Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
การมีรถยนต์คันแรกเป็นของตัวเองย่อมเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและดีใจเสมอ ย้อนวันวานความรู้สึกกลับไปตั้งแต่วันแรกที่นั่งเลือกรถรุ่นที่ถูกใจ ตลอดไปจนถึงการเตรียมตัวในเรื่องของเอกสาร และศึกษาวิธีบำรุงดูแลรักษารถยนต์คันโปรดของเราให้เป็นอย่างดี เนื่องจากรถยนต์คันนี้ที่เราได้ตัดสินใจซื้อจะต้องอยู่เป็นเพื่อนร่วมทางในตลอดระยะเวลาหลายปี ดังนั้นปัญหาของรถยนต์สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ยางแบน, เครื่องยนต์ร้อน, รถดับ, กระจกเสียงดัง สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ เรื่องของราคาค่าใช้จ่ายก็จะแตกต่างกันไป วันนี้เราจึงรวบรวม 5 ปัญหารถยนต์ที่พบบ่อยว่ามีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ พร้อมวิธีป้องกันให้ทุกคนได้ทราบกัน
1. แบตเตอรี่หมด
หากว่าคุณจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน เนื่องจากไม่มีเวลาได้ขับใช้งานรถคันนี้สักเท่าไหร่ วันนี้จึงรู้สึกอยากขับรถคันนี้เป็นพิเศษ แต่พอมาสตาร์ทกลับพบว่ารถสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติด ปัญหานี้เป็นอาการของแบตเตอรี่หมด ซึ่งต้องคอยเช็กตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการขับรถทางไกล หรือการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน การตรวจเช็กแบตเตอรี่ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ มีอายุเหลือเท่าไหร่ ถ้าหากว่าแบตเตอรี่มีอายุเสื่อมมากเกินไป ต้องทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทันที และต้องคอยเช็กว่าตัวแบตเชื่อมต่อสนิทดีกับส่วนอื่นๆ หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
2. ไดชาร์จ
อีกหนึ่งปัญหาที่อาจทำให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้นั่นก็คือ “ไดชาร์จมีปัญหา” ซึ่งไดชาร์จเป็นตัวที่เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่เพื่อให้ทำงานและชาร์จอยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดว่าไดชาร์จมีปัญหาขึ้นมาจะส่งผลให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติด หรือรถอาจดับกลางทางได้ เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่ได้ถูกชาร์จอย่างที่ถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องคอยหมั่นตรวจเช็กอายุการใช้งานว่านานเกินไปหรือเปล่า ถ้าหากว่าไดชาร์จเสื่อมอายุแล้วควรเปลี่ยนเพื่อให้เครื่องยนต์กลับมาสตาร์ทและใช้งานได้ปกติ
3. หม้อน้ำรั่ว
อาการหม้อน้ำรั่วเป็นปัญหาที่ทำให้ขับรถต่อไปก็ไม่ได้หรือจะถอยก็ไม่ดี ซึ่งเป็นอันตรายส่งผลถึงชีวิตและส่งผลให้เสียทรัพย์สินกันอย่างมากเลยทีเดียว หากเกิดปัญหาควรหลบจอดเข้าข้างทางและหยุดรถทันที จากนั้นเปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อนแล้วปล่อยรอให้เครื่องเย็นเท่านั้นจึงค่อยเปิดฝาหม้อน้ำ เทน้ำเติมลงไปให้มากพอระดับหนึ่ง แล้วทิ้งระยะเพื่อสังเกตดูว่าระดับน้ำเท่าเดิมหรือเปล่า หากระดับน้ำลดเทเท่าไรก็ไม่เต็มสักทีแสดงว่าหม้อน้ำอาจจะแตก ต้องโทรตามช่างมาซ่อมทันที หรือในกรณีที่มีการรั่วซึมก็ยังพอขับไปเพื่อหาอู่ซ่อมใกล้ๆ ได้ ดังนั้นจึงควรตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง รวมถึงต้องดูด้วยว่ามีรอยแตกหรือไม่ ระบบพัดลมระบายความร้อนทำงานปกติอยู่ไหม เท่านี้ก็ช่วยให้อุ่นใจในทุกครั้งก่อนออกเดินทาง
4. น้ำมันรั่ว
หากสังเกตได้ถึงรอยน้ำมันหยดที่ใต้ท้องรถมากเกินผิดปกติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือดับเครื่องยนต์ เพราะน้ำมันเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ แล้วโทรตามช่างหรืออู่ซ่อมรถใกล้บริเวณนั้นมาตรวจสอบทันที ดังนั้นจึงหมั่นตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการขับรถอย่างระมัดระวังก็ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดน้ำมันรั่ว รวมถึงยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ไปได้อีก
5. ยางแบน
รถยางแบนเป็นปัญหาที่เราเจอได้บ่อยแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องระมัดระวังในการขับขี่รถบนท้องถนนเป็นอย่างมาก เน้นขับขี่บนถนนพื้นผิวที่มีความเรียบเนียน แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรจะระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีสิ่งแหลมคมทิ่มจนทำให้เกิดยางแบนได้ ถ้าแย่ไปกว่านั้นคือยางแตกและเสี่ยงต่ออันตรายเป็นอย่างสูง ก่อนออกรถแต่ละครั้งควรเช็กลมยางให้เรียบร้อย หรือเข้าบริการเช็กลมยางที่สถานีบริการน้ำมันทุกที่ได้อย่างสะดวกสบาย
เมื่ออ่านจบแล้วก็อย่าลืมไปตรวจเช็กปัญหาต่างๆ กับรถยนต์คันโปรดของคุณกันให้เรียบร้อย เพื่อสร้างความอุ่นใจและเตรียมความพร้อมในทุกครั้งก่อนออกเดินทาง สำหรับใครที่กำลังมีแพลนหาซื้อรถยนต์คันแรกอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ RodKaidee แหล่งซื้อขายรถยนต์ รถมือสองที่เรารวบรวมไว้ให้คุณโดยเฉพาะ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
กล้อง ถือเป็นไอเท็มสุดฮิตของสาวๆหนุ่มๆในปัจจุบัน ใครที่เป็นสายถ่ายรูป ชอบเก็บความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ จะต้องตำกล้องมาเป็นของตัวเองกันคนละตัว และหลังจากนั้นจะมีของที่ต้องมีสำหรับสายกล้องตามมาอีกมากมาย
เช่น เลนส์กล้อง ไมค์ไวเลสสำหรับสายวีดีโอ ไฟสปอร์ตไลท์ และกระเป๋ากล้อง ที่ทุกคนต้องมี เอาไว้เก็บเจ้ากล้องตัวเก่งของเรา แต่ทุกคนรู้ไหม ว่าจริงๆ แล้วกระเป๋ากล้องมีหลายแบบมาก แล้วกระเป๋ากล้องสวยๆ มีสไตล์ แบบไหนจะใช่สำหรับรา ตามไปดูกัน
กระเป๋ากล้องมีดีอะไร ทำไม่ต้องมีกระเป๋ากล้อง
เชื่อว่าสายวีดีโอ โฟโต้หลายๆคน คงมีกล้องในดวงใจของตัวเองกันคนละตัวสองตัว ซึ่งเจ้ากล้องตัวเก่งของเรา เป็นสิ่งที่ต้อการการดูแลและทะนุถนอมเป็นอย่างมาก “กระเป๋ากล้อง” จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยดูแลเจ้ากล้องตัวเก่งของเรา นอกจากที่เราเก็บกล้องและอุปกรณ์ได้อย่างเป็นระเบียบแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้กล้องและเลนส์ของเราลดแรงกระแทกเวลาขนย้าย
รวมถึงยังช่วยรักษาความสะอาดของกล้องและตัวเลนส์จากกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้กล้องของเรามีความเสี่ยงที่จะสกปรก และการโดนน้ำที่ทำให้เกิดความชื้นอีกด้วย
วิธีการเลือกกระเป๋ากล้อง
การเลือกกระเป๋ากล้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เนื่องจากกระเป๋ากล้องที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการดูแลรักษากล้องและเลนส์ของเราให้ปลอดภัยจากการตกกระแทก ความชื้น และความสะอาดของตัวกล้องและเลนส์กล้อง ป้องกันรอยขีดข่วน และยังช่วยให้เราถ่ายภาพได้อย่างสะดวกขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการดูแลกล้อง
ซึ่งกระเป๋าที่เหมาะสมกับขนาดกล้อง เลนส์ และจำนวนไอเท็มที่เรามี และสไตล์ในการถ่ายภาพ สถานที่ที่เราชอบไปถ่ายภาพ ปัจจัยเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจมากๆ เพื่อให้เราตัดสินใจเลือกกระเป๋ากล้องได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับการใช้งาน
กระเป๋ากล้องสวยๆมีสไตล์ มีอะไรบ้างนะ
เวลาที่เราซื้อกล้อง ส่วนใหญ่เรามักจะได้กระเป๋ากล้องมาด้วย แต่ก็มีหลายๆ ครั้งที่กระเป๋ากล้องที่เรามี ไม่ตอบโจทย์การใช้งานของเรามากเท่าไร ยิ่งสายมืออาชีพ หรือสายคลั่งรักในกล้อง จะมีอุปกรณ์เสริมในการถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ ที่เยอะกว่าคนทั่วไป การมีกระเป๋าที่ตอบโจทย์จึงเป็นเรื่องที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เรามารู้จักประโยชน์ของกระเป๋ากล้องแต่ละชนิดกันดีกว่า ว่ากระเป๋ากล้องสวยๆ มีสไตล์ แบบไหนเป็นแบบที่ใช่สำหรับเรา
1. กระเป๋าสะพายไหล่
กระเป๋าที่มีความสามารถมากกว่าการเป็นกระเป๋าใส่กล้อง เพราะกระเป๋าแบบนี้เป็นกระเป๋าที่สามารถประยุกต์ไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อีก
เช่น การเอาไปประยุกต์เป็นกระเป๋าทำงานได้ ใช้งานง่าย เปิดหยิบของได้ง่าย กระเป๋าสะพายไหล่ เหมาะกับการพกกล้องไปเดินถ่ายง่ายๆ ในเมือง ขั้นตอนไม่เยอะ แต่อาจจะต้องพกเลนส์ไปเปลี่ยนเพื่อถ่ายตามสถานการณ์ ซึ่งกระเป๋ากล้องแบบสะพายไหล่ ใส่ตัวกล้องและเลนส์ดีๆสักหนึ่งถึงสองอันก็เพียงพอแล้ว
2. กระเป๋าเป้หรือกระเป๋ากล้อง backpack
กระเป๋า backpack หรือเรียกกันง่ายๆว่ากระเป๋าเป้ กระเป๋าแบบนี้เหมาะสำหรับตากล้องที่มีไอเท็มเสริมเยอะ หรือเป็นตากล้องสายนักเดินทาง เพราะกระเป๋าแบบนี้มีขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุของได้เยอะ ทั้งเลนส์ ก็สามารถอาไปได้ทุกเลนส์ เลนส์ไวด์ เลนส์ฟิก หรือใครอยากจะพกไฟวงดวงเล็กๆ ตัวกล้องที่เราจะนำไปถ่าย
รวมถึงขากล้องเพื่อการถ่ายสภาพที่เนียบกริบ ไม่มีสั่น แถมในบางแบรนด์กระเป๋าเป้ มีขนาดกว้างมากพอที่จะใส่เสื้อผ้าเข้าไปได้สบาย ทำให้เวลาเดินทาง เราไม่ต้องพกกระเป๋าไปหลายใบ กระเป๋าแบบนี้จึงเหมาะสำหรับนักเดินทางสายลุย ที่ชอบพกของเยอะๆ และไม่อยากต้องพะวงหน้าพะวงหลัง
3. กระเป๋ากล้องคาดเอว
กระเป๋ากล้องคาดเอว มีลักษณะคล้ายเข็มขัดที่คาดอยู่บริเวณเอว แตกต่างกันแค่ในส่วนของกระเป๋ากล้องคาดเอว ก็คือสามารถใส่ของอย่างกล้องได้อย่างดี และสะดวกมากในการใช้งาน เหมาะสำหรับตากล้องที่รับงานถ่ายภาพ การถ่ายงานแบบมืออาชีพ ไม่ต้องพกกระเป๋า และข้อดีมากๆ
อีกหนึ่งเรื่อง คือเหล่าตากล้องสามารถใช้มือทั้งสองข้างได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องคอยกังวล ไม่ไม่ต้องคอยถือกระเป๋าอุปกรณ์ จะนั่งรถ ปั่นจักรยาน ก็สามารถถ่ายรูปได้อย่างสบายๆ เลย แถมกระเป๋าแบบนี้ยังสามารถหมุนกลับไปด้านหลังได้ ที่เรียกกันว่า กระเป๋าคาดสะโพก นั่นแหละ
4. กระเป๋า Top Load
กระเป๋ากล้อง Top Load เป็นกระเป๋าที่เห็นบ่อยและเป็นที่นิยม เหมาะสำหรับตากล้องมินิมอลที่ไม่ชอบพกของเยอะ มีไอเท็มในการถ่ายภาพไม่เยอะ เพราะสามารถใส่กล้องที่มีเลนส์ติดมาเท่านั้น ไม่สามารถพกเลนส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ไปได้
การไปถ่ายรูปของตากล้องกลุ่มนี้จะเป็นการถ่ายแบบง่ายๆ หรือจะต้องไปถ่ายในพื้นที่ที่ไปยาก ถ่ายภาพที่ไม่เน้นรูปแบบมืออาชีพมาก ซึ่งกระเป๋าแบบนี้ไม่เหมาะกับการขนไอเท็มเยอะๆ พกง่าย ถ่ายสะดวก ใครที่ไม่ชอบความยุ่งยาก จะต้องตกหลุมรักกระเป๋ากล้องแบบ Top Load แน่นอน
5. กระเป๋า Hard Case
กระเป๋าที่เหมาะกับตากล้องมืออาชีพ เพราะกระเป๋าแบบ Hard Case เป็นกระเป๋าที่จุของได้เยอะมาก จะมีกี่ไอเท็มก็สามารถใส่ลงไปได้ และมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่อยู่ในกระเป๋า Hard Case จะไม่ได้รับผลจากแรงกระแทกด้านนอกแน่นอน เพราะตัวด้านนอกของกระเป๋าแข็งแรงมาก
ตามชื่อ Hard Case มีล้อลาก ซึ่งไม่ทำให้เราสูญเสียพลังงานจากการแบกกระเป๋า ลากไปไหนมาไหนได้ เหมาะกับการเดินทางไกล ขึ้นเครื่องบิน ขึ้นรถไฟ หรือการเดินทางที่ค่อนข้างที่จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางบ่อยๆ ราคาค่อนข้างสูงนิดหนึ่ง แต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ
เลือกกระเป๋ากล้องที่เหมาะกับคุณ
สำหรับตากล้องทั้งมือใหม่และมีออาชีพ การมีกระเป๋ากล้องเป็นเรื่องสำคัญต่อกล้องของเราค่อนข้างมาก หากว่าเราเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับกล้อง และการใช้งานของเรา กระเป๋ากล้องก็สามารถช่วยยืดอายุกล้องให้กับเราได้ด้วย ซื้อกล้องครั้งหน้า อย่าลืมเลือกกระเป๋าที่เหมาะสมกับเรานะคะ
ใครที่มีกระเป๋ากล้องอยู่แล้ว แต่อยากเลือกซื้อกระเป๋ากล้องที่เหมาะกับเรา หรือตากล้องมือใหม่ที่ต้องการซื้อกระเป๋ากล้อง เพื่อดูแลกล้องของเราให้อยู่กับเราไปนานๆ เข้ามาเลือกกระเป๋ากล้องคุณภาพดีๆ ราคาถูก ที่เหมาะกับการใช้งานของเราใน Kaidee กันก่อนนะคะ รับรองว่าคุณจะได้ของถูกใจ ในราคามิตรภาพจาก Kaidee แน่นอนค่ะ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เสียงเพลง คือสิ่งหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มให้ชีวิตของเรามีสีสัน จากความเศร้าที่เคยมีก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความสุขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หรือวันที่เหนื่อยล้าเพลงบางเพลงสามารถเปลี่ยนให้เป็นวันธรรมดาที่ไม่หนักหนาจนเกินรับไหว บทเพลงที่ดีก็ย่อมคู่กับลำโพงที่ดีเช่นเดียวกัน จะดีมากไปกว่านั้นคือการที่ได้ฟังเพลงโปรดในสถานที่ต่างๆ หรือท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันแสนงดงาม วันนี้เราจะมาแนะนำลำโพงบลูทูธฉบับพกพาว่ามีรุ่นไหนกันบ้างที่เหมาะสม และรุ่นไหนบ้างที่ให้คุณภาพเสียงประสิทธิภาพสูง เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับเพลย์ลิสต์โปรดได้ทุกที่ที่ต้องการ
1. JBL Clip 3
ลำโพงตัวเล็กจากแบรนด์ JBL ที่คุณภาพของเสียงไม่เล็กตามขนาด มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 1000 mAh สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ชั่วโมง กันน้ำได้อย่างสบายๆ ระดับ IPX7 ที่ไม่ว่าฝนจะตกหรือลำโพงตกน้ำก็ไม่กลัว โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปทรงกลมและตะขอไว้สำหรับคล้องกระเป๋าสะพาย รถมอเตอร์ไซค์ หรือจักรยาน โดยไม่จำเป็นต้องคอยถือให้ลำบาก สะดวกสบายกับการพกพาเสียงเพลงโปรดไปฟังง่ายๆ ได้ทุกที่
2. Sony SRS-XB 12
ลำโพงไร้สายแบบพกพาดีไซน์ขนาดกะทัดรัด คุณภาพเสียงดีการันตีด้วยแบรนด์ชื่อดังอย่าง Sony พร้อมเสียงเบสอันทรงพลังกับเทคโนโลยี EXTRA BASS สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงรุ่นเดียวกันเพื่อแยกเสียงให้เป็นแบบสเตอริโอ หรือ Double Mode ได้ กันน้ำและฝุ่นได้ในมาตรฐานระดับ IP67 ช่วยให้ใช้งานได้อย่างไร้กังวล แบตเตอรี่ฟังได้นานต่อเนื่องถึง 16 ชั่วโมง ออกแบบรูปทรงได้สวยงามทันสมัยมีสายคล้องที่ติดมากับตัวลำโพงเพื่อความสะดวกสบายในการพกพาไปฟังนอกสถานที่
3. Harman Kardon NEO
ลำโพงไร้สายขนาดเท่าฝ่ามือ รูปทรงเพรียวบาง ออกแบบอย่างประณีตเพิ่มความพรีเมียมด้วยสายคล้องหนังสุดคลาสสิก ให้เสียงที่มีมิติและมีคุณภาพสูงตามแบบฉบับของแบรนด์ Harman Kardon ตัวลำโพงกันน้ำได้ในระดับ IPX7 ฟังเพลงได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง เริ่มต้นเชื่อมต่อการใช้งานได้อย่างง่ายดาย สามารถรับสายโทรศัพท์และพูดคุยผ่านลำโพงด้วยเสียงอันคมชัด ไม่เพียงแต่การฟังเพลงนอกบ้านเท่านั้น แต่ยังเหมาะสมเป็นลำโพงสำหรับตั้งโต๊ะทำงานที่วางตรงไหนก็ดูลงตัว
4. B&O Beoplay A1
ลำโพงดีไซน์ทรงกลมสุดพรีเมียม กระจายเสียงได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา ด้วยลำโพงสองดอกแบบสองทาง (Tweeter & Fullrange) ตอบสนองเสียงได้อย่างแม่นยำและคมชัด ให้โทนเสียงฟังสนุก เนื้อเสียงมีความกระชับ ฟังสบายๆ กับทุกรายละเอียดของเสียงแบบเรียบเนียน รองรับการใช้งานด้วยเสียงแบบ Voice Assistant แบตเตอรี่สุดอึดที่ฟังได้ต่อเนื่องสูงถึง 24 ชั่วโมง รองรับการชาร์จผ่าน USB Type C รูปลักษณ์การออกแบบที่สวยงามแบบเรียบหรู สะดวกต่อการพกพาและใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
5. Marshall Emberton
ลำโพงไร้สายแบบพกพารุ่นใหม่ล่าสุดจาก Marshall ที่ยังเอกลักษณ์การดีไซน์สุดเท่ คลาสสิกตามแบบฉบับของแบรนด์ มาพร้อมขนาดที่กะทัดรัด ช่วยให้พกพาไปไหนก็สะดวก ด้านบนของตัวลำโพงออกแบบให้มีปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ตั้งแต่การปรับเสียง, เล่น-หยุดเพลง, เปลี่ยนเพลง, เปิด-ปิดเครื่อง เชื่อมต่อไร้สายด้วยระบบบลูทูธ 5.0 สามารถฟังได้ต่อเนื่องได้นานถึง 20 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รวมถึงยังมีคุณสมบัติชาร์จเร็วเพียง 20 นาที ก็ฟังเพลงต่อได้อย่างเต็มอิ่มถึง 5 ชั่วโมง
เมื่ออ่านจบแล้วเชื่อว่าหลายคนต้องมีแบรนด์ในใจที่ต้องตามไปหาซื้อมาฟังกันอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ยังไม่มีรุ่นหรือแบรนด์ที่ถูกใจ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันเลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
คอมพิวเตอร์ถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญกับการใช้ชีวิตของเรา ถึงแม้จะไม่สามารถพกพาไปข้างนอกแบบโน๊ตบุ๊คได้ แต่คอมพิวเตอร์นั้นสามารถปรับแต่งชิ้นส่วนต่างๆได้ตามใจชอบหรือตามงบประมาณที่มี ดังนั้นสเปคของแต่ละเครื่องก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเน้นเล่นเกม ทำงานกราฟิกหรือทำงานเอกสาร ก็สามารถปรับแต่งได้แบบเฉพาะทาง และมีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย
คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย . . .
คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องประกอบด้วยอุปกรณ์หลายชิ้น หากขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ดังนั้นมารู้จักกับอุปกรณ์ทั้งหมดกันก่อนจะซื้อคอมหรือประกอบคอมสักเครื่องกันดีกว่า
1.เคส (Case)
อุปกรณ์ที่เป็นเหมือนกล่อง มีเพื่อใส่อุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เคสมีหลายขนาด แต่ส่วนมากที่ใช้กันจะเป็น Mini Tower, Mid Tower และ Full Tower โดยขนาดจะขึ้นอยู่กับขนาดของเมนบอร์ด
2.เมนบอร์ด (Motherboard)
เมนบอร์ดคือแผงวงจรหลักที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเหมือนตัวกลางในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนอื่นๆ และตัวเมนบอร์ดมีช่องไว้เพื่อใส่หน่วยประมวลผลหรือหน่วยความจำเพิ่มเติมต่างๆ
3.CPU
CPU หรือหน่วยประมวลผลหลักซึ่งหลายคนมักเรียกผิดว่า CPU คือเคส แต่ความจริงแล้วมันคือหน่วยประมวลผลที่เป็นเหมือนสมองของคอมพิวเตอร์ที่ประมวลคำสั่งที่ได้รับและควบคุมการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ
4.GPU (Graphics Card)
GPU หรือหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือที่เราเรียกกันว่าการ์ดจอ GPU มีหน้าที่ช่วยผลประมวลด้านกราฟฟิก เช่นเวลาเล่นเกมหรือทำงานด้านกราฟิกโดยเฉพาะ จะได้ภาพที่ดีและลื่นไหลมากขึ้น
5.แรม (RAM)
แรมคือหน่วยความจำหลักที่มีผลกับประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยปกติแล้วในปัจจุบันแรมมักจะเริ่มต้นที่ 8GB เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลมากขึ้น
6.HDD และ SSD
HDD และ SDD คือหน่วยบันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โดยความแตกต่างเบื้องต้นนั้น SDD นั้นจะมีความอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็วกว่า HDD
7.พัดลมระบายความร้อน
การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ย่อมมีความร้อนเกิดขึ้นเสมอ ยิ่งภายในเคสที่มีชิ้นส่วนมากมายทำงานอยู่นั้น ยิ่งมีความร้อนภายในมากขึ้น ซึ่งหากมีความร้อนสูงเกินไปอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้ ดังนั้นจึงต้องมีพัดลมระบายความร้อนภายในด้วย
8.PSU (Power Supply)
อุปกรณ์สำคัญในแปลงกระแสไฟฟ้าและจ่ายไฟให้กับเมนบอร์ดและส่งต่อกระแสไฟฟ้าไปยังชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่ง
9.จอมอนิเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ
อุปกรณ์นอกเหนือจากชิ้นส่วนภายในเคสก็ยังมี จอมอนิเตอร์ คีย์บบอร์ด เมาส์ หูฟัง ลำโพงต่างๆ ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ
ชิ้นส่วนไหนสำคัญที่สุดล่ะ
หากพิจารณาตามการทำงานของคอมพิวเตอร์แล้ว ชิ้นส่วนภายในเคสสำคัญมาก อาทิ CPU เนื่องจากเป็นเหมือนสมองที่รับคำสั่งและควบคุม Power Supply ที่ช่วยจ่ายกระแสไฟ ซึ่งหากชิ้นส่วนใดมีปัญหาเราสามารถซื้อมาเปลี่ยนได้ แต่จะต้องศึกษาวิธีอย่างละเอียดก่อน หรือยกไปให้ร้านซ่อมต่างๆจัดการให้จะปลอดภัยที่สุด
ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองต้องดูอะไรบ้าง?
เดี๋ยวนี้คอมพิวเตอร์มือสองมีขายมากมายไม่ว่าจะตามห้างหรือในเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ แต่การซื้อของมือสองย่อมต้องสังเกตให้ดี บางครั้งอาจไม่มีอะไรผิดพลาดหรือมีปัญหา แต่การตรวจสอบให้ดีทุกจุดก็ทำให้เราสบายใจขึ้นในการซื้อได้
1.ประกัน
บางครั้งคอมพิวเตอร์มือสองที่วางขายนั้นอาจมีอายุการใช้งานที่ไม่นาน เราต้องคอยเช็คประกันว่ายังมีชิ้นไหนที่ประกันยังไม่หมดหรือไม่ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นภายหลัง เราก็สามารถนำไปเปลี่ยนได้ แต่อย่าลืมขอใบเสร็จหรือใบรับประกันจากเจ้าของเดิมนะ
2.ระยะเวลาการใช้งาน
ระยะเวลาการใช้งานถือเป็นอีกเรื่องสำคัญเวลาซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง เพราะเมื่อเรารู้อายุการใช้งานว่าใช้มานานแค่ไหนแล้ว ก็สามารถรู้ได้ว่าชิ้นส่วนไหนอาจมีการเสื่อมสภาพบ้าง ทางที่ดีควรสอบภามหรือเช็คจากใบเสร็จของเจ้าของเดิมก่อน
3.สภาพภายนอก
สภาพภายนอกก็เป็นสิ่งที่บอกถึงการดูแลเอาใจใส่ของเจ้าของเดิมได้ หากภายนอกมีรอยขีดข่วนเยอะแยะไปหมดก็ให้เผื่อใจว่าชิ้นส่วนภายในอาจต้องเช็คให้ละเอียดมากขึ้น หรือหากภายนอกตัวเคสเป็นรุ่นเก่าๆก็มักจะไม่มีช่องสำหรับพอร์ท USB ใหม่ๆแบบ USB-C ดังนั้นควรเช็คให้ดีเสมอนะ
4.ตรวจสอบสเปค
สเปคถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นตลอด รวมถึงโปรแกรมต่างๆก็มีการอัพเดทเรื่อยๆ ดังนั้นการมีคอมที่มีสเปคสูงเพื่อรองรับการทำงานในอนาคตก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะหากซื้อสเปคต่ำก็อาจใช้งานได้ไม่นานก็ต้องไปเสียเงินอัพชิ้นส่วนต่างๆเพิ่มอีก
5.ลองเปิดเครื่องใช้งาน
เมื่อเช็คสเปค ประกันและสภาพภายนอกทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ควรขอเปิดเครื่องดูเพื่อเช็คการทำงานว่าปกติหรือไม่ และเพื่อเช็คสเปคที่ขึ้นโชว์ว่าตรงกับที่แจ้งขายไว้หรือไม่อีกด้วย บางครั้งอาจมีการสลับแบรนด์หรือรุ่นที่ต่ำกว่าก็เป็นได้ ดังนั้นเช็คให้ละเอียดเลยล่ะเมื่อเปิดเครื่องใช้งานแล้ว
สรุป
คอมพิวเตอร์ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แม้ว่าจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนากว่าโน๊ตบุ๊ค แต่ก็ยังมีวันเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามเราก็ยังสามารถซื้อชิ้นส่วนใหม่มาปรับเปลี่ยนเพื่อคงประสิทธิภาพให้ดีอยู่เสมอได้ ดังนั้นการเลือกซื้อไม่ว่าจะมือหนึ่งหรือมือสองก็ควรตรวจเช็คให้ดีก่อนจ่ายเงินเสมอ
หากใครมองหาคอมมือสองอยู่ล่ะก็รีบเข้ามาที่ Kaidee ของเราเลย มีคอมพิวเตอร์สภาพสวยราคาดีเพียบ !
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
บ้านทุกหลัง ไม่ว่าจะหลังใหญ่หรือหลังเล็ก จะเป็นบ้านที่สมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าหากขาดองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น เสาบ้าน รวมไปถึงสิ่งสำคัญอย่าง ประตูและหน้าต่างด้วยนั่นเอง ซึ่งมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ที่ประกอบรวมเข้าด้วยกันแล้ว จะทำให้บ้านออกมาสมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะให้เราได้อยู่อาศัย
ซึ่งบ้านที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่คิดว่าจะใส่อะไรไปก็ได้ ถ้าเลือกของที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่มีประโยชน์ ก็อาจจะทำให้บ้านไม่น่าอยู่และมีปัญหาตามมาทีหลังก็ได้นะ เพราะฉะนั้นการเลือกส่วนประกอบของบ้านต้องเลือกให้เข้ากับบ้าน แข็งแรง ทนทาน ที่ประกอบเข้ากับบ้านแล้วสวยงามและบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราได้
ประโยชน์ของประตูและหน้าต่าง
ประตูและหน้าต่างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีความสำคัญมาก โดยประตูจะต้องใช้เป็นทางเข้าและออกจากบ้าน ส่วนหน้าต่างเป็นสิ่งที่ช่วยให้มีอากาศไหลผ่าน ถ่ายเทสะดวก ไม่อึดอัด อีกทั้งยังช่วยให้มีแสงสว่าง ปลอดโปร่ง ทำให้ภายในบ้านไม่มืดทึบ ถ้าขาด 2 สิ่งนี้ บ้านจะขาดคุณสมบัติของการเป็นที่พักอาศัยเลยล่ะครับ
วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่า ประตูและหน้าต่างแบบไหน วัสดุแบบไหน ที่เหมาะสมกับบ้านของเพื่อน ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะติดตั้งประตูหน้าต่างกัน มาดูกันเลย
ประเภทของประตูและหน้าต่าง
ประตู
- ประตูบานเปิด
เป็นประตูที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย จะมีทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ มีลักษณะการเปิดประตูแบบไปในทิศทางเดียว คือ การเปิดแบบผลักออกจากตัวผู้เปิดหรือการเปิดแบบดึงเข้าหาตัวผู้เปิด โดยประตูบานเปิดจะนิยมนำมาใช้เป็นประตูสำหรับเข้าบ้าน ประตูเข้าห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน และห้องน้ำ
- ประตูบานสวิง
เป็นประตูที่ทำได้ทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ ถูกออกแบบมาให้เปิดได้ทั้งแบบผลักออกจากตัวและเปิดดึงเข้าหาตัว มีลักษณะบานพับเป็นแบบหมุน 180 องศา โดยประตูประเภทนี้จะนิยมใช้ในสถานที่ที่คนใช้เยอะ เข้า-ออกบ่อย เช่น โรงภาพยนตร์ อาคารสำนักงานต่าง ๆ เป็นต้น แต่ไม่นิยมใช้ในบ้าน
- ประตูบานเลื่อน
เป็นอีกหนึ่งประเภทประตูยอดฮิตที่ทุกบ้านนิยมใช้ ประตูบานเลื่อนจะมีลักษณะการเปิดด้วยการเลื่อนประตูไปในทิศทางของรางเลื่อนที่ทำยึดไว้ด้านบนและด้านล่างของประตู ซึ่งประตูบานเลื่อนมีหลากหลายรูปแบบทั้งบานเดี่ยว บานคู่ หรือมากกว่านั้น โดยจะนิยมและเหมาะใช้ภายในบ้านกับห้องต่าง ๆ
- ประตูบานเฟี้ยม
ประตูบานเฟี้ยมจะมีลักษณะบานประตูหลายบานติดกันเป็นแผงประตูขนาดใหญ่ที่สามารถพับได้ ซึ่งถ้าเปิดประตูแล้วประตูจะไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทำให้ได้พื้นที่ห้องเพิ่มขึ้น โดยจะนิยมใช้ในการตกแต่งห้องให้ดูสวยงามและกั้นระหว่างห้อง ซึ่งในปัจจุบันก็จะเห็นบ้านที่นำประตูนี้มาใช้และจะเห็นบ่อยในสำนักงานใหญ่ ๆ ที่ใช้กับห้องโถงขนาดใหญ่
หน้าต่าง
- หน้าต่างบานเปิด
เป็นประเภทหน้าต่างที่นิยมและพบเห็นบ่อยที่สุด มีทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ เปิดได้โดยการผลักออก ซึ่งในปัจจุบัน หน้าต่างบานเปิดแบบบานเดี่ยวเป็นที่นิยม เพราะเวลาที่หน้าต่างถูกเปิดออก ทำให้เรียงกันอย่างสวยงาม ที่สำคัญสามารถรับลมได้มากทำให้อากาศถ่ายเท ไม่อึดอัด ซึ่งหน้าต่างประเภทนี้เหมาะกับบ้านทั่วไป
- หน้าต่างบานกระทุ้ง
หน้าต่างประเภทนี้ เป็นหน้าต่างประเภทที่เปิดขึ้นด้านบน ซึ่งบานพับจะอยู่ด้านบนของหน้าต่าง โดยหน้าต่างที่เวลาเปิด สามารถเปิดได้กว้าง ลมสามารถผ่านเข้ามาได้มาก อากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก ที่สำคัญหน้าต่างที่เปิดออกสามารถกันฝนได้ โดยหน้าต่างประเภทนี้จะนิยมสร้างในคอนโด
- หน้าต่างบานเลื่อน
หน้าต่างประเภทนี้เป็นหนึ่งในหน้าต่างยอดนิยมเลยก็ว่าได้ มีลักษณะการเปิด – ปิดที่สวนทางกัน โดยจะมีชุดล้อซ่อนไว้กรอบด้านล่างของบานหน้าต่าง โดยหน้าต่างประเภทนี้จะเป็นที่นิยมของบ้านทั่วไปและคอนโด
- หน้าต่างบานเกล็ด
หน้าต่างประเภทนี้จะมีลักษณะการเปิด – ปิดด้วยมือหมุน และมีกระจกมาซ้อนกันจนเต็มพื้นที่หน้าต่าง เป็นหน้าต่างที่สามารถรับลมได้อย่างเต็มพื้นที่ แต่ต้องใช้คู่กับมุ้งลวดด้วย เพื่อที่จะได้กันแมลงและยุงได้ โดยหน้าต่างประเภทนี้นิยมใช้กับบ้านทั่วไป
วัสดุของประตูและหน้าต่าง
- ไม้
เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความแข็งแรง มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ โดยไม้ที่นิยมใช้ทำประตูหน้าต่าง คือ ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้เต็ง ไม้แดง เป็นต้น แต่ถ้าใช้วัสดุไม้ที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีหรือวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพใช้ทำประตูหน้าต่างนอกบ้าน ถ้าหากโดนน้ำหรือน้ำฝน โดนแดด จะทำให้ไม้บวม โก่ง งอ เกิดเชื้อราขึ้นได้
แต่ถ้าอยากจะทำประตูหน้าต่างด้วยไม้จริง ๆ แนะนำให้ใช้ไม้เนื้อแข็ง แต่ต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างดีและใช้วัสดุที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ ยังมีวัสดุไม้หลากหลายรูปแบบให้เลือกอีกเยอะ คุณสมบัติหรือคุณภาพก็จะแตกต่างกันออกไป ควรเลือกและศึกษาให้ดีกันด้วยนะครับ เช่น
- ไม้ HDF (High Density Fiber)
- ไม้ Engineer
- ไม้อัด
- วัสดุ WPC (Wood-Plastic Composite) เป็นต้น
โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุไม่จริงเหมาะกับคนที่ชอบความสวยงามของไม้ มีความเป็นธรรมชาติ แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน
- เหล็ก
เหล็กเป็นวัสดุที่ใช้ทั้งประตูหน้าต่างได้ สามารถตกแต่งลวดลายให้เป็นรูปแบบที่สวยงามต่าง ๆ ได้หลากหลาย โดยวัสดุชนิดนี้จะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักมากกว่าวัสดุอื่น ๆ และสามารถเป็นสนิมได้หากถูกน้ำ ความชื้นเป็นระยะเวลานาน จึงต้องตัดสินใจดูจุดที่ติดตั้ง ดูรูปแบบของผนัง ว่าสามารถที่จะติดตั้งวัสดุนี้ได้หรือไม่
โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุเหล็กเหมาะกับคนที่ประหยัดงบ ชอบความสวยงามที่สามารถตกแต่งลวดลายได้ตามรูปแบบที่เราต้องการ แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องความทนทาน เพราะวัสดุสามารถขึ้นสนิมได้ง่าย
- อะลูมิเนียม
วัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุที่ทนแดด ทนฝนได้ดี หาได้ง่ายตามท้องตลาดและเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ใช้ทำประตูหน้าต่าง เพราะราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่ราคาถูกถึงราคาสูง โดยวัสดุอะลูมิเนียมจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
- อะลูมิเนียมชุบสีด้วยไฟฟ้า (Anodizing)
- อะลูมิเนียมพ่นอบสี (Powder Coating)
โดยอะลูมิเนียมพ่นอบสี จะมีความพิเศษตรงที่เป็นการพ่นและอบผงสีเคลือบที่ชั้นผิว สามารถทำได้หลายเฉดสี ที่สำคัญสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่าอะลูมิเนียมที่ชุบสีด้วยไฟฟ้า จึงทำให้มีราคาที่สูงกว่า แต่ข้อจำกัดของวัสดุอะลูมิเนียมคือ เป็นโลหะที่ไม่ค่อยแข็งแรง ถ้าเกิดการกระแทกอาจจะทำให้บุบและมีรอยขีดข่วนได้
โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุอะลูมิเนียมจะมีหลากหลายราคาตั้งแต่ราคาถูกถึงราคาสูง แล้วแต่กรรมวิธีในการผลิตเป็นอย่างไรด้วยนะครับ
- พีวีซี (PVC)
เป็นวัสดุทางเลือกหนึ่งที่ราคาไม่แพง โดยวัสดุจะเป็นประเภทพลาสติก โดยคุณสมบัติของ PVC เป็นวัสดุที่ทนความชื้นได้ดี น้ำหนักเบา หมดปัญหาเรื่องปลวก แต่มีข้อเสียที่เป็นวัสดุที่น้ำหนักเบา จึงทำให้ไม่ค่อยแข็งแรง แตกหักง่าย ไม่ทนแรงกระแทก ควรหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุนี้ในที่ภายนอก
โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุ PVC นั้น เป็นอีกทางเลือกของคนที่ต้องการประหยัดงบภายในบ้านบางส่วน เพราะมีราคาค่อนข้างถูก แต่ต้องดูพื้นที่ในการใส่ด้วย เนื่องจากวัสดุค่อนข้างไม่แข็งแรง
- ยูพีวีซี (UPVC)
วัสดุ UPVC หรือที่เรียกกันว่า ประตูหน้าต่างไวนิล ขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุสังเคราะห์นวัตกรรมใหม่ที่รักษ์โลก โดยวัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ ซึ่งวัสดุ UPVC เป็นโพลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าโพลิเมอร์หรือพลาสติกทั่วไป โดยมีคุณสมบัติที่คงทนและแข็งแรงกว่า คือ สามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนได้ดี ป้องกันรังสี UV (ไม่ดูดซับความร้อน) ดูแลรักษาง่ายไม่เป็นคราบเหลือง แข็งแรงทนทานเพราะมีการเสริมเหล็กกล้า และที่สำคัญช่วยลดเสียงได้ ปกป้องเสียงจากภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ
โดยประตูหน้าต่างที่ใช้วัสดุ UPVC นั้น เหมาะกับคนที่พร้อมจะจ่ายด้วยราคาที่แพงกว่าแลกมากับวัสดุที่มีคุณภาพ เพราะวัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุที่มีกรรมวิธีการผลิตค่อนข้างยาก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง แต่คุณสมบัตินั้นเหมาะสมกับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน
สรุปท้ายบทความ
ประตูและหน้าต่างล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของบ้านทุกหลัง การเลือกใช้ประตูหน้าต่างรูปแบบต่าง ๆ ควรเลือกรูปแบบและวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละห้องในบ้านด้วย เพื่อที่จะได้ออกมาเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ สวยงามน่าอยู่ แข็งแรง และคงทนนะครับเพื่อน ๆ
เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ กับบทความนี้ ช่วยให้เพื่อน ๆ มีความรู้และตัดสินใจที่จะซื้อประตูหน้าต่างไว้แล้วใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่จะซื้อประตูหน้าตกแต่งบ้าน เพื่อน ๆ ลองเข้ามาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านหลากหลายรูปแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะมากมาย ซื้อบ้านเสร็จแล้วตกแต่งด้วยประตูหน้าต่างตามที่ชอบต่อก็เป็นความคิดที่ดีเลยล่ะครับ