสำคัญกับการตกแต่งภายใน

การใช้โทนสีสว่าง จะช่วยกระตุ้นพลังงานและสร้างความอบอุ่น ยิ่งไปกว่านั้น การตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้มงคล เช่น ต้นนางกวัก ที่ช่วยกวักเงิน โชคลาภเข้าบ้าน ต้นเสน่ห์จันทร์แดง ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม มีแต่คนรักใคร่เอ็นดู หรือแม้แต่จุดเล็ก ๆ อย่างการมีดอกไม้สดอยู่ในห้อง เพราะดอกไม้จะเป็นตัวช่วยดึงดูดความโชคดี มีพลังของการเยียวยา เพิ่มเสน่ห์ให้กับเจ้าของบ้านได้

ปลอดโปร่งและร่มรื่น

นอกจากต้นไม้จะให้ร่มเงาแล้ว ยังช่วยให้อากาศบริเวณบ้านสดชื่นอีกด้วย ซึ่งถ้าเปรียบตามหลักฮวงจุ้ย ต้นไม้เปรียบเสมือนความเจริญงอกงาม ยิ่งร่มรื่น จะยิ่งช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองดั่งเช่นต้นไม้ ไม่มีอับเฉา สุขภาพแข็งแรง

เพราะที่ Kaidee เราให้ความสำคัญกับทุก ๆ เรื่องของการอยู่อาศัย เราจึงมีที่พักทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทำเลยอดฮิตในราคาที่จับต้องได้ หรือแม้แต่รูปทรงบ้านได้มาตรฐานตามหลักฮวงจุ้ย บอกเลยว่า จะสายมูหรือสายไหนก็ได้บ้านในฝันอย่างแน่นอน

ชาวบ้านไกล! แบบไหนคุ้มกว่า มาจากบ้าน หรือ เช่าคอนโด?

ชาวบ้านไกล! แบบไหนคุ้มกว่า มาจากบ้าน หรือ เช่าคอนโด?

แม้การทำงานหรือการเรียนในยุคโควิดจะเปลี่ยนผันเป็นการ Work from home และการเรียนก็กลายเป็นเรียนออนไลน์แทน ทว่าในระยะหลังมานี่หลายบริษัทและสถานศึกษาเริ่มกลับมาเปิดทำการ จึงนำมาสู่การไหลรวมของประชากรเข้าสู่ตัวเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร จึงทำให้หลายคนต้องกลับมานั่งทบทวนหนักอีกครั้ง

 ‘เราควรจะนั่งรถไฟฟ้าจากบ้านไปทำงาน หรือ เช่าคอนโดกลางเมืองไปเลยดีนะ?’ 

แน่นอนว่าจะให้ตัดสินใจโดยไม่ดูองค์ประกอบความคุ้มค่าโดยรวมก็คงไม่ได้ 

เราลองมาดูปัจจัยสำคัญที่ช่วยคุณในเลือกช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุดกันดีกว่า!

1.ความสะดวกสบาย

เดินทางจากบ้าน : ในกรณีที่เราใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางมาทำงานจากบ้าน แน่นอนว่าความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางย่อม ‘น้อยกว่า’ การอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานหรือติดรถไฟฟ้า เพราะบางคนอาจต้องต่อรถออกจากบ้านเพื่อต่อรถไฟฟ้าอีกที

ไหนจะประเด็นความเบียดเสียดบนรถไฟฟ้ายามเช้าอีก แค่คิดก็ปวดหัวแทบจะทันที ทว่า การอยู่บ้านก็มีข้อดีในแง่ของการมีพื้นที่ใช้สอยและสามารถทำกิจกรรมหลายๆอย่างได้แบบอิสระกว่าอยู่บนคอนโด 

เช่าคอนโด : การอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้านอกจากจะเดินทางสะดวกมากแล้วบางคนอาจอยู่คอนโดที่สามารถเดินเท้าไปถึงที่ทำงานได้ในไม่กี่นาทีด้วย และถึงแม้จะมีประเด็นการเบียดเสียดบนรถไฟฟ้าก็อาจเกิดเพียงไม่กี่นาทีเพราะอยู่สถานีใกล้ที่ทำงาน แถมยังรอรถคันว่างๆได้อีกด้วย

แม้พื้นที่ใช้สอยจะน้อยกว่าบ้าน ทำอาหารได้เล็กน้อย ทว่าคอนโดก็มีพื้นที่ส่วนกลางต่างๆให้เราได้ใช้งาน เช่น ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ สระว่ายน้ำ ฯลฯ

2.ค่าใช้จ่าย

เดินทางจากบ้าน : เราต้องนำค่าเดินทางทั้งหมดมาบวกรวมกัน การเดินทางเราอาจใช้รถยนต์ส่วนตัวมาจอดรถที่ลานจอดก่อนจะต่อรถไฟฟ้า บางคนหากมาเดินทางจากบ้านเป็นครอบครัวควรจะคำนวณความคุ้มกับจำนวนผู้เดินทางในแต่ละครั้ง ซึ่งหากเดินทางมาพร้อมกันหลายคนย่อมคุ้มกว่าการเช่าคอนโดอยู่แน่นอน 

ทว่าอาจมีข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่จอดรถบวกเพิ่มเข้ามารวมถึงค่าน้ำมันและค่าบำรุงรถจิปาถะต่างๆนานาเพิ่มขึ้นเข้ามาอีกและในกรณีที่บางคนบ้านอาจอยู่ติดรถไฟฟ้าอยู่แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายนี้น้อยกว่าการเช่าคอนโดอยู่หลายเท่า เนื่องจากคอนโดในเมืองล้วนแต่ราคาหลักหมื่นอัพกันเป็นส่วนมาก ถึงแม้ค่ารถไฟฟ้าจะยิ่งไกลราคายิ่งสูงมากแต่ก็ยังคงถูกกว่าการเช่าห้องเดือนละหมื่นอยู่หลายพัน

เช่าคอนโด : คอนโดกลางกรุงราคาส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่หลักหมื่นบวกๆ ยิ่งทำเลดีแค่ไหนราคายิ่งเพิ่มเท่านั้น แน่นอนว่าถ้าคนมีงบ การเช่าคอนโดอาจเป็นปัจจัยดีที่สุด แต่คนไม่มีงบนั้น การเช่าคอนโดอาจต้องเลือกที่ห่างออกมาจากตัวเมืองหน่อย ซึ่งจะตามมาด้วยค่าเดินทางเพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อนำมารวมกับค่าเช่าแล้วอาจทำให้ต้องซดมาม่าทั้งเดือนก็เป็นได้

3.เวลา

เดินทางจากบ้าน :  ปัจจัยด้านเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่า ระยะทางจากบ้านนั้นไกลจากสถานที่ทำงานหรือที่เรียนมากน้อยเพียงใด ทว่าแม้บ้านของคุณจะอยู่ใกล้กับที่ทำงานห่างกันไม่ถึง สิบกิโล แต่ก็อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง อย่างที่รู้กันว่า ปัญหาของการจราจรของกรุงเทพมหานครนั้นติดอันดับ 11 ของโลกในการจัดอันดับของ TomTom Traffic Index ปี 2019

ถึงแม้จะสามารถใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้ แต่เวลาในการเดินทางอาจไม่ได้น้อยไปกว่าการขับรถไปทำงานเลย เพราะยังไม่รวมเวลาที่ต้องรอรถไฟฟ้า หรือ เวลาที่รถไฟฟ้ามักจะเสียเป็นประจำให้คุณได้หงุดหงิดบ่อยๆ

เช่าคอนโด : หากคอนโดใกล้สถานที่ทำงานคุณ หรือ อยู่สถานีรถไฟฟ้าใกล้ที่ทำงาน นั่นถือว่าคุณโชคดีเป็นอย่างมาก เพราะแทบจะย่นระยะยเวลาในการเดินทางไปกลับบ้านได้เยอะ ทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือในการทำอย่างอื่น เช่น นอนดึกตื่นสายขึ้น เข้าฟิตเนส ไปวิ่งตามสวนสาธารณะยามเช้า รวมถึงมีเวลาทำงานอดิเรกอื่นๆของคุณอีกมากมาย แน่นอนว่าหากใครสายปาร์ตี้ยามค่ำคืน การเช่าคอนโดน่าจะเป็นช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด!

4.ความสบายใจ

เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยความสบายใจ อาจเป็นปัจจัยหลักของคนหลายคนในการตัดสินใจ เนื่องจากบางคนรักในการอยู่แบบเป็นแฟมิลี่ การอยู่กับที่บ้านหรืออยู่กับน้องหมาน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงที่รักของคุณ ย่อมช่วยลดความเครียดสะสมจากการทำงานหรือการเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อคุณกลับบ้านมา คุณจะได้เจอคนหรือสิ่งที่คุณรักรอคอยคุณทุกวันในการกลับบ้าน มีอะไรสามารถพูดคุยแชร์กันได้ 

แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนโลกส่วนตัวสูง ความเป็นส่วนตัวของคุณอาจถูกรบกวนได้ง่าย หรือ อาจต้องทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกันภายในครอบครัวที่คุณไม่อยากทำ เป็นต้น

เช่าคอนโด : การเช่าคอนโดอาจต้องอยู่คนเดียวแถมยังเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ แต่สำหรับคนที่มีความสบายใจในการอยู่คนเดียวถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างมาก เพราะคุณจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น แถมมีเวลานั่งเงียบๆ ผ่อนคลายตัวเองได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านห้องข้างๆ แต่โดยรวมแล้วคุณจะได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวอย่างเต็มที่แน่นอน

สำหรับปัจจัยในการเลือกสำหรับคนบ้านไกลอย่างเรานั้นนอกจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว ควรพิจารณาว่าแบบใดที่จะดีต่อ ‘สุขภาพกายและสุขภาพจิต’ ของเราได้มากที่สุด เพราะการทำงานมีความเครียดสะสมเยอะ การกลับมาบ้านหรือห้องเพื่อพักผ่อนควรเป็นที่ๆ เราได้พักผ่อนอย่างแท้จริง 

หากใครที่มีงบไม่เยอะ อยากซื้อคอนโดมือหนึ่งแต่ไม่ไหวก็สามารถลองดูเป็นคอนโดมือสองหรือเช่าคอนโดรายเดือนได้ เนื่องจากบางครั้งการเช่าคอนโดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากคุณไม่ได้จะทำงานอยู่สถานที่นั้นในระยะยาว แต่การซื้อคอนโดมือสองก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะคุณจะมีกรรมสิทธิ์ครอบครองเลยไม่ต้องเสียเงินในชื่อคนอื่น

ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นดูหรือหาที่ผู้ปล่อยเช่าคอนโดจากไหน ลองเข้ามาดูได้ที่ BaanKaidee ที่ผู้ขายมีความน่าไว้วางใจและได้รับการตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว ทั้งยังมีคอนโดหลายสถานที่ หลายแห่งมากมายให้คุณได้เลือกสรรตามใจคุณ