ขุดประวัติและสไตล์การแต่งรถเต่าในตำนาน

ขุดประวัติและสไตล์การแต่งรถเต่าในตำนาน

ไม่แน่ใจว่าสมัยนี้ยังมีใครยังรู้จัก “รถเต่า” อยู่กันบ้างหรือเปล่า ?

เพราะเจ้ารถเต่านี้ ได้หายจากท้องถนนประเทศไทยไปนานเป็นเวลานับหลายปีแล้ว  คนรุ่นใหม่หลายคนอาจไม่เคยเห็นเจ้ารถรุ่นนี้มาก่อนในชีวิต ต่อให้เคยเห็นก็ไม่แน่ใจว่า รถแปลก ๆ คันนี้คือรถอะไรกัน! 

ใครก็ตามที่รู้สึกสนใจเจ้ารถเต่าคันนี้ และมีแพลนว่าอยากนำกลับมาขับจังเลยน้า ต้องไม่พลาดที่จะอ่านและศึกษาสไตล์การแต่งรถเต่าในอดีต ที่ไม่ว่าดูกี่ครั้งก็คลาสสิกแถมยังมีสไตล์อีกด้วย

พูดได้เลยว่า แม้จะเป็นรถเก่าแต่ก็เห็นได้ชัดว่า กระแสวินเทจและย้อนวัยยุค 90 กำลังกลับมาในประเทศไทย ทำให้ “ซากรถ” คันนี้กลับมามีชีวิตในความคิดของใครหลายคนอีกครั้ง 

การนำเสนอรถเต่าไม่ได้มีเพียงแค่บนท้องถนนแต่อย่างเดียว ในหนังต่างประเทศหลายๆ เรื่อง ที่มีเซตติ้งย้อนกลับไปช่วงยุค 80-90s ก็เลือกรถเต่าคันนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งยุค ทำให้คนนึกออกทันทีว่าตอนนี้ หนังอยู่ในเซตติ้งยุคประมาณไหน

ประวัติรถเต่า

แม้จะบอกว่าการสร้างรถเต่ามาจากแนวคิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แต่การสร้างรถเต่าครั้งนี้มีที่มาที่ไม่ได้เต็มไปด้วยการนองเลือดอย่างที่ใครคิด เพราะการสร้างรถเต่านั้นเริ่มต้นจากที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เห็นแววการออกแบบรถของ เฟอร์ดินาน ปอร์เช่ ที่เน้นรถยนต์เข้าถึงง่ายและประหยัด

ด้วยเหตุนั้นอดอลฟ์ ฮิตเลอร์จึงออกสำคัญให้เฟอร์ดินาน ปอร์เช่ ออกแบบรถยนต์อันเป็นที่นั่งผู้ใหญ่ 2 คน เด็กนั่งได้สัก 3 คน ในราคางบประหยัด ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย โดยมีจุดประสงค์ให้ประชาชนชาวเยอรมันสามารถเข้าถึงรถยนต์ได้

เมื่อเฟอร์ดินาน ปอร์เช่ ออกแบบรถจนเสร็จสมบูรณ์ ในปี 1938 รถบีเทิลของ Volkswagen ก็ได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไป ด้วยราคาที่เข้าทีและคุณสมบัติที่เพรียบพร้อม ทำให้รถยนต์คันนี้ครองใจใครหลายคนไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย  

รถเต่า หรือ รถบีเทิลก็ได้ผลิตออกมาจำหน่ายยาวไปเรื่อย ๆ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบทรงเพียงเล็กน้อย เพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็จดจำได้ไว้ 

ถึงแม้ในช่วงภายหลังการผลิตรุ่นบีเทิลออกมา จะมีปัญหาในแง่ของเรื่องไอเสีย ที่ปล่อยออกมาจำนวนมาก ซึ่งสวนทางกับกระแสโลกที่เริ่มหันมาอนุรักษ์รถมากขึ้น แต่ในปี 1997 ทาง Volkswagen ก็ได้เรียกกระแสกลับมาด้วยรถเต่า หรือ รถนิวบีเทิล ที่เปลี่ยนโฉมยกคันให้ดูมีรูปลักษณ์ทันสมัยขึ้นแต่ยังคงโครงรถทรงเดิมไว้

ท้ายที่สุดแล้วรถเต่า หรือ รถบีเทิลก็ได้ดำเนินมาถึงเวลาที่ต้องพัก หลังจากที่ทางบริษัท Volkswagen ได้ตัดสินใจตามยอดขายที่เริ่มลดลงทุกปี และขณะเดียวกันเองบริษัทก็มีนโยบายเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ในปี 2019 บริษัทจึงได้ผลิตรถยนต์รุ่นสุดท้ายอย่าง Beetle Final Edition ออกมาเพื่อเป็นการอำลาและปิดม่านรถบีเทิล หรือ รถเต่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 70 ปีอย่างสวยงาม 

สไตล์การแต่งยอดฮิต ซื้อรถเก่ารีโนเวทใหม่

แม้รถเต่าในปัจจุบันจะหยุดการผลิตไปแล้ว ทว่ากระแสที่มีหลายคนยังคิดถึง ยามได้เห็นรถยนต์รุ่นนี้โลดแล่นอยู่บนท้องถนนเริ่มกลับมาอีกครั้ง ยิ่งบางครั้งเราสามารถเห็นได้เลยว่า มีคนนำรถเต่าคันนี้กลับมาและยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ทำให้รถยนต์ที่เคยตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

รูปแบบการแต่งรถบีเทิลหรือรถเต่านั้นโดยคร่าว ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ แบบคลาสสิก, แบบลายคาดรถ และแบบสปอร์ต ซึ่งทั้งสามแบบนี้เราจะสามารถเห็นได้ชัดมากบนท้องถนนและในหนังภาพยนตร์หลายเรื่อง

Classic 

การแต่งรถแบบแรกขอเรียกว่า แบบคลาสสิก เพราะการแต่งแบบนี้ใช้แค่การเปลี่ยนสีของรถและตกแต่งภายนอกรถเล็กน้อย  ยกตัวอย่างเช่น บริเวณไฟท้าย เพราะคนส่วนใหญ่รักในทรง “รถเต่า” และรูปลักษณ์ภายนอกดั้งเดิมอยู่แล้ว

ใครที่กำลังคิดจะว่าจะนำมายกเครื่องปรับปรุงใหม่ โดยซื้อรถมือสองมาปรับเอา สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รถเต่าของคุณยังดูดีมีสไตล์แบบคลาสสิก คือการทาสีรถใหม่ทั้งคัน เน้นโทนสีออกแนวพาสเทล เท่านี้คุณก็ได้บรรยากาศย้อนกลับไปในช่วงปี 80 – 90s แล้ว

Strips

ในส่วนของ strips หรือลายคาดบนตัวรถ ลายแบบนี้เริ่มเป็นที่นิยมมาจากลายด้านข้างของรถสปอร์ตที่หลายคนชอบ นำมาสู่การนำลายเหล่านั้นมาประยุกต์บนรถของตนเอง แต่ที่เห็นแล้วดูจะเข้ากันและเท่สุด ๆ ก็ต้องเป็นรถรุ่นบีเทิลของ Volkswagen 

โดยเฉพาะใครที่ชอบลาย Strips อยู่แล้ว ยิ่งพอมาประยุกต์กับรถเต่าคันนี้ ยิ่งดูเข้ากัน ได้ทั้งลุคเท่และน่ารักไปในคราเดียว แถมคุณยังสามารถเห็นได้จากภาพยนตร์หนังหลายเรื่อง ที่นิยมเอารถเต่านี้มาเพ้นท์เป็นลาย ยกตัวอย่างเช่นภายในภาพยนตร์อย่างเรื่อง Herbie เป็นต้น   

Sport 

ส่วนการตกแต่งแบบสุดท้ายที่คนนิยมแต่งคือแบบสปอร์ตที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่ารถเต่าแบบนี้ก็สามารถทำให้ดูสปอร์ตได้เช่นเดียวกัน แถมพอแต่งรถให้เป็นลุคสปอร์ตก็ทำให้รถดูดีและดูหรูหราขึ้นกว่าที่เคย ยิ่งกับรถบีเทิลรุ่นใหม่ ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความหรูหราอีกระดับเลยทีเดียวเชียว

รถยนต์ไฟฟ้าของ Volkswagen 

จากที่ได้กล่าวถึงการปิดตำนานของรถเต่าไป เนื่องจากการหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีส่วนช่วยอนุรักษ์โลกแทนของบริษัท Volkswagen ทำให้รถเต่าซึ่งมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์มากกว่ารถอื่น ๆ เป็นอันต้องหยุดผลิตไป 

ทาง Volkswagen ได้หันมาจับทางของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักแทน โดยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ในชื่อรุ่น ID.3 ในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท โดยเบื้องต้นเน้นการใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 45 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งไปในระยะทางสูงสุด 330 กม.ซึ่งจัดว่าเป็นสเป็กที่ใช้ได้เลยสำหรับการเปิดตัวรถยนต์คันแรกของแบรนด์นี้

สรุปท้ายบทความ

ประวัติศาสตร์รถเต่าที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน เป็นอะไรที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้กัน แม้จะเป็นรถรุ่นฮิตในอดีตแค่ไหน แต่ปัจจุบันคนที่รู้จักรถแบรนด์นี้กลับน้อยลงเรื่อย ๆ ทว่าในช่วงหลังเริ่มเห็นรถเต่าหรือรถบีเทิลกลับมาวิ่งบนท้องถนนอีกครั้ง หาคุณต้องการรถเต่าสักคันเพื่อเก็บสะสมแล้วละก็ Kaidee มีให้คุณดูแล้ววันนี้!

พาส่อง ดาราไทยขับรถอะไรกันบ้าง??

พาส่อง ดาราไทยขับรถอะไรกันบ้าง??

ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าความรู้ในเรื่องของดาราผมมีเยอะมาก (ประชด!! เศร้าป่ะ) แต่ทำไงได้ ในเมื่อให้เขียนก็ต้องเขียน ผมเลยไปหาข้อมูลมาแล้ว จาก Instagram เพื่อเอาข้อมูลมาเล่าต่อให้แก่คนที่อยากรู้ (จะมีใครอยากรู้ไหมนะ??)

หากลองสังเกตดี ๆ ก็จะรู้ได้ในทันทีว่าดาราไทยส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อรถที่เป็นรถหรู ไม่ก็เป็นรถสปอร์ต แต่ว่าก็ไม่น้อยเลยที่ยังคงรักความเป็นรถเก่าที่น่าสะสมก็มีอยู่บ้าง วันนี้ผมจะมาขยายความให้ว่าใครขับรถอะไร และรถรุ่นที่ขับเนี่ยสเปคเป็นอย่างไร ทำไมถึงน่าขับ??  ไปดูกันเลย!!

มาริโอ้ เมาเร่อ กับรถ Volkswagen 23 Window Samba Bus

มาริโอ้เป็นดาราหนุ่มชาวไทยที่มีความชอบในเรื่องของรถเก่า ด้วยความรักและหลงใหลทำให้เขามีรถยนต์มากมาย และสร้างชื่อเสียงในการประกวดรถเก่าอีกด้วย แต่วันนี้ผมขอยกรุ่นนี้ “Volkswagen 23 Window Samba Bus” ที่เห็นกันได้บ่อย ๆ ตามรายการทีวีต่าง ๆที่เค้าไปออก (ซึ่งมักจะพังโชว์กลางรายการเสียด้วย ฮ่า ๆ) ใครที่เป็นแฟนรถสายวินเทจ จะไม่รู้จักรถรุ่นนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยความเอกลักษณ์ของหน้า V รวมไปถึงกระจกรอบคันที่มีมากถึง 23 บาน

สเปคที่น่าสนใจ

  • เครื่องยนต์ : สูบนอน 4 สูบ
  • ขนาดของเครื่องยนต์ : 1,192 cc.
  • แรงม้าสูงสุด : 40 แรงม้า
  • เกียร์ : ธรรมดา 4 จังหวะ

เอกลักษณ์โดดเด่นของ Volkswagen 23 Window Samba bus ตามชื่อเลยคือเป็นรถบัสขนาดเล็กที่มี 23 หน้าต่าง และได้ความคลาสสิคด้วยหน้าตาตัว V ที่ทำให้เหล่านักสะสมนั้นต้องละลาย ถึงแม้ว่ารถรุ่นนี้จะมีความเก่าก็ตาม

ดีเจเพชรจ้า กับรถ Nissan GT-R R33

เป็นอีกหนึ่งคนดังที่มีรถยนต์จอดไว้เป็นเหมือนรถของเล่น เพราะว่าเขาซื้อไว้เยอะมากจริง ๆ แถมส่วนใหญ่รถที่ดีเจเพชรจ้ามีนั้นจะเป็นรถสีแดงและเป็นรถจากทางฝั่งยุโรปอีกด้วย แต่ในคันนี้ Nissan GT-R R33 เป็นรถจากทางฝั่งญี่ปุ่นเพียงไม่กี่คันที่มีไว้ในครอบครอง ซึ่งเอกลักษณ์ของรุ่นนี้เลยคือไฟท้ายที่เป็นทรงโดนัท แถมผลิตมาน้อยอีกด้วย

สเปคที่น่าสนใจ

  • เครื่องยนต์ : RB26DETT Twin-Turbo
  • ขนาดของเครื่องยนต์ : 2,568 cc.
  • แรงม้าสูงสุด : 280 แรงม้า
  • เกียร์ : ธรรมดา 5 สปีด

ดีเจเพชรจ้าได้บอกเอาไว้ว่า ส่วนตัวเขานั้นชอบ GTR R33 มากกว่ารุ่นอื่น ๆ ที่เป็นรุ่นยอดนิยมอย่าง R32 และ R34 ด้วยเหตุผลที่ว่า R33 นั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรนัก ทำให้มีไลน์การผลิตที่น้อยและค่อนข้างที่จะสั้น ทำให้มีเพียงไม่กี่คันเท่านั้นถูกมานำจำหน่ายและมีความ Limited

โอ๊ต ปราโมทย์ กับรถ Mini Clubman

ด้วยคาแรกเตอร์ที่เข้ากับหนุ่มโอ๊ต ปราโมทย์ ที่มีลุคขี้เล่น ตลก เฮฮา รถ Mini Clubman สีเขียวฉูดฉาด แถมยังตั้งชื่อให้ว่า “น้องเขียวเหนี่ยวทรัพย์” อีกด้วย ซึ่งน่าจะตั้งมาเพื่อเรียกเงิน เรียกทองโดยเฉพาะ โดยปกติแล้วรถยนต์ Mini นั้นจะเป็นรถเล็ก ๆ เหมาะกับผู้หญิง แต่ในรุ่น Clubman นั้นไม่เป็นแบบนั้น จะมีความใหญ่ขึ้น นั่งได้หลายคนมากขึ้น จึงกลายมาเป็นตัวเลือกให้ใครหลาย ๆ คน

สเปคที่น่าสนใจ

  • เครื่องยนต์ : TwinPower Turbo 2.0
  • ขนาดของเครื่องยนต์ : 1,998 cc.
  • แรงม้าสูงสุด : 192 แรงม้า
  • เกียร์ : อัตโนมัติ

ลบคำว่ารถยนต์คันเล็กออกไปได้เลย เพราะ Mini Clubman นั้นมีความใหญ่ขึ้นมาจากรุ่นเดิม ๆ มาพร้อมกับดีไซน์แบบ 5 ประตู ที่จุผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 5 คนและยังนั่งกันได้แบบสบาย ๆ อีกด้วย แต่เหตุผลจริงของโอ๊ต ปราโมทนั่นก็คือ ปกติการเดินทางไปไหนมาไหนก็มักจะเดินทางด้วยรถตู้คันใหญ่ ทำให้ไม่สะดวกสบายในการหาที่จอด จึงเลือกซื้อรถคันที่เล็กลงมาและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้นั่นเอง

นิกกี้ ณฉัตร กับรถ Porsche 991.1

ถือเป็นเจ้าพ่อรถ Porsche ที่แท้จริง เพราะรถทุกคันที่ผ่านมา นิกกี้ ณฉัตร ก็เลือกซื้อแต่แบรนด์นี้ เรียกได้ว่าเป็นแฟนตัวจริง โดยครั้งนี้มากับรถ Porsche 991.1 ที่เอามาทำสีใหม่ให้มีความคมเข้มมากยิ่งขึ้น เหมือนได้รถคันใหม่เลยทีเดียว (สวยงามตามท้องเรื่องจริง ๆ)

สเปคที่น่าสนใจ

  • เครื่องยนต์ : 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว BOXER Bi-Turbo
  • ขนาดของเครื่องยนต์ : 2,981 cc.
  • แรงม้าสูงสุด : 450 แรงม้า
  • เกียร์ : อัตโนมัติ 8 สปีด

รถยนต์สปอร์ตสุดหรู ไม่ต้องพูดมากก็รู้ว่าดี เร็ว แรง ดีไซน์สวยเท่ ที่ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องมองตามจนตาค้าง ด้วยเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอย่างฉายา “หน้ากบ” ก็ยังคงเอาไว้ได้อย่างดีในรถรุ่นนี้ และน่าจะตอบสนองความชื่นชอบให้แก่เหล่านักสะสมได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

โทนี่ รากแก่น กับรถ Toyota Land Cruiser 80

อีกหนึ่งคนที่เป็นแฟชั่นไอคอนให้กับคนไทย ด้วยสไตล์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แต่ให้ความเท่ และนำเทรนด์อยู่เสมอ แต่ด้วยจิตใจที่รักในการแคมป์ปิ้งทำให้โทนี่ รากแก่น เลือกซื้อรถลุย ๆ ที่เหมาะกับงานอดิเรกของเขาเองอย่าง Toyota Land Cruiser แถมยังเอามาติดเต้นท์และอุปกรณ์ต่าง ๆ จนแทบจะกลายเป็นรถบ้านได้เลยทีเดียว

สเปคที่น่าสนใจ

  • เครื่องยนต์ : 1HD-T 4.2 TD
  • ขนาดของเครื่องยนต์ : 4,163 cc.
  • แรงม้าสูงสุด : 167 แรงม้า
  • เกียร์ : ธรรมดา 5 สปีด

เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ที่นิยมการไปท่องเที่ยวแบบแคมป์ปิ้ง ด้วยความที่เครื่องยนต์มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงการขับเคลื่อนแบบออฟโรดที่สามารถขับไปได้ในทุก ๆ ที่ อีกทั้งยังนิยมเป็นอย่างมากในการเอามาดัดแปลงให้รถยนต์รุ่นนี้กลายมาเป็นรถบ้าน เหมาะกับการค่ำไหนนอนนั่นอย่างแท้จริง

เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว เกิดแรงบันดาลใจอันแรงกล้าในการที่จะเลือกซื้อรถแล้วล่ะก็ เข้ามาหาดูได้เลยที่ Kaidee Auto มีครบจบในที่เดียว โดดเด่นเรื่องรถทั้งมือหนึ่งและมือสอง ที่มีให้เลือกมากมาย

ปากกาขาว
หนังดัง คนบ้าอินทีเรีย ดีไซน์ ไม่ควรพลาด !

หนังดัง คนบ้าอินทีเรีย ดีไซน์ ไม่ควรพลาด !

ขอบคุณรูปสวยๆจาก architecturaldigest

เหตุผลที่ทำให้เราชอบดูหนัง มีหลายอย่าง ถ้ามองในแง่ความบันเทิง หนังเป็นสื่ออีกช่องทาง ที่ใช้ Pass Time ได้ดี ในขณะเดียวกัน ก็มีคนอีกกลุ่มที่มองผลงานหนังเป็นงานทางศิลปะแขนงหนึ่ง ที่นอกจากจะให้ความรู้สึกทุกรูปแบบ ทั้งความสุข ความเศร้า เสียงหัวเราะ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกกดดันได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงกว่าๆ แล้ว หนังยังช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่างๆ ได้อีกด้วย

สถาปัตยกรรม และการออกแบบภายใน จากโลกภาพยนตร์

ต้องยอมรับว่าเด็กสมัยนี้ไม่ได้ดูหนังเพียงเพราะ รายชื่อนักแสดง พล็อตเรื่อง หรือผู้กำกับเพียงเท่านั้น งานสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน หรือแม้กระทั่งเทคนิคการตัดต่อเอง ก็เป็นจุดขายของหนังสำหรับเด็กสมัยใหม่ได้เช่นกัน 

การศึกษา รูปแบบบ้าน และการตกแต่งภายใน จากสื่อภาพยนตร์ทั่วโลกนั้น ได้กลายเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษาสถาปนิกอยู่หลายครั้ง เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องโครงสร้างต่างๆ แล้ว ยังทำให้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งถ่ายทอดไปยังงานสถาปัตยกรรม และดีไซน์ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

วันนี้เราได้รวบรวม ผลงานภาพยนตร์ โดยไม่เกี่ยงสัญชาติ ที่มีอินทีเรีย ดีไซน์ (Interior Design) และสถาปัตยกรรมเป็นที่น่าจดจำ มาให้เพื่อนๆ ได้ดูไปพร้อมๆ กัน บางเรื่องถึงขั้นได้รับรางวัลออสการ์สาขา Interior Design กันเลยก็มี รับรองว่าคุ้มค่ากับการสตรีมมิ่งตาแฉะแน่นอน

Parasite, 2019

จำกันได้ไหมคะ ปี 2019 มีหนังสัญชาติเกาหลีเรื่องหนึ่งที่ดังถล่มทลาย กวาดรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดจากเวทีภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง ออสการ์ และรางวัลจากสาขาอื่นๆ ไปอีก ถึง 3 รางวัล 

ใช่แล้วค่ะ หนังเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องใดไปไม่ได้เลย Parasite หรือ ชนชั้นปรสิต นั่นเอง

นอกจากเนื้อเรื่องจะตีปัญหาความเหลื่อมล้ำของชนชั้นทางสังคมได้อย่างน่าทึ่งแล้ว ยังซ้อนสถาปัตยกรรมที่สวยงามไว้อีกด้วยซึ่ง Bong Joon Ho ผู้กำกับ และ Lee Ha Jun ผู้ออกแบบฉากนั้น ก็ได้ร่วมมือกันออกแบบบ้านหลังนี้ขึ้นมา ทั้งนี้นอกจากบ้านหลังนี้จะถูกใช้เป็นองค์ประกอบหลักของหนังแล้ว ยังสามารถเพิ่มความแข็งแรงให้ผู้ชมได้เห็นช่องโหว่ระหว่าง คนรวย กับคนจนอย่างชัดเจน

ดีไซน์บ้านคนรวยนั้น ประกอบไปด้วยกำแพงหนาทึบ และจะเห็นได้ชัดเจนว่าทางเดินเข้าบ้าน จะมีบันไดยกระดับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองได้สื่อให้เห็นถึงความห่างเหิน ระหว่างคนจนและคนรวยได้อย่างชัดเจน

Call me by your name, 2017

สาเหตุที่ทำให้เราตกหลุมรักเรื่องนี้มีอยู่ 3 อย่าง คือ หนึ่ง เรื่องราวความรักที่แสนเศร้าแต่สวยงามของ Elio และ Oliver  สอง สุดหล่อของพวกเรา Timothee Chalamet และสาม สถานที่สวยๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศอิตาลีนั่นเอง

เรื่องนี้ใช้วิลล่าสไตล์อิตาเลียนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินเรื่อง ด้วยดีไซน์ที่มีความมินิมอล ตกแต่งด้วยของวินเทจน้อยชิ้น แต่กลับให้ความรู้สึกโมเดิร์นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งก็ได้ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความอบอุ่น โรแมนติก เคลิบเคลิ้มไปกับหนังไปอย่างไม่รู้ตัว 

และที่สำคัญหนังเรื่องนี้ได้คว้ารางวัล Best Cinematography จาก Film Independent Spirit Awards 2018 อีกด้วย 

Crazy Rich Asians, 2018

ถ้ามองข้ามความรักแสนหนาว และดราม่าของคู่พระนางไป อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่สะดุดตานักวิจารณ์หนังจากหนังรัก รอม-คอม เรื่องนี้ก็คือ อินทีเรียดีไซน์ในคฤหาสน์พระเอกนั่นเอง

โจทย์อินทีเรียของเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นงานหินของ Production Designer และ Interior Decorator เลยทีเดียว เพราะนอกจากตัวคฤหาสน์ที่ต้องคงความหรูหรา บ่งบอกถึงฐานะแล้ว ยังไม่สามารถละทิ้ง สไตล์ และวัฒนธรรมของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระเอกได้อีกด้วย  

นักออกแบบฉากเรื่องนี้เปิดเผยว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตึกแถวแบบ “เพอรานากัน” ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์ ผสมผสานดีไซน์ ยุโรป และเอเชียยุคเก่า เข้าด้วยกัน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในคฤหาสน์นั้น จะเป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ระหว่างวัฒนธรรมจีนยุคเก่าและยุคใหม่ เพื่อให้ความรู้สึกคลาสสิก แต่ทันสมัยในเวลาเดียวกันนั่นเอง 

Ex Machina, 2014

เนื่องจากเป็นหนัง Sci-fi แน่นอนว่า อินทีเรียดีไซน์ที่โชว์ความล้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แล้ว Production Design มือทองอย่าง  Mark Digby ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง นอกจากหนังเรื่องนี้จะใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแยบยล เล่นจังหวะ Climax ได้เร้าใจแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้อยู่หมัด

เนื่องจากบ้านของนาธานนั้นเป็นบ้านกลางภูเขา จึงมีพื้นที่บางส่วนที่กินภูเขาเข้าไป และส่วนนั้นก็คือห้องรับแขก จะเห็นได้ว่าห้องรับแขกนั้น มีกำแพงห้องรับแขกเป็นหินภูเขา ซึ่งไม่สามารถทุบทิ้งได้ระหว่างสร้างบ้านหลังนี้ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะหินภูเขากลางบ้านนี่แหละ ที่ทำให้บ้านหลังนี้ แตกต่างจากรีสอร์ตกลางป่าทั่วไป

ทีม Production Design ได้นำเฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทน อย่างสีฟ้าเข้ม เขียว น้ำตาล และขาว มาใช้เพื่อทำให้ตัวบ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็น Sci-Fi ได้ด้วยการใช้กระจกบานใหญ่ล้อมรอบตัวบ้าน แทนการใช้กำแพงปูนธรรมดา นอกจากนี้ยังใช้เหล็กเงาเป็นองค์ประกอบในบางพื้นที่ เพื่อให้ได้ฟีลความล้ำอนาคตไปในตัวอีกด้วย

Amelie, 2001

คอหนังตัวจริงต้องรู้ดีว่าหนังสัญชาติฝรั่งเศสแต่ละเรื่องนั้น ควรค่าต่อการเสียเวลาดูเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งถ้าคนรักศิลปะแล้ว ยิ่งไม่ควรพลาด หนังเรื่อง Amelie หรือ “Le Fabuleux Destin d’Amélie Poulain” ก็ไม่ต่าง ถึงแม้จะดำเนินเนื้อเรื่องง่ายๆ เพียงแค่ติดตามชีวิตวัยสาวของ Amelie Poulain แต่ก็สร้างความประทับใจให้คนไปทั่วโลก อย่างคาดไม่ถึง

เพราะเนื้อเรื่องเกิดขึ้นในปี 1997 แน่นอนว่าฉากทุกฉากได้โชว์เสน่ห์วินเทจอย่างงดงาม โดยเฉพาะห้องนอนไอคอนิคสีแดงของ Amelie ที่มีการตกแต่งสไตล์ “เฟรนช์คันทรี่” โดดเด่นด้วยวอลเปเปอร์สีแดงก่ำ ลวดลายดอกไม้เล็กๆ และเติมเต็มพื้นที่โล่ง ด้วยโคมไฟแบบ Piggy Lamp ข้างหัวเตียง ซึ่งให้กลิ่นอายบ้านในชนบทได้ดี เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์วินเทจและโกธิคได้อย่างลงตัว และยังถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Cinematic Move ที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้ลักษณะนิสัยของตัวเอก ที่เป็นสาวน่ารัก ซ้อนความดาร์กไว้ในตัว

ตัดมาที่ฉากห้องน้ำสีเหลืองครีม สไตล์ Cottage หรือสไตล์บ้านกระท่อมชนบท ซึ่งฉากนี้ก็ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีน ย้อนกลับไปบ้านของตัวเองในสมัยเด็ก ซึ่งความรู้สึกนี้เองก็สอดคล้องกับฉากนี้ ซึ่งเป็นฉากที่ Amelie ย้อนรำลึกถึงวัยเด็กนั่นเอง

Midsommar, 2019

อีกหนึ่งผลงานหนังดังแห่งปี จากบ้านภาพยนตร์อินดี้ ขวัญใจเด็กอาร์ต อย่าง “A24” ก็หนีไม่พ้นเรื่อง Midsommar หนังแนวระทึกขวัญ โชว์ความไม่เหมือนใครด้วยการเล่นโทนสีสวนทางกับเนื้อเรื่องอย่างโทนสีพาสเทล ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่ได้สร้างกลายเป็นตัวอย่างหนังเป็นกรณีศึกษาให้กับนักเรียนสาขาภาพยนตร์ไปโดยปริยาย

นอกจากเนื้อหาที่แหวกแนว สไตล์เด็กอาร์ต อินทีเรีย ดีไซน์เรื่องนี้ บอกได้เลยว่า ระดับท็อปที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นสถาปัตยกรรม กับจิตรกรรมภาพวาดฝาผนัง ที่มีลวดลายแปลกตา และน่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูก ในเวลาเดียวกันก็กลับสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวสุดลึกลับของหมู่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้บทพูดใดๆ ทั้งสิ้น 

สรุปท้ายบทความ

การเลือกหนังให้ถูกจริตดูสักเรื่องนั้น เป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อยนัก ในหลายครั้งเราต้องเสียเวลาร่วม 2 ชั่วโมงไปฟรีๆ ไปกับการดูอะไรก็ไม่รู้  แต่วันนี้ Kaidee รับรองได้เลยว่า 6 เรื่องข้างบนที่กล่าวมานี้ ถูกคัดสรรมาแล้วอย่างดี แม้ว่าพล็อตเรื่องอาจจะต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนบุคคล แต่ขอการันตีเลยว่า สถาปัตยกรรม ศิลปะ และอินทีเรียดีไซน์ในแต่ละเรื่องนี้ จะต้องทำให้เพื่อนๆ ร้องโอ้โหกันแน่นอน

เพื่อนๆ คนไหน ดูหนังแล้วอิน อยากมีบ้านคูลๆ แบบนี้บ้าง ลองเข้ามาเยี่ยมชมที่เว็บ Kaidee ก่อนได้นะคะ ไม่ว่าจะวินเทจ มินิมอล เรามีให้เลือกมากมายเลย

เผยเคล็ดลับพระเครื่องจาก 3 เซียน

เผยเคล็ดลับพระเครื่องจาก 3 เซียน

แม้ว่าช่วงโควิดที่ส่งผลกระทบอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา วงการพระเครื่องที่ต้องปิดสนามและตลาดพระไปหลายเดือนก็ยังคงอยู่ได้ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่างที่เกิดขึ้นในวงการ และในปี 2021 ที่ตลาดเริ่มกลับมาเปิดเป็นปกติ เราจึงได้เชิญ 3 เซียนพระ 3 สไตล์มาอัปเดตกันว่าวงการพระในปัจจุบันเป็นอย่างไร พร้อมเปิดมุมมองและประสบการณ์การณ์ส่วนตัวของแต่ละท่านแบบ Exclusive ในวิดีโอคอนเทนท์ด้านบนนี้เลย

วงการพระเครื่องในปัจจุบัน

“อดีตการสื่อสารยังไม่กว้าง ไม่เร็วเท่าปัจจุบัน ทั้งเรื่องความรู้เกี่ยวกับพระองค์ต่างๆ ต้องไปตามศึกษาจากผู้ใหญ่แต่ละท่านรวมถึงหนังสือแต่ละเล่ม แต่ปัจจุบันอยากทราบข้อมูลอะไรก็สามารถเสิร์ชหาได้อย่างสะดวก” (พจน์ ท่าพระจันทร์. 2564) 

“แตกต่างจากแต่ก่อนมาก แต่ก่อนจะหาพระเยอะๆได้แค่ตามงานประกวดหรือตลาดนัดที่ไม่ได้มีบ่อย แต่ปัจจุบันที่มีออนไลน์มา ก็มีเว็บไซต์และช่องทางต่างๆมากขึ้น เรียกว่าปรับจาก Offline เป็น Online กันมากขึ้น” (เต้ย บัณฑิตพระเครื่อง. 2564)  

ผลกระทบช่วงโควิด

“ต้องบอกว่าช่วงโควิดมันสะท้อนกลับมาหาเซียนพระหรืออาชีพของผมโดยตรง ซึ่งผลกระทบตามจริงมี แต่ด้วยสื่อและช่องทางออนไลน์ต่างๆช่วยลดผลกระทบได้มาก และกล่าวได้ว่าวงการพระเครื่องนี้มีความแข็งแรงในตลาดค่อนข้างสูง” (พนจ์ ท่าพระจันทร์. 2564)

พระแท้-ปลอม

“ถ้าเราจะดูพระสักองค์ เราต้องรู้ พ.ศ. และต้องดูข้างของพระ ซึ่งถ้า พ.ศ. ของพระองค์นั้นกับข้างของพระไม่ตรงกัน เราสามารถประเมินได้เลยว่าพระนี้ถูกทำขึ้นมาใหม่ ไม่ตรงกับยุค ซึ่งนั่นคือไม่แท้นั่นเอง” (เต้ย แอบเมียซื้อพระ. 2564)

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาพระเครื่อง

“ต้องบอกว่าความเชื่อและสื่อเป็นส่วนใหญ่ เช่น ข่าวรถคว่ำแล้วรอดชีวิต อย่างล่าสุดหลวงปู่หลิววัดไร่แตงทอง ท่านจะมีเต่ารุ่นหนึ่งคือ เต่าสามรวย ผู้หญิงคนหนึ่งขับรถยนต์แล้วตกคู แช่อยู่ในน้ำ 7 ชั่วโมง เช้ามาปรากฎรอด คนจึงสนใจกันว่าเธอห้อยพระอะไร สรุปห้อยเต่าสามรวย ตลาดเลยแห่กันไปสนใจ ทำให้ส่งผลกับราคา” (เต้ย แอบเมียซื้อพระ. 2564)

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแยกแท้กับไม่แท้ นี่คือปัจจัยที่สำคัญในการทำให้พระมีราคา” (พจน์ ท่าพระจันทร์. 2563)

พระองค์ไหนที่คิดว่ากำลังเป็นที่นิยม

“ขอยกเป็นตาไข่ วัดเจดีย์ เพราะมีข่าวว่าคนถูกหวยเพราะไปบูชามา และอีกองค์เป็นหลวงปู่บุญ เพราะมีข่าวว่ามีเจ้าสัวบูชา คนเลยบูชาตามเพราะอยากร่ำรวย มีเงินมีทองตาม” (เต้ย บัณฑิตพระเครื่อง. 2564) 

คำแนะนำสำหรับมือใหม่วงการพระ

“เมื่อไรที่คุณเริ่มชอบหรืออยากยึดอาชีพนี้ สองอย่างที่คุณต้องยึดเลยคือต้องใฝ่หาความรู้และยึดมั่นในเรื่องการซื้อขายแบบแท้เป็นแท้ ไม่แท้เป็นไม่แท้ ดูเป็นก็ต้องซื้อเป็น ขายเป็น” (พจน์ ท่าพระจันทร์. 2564)

สรุป

ในวงการพระเครื่องปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างแต่วงการนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ และที่สำคัญยังมีหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการ เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆเข้ามาอยู่เรื่อยๆ 

ส่วนหน้าเก่าอย่างเซียนพระชื่อดังทั้งหลายต่างก็ช่วยเหลือสนับสนุนกัน รุ่นใหม่เคารพรุ่นเก่า รุ่นเก่าคอยดูแลแนะนำรุ่นใหม่ ทำให้วงการนี้อยู่กันคล้ายกับครอบครัวใหญ่ คอยอนุรักษ์ให้พระเครื่องยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป 

ส่วนถ้าใครมองหาช่องทางออนไลน์ในการวางขายหรือเช่าซื้อ ทางเราต้องขอแนะนำที่ Kaidee ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คุณได้เข้าไปค้นหาพระเครื่องที่สนใจหรือวางขายพระเครื่องของคุณได้อย่างสะดวก

ขอขอบคุณ

คุณพจน์ ท่าพระจันทร์ https://www.facebook.com/poj789/

คุณเต้ย รายการแอบเมียซื้อพระ https://www.facebook.com/aebmia

คุณเต้ย บัณฑิตพระเครื่อง https://www.facebook.com/Teuymasoga/

Fully Fitted และ Fully Furnished เลือกอะไรดีนะ ?

Fully Fitted และ Fully Furnished เลือกอะไรดีนะ ?

ในปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์ผุดขึ้นมามากมาย ทำให้การแข่งขันกันระหว่างโครงการคอนโดมิเนียมต่าง ๆ สูงขึ้นจนอาจมีราคาที่ลดลงมาก และตัวเลือกก็ยิ่งมากขึ้นทำให้เราต้องมีการศึกษาหาข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละโครงการ ซึ่งในเวลาที่เราหาข้อมูลของโครงการคอนโดมิเนียมหลายแห่ง ถ้าหากเราสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่า ในคอนโดมิเนียมแทบทุกโครงการที่เปิดให้เราซื้อนั้นจะมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษเล็ก ๆ เขียนไว้ว่า Fully Fitted หรือ Fully Furnished

รู้ไหมว่า คำนี้เองที่เป็นตัวแบ่งจำนวนของเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการให้มาพร้อมกับห้อง แต่เราเชื่อว่าก็คงมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าทั้ง 2 คำนี้มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง และ ห้องแต่ละประเภทเหมาะกับคนกลุ่มไหน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน อย่ารอช้า ไปอ่านกันเลย

Fully Fitted คืออะไร ?

เป็นประเภทห้องของทางโครงการคอนโดมิเนียมที่ขายห้องยูนิตให้พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์บางส่วนที่สำคัญอย่าง เคาน์เตอร์ครัว อ่างล้างจาน ตู้เก็บของ และชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ (โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า กระจก และฝักบัว) ซึ่งแต่ละโครงการก็มีความแตกต่างกัน มีทั้งแบบ Built-in เช่น ชั้นวางโทรทัศน์ หรือ ตู้เสื้อผ้า ตามพื้นที่และนโยบายของคอนโดมิเนียมแต่ละโครงการ

ข้อดีของห้อง Fully Fitted

เมื่อทางโครงการมีการให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ต้อง Built-in มา ทำให้ห้องประเภทนี้มีราคาที่ถูกกว่า และถ้าหากคุณกลัวในเรื่องของสไตล์การตกแต่งของโครงการคอนโดมิเนียม คุณก็สามารถออกแบบห้องของคุณเองได้ตามใจชอบ เพราะห้องประเภทนี้จะให้เพียงเฟอร์นิเจอร์สำคัญซึ่งช่วยให้เราใช้สอยพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าด้วยตัวเอง รวมถึงยังไม่ต้องลำบากในการ Built-in เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่พอดีเหมาะสมกับขนาดห้องอีกด้วย

ข้อด้อยของห้อง Fully Fitted

สำหรับข้อด้อยของห้องแบบนี้คงจะหนีไม่พ้น ระยะเวลาในการตกแต่งห้องที่อาจยืดเยื้อกินเวลามากเพราะไม่สามารถหาเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจได้ รวมถึงราคารวมหลังจากตกแต่งเรียบร้อยก็มีโอกาสแพงกว่าห้องที่ให้เฟอร์นิเจอร์มาแบบครบถ้วนได้ถ้าไม่มีการคำนวณราคาของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ ให้ดี

แล้วห้องประเภทนี้เหมาะกับใคร ?

แน่นอนว่าห้องประเภทนี้ที่ไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มาให้ทั้งหมด ต้องเหมาะกับคนที่ชื่นชอบการแต่งห้อง ต้องการประหยัดงบในการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้รีบร้อนในการเข้าอยู่ และเป็นคนอาศัยเอง เพราะถ้าหากเราได้เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเราที่มีต่อบรรยากาศในห้อง

ห้อง Fully Furnished คืออะไร ?

fully finished
ขอบคุณรูปจาก: katemangostar

คือห้องยูนิตที่ทางโครงการให้พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์เต็มรูปแบบ ทั้งแบบลอยตัวและ Built-in ไม่ว่าจะเป็น โซฟา เตียง ชั้นวางโทรทัศน์ โต๊ะรับแขก และอื่น ๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งผ้าม่าน เครื่องใช้ไฟฟ้าก็อาจมีมาให้ เรียกได้ว่าสามารถเข้าอยู่ได้ทันทีเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโครงการด้วยว่าจะให้มาในรูปแบบไหน อาจมีให้เลือกหลายเซตหรือเซตเดียวก็ได้

ข้อดีของห้อง Fully Furnished

อย่างที่บอกไปว่าห้องประเภทนี้จะได้เฟอร์นิเจอร์แบบเต็มรูปแบบทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าอยู่ได้ทันทีไม่ต้องรอเวลาในการตกแต่งห้องก่อนเข้าอยู่ ไม่ยุ่งยากในการขนย้าย ส่วนภายในห้องก็จะได้เฟอร์นิเจอร์ที่ครบครันสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และยังสามารถแบ่งสัดส่วนของห้องได้อย่างลงตัว

ข้อด้อยของห้อง Fully Furnished

ในคอนโดมิเนียมบางแห่งอาจให้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มีคุณภาพเพื่อลดต้นทุนในการขาย หรือมีจำนวนที่เยอะจนเกะกะตา และไม่เข้ากับความชอบของเราเสียทั้งหมด เราจึงจำเป็นต้องทำการตรวจสอบของจริงให้ดีก่อนที่จะทำการตกลงซื้อขายไม่เช่นนั้นอาจได้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ถูกใจได้

แล้วห้องประเภทนี้เหมาะกับใคร ?

สำหรับห้องที่ให้เฟอร์นิเจอร์มาแบบครบครันแบบนี้ เหมาะกับนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อไม่จำเป็นต้องเข้าอยู่เอง โดยอาจมีการเพิ่มฟังก์ชันอื่น ๆ ที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ครบครันมากขึ้นไปอีกทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของประดับตกแต่งต่าง ๆ หรืออาจเป็นบุคคลที่ต้องการเข้าอยู่ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เสียเวลา

ห้อง No Furnished คืออะไร ?

นอกจากห้องทั้งสองแบบที่ได้อธิบายไปแล้ว ยังมีห้องที่ไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์อะไรเลย อาจมีเพียงแค่ชุดสุขภัณฑ์หรือการเดินระบบไฟฟ้าและน้ำมาให้ ทำให้เราสามารถตกแต่งห้องได้แบบจัดเต็มเหมือนกับการซื้อบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งอาจจะต้องมีการควบคุมงบประมาณให้ไม่บานปลายมากกว่าที่ตั้งไว้อย่างระมัดระวัง ห้องประเภทนี้เหมาะกับคนที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบถ้วนหรือไม่ได้ต้องการความสะดวกสบายมากนัก เรียกได้ว่าถ้าหากว่ามีเฟอร์นิเจอร์จะได้ไม่เสียดายถ้าหากต้องทิ้งนั่นเอง

สรุปท้ายบทความ

หวังว่าหลังจากอ่านแล้วจะทำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่หรือหาคอนโดเช่าอยู่เองจะสามารถไตร่ตรองอย่างระมัดระวังว่าตนเองเหมาะกับห้องประเภทไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและงบประมาณที่มีอยู่ว่าลงทุนแบบไหนคุ้มค่ามากกว่ากัน รวมถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุนว่าเพื่อปล่อยเช่าหรืออยู่อาศัยเอง

แนะนำว่าก่อนการตัดสินใจว่าจะซื้อห้องยูนิตแบบไหนขอให้ได้มีการศึกษาหาข้อมูลเรื่องโปรโมชั่นของโครงการ งบประมาณที่ต้องใช้ ทำเลของโครงการคอนโดมิเนียม และความถูกใจ เพื่อนำมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าที่จะได้รับเมื่อซื้อคอนโดมิเนียมที่ต้องการ แล้วคุณจะได้ห้องที่ใช่สำหรับคุณที่สุดอย่างแน่นอน

แล้วอย่าลืมเข้าไปอ่านบทความรีวิวอสังหาริมทรัพย์ในทำเลต่าง ๆ ที่ต้องการได้จากบทความใน เทรนด์อสังหาฯ ที่มีรีวิวคอนโดมิเนียมมากมาย เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณได้อ่านและเลือกโครงการคอนโดมิเนียมที่ถูกใจ

และถ้าหากว่าตัดสินใจได้แล้ว ใน Kaidee Property ก็มีคอนโดมิเนียมให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายราคา รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่นี่ก็มีให้ได้เลือกเช่นเดียวกัน

สุดท้ายนี้ Kaidee ขอให้ทุกคนได้คอนโดมิเนียมที่ใช่ ในราคาที่ชอบจากที่นี่นะคะ