หากคุณกำลังมีแผนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านหลังที่ 3 ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องมีการกู้ซื้อแล้วผ่อน แต่ถ้าใครซื้อเงินสดก็จะไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่ถ้าหากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเตรียมและต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ยื่นกู้กับธนาคารและได้อนุมัติผ่านแบบรวดเร็ว ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำการเตรียมการเรื่องการกู้ซื้อบ้าน ว่าควรเตรียมอะไรบ้าง ควรดูอะไรบ้าง มีปัจจัยอย่างไรในการเลือกซื้อบ้าน มาอ่านกันเลย
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม
เอกสารทั่วไป
- สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passsport)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส
เอกสารแสดงรายได้
ผู้ที่ทำงานประจำ
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
- สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
เจ้าของธุรกิจ
- สำเนาทะเบียนการค้า
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน
- สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
- หลักฐานการเสียภาษี
- รูปถ่ายของกิจการและแผนที่ตั้งของบริษัท
ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
เอกสารหลักประกัน
- สำเนาโฉนดที่ดินหรือสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
- สำเนาซื้อขาย
- แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่อยู่
ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรเตรียมพร้อมอย่างไร?
1. ความพร้อมเรื่องการเงิน
ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ อีกทั้งยังต้องดูว่ากำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลยล่ะ
2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้
หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
- เครดิตบูโร ก่อนจะกู้ซื้อบ้าน ควรเช็กให้ดีว่าควรติดค้างชำระหนี้อะไรอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อาจจะมีปัญหาในการยื่นกู้ก็เป็นได้
- เคลียร์สินเชื่ออื่นๆ หากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งราคากู้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากคุณยังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่อีกเยอะ เช่น สินเชื่อผ่อนรถ ก็ควรเคลียร์ให้หมดก่อนนะ เพื่อที่จะกู้ผ่านได้ง่ายสุด ๆ
- จ่ายหนี้ตรงเวลา ใครที่มีบัตรเครดิตหรือมีสินค้าที่ต้องผ่อนกับธนาคารทั้งเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตามกำหนด ตรงเวลา ประวัติของคุณก็จะดี มีวินัยในการชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อก็มีสูงขึ้น
3. เงินงวดแรก
สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง
4. ขอสินเชื่อ
ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้านรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อบ้าน
การซื้อบ้าน ไม่ว่าจะหลังที่เท่าไร ต้องมีการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ในการประกอบการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้เป็นประโยชน์และสะดวกสบายกับตัวเรามากที่สุด มาดูกันเลยว่า มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรนำมาประกอบพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อซื้อบ้าน
1. ทำเลที่ตั้ง
แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบก็สำคัญไม่แพ้กันเลย โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น
2. การเดินทาง
การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจที่ทุกคนนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย อย่างเช่น สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกหรือสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
3. พื้นที่ใช้สอย
ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนสมาชิกครอบครัวหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยการใช้งานภายในอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าจะมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม เช่น พ่อแม่หรือจะเป็นลูก ๆ นั่นเอง
4. ที่จอดรถ
แน่นอนว่ารถยนต์ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอต่อการจอดด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยว่ามีรถยนต์กี่คัน เพราะถ้านำรถยนต์ออกมาจอดหน้าบ้านอาจจะดูไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาเรื่องการจอดอยู่พื้นที่ส่วนกลางได้
5. สิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการหมู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องดูด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียค่าส่วนกลางให้กับทางหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโครงการหมู่บ้านตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกิน และสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากเลยล่ะ
6. ระบบรักษาความปลอดภัย
โครงการที่ดีควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น จึงจะทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
การซื้อบ้านหนึ่งหลังนั้น มีวิธีการดำเนินการที่หลายขั้นตอนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวซื้อบ้านให้เข้าใจ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่นทีหลัง ที่สำคัญการยื่นกู้บ้าน การเตรียมเอกสารสำคัญ การเคลียร์ภาระส่วนตัว การมีวินัยในการชำระหนี้ การใช้เงินอย่างเป็นระบบ จะส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในอนาคตของเราด้วยนะครับ
ใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 อยู่ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน ทาง Kaidee Property เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกอย่างหลากหลาย เข้ามาชมก่อนได้นะ
