บ้านหรือคอนโด ถ้าจะซื้อ ควรเลือกซื้ออะไรดี?

บ้านหรือคอนโด ถ้าจะซื้อ ควรเลือกซื้ออะไรดี?

เพื่อน ๆ หลายคน พอมีงานทำที่มั่นคงกันแล้ว ก็มักจะวางแผนที่จะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งใช่ไหมล่ะครับ บางคนก็มีแผนจะซื้อคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะสะดวกกว่า บางคนอยากที่จะซื้อบ้านมากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่เยอะกว่า มีความเป็นส่วนตัว และสามารถรองรับสมาชิกครอบครัวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย วันนี้บทความเรามีคำตอบให้กับคุณแน่นอน ถ้าหากจะซื้อที่อยู่ ควรจะซื้อบ้านหรือคอนโดดี ซึ่งจะมีปัจจัยหลัก ๆ 7 ข้อในการตัดสินใจ มาดูกันเลย มีอะไรบ้าง 

1. ทำเลที่ตั้ง

คอนโด 

คอนโดจะได้เปรียบในเรื่องนี้ โดยคอนโดส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีทำเลที่ตั้งใกล้กับรถไฟฟ้าและใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกมากมายอย่าง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งทำเลที่ติดรถไฟฟ้าจะเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ราคาพื้นที่บริเวณโดยรอบมีมูลค่าเพิ่มไปด้วย จึงทำให้คนที่เป็นเจ้าของคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ สามารถเก็บไว้เก็งกำไรเพื่อขายต่อหรือปล่อยเช่าได้    

โครงการบ้าน

หมู่บ้านจะเป็นส่วนน้อยมาก ๆ ที่จะตั้งอยู่ทำเลกลางเมืองหรือติดกับรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  เนื่องจากพื้นที่ในการสร้างโครงการต้องใช้พื้นที่เยอะกว่าการสร้างคอนโดที่เป็นตึกสูง ซึ่งจะเห็นโครงการบ้านส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นแถบแนวชานเมืองเลย หรือถ้าเป็นโครงการบ้านใจกลางเมืองราคาก็จะสูงมาก ๆ เลยล่ะ

2. พื้นที่ใช้สอย 

คอนโด

พื้นที่ใช้สอยภายในคอนโด อาจจะไม่เยอะเท่าบ้าน เพราะว่าแต่ละโครงการคอนโดก็จะกำหนดพื้นที่ของแต่ละห้องมาให้เลือกเลย ซึ่งบางโครงการราคาสูงยังได้ห้องที่เป็น Studio แต่ถ้าอยากได้พื้นที่เยอะ ห้องแบ่งเป็นสัดส่วน ราคาของห้องก็สูงมากเลยล่ะ

โครงการบ้าน 

พื้นที่ใช้สอยของบ้านนั้น เป็นข้อได้เปรียบ เพราะบ้านให้พื้นที่มากกว่า ห้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ของแต่ละห้องก็สามารถปรับแต่งหรือตกแต่งเพิ่มได้และยังสามารถวางของได้เยอะ โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งที่คอนโดไม่มี ซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้และที่สำคัญ คือ สามารถปลูกต้นไม้ จัดสวน หรือจะตกแต่งให้พื้นที่ภายนอกให้สวยงามตามใจเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย

3. สิ่งอำนวยความสะดวก

คอนโด 

คอนโดนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยจะมีส่วนกลางที่ทำเพื่อผู้ที่เป็นเจ้าของห้องในคอนโดนั้น ได้ทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหรือใช้ทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดพักผ่อน โดยสิ่งพื้นฐานที่คอนโดมี คือ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน ห้องสมุด ซึ่งบางที่อาจมีห้องซาวน่าและห้องสตรีมด้วย 

โครงการบ้าน 

โครงการบ้านในปัจจุบันก็จะมีส่วนกลางที่คล้ายกับคอนโด เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในโครงการสามารถใช้ทำกิจกรรมหลังเลิกงานหรือในช่วงวันหยุด โดยจะมี สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน และส่วนกลางอื่น ๆ อีกมากมาย แต่อาจจะเดินทางไปที่ส่วนกลางไกลหน่อยนะ

4. ความเป็นส่วนตัว

คอนโด 

เมื่อเพื่อน ๆ คิดที่จะซื้อคอนโดแล้ว จะต้องยอมรับความเป็นส่วนตัวที่อาจจะไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร เพราะว่าห้องของคอนโดเป็นอาคารชุด ห้องอยู่ติดกัน ไม่ว่าข้างห้องจะทำอะไรเสียงดัง ห้องที่ติดกันก็จะสามารถได้ยินเสียงนั้นได้ เสียงเบาหรือดังขึ้นอยู่กับผนังของห้องว่ามีการดูดซับเสียงมากขนาดไหน

โครงการบ้าน

บ้านจะมีข้อได้เปรียบกว่าคอนโดตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่อยู่ติดกับใคร ไม่ว่าจะทำอะไรที่เสียงดังในระดับที่ปกติหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น ทำอาหาร ล้างรถ หรือกิจกรรมใด ๆ ก็ตามแต่ ก็สามารถทำให้อย่างสะดวก ไร้กังวล เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็ยังอยู่ในบริเวณบ้านและไม่สร้างความรบกวนให้กับใคร 

5. ระบบความปลอดภัย

คอนโด

เนื่องจากคอนโดเป็นอาคารที่เป็นตึกสูง เพราะฉะนั้นคอนโดจึงมีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยหลายเรื่อง เช่น เพลิงไหม้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องใดห้องหนึ่ง มีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะลามไปห้องข้าง ๆ ได้รวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง อีกทั้งการโดยสารด้วยลิฟท์ มีโอกาสเสี่ยงการเกิดลิฟท์ค้างหรือไฟดับได้ด้วย 

โครงการบ้าน

เรื่องความปลอดภัยของบ้าน ก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของทรัพย์สิน เนื่องจากบ้านจะมีความเป็นส่วนตัวและเงียบ ความปลอดภัยทางเข้า – ออกอาจจะไม่รัดกุมเท่าคอนโด อาจจะทำให้มีขโมยเข้ามานำสิ่งของออกไปได้ง่าย ต่างจากคอนโดที่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น การแตะการ์ดเข้าตึก กล้องวงจรปิดทุกชั้น นั่นเอง นอกจากนี้ บ้านยังมีความเสี่ยงเรื่องภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม ถ้าหากหมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

6. การบำรุงรักษา   

คอนโด

การดูแลบำรุงรักษาคอนโดนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะอยู่ที่ส่วนกลางของคอนโดมากกว่า โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางนิติของคอนโดจะเก็บกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว เจ้าของห้องก็จะดูแลเรื่องบำรุงรักษาภายในห้องเท่านั้น 

บ้าน 

ส่วนบ้านการบำรุงดูแลรักษาจะจุกจิกกว่าคอนโด เนื่องจากบ้านนั้นมีความเป็นส่วนตัวและมีพื้นที่เยอะ เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งภายในบ้าน รอบ ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลก็จะเยอะกว่าคอนโดนั่นเอง

7. จำนวนสมาชิกของครอบครัว

คอนโด 

คอนโดจะเหมาะกับสมาชิก 1 – 2 คน ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนห้อง จำนวนสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในและพื้นที่เก็บของ ซึ่งเหมาะกับการที่จะอยู่ 1 – 2 คน เพราะจะทำให้การอยู่ไม่แออัดในการใช้ชีวิตมากกว่าจะอยู่จำนวนที่เยอะกว่านั้น 

โครงการบ้าน

ส่วนบ้านจะเหมาะกับสมาชิกครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวที่ย้ายมาจากคอนโดเพราะมีบุตร ซึ่งบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่ามาก สะดวกสบายกว่าในการใช้ชีวิต ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย   

เป็นไงบ้างครับเพื่อน ๆ อ่านบทความมาถึงตอนนี้แล้ว ตัดสินใจกันได้หรือยังว่าจะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดดี ถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจบ้านหรือคอนโด ราคาดี มีคุณภาพ ทาง Kaidee Property เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย แวะมาชมก่อนได้นะครั

จะกู้เงินซื้อบ้านทั้งที แบบนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง

จะกู้เงินซื้อบ้านทั้งที แบบนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง

หากคุณกำลังมีแผนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านหลังที่ 3 ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องมีการกู้ซื้อแล้วผ่อน แต่ถ้าใครซื้อเงินสดก็จะไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่ถ้าหากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเตรียมและต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ยื่นกู้กับธนาคารและได้อนุมัติผ่านแบบรวดเร็ว ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำการเตรียมการเรื่องการกู้ซื้อบ้าน ว่าควรเตรียมอะไรบ้าง ควรดูอะไรบ้าง มีปัจจัยอย่างไรในการเลือกซื้อบ้าน มาอ่านกันเลย    

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม

เอกสารทั่วไป

  • สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passsport) 
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 
  • สำเนาทะเบียนสมรส
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส

เอกสารแสดงรายได้

ผู้ที่ทำงานประจำ

  • หนังสือรับรองเงินเดือน 
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน 
  • สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน

เจ้าของธุรกิจ

  • สำเนาทะเบียนการค้า
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
  • รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน 
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี 
  • หลักฐานการเสียภาษี
  • รูปถ่ายของกิจการและแผนที่ตั้งของบริษัท 

ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ 

  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน 
  • สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้

เอกสารหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ 
  • สำเนาซื้อขาย 
  • แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่อยู่   

ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรเตรียมพร้อมอย่างไร?

1. ความพร้อมเรื่องการเงิน  

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ อีกทั้งยังต้องดูว่ากำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลยล่ะ

2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้

หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ดังนี้

  • เครดิตบูโร ก่อนจะกู้ซื้อบ้าน ควรเช็กให้ดีว่าควรติดค้างชำระหนี้อะไรอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อาจจะมีปัญหาในการยื่นกู้ก็เป็นได้ 
  • เคลียร์สินเชื่ออื่นๆ หากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งราคากู้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากคุณยังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่อีกเยอะ เช่น สินเชื่อผ่อนรถ ก็ควรเคลียร์ให้หมดก่อนนะ เพื่อที่จะกู้ผ่านได้ง่ายสุด ๆ 
  • จ่ายหนี้ตรงเวลา ใครที่มีบัตรเครดิตหรือมีสินค้าที่ต้องผ่อนกับธนาคารทั้งเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตามกำหนด ตรงเวลา ประวัติของคุณก็จะดี มีวินัยในการชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อก็มีสูงขึ้น  

3. เงินงวดแรก

สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง

4. ขอสินเชื่อ 

ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้านรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อบ้าน

การซื้อบ้าน ไม่ว่าจะหลังที่เท่าไร ต้องมีการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ในการประกอบการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้เป็นประโยชน์และสะดวกสบายกับตัวเรามากที่สุด มาดูกันเลยว่า มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรนำมาประกอบพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อซื้อบ้าน

1. ทำเลที่ตั้ง 

แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบก็สำคัญไม่แพ้กันเลย โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น

2. การเดินทาง

การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจที่ทุกคนนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย อย่างเช่น สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกหรือสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย 

3. พื้นที่ใช้สอย 

ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนสมาชิกครอบครัวหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยการใช้งานภายในอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าจะมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม เช่น พ่อแม่หรือจะเป็นลูก ๆ นั่นเอง 

4. ที่จอดรถ

แน่นอนว่ารถยนต์ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอต่อการจอดด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยว่ามีรถยนต์กี่คัน เพราะถ้านำรถยนต์ออกมาจอดหน้าบ้านอาจจะดูไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาเรื่องการจอดอยู่พื้นที่ส่วนกลางได้

5. สิ่งอำนวยความสะดวก 

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการหมู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องดูด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียค่าส่วนกลางให้กับทางหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโครงการหมู่บ้านตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกิน และสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากเลยล่ะ

6. ระบบรักษาความปลอดภัย 

โครงการที่ดีควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น จึงจะทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยนั่นเอง 

สรุปท้ายบทความ 

การซื้อบ้านหนึ่งหลังนั้น มีวิธีการดำเนินการที่หลายขั้นตอนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวซื้อบ้านให้เข้าใจ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่นทีหลัง ที่สำคัญการยื่นกู้บ้าน การเตรียมเอกสารสำคัญ การเคลียร์ภาระส่วนตัว การมีวินัยในการชำระหนี้ การใช้เงินอย่างเป็นระบบ จะส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในอนาคตของเราด้วยนะครับ 

ใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 อยู่ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน ทาง Kaidee Property เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกอย่างหลากหลาย เข้ามาชมก่อนได้นะ 

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน

เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร 

แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน

มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ 

หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย 

2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง

มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ

3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ

4. ระบบไฟอัจฉริยะ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ

5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา

แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ

6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง 

บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย  

คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย 

สรุปท้ายบทความ 

การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง  

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย 

10 แบบบ้าน 3 ชั้น เพิ่มพื้นที่การใช้งาน มีแบบไหนบ้าง

10 แบบบ้าน 3 ชั้น เพิ่มพื้นที่การใช้งาน มีแบบไหนบ้าง

ในปัจจุบัน ‘บ้าน’ ที่เห็นกันส่วนใหญ่จะมีแต่บ้านชั้นเดียวและบ้าน 2 ชั้น โดยที่บ้านได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้เพียงพอกับสมาชิกในบ้าน แต่ถ้าหากว่าสิ่งของภายในบ้านเริ่มเยอะขึ้นหรือมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นความต้องการการใช้งานของพื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น ทำให้บ้านในปัจจุบันจึงไม่พอต่อการใช้งาน เนื่องจากไม่ได้คิดเผื่อไปถึงอนาคต ทำให้บางครอบครัวต้องซื้อบ้านใหม่ เพื่อรองรับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เยอะขึ้นนั้นเอง 

แต่ถ้าหากใครวางแผนในอนาคตว่าอยากจะมีบ้านสักหนึ่งหลัง อยากจะแนะนำว่าให้คิดเผื่อไปในอนาคตข้างหน้าด้วยว่า จะมีจำนวนสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม อย่างเช่น ให้คุณพ่อและคุณแม่เข้ามาอยู่ด้วย เนื่องจากท่านอายุเยอะขึ้น จึงต้องอยู่ในการดูแลของลูก ๆ หรือจะมีแผนที่จะมีลูกน้อยกี่คน บ้านหลังนี้ในอนาคตจะสามารถรองรับได้ไหม เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ อีกทั้งยังต้องมีสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีในบ้านอีก ดังนั้น การที่มีบ้านที่คิดเผื่อในอนาคตแล้วและบ้านหลังที่กำลังจะซื้อสามารถรองรับจำนวนสมาชิกครอบครัวในอนาคตและสิ่งของหลาย ๆ อย่าง ได้ก็ดีไม่น้อย ซึ่ง ‘บ้าน 3 ชั้น’ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ

บ้าน 3 ชั้น ดีอย่างไร

1. พื้นที่ใช้สอย

แน่นอนว่าบ้าน 3 ชั้นต้องมีพื้นที่เยอะกว่าบ้านชั้นเดียวหรือบ้าน 2 ชั้นแน่นอน เนื่องจากการเพิ่มชั้น 3 ของบ้านขึ้นมา พื้นที่ก็ต้องเพิ่มขึ้น โดยชั้น 3 อาจจะออกแบบให้มีห้องเพิ่ม  ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว หรืออาจจะมีระเบียงเล็ก ๆ อยู่ชั้น 3 เอาไว้ใช้สำหรับจัดงานสังสรรค์เล็ก ๆ หรือ นั่งพักผ่อนกับสวนลอยฟ้าที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยและแน่นอนว่าการเลือกออกแบบก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบของคุณด้วยนะ

2. ความเป็นส่วนตัว 

การที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าการสร้างห้องต่าง ๆ ก็จะต้องอยู่ห่างจากกัน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหรืออาจจะแบ่งชั้นกันอย่างครอบครัวของเจ้าของบ้านจะอยู่ที่ชั้น 3 ห้องนอนลูกอยู่ชั้น 2 และห้องนอนรับรองของญาติพี่น้อง ก็จะช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง

3. ของเยอะไม่ต้องกลัว 

การมีชั้นที่เพิ่มขึ้น อาจจะสร้างห้องใดห้องหนึ่งที่ชั้นไหนก็ได้ เอาไว้เก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ใช้แล้วหรืออาจจะเป็นสิ่งของอย่างอื่นก็ได้ เพื่อที่จะจัดระเบียบบ้านให้เป็นระเบียบมากขึ้นมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเก็บของในพื้นที่จะทำให้บ้านดูรกหูรกตาได้นั่นเอง 

10 แบบบ้าน 3 ชั้น 

ว่ากันแล้วก็มาดูตัวอย่างแบบบ้าน 3 ชั้นที่ทาง Kaidee Property เอามาให้เพื่อน ๆ ได้เห็นรูปแบบกันว่าเป็นแบบไหน สไตล์ไหน เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ได้นำไปเป็นแบบในการสร้างหรือจะติดต่อสร้างบ้านทางเว็บไซต์ที่ให้เครดิตไว้ได้เลยครับ  

1. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น 

รายละเอียด

บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อมที่จอดรถ 2 คัน

ราคา: 5 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก:  www.compacthome.co.th

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน

2. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น  

รายละเอียด

บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 254 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน

ราคา: 4 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน

3. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น

รายละเอียด

บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 56 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 277 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน

ราคา: 4 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน

4. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ไทยผสมโมเดิร์น

รายละเอียด

บ้านสไตล์ไทยโมเดิร์น บนที่ดินขนาด 62 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 293 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน

ราคา: 4 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน

5. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น

รายละเอียด

บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 61 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน

ราคา: 4 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน 

6. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น

รายละเอียด

บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 81 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 397 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน

ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน 

7. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น

รายละเอียด

บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 86 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 451 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 6 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน

ราคา: มากกว่า 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน 

8. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม

รายละเอียด

บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน

ราคา: 3 – 4 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน 

9. บ้าน 3 ชั้น สไตล์ทาวน์โฮม

รายละเอียด

บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 54 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 249 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน

ราคา: 4 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน

10. บ้าน 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น

รายละเอียด

บ้านสไตล์โมเดิร์น บนที่ดินขนาด 59.8 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 276 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน

ราคา: 4 – 6 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก: www.compacthome.co.th 

รายละเอียดเพิ่มเติม: ข้อมูลและรายละเอียดแบบบ้าน

สรุปท้ายบทความ 

เห็นรูปแบบของบ้าน 3 ชั้น สามารถนำไปเป็นแนวทางหรือจะติดต่อทางเว็บไซต์ที่เรานำแบบบ้านมาให้ดูได้เลย จะเห็นได้ว่าขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน 3 ชั้นนั้น มีพื้นที่ที่เยอะขึ้น สามารถรองรับสมาชิกครอบครัว จำนวนสิ่งของได้เยอะขึ้น หากใครกำลังมองหาบ้านที่สามารถเพิ่มพื้นที่การใช้งานในตัวบ้านได้ แต่อยู่ในที่ดินที่มีขนาดจำกัด บ้าน 3 ชั้นก็เป็นแนวคิดที่ดีและตอบโจทย์สำหรับคุณเลยละครับ 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ดูแล้วก็อยากมีบ้าน 3 ชั้นกันเลยใช่ไหม ถ้าหากใครที่กำลังมองหาอยู่ละก็ สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ www.compacthome.co.th ได้เลย หรือถ้าหากใครกำลังหาบ้านมือสอง สภาพดี พร้อมเข้าอยู่ ก็สามารถมาหากันได้ที่ Kaidee Property กันได้เลยนะครับ เรามีให้คุณได้เลือกสรรมากมาย หลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคากันเลย 

รังสิต ปทุมธานี ทำเลที่หมู่บ้านและคอนโดเริ่มขยับขยายเติบโต

รังสิต ปทุมธานี ทำเลที่หมู่บ้านและคอนโดเริ่มขยับขยายเติบโต

ถ้าหากเรานึกถึงพื้นที่ใกล้กรุงเทพที่กำลังเป็นที่นิยมในการขยายความเจริญออกมาจากกรุงเทพฯ เราคงจะนึกถึงจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ใช่ไหมครับ แต่มีอีกหนึ่งจังหวัดที่กำลังเติบโตไม่แพ้กัน คือ รังสิต จังหวัดปทุมธานีนั่นเอง โดยเป็นเมืองปริมณฑลที่กำลังรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครออกมาทางตอนเหนือ ซึ่งในปัจจุบัน รังสิต เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปยังจังหวัดในภูมิภาคอื่น ๆ อีกทั้งยังมีชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้ทำเลที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดปริมณฑลตอนเหนือเป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต 

ทำไมรังสิต จังหวัดปทุมธานี ถึงเป็นพื้นที่กำลังเติบโต?  

ปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ รังสิต จังหวัดปทุมธานี กำลังขยับขยายเติบโตขึ้น สังเกตได้จากที่อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ โดยพื้นที่รังสิตเริ่มรองรับการขยายตัวของกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลอย่าง นนทบุรี ที่เริ่มขยายมายังพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานีมากขึ้น จะเห็นได้จากการขยายการคมนาคมการเชื่องต่อที่ชัดเจนเลย คือ การสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงขยายมายังเส้นทางรังสิตและส่งผลให้การขยับขยายอื่น ๆ เช่น การเกิดของโครงการหมู่บ้าน คอนโด และห้างต่าง ๆ เริ่มลงทุนสร้างในพื้นที่เยอะขึ้น โดยเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ 

1. ศูนย์กลางของการเดินทาง 

สังเกตไหมว่า การเดินทางออกไปต่างจังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ จะต้องมาผ่านที่ รังสิต ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวหรือแม้กระทั่งรถสาธารณะก็ยังมีท่ารถในการใช้เป็นที่ขนส่งจากรังสิต ไปจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน จึงทำให้ รังสิต เป็นทางผ่านของรถยนต์ บางวันหรือบางเทศกาลการเดินทางก็ทำให้รถติดยาวเลยละ 

2. รถไฟฟ้ามาถึงแล้วนะ 

แน่นอนว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างทางของรถไฟฟ้าถึง 2 สาย คือ 

  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน เปิดให้บริการปี 2564
  • รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ – รังสิต เปิดให้บริการปี 2564 

จึงทำให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันเลือกทำเลในการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เช่น โครงการหมู่บ้าน โครงการคอนโด ที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดและปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ด้วยอานิสงส์ของรถไฟฟ้าที่ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น ทำให้ในตอนนี้ผู้คนต่างพากันจับจองบ้านและคอนโด เพราะในอนาคตราคาจะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน 

3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ 

สถานที่สำคัญของ รังสิต มีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะจะเป็นห้างสรรพสินค้า อย่าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ที่รวมเอาห้างสรรพสินค้าอย่าง Robinson Central Zpell และ Big C เชื่อมต่อไว้ด้วยกัน จึงทำให้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่าน รังสิต นอกจากนี้ยังมีห้างที่อยู่ใกล้ ๆ อย่าง Indexlivingmallo Homepro Tesco Lotus Makro และห้างอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าไอทีขนาดใหญ่อย่าง Zeer จึงทำให้ รังสิต เป็นแหล่งที่รวมเอา LifeStyle ขนาดใหญ่ไว้เพื่อรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพมหานครในอนาคตด้วยนั่นเอง 

อีกทั้ง รังสิต ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดังไว้หลายแห่ง คือ 

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต 
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
  • มหาวิทยาลัยรังสิต 

ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง 

4. ราคาที่อยู่อาศัยถูกกว่า    

สังเกตได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในเมือง เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมา เพราะพื้นที่ในเมืองเริ่มเหลือน้อย ส่งผลให้การขยับขยายเรื่องที่อยู่อาศัยจึงขยับมาในส่วนของปริมณฑลซึ่งไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบาย สำหรับขนส่งสาธารณะก็มีครอบคลุม อย่าง นนทบุรี สมุทรปราการ ที่มีขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์และรถไฟฟ้าเริ่มไปถึงแล้ว รวมไปถึง รังสิต จังหวัดปทุมธานีด้วยเช่นกัน 

โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในเมืองมาก ผู้อยู่อาศัยสามารถซื้ออยู่ได้ บางคนมีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถขับไปทำงานในเมืองได้อย่างสะดวก มีรถเมล์ที่ครอบคลุม และในปี 2564 ที่จะถึงนี้จะมีรถไฟฟ้าขยายมาถึง 2 สายด้วยกัน ทำให้การเดินทางเข้าเมืองยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้ ราคาขายบ้านและคอนโดของรังสิต จะมีราคาที่ปรับขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง 

เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

5. อนาคต คือ ทำเลทอง

สืบเนื่องจากการขยับขยายความเจริญมาจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลอื่น ๆ มายังรังสิต ปทุมธานี จึงทำให้ในอนาคตรังสิต จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในพื้นที่รังสิต ปทุมธานีคุ้มค่าแน่นอนครับ   

สรุปท้ายบทความ

เชื่อได้เลยว่าในอนาคตพื้นที่ที่เรียกว่า รังสิต จังหวัดปทุมธานี จะเป็นพื้นที่ที่มีโครงการหมู่บ้าน คอนโด และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้านที่ทำให้นักลงทุนทั้งหลายเริ่มมาลงทุนกับพื้นที่ปริมณฑลอย่าง รังสิต จังหวัดปทุมธานีเยอะขึ้น และที่สำคัญราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในปัจจุบันเป็นราคาที่ยังจับต้องได้ ไม่สูงมากนัก ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว 

หากเพื่อน ๆ ที่กำลังหาบ้านและคอนโดที่ รังสิต จังหวัดปทุมธานีอยู่ ลองเข้ามาดูกันก่อนที่ Kaidee Property กันก่อนได้นะครับ เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกดู เลือกซื้อในแบบที่หลากหลายเลย