Nov 18, 2024 | บทความอสังหาฯ
การกู้ซื้อบ้านหนึ่งหลังก็เหมือนกันการเดินทางไกลที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายที่จะผ่านเข้ามาระหว่างทาง ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปศึกษาและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน
อย่างที่เราได้กล่าวเอาไว้ในตอนที่ 1 ว่าการกู้ซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นจะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน การศึกษาไลฟ์สไตล์ของตัวเอง หรือแม้แต่การวางแผนด้านสินเชื่อต่างๆ เพราะการเริ่มกู้ซื้อบ้านนั้นสิ่งที่ทุกคนต้องทำคือการวางแผนทางการเงินอย่างละเอียดถีถ้วนเพื่อไม่ให้มีผลเสียหรือผลกระทบทางด้านการเงินที่จะตามมา หลังจากวางแผนการกู้ซื้อบ้าน เลือกสินเชื่อหรือธนาคารที่เหมาะสมได้แล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนมาเตรียมตัวด้านเอกสารที่ใช้ในการกู้ซื้อบ้านแบบละเอียด จะต้องเตรียมอะไรกันบ้างไปดูกันเลย
เอกสารที่จำเป็นต้องใช้กู้
ในแต่ละขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านก็จะต้องมีการเตรียมเอกสารที่แตกต่างกันออกไป สามารถแยกประเภทเอกสารที่ต้องยื่นตามลำดับการยื่นกู้ซื้อบ้านได้ดังนี้
ยื่นเอกสารต่อธนาคารเพื่อประเมินความสามารถทางการเงิน
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
หนังสือรับรองเงินเดือนอย่างน้อย 6 เดือน
สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
เอกสารแสดงสถานภาพสมรส
เอกสารแสดงรายได้เพิ่มเติมกรณีมีอาชีพอิสระหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ
เอกสารเล่านี้จะใช้ในการยื่นขอสินเชื่อและธนาคารจะใช้ข้อมูลของเอกสารที่คุณได้ยื่นไปทั้งหมดเป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาวงเงินกู้ให้แก่คุณ ดังนั้นหากมีเอกสารที่สามารถยืนยันรายได้เพิ่มเติมจะสามารถช่วยให้ธนาคารเพิ่มวงเงินให้สูงขึ้นหรืออนุมัติไวขึ้นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากการยื่นเอกสารข้างต้นแล้ว ธนาคารอาจขอให้มีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมเช่น ใบประเมินราคาทรัพย์สินอาจเป็นแปลนบ้าน ข้อมูลที่ดิน หรือโฉนดที่ดิน เพื่อที่ธนาคารจะสามารถประเมินวงเงินการกู้ได้ , หนังสือรับรองจากบริษัทที่ขายบ้านในกรณีกู้ซื้อบ้านโครงการ หรืออาจเป็นหนังสือสำเนาสัญญาการชำระหนี้อื่นๆ ในกรณีที่ยังมีหนี้สินอื่นติดค้าง
เอกสารลงนามสัญญาในกรณีที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ
เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อแล้วจะมีการลงนามในสัญญา มีการแจ้งรายละเอียดและเงื่อนไขการผ่อนชำระต่างๆ และอาจต้องชำระค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอย่างเช่นค่าประเมิน ค่าประกัน หรือค่าธรรมเนียมการกู้เงิน และเอกสารลำดับต่อไปที่ต้องเตรียมคือ
สำเนาบัตรประชาชน
เอกสารชำระเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)
สัญญากู้เงินจากธนาคาร
ประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (ในกรณีที่ธนาคารบังคับใช้)
โฉนดที่ดิน เอกสารกรรมสิทธิ์บ้านที่จะนำมาเป็นหลักประกัน
เอกสารการโอนทรัพย์สินและรับเงินกู้
ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการยื่นกู้ซื้อบ้านเพราะจะต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่สำนักงานที่ดินและจะมีการยื่นเอกสารเพื่อรับเงินกู้จากธนาคารเพิ่มเติมโดยจะมีเอกสารที่ต้องเตรียมคือ
โฉนดที่ดินหรือเอกสารกรรมสิทธิ์บ้าน
สัญญาซื้อขายบ้าน
เอกสารการชำระเงินล่วงหน้าหากมี
เอกสารจากธนาคารที่ใช้สำหรับโอนเงินกู้
เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ธนาคารส่งมอบเงินกู้ซื้อบ้านให้แก่ผู้ยื่นกู้แล้วก็ถือเป็นอันเสร็จในเรื่องของการยื่นเอกสารกู้ต่างๆ ในบางครั้งธนาคารอาจมีการขอเอกสารประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมหรือน้อยลงแล้วแต่บุคคลและธนาคารนั้นๆ แต่แน่นอนอย่างที่เราทราบกันดีนั้น แม้การยื่นกู้จะต้องปวดหัวกับการวิ่งหาเอกสารมากมายจนจบการยื่นกู้ แต่หลังจากนั้นหลายคนอาจจะต้องปวดหัวในเรื่องของการผ่อนชำระบ้านระยะยาวแทน ดังนั้นหลังจากได้รับเงินกู้แล้วจึงควรวางแผนการชำระเงินตามรอบการผ่อนชำระให้ดี ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการผ่อนชำระรายเดือนจากใบแจ้งหนี้หรือการแจ้งเตือนผ่อนชำระที่ธนาคารจะส่งให้ ในการผ่อนชำระเงินกู้แต่ละเดือนนั้นควรติดตามยอดเงินคงเหลือที่ต้องผ่อนชำระรวมไปจนถึงดอกเบี้ย เพื่อที่คุณจะสามารถวางแผนการผ่อนชำระได้ดีขึ้น หรืออาจมีเงินทบเงินเพื่อให้ปิดยอดการผ่อนชำระได้เร็วขึ้นนั้นเอง
เทคนิคการบริหารการเงินสำหรับผู้กู้ซื้อบ้าน
อย่างที่ทราบกันดีว่าการผ่อนบ้านนั้นคือการเดินทางระยะยาว ดังนั้นการวางแผนผ่อนชำระจะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น การบริหารการเงินที่ดีนั้นควรมีการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายรายเดือน จดรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายในบ้าน และค่าผ่อนชำระบ้าน ซึ่งควรแบ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ครอบคลุมจะได้ไม่มีการกระทบกับส่วนใดส่วนหนึ่งในแต่ละเดือน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในแต่ละเดือนอยู่แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการออมเพื่อที่จะสามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินนั่นเอง เมื่อวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเดือนได้แล้วคุณจะสามารถวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น หรือหากประเมินแล้วพบว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับก็จะสามารถเตรียมตัวสำหรับการหารายได้เสริมที่ดีขึ้น ซึ่งการมีรายได้เสริมมาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในบ้านนั้นก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถชำระเงินกู้ได้มากขึ้น เพราะการชำระเงินก้อนนั้นจะสามารถปิดยอดเงินต้นและลดภาระด้านการจ่ายดอกเบี้ยได้ดีขึ้นนั่นเอง
หากผ่อนบ้านเสร็จแล้วต้องทำอะไรอีกไหม ?
แน่นอนว่าสิ่งที่จะมาพร้อมกับการจ่ายค่าบ้านงวดสุดท้ายเสร็จคือการปลดแอกภาระทางการเงินครั้งใหญ่ เมื่อผ่อนบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วทางธนาคารจะมีการคืนโฉนดที่ดินให้แก่คุณ ซึ่งเอกสารนี้จะเป็นตัวการันตีว่าคุณคือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยสมบูรณ์ โดยคุณจะต้องเดินทางไปยังธนาคาเพื่อขอโฉนด จะต้องมีการเตรียมบัตรประชาชนและเอกสารชำระหนี้ไปยื่นแก่ธนาคารด้วย และในกรณีที่มีการจำนองบ้านกับธนาคารไว้ คุณจะต้องไปยังกรมที่ดินเพื่อยกเลิกการจำนองบ้าน โดยจะต้องเตรียมเอกสารดังนี้
โฉนดที่ดินหรือเอกสารกรรมสิทธิ์บ้าน
เอกสารการยกเลิกจำนองที่ธนาคารออกให้
บัตรประชาชนตัวจริง
เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการยกเลิกจำนองในระบบและคืนโฉนดให้แล้ว จะถือว่าที่ดินหรือบ้านที่คุณถือครองนั้นเป็นที่ดินของคุณโดยชอบธรรมและไม่มีพันธะใดผูกมัดอีก
การเป็นเจ้าของบ้านหนึ่งหลังอาจจะต้องมีการฝ่าฟันอุปสรรคมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นกู้ซื้อบ้าน การเตรียมเอกสาร การหาข้อมูลสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ มากมาย แต่ก็ถือเป็นความเหนื่อยล้าที่นำมาซึ่งผลลัพภ์ที่คุ้มค่า หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ใฝ่ฝันอยากมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง อย่าลืมไปเลือกดูบ้านและอสังหาริมทรัพย์มากมายได้บน Kaidee Property
Nov 18, 2024 | บทความอสังหาฯ
การกู้ซื้อบ้านสักหลังก็เหมือนกับการให้รางวัลชีวิตที่ให้ทั้งความสุขกายสบายใจในการอยู่อาศัยและสามารถเติมไฟในการทำงานได้เป็นอย่างดี วันนี้ kaidee จึงอยากจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจการกู้ซื้อบ้านสำหรับมือใหม่ฉบับเข้าใจง่าย ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างไปดูกันเลย
ความแตกต่างระหว่างอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ
ก่อนที่จะเริ่มกู้ซื้อบ้านเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ กันก่อนเพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจในการเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ก็อาจจะมีช่วงราคาที่ต่างกันออกไปด้วยเช่นเดียวกัน และนอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มมูลค่าได้ตามกาลเวลาอีกด้วย คำว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นหมายถึงทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หมายถึงที่ดิน คอนโด บ้าน อาคารพาณิชย์หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่อยู่ติดกับที่ดินอย่างถาวรโดยขอเริ่มจาก
บ้าน คือที่อยู่อาศัยที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝดหรือทาวน์เฮาส์ก็ถูกจัดอยู่ในหมวดของบ้าน มักมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางทั้งภายนอกและภายใน จุดคำคัญทางการตลาดที่ต้องจับตามองคือการเพิ่มมูลค่าของที่ดินที่บ้านตั้งอยู่นั้นมีโอกาสสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าตัวบ้านเองนั้นจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ปัจจัยหลักที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจซื้อบ้านแทนอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ นอกเหนือจากการเพิ่มมูลค่าของที่ดินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยังสามารถมีอิสระในการต่อเติมและแก้ไขจุดต่างๆ ในตัวบ้านได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในความยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ต่อทุกสมาชิกในบ้านไปจนถึงการมีสัตว์เลี้ยง
คอนโดมิเนียม คือที่อยู่อาศัยในอาคารสูงหลายชั้น ซึ่งการเป็นเจ้าของคอนโดหมายถึงการเป็นเจ้าของห้องชุดภายในอาคาร ซึ่งบางครั้งอาจมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่สามารถถือสิทธิ์ในการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางเช่นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสวนบริเวณส่วนกลาง โดยปกติแล้วคอนโดจะตั้งอยู่ในย่านที่มีทำเลดี เดินทางสะดวก ซึ่งทำเลทองของคอนโดส่วนใหญ่มักจะอยู่ใจกลางเมืองและติดรถไฟฟ้า สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดคือการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา เพราะโดยปกติแล้วผู้ดูแลโครงการหรือนิติบุคคลจะเป็นผู้ดูแลซ่อมแซมทั้งภายนอกและภายอาคารโดยการนำเงินจากการเก็บค่าส่วนกลางรายปีมาใช้ในการซ่อมแซมส่วนต่างๆ หากพูดถึงการลงทุนในระยะสั้น การซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ได้เป้นอย่างดี
อาคารพาณิชย์ คืออาคารที่สามารถใช้งานได้ทั้งการอยู่อาศัยและการค้าขายเปิดกิจการต่างๆ โดยส่วนมากแล้วมักเป็นอาคารที่สูงประมาณ 2-4 ชั้น ผู้ที่ต้องการลงทุนในอาคารพาณิชย์มักเล็งถึงรายได้ระยะยาวจากการปล่อยเช่าให้บริษัทหรือร้านค้า เพราะโดยส่วนมากแล้วอาคารพาณิชย์จะตั้งอยู่ใจกลางศูนย์กลางค้า ห้างร้านและตลาด
ที่ดิน เป็นอสังหาริมทรัพย์ชนิดเดียวที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่บนพื้นดินแต่สามารถพัฒนาไปเป็นอสังหาริมทรัพย์ชนิดอื่นได้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือพื้นที่เพื่อการเกษตร การเป็นเจ้าของที่ดินสามารถเพิ่มมูลค่าที่สูงมากในระยะยาวเพราะความเจริญที่สามารถสร้างได้ไม่จำกัดแต่อยู่ในพื้นที่ที่จำกัด ดังนั้นนอกจากการกู้ซื้อบ้านแล้ว การกู้ซื้อที่ดินก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสามารถสร้างกำไรได้มหาศาลในระยะยาว
ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อบ้านหรือการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ใดๆ ก็มีกระบวนการเดียวกันทั้งด้านการเตรียมตัวและการเตรียมเอกสาร ดังนั้นหากคุณต้องการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทั้งอยู่อาศัยเองและการเป็นเจ้าของเพื่อเกร็งกำไรหรือลงทุนนั้น ควรศึกษาทำเลที่ตั้งและทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ตัวเองให้ดีก่อนตัดสินใจ หากมั่นใจดีแล้วสิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับต่อมาคือความพร้อมทางด้านการเงิน ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องมีเงินก้อนใหญ่หลักล้าน แต่เป็นการคำนวนสภาพทางการเงินของตัวคุณเอง ซึ่งสามารถคำนวนได้จากอะไรบ้างไปดูกันเลย
รายได้ต่อเดือนที่เหมาะสม เพราะการกู้ซื้อบ้านคือการยืมเงินจากธนาคาร ดังนั้นสิ่งที่ธนาคารต้องการทราบคือความสามารถในการผ่อนชำระหลังจากยื่นกู้ โดยปกติแล้วธนาคารจะปล่อยกู้อยู่ที่ 30-40% ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งหากคุณมีรายได้ที่สูงในแต่ละเดือนก็จะส่งผลให้ธนาคารปล่อยยอดกู้ที่สูงขึ้นกับคุณได้ แต่หากในกรณีที่รายได้ต่อเดือนไม่สูงมากนัก การยื่นกู้ร่วมจะสามารถช่วยให้ธนาคารพิจารณาวงเงินกู้ที่สูงขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยผู้กู้ร่วมสามารถเป็นคนในครอบครัวหรือคู่สมรสก็ได้
จัดการหนี้สินที่มีก่อนกู้ซื้อบ้าน เป็นปกติที่ทางธนาคารจะต้องตรวจสอบหนี้คงเหลือของคุณก่อนการปล่อยกู้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อประเมิณความสามารถในการชำระหนี้ ดังนั้นจึงควรชำระหนี้คงค้างให้ได้มากที่สุดหรือทำการรีไฟแนนซ์ก่อนยื่นกู้เพื่อให้สามารถผ่านการพิจารณาสินเชื่อง่ายขึ้น
สร้างเครดิตบูโรให้ดูดีอยู่เสมอ หนึ่งในข้อสำคัญในการยื่นกู้สิ่งต่างๆ คือต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตบูโร เพราะเครดิตบูโรนั้นเป็นหลักฐานการผ่อนชำระหนี้ต่างๆ ที่ผ่านมา ซึ่งหากคุณต้องการสร้างเครดิตบูโรที่ดีและน่าเชื่อถือนั้นควรที่จะผ่อนชำระค่างวดต่างๆ ให้ตรงเวลา และควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 6 เดือนก่อนการยื่นกู้ซื้อบ้าน
ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธด้วยการเพิ่มเงินดาวน์ ถึงแม้ว่าเงินดาวน์นั้นจะเป็นเงินก้อนใหญ่แต่หากคุณสามารถวางเงินดาวน์ได้ 20-40% ของราคาบ้าน ธนาคารมักจะพิจารณาอนุมัติเพราะไม่เห็นถึงความเสี่ยงในการปล่อยกู้ นอกจากนั้นบางธนาคารอาจจะเสนอเงื่อนไขการกู้ที่ดีขึ้นให้แก่คุณ สิ่งสำคัญนอกเหนือจากนั้นคือการเตรียมเงินก้อนใหญ่ครั้งนี้ คือการช่วยให้คุณผ่อนบ้านสบายขึ้นในระยะยาวนั่นเอง
เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่างๆ การเปรียบเทียบสินเชื่อบ้านนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การให้คุณเจอธนาคารที่จะมอบเงื่อนไขดีๆ ที่เหมาะสมกับคุณและทำให้คุณสามารถวางแผนการผ่อนชำระได้ดีขึ้น โดยสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้
เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยให้ถีถ้วน ในการยื่นกู้ซื้อบ้านนั้นธนาคารมักจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยมาให้ทั้งหมด 2 แบบคือดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลอยตัว โดยในช่วงแรกนั้นจะเป็นการจ่ายดอกเบี้ยคงที่ตามกำหนดและหลังจากนั้นอาจเปลี่ยไปใช้ดอกเบี้ยลอยตัวซึ่งอาจทำให้การจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามตลาด
ระยะเวลาผ่อนหลังยื่นกู้ซื้อบ้าน ระยะเวลาในการผ่อนนั้นควรคำนวนจากรายรับที่คุณจะได้และนำมาเปรียบเทียบตามกำลังที่สามารถจ่ายได้ ในกรณีที่ระยะการผ่อนสั้นอาจจะทำให้คุณต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายที่สูงทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ก็สามารถทำให้คุณปิดหนี้การกู้บ้านได้ไวมากขึ้น ในขณะที่การผ่อนระยะยาวช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเพราะผ่อนง่าย จ่ายสบาย แต่ในขณะเดียวกันคุณอาจจะต้องวางแผนชีวิตและการเงินและการทำงานในระยะยาวเพื่อให้สามารถผ่อนต่อได้โดยไม่มีปัญหาติดขัด
การรีไฟแนนซ์ เมื่อถึงระยะเวลาที่ดอกเบี้ยสูงขึ้นหรือคุณมีปัญหาด้านการผ่อนชำระ การวางแผนรีไฟแนนซ์กับธนาคารตั้งแต่เนินจะช่วยให้คุณหมดปัญหาในภายหลังในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แน่นอนว่าบางธนาคารก็สามารถยื่นเงื่อนไขไฟแนนซ์ที่ดีให้กับคุณแต่บางธนาคารก็ไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นการเจรจากับธนาคารตั้งแต่เนินจึงเป็นเรื่องที่ดี
โปรโมชั่นและวงเงินกู้ที่ธนาคารอนุมัติ สำหรับผู้กู้ซื้อบ้านครั้งแรกกับธนาคารมักมีโปรโมชั่นดีๆ ที่รองรับมากมาย โดยอาจเป็นการจ่ายดอกเบี้ย 0% ในช่วงปีแรกหรือการยกเว้นค่าธรรมเนียมในบางรายการ ในบางครั้งช่วงโปรโมชั่นธนาคารอาจจะให้ข้อเสนอที่ดีในด้านการเพิ่มวงเงินการกู้อีกด้วย แต่ไม่ว่ายังไงการขอยื่นกู้ด้วยวงเงินที่น้อยหรือมากก็ควรคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนของตัวเองเช่นเดียวกัน
ปัจจัยหลักสำคัญที่ควรคำนึงก่อนกู้ซื้อบ้านคือการประเมิณตัวเองทั้งไลฟ์สไตล์ ลักษณะอสังหาริมทรัพย์ที่คุณต้องการซึ่งอาจจะเป็นบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ และศึกษาข้อมูลของธนาคารอย่างถีถ้วนโดยสามารถเอาหลักการที่แอดมาบอกในวันนี้ไปเปรียบเทียบกับธนาคารที่ทุกคนสนใจเพื่อให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น และบทความหน้าเราจะมาพูดถึงการเตรียมเอกสารต่างๆ จะมีอะไรบ้างอย่าติดตามกันนะ สำหรับใครที่อยากได้บ้านแต่ยังไม่มีหลังไหนถูกใจสามารถเลือกดูอสังหาริมทรัพย์มากมายได้ที่ Kaidee Property
Nov 14, 2024 | บทความอสังหาฯ
ปัจจุบันไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนก็เด่นชัดขึ้น การจะเลือกที่อยู่อาศัยก็แตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ ความพอใจและความสะดวกสบาย คำถามว่าบ้านหรือคอนโด สิ่งไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุด วันนี้เรามีคำตอบ
5 ข้อคำนึงก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด
ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างบ้านหรือคอนโดนั้น เรามักมีการประเมินราคา ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม และปัจจัยยิบย่อย โดยขอแบ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยหลักควรคำนึงถึงดังนี้
ราคาที่ต้องจ่ายในการซื้อบ้านและคอนโด แน่นอนว่าใจปัจจุบันมีตัวเลือกราคาที่มากมายที่ไม่ว่าบ้านหรือคอนโดก็สามารถเริ่มต้นด้วยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-10 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่ต้องคำนึงถึงอย่างเช่น เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าผ่อนชำระ ค่าประกันหรือภาษีที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้งบประมานบานปลายมากนัก
ขนาดพื้นที่ใช้สอย หลายคนก็คงจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าบ้านนั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางกว่ามากถ้าหากเทียบกับคอนโด ซึ่งหากคุณมีน้องหมาหรือมีเด็กเล็ก การเลือกบ้านที่มีพื้นที่กว้างจะเหมาะกว่าสำหรับลานกิจกรรมสำหรับคนในครอบครัว แต่หากคุณยังคงทำงานหรือไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเมือง การเลือกคอนโดจะทำให้คุณสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้นแต่ก็แลกมากับพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดถึงแม้จะมีส่วนกลางที่ครบครัน
ทำเลที่ตั้ง เป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ใจปัจจุบันนี้มีการสร้างคอนโดที่อยู่ในตัวเมืองให้เลือกอยู่อาศัยมากมาย และโดยส่วนมากจะตั้งอยู่ใกล้ถนนหรือแนวรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าหรือออฟฟิศสถานที่ทำงาน ซึ่งบ้านในตัวเมืองหากไม่ใช่บ้านเดียวมือสองก็จะสามารถหาได้ยากหรือแทบจะไม่มีเลย โดยส่วนใหญ่แล้วบ้านตามโครงการนั้นจะอยู่แถบชานเมือง คุณจะได้ความสงบ พื้นที่ส่วนตัว ใกล้ต้นไม้และธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาเดินทางหากมีธุระในตัวเมือง ซึ่งถือเป็นข้อเสียหลักของการอยู่บ้านแถบชานเมือง
การดูแลและบำรุงรักษา ถือเป็นข้อได้เปรียบของการอยู่คอนโดที่ทางนิติบุคคลหรือโครงการนั้นๆ จะเป็นฝ่ายดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่อุปกรณ์ออกกำลังกาย สระว่ายนั้น ไปจนถึงตัวอาคารต่างๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษานี้มาจากค่าส่วนกลางที่จ่ายในทุกปี ในขณะเดียวกันนั้นหมูบ้านบางโครงการก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าส่วนกลางบำรุงรักษา แต่ผู้อยู่อาศัยอย่างเจ้าของบ้านนั้นเป็นผู้ดูแลการบำรุงรักษาเองทุกอย่าง อย่างเช่นการดูแลระบบน้ำไฟ การซ่อมบำรุงหลังคา กำแพง หรือแม้แต่การตกแต่งสวนซึ่งค่าใช้จ่ายอาจบานปลายขึ้นอีกเรื่อยๆ ในระยะยาว
สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย หากคุณเป็นครอบครัวรักสันโดดหรือต้องการความเป็นส่วนตัว บ้านจะทำให้คุณมีสัดส่วนการใช้งานที่ชัดเจนและไม่ต้องแบ่งสันปันส่วนกับใคร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการเลี่ยงการพบปะผู้คน ตรงกันข้ามกับการอยู่คอนโดที่ในบางครั้งคุณอาจจะต้องมีการใช้ฟิตเนส สระว่ายน้ำ การนั่งพักผ่อนหย่อนในในส่วนที่ล้อมไปด้วยผู้คนหรือผู้ร่วมอาศัยในคอนโด แต่ถึงอย่างนั้นระบบของคอนโดก็จะสามารถอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยให้กับคุณเป็นอย่างดี
หากจะให้ตัดสินใจโดยศึกษาข้อมูลเพียงแค่ 5 ข้อ ในการเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดก็คงไม่อาจทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถีถ้วนดีนัก ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคำถาม 5 ข้อให้คุณลองตอบตัวเองเพื่อให้คุณได้เข้าใจในไลฟ์สไตล์ตัวเองและทำให้การตัดสินใจนั้นง่ายขึ้น
คุณยังจำเป็นที่จะต้องทำงานในตัวเมืองหรือมีไลฟ์สไตล์ในการเดินห้าง ออกไปช้อปหรือดื่มยามค่ำคืนกับเพื่อนฝูงบ่อยครั้งใช่ไหม ?
ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ แน่นอนว่าคอนโดสามารถตอบโจทย์ด้านการเดินทางและการพบปะสังสรรค์ได้เป็นอย่างดี
คุณสามารถดูแลรักษาบริเวณบ้าน ทั้งในบ้านและนอกบ้านอย่างเช่นการดูแลระบบน้ำไฟ หรือการดูแลตัดแต่งสวนได้เป็นอย่างดีใช่หรือไม่ ?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่านิติบุคคลในอาคารคอนโดสามารถจัดการให้คุณได้อย่างเสร็จสรรพ แต่หากคุณต้องการออกไปใช้ชีวิตนอกตัวเมือง ปลูกต้นไม้ดูแลสวนหรือมีเวลาอยู่บ้านและมีความสุขกับการดูแลบ้านของคุณ การซื้อบ้านสักหลังก็ดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะ
คุณยังคงเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าอาจจะมีโจรเข้าบ้านหรือทรัพย์สินสูญหายและต้องการความปลอดภัยที่เข้มงวดหรือไม่ ?
ในปัจจุบันหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมักจะมียามผู้คอยรักษาความปลอดภัยให้กับคุณได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาทำเลที่ตั้งว่ามีประวัติไม่ดีด้านใดหรือไม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่หากคุณต้องการซื้อบ้านเดี่ยวหรือไม่ใช่บ้านที่อยู่ในโครงการต่างๆ คุณอาจจะต้องระวังเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวเป็นพิเศษ
คุณมีงบที่จำกัดและอาจจะต้องคอยควบคุมปัญหาค่าใช้จ่ายให้ต่ำที่สุดใช่หรือไม่ ?
หากเทียบราคาการบำรุงรักษาแล้ว การอยู่คอนโดจะมีงบประมานที่สามารถควบคุมได้และบานปลายน้อยกว่าบ้านเนื่องจากมีการช่วยเหลือจากทางโครงการอยู่แล้ว
คุณต้องการตกแต่งที่อยู่อาศัยของคุณให้เข้ากับสไตล์ของคุณมากขึ้น มีการเลือกเฟอร์นิเจอร์ใช้งานหรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านหรือไม่ ?
คอนโดโดยปกติแล้วมักจะไม่สามารถต่อเติมหรือแก้ไขส่วนต่างๆ ได้เลย ซึ่งนั้นหมายความว่าคุณอาจจะต้องอยู่ให้ห้องที่ดูเหมือนเดิมตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัย และคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการอยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่แคบจะทำให้รู้สึกอุดอู้จนอาจจะมีความรู้สึกต้องเปลี่ยนบรรยากาศห้องบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณเป็นสายอาร์ตติส ชอบการตกแต่งใหม่ๆ อยู่เสมอ การเลือกบ้านสักหลังจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด
คุณวางแผนที่จะมีครอบครัวใหญ่หรือมีสัตว์เลี้ยงที่น่ารักมาเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัวใช่หรือไม่ ?
หากคุณหวังที่จะเลี้ยงสัตว์พันธุ์เล็กอย่างแมวหรือเหล่าหนูแฮมส์เตอร์น่ารักๆ การเลือกคอนโดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่ไปเสียทีเดียว แต่หากคุณมีสัตว์ตัวใหญ่อย่างน้องหมาหรือต้องการพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวางมากขึ้น หรือกำลังจะมีสมาชิกเป็นเจ้าตัวน้อยเพิ่มอีกคนในครอบครัว การเลือกบ้านจะเหมาะกับครอบครัวใหญ่มากกว่านั่นเอง
คุณกำลังมองหาการลงทุนระยะสั้นหรือการถือครองทรัพย์สินระยะยาวมากกว่ากัน ?
แน่นอนว่าหากนี่คือที่อยู่อาศัยแห่งแรกของคุณ เป้าหมายหลักของการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็เพราะใช้ในการอยู่อาศัย แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุน แน่นอนว่าในปัจจุบันมีการซื้อคอนโดเพื่อการปล่อยเช่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถทำเงินได้ง่ายและเร็ว แต่ความเสี่ยงที่ตามมาคือการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน แต่โดยรวมนั้นการซื้อคอนโดจะสามารถสร้างรายได้ได้ไวกว่าการซื้อบ้านเพื่อการลงทุน
เมื่อพูดถึงการลงทุนในการซื้อบ้านหรือคอนโดหลายคนก็คงจะตาลุกวาวขึ้นมาในทันที อย่างที่ทราบกันดีไม่ว่าจะการลงทุนซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก่อนที่จะไปพูดถึงรายได้ในอนาคตนั้น เราขอพูดถึงความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อน
ข้อควรกังวลหากต้องการซื้อบ้านเพื่อการลงทุนมีอะไรบ้าง ?
อันดับแรกที่เราจะพูดถึงนั้นคือความเสี่ยงในการลงทุนของตัวบ้าน ซึ่งในการซื้อบ้านเพื่อการลงทุนมักจะสร้างกำไรได้ช้ากว่ามากจากการที่ราคาของที่ดินนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าตัวบ้านนั้นจะเสื่อมสภาพและไม่น่าอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งคุณอาจจะกำลังคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอที่ราคาบ้านพร้อมที่ดินนั้นมีราคาที่สูงขึ้น จริงอยู่ที่คุณสามารถสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายบ้านสักหลัง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาที่นานพอสมควร ซึ่งถ้าหากคุณสามารถรอคอยหรือไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินมากนัก การเลือกลงทุนโดยการซื้อบ้านและถือไว้ระยะยาวจะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าเท่าตัวอย่างแน่นอน หรืออย่างที่สองคือคุณเลือกซื้อบ้านด้วยราคาที่ถูกสักหลังและทำการปรับปรุงให้ตัวบ้านดูมีมูลค่ามากขึ้นและการเกร็งกำไร โดยข้อนี้คุณสามารถทำได้ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้าง ต่อเติมหรือทำการ build in เฟอร์นิเจอร์ เพิ่มพื้นที่สวน หรือปรับสไตล์ให้ดูน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงและอาจใช้เวลานานในการปรับปรุงซ่อมแซม แต่ราคาของบ้านจะไม่ตกลงไปเหมือนอย่างข้อแรกอย่างแน่นอนและยังสามารถเพิ่มมูลค่าทั้งตัวบ้านและตัวที่ดินได้อีกด้วย
ข้อควรกังวลหากต้องการซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนมีอะไรบ้าง ?
กับการลงทุนในการซื้อคอนโดไม่ว่าจะเพื่อปล่อยขายหรือปล่อยเช่านั้นมีความเสี่ยงที่ต่างกันไป การลงทุนในการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายนั้นมีความเสี่ยงที่สูงกว่า เนื่องจากคอนโดสามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายทั้งภายในและภายนอก หรือในขณะเดียวกันนั้นก็จะมีคอนโดใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นและเป็นที่หมายตามากกว่า ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะต้องเจอความเสี่ยงในการขายต่อด้วยกำไรเพียงเล็กน้อย หรือในบางครั้งอาจจะแย่ถึงขั้นขาดทุนหรือเท่าทุนกันเลยทีเดียว ซึ่งการลงทุนในการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่านั้นจะเห็นผลของกำไรได้เร็วกว่าจาการปล่อยเช่ารายเดือนหรือรายปีหรือทำธุรกิจอย่างเช่น air bnb เป็นต้น ในปัจจุบันมีการปล่อยเช่าคอนโดด้วยราคาที่แทบจะสูงพอๆ กับการผ่อนบ้านหนึ่งหลังโดยอย่างน้อยเริ่มที่ 8,000 จนถึงหลักแสนขึ้นอยู่กับพื้นที่ตั้งของคอนโด ขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มี ความเสี่ยงที่คุณจะต้องรอบคอบที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจจะเกินกำลังของคุณไปบ้างหรือเป็นสิ่งที่แทบจะควบคุมไม่ได้เลย คือการหยั่งรู้ว่าผู้เช่านั้นๆ จะสามารถดูแลห้องของคุณได้ดีหรืออยู่ในสภาพที่ปกติและไม่ทรุดโทรมได้หรือไม่นั่งเอง
การเติบโตของมูลค่าบ้านหรือคอนโดในตลาด
มูลค่าของบ้านนั้นจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่จะมีการเติบโตทีละนิดและเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดในระยะยาวด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่นการตั้งขึ้นของห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า ถนนสายใหม่ในระแวกนั้นๆ ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจได้อย่างง่ายที่สุด การทำให้บ้านมีราคาสูงนั้นยาก แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการปล่อยเช่าในกรณีที่พื้นที่บ้านอยู่ในทำเลที่ดีทั้งต่อการคมนาคมหรืออาจจะใกล้โรงเรียน และถนนใหญ่ แต่กลับกันการทำให้ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านมีราคาที่สูงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ใช้เวลานาน ซึ่งแอดขอการันตีว่าเวลาที่ถือทรัพย์สินคอยนั้นจะมีมูลค่าสูงและคุ้มค่าอย่างแน่นอน
มูลค่าของคอนโดที่เกิดขึ้นนั้นสามารถเติบโตได้เร็วกว่าแต่มูลค่าก็ยังคงอยู่ในระดับกลาง ตลาดการปล่อยเช่าคอนโดมีความแข็งแรงกว่ามาก โดยเฉพาะโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสามารถเดินทางได้สะดวก เพราะโดยปกติแล้วผู้ที่เช่าคอนโดจะอยู่ในช่วงวัยทำงานหรือนักศึกษา ดังนั้นคอนโดจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้ดีหากอยู่ได้อยู่ใกล้กับสถานศึกษา สถานที่ทำงาน หรือแม้แต่ย่านท่องเที่ยว อีกทั้งคุณสามารถมั่นใจได้ว่าการบำรุงรักษาคอนโดนั้นใช้เงินน้อยกว่าการบำรุงรักษาบ้านอยู่มากเพราะมีการแบ่งเบาจากนิติบุคคลเข้ามาช่วย
การได้เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดนั้นเป็นความฝันของใครหลายๆ คน การตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ศึกษาด้านทำเลที่ตั้งหรือค่าใช้จ่ายให้รอบคอบไม่ต้องรีบร้อน เพราะเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหรือคอนโดนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรใช้เวลาในการตัดสินใจ หากยังไม่มีที่ไหนถูกใจลองเลือกชมบ้านและคอนโดมือสองได้ที่ Kaidee Property อาจเจอคอนโดในฝันหรือบ้านที่ถูกใจก็ได้นะ
May 11, 2022 | บทความอสังหาฯ
ทุกการลงทุนคือความเสี่ยง เป็นประโยคเตือนใจที่สุดแสนจะคลาสสิกอยู่เสมอ ยิ่งเสี่ยงสูง ยิ่งแลกมากับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน นักลงทุนหลาย ๆ คน เลือกที่จะไม่นำเงินไปแขวนบนเส้นความเสี่ยงเหล่านั้น การลงทุนอสังหาริมทรัพย์จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะด้วยความเสี่ยงต่ำ ถึงแม้ผลตอบแทนจะไม่ได้ปุบปับรับเป็นก้อน แต่ก็เป็นความเรื่อย ๆ ที่พอจะวางใจได้ในระยะยาว
แล้วอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหนที่น่าลงทุน?
อย่างที่ทราบกันดีว่าอสังหาริมทรัพย์มีหลายประเภท แต่รูปแบบไหน ที่จะใช่และตรงใจความเป็นคุณมากที่สุด วันนี้เราขอหยิบยกเอา “คอนโดมีเนียมแบบ 2 Bedroom” มาแนะนำไว้เป็นตัวเลือก ซึ่งเหมาะกับคนที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวหรือมีสมาชิกหลายคน เน้นความสะดวกเป็นที่ตั้ง (อยู่ในเมืองเดินทางง่าย) จะซื้อไว้อยู่เอง หรือตั้งใจซื้อไว้เก็งกำไรปล่อยเช่า/ขายเองในอนาคตก็ได้เช่นกัน
ทำไมต้องคอนโด 2 Bedroom?
บางคนอาจมองว่าคอนโดเพียง 1 Bedroom ก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แล้ว ซึ่งถ้าคุณมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วก็ขอให้มุ่งไปที่ตัวเลือกนั้นได้เลย แต่หากใครยังคงลังเล มีความเลือกไม่ถูกว่าจะจบที่กี่ห้องนอน ขนาดห้องเท่าไรดีนะ ลองมาดูข้อดีสุดเจ๋งของคอนโดมีเนียมแบบ 2 Bedroom ที่ Kaidee Property นำมาฝากกันวันนี้ เผื่อจะช่วยให้คุณเลือกห้องที่ใช่ได้ง่ายกว่าเดิม
1. ห้อง 2 Bedroom มักอยู่ในทำเลที่ดีของโครงการ
ส่วนใหญ่แล้วโครงการที่มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ห้องประเภทหลังมักมีจำนวนและรูปแบบให้เลือกน้อยกว่า 1 Bedroom ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างกว่าและการจัดวางตำแหน่งภายในห้องที่หลากหลาย ทำให้ห้องสไตล์ 2 Bedroom มักถูกจัดวางอยู่ในทำเลที่สวยงามกว่าแบบ 1 Bedroom คือ น้อยแบบคัดสรรมาแล้ว เรียกว่าจ่ายแพงขึ้นเพื่ออัปเกรดทั้งขนาดพื้นที่และมุมที่ดี อาจจะเป็นในแง่ของการรับแสง อยู่บริเวณมุมอาคารได้ความเป็นส่วนตัว หรืออยู่ในจุดที่ทัศนียภาพสวยงาม
2. จ่ายแพงขึ้นเพื่อค่าตอบแทนที่สูงขึ้น
เข้าใจว่างบประมาณเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเลือกซื้อคอนโดฯ สักแห่งของใครหลายคน แต่อย่าลืมว่า ยิ่งการที่เราลงทุนจ่ายไปมากเท่าไร อัตราผลตอบแทนต่าง ๆ ย่อมสูงตามมาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่ารายเดือนหรือขายต่อในอนาคต แล้วอย่าลืมว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่นับวันยิ่งมีมูลค่าในตัวเอง ไม่ค่อยมีค่าเสื่อมเหมือนสิ่งของอื่น ๆ เรียกว่ายิ่งถือไว้นาน ราคามีแต่จะยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม 2 Bedroom ของคุณอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำมากที่จะขายในราคาขาดทุน
3. ปล่อยเช่าได้ในราคาแพง = คัดเลือกผู้เช่าไปในตัว
หากคุณตั้งใจซื้อคอนโดมีเนียมไว้ปล่อยเช่าในระยะยาว ไม่ได้ตั้งใจซื้อไว้อยู่อาศัยเอง (ณ ตอนนี้) การเลือกซื้อห้องสไตล์ 2 Bedroom ไว้ปล่อยเช่า ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคัดเลือกผู้พักอาศัยไปในตัว ด้วยอัตราค่าเช่าที่ค่อนข้างสูงกว่าห้อง 1 Bedroom หรือห้องแบบ Studio ส่งผลให้กลุ่มผู้เช่าอาจจะเป็นวงที่แคบลง ในทางกลับกันก็เป็นข้อดีเพราะเป็นกลุ่มเฉพาะขึ้น และแน่นอนว่ามีกำลังจ่ายมากกว่า เราเองในฐานะผู้ปล่อยเช่าก็ถือว่าได้คัดคนเช่าไปในตัว พอมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า สภาพคอนโดฯ ของเราจะปลอดภัย ไม่ต้องปวดหัวจัดการมากนัก
4. พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันครบถ้วน
ปิดท้ายด้วยข้อดีของห้องแบบ 2 Bedroom ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะด้วยขนาดพื้นที่และจำนวนห้องที่มากกว่า ใครที่มีข้าวของเยอะ ชอบอะไรที่ Full Function – Full Design หรือมีจำนวนสมาชิกในครอบครัวทั้งตอนนี้ หรือในอนาคตแพลนว่าจะมีเพิ่ม ห้องแบบ 2 Bedroom คือคำตอบที่ใช่ที่สุด หากสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา
จัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองกับห้อง 2 Bedroom พร้อมอยู่!
The Line Phahonyothin Park
Highlight : The Line Phahonyothin Park
คอนโด High Rise ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมอยู่! จากแสนสิริ เดินทางสะดวก เพียง 300 เมตร จาก BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ 1 กิโลเมตร จาก MRT พหลโยธิน โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “Magical Tree” ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ Full Function – Full Design – Fully Furnished ด้วยห้อง 2 Bedroom ขนาด 58.75 – 79.5 ตร.ม. 2 Bedroom เริ่มต้นราคาที่ 6.85 ลบ.* Exclusive Promotion เฉพาะลูกค้า Kaidee Property จองวันนี้! ลุ้นรับทองคำสูงสุด 10 บาท*
*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ถึงแม้ The Line Phahonyothin Park จะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพแห่งย่านลาดพร้าว ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทว่าในแง่ของการอยู่อาศัย ความสงบร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติ คือสิ่งที่ทางโครงการให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เห็นได้จากคอนเซปต์การออกแบบหลัก “Magical Tree” ให้ทุกการออกแบบเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เน้นความโปร่ง โล่ง อยู่สบาย มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลาง สวนสีเขียวขนาดใหญ่กว่า 8 ไร่ ให้คุณผ่อนคลายสายตา สบายใจไปกับวิวสีเขียวได้ทุกเวลา ทั้งยังมาพร้อมส่วนกลางที่ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ทั้งสระว่ายน้ำ พื้นที่ทำงาน Co-Working Space
ส่วนห้อง 2 Bedroom ของโครงการนี้ เรียกได้ว่าเก็บครบทุก 4 ข้อดีของห้องสไตล์นี้ที่กล่าวไปแล้วในเบื้องต้น ทั้งเรื่องของทำเลที่ยอดเยี่ยม อยู่ใกล้ทั้ง BTS ห้าแยกลาดพร้าว (300 เมตร) และถนนเส้นหลักพหลโยธิน เพียง 400 เมตร ทั้งยังมาพร้อม Full Function Full Design และ Fully Furnished ตลอดจนมีขนาดห้องให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ 58.75-79.5 ตร.ม. ทั้งแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำแบบ Duplex โดยแต่ละห้องจัดวางโซนต่าง ๆ และให้ขนาดพื้นที่ไม่เหมือนกัน อยากได้ห้องไหนติดห้องไหน ครัวเล็กหรือใหญ่ เรียกว่าเลือกได้ตามใจที่คุณปรารถนา
ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสะดวกสบาย ที่คุณจะได้จากห้องประเภท 2 Bedroom ของ The Line Phahonyothin Park
ในราคาเริ่มต้นเพียง 6.85 ลบ.*
พิเศษ! จองกับ Kaidee Property วันนี้! ลุ้นรับทองคำสูงสุด 10 บาท*
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://baan.kaidee.com/collections/en/TheLine-Phahonyothin-Park/ หรือ https://blog.kaidee.com/th/the-line-pp-condominium/
Nov 10, 2021 | บทความอสังหาฯ
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
HILIGHT : Groove Vibes Ladprao 18 by Divine Development
Groove Vibes Ladprao 18 โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพย่านลาดพร้าว (ลาดพร้าว 18)
Connect ทุกการเดินทาง เข้า-ออกได้จาก 3 ถนนเส้นหลัก “ลาดพร้าว รัชดาภิเษก และวิภาวดี”
750 เมตรจากรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว และ 950 เมตรจากรถไฟฟ้าใต้ดินรัชดาภิเษก
แตกต่างด้วยดีไซน์สุดว้าว กับสถาปัตยกรรมสไตล์ “Modern” ทั้งโครงการ
ครบทุกไลฟ์สไตล์ มีห้องให้เลือกถึง 5 รูปแบบ รวม Loft Style (ไม่นับแบบย่อย)
จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ให้คุณใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท* ประมาณ 108,800 บาท / ตร.ม.
Connect your Groove กับคอนโดดีไซน์ล้ำ! สไตล์ Modern
ขึ้นชื่อว่าเป็นโครงการของ Divine Development แล้ว สิ่งที่มั่นใจและเป็นหนึ่งในจุดขายของเจ้านี้เสมอมา เห็นจะเป็นเรื่องดีไซน์สไตล์โมเดิร์นอันสุดแสนทันสมัยและหรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Modern Life For Design Mania ด้วยการหยิบเอาแนวคิด Retro Futurism คัดเอากลิ่นอายสถาปัตยกรรมในยุค Modern มาปรับใช้ให้เหมาะสมอย่างลงตัวและสวยงาม
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามความสวยอย่างเดียวไม่เพียงพอ สวยแล้วต้อง Form Follow Function ใช้งานได้จริงด้วย สุดท้ายแล้วคอนโดฯ คือความภูมิใจ คือสิ่งบอกเล่าตัวตนของผู้พักอาศัยได้เป็นอย่างดี …นั่นคือความเชื่อของดีวายน์ ดิเวลลอปเมนต์
แน่นอนว่า Groove Vibes Ladprao 18 มีหัวใจหลักครบถ้วนตามที่กล่าวไปทั้งหมด เป็นหนึ่งในโครงการสมมงของทาง Divine ซึ่งน่าจับตามอง เอาแค่ทำเลทองย่านลาดพร้าวใจกลางเมืองแบบนี้ ก็น่าสนใจแล้ว แถมยังเปิดขายในราคาสบายกระเป๋า
เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท*
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Review : Groove Vibes Ladprao 18
รู้จักตัวโครงการกันไปประมาณหนึ่ง จนน่าจะพอเห็นสไตล์และความปังของโครงการ Groove Vibes Ladprao 18 กันแล้ว ต่อจากนี้จะเข้าสู่การรีวิวแบบเจาะลึกในแต่ละด้าน ทั้งเรื่องทำเล ราคาและรูปแบบห้องพัก ฟลอร์แพลน ฯลฯ กำเงินให้แน่นแล้วไปดูความเจ๋งที่ทาง Groove เตรียมไว้ให้ใจสั่นค่ะ!
ภาพรวมโครงการ Groove Vibes Ladprao 18
คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น พื้นที่ประมาณ 1-0-51 ไร่ / 204 ห้อง / 1 ชั้นสูงสุดที่ 32 ยูนิต
โครงการ Fully furnished พร้อมเข้าอยู่ปลายปี 2022 (เริ่มก่อสร้างแล้ว)
ที่จอดรถ 45% ไม่รวมจอดซ้อนคัน Auto Parking 86 Spots และ Conventional Parking 12 Spots
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ความ Modern ของที่นี่ ไม่ได้หมายถึงความไฉไลในเรื่องของดีไซน์ที่สะดุดตาเท่านั้น โครงการนี้ยังช่วยให้ชีวิตคุณง่ายกว่าเดิม เพราะทุกตารางนิ้วของ Groove Vibes Ladprao 18 โอบล้อมไปด้วยความสะดวกสบาย จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เน้นตอบโจทย์วิถีคนเมือง คนรุ่นใหม่วัยเริ่มทำงาน ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงเริ่มก่อสร้าง คาดว่าพร้อมเข้าอยู่ปลายปี 2022
ถึงแม้จะที่นี่จะเป็นคอนโดไตล์ Low Rise แต่อีกหนึ่งหมัดเด็ดที่น่าสนใจ คือมีห้องแบบ Loft Style ไว้เป็นชอยส์ น้อยมากในเมืองไทยที่จะเห็นโครงการ Low Rise ทำห้องพักแบบลอฟต์ เหตุด้วยพื้นที่มีจำกัด แต่ Groove Vibes Ladprao 18 ก็ให้คุณได้ ส่วนเรื่องจุดจอดรถก็ให้มาในตัวเลขสมเหตุสมผล ความที่ระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ในย่านนี้ค่อนข้างสะดวก ใกล้รถไฟใต้ดิน
ขนาดห้องพัก ราคา รูปแบบห้องและพื้นที่ใช้สอย
1 BEDROOM 20-25 SQ.M. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
1 BEDROOM PLUS 28-36 SQ.M. ราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท
LOFT 1 BEDROOM 30-37 SQ.M. ราคาเริ่มต้น 3.3 ล้านบาท
LOFT 1 BEDROOM VILLA 37 SQ.M. ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท
LOFT 1 BEDROOM PLUS 42-53 SQ.M. ราคาเริ่มต้น 4.7 ล้านบาท
ราคาประมาณ 108,800 บาท /ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ค่าส่วนกลาง : 58 บาท /ตร.ม. /เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี) ค่ากองทุน : 500 บาท /ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว) ***ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Nareerat Pimsawang (Kie) 080-0593742
1 BEDROOM // ภาพจากห้องตัวอย่าง
1 BEDROOM // ภาพจากห้องตัวอย่าง
1 BEDROOM PLUS // ภาพจากห้องตัวอย่าง
1 BEDROOM PLUS // ภาพจากห้องตัวอย่าง
นอกจากจะโดดเด่นด้วยดีไซน์แล้ว กรู๊ฟ ไวบส์ ลาดพร้าว 18 ยังมีจุดขายน่าสนใจอย่างรูปแบบห้องพัก ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 5 แบบหลัก ทั้งห้องมาตรฐาน 1 Bedroom ที่มาพร้อมฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร ไปจนถึงห้องแนว Loft สุด Exclusive ที่ให้ฝ้าเพดานสูงถึง 4.45 เมตร เท่านั้นไม่พอทาง Groove ยังยกเอาสวนและสระน้ำ (ขนาดเล็ก) มาไว้ในห้อง Loft Villa ให้คุณสัมผัสความไพรเวทแบบสุด ๆ
แล้วอย่างที่บอกไปตอนต้นว่า งานออกแบบของที่นี่ไม่ได้เน้นสวยแล้วจบไป ทุกอย่างมาพร้อมหลัก Form follow function พัฒนาอาคารบนพื้นฐานการใช้สอย เพื่อให้ลูกบ้านได้ประโยชน์จากพื้นที่มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้เปลือกอาคารด้านหน้า (Facade) บังแสงแดด การเลือกใช้กระจกบานสูงในห้องพัก เพื่อฟีลโปร่งสบาย ฯลฯ
Tips : Fully Furnished ที่โครงการนี้ให้คุณ คือ เตียงนอน Walk-in closet ชุดครัว Hob & Hood ของ Teka สุขภัณฑ์ห้องน้ำ Cotto แอร์ติดผนังทุกห้อง ฯลฯ พร้อมระบบ Home Automation เปิด-ปิดระบบไฟฟ้าต่างๆ ผ่านมือถือ
LOFT 1 BEDROOM // ภาพจากห้องตัวอย่าง
ทำเลและการเดินทาง
แม้ตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ต้องเข้าซอยลาดพร้าว 18 ไปประมาณ 500 เมตร แต่ความที่ Groove Vibes Ladprao 18 อยู่บนถนนลาดพร้าวฝั่งเลขคู่ นั่นหมายความว่าคุณจะลัดเลาะออกไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นพหลโยธิน วิภาวดี สุทธิสาร รัชดาและลาดพร้าว รวมถึงดอนเมืองโทลล์เวย์ (3.3 กิโลเมตร) ตลอดจนทางด่วนพิเศษศรีรัช : ด่านวิภาวดี (9 กิโลเมตร)
ส่วนขนส่งสาธารณะ อย่าง MRT สายสีน้ำเงิน : สถานีลาดพร้าว อยู่ห่างไป 700 เมตร ซึ่งช่องโหว่ตรงนี้ ทางคอนโดแก้เกมด้วยการมีชัตเติลบัสรับ-ส่งที่สถานี ที่สำคัญในอนาคตสถานีลาดพร้าว ยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง แถมยังอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม : สถานีศูนย์วัฒนธรรม และ BTS สายสีเขียว : สถานีห้าแยกลาดพร้าว รายล้อมด้วยห้างต่าง ๆ มากมาย ทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว, Union Mall, Tesco Lotus ฯลฯ
สถานที่ใกล้เคียง
1 รถไฟฟ้าและถนนเส้นหลัก
1.1 รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน (MRT) สถานีลาดพร้าว 750 เมตร 1.2 รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน (MRT) สถานีรัชดาภิเษก 950 เมตร 1.3 ถนนลาดพร้าว 800 เมตร 1.4 ถนนรัชดาภิเษก 950 เมตร 1.5 ถนนวิภาวดี 1.3 กิโลเมตร 1.6 ดอนเมืองโทลล์เวย์ 3 กิโลเมตร
2. ห้างสรรพสินค้า 2.1 บิกซีเอ็กซ์ตราลาดพร้าว 900 เมตร 2.2 ยูเนียนมอลล์ 1.8 กิโลเมตร 2.3 เซ็นทรัลลาดพร้าว 2.6 กิโลเมตร 2.4 เทสโก้โลตัสลาดพร้าว 3.3 กิโลเมตร 2.5 เดอะสตรีท 4.6 กิโลเมตร 2.6 เอสพลานาดรัชดาภิเษก/ เมเจอร์รัชโยธิน 5 กิโลเมตร
3. โรงเรียนและมหาวิทยาลัย
3.1 โรงเรียนเซนต์จอห์น 2.4 กิโลเมตร 3.2 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 2.7 กิโลเมตร 3.3 โรงเรียนหอวัง 3.2 กิโลเมตร 3.4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 6.9 กิโลเมตร
4. โรงพยาบาล 4.1 โรงพยาบาลเปาโลเมมโมเรียล สาขาสะพานควาย 5.7 กิโลเมตร 4.2 โรงพยาบาลเปาโลเมมโมเรียล สาขาเกษตร 5.9 กิโลเมตร 4.3 โรงพยาบาลเปาโลเมมโมเรียล สาขาโชคชัยสี่ 6.3 กิโลเมตร 4.4 โรงพยาบาลวิภาวดี 7.6 กิโลเมตร
5. สวนสาธารณะ 5.1 สวนจตุจักร 3.6 กิโลเมตร 5.2 สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 5.3 กิโลเมตร
6. ตลาด 6.1 กูเมต์มาร์เกต MRT Ladprao 800 เมตร 6.2 สวนลุมไนต์บาซาร์ 1 กิโลเมตร 6.3 ตลาดลุงเพิ่ม (หลังการบินไทย) 1.2 กิโลเมตร 6.4 ตลาดนัดจตุจักร 3.5 กิโลเมตร 6.5 ตลาดห้วยขวาง 3.8 กิโลเมตร 6.6 ตลาดโชคชัยสี่ 4.3 กิโลเมตร 6.7 ตลาด อ.ต.ก. 5 กิโลเมตร 6.8 ตลาดบองมาร์เช่ 8.8 กิโลเมตร
สิ่งอำนวยความสะดวก Groove Vibes Ladprao 18
สิ่งหนึ่งที่ทำให้โครงการของ Divine Development มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือการเอาโซนสิ่งอำนวยความสะดวกหลักลงไปยังชั้นใต้ดิน ด้วยแนวคิด “Good Community ก้าวสู่โลกแห่งความล้ำสมัย ที่จะเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปสู่มิติที่น่าค้นหา”
ข้อดีของการเอาสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่, ฟิตเนส, Co-Working Space, E-Game Room, Play Cave ฯลฯ ลงไปด้านล่าง แน่นอนว่าลูกบ้านย่อมได้รับความเป็นส่วนตัวสูง แถมยังใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศ ที่สำคัญยังเดินเข้าจากล็อบบี้ได้เลยและมีลิฟต์โดยตรงจากทุกชั้น นอกจากนี้บนคอนโดฯ ยังมีสวน Rooftop ให้คุณพักสายตาไปกับต้นไม้สีเขียว พร้อมชมวิวแสงสีของเมืองหลวง (มีจุด Sky Light ช่องรับแสงจากด้านบน ที่ส่องสว่างมาถึงด้านล่าง)
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Sky Light ช่องรับแสงจากด้านบน ส่องถึงด้านล่าง
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
สระว่ายน้ำแร่ขนาด 24 เมตร
กล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ที่จอดรถประมาณ 45% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และลิฟต์ขนของ 1 ตัว
Shuttle Bus รับ-ส่งรถไฟฟ้า
มุมมองในแง่การลงทุน Groove Vibes Ladprao 18
ด้วยห้องที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ เน้นพื้นที่ขนาดเล็กราคาไม่แรง ทำให้ภาพรวมของกรู๊ฟ ไวบส์ ลาดพร้าว 18 ขายถูกกว่าโครงการอื่นๆ ในย่านนี้ ใครที่ตั้งใจซื้อที่นี่ไว้เป็นที่พักอาศัยก็ถือว่าคุ้ม เพราะจ่ายถูกกว่าแต่แลกมาด้วยศักยภาพทำเลอันยอดเยี่ยมในย่านลาดพร้าว ทั้งยังครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
แม้โครงการนี้จะยังสร้างไม่เสร็จ แต่ก็ถือเป็นคอนโดที่น่าจับตามองไม่น้อย ด้วยทำเลที่ดีในย่านลาดพร้าวฝั่งเลขคู่ เข้าออกได้หลายทาง ทั้งยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินถึง 2 สถานี คือ ลาดพร้าวและรัชดาภิเษก ที่สำคัญในอนาคตสถานีลาดพร้าวยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า ราคาที่ดินและค่าเช่าคอนโดบริเวณนี้น่าจะทะยานขึ้นไปให้คุณทำกำไรได้แน่นอน
ฟลอร์แพลน Floor Plan
1 BEDROOM 20-25 SQ.M. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
1 BEDROOM PLUS 28-36 SQ.M. ราคาเริ่มต้นที่ 3.2 ล้านบาท
LOFT 1 BEDROOM 30-37 SQ.M. ราคาเริ่มต้นที่ 3.3 ล้านบาท
LOFT 1 BEDROOM VILLA 37 SQ.M. ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท
LOFT 1 BEDROOM PLUS 42-53 SQ.M. ราคาเริ่มต้นที่ 4.7 ล้านบาท
ฟลอร์ชั้นสิ่งอำนวยความสะดวก
ขึ้นชื่อว่า “ลาดพร้าว” จะกี่ปีต่อกี่ปี ก็เป็นหนึ่งในทำเลยอดฮิตตลอดกาล มีดีมานด์ที่ “มาก” อยู่เสมอ ด้วยศักยภาพของที่ตั้ง บวกกับความ Modern สุดว้าวและความครบครันของตัวโครงการที่จัดเต็มแทบจะทุกด้าน อย่างที่เราบอกเล่าไปในเนื้อหาด้านบน จึงทำให้ Groove Vibes Ladprao 18 เป็นโครงการที่น่าสนใจ
ทั้งหมดทั้งมวลนั้น Kaidee Property จัดราคาให้คุณสุด Exclusive เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท* เท่านั้น
จองวันนี้เพียง 9,900 บาท แล้วรับส่วนลดสูงสุดปังๆ ไปอีก 200,000 บาท ใช้ชีวิต In the City ให้เหนือกว่าใคร จองเลย!