อัปเดตโมเดล-ฟิกเกอร์น่าเก็บในปี 2021 พร้อมแหล่งช้อป

อัปเดตโมเดล-ฟิกเกอร์น่าเก็บในปี 2021 พร้อมแหล่งช้อป

ฟิกเกอร์และโมเดล ของเล่น-ของสะสมอย่างหนึ่งที่ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต ซึ่งสำหรับบางคนแล้วอาจเป็นของเล่นธรรมดา แต่ความจริงแล้วมันมีมูลค่าทั้งทางใจและทางราคามากเลยล่ะ   

“ฟิกเกอร์” “โมเดล” ของเล่นที่มีดีมากกว่าการตั้งโชว์ 

ไม่ว่าจะเป็นฟิกเกอร์หรือโมเดล ทั้งสองอย่างก็เป็นที่นิยมละมีกลุ่มเฉพาะที่เล่นกัน แต่สำหรับมือใหม่หลายคนอาจยังคงมีคำถามว่าฟิกเกอร์เป็นแบบไหน แล้วโมเดลเหมือนกับฟิกเกอร์ไหม ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองมีความแตกต่างกัน

ฟิกเกอร์ 

ฟิกเกอร์หรือ Figure Model ส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นจำลองตัวละครจากเกม อนิเมชัน หรือภาพยนตร์ต่างๆ ซึ่งฟิกเกอร์นั้นจะไม่สามารถขยับชิ้นส่วนให้เป็นท่าทางต่างๆได้ 

แต่จะมีฟิกเกอร์แบบหนึ่งที่สามารถขยับชิ้นส่วนเพื่อเปลี่ยนท่าทางได้ แบบนั้นจะเรียกว่า Action Figure ซึ่งตัวแรกๆที่ออกมานั่นคือฟิกเกอร์ G.I.Joe ที่มีรูปร่างคล้ายกับคน 

นอกจากนี้ยังมีฟิกเกอร์อีกแบบที่เรียกกันติดปากว่า ฟิกมา (Figma) ซึ่งตามจริงแล้วคำว่า Figma นี้เป็นไลน์สินค้าอย่างหนึ่งของบริษัท Good Smile Company และตัว Figma นี้จะสามารถขยับชิ้นส่วนได้และยังสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนได้

โมเดล

โมเดลเป็นการจำลองคน สัตว์ สิ่งของไม่ว่าจะมาจากการ์ตูน อนิเมชันหรือภาพยนตร์ก็ได้ แต่เจ้าโมเดลจะไม่สามารถขยับชิ้นส่วนต่างๆได้นะ  

Nendoroid

เป็นฟิกเกอร์แบบใหม่ที่เริ่มกลายเป็นที่นิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งตามจริงแล้ว Nendoroid ก็เป็นหนึ่งในไลน์ของสินค้าใน Good Smile Company เช่นเดียวกับ Figma ขนาดส่วนมากจะอยู่ที่ความสูง 10 เซนติเมตร แต่ความน่ารักของไลน์นี้เรียกว่าเต็มร้อยจริงๆ 

โมเดล-ฟิกเกอร์กระแสแรงน่าเก็บ

ในช่วงที่ผ่านมาฟิกเกอร์และโมเดลใหม่ๆก็มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งส่วนมากก็จะมาจากการ์ตูนและอนิเมชันที่โด่งดัง จนมีของเล่นของสะสมต่างๆออกมามากมาย

1.GEM SERIES : Palm Size Nezuko Kamado

ฟิกเกอร์เนะสึโกะสุดน่ารักจากอนิเมชันเรื่องดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) ตัวนี้เป็นไซส์ขนาดเท่าฝ่ามือ สูงประมาณ 2 นิ้ว   

2.Pikachu Cosplay Demon Slayer 001 Nezuko & Tanjirou

ขอบคุณภาพจาก Amazon.ca

สาวกโปเกมอนและดาบพิฆาตอสูรต้องหลงรักความน่ารักของฟิกเกอร์เซ็ตนี้ ปิกาจูมาคอสเพลย์เป็นเนะสึโกะและทันจิโร วัสดุจะเป็น PU และเรซิ่น

3.Kimetsu no Yaiba – Zenitsu by Magic Cube Studio

ยังคงอยู่ในอนิเมชันเรื่องดาบพิฆาตอสูรในเซ็ตจาก Magic Cube Studio ที่ถูกใจแฟนๆทั้งหลาย ด้วยความละเอียดและสวยงามของแต่ละตัว เช่น คุณหมอ Tamayo ที่ฉากหลังมีไฟ LED ให้อารมณ์ความอ่อนหวานอ่อนช้อยสุดๆ   

4.Boa Hancock – Magic Cube Studio

หนึ่งในโมเดลตัวละครยอดนิยมโบอา แฮนค็อกจากเรื่องวันพีซ ในตัวนี้จะมาในสเกลแบบ Standard พร้อมท่าทางที่สวยงามและรายละเอียดที่ทำออกมาได้ดี  

5.SD Sangoku Soketsuden Zhang Fei God GUNDAM

โมเดลกันดั้มจาก Bandai ที่เราต้องมาประกอบชิ้นส่วนเอง โดยตัวนี้จะมีอาวุธเป็นหอกสีแดงที่เรียกว่า Dabo มาด้วย ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นทำมาได้อย่างละเอียด โดยในไลน์ที่ออกมานี้ยังมีตัวอื่นรวมกันเป็น 3 ตัว ที่มีอาวุธเป็นใบมีดสีเขียวและอีกตัวเป็น Gunblade สีดำแดง

6.Nendoroid Naruto Uzumaki 

Nendoroid นารูโตะยอดนิยมที่ทำล๊อตใหม่ออกมาอีกครั้งในปี 2021 นี้ ซึ่งรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนให้กลายเป็นท่าต่างๆได้มากถึง 3 แบบ น่ารักสุดๆ  

7.Pop Up Parade Yami Yugi

Pop Up Parade ไลน์ใหม่จาก Good Smile Company โดยเริ่มต้นกับฟิกเกอร์ใหม่จากอนิเมะ Yu-Gi-Oh ในตัวละคร Yami Yugi สุดเท่ห์ ซึ่งมาในขนาดความสูงประมาณ 17 เซนติเมตร 

8.Taito Satoru Gojo Jujutsu Kaisen 

ฟิกเกอร์จากอนิเมชันเรื่อง มหาเวทย์ผนึกมาร (Jujustsu Kaisen) ในตัวละครซาโตรุ โกโจ ตัวรองสุดเท่ห์ในเรื่องที่สาวๆต่างกรี๊ดกัน ตัวนี้มีความสูงประมาณเกือบ 8 นิ้วและใช้วัสดุจาก PVC  

แหล่งซื้อฟิกเกอร์และโมเดล

หากสมัยก่อนเราคงนึกถึงสะพานเหล็กเป็นอันดับต้นๆเวลาซื้อโมเดล ฟิกเกอร์และเกมต่างๆ แต่ปัจจุบันที่สะพานเหล็กได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นคลองโอ่งอ่างแล้ว เราจะไปช้อปได้ที่ไหนล่ะ มาดูตามนี้กันเลย

1.เมก้าพลาซ่า 

แหล่งรวมเกม กล้องและของเล่นมากมาย หลายร้านที่เคยอยู่ที่สะพานเหล็กต่างก็ย้ายมาอยู่ในตึกเมก้านี้กันหมด ซึ่งฟิกเกอร์และโมเดลนั้นจะมีตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป การเดินทางนั้นสามารถเดินทางด้วย MRT ลงสถานีสามยอดและเดินต่อไม่ถึง 5 นาทีก็จะถึง ส่วนรถเมล์ก็จะมีตั้งแต่สาย 1, 25, 507, 508 ลงด้านหน้าตึกได้เลย

2.Always One Plaza

ใครที่อยากเริ่มต้นดูจากห้างเล็กๆก่อน ให้มาที่นี่เลย Always One Plaza ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมก้าพลาซ่า ในตึกมีร้านขายโมเดล ฟิกเกอร์มากมาย รวมถึงเกมหรือการ์ดเกมต่างๆก็มีนะ 

3.เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ

ตามเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆก็มีร้านค้าไปเปิดอยู่มากมาย ยิ่งถ้าเป็นตัวใหม่ที่ต้องพรีออเดอร์ เราก็สามารถพรีได้ผ่านออนไลน์แบบง่ายๆได้เลย แต่ใต้ความสะดวกนี้ก็ต้องระวังการถูกหลอกจากคนโกงด้วยล่ะ ถ้าไม่อยากเจอคนโกง ก็ต้องลงมาดูที่ Kaidee ได้เลย

สรุป

โมเดล ฟิกเกอร์ของเล่นที่มีราคานี้ ยังคงมีรุ่นสวยๆแบบใหม่ๆออกมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งแม้ว่าตามปกติจะมีกลุ่มลูกค้าที่คอยติดตามซื้อสะสมอยู่แล้ว แต่หากเราดูการ์ตูนหรืออนิเมชันเรื่องไหนแล้วชอบมากๆอินสุดๆ เราอาจได้เจอโมเดลหรือฟิกเกอร์สุดน่ารักที่จะตกเราให้ติดกับ ต้องซื้อมาตั้งไว้ที่บ้านแน่ๆ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสายเก็บโมเดลฟิกเกอร์โดยตรงก็สามารถมีไว้ครอบครองได้

ส่วนใครยังมองหาโมเดลฟิกเกอร์สวยๆไว้ครอบครองอยู่ล่ะก็มาดูที่ Kaidee ได้เลยนะ เรามีทั้งหมวดของเล่นและของสะสมให้คุณได้เลือกลงขายหรือหาซื้อได้อย่างสะดวกสุดๆ

5 Sneaker แบรนด์ดัง ที่รวมกับ ตัวการ์ตูนยอดฮิต

5 Sneaker แบรนด์ดัง ที่รวมกับ ตัวการ์ตูนยอดฮิต

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า รองเท้าผ้าใบ หรือ Sneaker เป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายสำหรับทั้งชายและหญิงที่ใส่แล้วดูดีมีสไตล์ เหมาะกับทุกโอกาส แต่การใส่รองเท้าแบบเดิม ๆ ซ้ำไปมา ก็อาจเป็นเรื่องน่าเบื่อจนเกินไป เพราะแต่ละแบรนด์ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

บนโลกนี้มีตัวการ์ตูนหรือตัวละครมากมายที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นน่าติดตาม จนกลายเป็นที่จดจำ การ์ตูนบางเรื่องก็ลึกลับน่าค้นหา บางเรื่องสนุกขำขันน่าหัวเราะ บางเรื่องมีเนื้อเรื่องซาบซึ้งน่าร้องไห้ หรือบางเรื่องก็น่ารักจนอยากจะร้องว่า งุ้ย และเราเชื่อเลยว่าทุกคนคงจะมีการ์ตูนในดวงใจของแต่ละที่อยากบอกต่อให้คนรอบตัวได้รู้จัก

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรานำเอกลักษณ์ของแบรนด์รองเท้าผ้าใบ Sneaker มาผสมผสานกับความน่ารักของตัวละครในดวงใจมารวมเข้าด้วยกันจะน่ารักขนาดไหน ? แล้วพวกเขาทำไปเพื่ออะไร ? มาดูกัน

ทำไม Sneaker แบรนด์ดังถึงต้อง X

รู้หรือไม่ว่า การ Collaboration กันของสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นร่วมกันไม่ได้เป็นวิธีการทำการตลาดเพื่อเอาใจผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีในการสร้างคุณค่าให้กับตัวแบรนด์ทั้งสองแบรนด์ที่เข้ามา Collaboration กันอีกด้วย

อย่างแรกคือ การที่แบรนด์ทั้งสองสามารถขยายกลุ่มลูกค้าและสร้าง Brand Image ที่ดีต่อกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น จากการเพิ่มความน่าสนใจลงไป เช่น การที่แบรนด์เสื้อผ้าออกแบบลายตัวการ์ตูนในวัยเด็ก และทำให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่เปิดใจในการสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้นนั่นเอง

ข้อดีอีกหนึ่งสิ่งหลังจากการ Collaboration ไปแล้วก็อาจทำให้แบรนด์เห็นทิศทางในการทำธุรกิจหรือเกิดโครงการในการ Collaboration ใหม่ ๆ เช่น การเพิ่มคอลเล็กชันที่หลากหลายอย่าง รองเท้า ถุงเท้า หรือหมวก รวมถึงแบรนด์ก็จะได้เห็นถึงรูปแบบการตลาดที่เหมาะสม ความต้องการของตลาด และการแข่งขันกันของแบรนด์มากยิ่งขึ้น

และถ้าสังเกตดี ๆ สินค้าที่มีการ Collaboration กันนั้นมักจะมีจำนวนที่จำกัดไม่กี่คู่ แล้วก็ขายหมดอย่างรวดเร็วทุกครั้ง มันเป็นเพราะพลังแห่งการสะสมที่จะช่วยให้นักสะสมทุกคนเกิดความน่าสนใจในตัวสินค้า มีการจับจอง และเพิ่มราคาขึ้นไป จนทำให้สินค้าชิ้นนั้นมีมูลค่ามากยิ่งขึ้นยังไงล่ะ !

5 Sneaker X Character สุดฮิตน่าสะสม

หลังจากได้อ่านเหตุผลและข้อดีของการ Collaboration กันระหว่างแบรนด์ทั้งสองแบรนด์ไปแล้ว ถึงเวลาดูกันสักทีว่า ถ้าหากว่า แบรนด์ Sneaker สุดฮิตได้มา Collaboration กับตัวละครยอดนิยมในดวงใจของใครหลายคนแล้วล่ะก็มันจะออกมาเป็นยังไง ?

Vault by Vans X SpongeBob SquarePants

ขอบคุณรูปจาก: pbs.twimg.com

Vault by Vans X SpongeBob SquarePants เป็นการรวมตัวกันระหว่าง การ์ตูนที่มีตัวเอกเป็นเจ้าฟองน้ำสีเหลือแสนน่ารักอย่าง SpongeBob SquarePants กับ Vans ซึ่งเป็นแบรนด์ Sneaker สุดคลาสสิกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในคอลเล็กชันนี้ก็มีรองเท้าออกมาทั้งหมด 6 แบบ จากรองเท้าสุดคลาสสิกของทางแบรนด์ทั้ง 3 รุ่น คือ Sk8-Hi, Authentic และ Slip-On ซึ่งสอดแทรกด้วยตัวละครหลักอย่าง SpongeBob, Patrick และ Plankton วางจำหน่ายเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

Reebok X BAIT X Toy Story

ขอบคุณรูปจาก: baitme.com

แน่นอนว่า การ์ตูนสุดฮิตอย่าง Toy Story ก็ต้องมีการ Collaboration กันบ้างล่ะ และแบรนด์ Sneaker ที่จับมือกับการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือ Reebok และ BAIT จนกลายเป็น Reebok X BAIT X Toy Story โดยทั้งสองแบรนด์ได้นำรองเท้ารุ่น Instapump Fury มาเพิ่มลวดลายที่มีแรงบันดาลใจจาก วู้ดดี้ และ บัซไลเยียร์ ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยรุ่น Buzz Lightyear จะมีสีหลักคือ สีเขียวและม่วง และ รุ่น Sheriff Woody มีลวดลายวัวสีขาวดำและมีสีน้ำเงิน ที่มองดูแล้วนึกถึงชุดของทั้งคู่ ซึ่งคอลเล็กชันนี้ก็วางขายแค่ช่วงที่มีภาพยนตร์ Toy Story เท่านั้น

FILA X Pokemon

ขอบคุณรูปจาก: hypebeast.com

Pokemon อีกหนึ่งการ์ตูนคลาสสิกสุดน่ารักที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และด้วยความโด่งดังนี้เองที่ทำให้ FILA เห็นโอกาสที่จะสร้างคอลเล็กชัน FILA X Pokemon ซึ่งเป็นการผสมผสานของรองเท้าผ้าใบทรงกีฬารุ่น Court Deluxe และ ตัวละครต่าง ๆ ในการ์ตูน Pokemon ที่โผล่อยู่บริเวณลิ้นรองเท้าและขอบรองเท้านั่นเอง

Adidas X Dragon Ball Z

ขอบคุณรูปจาก: hypebeast.com

ข้ามมายังฝั่งเอเชียกันบ้าง ถ้าพูดถึงการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นอันโด่งดังคงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกับการ์ตูนเรื่อง Dragonball Z ซึ่งก็มีแบรนด์รองเท้ากีฬาชื่อดังอย่าง Adidas มาจับคู่เปิดตัวคอลเล็กชัน Adidas X Dragon Ball Z ในปี 2018 ทั้งหมด 7 แบบเหมือนกับ Dragon Ball ทั้ง 7 รุ่น และตัวกล่องทั้ง 7 กล่องก็ยังสามารถต่อกันเป็นรูปเทพเจ้ามังกรซึ่งเป็นตัวเอกของการ์ตูนเรื่องนี้ได้อีกด้วย ถือเป็นกิมมิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

Keds X Minnie Mouse

ขอบคุณรูปจาก: disneyfashionista.com

ส่วนรองเท้าของสาว ๆ อย่าง Keds ก็ได้มีการจับมือกับ Minnie Mouse ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์ ค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ระดับโลก ซึ่งรู้ไหมว่าคอลเล็กชัน Keds X Minnie Mouse นี้นั้นเป็นคอลเล็กชันครบ 100 ของ Keds ที่ทำออกมาได้อย่างน่ารักและสื่อถึงความเป็นผู้หญิงที่อยู่คู่กับความคลาสสิก และในคอลเล็กชันนี้มีรองเท้าอยู่ 3 รุ่น 4 ลาย ให้ได้เลือกกัน

นี่คือรองเท้า Sneaker X Character ยอดฮิตที่เรานำมาฝากกัน น่ารักสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ และถ้าใครที่สนใจรองเท้าผ้าใบสวย ๆ แบบนี้ก็สามารถเข้ามาหาใน Kaidee ได้เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมการซื้อขายออนไลน์ที่มีของให้คุณเลือกเยอะแยะมากมาย

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการสวมใส่เสื้อผ้า และมีความมั่นใจในตัวเอง เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความสวยหล่ออยู่ในตัวแน่นอน

เปิดอาคารสยามแอนติก พร้อมบทสัมภาษณ์จากพจน์ ท่าพระจันทร์

เปิดอาคารสยามแอนติก พร้อมบทสัมภาษณ์จากพจน์ ท่าพระจันทร์

อาคารสยามแอนติกที่เปิดมากว่า 20 ปี มีวัตถุโบราณมากมาย ทั้งพระเครื่อง พระเหรียญ เครื่องลายคราม และเครื่องทองเหลืองต่างๆ คนในวงการพระเครื่องต่างรู้จัก ซึ่งเจ้าของอาคารนี้ก็คือเซียนพระชื่อดัง คุณพจน์ ท่าพระจันทร์ นั่นเอง 

สยามแอนติกศูนย์รวมผู้สนใจพระเครื่อง

ในทุกวันอาทิตย์ จันทร์ และพุธ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น จะมีคนมากมายหลายร้อยมาต่อคิวเข้ามากัน นั่นเป็นเพราะว่าในสามวันนี้คุณพจน์จะเข้ามาดูพระให้นั่นเอง ใครที่มีพระอยู่ที่บ้านแล้วอยากรู้ข้อมูลหรือมูลค่าของพระองค์นั้นก็สามารถเข้ามาให้คุณพจน์ดูได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากอยากปล่อยขายก็ได้อีกด้วย (อาคารปิดเฉพาะวันเสาร์)

แต่ในยุคที่มีโควิดระบาดนั้น ในอาคารนี้ก็มีการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์และเครื่องวัดอุณหภูมิ พร้อมมีบัตรคิวให้เข้ามาภายในอาคารได้ทีละ 10 คน ที่เหลือจะต้องรอด้านนอกอาคารแบบเว้นระยะห่าง 

พระเครื่อง พระเหรียญและวัตถุโบราณต่างๆ

ภายในอาคารมีวัตถุโบราณถูกตั้งไว้เรียงรายมากมายหลากหลายประเภททั้งพระเครื่อง พระบูชา เครื่องราง เครื่องไม้ เครื่องถ้วย เครื่องกระเบื้องลายคราม รวมถึงรูปปั้นของจีนแบบต่างๆที่มีอายุหลายสิบปี บางชิ้นก็มีอายุกว่าร้อยปีขึ้นไป ซึ่งของเหล่านี้จะตั้งโชว์เท่านั้น ไม่ได้ปล่อยขาย เป็นเหมือนของสะสมที่คุณพจน์เองสนใจ 

พจน์ ท่าพระจันทร์

เซียนพระผู้อยู่ในวงการนี้มาหลายสิบปี และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงของวงการพระเครื่องก็ว่าได้ สมัยก่อนเริ่มต้นจากการร่วมมือกับคุณวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ ทำโครงการรถแลกพระ และเริ่มตรวจเช็คพระฟรีต่อจากนั้นมาเรื่อยๆ

“สำหรับผู้เริ่มต้นในวงการพระที่อาจยังไม่มีความรู้ เราก็จะชี้แจงให้เขาเข้าใจ ให้เขาเช่าได้อย่างเข้าใจและชัดเจน” 

กล่าวได้ว่าคุณพจน์เป็นหนึ่งในคนแรกๆของประเทศไทยที่เปิดทำการตรวจเช็คพระฟรี ซึ่งในหนึ่งวันมีพระมากกว่าหมื่นองค์ที่ผ่านตา ผ่านการประเมินของคุณพจน์ไป โดยเป้าหมายนั้นก็เพื่อช่วยเหลือและให้ความรู้ บางคนที่มืดแปดด้านไม่รู้จะเริ่มอย่างไรก็สามารถนำพระเข้ามาตรวจได้ เพราะพระบางองค์มีมูลค่าสูงหลักล้านแต่ผู้เก็บนั้นไม่ทราบและไม่ได้ให้คุณค่าใดๆ 

“การสร้างพระเป็นจุดการพิจารณาพระแท้-ไม่แท้ได้”

ทุกวันนี้ในตลาดพระย่อมมีพระแท้และไม่แท้ ซึ่งหากมองผิวเผินอาจแยกไม่ออก แต่ตามจริงมีจุดพิจารณาอยู่ ส่วนหนึ่งนั่นคือการรู้จักวิธีการทำพระเครื่องที่ดี หากรู้จักดี เราจะสามารถแยกออกได้ว่าพระองค์ไหนเป็นองค์เลียนแบบด้วยวิธีทำที่แตกต่างไป และถ้าเป็นพระแท้ก็แน่นอนว่าจะผ่านการปลุกเสกมาด้วย 

“เราไม่เคยคาดคิดว่าเราจะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้”

คุณพจน์ได้กล่าวว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องผ่านการพยายามหลากหลายอย่าง และไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในปัจจุบันเราต้องคอยศึกษาเพิ่มเติมตลอดเวลา ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีมาตรฐานเสมอ เพราะวงการพระเครื่องก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งในอนาคตก็ยังคงมีเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองและจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการพระเครื่องให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สรุป

สำหรับใครที่สนใจอยากนำพระให้คุณพจน์ ท่าพระจันทร์ ตรวจเช็คและประเมินดู ก็สามารถมาที่อาคารสยามแอนติกที่ตั้งอยู่ริมถนนลาดพร้าวระหว่างซอยลาดพร้าว 118 และ 120 ในทุกวันอาทิตย์ จันทร์ และพุธได้เลย 

และหากใครมองหาแพลตฟอร์มออนไลน์ในการส่งต่อ ซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง ก็สามารถเข้ามาที่ Kaidee ได้เลย

Street-Where? ศรัทธา X สไตล์

Street-Where? ศรัทธา X สไตล์

Street-Where? ศรัทธา x สไตล์

ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งที่วนอยู่รอบตัวของทุกคน แฟชั่นก็เช่นเดียวกัน ความหลงไหล ความคลั่งไคล้ ที่จะพาให้คุณก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ ในการแต่งตัว และกล้าที่จะเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น สื่อสารออกมาให้โลกได้รู้ว่าคุณเป็นอย่างไร!!

เรื่องโดย เจมส์ และ มิน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Street-Where? ซีรีย์ที่คนรักแฟชั่นและการแต่งกายจะต้องหลงรัก Content writer ที่ชื่นชอบในเรื่องของเครื่องแต่งกายและสไตล์การใช้ชีวิตอย่าง “มิน” จะพาทุกคนไปสำรวจสไตล์ที่สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน

เนื่องในวันมาฆบูชานี้ เราจะพาทุกคนบุกตลาดค้าพระเครื่องประจำพันทิพย์ สาขางามวงศ์วาน เพื่อตามหาความศรัทธาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แฟชั่นการแต่งกายที่ลงตัว เหนือกาลเวลา สไตล์ที่พันผูกความเชื่อและคำว่าแฟชั่นจะเป็นอย่างไร และจะมีแฟชั่นแบบไหนให้เราได้เห็นในตลาดพระเครื่อง ตามมินไปดูกันเลย

ผู้คนปนศรัทธา

ตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมงที่เราอยู่ในนั้น มีแต่เสียงอึกทึกคึกครื้น ก้องออกมาจากทั่วทุกมุม สร้างความตกตะลึงและใคร่สนใจให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก

ผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างดาหน้าเข้ามาในตลาดพระแห่งนี้ด้วยความกระตือรือร้น แต่ในคนจำนวนมากเหล่านั้น มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่น พร้อมทั้งเรื่องราวที่น่าสนใจ รอให้เราเข้าหา

“พี่ครับ ลงละบอกผมนะ”
ได้ พี่ลงละ

การแต่งตัวที่ถูกถ่ายทอดด้วยแบรนด์ High-End และ Streetwear ใน Collection ของ Louis Vuitton X Nigo รวมไปถึงกางเกงยีนส์สไตล์ Patchwork เข้ากันได้อย่างลงตัวกับสร้อยพระเครื่องที่ยีนส์สวมใส่

พี่ปอวัย 32 ปีเริ่มต้นการสวมใส่พระเครื่องจากความชอบส่วนตัว ต่อมาจับพลัดจับผลูมาเปิดร้านพระเครื่องที่พันทิพย์ งามวงศ์วาน เพื่อเป็นอีก 1 ช่องทางในการต่อยอดความชอบของตนเอง

พี่ปอมีลักษณะการแต่งตัวที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทย คือการนำ Sneakers มาสวมใส่ได้อย่างมีเอกลักษณ์ อย่าง Adidas Yeezy Cream White ที่เข้าได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว Match ได้กับทุกลุค

พี่เอเดินโฉบเข้ามาในบูธขายพระเครื่องด้วยความสนใจ พอเราเห็นความใส เป็น type ที่กระชากใจสาวไทยของพี่เอก็จำต้องขอเดินเข้าไปถ่ายรูปทันที

การแต่งกายของพี่เอคือความเรียบง่ายที่เรียกว่า “Back to basic” กับการแต่งตัวลุค Business ที่ต้องการความเนี๊ยบ เรียบหรู และเข้าได้กับเครื่องประดับได้อย่างหลากหลาย แม้จะเป็นพระเครื่องก็สามารถเสริมลุคนี้ให้ดูดีได้ไปอีกระดับหนึ่ง

“มึงตกงาน”
มึงยังมาขายพระเครื่องได้

สุรเสียงจากอาจารย์รุ่ง ปากเกร็ดวัย 60 ปีที่ทั้งชีวิตอุทิศให้กับพระเครื่องอย่างถึงแก่น อาจารย์ยินดีต้อนรับนักเล่นพระหน้าเก่าใหม่ทุกคน เพียงแต่อาจารย์ขอแค่กาลเทศะ รู้จักพี่รู้จักน้อง และเคารพกันในวงการก็พอ

“อาจารย์มองว่านี่คือจุดพีคของวงการพระเครื่องไทยแล้วนะ” การแต่งกายของอาจารย์ก็พีคไม่แพ้กันครับ

การจับเสื้อผ้ามา Mix & Match ได้อย่างลงตัวและเสื้อผ้าสีดำคลุมโทน ซึ่งตัดกับสีทองที่ส่องประกายจากพระเครื่อง ส่งให้สไตล์มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร

“คริส
สัญชาติ จีน
เปิดร้านขายพระเครื่อง
เราคุยกับเขาได้แค่นี้”

เอกลักษณ์ในการแต่งตัว ก็บ่งบอกได้ในทันทีถึงสไตล์ Hong Kong Street ที่เน้นความสะดวกสบายในการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ก็คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายและดูดี

ตุ้ย คลองขวาง อายุ 38 ปี อยู่ในวงการพระเครื่องมาแล้วกว่าครึ่งทศวรรษ เข้ามาด้วยความชื่นชอบส่วนตัวและมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจกับวงการพระเครื่อง พี่ตุ้ยมองว่าการแต่งกายช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการขายพระเครื่องได้

“พี่ขายพระองค์ 3-4 ล้าน
พี่ควรแต่งตัวให้มีราคา
สมกับพระที่พี่ขาย”

Brand High-end ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์การแต่งตัวที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อื่นที่มองเข้ามา

สาวสวยหมวยใสดีกรีรองชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที Miss Tiffany 2018 ที่มาพร้อมกับความมั่นใจในการโพสต์ท่าถ่ายรูป (และทำให้หัวใจช่างภาพกลับมาซุกซนได้อีกครั้ง) คติของเธอในการผูกโยงความเชื่อและความศรัทธาเข้ากันกับสไตล์ในการแต่งตัวคือ “ความสะดวก” นั่นเอง

Minimal look สไตล์ที่น้อยแต่มาก ที่สวมใส่ได้สบายในทุก ๆ วัน แม้จะนำพระมาติดที่ปกเสื้อ ก็ไม่ได้ทำให้สไตล์ที่เป็นอยู่นั้นเปลี่ยนไป แต่ยังให้ความดูดีและมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น

จากอาชีพหลักของสามี มาเป็นงานอดิเรกและความชื่นชอบส่วนตัว พี่ดาวในวัยเกือบ 30 ปีชอบที่จะนำเครื่องรางและพระเครื่องมาเสริมการแต่งกายของตัวเองอยู่เสมอ

สไตล์การแต่งตัวที่มาจากญี่ปุ่นอย่าง Mori style นี้ บ่งบอกได้ถึงไลฟ์สไตล์ความหรูหรา มีความเรียบร้อย ดูขี้เล่น แต่ยังคงนำความเป็นพุทธศาสนาเข้ามา Match ได้อย่างลงตัว

แล้วสไตล์ของคุณเป็นอย่างไร?

ที่เรายกหยิบมา เป็นเพียงสไตล์ไม่กี่แบบที่เราพบเจอ แต่เราอยากรู้ว่าคุณใส่พระเครื่องในรูปแบบใด หรือมีความชื่นชอบในแฟชั่นกับความศรัทธาอย่างไร โหวตภาพด้านล่างที่เรารวบรวมมาได้เลย

และหากคุณมีศรัทธาพร้อมสไตล์ที่อยากแชร์ให้เรารู้ เข้าไปที่ลิงก์ Facebook Fanpage ของเราด้านล่างนี้ เพื่อโพสต์รูปการสวมใส่พระเครื่องในแบบของคุณ คอมเมนต์ไหนไลก์เยอะ โดนใจคนหมู่มาก Kaidee มีรางวัลดีๆ รออยู่ มาร่วมสนุกกันได้เลย

ร่วมกิจกรรม
กรุงเทพตะวันออก (รอบนอก) ทำเลน่าลงทุน

กรุงเทพตะวันออก (รอบนอก) ทำเลน่าลงทุน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาพื้นที่เมืองได้ฉายแสงมายังกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยไล่มาตั้งแต่พระราม 9 ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น New CBD ที่มีอัตราเติบโตสูงไปเรียบร้อยแล้ว มุ่งสู่ย่านรามคำแหง บางกะปิ กรุงเทพกรีฑา และแตกแขนงกว้างขึ้นในโซนลาดกระบัง คลองสามวา และมีนบุรี อันเป็นพื้นที่ชานเมืองที่ได้รับอานิสงค์จากการมาถึงของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีส้ม จนทำให้เป็นที่จับจองของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก 

ร่างผังเมืองใหม่ ขยายความเป็นเมือง 

แม้จะยังไม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่การเปิดเผย (ร่าง) ผังเมืองรวมกรุงเทพ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ก็แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ที่ขยายความเจริญออกสู่ชานเมือง โดยเฉพาะที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งที่เป็นส่วนต่อขยายและโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง  

เปรียบเทียบการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ฉบับบังคับใช้ปัจจุบัน และ (ร่าง) ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งจะประกาศใช้ในอนาคตอันใกล้
(ภาพจาก สํานักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร )

จากภาพเปรียบเทียบข้างต้นจะเห็นว่าพื้นที่สีเหลือง (หมายถึงพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ถูกปรับเป็นสีส้ม (ที่อยู่หนาแน่นปานกลาง) กว่าเท่าตัว โดยเฉพาะในฝั่งกรุงเทพตะวันออก ช่วงเขตสวนหลวง บางกะปิ บึงกุ่ม และคันนายาว อันเป็นผลพวงมาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาดเราจะได้ใช้บริการครั้งแรกในปลายปี 2564 และสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) ที่จะแล้วเสร็จในปี 2567

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของเขตสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม หรือที่รู้จักกันกันในนามของพื้นที่รองรับน้ำของกรุงเทพ (Flood Way) โดยโซนมีนบุรีและคลองสามวาถูกเทิร์นเป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่าครึ่ง เพื่อขยายประโยชน์การใช้พื้นให้เหมาะกับการพัฒนาที่ดินซึ่งปัจจุบันพื้นที่เกษตรกรรมถูกเปลี่ยนเป็นโครงการบ้านจัดสรรไปก่อนล่วงหน้าแล้ว 

พื้นที่รับน้ำในเขตคลองสามวา มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบังถูกปรับไซส์เล็กลง
เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มากขึ้น
(ภาพจาก สํานักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร )

ในร่างดังกล่าวยังปรับ “รหัสพื้นที่” ให้ละเอียดขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อ “อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน” (FAR :  Floor to Area Ratio) กล่าวคือ ในที่ดินแปลงเดียวกันอาจสามารถปลูกสร้างอาคารให้มีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเพิ่ม FAR Bonus หรือมาตรการส่งเสริมการพัฒนาด้วยการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะทำให้ที่ดินนั้นๆ สามารถปลูกสร้างอาคารได้มากขึ้น

โดยพื้นที่ในโซนกรุงเทพตะวันออกที่ได้รับอานิสงค์จากการปรับค่า FAR มากที่สุดคือเขตมีนบุรีบริเวณที่เป็นจุดให้บริการของสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้ม โดยมีการปรับจากที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (พ.5) และขยายจาก FAR 4.5 เป็น FAR 7 เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจในย่านนั้น  

ราคาประเมินอัปขึ้นยกโซน 

นอกจากร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัดความเจริญที่คืบคานสู่กรุงเทพรอบนอก ราคาประเมินก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ใช้พิจารณาความร้อนแรงของพื้นที่ ข้อมูลจากประชาติธุรกิจกับการสัมภาษณ์ “ฐนัญพงษ์ สุขสมศักดิ์” ผู้อำนวยการกองประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่าในโซนกรุงเทพตะวันออก พื้นที่เขตหนองจอกปรับตัวสูงสุดถึง 6.68% โดยบริเวณถนนบุรีภิรมย์ ตลาดหนองจอก วงเวียนหนองจอก และซอยเลียบวารี ปรับขึ้นเฉลี่ย 15,000-35,000 บาท/ตารางวา

ในขณะที่เขตลาดกระบัง ปรับขึ้น 3.52% โดยมีราคาประเมินสูงถึง 50,000-65,000 บาท/ตารางวา สำหรับถนนลาดกระบังช่วงสะพานข้ามคลองลำตาพุก สะพานข้ามคลองหนองตะกร้า สะพานข้ามคลองหนองปรือ และตลาดหัวตะเข้

ส่วนเขตมีนบุรีและคลองสามวาแม้จะปรับตัวขึ้นเพียง 2.98% แต่ราคาเฉลี่ยต่อตารางวากลับมีราคาสูงขึ้นหลักแสนบาท เช่น ถนนสีหบุรานุกิจ ราคา 60,000-110,000 บาท/ตารางวา ถนนรามอินทรา ราคา 100,000 บาท/ตารางวา ถนนรามคำแหง ราคา 52,000-90,000 บาท/ตารางวา และถนนเสรีไทย ช่วงคู่ขนานกาญจนาภิเษก-แยกมีนบุรี ราคา 80,000 บาท/ตารางวา เป็นต้น

าพมุมสูงของเขตมีนบุรีที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีส้มวิ่งผ่าน ส่งผลให้ราคาประเมินที่ดินสูงขึ้น
(ภาพจาก เพจเฟซบุ๊คโครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง)

“มีนบุรี” เซ็นเตอร์เศรษฐกิจใหม่แห่งกรุงเทพตะวันออก

เมื่อนำข้อมูลของผังเมืองใหม่และราคาประเมินล่าสุดมาวิเคราะห์ร่วมกันจะพบว่า “มีนบุรี” กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโซนกรุงเทพตะวันออก ที่ครบครันด้วยแหล่งที่อยู่อาศัย ย่านพาณิชย์ แหล่งช้อปปิ้ง และพื้นที่สีเขียว ที่สำคัญยังเป็นจุดหมายปลายทางของโครงการรถไฟฟ้าทั้งสายสีชมพูและสายสีส้ม และยังถูกวางตัวให้เป็น Sub-Center หรือศูนย์ชุมชนชานเมืองเพื่อยกระดับสู่ย่านธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า

โดยมีการศึกษาความเป็นไปได้ผ่าน “โครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง” ภายใต้แนวคิด “มีนบุรีเมืองแห่งความมีชีวิตชีวา” โดยโฟกัสไปที่การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าตามหลักการพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนถ่ายการสัญจร (Transit Oriented Development หรือ TOD) เพื่อสร้าง Traffic การใช้พื้นที่ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ตลอดจนคํานึงถึงสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการขยายตัวของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานครมีแผนพัฒนาโครงการนำร่องด้วยพื้นที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 บนที่ขนาด 6 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สำคัญคือ ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี ด้านหลังติดคลองแสนแสบ ด้านหน้าติดถนนสีหบุรานุกิจ

คีย์การพัฒนาใน “โครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง”
ภายใต้แนวคิด “มีนบุรีเมืองแห่งความมีชีวิตชีวา”
(ภาพจาก เพจเฟซบุ๊คโครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรีและพื้นที่ต่อเนื่อง)

นอกจากการพัฒนาของภาครัฐแล้ว ภาคธุรกิจและนักลงทุนรายใหญ่ก็มีข่าวว่ากลุ่มเดอะมอลล์ได้ซื้อที่ดินในรอบรัศมีสถานีรถไฟฟ้ามีนบุรีเพื่อเตรียมพัฒนาศูนย์การค้าพื้นที่ไม่ตํ่ากว่า 1 แสนตารางเมตร โดยคาดการณ์กันว่าหารถไฟฟ้าเปิดใช้อย่างเต็มระบบแล้ว ราคาที่ดินในแถบนี้จะขยับสูงถึง 2 แสนบาทต่อตารางวาเลยทีเดียว

สรุปท้ายบทความ

การขยายเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าหลากสีทำให้ย่านชานเมืองกลายเป็นทำเลที่คึกคัก และยังส่งผลต่อการเตรียมปรับผังรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ซึ่งช่วยให้การใช้ประโยชน์จากที่ดินสูงขึ้น โดยเฉพาะโซนกรุงเทพตะวันออกที่มีความหนาแน่นของการอยู่อาศัยมากกว่าเท่าตัว และยังมีหมุดหมายให้ “มีนบุรี” เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางทำเลบรรจบของรถไฟฟ้าสายสีมชมพูและสีส้มที่ช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพตะวันออก กรุงเทพตะวันตก และเขตเมืองชั้นในเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ยังได้แต้มต่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ และการเป็นเขตพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ซึ่งจะมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับมากมาย จนทำให้มีนบุรีและเขตปกครองกรุงเทพตะวันออกรอบนอกเป็นอีกหนึ่งโลเคชันน่าจับจองและลงทุนเพื่อโอกาสการเติบโตในอนาคต