ศาสนา ความเชื่อ พระเครื่อง พุทธพาณิชย์ 

ศาสนา ความเชื่อ พระเครื่อง พุทธพาณิชย์ 

พุทธศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่จำความได้เวลาครอบครัวขับรถผ่านวัดหรือเห็นพระพุทธรูปก็จะโดนบอกให้ยกมือไหว้ หรือโตขึ้นมาในวัยเรียนก็มีการสวดมนต์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและบางโรงเรียนยังบังคับให้ศึกษาและมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้ทำอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ยามเช้า นั่งสมาธิก่อนเข้าเรียน หรือแม้แต่การเข้าค่ายพักแรมเพื่อศึกษาพุทธธรรมนั่นเอง บางคนเริ่มเชื่อในพระพุทธศาสนาโดยการรับฟังจากคนใกล้ตัวว่าเป็นสิ่งดี บางคนไม่เชื่อจึงลองปฏิบัติตามแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีจึงเชื่อ และก็ยังมีบางส่วนที่ไม่ได้เชื่อในพระพุทธศาสนาเลย แต่เข้าใจว่ากิจกรรมทางพระพุทธศาสนาต่างๆ อย่างน้อยเพียงได้สวดมนต์ ขอพร หรือเช่า พระเครื่อง มาบูชานั้นสามารถทำให้เกิดความสบายใจมากขึ้น หรือเรียกได้ว่าเป็นเครื่องช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจเอาไว้นั่นเอง 

ซีรี่ส์สาธุ กับการตีแผ่ด้านมืดของศาสนา

ซีรี่ส์เรื่องนี้คงได้ผ่านตาใครหลายๆ คนมาบ้างแล้ว เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่น่าจับตามองในการนำเรื่องพุทธพาณิชย์มาเล่า ตีแผ่เรื่องราวด้านมืดเกี่ยวกับพุทธศาสนา โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นจากกลุ่มวัยรุ่นนักธุรกิจที่ล้มเหลวจนเป็นหนี้ก้อนโต ทำให้ต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยการหาเงินหลายสิบล้านมาใช้หนี้ จึ่งเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในวัดโดยการทำพุทธพานิชย์ โดยมีการเอาความเชื่อ ความศรัทธาของผู้คนมาใช้ในการหารายได้ นอกจากซีรี่ส์จะได้เล่าเกี่ยวกับพุทธพาณิชย์แล้วยังได้พูดถึงทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของศาสนาพุทธในสังคมไทยในสมัยนี้อีกด้วย 

ศาสนา ความเชื่อ ความงมงาย

หากพูดถึงหลักคำสอนและหลักปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าได้สอน มีหลักปฏิบัติง่ายๆ เพียงแค่สามข้อเท่านั้นได้แก่ 

  1. การละเว้นการทำชั่ว 
  2. หมั่นทำความดี 
  3. ทำจิตใจให้ผ่องใส 

จากแก่นคำสอนของพระพุทธเจ้าเพียงแค่สามประการนี้หากปฏิบัติตามได้ จิตใจก็จะสงบสุขไม่เป็นทุกข์นั่นเอง หลายคนในที่นี้คงเคยได้ยินเกี่ยวกับความสอดคล้องของพระพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์มาบ้าง โดยในทางวิทยาศาสตร์นั้นสอนให้คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลพิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความจริง ซึ่งตัวของพระพุทธเจ้าเองก็ได้พูดถึงการไม่เชื่อสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน จนกว่าจะใช้สติปัญญาในการพิสูจน์ด้วยตัวเอง และเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเกิดประโยชน์เมื่อปฏิบัติตามแล้วจึ่งเชื่อเช่นเดียวกันนั่นเอง จากข้อนี้จึงทำให้ได้รู้ว่าพระพุทธเจ้านั้น ไม่ได้สอนให้เรางมงายกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย 

ความงมงาย คืออะไร?

พื้นฐานของความงมงายต่างจากคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งความงมงายนั้นเกิดขึ้นเกิดจากหลากหลายความรู้สึกเช่น

  • การมีความรู้สึกไม่มั่นคง
  • สิ้นหวัง 
  • ท้อแท้
  • เศร้าโศก

ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนเป็นด้านลบ ซึ่งสามารถนำพาให้เกิดความงมงายได้ง่าย หลายครั้งที่การเชื่อในสิ่งงมงายนั้นไม่ได้มาจากความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลหรือพิสูจน์ได้จริง หลงผิด หรือมีความคิดหลุดออกไปจากความเป็นจริง จึงนำไปสู่การกระทำที่ผิดหลักศาสนาและสุดท้ายผลที่ตามมาคือทำให้เกิดความทุกข์กับตัวเองมากขึ้น เช่นการบนบานสานกล่าว การไหว้ขอหวย สะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา ทรงเจ้าเข้าผี ของขลัง สักยันต์ฟันแทงไม่เข้า และเมื่อสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ กลุ่มคนที่มีความเชื่องมงายจึงใช้การอ้างเหตุผลง่ายๆ อย่างคำว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง เกิดจากความกลัวว่าถ้าหากสิ่งที่เชื่อเป็นสิ่งที่งมงาย ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงแล้วจะทำให้รู้สึกสิ้นหวังกว่าเดิมนั่นเอง

พุทธพาณิชย์คืออะไร ?

พุทธพาณิชย์ก็คือการแสวงหากำไรจากสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยเอาความเชื่อ ความศรัทธาของคนมาเป็นที่ตั้งในการทำกำไร อย่างที่เราได้เห็นกันในหลายๆ วัดที่มีการวางตู้หย่อนเงินใส่กล่องบริจาค การนำดอกไม้มาวางจำหน่ายสำหรับคนที่จะเข้ามาทำบุญในวัด บางที่อาจใช้คำว่าตามกำลังศรัทธา บางครั้งกำหนดราคาดอกไม้และเครื่องไหว้อื่นๆ มาเลย และในหลายๆ ครั้งเราก็จะเห็นการนำดอกไม้หรือสังฆทานที่ผู้อื่นใช้ในการสักการะไปแล้ว กลับมาวนขายซ้ำใหม่อีกรอบ ในบางวัดอาจจะมีโซนทำบุญกับสัตว์ อย่างเช่นการซื้ออาหาร ปล่อยนกปล่อยปลา ไถ่ชีวิตโคกระบือ หรือแม้แต่โซนที่มีพระเครื่องจัดจำหน่าย ถึงแม้ในบางครั้งวัดจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง แต่ทางวัดนั้นก็ยังมีรายได้ที่มาจากค่าเช่าที่อยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ในทุกวันนี้เป็นยุคที่ไม่ว่าวัยไหนๆ ก็สามารถเข้าถึงช่องทางออนไลน์ได้ บางครั้งมีการไลฟ์สด บางครั้งเป็นการลงภาพพร้อมแนบบัญชีช่องทางการทำบุญ ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงรายได้เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะใน 1 ปีประเทศไทยมีวัดหยุดทางศาสนาไปแล้วมากกว่า 8 วัน ซึ่งในช่วงวันหยุดประจำปีทางศาสนานี่แหละที่เป็นช่วงกอบโกยครั้งใหญ่ไม่ว่าจะเป็น

  • การทอดผ้าป่าสามัคคี 
  • ปิดทองฝังลูกนิมิต 
  • บวชนาคหมู่ 
  • งานวัดประจำปี 

สิ่งที่มีในทุกๆ ครั้งก็คือการบริจาคนั่นเอง แต่หลังจากที่เราได้นำเงินไปบริจาคแล้วเชื่อหรือไม่ว่า แทบจะไม่เคยมีใครตั้งข้อสงสัยเลยว่า เงินเหล่านั้นสรุปยอดได้เท่าไหร่ มีการนำไปใช้เพื่อบำรุงศาสนาจริงหรือไม่ แล้วถ้าไม่ เงินอยู่กับใคร? สิ่งเหล่านี้ที่พูดมาทั้งหมดนั้นถูกสรุปเป็นคำสั้นๆ ที่เรียกว่าพุทธพาณิชย์ ซึ่งยังคงเป็นที่ตั้งคำถามกันในคนกลุ่มเล็กๆ ทั้งถึงแม้จะศรัทธาในศาสนาแค่ไหน ก็ยังไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และคนหมู่มากยังคงรู้สึกยินดีและเต็มใจที่จะ ‘ทำบุญ’ ด้วยการบริจาคเพราะเข้าใจว่า ยิ่งให้มาก ยิ่งได้รับกลับมามากนั่นเอง 

จริงๆ แล้ววัดมีไว้ทำอะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อพุทธพาณิชย์ ? 

ตามที่หลายๆ คนเข้าใจกันนั้น วัดก็คือที่อยู่ของพระสงฆ์นั่นเอง แต่ถ้าจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว เพราะเดิมทีแล้ววัดหมายถึงสถานที่อาศัยที่รื่นรมย์ ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถอยู่ได้ แต่เนื่องจากพระสงฆ์นั้นไม่สามารถครอบครองที่อยู่อาศัยเป็นสมบัติของตัวเอง วัดจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยของพระสงฆ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกสบายแก่พระสงฆ์ แต่เป็นสถานที่ในการทำศาสนกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบำรุงและเผยแพร่ศาสนานั่นเอง ดังนั้นการเข้าวัดจึงหมายถึงเข้าไปทำจิตใจให้สงบผ่องใส เรียนรู้หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า หลายคนคิดว่าต้องเข้าวัดเพื่อไปทำบุญ บริจาค ทำสังฆทานหรือปล่อยนกปล่อยปลาบริจาคเงินเข้าวัด แต่การสร้างบุญนั้นเกิดจากจิตที่มีกุศล คิดดี พูดดี และทำดี ซึ่งเป็นสิ่งง่ายๆ ที่หลายคนก็ปฏิบัติได้แม้ไม่ได้อยู่ในวัด แต่เนื่องจากพิธีกรรม หรือประเพณีที่เกิดขึ้นในตามแต่ละยุคสมัย จึงทำให้มีการควบรวมเข้าหากันระหว่างการเฉลิมฉลองทางประเพณีและการทำกิจกรรมทางศาสนาเกิดขึ้น วัดจึงถูกใช้ให้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีการหลายๆอย่างมาจากรุ่นสู่รุ่นทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม และพิธีการทางศาสนานั่นเอง

ความเป็นมาของ พระเครื่อง ที่หลายคนยังไม่เข้าใจ

เราจะได้เห็นร้านเช่า พระเครื่อง ไม่ว่าจะทั้งในวัด นอกวัด หรือแม้แต่ในตลาดร้านค้าออนไลน์เรียกได้ว่าเป็นที่สนใจกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเรามักจะได้ยินหรือเห็นพระดังๆ ที่ถูกนำมาพิมพ์เป็นพระเครื่องผ่านตากันบ้างอยู่แล้ว แต่จุดเริ่มต้นของการห้อยพระนั้นมาจากความศรัทธาต่อศาสนาที่มีต่อพระพุทธเจ้า ใช้เป็นเครื่องเตือนใจในการละเว้นการทำความชั่ว พร้อมทั้งยังเชื่อกันว่าจะช่วยเสริมสร้างสิริมงคล ป้องกันสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามาในชีวิต จากรุ่นสู่รุ่นยุคสมัยเปลี่ยนไปก็มีการศรัทธาพระสงฆ์ตามมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่ที่ผู้คนนับถือนั้นจะมีความพิเศษกว่าพระสงฆ์ทั่วไป เนื่องจากถูกจัดให้เป็นพระอรหันต์ จึงเกิดการทำพระพิมพ์หรือพระเครื่องต่างๆ เพื่อใช้เป็นตัวแทนแสดงถึงความศรัทธาที่มีนั่นเอง ถึงแม้ว่าการเช่าบูชาพระเครื่องนั้นจะเกิดขึ้นจากความศรัทธาทางจิตใจ แต่ผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระแต่ละรูปก็พยายามที่จะตามหาพระแท้จึงเกิดเป็นกิจกรรมส่องพระกันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ยิ่งถ้าหากเป็นพระหายากก็ยิ่งต้องพึ่งระวังและมีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง เราได้รวบรวมพระที่คนนำมาหลอกขายมากสุด 3 อันดับได้แก่

  1. พระสมเด็จ สุดยอดพระเครื่องที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก เป็นพระที่อยู่คู่ประเทศไทยมาถึง 5 รัชกาลด้วยกัน มีปัญญาเฉลียวฉลาดเป็นผู้รู้ผู้ตื่นที่ชาวบ้านและแม้แต่กษัตริย์ก็ต่างรักใคร่และเลื่อมใส
  2. หลวงปู่ทวด ในครั้งหนึ่งเมื่อหลวงปู่ได้เดินทางด้วเรือสำเภาแต่เกิดเหตุไม่คาดฝันจึงทำให้ต้องล่องอยู่ในทะเลหลายวัน น้ำสะอาดที่มีก็ขาดแคลน หลวงปู่นำเท้าไปจุ่มในน้ำและน้ำทะเลก็จืดในทันทีจึงถูกเรียกขานอีกชื่อว่าหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดนั่นเอง 
  3. หลวงพ่อคูณ เป็นพระที่ทำคุณงามความดีช่วยเหลือผู้ยากไร้จากเงินบริจาคที่ได้รับ ทั้งยังได้สร้างปาฏิหาริย์ทางด้านเครื่องรางของขลังจนเป็นที่เลื่อมใสของชาวพุทธตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ถึงแม้จะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับศาสนาพุทธอยู่บ่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ไม่มีวันถูกทำลายก็คือหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนมาแล้วเป็นสหัสวรรษก็ยังเหมือนเดิม เพียงแค่ไม่คิดร้ายทำดีและทำจิตใจให้ผ่องใสก็ได้บุญแล้ว

หาซื้อพระเครื่องใน Kaidee ได้ที่นี่

หางานง่าย ได้งานไว ที่ Kaidee Jobs

หางานง่าย ได้งานไว ที่ Kaidee Jobs

Kaidee เปิดตัวฟังก์ชั่นใหม่ให้ชาว kaidee ได้ใช้งานก่อนใครกับ Kaidee Jobs ที่ใช้ระบบ AI ช่วยจับคู่ตำแหน่งงานกับ โปรไฟล์ของคุณ ผ่านขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

แค่เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ คุณก็สามารถเข้าไปหางานที่ชอบได้เลย

ที่ Kaidee Jobs เรามึตำแหน่งงานจากบริษัทชั้นนำในประเทศไทย อัพเดตใหม่กว่า 1,000 ตำแหน่งให้คุณเลือก

Post Vacation Blues ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว

Post Vacation Blues ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว

เชื่อว่าในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมาหลายคนคงใช้เวลาในการไปเที่ยว ทำกิจกรรมกับคนครอบครัว เพื่อนฝูงหรือคนรักกันมาอย่างเต็มที่ หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ไปไหนแต่ก็ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวในการพักผ่อนสบายๆ อยู่บ้าน ซึ่งไม่ว่าจะทางไหนก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข แต่พอหลังจากวันหยุดหมดไปกลับมีอาการท้อ เบื่อหน่าย ไม่อยากกลับไปทำงาน หรือที่ทางจิตแพทย์เรียกอาการนี้ว่า ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว

บางคนอาจจะเข้าใจว่าการที่รู้สึกเบื่อ ท้อ หรือขาดแรงจูงใจในการทำงาน รู้สึกว่าการทำงานนั้นไม่สนุกเหมือนเดิม อยากจะนอนดูซีรี่ส์จนหมดวัน หรือออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน กลับไปใช้เวลากับครอบครัวอีกครั้ง อาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดเพราะร่างกายเหนื่อยล้าจากการใช้ร่างกายอย่างหนักในช่วงหยุดยาวหรือเพราะเราขี้เกียจ แต่มันเกิดจากการที่ร่างกายเรามีภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว ซึ่งถ้าหากใช้คำว่าภาวะซึมเศร้า หลายคนคงเริ่มกังวลว่าจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกับสุขภาพจิตอย่างร้ายแรงรึเปล่า? แต่จริงๆ แล้วอาการไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเกิดขึ้นเป็นปกติได้กับทุกคน วันนี้เรามาทำความรู้จักและเตรียมตัวรับมือกับอาการนี้กันดีกว่า

ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว คืออะไร ? 

Post Vacation Blues หรือ ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว นั้นเกิดจากการที่สมองของเรายังจดจำความสุขในช่วงหยุดยาวที่เกิดขึ้น อาจเพราะได้ใช้เวลากับคนรัก ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กันอย่างบ้าคลั่ง หรือได้ทำกิจกรรมที่ชอบอยู่บ้านโดยไม่มีเรื่องงานมากวนใจ แต่เพราะยิ่งเรามีความสุขกับช่วงเวลาที่ผ่านมามากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาวได้ง่ายขึ้นเพราะความสุขที่เราได้สัมผัสมันหายไปโดยที่เรายังไม่ทันได้ตั้งตัว

อาการเป็นยังไง ? 

ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาวนั้นสาเหตุหลักอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะทั้งความเครียด หรือการกลัวความเหงาไม่อยากอยู่คนเดียว การที่เราได้ใช้เวลาในช่วงหยุดยาวอย่างมีความสุข สารในสมองก็จะหลั่งฮอร์โมนที่มีชื่อว่า เอ็นดอร์ฟิน หรือที่เรารู้จักกันว่า ฮอร์โมนแห่งความสุข นั่นเอง เมื่อวันหยุดหมดไปฮอร์โมนเหล่านี้ลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เราปรับตัวไม่ทันจนทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่าย เศร้า ไม่อยากทำอะไร ขาดแรงใจในการทำงาน ถึงแม้ว่าภาวะอาการเหล่านี้จะไม่ใช่สภาวะทางจิตที่อันตราย แต่ก็สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน หรืออาจจะเกิดอาการเบื่องาน รู้สึกไม่มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ได้ เพราะฉะนั้นแล้วการดูแลตัวเองเพื่อให้สภาวะนี้หายไปจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณกลับมามีความสุขในการทำงานแต่ละวันได้อีกครั้ง

แก้ภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาวยังไงได้บ้าง?

  • ยอมรับว่าวันหยุดหมดไปแล้ว แน่นอนว่าเป็นคำที่พูดง่ายแต่ทำใจได้ยาก เราจะต้องคอยบอกสมองของเราให้เลิกคิดถึงวันหยุดยาวเพื่อเป็นการสั่งการสมองของเราให้เตรียมพร้อมรับมือกับวันทำงานที่กำลังจะมาถึง
  • หลักเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การที่เราดื่มแอลกอฮอล์ในประมาณที่เยอะมากๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเครียดและจะยิ่งทำให้อาการซึมเศร้าหลังหยุดยาวรุนแรงขึ้นนั่นเอง
  • พักผ่อนร่างกายและจิตใจ การทำให้จิตใจได้ผ่อนคลายและร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่นั้นจะช่วยให้ฟื้นตัวจากอาการได้ไวขึ้น 
  • วางแผนการทำงาน การวางแผนการทำงานก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างเป็นระบบในช่วงที่ร่างกายและจิตใจยังไม่พร้อมที่จะออกไปลุยอย่างเต็มที่ และยังเหมือนเป็นการสร้างคำสั่งให้สมองเตรียมพร้อมรับมือกับงานที่กำลังจะโถมเข้ามาด้วย
  • วางแผนเที่ยวต่อ ถ้าเราไม่สามารถทำจิตในให้สงบได้ เราก็วางแผนลุยต่อทริปหน้าไปเลย อย่างน้อยกำลังใจในการทำงานหนึ่งเดียวที่มีก็คือการหาเงินไปใช้ในวันหยุดคราวหน้าก็ได้ 

สำหรับใครที่ยังคงคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผ่านมาอยู่ บอกเลยว่า Next Station กับช่วงวันหยุดอย่างวันแรงงานแห่งชาติวันที่ 1 ไปจนถึงวันที่ 6 พ.ค. ที่เป็นวันหยุดชดเชยวันฉัตรมงคล และวันที่ 22 พ.ค. 2567 วันวิสาขบูชา ไปจนถึงวันหยุดชดเชยของอาสาฬหบูชาในวันที่ 20 ก.ค. และวันหยุดชดเชยวันที่ 29 ก.ค. 2567 เนื่องในโอกาสเฉลิมชนมพรรษารัชกาลที่ 10 วันหยุดยาวยังมีอีกเยอะขนาดนี้ ต้องรีบวางแผนการเที่ยวให้เต็มที่ ลุยงานให้เต็มแรง วางแผนวันลาให้พร้อม เตรียมเงินในกระเป๋าให้พอ และพร้อมลุยเที่ยวต่อกันไปเลย

ระหว่างนี้ก็เก็บตังค์รอเตรียมเที่ยวกันไปก่อน ง่ายๆ แค่มาโละของลงขายหรือหาซื้อของประดับตกแต่งเตรียมไว้ก่อนไปเที่ยวถ่ายรูปได้ใน Kaidee

Apple Watch โดนสาดน้ำช่วงสงกรานต์จะรอดไหม?

Apple Watch โดนสาดน้ำช่วงสงกรานต์จะรอดไหม?

ในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้หลายคนคงเตรียมความพร้อมที่จะออกไปลุยน้ำฉลองเทศกาลสงกรานต์กันอย่างจัดหนักจัดเต็ม และนอกจากจะต้องเป็นกังวลเรื่องการพกโทรศัพท์มือถือและ Gadget ต่างๆ อย่าง Smart Watch เช่น Apple Watch ที่หลายคนคงกังวลใจว่าขีดจำกัดอยู่ที่ใด และวิธีดูแลรักษาให้ไม่เสื่อมสภาพในช่วงสงกรานต์นี้

ในทุกวันนี้ Apple Watch ถูกสร้างมาให้ตอบโจทย์กับทุกลักษณะการใช้งาน ที่ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง สื่อสารและรับการแจ้งเตือนต่างๆ รวมไปถึงใช้เป็นตัวช่วยออกกำลังกายและดูแลุขภาพ และทาง Apple เองก็ได้อัปเดตรุ่นใหม่ออกมาในทุกๆ ปี รุ่นที่คนนิยมใส่มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น SE, Series 6 และตัวรุ่น Ultra เนื่องจากเป็นรุ่นที่ครบเครื่องและครอบคลุมทุกการใช้งาน ยิ่ง Apple Watch Ultra 2 ที่ออกใหม่ ตัวเรือนทำด้วยไทเทเนียมสุดหรู แล้วยังสามารถใช้ทำกิจกรรมทางน้ำลึกถึง 100 เมตร เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขก้าวกระโดดจากรุ่นอื่นๆ ที่เคยมีมาเลยทีเดียว

อย่างที่ทราบกันว่าทางตั้งแต่เปิดตัวมา Apple Watch ก็สามารถโดนน้ำได้ แต่แค่เพียงเล็กน้อย เช่นเหงื่อช่วงออกกำลังกาย เดินตากฝนเล็กน้อยหรือแม้แต่จะเป็นการล้างมือ แน่นอนว่าเป็นรุ่นที่ไม่ควรใส่ออกไปลุยน้ำในช่วงสงกรานต์มากที่สุด แต่สำหรับ Apple Watch Series 2 เป็นต้นไปให้สามารถใส่ทำกิจกรรมทางน้ำอย่างเช่นการอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่ออกไปเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์นี้ได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าน้ำคือพวกแป้ง หรืออาจจะมีผู้เล่นน้ำบางคนที่สผมน้ำกับน้ำหอมหรือน้ำอบ หรือแม้แต่ของเหลวอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำ ซึ่งในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้อาจจะมีบางสถานที่ที่จัดไว้สำหรับปาร์ตี้โฟม หรือมีการฉีดน้ำที่มีความดันสูง ผู้ที่ใช้งาน Apple Watch จึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ตัวเครื่องมีปัญหาตามมาทีหลัง เพราะถึงแม้จะโดนน้ำได้นั้นทางตัวเครื่องก็ไม่ได้กันน้ำอย่าง 100% นั่นเอง 

วิธีแก้ปัญหาเมื่อ Apple Watch โดนน้ำ

ในกรณีที่ตัวเครื่องเปียกน้ำสำหรับรุ่น Apple Watch Series 1 เป็นต้นไปสามารถใช้ผ้าแห้งซับน้ำเบาๆ บนบริเวณตัวเครื่องและสายได้เลยและควรดูให้แน่ชัดว่าในตัวลำโพงมีน้ำขังหรือยังเหลือไอน้ำบนตัวเครื่องอยู่ไหม เพราะว่าน้ำที่ขังอยู่ในเครื่องแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง ดังนั้นจึงควรรอให้แห้งสนิทค่อยนำกลับมาใช้อีกครั้ง แต่หากเป็น Apple Watch Series 2 เป็นต้นไปสามารถเปิดน้ำอุ่นเบาๆ เพื่อล้างตัวเครื่อง และเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวรุ่นใด สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดคือการใช้ความร้อนใน หรือเป่าลมใส่ตัวเครื่องโดยตรงเพราะอาจทำให้ตัวเครื่องเสียหาย และผ้าที่ใช้ในการเช็ดตัวเครื่อง ควรเลือกผ้าที่ไม่เป็นขุยเนื่องจากอาจทำให้ตัวฝุ่นเข้าไปเกาะในตัวเครื่องและอาจเกิดปัญหาตามมาเพิ่มเติมนั่นเอง 

(ภาพการเปิดระบบล็อคการสัมผัสน้ำ หรือภาพนาฬิกาโดนน้ำ)

ระบบ Water Lock คืออะไร? 

โดยปกติแล้ว Apple Watch จะเปิดระบบล็อคการสัมผัสน้ำให้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่สัมผัสหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ในกรณีที่เล่นน้ำสงกรานต์นั้นสามารถเปิดทิ้งไว้ก่อนออกไปลุยเล่นน้ำได้เลย โดยวิธีการเปิดก็ง่ายมาก แค่กดไปที่ศูนย์ควบคุมและเลือกระบบล็อคการสัมผัสน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกสุดๆ และในกรณีเสร็จเล่นน้ำจนพอใจแล้ว ตัวของ Apple Watch ยังสามารถเปิดระบบเพื่อไล่น้ำที่ติดจากลำโพงออกให้ได้อีกด้วยหลังจากที่เราปิดระบบล็อคการสัมผัสน้ำจะมีการเล่นชุดเสียง ในระหว่างที่ตัวเครื่องไล่น้ำ แนะนำให้วางไว้บนผ้าแห้ง และควรรอจนกว่าตัวเครื่องจะแห้งสนิทค่อยนำกลับมาใส่ใหม่อีกครั้งเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุดนั่นเอง 

เลือกใช้สาย Apple Watch แบบไหนในช่วงสงกรานต์ดี?

สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเจ้าตัวเครื่องที่ใช้งาน ก็คือตัวสายที่สวมใส่ แน่นอนว่าการใช้งานในช่วงสงกรานต์นี้จะต้องเปียกน้ำตลอดเวลา ดังนั้นสายที่ควรหลักเลี่ยงที่สุดคือประเภทหนัง ถึงแม้ว่าคุณภาพจะดีแค่ไหน แต่หากโดนน้ำในระยะยาวก็สามารถทำให้วัสดุเสื่อมสภาพได้เหมือนกัน ควรเลือกเป็นสาย Sport Loop, Alpine Loop หรือเป็นวัสดุที่ทำจากยางอย่างกลุ่ม Ocean Band เพราะนอกจากจะสามารถลุยน้ำได้ดีแล้ว ยังสามารถทำความสะอาดพวกคราบแป้งในช่วงสงกรานต์ได้ง่ายอีกด้วย และหากตัวสายเปียกน้ำก็ควรผึ่งให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้งานเช่นกัน

สำหรับใครที่กำลังใช้ Apple Watch อยู่นั้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับไปเที่ยวสงกรานต์ ตัวเครื่องพร้อม ! สายพร้อม ! ก็ออกไปเตรียมตัวเปียกให้เต็มที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ได้เลย แต่สำหรับใครที่ยังไม่มี Apple Watch ตัวนาฬิกาที่เป็นให้คุณได้ทุกอย่างแล้ว พร้อมกับฟังก์ชันที่มาครบจัดเต็มด้วยราคาที่เอื้อมถึง อย่าสามารถหาซื้อเลย

e-KYC เพิ่มความน่าเชื่อถือบน Kaidee

e-KYC เพิ่มความน่าเชื่อถือบน Kaidee

ปัจจุบันปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ แก๊งคอลเซนเตอร์ กลโกงและการหลอกลวง มีการแผร่หลายมากกว่าเมื่อก่อนอย่างมาก มิจฉาชีพสรรหาวิธีใหม่ๆ มาหลอกเหยื่อ บริษัท หรือแม้แต่ระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างแยบยล เพราะเหตุนี้ Kaidee ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้า จึงเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงระบบยืนยันตัวตนด้วย e-KYC แบบล้ำสมัย 

อะไรคือ KYC?

ในปปัจจุบัน เรามีพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้กำหนดให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับการเงินและการลงทุนต้องจัดทำระบบ KYC เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถ ยืนยันตัวตน (Know Your Customer: KYC) ก่อนทำธุรกรรม 

  • การเก็บและตรวจสอบหลักฐานเอกสารประกอบการยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ได้รับการรับรองสำหรับการยืนยันอัตลักษณ์
  • การตรวจสอบตัวตนลูกค้า ว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ระบุไว้ในเอกสารหรือไม่
  • การเก็บรักษาข้อมูล โดยธุรกิจต้องมีมาตรการเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าไว้อย่างปลอดภัยและรัดกุม สามารถป้องกันการขโมยข้อมูล หรือปลอมแปลงเอกสาร

แต่การยืนยันตัวตนด้วยการกรอกเอกสารนั้น ถือเป็นการเพิ่มภาระ และช่องโหว่ให้มิจฉาชีพาสามารถสวมรอยได้ง่ายในธุรกิจต่างๆ ทำให้การตรวจสอบข้อมูลลำบาก และเกิด Human error ได้ง่าย ตรวจสอบว่าผู้ใช้บริการกับบุคคลในบัตรประชาชนเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนภาพถ่ายบัตรประชาชนของผู้ใช้บริการให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนในการกรอกข้อมูลของผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่

e-KYC บน Kaidee ดียังไง? 

  1. ป้องกันการปลอมแปลงตัวตน ในการซื้อขายสินค้า
  2. สามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ทั้งกับตัวร้านค้า และผู้ซื้อ
    • ในมุมของร้านค้า จะช่วยให้ผู้ซื้อรู้สึกปลอดภัยที่จะทำการซื้อของกับร้านค้า และทำให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
    • ในมุมของผู้ซื้อ ทางร้านค้าจะสามารถส่งมอบสินค้าได้รวดเร็วขึ้น โดยลดขั้นตอนการตรวจสอบ
  3. ลดปริมาณมิจฉาชีพในระบบ ทำให้เกิดการซื้อขายที่ปลอดภัยมากขึ้น

หากเรานึกถึงแอคเคาน์โซเชียลมีเดียต่างๆ จะเห็นได้ว่าแบรนด์ บริษัท ดารา คนดังต่างๆ ต่างมี ‘ติ๊กฟ้า’ กันทั้งนั้น เมื่อเราเห็นเช่นนั้นเราจึงรู้ว่าแอคเค้าน์นั้นคือของจริง ไม่ได้สวมรอย การยืนยันตัวตนด้วย e-KYC บน Kaidee นั้นทำหน้าที่เดียวกับติ๊กฟ้าเหล่านั้นนั่นเอง 

เมื่อคุณยืนยันตัวตัวตนหรือผู้ซื้อยันยันตัวตน ทุกท่านจะได้รับ  Verified Badge สีทอง เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าบุคคลนี้มีตัวตนจริง ผู้ซื้อสบายใจไม่โดนมิจฉาชีพหลอกโกง โดยใช้บัญชีม้าหรือชื่อปลอม เพราะไม่สามารถหลอกระบบได้ ผู้ขายได้ขายได้ง่ายมากขึ้น แสดงความบริสุทธิ์ใจ และสามารถไว้ใจและคัดเลือกได้ว่าผู้ซื้อนั้นไม่ใช่มิจฉาชีพเช่นกัน

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อขายกับผู้ที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น

Kaidee ยังมีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นไปตามเงื่อนไขของข้อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ตามหลักสากล โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวของทาง Kaidee เราจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อบังคับ และจะมีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสมอ ท่านสามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวของเราได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว


แจ้งปัญหาการใช้งาน ร้องเรียน หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

📞 โทร. 02-119-5000 ระบบฟังข้อมูลอัตโนมัติ

⌨️ อีเมล: cs@kaidee.com

🔹 Facebook : https://bit.ly/45jTp8K