Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
จากสถิติอัตราการเกิดและตายของประชากรในประเทศไทยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เห็นได้ชัดว่าในอนาคตประเทศไทยอาจกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุภายใน 20 ปี เนื่องด้วยอัตราประชากรโดยส่วนใหญ่มากกว่า 45% ล้วนแล้วแต่เป็นวัยทำงาน ในขณะที่อัตราการเกิดมีเพียง 16 กว่าเปอร์เซนต์เท่านั้น
นอกจากการมองหาบ้านพักผู้สูงอายุสักหลังแล้ว การสร้างบ้านเพื่อเตรียมตัวสำหรับวัยชราก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกนักในช่วงนี้ เพราะนอกจากการสร้างบ้านแบบนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่คุณในตอนชราแล้ว ยังเป็นบ้านที่เหมาะสมสำหรับบุพการีที่เริ่มมีอายุแล้วเช่นเดียวกัน
บ้านผู้สูงอายุที่ดีควรมีลักษณะแบบไหน ?
ในหลักการการสร้างบ้านเพื่อผู้สูงอายุสามารถจำแนกออกเป็นการดีไซน์ตามสัดส่วนห้องแต่ละห้องของบ้านได้ และตามเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยแก่ผู้สูงอายุ
1. ทางเข้า-ออก ของตัวบ้าน
บริเวณทางเข้าออกของบ้าน มักเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องด้วยพื้นกระเบื้องที่อาจลื่นเกินไปในการก้าวขึ้นบันได หรือความชันที่มีมากกว่าแรงขา
บ้านที่ดีสำหรับผู้สูงอายุจึงควรปรับทางเข้า-ออกตัวบ้านเป็นทางลาด ซึ่งทางลาดก็ไม่ควรมีความชันมากเกินไป เพราะต้องเผื่อผู้สูงอายุที่อาจต้องใช้รถเข็นด้วย ที่สำคัญที่สุด ควรจะต้องมีราวจับให้แก่ผู้สูงอายุในการก้าวเดินด้วย อาจวางราวจับในความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร
2.ภายในห้องน้ำ
ส่วนสำคัญถัดมาก็คือห้องน้ำ ผู้สูงอายุหลายท่านมักจะประสบปัญหาการลื่นล้มหรือหน้ามืดระหว่างอาบน้ำ ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอาจไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ข้างในได้
สิ่งสำคัญคือการแก้พื้นห้องน้ำ ให้กลายเป็นกระเบื้องกันลื่น ไม่ควรสร้างธรณีประตูไว้ เพราะอาจทำให้ก้าวสะดุดล้มได้ และทางที่ดีที่สุดคือการสร้างห้องน้ำโดยแบ่งพื้นที่เป็น พื้นที่เปียกและแห้ง เพื่อไม่ให้น้ำจากพื้นที่เปียกไหลออกมาเต็มห้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการลื่นล้มได้ง่ายมากขึ้น ในกรณีนี้แนะนำให้สร้างราวจับไว้บริเวณโถสุขภัณฑ์ ป้องกันการลุกนั่งลำบากด้วยค่ะ
3.ห้องนอน
ห้องนอนควรทำห้องที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้านในกรณีที่คุณต้องการสร้างบ้านสองชั้น และควรจะไม่อยู่ลึกเกินไปในตัวบ้านจะทำให้เข้าออกลำบาก ที่สำคัญที่สุดควรสร้างห้องนอนให้ติดกับห้องน้ำยิ่งมีประตูเชื่อมกันได้ยิ่งดีค่ะ หากกลางดึกผู้สูงอายุในบ้านต้องการทำธุระก็สามารถเดินไปได้อย่างสะดวก
ในบริเวณห้องนอนควรปูกระเบื้องที่ไม่ลื่น และควรจัดวางสิ่งของในระดับที่สามารถหยิบถึงได้แม้นั่งบนรถเข็น เช่น ตู้เสื้อผ้าก็ควรเป็นตู้บานเลื่อน เตียงนอนก็ไม่ควรเล็กและสูงจนเกินไปนัก เพราะจะทำให้เดินขึ้นเตียงไม่ได้ค่ะ
4.บานประตูและหน้าต่าง
นอกจากการจะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขด้วยการมองเห็นภายนอกบ้านอย่างชัดเจนแล้ว การทำหน้าต่างให้เยอะจะทำให้แสงเข้ามาในตัวบ้านได้เยอะ ทำให้ช่วงมืดและสว่างของในตัวบ้านไม่ต่างกันมาก ซึ่งจะดีต่อผู้สูงอายุที่ต้องใช้เวลาในการปรับสายตา
ในส่วนของประตู ควรทำเป็นประตูบานเลื่อนที่มีที่จับ และตรงท้ายของบานประตูควรมีตัวยึดประตูให้อยู่กับร่องไม่ไหลเอง และที่สำคัญไม่ควรทำล็อคประตูค่ะ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้น เราจะเข้าไปช่วยเหลือได้ยากค่ะ
5.ห้องครัวหรือห้องอาหาร
ควรจัดวางโต๊ะกินข้าวหรือเคาน์เตอร์ควรในระดับที่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร เพราะหากวางไว้สูงเกินไปอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย รวมถึงโต๊ะทานข้าวควรเป็นโต๊ะกินข้าวที่ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งรถเข็นสามารถเข้าได้ทุกมุม เก้าอี้ก็ควรเป็นเก้าอี้ที่มีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง เพราะผู้สูงอายุมักจะโถมน้ำหนักตัวใส่เก้าอี้ก่อนจะนั่ง ซึ่งอาจทำให้เก้าอี้ล้มได้
เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ
1.ติดแสงไฟบริเวณทางเดินแบบอัตโนมัติ
การซื้อหลอดไฟหรือวางระบบไฟภายในบ้านให้ติดอัตโนมัติเมื่อเดินผ่าน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้สูงอายุในช่วงกลางคืนอย่างมาก เพราะโคมไฟเพียงอย่างเดียวอาจให้ความสว่างไม่พอ ควรติดไฟบริเวณทางเดินด้วยถึงจะดี
2.สัญญาณช่วยเหลือภายในห้องน้ำ
อย่างที่ได้กล่าวไป เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด จึงจำเป็นต้องมีปุ่มกดขอความช่วยเหลือ เป็นสายดึงเพื่อกดเรียกคนข้างนอกก็ได้ค่ะ และสามารถติดไว้ที่ห้องนอนของผู้สูงอายุก็ได้เช่นเดียวกัน
สัญญาณกดนี้ควรติดไว้ในจุดที่ผู้สูงอายุสามารถกดได้ง่าย ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ที่สำคัญอย่าติดในมุมอับที่จะทำให้มองเห็นยาก
3.กล้องวงจรปิดและมือถือ
การติดกล้องวงจรปิดไว้ทั้งในและนอกตัวบ้าน นอกจากจะช่วยเรื่องกันขโมยแล้วยังใช้ในการดูแลความเป็นไปภายในบ้านได้ด้วยค่ะ ซึ่งในยุคสมัยนี้เราสามารถดูกล้องวงจรปิดภายในมือถือได้แล้ว จะทำให้เราสอดส่องดูแลผู้สูงอายุภายในบ้านได้ดีเลยล่ะค่ะ
การสร้างบ้านสักหลังควรพิจารณาการอยู่ว่าจะอยู่ถึงช่วงอายุเท่าไร เพราะคุณจะต้องออกแบบดีไซน์ตัวบ้านให้เหมาะกับคุณและครอบครัวที่อาจเข้าใกล้ช่วงสูงวัยแล้ว ซึ่งบ้านในปัจจุบันของคุณอาจเป็นบ้านที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุเท่าไรนัก
ดังนั้นหากคุณต้องการดีไซน์บ้านสักหลังแล้ว แนะนำให้ลองหาซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทดูนะคะ จะสามารถช่วยคุณในเรื่องของการออกแบบที่ได้ดั่งใจและประหยัดงบกว่าการปลูกบ้านจากที่ดินเปล่าด้วยค่ะ รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ เข้าไปที่ Kaidee Property เลยค่ะ!
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
บ้านเมื่อวันเวลาผ่านไป บางทีอาจจะมีส่วนที่ต้องชำรุด ทรุดโทรมตามกาลเวลา เราก็ต้องหมั่นที่จะเช็ก ตรวจตรา และดูแลบ้านทุกครั้ง เพราะบ้านคือสถานที่ที่เราต้องพักพิง อยู่อาศัย ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน โดยบ้านนั้นก็เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์ สร้างขึ้นมา แรก ๆ ก็แข็งแรงดี แต่นานวันไปอายุมากขึ้น ร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม ก็ต้องหมั่นบำรุงดูแลรักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้แข็งแรงขึ้น ถ้าเปรียบกับบ้าน คือ บ้านก็จะดูใหม่ขึ้น น่าอยู่ขึ้นนั้นเอง
แต่ถ้าหากว่าบ้านนั้นเก่ามาก ๆ ตรงนั้นชำรุด ตรงนี้ต้องแก้ ก็กลายเป็นปัญหาจุกจิกที่ซ่อมไม่เสร็จจริง ๆ สักที วิธีที่ดีที่สุดคือ การรีโนเวทบ้านให้กลับมาใหม่เหมือนตอนแรก เพิ่มเติมอาจจะดูทันสมัยกว่า เพื่อให้บ้านอยู่ไปนาน ๆ ให้ถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน และที่สำคัญเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรามากขึ้นด้วย
อยากรีโนเวทบ้านแต่…กลัวงบเกิน
การรีโนเวทบ้านใหม่นั้น มีหลายส่วนที่ต้องจัดเตรียม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างการวางแผนให้รอบคอบและตามมาด้วยสิ่งอื่น ๆ และปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมได้ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ มาบอก ถ้าหากทำตามวิธีการต่อไปนี้ อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ ควบคุมงบประมาณได้ดีเลยนะ
1. วางแผนให้ดีที่สุด
การวางแผน คือ การกำหนดแพลนทุกอย่าง สิ่งที่เราจะทำกับบ้าน มีส่วนไหนบ้าง จุดไหนบ้างที่ต้องรีโนเวท อยากแนะนำว่าให้กำหนดมาครั้งเดียวเลย และแพลนต่อว่าจะจ้างช่างจากที่ไหน ให้ช่างทำส่วนไหนบ้าง โดยการเขียนลงไว้ในสมุดโน๊ตก่อน เพราะว่าจำอย่างเดียวไม่ได้ อาจจะลืมได้
2. กำหนดงบประมาณ
ในส่วนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมงบประมาณของเราได้ เพื่อที่จะไม่ให้งบประมาณเกินจากที่เรากำหนดไว้ คือ การตั้งงบประมาณมาเลยและต้องมั่นใจว่าจะจัดสรรให้อยู่ในงบประมาณเท่านี้ได้ เช่น
- จ้างช่างเท่าไร โดยจะต้องโทรไปตกลง คุยรายละเอียดของงานที่จะให้ช่างทำให้เรียบร้อย
- ซื้ออะไรบ้าง งบซื้อของเท่าไร จะได้รู้ว่าเราควรลด ควรเพิ่มสเปกของสินค้าชิ้นไหนบ้าง ควรเปลี่ยนหรือว่าควรตัดออกไหม
3. เผื่อไว้สักหน่อย
ข้อนี้ คือ การเผื่องบประมาณไว้อีกสักประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์จากงบที่ตั้งไว้ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเวลารีโนเวทบ้านไปแล้ว เราอาจอยากจะเปลี่ยนในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่ตอนแรก เพื่อให้เข้ากันกับพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รีโนเวทไปแล้ว หรืออาจจะมีการซื้อของตกแต่งเพิ่ม เพื่อให้บ้านสวยงามและมีรูปแบบที่เข้ากันนั่นเอง
4. เลือกซื้อของ
หลังจากที่ได้ตั้งงบประมาณไปแล้ว เราก็ต้องหาซื้อของในการรีโนเวทบ้านเองด้วยนะ เพราะจะได้ดูเรื่องราคาของสินค้าได้ ชิ้นไหนแพงไปก็อาจจะดูของที่คล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่าก็เป็นตัวเลือกที่จะทำให้ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง
5. ทำเองบางส่วนก็ดีไม่น้อย
บางจุดหรือว่าบางที่ที่เราสามารถซ่อมเองได้ ติดตั้งเองได้ อยากแนะนำให้ลงมือทำเองเลยดีกว่า เพราะว่าจ้างช่างมาทำแต่ละส่วน ก็ต้องมีค่าแรง ค่าอะไรต่าง ๆ ที่ตามมาทีหลังก็เป็นได้ ถ้าเกิดว่าเรามั่นใจว่าตรงนี้ทำเองได้ ทำเลย แต่ถ้าตรงไหนไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างฝีมือดีกว่านะ
6. ดำเนินการรีโนเวททุกอย่างตามแผน
จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่เขียนในสมุดไว้แล้ว ขั้นตอนนี้ก็สามารถดำเนินการทุกอย่างตามแผนที่เราเขียนไว้ในสมุดเช่นกัน เพื่อที่งานรีโนเวทจะได้เสร็จตามแผนและตามงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้นอกเหนือจากแผนที่ตั้งไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับเราก็เป็นได้ แต่แผนที่เตรียมไว้ก็ต้องมีความละเอียดรอบคอบเช่นกัน
7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีกว่าตัดสินใจเอง
แน่นอนว่าการรีโนเวทบ้านต้องระเอียดรอบคอบ บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะมั่นใจว่าจะทำเองได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รู้วิธีการอย่างแท้จริง อาจจะตัดสินใจผิดพลาดในการทำ ผลที่ตามมา คือ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและทำให้ต้องเสียเวลาไปอีก ส่งผลให้การรีโนเวทนั้นเสร็จไม่ตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งในกรณีนี้ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเลยดีกว่าที่จะมานั่งเดาเองหรือนั่งทำเอง อย่างเช่นงานที่เฉพาะมาก ๆ อย่าง ทางเดินน้ำ วงจรไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
สิ่งสำคัญในการซ่อมแซมหรือรีโนเวทบ้านใหม่ที่จะทำให้งบไม่บานปลาย คือ ต้องวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุมที่สุด อีกทั้งการตั้งงบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ควบคุมงบประมาณและกำหนดกรอบอย่างชัดเจนอย่างเช่น การเลือกซื้อของสำหรับรีโนเวท การจ้างผู้รับเหมา เป็นต้น
ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการดูของตกแต่งบ้านสามารถมาหาได้ที่ Kaidee ได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย แต่ถ้าหากใครที่อยากได้บ้านใหม่ก็สามารถหาได้ที่ Kaidee Property เช่นกัน
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
หลาย ๆ ท่านซื้อมาบ้าน ก็อยากอยู่บ้านที่ไม่มีปัญหาจุกจิกที่ต้องมาค่อยซ่อมตลอด อยากเสียเงินแค่ครั้งเดียว ก็อยู่ยาว ๆ เลย ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก่อนโอนบ้าน นั่นคือ การตรวจบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วน
เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ วันนี้จะแชร์เทคนิคการไปตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ต้องดูอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากันทีหลัง
ก่อนตรวจ เตรียมอะไรบ้าง?
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม
- ตรวจสัญญาต่าง ๆ และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดี
- ดูข้อมูลหรือรายละเอียดในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์มีอะไรบ้าง มีติดตั้งอะไรตรงไหน
- ควรนัดเจ้าหน้าที่โครงการในเวลาที่มีแสงเพียงพอ เพราะว่า เราจะได้เห็นทุกซอก ทุกมุมของตัวบ้าน
อุปกรณ์ต้องพร้อม
- สมุดจดบันทึก เพราะว่า เอาไว้จดเวลาเจอจุดที่เราต้องให้โครงการแก้ไข
- เทปกาวแบบลอกออกง่าย หรือจะเป็นกระดาษจุดสีเล็ก ๆ แบบลอกออกง่าย ไม่ติดแน่น เพราะว่า เอาไว้มาร์กจุดที่จะให้ช่างไปแก้ไขได้นั่นเอง
- เครื่องมือต่าง ๆ ในการใช้ตรวจพื้นที่บ้าน ตรวจความแข็งแรงทนทานของบ้าน เช่น ตลับเมตร ไขขวง ค้อน แต่อาจจะขอยืมจากโครงการได้นะครับ
จุดที่ต้องเช็ค มีอะไรบ้าง?
ภายนอก
- บริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้เช็คบริเวณที่จอดรถว่ามีพื้นยุบตัวหรือเปล่า กระเบื้องแตกหรือยุบหรือเปล่า
- รั้วและประตูรั้ว มีตรงไหนชำรุดหรือเลื่อนปกติดีไหม วัสดุทนทานหรือไม่
- ประตู หน้าต่างภายนอก เวลาปิดสนิท แล้วให้ใช้น้ำจากสายยางฉีดจากด้านบนให้น้ำไหลลงมาเปรียบเสมือนฝน ให้ดูว่ามีจุดที่รั่วซึมหรือเปล่า
- โครงสร้างนอกบ้านมีรอยรั้วหรือเปล่า? ให้เดินตรวจให้ละเอียด เพราะถ้ามีรอยร้าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โครงการแก้ไขด่วน เพราะในอนาคตจะเกิดปัญญาน้ำซึมหรือโครงสร้างบ้านอาจจะไม่แข็งแรงก็ได้นะ
ภายใน
- ผนังภายในเช่นกัน ตรวจสอบว่ามีรอยร้าวหรือไม่
- ประตู หน้าต่าง ที่โดนฉีดน้ำแล้ว มีน้ำรั่วซึมหรือไม่
- ฝ้าเพดาน มีการรั่วซึมของน้ำที่ทดลองฉีดมาหรือไม่ ฝ้ามีผิดรูปหรือไม่
- กระเบื้อง ทดสอบโดยการเคาะกระเบื้องทุกแผ่น ถ้ามีกระเบื้องที่ปูนกาวไม่เต็มแผ่น เสียงจะแตกต่างจากกระเบื้องอื่น ๆ
- บันได แข็งแรงหรือไม่ ให้เหยียบดูหลาย ๆ รอบ มีการยุบตัวหรือไม่ แต่ละขั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่
ระบบน้ำ
- ให้ดูการรั่วซึมของการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ ซิงค์ล้างจาน ให้ลองใช้อะไรก็ได้อุดการไหลทิ้งของน้ำแล้วปล่อยให้น้ำขัง แล้วดูว่าน้ำรั่วซึมไปจุดไหนหรือไม่
- การกดน้ำเสียที่ชักโครก ให้ดูการการระบายน้ำปกติหรือไม่ มีน้ำรั่วซึมหลังจากการกดชักโครกหรือไม่
ระบบไฟฟ้า
- ดูการทำงานของไฟฟ้าทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น สวิตซ์ไฟ เครื่องสับเบรกเกอร์ การเดินสายไฟ เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับกับการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ขอแนะนำอีกอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะให้ได้ที่บ้านที่สมบูรณ์และมีคุณภาพที่สุด ถ้าจะตรวจรับบ้าน อยากให้ชวนเพื่อนหรือแฟนไปด้วยนะ จะได้ช่วยกันดูได้ หรือใครไม่มั่นใจในการตรวจเองก็สามารถจ้างคนที่สามารถตรวจงานรับบ้านแทนเราก็ได้ แต่ก็ควรไปดูด้วยตาเราด้วยนะครับ
แต่ก่อนตรวจรับบ้านก็ต้องมีบ้านให้ตรวจก่อน ลองมาหาบ้านก่อนได้ที่ Kaidee Property มีบ้านหลากหลายแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกสรรเลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
บ้าน เป็นสถานที่แรกที่เราอยากจะพุ่งตัวไปพักผ่อน ชาร์จแบตให้หายจากความเมื่อยล้า แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราได้กลับมาอยู่ในบ้านที่เป็นบรรยากาศในฝัน ซึ่งในปัจจุบันมีแบบบ้านมากมายที่เป็นที่นิยม แต่จะมีแบบไหนบ้างนะที่เป็นแบบที่ใช่ในสไตล์คุณ ไปทำความรู้จัก 5 ไอเดียแต่งบ้านที่ใช่ในสไตล์คุณ ลองมาดูกันว่าการแต่งบ้านในแบบที่คุณชอบเป็นแบบไหนกันนะ
Minimal Style
มาเริ่มที่แบบแรกกันเลย การแต่งบ้านยอดฮิตของหนุ่มๆสาวๆยุค 4.0 ที่ชอบความเรียบง่าย สบายๆ ไม่เยอะ ตกแต่งเท่าที่จำเป็น โดยคอนเซปต์ของ Minimal style คือ ‘Less is more’ น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่น การตกแต่งก็ง่ายๆ เพียงแค่เน้นการคุมโทน แนวสีขาว สีน้ำตาล เปลี่ยนบ้านให้เป็นคาเฟ่น่ารักๆไปเลย
Modern Style
แบบที่สอง ดูดี มีสไตล์ กับไอเดียตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมในทุกยุคทุกสมัย ด้วยเสน่ห์ของการออกแบบที่ดูดีมีรสนิยม ที่มีคล้ายกับการแต่งบ้านสไตล์มินิมอล แต่จะเน้นหนักในทางการคุมโทนด้วยการเลือกสีมาหนึ่งสี และตกแต่งให้เป็นสีเดียวกันทั้งหมด ทำให้เมื่อมองไปยังบ้านที่ถูกตกแต่งด้วย Modern Style จึงแฝงไปด้วยสเน่ห์ของความน่าค้นหา ทั้งบ้านและเจ้าของบ้าน
Worm Cozy Style
สไตล์นี้เป็นสไตล์ที่ ตกแต่งง่ายมาก ง่ายแบบไม่มีอะไรกั้น โดยส่วนใหญ่มักจะพบสไตล์ Warm Cozy ในประเทศที่มีอากาศหนาว หรือสถานที่ที่อยากได้ฟีลลิ่งอบอุ่น เนื่องจากไอเดียนี้จะใช้การตกแต่งที่ให้ความเป็นธรรมชาติ โดยใช้สี Earth Tone เป็นหลัก ทำให้บ้านมีความอบอุ่นมากขึ้น เวลามองไปยังบ้านสไตล์นี้จึงทำให้ดูสบายตา ผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
Rustic Farmhouse Style
เต็มอิ่มกับกลิ่นอายธรรมชาติด้วยการแต่งบ้าน ที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ด้วยสเน่ห์ของการใช้ความเป็นธรรมชาติที่แทบจะไม่ผ่านการดัดแปลงที่มากมาย ใช้ความสวยงามของธรรมชาติแท้ๆ หิน ไม้ งานแฮนด์เมด มาตกแต่งบ้าน ทำให้พื้นที่ของบ้านที่ตกแต่งแบบ Rustic Farmhouse Style จึงเริ่มเป็นที่นิยมมากในหมู่คนเมืองที่ต้องการพาตัวเองกลับไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
Coastal Style
มาถึงไอเดียการแต่งบ้านสไตล์สุดท้าย เอาใจคนชอบใจเซไปทะเลเวลาเศร้า ด้วยบ้านแบบ Coastal Style ที่มาพร้อมกับการแต่งบ้านสไตล์ Hamptons เมื่อผสมผสานกันแล้วทำให้บ้านที่แสนธรรมดา กลายเป็น บ้านพักตากอากาศที่หรูหรา ของมหาเศรษฐีอเมริกา การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากหาดทรายสีขาว และทะเลที่เงียบสงบ ใช้สีโทนเย็น ได้แก่ สีฟ้า สีเขียว สีขาว สีเบจ ผนวกเข้ากับแสงธรรมชาติ ที่จะช่วยทำให้บ้านของคุณดูโล่ง โปร่ง สบาย เหมาะกับเวลาพักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยล้า เสมือนว่าคุณได้ไปเที่ยวอยู่ตลอดเวลา
เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับ 5 ไอเดียแต่งบ้านที่ใช่ในสไตล์คุณ แต่งตามได้ไม่ยากเลยใช่มั้ย เซฟเก็บไว้ในลิสต์ เตรียมพร้อมกับการเนรมิตบ้านให้เป็นสไตล์ของทุกคนได้เลย ส่วนใครที่อยากตกแต่งบ้าน แต่ยังไม่เจอบ้านที่ปัง ทำเลใช่ แบบบ้านที่ถูกใจ ให้ KaideeProperty ช่วยคุณหาบ้านสวยๆ ราคาถูก คุณภาพดี
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
เพื่อน ๆ หลายคน พอมีงานทำที่มั่นคงกันแล้ว ก็มักจะวางแผนที่จะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งใช่ไหมล่ะครับ บางคนก็มีแผนจะซื้อคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะสะดวกกว่า บางคนอยากที่จะซื้อบ้านมากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่เยอะกว่า มีความเป็นส่วนตัว และสามารถรองรับสมาชิกครอบครัวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย วันนี้บทความเรามีคำตอบให้กับคุณแน่นอน ถ้าหากจะซื้อที่อยู่ ควรจะซื้อบ้านหรือคอนโดดี ซึ่งจะมีปัจจัยหลัก ๆ 7 ข้อในการตัดสินใจ มาดูกันเลย มีอะไรบ้าง
1. ทำเลที่ตั้ง
คอนโด
คอนโดจะได้เปรียบในเรื่องนี้ โดยคอนโดส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีทำเลที่ตั้งใกล้กับรถไฟฟ้าและใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกมากมายอย่าง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งทำเลที่ติดรถไฟฟ้าจะเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ราคาพื้นที่บริเวณโดยรอบมีมูลค่าเพิ่มไปด้วย จึงทำให้คนที่เป็นเจ้าของคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ สามารถเก็บไว้เก็งกำไรเพื่อขายต่อหรือปล่อยเช่าได้
โครงการบ้าน
หมู่บ้านจะเป็นส่วนน้อยมาก ๆ ที่จะตั้งอยู่ทำเลกลางเมืองหรือติดกับรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เนื่องจากพื้นที่ในการสร้างโครงการต้องใช้พื้นที่เยอะกว่าการสร้างคอนโดที่เป็นตึกสูง ซึ่งจะเห็นโครงการบ้านส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นแถบแนวชานเมืองเลย หรือถ้าเป็นโครงการบ้านใจกลางเมืองราคาก็จะสูงมาก ๆ เลยล่ะ
2. พื้นที่ใช้สอย
คอนโด
พื้นที่ใช้สอยภายในคอนโด อาจจะไม่เยอะเท่าบ้าน เพราะว่าแต่ละโครงการคอนโดก็จะกำหนดพื้นที่ของแต่ละห้องมาให้เลือกเลย ซึ่งบางโครงการราคาสูงยังได้ห้องที่เป็น Studio แต่ถ้าอยากได้พื้นที่เยอะ ห้องแบ่งเป็นสัดส่วน ราคาของห้องก็สูงมากเลยล่ะ
โครงการบ้าน
พื้นที่ใช้สอยของบ้านนั้น เป็นข้อได้เปรียบ เพราะบ้านให้พื้นที่มากกว่า ห้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ของแต่ละห้องก็สามารถปรับแต่งหรือตกแต่งเพิ่มได้และยังสามารถวางของได้เยอะ โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งที่คอนโดไม่มี ซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้และที่สำคัญ คือ สามารถปลูกต้นไม้ จัดสวน หรือจะตกแต่งให้พื้นที่ภายนอกให้สวยงามตามใจเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย
3. สิ่งอำนวยความสะดวก
คอนโด
คอนโดนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยจะมีส่วนกลางที่ทำเพื่อผู้ที่เป็นเจ้าของห้องในคอนโดนั้น ได้ทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหรือใช้ทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดพักผ่อน โดยสิ่งพื้นฐานที่คอนโดมี คือ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน ห้องสมุด ซึ่งบางที่อาจมีห้องซาวน่าและห้องสตรีมด้วย
โครงการบ้าน
โครงการบ้านในปัจจุบันก็จะมีส่วนกลางที่คล้ายกับคอนโด เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในโครงการสามารถใช้ทำกิจกรรมหลังเลิกงานหรือในช่วงวันหยุด โดยจะมี สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน และส่วนกลางอื่น ๆ อีกมากมาย แต่อาจจะเดินทางไปที่ส่วนกลางไกลหน่อยนะ
4. ความเป็นส่วนตัว
คอนโด
เมื่อเพื่อน ๆ คิดที่จะซื้อคอนโดแล้ว จะต้องยอมรับความเป็นส่วนตัวที่อาจจะไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร เพราะว่าห้องของคอนโดเป็นอาคารชุด ห้องอยู่ติดกัน ไม่ว่าข้างห้องจะทำอะไรเสียงดัง ห้องที่ติดกันก็จะสามารถได้ยินเสียงนั้นได้ เสียงเบาหรือดังขึ้นอยู่กับผนังของห้องว่ามีการดูดซับเสียงมากขนาดไหน
โครงการบ้าน
บ้านจะมีข้อได้เปรียบกว่าคอนโดตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่อยู่ติดกับใคร ไม่ว่าจะทำอะไรที่เสียงดังในระดับที่ปกติหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น ทำอาหาร ล้างรถ หรือกิจกรรมใด ๆ ก็ตามแต่ ก็สามารถทำให้อย่างสะดวก ไร้กังวล เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็ยังอยู่ในบริเวณบ้านและไม่สร้างความรบกวนให้กับใคร
5. ระบบความปลอดภัย
คอนโด
เนื่องจากคอนโดเป็นอาคารที่เป็นตึกสูง เพราะฉะนั้นคอนโดจึงมีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยหลายเรื่อง เช่น เพลิงไหม้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องใดห้องหนึ่ง มีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะลามไปห้องข้าง ๆ ได้รวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง อีกทั้งการโดยสารด้วยลิฟท์ มีโอกาสเสี่ยงการเกิดลิฟท์ค้างหรือไฟดับได้ด้วย
โครงการบ้าน
เรื่องความปลอดภัยของบ้าน ก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของทรัพย์สิน เนื่องจากบ้านจะมีความเป็นส่วนตัวและเงียบ ความปลอดภัยทางเข้า – ออกอาจจะไม่รัดกุมเท่าคอนโด อาจจะทำให้มีขโมยเข้ามานำสิ่งของออกไปได้ง่าย ต่างจากคอนโดที่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น การแตะการ์ดเข้าตึก กล้องวงจรปิดทุกชั้น นั่นเอง นอกจากนี้ บ้านยังมีความเสี่ยงเรื่องภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม ถ้าหากหมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
6. การบำรุงรักษา
คอนโด
การดูแลบำรุงรักษาคอนโดนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะอยู่ที่ส่วนกลางของคอนโดมากกว่า โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางนิติของคอนโดจะเก็บกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว เจ้าของห้องก็จะดูแลเรื่องบำรุงรักษาภายในห้องเท่านั้น
บ้าน
ส่วนบ้านการบำรุงดูแลรักษาจะจุกจิกกว่าคอนโด เนื่องจากบ้านนั้นมีความเป็นส่วนตัวและมีพื้นที่เยอะ เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งภายในบ้าน รอบ ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลก็จะเยอะกว่าคอนโดนั่นเอง
7. จำนวนสมาชิกของครอบครัว
คอนโด
คอนโดจะเหมาะกับสมาชิก 1 – 2 คน ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนห้อง จำนวนสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในและพื้นที่เก็บของ ซึ่งเหมาะกับการที่จะอยู่ 1 – 2 คน เพราะจะทำให้การอยู่ไม่แออัดในการใช้ชีวิตมากกว่าจะอยู่จำนวนที่เยอะกว่านั้น
โครงการบ้าน
ส่วนบ้านจะเหมาะกับสมาชิกครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวที่ย้ายมาจากคอนโดเพราะมีบุตร ซึ่งบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่ามาก สะดวกสบายกว่าในการใช้ชีวิต ที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย
เป็นไงบ้างครับเพื่อน ๆ อ่านบทความมาถึงตอนนี้แล้ว ตัดสินใจกันได้หรือยังว่าจะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดดี ถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจบ้านหรือคอนโด ราคาดี มีคุณภาพ ทาง Kaidee Property เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย แวะมาชมก่อนได้นะครับ