เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน

เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร 

แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน

มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ 

หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย 

2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง

มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ

3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ

4. ระบบไฟอัจฉริยะ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ

5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา

แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ

6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง 

บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย  

คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย 

สรุปท้ายบทความ 

การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง  

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย 

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยถูกพัฒนาขึ้นอย่างหลากหลาย จะเห็นได้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่พักอยู่อาศัยเริ่มเยอะขึ้นเนื่องจากความต้องการของประชากรมีเพิ่มขึ้น อีกทั้งจำนวนประชากรที่เยอะขึ้นอีกด้วย จึงทำให้ที่พักอาศัยเป็นสิ่งสำคัญของคนที่กำลังจะซื้อที่อยู่อาศัยหรือกำลังขยับขยายครอบครัวนั้นเอง 

แต่ในปัจจุบันก็มีประเภทของที่อยู่อาศัยให้เลือกเยอะมากมาย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองอย่างคอนโดมิเนียมนั่นเอง ที่ในปัจจุบันนั่นผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในเมืองกรุงและกำลังแผ่ขยายออกไปตามชานเมืองและปริมณฑล

คอนโดมิเนียม ดีอย่างไร

ในปัจจุบันถ้าพูดถึงประเภทที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองกรุงก็คงจะต้องนึกถึง คอนโดมิเนียม เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบ และในอนาคตมูลค่าของคอนโดมิเนียมก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้น ถ้าหากพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำเลทอง

คอนโดมิเนียม ทำไมถึงน่าลงทุน

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า วันนี้เรามีข้อดีของคอนโดมิเนียม ว่าทำไม ถึงเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน มาดูกันเลย 

1. ทำเลที่ดี 

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพหรือทำเลทองนั่นเอง 

ทำเลศักยภาพ มีความหมายว่า เป็นทำเลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ มีการขยายตัวของธุรกิจ มีชุมชน มีที่พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีการซื้อ-ขายอสังหาในราคาที่ดีและมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ซึ่งคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน มีการตั้งอยู่บนทำเลเหล่านี้ของกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าในอนาคต มีความคิดที่จะปล่อยเช่าหรือปล่อยขาย ราคาเช่าหรือขายก็จะเป็นราคาที่ดีมากแน่นอน

2. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก 

ก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับสิ่งความสะดวกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT
  • ทางด่วนสายสำคัญ
  • ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ 
  • อาคารสำนักงานหลายแห่ง 
  • สถานที่สำคัญต่าง ๆ  เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล 
  • แหล่งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อบริเวณรอบ ๆ คอนโดฯ 

สถานที่เหล่านี้ ทำให้คนที่อยู่ คอนโดมิเนียม ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางที่นาน 

3. สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คอนโด

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันนั้นยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแบบครบครัน ที่สร้างมาให้ผู้ที่อยู่อาศัย สามารถใช้งานให้ครบ จบ ที่คอนโดเพียงที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความสบายในการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอกให้เสียเวลาในการเดินทางหรือต้องเสียเงินในการจ่ายค่าสมาชิกเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดมิเนียมที่เราจะเห็นกัน คือ 

  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส 
  • สวนหย่อมสำหรับนั่งพักผ่อน 
  • ห้องอ่านหนังสือ 

ส่วนโครงการที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ 

  • ห้องซาวน่า 
  • ห้องสตรีม 
  • ห้องสมุด 
  • ห้องทำงาน 
  • ห้องประชุม
  • ห้องสำหรับทำอาหารร่วมกัน 
  • ลู่วิ่ง Outdoor ขนาดใหญ่ 
  • สถานที่สำหรับกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามบาสฯ 
  • พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อน 

ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเหล่านี้ สามารถเห็นได้ที่คอนโดมิเนียมเกือบทุกที่ในปัจจุบัน และแน่นอนว่าคุณสามารถใช้ทุกที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย 

4. ราคาที่เพิ่มขึ้น ไม่มีลด 

สำหรับคอนโดมิเนียม เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ที่ตั้งที่ดี ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ถ้าหากว่าคุณซื้อเพื่ออยู่อาศัยในวันนี้ ในอนาคตคุณจะมีการขยับขยายในเรื่องของที่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คอนโดมิเนียม คุณสามารถปล่อยเช่าได้หรือสามารถขายขาดในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่คุณซื้อในตอนแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่าของที่ดินจะมีการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี 

ทั้งหมดทั้งมวลผลจะมาจาก พื้นที่ตั้งของคอนโด มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการลงทุนเยอะ มีสถานที่สำคัญขยายมาตั้งเยอะ จึงทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีมูลค่าสูงเลยส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้นตามไปด้วยหรือถ้าคุณอยากปล่อยเช่าก็สามารถทำได้

5. การบำรุงรักษา

การบำรุงรักษาปรับปรุงห้อง เพื่อให้ห้องอยู่ในสภาพที่ใหม่ตลอดเวลา การบำรุงรักษาก็อยู่ในเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยห้องของเราที่มีพื้นที่ที่ต้องบำรุงรักษาน้อย ไม่เหมือนกับบ้านที่ต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาที่เยอะกว่าเพราะมีพื้นที่ที่เยอะกว่า เพราะฉะนั้นการนำเงินไปลงทุนกับคอนโดจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการลุงทุนซื้อบ้านนั่นเองครับ

6. ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี 

ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมน่าสนใจ ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนคุณเข้าไปในตัวคอนโดได้ คุณจะต้องผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีระบบ Keycard หรือจะเป็นระบบ easy pass สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยไว้เป็นระบบผ่านไม้กั้นเข้ามายังตัวคอนโด ก่อนเข้าคอนโดก็จะต้องใช้ Keycard เพื่อแตะเข้าไปยังคอนโดอีกรอบ และในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่จะมีระบบแตะ Keycard เพื่อใช้ลิฟต์อีกด้วยและยังมีประตูห้องที่เป็นระบบ Digital Door Lock สำหรับแตะ Card เข้าห้องหรือจะเลือกเป็นกดรหัสผ่าน สแกนลายนิ้วมือและไขกุญแจได้อีกด้วย นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมก็ยังมีกล้องวงจรปิดติดไว้ทุกส่วนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสบายใจในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย 

สรุปท้ายบทความ

คอนโดมิเนียมเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเมืองที่กำลังมองหาที่อยู่เพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า ซึ่งความคุ้มค่า ความสะดวกสบายของคอนโดมิเนียมจะมีให้แบบครบครัน เช่น ทำเลที่ตั้งที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและภายนอก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ คอนโดมิเนียม เป็นทรัพย์สินที่น่าลงทุนครับ 

หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือหาซื้อบ้านหลังที่ 2 อยู่ สามารถมาหาซื้อได้ที่ Kaidee Property ได้เลย มีราคาและทำเลที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกได้อย่างสบาย ๆ 

New CBD ย่านความเจริญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

New CBD ย่านความเจริญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ถ้าพูดถึงย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ทุกคนจะต้องนึกถึงย่านใหญ่ ๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น สยาม ชิดลม สีลมและสาทร เป็นต้น แต่ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีขนาดเศรษฐกิจและประชากรที่ขยายใหญ่ขึ้น จึงทำให้กรุงเทพมหานครเกิดย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่วา่จะเป็นเรื่องการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ เช่น ตึกสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงที่พักอาศัยอย่าง คอนโดมิเนียม เป็นต้น ที่กำลังขยายออกมาตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจใหม่หรือที่เรียกกันว่า New CBD ย่ามาจาก Central Business District ที่มีความหมายภาษาไทยว่า ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจ เป็นย่านที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งงาน กิจการธุรกิจต่าง ๆ และยังรวมไปถึงมี LifeStyle ทางสังคมต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งจะนึกถึงย่านไหนไม่ได้เลย นั่นคือ ย่านรัชดาฯ – พระราม 9 ทำเลทอง ทำเล New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร

ปัจจัยที่ทำให้เกิด New CBD 

1. ทำเลที่รวมธุรกิจต่าง ๆ 

โดยการที่จะเกิด New CBD ได้นั้นต้องมีปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเล New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง 

  • ตึก G-Tower 
  • Unilever House 
  • The Ninth Tower พระราม 9 
  • ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 
  • AIA Capital Center
  • True Tower1 

และตึกสำนักงานอีกหลายแห่งที่มีบริษัทต่าง ๆ เช่าพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สำหรับออฟฟิศของบริษัทอยู่เยอะเลยละ

2. การคมนาคมที่สะดวกสบาย

แน่นอนว่าเป็นแหล่งรวมธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ แล้ว การเดินทางเข้ามาในทำเลก็ต้องมีความง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 เป็นทำเลที่มีการคมนาคมที่ครอบคลุม เดินเข้ามาง่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ ใช้ขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ที่นั่งเข้ามาได้จากหลายสาย ที่สำคัญระบบรถไฟฟ้า MRT ที่สามารถนั่งมาจากสถานีไหนก็ได้ก็สามารถเชื่อมต่อมายังสถานีในทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 ได้อย่างสะดวกสบาย โดยในปัจจุบัน เส้นทาง รัชดาฯ – พระราม 9 จะมี รถไฟฟ้า MRT สถานี พระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรม, และมีพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง สถานีห้วยขวาง, สถานีสุทธิสาร และสถานีรัชดาภิเษก ที่อยู่ใกล้พื้นที่พระราม 9 นั่นเอง  

3. ที่พักอาศัย

และแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล New CBD แล้ว ในพื้นที่ทำเลนี้จะต้องมีแหล่งชุมชนบ้านเรือนของประชากรเดิมที่มีอยู่แล้ว และมีโครงการของคอนโดมิเนียมและโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้สร้างที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนที่เข้ามาทำงานในทำเลพระราม 9 เพื่อจะได้เดินทางไปทำงานอย่างสะดวกสบาย ซึ่งราคาจะมีตั้งแต่ 2 ล้านปลาย ๆ ขึ้นไปจนถึงหลักสิบล้านกันเลยทีเดียว เนื่องจากราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยนั่นเองครับ  

4. สถานที่สำคัญและแหล่งรวม Lifestyle คนเมือง 

โดยทำเลนี้จะเป็นทำเล New CBD ไม่ได้เลยถ้าขาดแหล่ง LifeStyle คนเมืองอย่าง ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ชอป เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้คนนั้นออกไปใช้เงิน จับจ่ายใช้สอย ทำให้เงินหมุนเวียน ส่งผลให้ในทำเลนี้มีการซื้อ-ขาย กันแบบคึกคัก เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 นั้นก็มีปัจจัยที่ว่านี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่าง 

  • Central พระราม 9
  • Fortune พระราม 9 
  • Show DC พระราม 9 
  • Esplanade รัชดาฯ 

และห้างสรรพสินค้าอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนให้ไปจับจ่ายใช้สอยอย่าง ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ นั่นเอง รวมไปถึงสถานที่กิน เที่ยวกลางคืนอีกหลายสถานที่ จึงทำให้ทำเลนี้มีความคึกคักของผู้คนเป็นพิเศษ อีกทั้ง ยังมีสถานที่สำคัญอย่าง สถานที่ราชการ สถานทูต โรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง จึงทำให้ทำเล รัชดาฯ – พระราม 9 มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แบบครบครัน 

5. Location 

แน่นอนว่าการได้ตำแหน่งที่ตั้งที่ดีเป็นสิ่งที่ได้เปรียบมาก ๆ สำหรับที่พักอาศัย เพราะนั่นหมายถึงว่าเรามีความสะดวกสบายต่าง ๆ อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช๊อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในย่านที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปที่ไหนก็ได้  

สรุปท้ายบทความ  

ทำเล New CBD มีหลายสิ่ง หลายปัจจัยรวมกันทำให้ทำเลนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทองหรือ New CBD นั่นเอง โดยเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนในด้านของอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะประเภทตึกสำนักงาน คอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยรูปแบบอื่น ๆ ต่างมีความต้องการที่จะเข้ามาซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่อลงทุน เนื่องจากความต้องการของคนในเรื่องของที่อยู่อาศัยมีสูงขึ้น เพราะทำเลนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม ความต้องการของผู้คนเหล่านี้มีความต้องการที่จะซื้อและเช่าคอนโดในบริเวณทำเลนี้ด้วย เพื่อความสะดวกสบายต่อการเดินทาง จึงทำให้ทำเลนี้เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนค่อนข้างให้ความสำคัญและเป็นทำเลที่ผู้คนอยากจะเข้ามาซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง 

หากใครกำลังหาที่อยู่ในพื้นที่ New CBD รัชดาฯ – พระราม 9 ที่ Kaidee Property เรามีที่พักอาศัยให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในรูปแบบและราคาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุนต่อ ก็เป็นความคิดที่ดีเลยละครับ  

ย่าน North CBD คือย่านอะไร เหมาะที่จะลงทุนซื้อคอนโดไหม?

ย่าน North CBD คือย่านอะไร เหมาะที่จะลงทุนซื้อคอนโดไหม?

ถ้าพูดถึงย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Central Business District (CBD) โดยมีคำจำกัดความแบบเข้าใจง่าย กระชับ นั่นคือ เขตพื้นที่ศูนย์รวมของแหล่งงานกิจการธุรกิจและกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ ของคนเมือง ซึ่งถ้าเป็นกรุงเทพมหานครในตอนที่ยังมีความเจริญอยู่ในย่านเดียว

แต่ในปัจจุบันความเจริญได้แผ่ขยายออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ รถไฟฟ้าเริ่มครอบคลุมในทุก ๆ พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็กระจายไปผุดขึ้นตามทำเลที่มีแนวโน้มเป็นทำเลทองในอนาคตซึ่งรวมไปถึงที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมือง คือ คอนโด ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทั้งในแบบธรรมดาและระดับ Luxury เพื่อดูดคนให้มาลงทุนซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุนในอนาคตด้วยนั่นเอง 

โดยในปัจจุบัน จะแบ่งย่าน CBD ไว้ประมาณ 6 ย่าน ได้แก่ 

  • Core CBD บางรัก – สาทร ถึง ปทุมวัน – ราชเทวี 
  • Outer CBD พระราม 4 – อโศกมนตรี – สุขุมวิท – ทองหล่อ/เอกมัย 
  • New CBD อโศก – พระราม 9 – รัชดาภิเษก – ห้วยขวาง 
  • North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ 
  • East Center บางนา – สุขุมวิทตอนล่าง 
  • MidTown อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – พหลโยธิน – อารีย์ 

โดยวันนี้บทความเราจะมาพูดถึงย่านที่น่าจับตามองและจะกลายเป็นทำเลทองในอนาคตอย่าง North CBD ห้าแยกลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ นั่นเองครับ

North CBD ย่าน New CBD ตอนเหนือของกรุงเทพฯ

ถ้าให้พูดถึงย่าน New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ย่านศูนย์รวมของแหล่งงาน ธุรกิจ ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ซึ่งย่านห้าแยกลาดพร้าว  – จตุจักร – บางซื่อ เป็นย่านที่รวมเอาศูนย์การค้าต่าง ๆ อาคารทำงานสำนักต่าง ๆ รวมไปถึงคอนโดที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2563 ขึ้นเป็นจำนวนมาก และสิ่งสำคัญที่ทำให้ทำเลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ คือ การมีคมนาคมที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ที่มีเชื่อมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มีรถไฟฟ้า BTS และ MRT และมีสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยนี้เหล่าเลยทำให้ทำเลย่านห้าแยกลาดพร้าว – จตุจักร – บางซื่อ เป็น New CBD ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครนั่นเอง 

เจาะ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ

1. จุดรวมการเชื่อมต่อ การคมนาคมที่ครบครัน 

ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล North CBD ของกรุงเทพแล้ว การคมนาคมก็ต้องครบเครื่อง โดยห้าแยกลาดพร้าว  – จตุจักร – บางซื่อ มีการคมนาคมที่ครบสมบูรณ์แบบทั้งรถเมล์ที่วิ่งให้บริการถึง 18 สายปลายทางเชื่อมต่อไปทุกเส้นทางของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งในเมืองและชานเมือง อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟกลางบางซื่อ เป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยจะรวบรวมรถไฟเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเชื่อมกับ

  • แอร์พอตเรลลิงค์วิ่งไป-กลับสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ 
  • รถไฟฟ้าความสูง HSR 
  • รถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง

2. แหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง 

ทำเลนี้เป็นทำเลที่รวบรวมเอาแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ มาไว้ จึงทำให้เป็นทำเลที่คึกคักมาก อย่างห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ผู้คนต่างนิยมมาเดินช้อปปิ้ง มาทานอาหารกันอย่างคึกคัก ห้างยูเนี่ยนมอลแหล่งรวมเสื้อผ้าที่หลากหลาย รวมไปถึงห้างสรรพค้าต่าง ๆ อย่าง เมเจอร์ รัชโยธิน โลตัส บิ๊กซี อีกทั้งยังมีตลาดนัดที่มีชื่อเสียงอย่างตลาดนัดจตุจักรที่ผู้คนต่างมาเดินซื้อของกัน จึงทำให้ทำเลแห่งนี้เป็นทำเลที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่จะเป็น North CBD ของกรุงเทพฯ

3. ที่ตั้งของอาคารสำนักงานและสถานที่สำคัญ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นทำเล North CBD คือ การที่มีอาคารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศมากมาย เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน นั่นคือ การมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาตั้งบริษัทที่ทำเลนั้น ๆ อย่างในปัจจุบัน ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ เป็นทำเลที่บริษัทต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งบริษัทตามอาคารสำนักงานตึกสูงหลายแห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานและดึงกลุ่มคนทำงาน เข้ามาทำงานในทำเลนี้ จึงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตขึ้น ยกตัวอย่างตึกสำนักงานอย่าง

  • ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ 
  • ปตท. สำนักงานใหญ่ 
  • ตึก TMB 
  • SJ infinite 
  • Sun tower 
  • ตึก Bangkok Airways 
  • ตึก THAI Airways 
  • ตึก PST 
  • ไทยรัฐ 

และมีอาคารสำนักงานที่กำลังจะเกิดอีกหลายแห่ง เช่น 

  • S Oasis อาคารสำนักงานสูง 36 ชั้น คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 
  • Ratchayothin Hills ที่รวมเอา โรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อยู่ด้วย คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 
  • Mochit Complex ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและแหล่งค้าปลีก คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2566 

โดยที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของตึกอาคารสำคัญต่าง ๆ แต่ยังมีอาคารสำนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในทำเลแห่งนี้

4. ที่อยู่อาศัย

แน่นอนว่าเป็นทำเล North CBD มีที่อยู่อาศัยบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วและในปัจจุบันมีโครงการคอนโดต่าง ๆ ขึ้นเป็นแนวรถไฟฟ้าและขึ้นในพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อเยอะมากซึ่งจะเป็นคอนโดหลายประเภททั้งแบบ Low Rise และ High Rise

โดยที่ผู้คนต่างก็พากันมาลงทุนซื้อพื้นที่ในทำเลนี้เพื่ออยู่อาศัย สิ่งสำคัญคือการรองรับประชากรที่ต้องเพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรองรับคนที่มีกำลังซื้อเพื่ออาศัยอยู่จริง ๆ หรือซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า โดยทำเลนี้ก็เหมาะกับคนทำงานทำงานที่ทำเลนี้อยู่แล้วในเมือง เพราะเป็นทำเลที่สามารถเดินเชื่อมต่อเข้าเมืองและออกนอกเมืองก็สะดวก

โดยตัวอย่างคอนโดที่อยู่ในทำเลนี้ คือ

  1. Life ลาดพร้าว 

ขอบคุณภาพจาก: Life ลาดพร้าว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link 

รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว จาก AP Thailand คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 45 และ 46 ชั้น กับห้องพักทั้งหมด 1,615 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Iconic Lobby
  • The Share Space
  • Intelligent Co – Thinking Space
  • Mailbox
  • Smart Locker
  • The Urban Oasis
  • Sky Social Club
  • Theatre House
  • Panoramic Health Club
  • Multi Purpose Room
  • Cityscape Infinity Lap Pool and Sky Cabana
  • Steam
  • Sauna
  • Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง
  • Green Landscape 
  • Street Bas Court
  • Play House
  • EV Charger
  • ที่จอดรถ 723 คัน
  • ร้านค้า 1 ยูนิต
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ภายนอก  

  • BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว 
  • Central ลาดพร้าว
  • Major รัชโยธิน
  • Big C Extra ลาดพร้าว 2
  • SCB Park
  • ตลาดบางเขน
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

  1. Life ลาดพร้าว แวลลีย์ 

ขอบคุณรูปภาพจาก: Life ลาดพร้าว แวลลีย์  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link

รายละเอียด: คอนโด Life ลาดพร้าว แวลลีย์ จาก AP / The First Adventurous Luxury Residence คอนโด High Rise สูง 44 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 1,141 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Lobby
  • Intelligent Co – Thinking Space
  • Mailbox
  • Smart Locker
  • Multi Living Space
  • Library
  • Theatre House
  • Multi Purpose Room
  • สระว่ายน้ำ 3 สระ 
  • Steam and Sauna
  • หน้าผาจำลอง
  • Free Wi-Fi ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ 24 ชั่วโมง
  • Green Landscape 
  • ที่จอดรถ 484 คัน
  • ร้านค้า 1 ยูนิต
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ภายนอก  

  • BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว 
  • Central ลาดพร้าว
  • Major รัชโยธิน
  • Big C Extra ลาดพร้าว 2
  • SCB Park
  • ตลาดบางเขน
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลเมมโมเรียล พหลโยธิน
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

  1. The Line พหลโยธิน พาร์ค  

ขอบคุณรูปภาพจาก: The Line พหลโยธิน พาร์ค 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: Link 

รายละเอียด: คอนโด The Line พหลโยธิน พาร์ค จาก Sansiri คอนโด High Rise สูง 46 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 981 ยูนิต กับ 1 ร้านค้า คาดจะสร้างเสร็จในปี 2565 

ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

ภายใน

  • Lobby
  • Mailbox
  • Photo Studio
  • Co-Working Space
  • Workshop Room
  • Meeting Room
  • Co-Playing Space
  • Co-Living Space 
  • Co-Cooking Space 
  • สวนดาดฟ้า
  • ฟิตเนส
  • สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 
  • กล้องวงจรปิดภายในโครงการ 
  • รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง

ภายนอก  

  • BTS สถานีพหลโยธิน 24
  • MRT สถานีพหลโยธิน 
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข 
  • Lotus ลาดพร้าว
  • ยูเนี่ยนมอล
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว 
  • เมเจอร์ รัชโยธิน 
  • Avenue รัชโยธิน 
  • SCB Park 
  • โรงเรียนหอวัง
  • มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์น 
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • โรงเรียนสารวิทยา 
  • มหาวิทยาลัยจันทรเกษม 
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • กรมป่าไม้
  • สำนักงานขนส่ง 
  • สำนักงานสรรพากร 
  • สนามกีฬากองทัพบก 
  • โรงพยาบาลเปาโล เกษตร 
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 

และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย 

ราคาเริ่มต้น: 4.2 ล้านบาท 

5. อนาคตทำเลทอง ซื้อไว้มีแต่ราคาขึ้น

ไม่ใช่แค่ในอนาคตจะเป็นทำเลทองอีกหนึ่งที่ของกรุงเทพ แต่ในตอนนี้ทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเลทอง ทำเลศักยภาพ เป็น Next North CBD ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว เพราะด้วยหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ทำเลแห่งนี้กลายเป็น North CBD ที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า แหล่งกิน เที่ยว ช้อป ไม่ว่าจะหมุนตัวหรือขับรถไปทางไหนก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งการเดินทางก็ยังสะดวกสบาย เพราะใกล้ขนส่งสาธารณะต่าง ๆ หรือจะเลือกเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปที่ไหนก็สามารถไปได้ทุก ๆ ที่อย่างสะดวกสบาย

สรุปท้ายบทความ 

สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดทำเลห้าแยกลาดพร้าว – บางซื่อ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ในอนาคตถ้าไม่อยู่อาศัยแล้ว เพราะต้องขยับขยายก็สามารถขายและปล่อยเช่าเป็นรายได้อีกทางก็ได้ เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาขึ้นแน่นอน เนื่องจากทำเลนี้เป็นทำเลทองที่กำลังขยับขยาย เป็นทำเลที่กำลังเจริญและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ถ้าใครคิดจะลงทุนซื้อคอนโดนั่นเป็นความคิดที่ดีเลยละครับ 

แต่ถ้าหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่ทาง Kaidee Property เราก็มีคอนโดให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเยอะเลย ลองเข้ามาดูกันก่อนได้นะครับ คลิกเลย 

รู้จัก ย่านพัฒนาการ ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง

รู้จัก ย่านพัฒนาการ ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง

ย่านพัฒนาการ เป็นพื้นที่ที่ขยายมาจากย่านศรีนครินทร์ อยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นย่ายทีั่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และถนนพัฒนาการก็เป็นถนนที่มีความสำคัญในฝั่งนี้ ถึงแม้จะมีอายุเพียง 30 ปี โดยถนนนี้มีความยาวตั้งแต่แยกคลองตันซึ่งเป็นจุดตัดของ ถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง และถนนสุขุมวิท 71 ไปจนถึงถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 รวมประมาณ 10.3 กิโลเมตร

ประวัติความเป็นมา ย่านพัฒนาการ

ถนนพัฒนาการเกิดจากการลงทุนของนักธุรกิจที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ตาบอดในย่านนี้ที่ต้องเดินทางด้วยเรือเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นก็มีการยกพื้นที่ส่วนนี้ให้กับทางรัฐบาลเพื่อให้มีการพัฒนาถนนเส้นนี้ให้กว้างขวางมากขึ้น และเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นสนามบินหลักของประเทศไทยและเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทำให้ในย่านนี้ก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ย่าน ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น รวมถึงการที่บ้านแนวราบใกล้เมืองที่ได้รับความนิยม การที่มีโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคที่มาจากภาครัฐ แผนขยายพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ย่านพัฒนาการได้รับความสนใจจากนายทุนหลายรายและมีความเจริญมากขึ้น

ภาพรวม ย่านพัฒนาการ

ในปัจจุบันย่านพัฒนาการกลายเป็นย่านที่มีนักลงทุนรายใหญ่มากมาย เช่น พฤกษา แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แสนสิริ เอพี ศุภาลัย และอื่น ๆ ที่ได้มีความสนใจในการลงทุนทำให้ราคาที่ดินในย่านนี้สูงขึ้นถึง 10% เลยทีเดียว โดยในย่านนี้ไม่ได้มีความวุ่นวายมากนัก แต่ก็มีสิ่งอำนวยครบครันไม่แพ้ย่านสำคัญต่าง ๆ ในตัวเมือง ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สวนสาธารณะ และตลาด

พัฒนาการสามารถแบ่งออกเป็นพื้นที่ทั้งหมด 2 โซน ได้แก่ พัฒนาการ-ศรีนครรินทร์ และ พัฒนาการ-อ่อนนุช และด้วยทำเลของย่านพัฒนาการที่ด้านหน้ามีย่านทองหล่อและเอกมัยที่มีความเจริญสูง ส่วนด้านหลังก็ติดกับชุมชนริมน้ำเก่าแก่อย่างประเวศ ทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านที่มีความผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวิถีชีวิตแบบเมืองและชุมชน ซึ่งเห็นได้จากคาเฟ่และร้านอาหารต่าง ๆ ที่ผุดขึ้นมามากมาย

การเดินทางใน ย่านพัฒนาการ

การเดินทางในย่านพัฒนาการถือว่ามีความสะดวกในระดับหนึ่งเพราะถนนที่กว้างขวางและการเชื่อมต่อถนนเส้นอื่น ๆ ที่สำคัญทั้งถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท 71 ถนนศรีนครินทร์ ถนนอ่อนนุช และถนนเฉลิมพระเกียรติ แต่สำหรับรถสาธารณะ ย่านนี้เป็นย่านที่มีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนผู้คนที่อาศัยอยู่ ซึ่งสามารถเดินทางด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

ถนนทั่วไป

ถนนพัฒนาการถือเป็นถนนเส้นหลักของย่านพัฒนาการ ลักษณธของถนนมีความกว้างขวางและแบ่งแยกทิศทางรถวิ่งออกจากกันชัดเจทำให้รถไม่ได้มีแออัดมากนัก โดยถนนพัฒนาการมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่แยกคลองตันซึ่งตัดกับถนนรามคำแหง ระยะทาง 6 กิโลเมตรไปยังแยกเฉลิมพระเกียรติฯ-พัฒนาการ ซึ่งถนนเส้นนี้ก็เชื่อมต่อกับถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท 71 ถนนศรีนครินทร์ ถนนอ่อนนุช และถนนเฉลิมพระเกียรติ ทำให้สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหรือออกนอกตัวเมืองได้อย่างสบาย ๆ

ทางพิเศษ

ทางพิเศษศรีรัชเป็นทางพิเศษที่อยู่ใกล้กับถนนพัฒนาการ ซึ่งมีจุดขึ้นลงอยู่ห่างจากแยกพัฒนาการ 500 เมตร และมีทางพิเศษฉลองรัชอยู่บริเวณซอยพัฒนาการ 7 ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

รถไฟฟ้า

ในปัจจุบัน ย่านพัฒนาการมีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีหัวหมากและรามคำแหง ที่จะสามารถเดินทางไปยังตัวเมืองหรือสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างง่ายดาย ส่วนในอนาคตก็จะมีโครงการรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านย่านพัฒนาการผุดขึ้นมาถึง 2 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-พัฒนาการ-สำโรง) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-บางซื่อ) เปิดให้ได้ใช้บริการ

รถตู้

ส่วนมากแล้วย่านพัฒนาการมีรถตู้ที่มาจากมีนบุรีและบางกะปิ มีราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท โดยจุดขึ้นลงรถตู้จุดหลักของย่านนี้อยู่บริเวณแยกพัฒนาการฝั่ง แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต พัฒนาการ ซึ่งถือว่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก

รถเมล์

พัฒนาการมีรถเมล์ให้เลือกใช้บริการมากมายตลอดเส้นทาง โดยรถเมล์ที่สำคัญในย่านนี้มี 5 สาย ดังนี้ 11 (เมกาบางนา-มาบุญครอง), 92 (แยกพัฒนาการ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), 133 (วัดธาตุทอง-การเคหะบางพลี), 206 (ม.เกษตร-เมกาบางนา) และ 517 (ตลาดเทิดไท-สถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร)

รถสองแถว

รถสองแถวเส้นทางหลักที่อยู่ในย่านพัฒนาการมีอยู่ 2 จุดด้วยกัน ได้แก่ รถสองแถวสีแดงที่ตลาดอ่อนนุช วิ่งตัดซอยอ่อนนุช 17 ทะลุมายังถนนพัฒนาการ และรถสองแถวสีขาวที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีหัวหมาก วิ่งไปยังเมกะบางนา โดยทั้งสองสายมีราคา 8 บาทตลอดเส้นทาง

สิ่งอำนวยความสะดวก ย่านพัฒนาการ

ห้างสรรพสินค้า

  • แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต พัฒนาการ
  • ธัญญาพาร์ค 

โรงพยาบาล

  •  โรงพยาบาล วิภาราม พัฒนาการ
  • โรงพยาบาลสมิติเวช

สถานศึกษา

  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
  • โรงเรียนนานาชาติคริสเตียนกรุงเทพ
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์มาร์ค

สวนสาธารณะ

  • สวนหลวง ร.9

ตลาด

  • ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์
  • ตลาดพัฒนาการ

พัฒนาการในอนาคต

ด้วยเหตุผลที่ว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีการวิ่งผ่านย่านพัฒนาการทำให้การเดินทางในบริเวณนี้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และความเจริญรุ่งเรืองก็กำลังเข้ามาสู่ย่านนี้อย่างรวดเร็วจนทำให้นักลงทุนหลาย ๆ รายเริ่มมีความสนใจลงทุนสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และย่านพัฒนาการก็จะกลายเป็นย่านที่มีคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีอีกย่านหนึ่งในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน

สรุปท้ายบทความ

ถึงแม้ว่าจะอยู่นอกตัวเมืองกรุงเทพมหานคร แต่พัฒนาการ ก็เป็นอีกย่านหนึ่งที่สามารถเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของกรุงเทพได้อย่างสะดวกผ่านถนนพัฒนาการที่เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างที่หนาแน่นมาก ทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ไม่วุ่นวายเหมือนใจกลางเมือง และมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้าน แฝด หรือทาวน์โฮม ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ที่มีราคา ทำเป็นหมู่บ้านหลายระดับราคา 2 ล้านบาทไปจนถึง 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อตอบโจทย์คนหลายช่วงอายุวัยให้เลือกจับจอง และถ้าใครที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้ หรือย่านอื่น ๆ ก็สามารถเข้ามาเลือกลงทุนได้ใน Kaidee Property

อ่านบทความ ย่านเยาวราช เมืองเก่ากลิ่นอายจีน