Feb 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ความสุขและความทรงจำที่ได้จากทริปต่างประเทศของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนจำเป็นภาพ บางคนจำเป็นกลิ่น บางคนจำเป็นเสียง
วันนี้เราอยากลองพาทุกคนไปเที่ยวต่างประเทศกันแบบรวดเร็วทันใจผ่านหูฟังอันโปรดกับเพลย์ลิสต์ Ambient Sound ฟังเสียงบรรยากาศรอบ ๆ จากประเทศ เมือง หรือสถานที่ที่ทั่วทุกมุมโลกที่อาจจะเคยเป็นสถานที่ในความทรงจำของคุณ
พร้อมหรือยัง เตรียมหูฟังให้ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย
Ambient Sound Playlist: เที่ยว 6 ประเทศได้ง่าย ๆ แค่ใช้หูฟัง
คืนนี้ไปนั่งรถไฟ Tran-Siberian รถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลกกันนะ
Tran-Siberian
ทดลองนั่งเหม่อบนรถไฟสายทรานไซบีเรียที่ยาวที่สุดในโลก
เส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Tran-siberian) เป็นอีกเส้นทางที่อยู่ในบักเกตลิสต์ของใครหลายคน ถือว่าเป็นเส้นทางเดินรถไฟสายที่ยาวที่สุดในประเทศ โดยมีระยะทางยาว 9,288 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานี Moskva Yaroslavskaya ในกรุงมอสโก (Moscow) และสิ้นสุดที่สถานี Vladivostok ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสายทั้งหมด 7 วัน
เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่อยากเดินทางในเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรียสักครั้งในชีวิต ก่อนจะได้ไปเห็น ไปสัมผัสด้วยตาเปล่า ลองมาเที่ยวด้วยหูกันก่อนกับ Ambient Sound เสียงรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Tran-siberian) กัน
สำหรับ Ambient Sound นี้มีชื่อใน Spotify ว่า Trans-siberian เน้นเป็นเสียงของขบวนรถไฟสายนี้เป็นระยะเวลากว่า 4 นาทีที่ดีเทลชัดเจน ฟังแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมหน้าต่างรถไฟ มองวิวภูเขาน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ทะเลสาบตามทางแบบเพลิน ๆ เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยวทิพย์ที่สุด
Paris, France City Ambience with Birds, Voices, and Traffic
เดินเล่นในปารีส เสพชีวิตปาริเซียนผ่านเสียง
เที่ยวปารีส เมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งในโลก
เราอยากพาคุณไปเดินเล่นในกรุงปารีสท่ามกลางเสียงนก ผู้คนที่เดินผ่านไปมา รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา ทุกอย่างที่ประกอบเข้าด้วยกันมันลงตัวและดูสมจริงมาก พอหลับตาแล้วรู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปเดินสวย ๆ อยู่ริมถนนฌ็องเซลิเซ่ หรือไม่ก็ย่านแซงต์ แฌร์แม็งเลย
ซาวด์สำหรับเที่ยวทิพย์ที่ปารีสนั้นจะมีระยะเวลาสั้น ๆ ถ้าอยากได้บรรยากาศปารีสครบทุกซอกทุกมุม ก็อยากแนะนำให้ฟังคู่กับ Paris, France Outdoor Food Market Small Crowd, และ Paris, France Department Store เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศฝรั่งเศสได้เต็มรูปแบบมากขึ้น
บุกป่าแถบอเมริกาใต้ ฟังเสียงนกเสียงไม้
South American Jungle
เดินป่าอเมริกาใต้ ดื่มด่ำเสียงนกเสียงไม้และสิงสาราสัตว์
บุกป่ายังไงให้เตรียมตัวน้อยที่สุด บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีอะไรชนะการเที่ยวป่าทิพย์อีกแล้ว แต่ป่าที่เราจะไปผจญภัยกันวันนี้ไม่ใช่ป่าใกล้ ๆ ที่ขึ้นเหนือลงใต้ในไทยแล้วจะเจอ แต่เป็นป่าในแถบอเมริกาใต้กันเลย
ผจญภัยในป่าดงดิบข้ามทวีปวิธีไหนที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในโลก บอกเลยว่าคงหนีไม่พ้นการฟัง Ambient sound South American Jungle! คุณจะได้ดื่มด่ำกับเสียงนกเสียงไม้ เสียงแมลง เสียงต้นไม้สั่นไหว ที่ผสมปนเปเข้าด้วยกันจนให้บรรยากาศเหมือนไปนั่งอยู่ท่ามกลางป่าเขาเขียวครึ้มได้ที่บ้าน
แนะนำเพิ่มสำหรับคนที่อยากสร้างบรรยากาศแตกต่างออกไป อาจจะเปิดเสียงฝนคลอเพิ่มบรรยากาศประหนึ่งติดฝนชมวิวป่า หรือจะเปิดเสียงลมเพิ่มก็ไม่ติด
นั่งเล่นริมชายหาดเบเกอร์ ชมสะพานโกลเด้นเกตช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
Baker Beach
นั่งชมวิวทะเล หาดทรายและสะพาน มุมคลาสิกที่มองไม่เบื่อของซานฟรานซิสโก
เอาใจคนรักทะเล สายลม เสียงคลื่นกันสักหน่อย วันนี้เราขอพาไปนั่งปล่อยใจให้สบาย ชมวิวเพลิน ๆ กันที่เบเกอร์ บีช (Baker Beach) ซานฟรานซิสโก (San Francisco) สหรัฐอเมริกา แลนมาร์กยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองซานฟรานซิสโกที่คุณจะได้เห็น combination ของวิวทิวทัศน์ที่แสนลงตัวของทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก สะพาน Golden Gate และชายหาด
ถึงครั้งนี้จะไม่ได้ไปเห็น ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันถึงหาดเบเกอร์ แต่ก็สามารถหาเสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเบเกอร์บีชมาฟังให้หายคิดถึงก่อนได้กับ Ambient Sound อย่าง Baker Beach คนที่ชอบฟังเสียงคลื่นเบา ๆ ผ่อนคลาย ๆ ไม่เน้นเสียงลมกระโชกแรงมากนัก น่าจะชอบ ให้ความรู้สึกแสนชิล ใครอยากให้ได้บรรยากาศกว่าเดิม แนะนำให้ลองไปฟังที่ชายทะเลจริง ๆ ดู แค่คิดก็ฟินแล้ว
เดินเล่นชมสวนโทยาม่าช่วงซากุระบาน
Hanami Soundscape at Toyama Park
ฟังเทศกาลซากุระบานที่สวนสาธารณะโทยาม่า
คิดถึงบรรยากาศซากุระบานที่ญี่ปุ่นกันไหม
ถ้าคิดถึง ขอให้ลองเปิด ‘Hanami Soundscape at Toyama Park’ ฟังดู เสียงนี้จะชวนคุณไปท่องเทศกาลชมดอกซากุระในแลนมาร์กสำหรับชมซากุระอันดับต้น ๆ ของโตเกียวอย่างสวนสาธารณะโทยาม่าในแบบทันใจไม่ต้องแคร์ฤดู
สำหรับ Ambient Sound นี้ เราจะได้ฟังบรรยากาศสวนสาธารณะโทยาม่าในช่วงเทศกาลที่ไม่ได้แค่วนลูปหนึ่งชั่วโมง แต่มีความซับซ้อน มีเสียงที่เปลี่ยนไปเหมือนเรากำลังเดินไปรอบ ๆ
ความสมจริงของเสียงนี้อยู่ที่การเน้นเสียงบรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจักรยานขี่ผ่านไปมา เสียงเด็ก เสียงชาวญี่ปุ่นพูดคุยกัน เสียงนกร้อง เคล้าเสียงกลีบดอกไม้ปลิวไหว เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง เรียกว่าเต็มอิ่มมาก ๆ
ฟังเสียงหิมะตกลมแรงที่สกอตแลนด์
Blizzard & Strong wind – Scotland
ยืนหนาวท่ามกลางหิมะตกและลมแรงที่สกอตแลนด์
เที่ยวมาแทบครบทุกฤดูแล้ว ไม่นึกถึงฤดูหนาว หิมะขาวโพลนก็คงไม่ได้ บอกเลยว่าเที่ยวทิพย์โดยใช้หูฟังในดินแดนหิมะตกขาวโพลนเหมาะกับเราที่สู้อากาศหนาวไม่ค่อยไหวที่สุดแล้ว
ทริปท่องเที่ยวชมหิมะขาว นอนหนาว ๆ วันนี้ เจ้า Ambient Sound พาเราไปที่สกอตแลนด์แดนหิมะ ฟังเสียงพายุลมหิมะที่ค่อนข้างรุนแรง เหมือนนอนผิงเตาอยู่ในบ้าน มองดูพายุหิมะตกข้างนอก จิบโกโก้ร้อน ดูหนังเรื่องโปรด (ยิ่งเลือกหนังฟีลฤดูหนาวยิ่งดี) ใครลองไปทำตามแล้วเป็นยังไง เอามาแชร์กันได้เลยยย
สรุปท้ายบทความ
อยากลองมาเที่ยวต่างประเทศง่าย ๆ แบบใช้เวลาน้อยที่สุดกันไหม เรามีวิธีเที่ยวทิพย์ที่จะช่วยให้คุณไปเที่ยวรอบโลกในสถานที่ ฤดู และเวลาที่ต้องการดั่งใจกับ Ambient Sound Playlist
เราอยากชวนคุณนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย เดินเล่นชิค ๆ กลางกรุงปารีส บุกป่าแถบอเมริกาใต้ นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินที่หาดเบเกอร์ ดื่มด่ำเทศกาลชมซากุระที่โตเกียว และบรรยากาศหิมะตกหน้าหนาวที่สกอตแลนด์
หากใครอยากเพิ่มบรรยากาศให้การท่องเที่ยวครั้งนี้ ลองหาหูฟังคุณภาพดี ๆ เทียนหอมอโรม่ากลิ่นที่เข้ากับบรรยากาศเข้ามาเสริมสักหน่อยก็น่าสนใจ เข้ามาดูกันได้เลยที่ Kaidee.com
Feb 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ต้องบอกก่อนเลยว่า บทความนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี แต่ไม่ใช่ว่ามันมีเนื้อหาไม่เหมาะสมนะคะ เพียงแต่คุณอาจจะไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยได้สัมผัส และมีประสบการณ์รวมกับสิ่งเหล่านี้เลย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ วันนี้เราจะได้มาย้อนวันวาน นั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังยุค 70s, 80s, และ 90s ให้ได้เกิดฟีล Nostalgia เล่นๆ ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ที่เอาเสน่ห์ความเก่าในยุควันวานมาใช้ทำการตลาด เพื่อโฆษณาสินค้านั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่เคยมีประสบการณ์รวมกับช่วงเวลาในยุคนั้นเกิดความรู้สึก Nostalgia หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “ความรู้สึกคิดถึงอดีต” และในขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจจากเด็ก Gen Z ที่ไม่คุ้นเคยกับช่วงเวลานั้นได้เช่นกัน
การตลาดย้อนยุคคืออะไร
ขอบคุณรูปจาก Reddit
“Nostalgia Marketing” หรือ “Retro Marketing” เป็นการทำการตลาดโดยเล่นกับจิตใต้สำนึกผู้บริโภค หรือที่เรียกว่า จิตวิทยาผู้บริโภค ที่มักคิดถึงช่วงเวลาสมัยเด็กอยู่เสมอ ในขณะที่โลกเปลี่ยนไป ตามกาลเวลา แต่กลุ่มบุคคลพวกนั้นก็ยังคงไม่ลืมความทรงจำ “ครั้งแรก” ต่างๆ
โมเมนต์ตกหลุมรัก “ครั้งแรก……”
ความรู้สึกในการฟังเพลงผ่านเทป คาสเซ็ท “ครั้งแรก…….”
การที่ใช้โทรศัพท์แบบฝาพับ “ครั้งแรก…….”
โมเมนต์ครั้งแรกเหล่านี้ยังคงถูกเก็บไว้ในความทรงจำของผู้บริโภคอยู่เสมอ ดังนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงโหยหาสื่อ หรือสิ่งของที่จะทำให้พวกเขาได้รำลึกถึงภาพความทรงจำในอดีตเหล่านั้นได้อีกครั้ง โดยไม่รู้ตัวนั่นเอง
ผู้ประกอบการทั้งหลาย จึงใช้ประโยชน์จากความรู้สึกโหยหาอดีตนี้ สร้างสรรค์สื่อโฆษณา โดยมี Story (เรื่องราว) และ Visual (ภาพ) ที่สามารถกระตุ้นจิตใต้สำนึกนั้นๆ เพียงพอที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมตอบสนอง (Action) กับความต้องการของตัวเอง และพฤติกรรมที่ว่านั้น ก็คือการควักสตางค์ซื้อสินค้านั้นเอง
แบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบย้อนยุคแล้วประสบความสำเร็จ จะมีแบรนด์ไหนกันบ้าง เรามาดูกันเลยค่ะ
Converse
ขอบคุณรูปจาก Coverse
เรื่องความเก๋า ต้องยกให้ Converse เขาเลยค่ะ แม้ว่า Converse จะเป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคที่อายุน้อย แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม 13-19 ปี และ 20-35 ปี แต่กลยุทธ์การทำการตลาดของเขานั้น มักจะสวนทางกับกลุ่มอายุของลูกค้าอย่างสิ้นเชิง
อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า Converse เป็นแบรนด์ที่อยู่กับเรามานานกว่า 100 ปี แต่ดีไซน์ของเจ้ารองเท้าผ้าใบสวมใส่สบายนี้ ก็ยังคงความคลาสสิกไม่เคยเปลี่ยน และนี่เองก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่า Sneaker Junkie ทั้งหลาย ต่างให้คำนิยาม Converse ว่าเป็นรองเท้าผ้าใบที่บ่งบอก ความเก๋า และคลาสสิกแบบ 80 ได้ดีที่สุด
จึงไม่แปลกใจที่โฆษณาแทบทุกตัวของ Converse จะใช้ความผูกพันทางอารมณ์ของลูกค้ากับแบรนด์เป็นหลัก ในการเสนอเนื้อหา เพราะนอกจากจะเอาใจแฟนคลับ Converse รุ่นเก่าได้แล้ว ยังดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณวินเทจได้ดีอีกด้วย
VIDEO
Nintendo Switch (นินเทนโด้ สวิทช์)
ขอบคุณรูปจาก Nintendo
เชื่อว่าคนที่เติบโตมาในยุค 80s หรือ 90s คงต้องคุ้นเคย หรือเคยเป็นแฟนตัวยงของคอนโซลเกม (Console Game) หรือเกมกดมือแน่นอน เพราะสมัยนั้น ไม่ได้มี Tiktok ให้เต้นกัน ไม่มี Instragram ให้โพสต์รูปโชว์ หรือ Facebook ให้ติดตามข่าวเหมือนในสมัยนี้ แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กยุค 80-90s ไม่มีของเล่นเด็ดๆ นะคะ อันที่จริง ของแต่ละอย่างของเด็กยุคนั้นไอคอนิกทั้งนั้นเลย ตั้งแต่ โยโย่ การ์ดเกม และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นเกมบอย
Nintendo Swift เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ทางค่าย Nintendo ผู้ผลิตเกมกดในตำนานอย่างเกมบอย (GameBoy) และเกมที่ทุกคนต้องเคยเล่นอย่าง Mario ได้ผลิตและวางจำหน่ายเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา
แน่นอนว่าทาง Nintendo ได้ใช้ประโยชน์จากการเป็นของเล่น หรือจะใช้คำพูดที่น้ำเน่าหน่อย คือการเป็นความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคน มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการสร้างโฆษณา เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นั่นเอง
โฆษณาตัวนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เห็นว่า การเติบโตมากับพี่น้องเป็นอย่างไร แต่ยังทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาวัยเด็ก ที่ยังไม่มีภาระต้องรับผิดชอบ และสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ ไม่ใช่เงินเดือน แต่กลับเป็นของเล็กๆ อย่างเกมคอนโซล
ถือว่า Nintendo ตีโจทย์แตกมากๆ กับการนำสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี และห่างหายไปนาน กลับมาพัฒนาอีกครั้ง ให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ พกพาสะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 398 กรัม และเชื่อเลยว่าผู้ใหญ่หลายคนที่เคยรักเกมคอนโซลนี้ เมื่อได้รับชมโฆษณาตัวนี้ต้องรีบสั่งซื้อ ไม่ว่าจะเอามาเล่น หรือเก็บไว้เพื่อความทรงจำอย่างแน่นอน
VIDEO
Gucci
ขอบคุณรูปจาก Gucci
การันตีเลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้ยินแบรนด์ Fashion Luxury อย่าง Gucci แน่นอน ยิ่งถ้าคนไหนสนใจเรื่องแฟชั่น แล้วไม่รู้จัก Gucci คงต้องกลับไปทบทวนความสนใจของตัวเองดูอีกทีแล้วนะคะ เพราะ Gucci เป็นแบรนด์หัวแถวของวงการแฟชั่น มีสินค้ามากมายตั้งแต่ เครื่องสำอาง กระเป๋า เสื้อผ้า ยันน้ำหอม และที่สำคัญ อิงข้อมูลจากนิตยสาร Forbes เมื่อต้นปี 2021 Gucci เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 31 ของโลกด้วยค่ะ
ล่าสุด Gucci ได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณา 60 วินาที เพื่อโปรโมทน้ำหอมขายดีของแบรนด์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ของ Gucci อย่าง Gucci Guilty
เนื้อหาโฆษณาที่แปลกใหม่ แตกต่างจากโฆษณาน้ำหอมทั่วไปที่มักเน้นความเซ็กซี่ ยั่วยวนเพศตรงข้าม แต่โฆษณาตัวนี้กลับบอกเรื่องราวชีวิตอิสระของวัยหนุ่มสาว พลังความรัก และการตามล่าหาความฝัน ใจกลางเมือง ลอสแองเจิลลิส ในยุค 70s เรียกได้ว่าแปลกใหม่ เอามากๆ
นอกจากนี้ทุกสถานที่ ตั้งแต่ซาลอนทำผม ซูเปอร์มาร์เก็ต จนถึงลานชมภาพยนตร์กลางแจ้ง ที่ต่างเผยให้เห็นบรรยากาศในยุค 70s แบบเน้นๆ ก็ได้ปรากฏขึ้นในโฆษณาชุดนี้ในเวลาเพียงแค่ 60 วินาที
ต้องยอมรับเลยว่าคงไม่มีโฆษณาตัวไหนที่ทำให้คนดูอยากได้ทั้งน้ำหอม และทั้งย้อนเวลา ในเวลาเดียวกันแบบนี้อีกแล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=4DBfnl-Jbag&feature=emb_title
Burger King
ขอบคุณรูปจาก Ries
เมื่อช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา Burger King (เบอร์เกอร์ คิง) ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ขวัญใจสายเบอร์เกอร์ ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ โดยการเปลี่ยนโฉมโลโก้ครั้งแรกในรอบ 20 ปี จะให้เรียกว่าเปลี่ยนโลโก้อย่างเดียวคงจะไม่ถูก เพราะทางแบรนด์ได้ทำการรีแบรนด์ดิง (Rebranding) ตั้งแต่ เปลี่ยนโลโก้ สไตล์ร้าน เมนูอาหาร รวมไปถึงยูนิฟอร์มของพนักงานกันเลยทีเดียว
ทีมครีเอทีฟของบริษัทเผยว่า การเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนี้ เป็นการนำโลโก้ต้นฉบับของเบอร์เกอร์ คิง ที่ใช้ในยุค 1960s กลับมาใช้อีกครั้ง จุดประสงค์ก็เพื่อให้แฟนๆ ได้คิดถึงช่วงเวลาวันวาน และโลโก้ที่ทุกคนรีบวิ่งตรงเข้าไปหาทุกวันหลังเลิกเรียนกับเพื่อนๆ ในสมัยเด็ก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าถึงแม้เบอร์เกอร์ คิงจะมีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่ที่สุดแล้ว ร้านเบอร์เกอร์ คิงก็ยังคงเป็นฟาสต์ฟู้ดราคาถูกที่อยู่เคียงข้างทุกคนตลอดมา
ขอบคุณรูปจาก Insider
Pepsi
ขอบคุณรูปจาก Nicepnq
ถ้าพูดถึง Nostalgia Marketing คงไม่มีแบรนด์ไหนทำสู้ Pepsi ได้ไม่ว่าจะเป็น Mood And Tone ก็ดี หรือแม้แต่รูปแบบผลิตภัณฑ์ก็ดี เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Pepsi ได้เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟนคลับ โดยการเชิญ Cindy Crawford มาเป็นนางเอกโฆษณาระดับท็อปของ Pepsi กลับมารวมงานกันอีกครั้ง หลังจากผ่านไปนานถึง 26 ปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการเป็นราชาเครื่องดื่มน้ำดำ ที่สามารถครองใจผู้บริโภคมาแล้วกว่า 120 ปี
นอกจากวิดีโอโฆษณาแล้ว เป๊ปซี่ยังได้นำรูปแบบกระป๋องในยุค 90s กลับมาวางจำหน่าย แบบลิมิเต็ด เอดิชัน ด้วย ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แคมเปญ “Pepsi Generation” นั่นเอง และไม่แปลกใจเลยที่แคมเปญนี้จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะสามารถพาผู้บริโภคนั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังยุค 90s ด้วยการถือ Pepsi กระเป๋าสีขาวสุดคลาสสิกแล้ว การที่ได้เห็น Cindy ในวัย 51 ปี กลับมากระดก Pepsi อีกครั้ง ก็แสดงได้เห็นว่า Pepsi เป็นที่หนึ่ง และอยู่เคียงคู่กับทุกคนมาแล้วทุกเจเนอเรชัน
VIDEO
สรุปท้ายบทความ
ถึงแม้ว่าการทำ Nostalgia Marketing จะไม่ได้เป็นการตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายแบบวงกว้าง (Mass Marketing) ที่จะดึงดูดผู้บริโภคทุกเพศ และทุกวัย แต่การทำการตลาดแบบ Nostalgia Marketing นี้ ทำให้ผู้บริโภคได้เห็นมากกว่าตัวสินค้า และนั้นก็คือ “คุณค่า” และ “มูลค่า” นั่นเอง
เพื่อนๆ คนไหนหลงใหลความเก่าย้อนยุค อยากมีสินค้าพวกนี้เก็บไว้ เป็นที่ระลึก เอาไว้เล่าให้ลูกๆ หลานๆ ได้ชมในอนาคต ลองแวะเข้ามาที่ Kaidee ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า Converse สุดคลาสสิค, กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ผู้ดีอย่าง Gucci, หรือ เกมนินเทนโด สวิทซ์ คูลๆ เราก็มีนะคะ คลิกเลย
Feb 25, 2021 | บทความยานยนต์
ถ้าหากจะพูดรถยนต์แห่งความหรูหราและแสนจะมีเสน่ห์ หลายคนคงจะนึกถึงรถ Supercar และ Sport Car ที่ว่ากันว่า เป็นรถยนต์สำหรับคนมีเงินเท่านั้น มองเผิน ๆ แล้ว รถ 2 ประเภทนี้ก็มีความคล้ายคลึงกันมาก แต่ก็มีน้อยคนที่จะรู้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ? และเวลาคุณไปห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมรถ Supercar ถึงมีที่จอดรถกั้นไว้เป็นพิเศษ เพราะพวกเขารวย ? พวกเขามีเงิน ? หรือเพราะพวกเขามีเส้นสาย ? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเหล่านี้ให้คุณเอง
รถ Sport Car คืออะไร ?
รถ Sport Car ถือเป็นรถยนต์ที่เน้นการขับขี่ด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยม คล่องตัว แต่ก็มีความหรูหราอยู่ในตัว ซึ่งโดยทั่วไปจะมีขนาดเล็กกะทัดรัด ภายในมีทั้งหมด 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์แรง การควบคุมเยี่ยม และมีน้ำหนักรถที่เบา
รุ่นรถ Sport Car น่าสนใจ
Mazda MX-5
ขอบคุณรูปจาก: mazda.co.th
Mazda MX-5 ถือเป็นหนึ่งในรถ Sport Car ที่มีราคาไม่แรงมากนัก และด้วยเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ที่ภายนอกถูกดีไซน์จากท่าเดินของมนุษย์ผสมผสานกับความสามารถในขับขี่ที่โฉบเฉี่ยว ภายในหรูหราด้วยเบาะหนังดีไซน์สปอร์ตพร้อมอุปกรณ์ที่แสนทันสมัยเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างหลังคาเปิดประทุนระบบไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีดที่มีให้เลือกทั้งแบบอัตโนมัติและธรรมดา
ราคาประมาณ 2,905,000 บาท
Ford Mustang
ขอบคุณรูปจาก: ford.com
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อ Ford Mustang ซึ่งเป็นรถสุดหรูหรายอดฮิตอันดับแรก ๆ ของชาวไทย มีดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวทุกสถานการณ์ ส่วนภายในมีการออกแบบที่ถอดจากห้องนักบินจริง ๆ พร้อมเครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3 ลิตร กำลังสูงสุด 300 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มีฟังก์ชันการสตาร์ตรถแบบเงียบเพื่อลดการรบกวนผู้ขับขี่ท่านอื่น
ราคาประมาณ 3,599,000 บาท
Audi TT
ขอบคุณรูปจาก: audi.co.th
Audi TT รถ Sport Car ที่ภายนอกทั้งดุดันและโฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าแบบรังผึ้ง ภายในที่ตกแต่งสไตล์อะลูมิเนียมพร้อมเบาะหนังแบบสปอร์ตและสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างครบครัน ส่วนตัวเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC ขนาด 2 ลิตร กำลังสูงสุด 230 แรงม้าที่ 4,500-6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 6 จังหวะ
ราคาประมาณ 3,599,000 บาท
รถ Supercar คืออะไร ?
รถ Supercar รถในฝันของใครหลายคน ถือเป็นรถขั้นกว่าของรถยนต์ทั่วไป มีจุดเด่นที่สมรรถนะสูงระดับมากถึงมากที่สุด (ประมาณ 500-700 แรงม้า) เรียกได้ว่าสามารถใช้ทั้งในการแข่งขันและขับขี่ทั่วไปได้เช่นกัน ครบเครื่องทั้งความหรูหราและเครื่องยนต์ ทำให้มีราคาสูงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
รุ่นรถ Supercar น่าสนใจ
Ferrari Roma
ขอบคุณรูปจาก: ferrari.com
Ferrari Roma เป็นรถ Supercar ที่มีความโดดเด่นจากความเรียบง่ายลงตัวและสง่างาม โดยมีการพัฒนาโครงสร้างให้มีน้ำหนักเบาสบาย ขับขี่ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพในการทรงตัว ภายในมีการดีไซน์พวงมาลัยให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันหลักในการสั่งการอย่างง่ายดายบนพวงมาลัย และมีเครื่องยนต์แบบ V8 เทอร์โบ ขนาด 3.9 ลิตร กำลังสูงสุด 620 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร และเกียร์ 8 สปีดแบบ Dual Clutch เพื่อลดการใช้น้ำมันที่สิ้นเปลือง
ราคาประมาณ 21,230,000 บาท
Lamborghini Aventador SVJ Roadster
ขอบคุณรูปจาก: lamborghini.com
ด้วยภายนอกของ Lamborghini Aventador SVJ Roadster ที่ทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แบบพิเศษ ทำให้ตัวรถมีความแข็งแรงและเบาในเวลาเดียวกัน พร้อมหลังคาแบบเปิดอันหรูหรา ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถ Supercar สุดหรูที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน ที่มีเพียง 800 คัน ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสูงสุดเพื่อความสบายในการขับขี่ และมีเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร กำลังสูงสุด 759 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 720 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ ISR 7 สปีด
ราคาประมาณ 17,246,000 บาท
Aston Martin One-77
ขอบคุณรูปจาก: supercars.net
Aston Martin One-77 รถ Supercar สุดหรูที่มีเพียง 77 คันบนโลก แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะมีทั้งภายนอกที่สวยงาม มีเสน่ห์ และหรูหรา พร้อมภายในที่เป็นเอกลักษณ์และสะดวกสบาย รวมถึงเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร กำลังสูงสุด 749 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 750 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ราคาประมาณ 72,000,000 บาท
Sport Car และ Supercar แตกต่างกันอย่างไร ?
จริง ๆ แล้ว รถ Supercar ถือเป็นขั้นกว่าของรถ Sport Car ที่มีสมรรถนะที่ดีกว่าทั้งการดีไซน์ที่สวยงามและหรูหรากว่า ภายในที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครันมากกว่า และตัวเครื่องยนต์ กำลังสูงสุด แรงบิดสูงสุด รวมถึงราคาที่สูงกว่านั่นเอง
ทำไมรถ Supercar ถึงมีที่จอดรถพิเศษ
หลายคนคงคิดว่าการที่รถเหล่านี้มีที่จอดรถพิเศษแยกออกมา คงเป็นเพราะสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ได้รับมาก แต่รู้ไหมว่า ในความเป็นจริงแล้วรถเหล่านี้ถูกออกแบบด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากรถทั่วไป ทั้งรูปร่างที่เตี้ย กว้าง และยาวกว่าปกติ ทำให้การขับขี่และจอดในที่จอดรถธรรมดาอาจยากเกินไปจนส่งผลให้ลำบากกับตัวคนขับและรถคันอื่นๆ ได้ และอย่างที่รู้กันว่าราคาของรถเหล่านี้มีราคาแพงพอสมควร ดังนั้นถ้าหากว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็อาจทำให้เกิดค่าเสียหายที่มากกว่ารถทั่วไปนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
สุดท้ายนี้ นี่คือความแตกต่างของรถยนต์ Supercar และ Sport Car ที่มีความคล้ายคลึงเป็นอย่างมาก รวมถึงเหตุผลที่รถเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษในการจอดรถว่าจริง ๆ แล้วมันคือความปลอดภัยของทุกคนยังไงล่ะ !
และถ้าใครสนใจบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ใน หมวดหมู่ ยานยนต์ และเมื่ออ่านแล้วอยากได้รถสวย ๆ ราคาไม่แพงใน Kaidee Auto เช่นเดียวกัน
Feb 24, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
อยากออกไปเที่ยวแต่ก็กลัว Covid อยากไปเจอเพื่อน แต่ก็กลัว Covid งั้นไม่เป็นไร ไปเจอกันในเกม Animal Crossing ดีกว่าเพราะว่าในโลกของเกมนั้นเราทำได้ทุกอย่าง!!
ทำไมห้ามพลาด Animal Crossing
1. ชีวิตเสมือนจริง
ด้วยความที่ Animal Crossing เป็นเกมที่จำลองชีวิตเสมือนจริงบนเกาะร้าง ทำให้เราต้องเริ่มต้นทำทุกอย่างจากศูนย์ ไม่มีสูตรลัด ตั้งแต่สร้างบ้านจนถึงทำอาหาร จุดเด่นของเกมนี้คือ เวลาในเกมจะเป็นแบบตามไทม์โซนของเรา ทำให้ตอนกลางคืน วิวในเกมจะแตกต่างออกไป เหมือนกับเราไปมีชีวิตใหม่ในเกมจริง ๆ
2. เล่นกับเพื่อนก็ได้ กับแฟนก็ดี
ขอขอบคุณภาพจาก BBC
นอกจากจะจำลองชีวิตเสมือนจริงและเวลาจริง Animal Crossing ยังให้ผู้เล่นสามารถข้ามเกาะมาหากัน หรือเล่นบนเกาะเดียวกันได้อีกด้วย จึงทำให้เหล่าคู่รักหัวใสที่ไม่สามารถจัดงานแต่งท่ามกลางการ Lock Down ได้ มาจัดงานแต่งในเกมแทน
ในภาพคือคุณ Janna และ Stefan จากสหรัฐอเมริกาที่ต้องยกเลิกงานแต่ง แต่ว่าทั้งคู่ก็ Live Stream งานแต่งให้เพื่อน ๆ และพ่อแม่ดูแทน ถือว่าเป็นงานแต่งที่อบอุ่นใจงานหนึ่งเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขของผู้ร่วมงานและเจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่นเอง
นอกจากจะจัดงานแต่งงาน เรายังสามารถชวนเพื่อน ๆ มาจัดปาร์ตี้กับเหล่าน้องสัตว์บนเกาะของเราได้อีกด้วย นับว่าเป็นเกมแห่งยุคโรคระบาดอย่างแท้จริง
3. เดทแบบไร้โควิด
อันนี้มาจากประสบการณ์ตรงของเพื่อนร่วมงานของคนเขียนเอง เธอกล่าวว่าเธอใช้เกมนี้เดทกับแฟนซึ่งอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย สำหรับกิจกรรมระหว่างเดทนั้น พวกเขาเดินเข้าช้อป ชม Museum ดูน้องสัตว์เพื่อนบ้าน เที่ยวชมรอบเกาะและตกปลาด้วยกันอีกด้วย เธอเสริมอีกว่า เธอและแฟนได้ถ่ายรูปด้วยกันในสถานที่ต่าง ๆ แค่นั้นก็รู้สึกเหมือนไปเที่ยวด้วยกันข้างนอกแล้ว
เดทแบบคิวท์ๆในเกม
ถ่ายรูปด้วยกันในสถานที่ต่าง ๆ
ชม Museum ยามกลางคืน
4. โลกที่เราสร้างได้
ในเกมนี้ เราสามารถตกแต่ง และวางแพลนและปรับภูมิทัศน์เกาะเอง เช่น ทำสวน สร้างสระน้ำ สร้างน้ำตก ทำสะพาน ตกปลาและจับแมลงเอามาแลกเงินเพื่อเอาไปพัฒนาเกาะต่อไป
5. คราฟต์ของเองได้ ไม่ต้องง้อร้าน
เราสามารถออกแบบเสื้อได้เองตั้งแต่วันแรกที่เล่นเกมเลย เพียงแต่จะออกแบบได้เพียงแค่แบบเดียว ถ้าหากอยากได้แบบเสื้อเพิ่มขึ้นก็ต้องสะสมไมล์และเอาไปแลกดีไซน์ใหม่ ๆ เพิ่มนั่นเอง
6. ผ่อนคลายจากโลกแห่งความจริง
เพราะไม่ใช่เกมที่ต้องอัปเลเวลหรือต้องทำภารกิจเพื่อผ่านด่าน Animal Crossing จึงเป็นเกมที่เราเล่นได้อย่างไม่กดดัน และไม่จำเป็นต้องมาเล่นทุกวัน ทำให้เกิดความผ่อนคลายในการเล่น และทำให้เราใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากไม่ต้องแข่งกับใคร มีแค่เชิญเพื่อน ๆ มาบ้าน กับคุยกับน้องสัตว์ที่อยู่บนเกาะเราเท่านั้น
Animal Crossing ทำยอดขาย Nintendo Switch พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์
พูดถึงข้อดีทั้งหลายของ Animal Crossing หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเพราะเกมนี้นี่แหละที่ทำให้ยอดขายและราคาของ Nintendo Switch พุ่งขึ้นติดดอยอยู่ช่วงหนึ่ง ในเรื่องของราคาส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าฐานการผลิตอยู่แค่ที่ประเทศจีนและเวียดนาม เมื่อเจอ Covid 19 การผลิตก็ยิ่งชะงัก ประกอบการ Demand เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากผู้คนอยู่บ้าน จากกราฟจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ชมบน Twitch เพิ่มสูงขึ้น
ขอขอบคุณภาพจาก EIC
ในส่วนของราคาในประเทศไทย ณ ช่วงนั้นคนเขียนจำได้ว่าพุ่งสูงเกิน 2 หมื่นบาทกันเลยทีเดียว เนื่องจากที่ไทยนั้นยังไม่มี Official Shop เลยต้องพึ่งพาการหิ้วเข้ามาขาย และเมื่อเที่ยวบินลดลงจากโรคระบาด การขนส่งก็ยิ่งยากตามไปด้วย
ในเรื่องของผลประกอบการ ทาง Nintendo เผยว่า ยอดขายใน Q3 ปี 2020 นั้น ปิดการขายไปได้ 6.35 แสนล้านเยน ได้กำไร 1.64 แสนล้านเยน และขาย Switch ได้ 8.40 ล้านเครื่อง ซึ่งนับเป็นประวัติการณ์ของบริษัทเนื่องจากก่อน Covid หุ้นของบริษัทกำลังราคาตกอยู่พอดี
อย่างไรก็ตามทางบริษัท Nintendo กลับเผยว่า ยอดขายในปี 2021 อาจไม่ดีเท่าปี 2020 เนื่องจากการระบาดของโรคยังคงกระทบระบบการผลิตเครื่องเกม ทำให้คาดการณ์ว่ายอดขายอาจตกลงถึง 15% นอกจากนี้ยังอาจทำให้มูลค่าหุ้นลดลง 5.6 % อีกด้วย ต้องรอดูกันต่อไปว่า การคาดการณ์ของ Shuntaro Furukawa ประธานบริษัท Nintendo จะถูกต้องหรือไม่ หรือเขาจะสามารถพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสเพื่อทำกำไรให้บริษัทต่อไป
สรุปท้ายบทความ
เรียกได้ว่า Nintendo Switch นั้นกลับมาเกิดใหม่ได้เพราะ Animal Crossing และ Covid 19 เลยทีเดียว เพราะช่วงก่อนหน้านั้น หุ้นของ Nintendo กำลังตก และทางบริษัทก็ได้ปล่อยเกม Animal Crossing: New Horizons ขึ้นมาเพื่อหวังกระตุ้นยอดขาย และก็บังเอิญมีโรคระบาด ทำให้ยอดขายกลับกลายเป็นถล่มทลายจนมีคนเอาไปพูดเล่น ๆ ว่า จริง ๆ แล้ว Nintendo นี่แหละที่ปล่อยไวรัสออกมา (ขำ ๆ น้า) ส่วนใครที่อยากลองเล่น Nintendo Switch มาลองหาซื้อได้เลยที่ Kaidee
Feb 24, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เชื่อว่า “การปลูกผักสวนครัวหรือปลูกต้นไม้” น่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่หลายคนเลือกทำเพื่อผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากการล็อคดาวน์ประเทศเพื่อป้องกันโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว ไม่แพ้การเปิดหม้อทอดไร้น้ำมันปรุงเมนูหมูกรอบชาเลนจ์
ฉันเองเป็นคนหนึ่งที่อาศัยจังหวะนี้ ลงมือหยิบเมล็ดพันธุ์ที่เคยขอจากคนนู้นคนนี้มาทดลองปลูกแบบจริงๆ จังๆ สักที ซึ่งไม่เพียงแต่พืชผักสวนครัวเซ็ตเบสิกอย่างพริก คะน้า ผักบุ้ง มะระ เท่านั้น แต่ฉันยังริอ่านปลูกไผ่รวก เพราะหวังไกลว่ามันจะเติบโตจนเป็นไม้ที่นำมาใช้สอยได้ อย่างน้อยๆ ต้องเอามาเป็น “ไม้ค้ำ” ต้นไม้ที่กำลังโต หรือไม่ก็ทำ “ค้างผัก” (ไม้หลักสำหรับให้พันธุ์ไม้เลื้อยยึดเกาะ) สักหน่อย
ลงมือทำเพื่อรู้มากขึ้น
แม้จะเคยเห็นและได้สัมผัสต้นไผ่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่ถือเป็นคร้้งแรกในชีวิตที่ฉันได้พบกับเมล็ดไผ่ หน้าตาออกจะจิ้มลิ้มพริ้มเพรา รูปทรงและขนาดใกล้เคียงกับข้าวเปลือก ปลายข้างหนึ่งเป็นขั้วทรงมนนิดๆ ส่วนอีกด้านมีลักษณะเป็นกลีบใบเรียวยาวซ้อนกันราว 3-4 ชั้น ดูแล้วคล้ายๆ ข้าวโพดที่ยังมีเปลือกหุ้มอยู่เหมือนกัน
เมล็ดไผ่ไซส์จิ๋วหลิว ฉันขอมาจากกรมป่าไม้
การเพาะต้นกล้าไผ่ไม่ยากเพราะข้างถุงใส่เมล็ดที่ได้มาบอกเพียงให้หยอดเมล็ดลงในวัสดุเพาะและรดน้ำเช้า-เย็นเท่านั้น ซึ่งวัสดุเพาะที่ฉันใช้ทำจากแกลบดำ ดินถุง ขุยมะพร้าว และมูลไส้เดือน ผสมในอัตราส่วนเท่าๆ กัน แล้วร่อนผ่านตะกร้าขนมจีนเพื่อให้ได้วัสดุเพาะที่ละเอียด ไม่มีเศษชิ้นส่วนใหญ่ๆ ที่อาจไปปิดกั้นการหยั่งรากของต้นอ่อน จากนั้นรดน้ำวัสดุเพาะให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ สามารถทดสอบโดยใช้มือกำดินให้แน่น ถ้าอยู่ทรงเป็นก้อนไม่แตก ไม่มีน้ำซึมตามร่องมือก็ถือว่าใช้ได้
จริงๆ เราสามารถโปรยเมล็ดลงบนวัสดุเพาะได้เลยและกลบทับด้วยดินร่อนบางๆ เพื่อเวลารดน้ำเมล็ดจะได้ไม่กระเด็นกระดอนหายไป แต่ฉันเลือกหยอดทีละเม็ดลงถาดเพาะทีละหลุม เพราะอยากเช็คเปอร์เซ็นต์การงอกว่าปลูกครั้งแรกนี้จะประสบความสำเร็จแค่ไหน และอีกอย่างคือจะได้ง่ายตอนย้ายต้นกล้าไปลงกระถางใครกระถางมัน
ความสุขของการรอคอย
จะว่าไปแล้วช่วงล็อคดาวน์อยู่บ้านของฉันไม่ได้น่าหดหู่ซะทีเดียว เพราะมีเจ้าเมล็ดไผ่น้อยให้คอยดูแล ฉันแวะเวียนทักทายรดน้ำเช้าเย็นทุกวัน หวังใจว่าจะมีตุ่มสีเขียวๆ ผุดขึ้นจากดินสักที มันเป็นโมเมนต์ที่ฉันพบว่าการรอคอยโดยไม่รู้บทสรุปก็เป็นความสุขได้เหมือนกัน
และแล้ววันที่ฉันอยากเห็นก็มีถึง กลีบใบเลี้ยงสีเขียวเท่าปลายขี้เล็บเริ่มแต่งแต้มให้ถาดเพาะสีทึมๆ ดูมีชีวิตชีวา จากนั้นอีกราวสัปดาห์ต่อมา พัฒนาการของน้องไผ่เบบี้ก็เริ่มชัดขึ้น ลำต้นอ่อนขนาดเล็กกว่าไม้จิ้มฟันค่อยๆ ยืดสูงเหนือผิวดิน พร้อมผลิใบเลี้ยงใบแรกออกมาเซย์ฮัลโหลกับฉันอย่างเป็นทางการ จากต้นอ่อนต้นแรก ถาดเพาะของฉันค่อยๆ ทะยอยมีสีเขียวปรากฏขึ้นกระจัดกระจายกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากให้คะแนนความสำเร็จแล้ว ฉันให้ตัวเองผ่านฉลุย ไปลุยด่านถัดไปได้เลย
ใบไผ่สีเขียวในสวนรกๆ ของฉัน เห็นทีไรก็ชื่นใจทุกที
วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนฉันจำไม่ได้ มารู้ตัวอีกทีเมื่อสังเกตเห็นว่าใบของต้นอ่อนแผ่เลยขอบหลุมเพาะและจำนวนใบไผ่ก็มีมากกว่า 4 ใบซะแล้ว ซึ่งตรงนี้ฉันคิดเองเออเอง (ถ้าผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยผู้อ่านด้วย เพราะฉันมือใหม่หัดปลูกจริงๆ) ว่าคงเหมือนกับชุดความรู้เดิมที่ว่าเราจะย้ายต้นกล้าไม้ได้ก็ต่อเมื่อต้นอ่อนมีใบจริงครบ 4 ใบ จึงไม่รอช้าคว้ากระถางใบเล็กมาเรียงราย ตักดินเพาะใส่แล้วลงมือย้ายบ้านใหม่ให้น้องไผ่ได้เติบโตต่อไป
Tips: การย้ายต้นกล้าควรทำอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้น้องปลอบช้ำ และควรย้ายช่วงเย็นเพื่อลดปัญหาแสงแดดและความร้อนซึ่งจะทำให้ต้นกล้าได้พักฟื้นและคืนตัวดีกว่าย้ายเวลาอื่น
เวลาช่วยพาเธอเติบโต
ผ่านไปอีกเดือน ฉันยังคงอยู่บ้าน Work from home เหมือนเดิม และกิจกรรมรดน้ำต้นไม้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พอๆ กับการเฝ้าดูการเติบโตของไผ่ในกระถางใบใหม่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ฉันเห็นว่าไผ่แต่ละต้นมีพัฒนาการต่างกัน เหมือนกับคนเราที่มีเส้นทางเติบโตเป็นของตัวเอง ต้นไหนขยันหาอาหารกินเก่งก็มักจะแตกใบอ่อนพร้อมกับลำต้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่บางต้นดูบอบบางทนแดดทนลมไม่ไหวปล่อยใบเหลืองร่วงโรยและโบกมือบ๊ายบายฉันไปอย่างไร้เยื่อใย
จากไผ่รวก 60 เมล็ด งอกเป็นต้นอ่อนราว 40 ต้น ตอนนี้ฉันมีผู้เหลือรอดเพียง 12 ต้นเท่านั้น!! (ร้องไห้แปบ…ฮือๆ)
หากการปลูกไผ่คือวิชาที่ต้องเข้าห้องสอบ ตัวเลขข้างต้นคงบอกอยู่ทนโท่แล้วว่าฉันสอบตก ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังมีหวังอยู่ดี เหมือนอย่างที่เขาพูดว่า “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” ฉันประคบประหงมต้นไผ่ที่เหลือต่อไปทั้งรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และเปลี่ยนกระถางใหญ่ขึ้นเมื่อพบว่ารากไผ่ชอนไชออกมาข้างนอก
Tips : ควรเปลี่ยนกระถางให้เหมาะกับไซส์ของต้นไม้ เพราะกระถางที่ใหญ่เกินจะทำให้เกิดความชื้นส่วนเกินในดินเยอะจนต้นไม้อาจตายได้ ขณะที่กระถางไซส์เล็กเกินไปจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช
แต่อย่างที่เขาว่าอีกนั่นแหละ “สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง” ต้นไผ่ที่ฉันปลูกไว้ช่วยยืนยันอีกเสียง เพราะจากไผ่หนึ่งโหลไม่ขาดไม่เกิน ตอนนี้เปลี่ยนไปเหลือแค่ 4 ต้นแล้ว (ร้องไห้อีกรอบจ้า…แง) สารภาพตรงๆ ว่านาทีนั้นฉันเสียใจ เหมือนว่าความพยายามที่ลงไปกลับสูญเปล่า ฉันเห็นแต่ซากไผ่ที่ยืนต้นตาย ใบเหี่ยวแห้งทะยอยร่วงหล่นลงพื้น โดยลืมไปว่ายังมีไผ่อีกตั้ง 4 ต้นที่ชูก้านแตกกิ่งรอวันเติบโต ฉันคิดว่าคนเราก็แบบนี้ล่ะมั้ง เห็นด้านร้ายก่อนด้านดี เศร้ากับสิ่งที่สูญเสียมากกว่าดีใจกับสิ่งที่เหลืออยู่
สภาพต้นไผ่ 3 ต้นที่เหลือรอด ส่วนอีกต้นสูงเกินกว่าจะยกมาถ่ายกรุ๊ปช๊อตด้วยกัน
ให้ธรรมชาติเป็นผู้นำทาง
ฉันยกให้ไผ่ทั้ง 4 ต้นคือไผ่รวกที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี มันเติบโตตามวิถีของตัวเอง (แม้อยู่ในกระถางที่จัดให้) มีต้นหนึ่งโตเร็วมากจนตอนนี้สูงเลยศีรษะฉันไปแล้ว ผิดกับอีกต้นที่ยังกล้าๆ กลัวๆ เหมือนไม่อยากโตสักที แต่ไม่ว่าจะต้นไหนฉันก็รักและภูมิใจอยู่ดี เพราะนี่คือหลักฐานความสำเร็จของมือใหม่หัดปลูกที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ลงมือปลูกต้นไม้อื่นๆ อีกมากมาย
วันนี้ฉันมองต้นไผ่ด้วยความคิดที่เปลี่ยนไปจากวันแรก เลิกคาดหวังว่าไผ่ต้องโตต้องใหญ่จนตัดมาใช้สอยได้แล้วหันมาดื่มด่ำกับความธรรมดา ณ ปัจจุบัน เห็นไผ่หยอกล้อกับแสงแดดยามเช้า ฟังเสียงลมพัดกิ่งไผ่กระทบกัน มันเป็นจังหวะของธรรมชาติที่นำพาให้ฉันหลุดจากโลกที่แสนวุ่นวายสู่ความเรียบง่ายที่สงบงาม