เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยมีกี่ข้อ บนถนนแต่ละแบบ

เทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยมีกี่ข้อ บนถนนแต่ละแบบ

มีใครรู้บ้าง?? ว่าเทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยมีกี่ข้อ ถ้าหากยังไม่รู้แล้วล่ะก็ ว่าเทคนิคขับรถ ให้ปลอดภัยมีกี่ข้อ วันนี้ก็พร้อมที่จะแถลงไข เพื่อพรุ่งนี้ที่สดใสรอเราอยู่!! ซึ่งทั้งนี้ก็อยู่ที่สภาพของพื้นถนนที่เราขี่อีกต่างหาก 

จะขับขี่ให้ปลอดภัยต้องรู้จริงเรื่องอะไรบ้าง!!

1. รู้จริงเรื่องกฎจราจรที่ถูกต้อง

แน่นอนว่าว่าเป็นสิ่งแรกที่คนขับรถทุก ๆ คนจะต้องรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และนอกจากจะทำความเข้าใจแล้ว ยังต้องเคารพกฎจราจรบนท้องถนนอย่างเคร่งครัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หรือมีโอกาสเกิดได้น้อยที่สุด 

2. รู้จริงเรื่องตัวคุณเอง

คงไม่มีใครรู้จักตัวเองดี นอกจากตัวเราเองแล้ว คุณจะต้องรู้ขีดจำกัดความสามารถในการขับขี่ของตัวเองให้ดีเสียก่อน ว่าคุณขับได้ขนาดไหน ขับช่วงกลางคืนไหวไหม หรือขับรถเร็วได้มากน้อยแค่ไหน ที่คุณจะสามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องแคล่ว

3. รู้จริงเรื่องสภาพของรถยนต์

ขับอยู่ทุก ๆ วัน ย่อมรู้ความเป็นไปของรถยนต์มากที่สุด ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่เสียบ้าง หากจุดไหนเสียควรที่จะรีบแก้ไขและปรับปรุงให้รถยนต์มีความพร้อมที่สุดก่อนที่จะกลับมาเริ่มขับขี่ไปที่ไหนก็ตาม

TIPS : ควรตรวจเช็คสภาพรถให้ดีอย่างสม่ำเสมอ 

4. รู้จริงเรื่องการมีน้ำใจบนท้องถนน

เคยได้ยินกันไหม “มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง เป็นมารยาทที่ดีบนท้องถนน” ซึ่งน้ำใจที่พึงมีของเหล่าผู้ขับขี่ควรทำก็คือ

  • ใช้ไฟสูงอย่างระมัดระวัง : ไม่ควรใช้สูงแบบไม่จำเป็น เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ที่ขับขี่สวนทางมาได้ (ไฟมันจ้าเสียเหลือเกิน!! 💥)
  • ไม่เหยียบเบรกบ่อย : การเหยียบเบรกบ่อย ๆ (บางคนนี่เบรกเป็นจังหวะ 3 ช่าเลย)นอกจากจะทำให้เบรกอาจเกิดความเสียหายแล้ว อาจจะสร้างความงงงวยให้แก่คนที่ขับตามหลังอีกด้วยว่าจะเบรกทำไม 
  • ไม่เบรกกระชั้นชิด : การเบรกแรง ๆ อย่างกระชั้นชิดอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุชนท้ายได้ ทางที่ดีคือการเว้นระยะห่างกับคันหน้า
  • เปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งที่จะเลี้ยว : ก่อนที่จะเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวเข้าซอยทุกครั้ง ก็ควรที่จะเปิดสัญญาณไฟเพื่อบอกให้คันหลังทราบและชะลอความเร็วได้
  • ไม่ขับจี้คันข้างหน้า : การขับรถจี้คันข้างหน้า มีโอกาสสูงมาก หากคันข้างหน้าเบรกกระทัน อาจจะทำให้เกิดการชนเกิดขึ้น ซึ่ง “พ.ร.บ.จราจร มาตรา 40 กล่าวว่า ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าตามระยะเบรกที่ปลอดภัย”

“สติ ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจ”

ขับขี่ให้ปลอดภัยบนพื้นเปียก

กลัว กลัว กลัว!! ขับรถบนพื้นเปียก ๆ นี่น่ากลัวกว่าที่คิดเยอะเลย นอกจากจะทำให้รถเสียหลักแล้ว จะอาจจะสร้างปัญหาให้คนที่ตามมาได้อีกด้วย การขับรถบนพื้นแบบนี้ให้ปลอดภัย จึงควรทำเป็นอย่างมาก

1. ใช้ไฟตัดหมอก

สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเลย หากต้องการความปลอดภัยทั้งต่อตัวคุณเอง และเพื่อนร่วมทาง คุณจะต้องเปิดไฟตัดหมอก เพื่อให้รถคันอื่น ๆ มองเห็นคุณได้ง่าย เพราะส่วนใหญ่แล้วพื้นจะเปียกก็มักเกิดมาจากฝนตก

2. เว้นระยะห่าง

ในปกติแล้วต่อให้เป็นพื้นถนนสภาพแบบไหนก็ตาม ก็ควรที่จะเว้นระยะห่างกับรถคันหน้าอยู่แล้ว แต่เมื่อถนนเปียกลื่นแล้ว ยิ่งควรจะต้องเว้นระยะห่างให้มากขึ้นไปอีก 3 – 4 เท่าจากปกติเลย นั่นหมายความว่าคุณจะต้องห่างจากคันหน้ามากกว่า 50 เมตร เพื่อความปลอดภัย

3. หลีกเลี่ยงการขับผ่านแอ่งน้ำ

อีกหนึ่งสาเหตุการลื่นไถลบนท้องถนนเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยขับรถผ่านแอ่งน้ำที่ขังอยู่ด้วยความเร็ว จะรู้ได้เลยว่าเมื่อขับผ่านไปแล้ว พวงมาลัยจะส่ายและควบคุมได้ยาก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยง หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรที่จะชะลอความเร็วให้มากที่สุด แล้วจึงค่อย ๆ ขับผ่านไปช้า ๆ

4. ลดความเร็วลง

เมื่อพื้นเปียก จะขับรถเร็วก็คงจะไม่ได้ เพราะเดิมทีแล้ว เมื่อพื้นเปียก ยางก็จะไม่ค่อยเกาะถนนเท่าไรนัก ขับช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อนอะไร เป็นดีที่สุด (ช้าแต่ชัวร์😘)

ขับขี่ให้ปลอดภัยบนพื้นขรุขระ

เป็นอีกพื้นถนนที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงว่าจะมีอันตราย แต่ถ้าคุณมองว่าคุณกำลังขับรถขึ้น-ลงเขาล่ะ!! แถมถนนยังขรุขระอีก (เริ่มน่ากลัวแล้วใช่ไหมล่ะ) ถ้าหากขับรถไม่ระวังจริงได้มีเสียวแน่นอน ซึ่งวิธีมีด้วยกันอยู่ดังนี้

1. ลดแรงดันของยาง

เมื่อลดแรงดันของยางลง จะสามารถช่วยให้เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในเส้นทางที่ขรุขระได้ง่ายยิ่งขึ้น  เพราะยางสามารถดูดซับแรงกระแทกได้มากขึ้น แถมยังช่วยในเรื่องของการลดแรงกระแทกเมื่อต้องขับบนพื้นผิวนี้เป็นเวลานาน

2. ใช้อัตราทดต่ำหรือใช้เกียร์ต่ำ

การใช้เกียร์ต่ำหรือการใช้อัตราทดที่ต่ำ จะช่วยเพิ่มพละกำลังในการขับขี่ได้ ทำให้รถสามารถขับผ่านอุปสรรคหรือพื้นถนนที่อาจจะที่มีความขรุขระสูง

3. ขับรถด้วยความเร็วต่ำ

การขับรถด้วยอัตราความเร็วที่ต่ำ คุณจะสามารถเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นได้ เพื่อข้ามสิ่งกีดขวางได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากคุณขับรถเร็วเกินไปอาจจะมีความเสี่ยงที่มากกว่า เพราะรถยนต์อาจจะเกิดการเสียหลักได้แม้เพียงก้อนหินเล็ก ๆ ก้อนเดียวเท่านั้น

4. หากขับไปต่อไม่ได้ ไม่ควรฝืน!!

อย่าลืมว่ามันไม่คุ้มค่ากับชีวิต หากต้องนำตัวเองไปเสี่ยง เมื่อรู้ว่าเส้นทางที่ขับขี่อยู่กำลังเป็นอันตรายก็ไม่ควรที่จะเสี่ยงขับต่อ ทางที่ดีหยุด และหันรถกลับ เพื่อหาเส้นทางอื่นในการเดินทางแทน

 [ สรุปเทคนิคการขับรถให้ปลอดภัยมีกี่ข้อ ]

จบกันไปแล้วกับเทคนิคการขับรถให้ปลอดภัย ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ!! จำง่าย ๆ “รู้จริง4 พื้นเปียก4 ขรุขระ4” ถ้าหากทำได้ทุกข้อแล้ว คำว่าถนนสีขาว ก็จะสามารถเกิดขึ้นได้จริง!! แต่ที่สำคัญมากกว่าการขับขี่ที่ปลอดภัยเลยคือ “มีสติ” ตลอดเวลาที่อยู่หลังพวงมาลัย

ก่อนที่คุณจะเริ่มซื้อรถยนต์มือสองแล้ว ควรเริ่มตรวจสอบทุกอย่างให้ดีก่อนที่จะเลือกซื้อ เพื่อให้คุณมั่นใจและขับขี่ได้ปลอดภัยในทุก ๆ เส้นทาง ซึ่ง Kaidee Auto มีรถยนต์ให้เลือกซื้อมากมาย อีกทั้งยังเป็นรถยนต์มือสองคุณภาพดี

ประกาศเปิดตัวงาน CTC2021 วันที่ 25 เมษายน 2021 ในรูปแบบใหม่

ประกาศเปิดตัวงาน CTC2021 วันที่ 25 เมษายน 2021 ในรูปแบบใหม่

เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังมีความเสี่ยงและไม่น่าวางใจในปัจจุบัน เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทางทีม CREATIVE TALK  ได้ตัดสินใจยกระดับการจัดงาน AP Thailand & SEAC Present CREATIVE TALK CONFERENCE 2021 (CTC2021) จากที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เป็นการจัดงานแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ

CREATIVE TALK ไม่ได้มองว่าสถานการณ์นี้เป็น “อุปสรรค” ที่ทำให้เราไม่ได้พบกัน ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน แต่ตรงกันข้าม เรากลับมองว่านี่คือ “โอกาส” ที่จะทำให้พวกเราสามารถเข้าถึงกันได้มากขึ้น บ่อยครั้งขึ้น และยาวนานยิ่งขึ้น

เราจึงขอเปิดตัวโอกาสใหม่ที่จะทำให้ CREATIVE TALK CONFERENCE ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“CREATIVE TALK CONFERENCE ONLINE”

CONFERENCE ONLINE ที่ทุกท่านจะพบกับประสบการณ์รูปแบบใหม่ การเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ เริ่มต้นวันที่ 25 เมษายน 2021 ด้วย Exclusive Content 30 Sessions ในด้าน Creative, Marketing, Innovation, Entrepreneurship, และ People จากเหล่า Speakers ระดับประเทศ

Session Highlights

  • Power of Brand Purpose โดย คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)
  • Entrepreneur Next Normal โดย คุณยอด ชินสุภัคกุล Co-founder of ‘Wongnai’ and CEO of ‘LINE MAN Wongnai’ และ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO of Srichand and Founder of ‘Mission to the Moon’
  • After Work Entrepreneur โดย คุณธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ Founder and CEO of Trick of the Trade Co. และ คุณเปรมวิทย์ ศรีชาติวงศ์ Co-Founder & CEO of Storylog & Fictionlog และ ธีรยา ธีรนาคนาท Co-Founder of CareerVisa Thailand
  • Financial Crisis Management โดย คุณยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO of iTAX และ คุณภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ‘บริษัท เงินติดล้อ จำกัด’ 
  • Way to Become a Hybrid Creator โดย เอกลักญ กรรณศรณ์ Founder of BrandThink
  • Digital Economy แนวโน้มและทางออกเศรษฐกิจไทยหลังยุคโควิด 19 โดย ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • Direct To Consumer โดย คุณชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย Co-Founder of NocNoc

และอีกมากกว่า 30 Exclusive Content Sessions

เพิ่มความพิเศษด้วย CREATIVE TALK CONFERENCE “ORIGINAL CONTENTS” และ Creative Workshop ที่จะเพิ่มขึ้นทุกเดือนตลอดทั้งปี 2021 โดยเนื้อหาพิเศษเหล่านี้ เฉพาะผู้ที่ซื้อบัตร CTC2021 และทุกท่านที่มี Ticket ในวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา สามารถเข้าชมเนื้อหาทั้งหมดได้ตลอดปี 2021

ทั้งหมดนี้เราทำภายใต้ความเชื่อที่ว่า เราอาจจะเรียนรู้ได้ เรียนรู้ซ้ำได้ แต่ “เราไม่ควรหยุดเรียนรู้” เราเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่ควรเกิดขึ้นเพียงแค่ 1 ครั้งต่อปี แต่ควรต้องเรียนรู้ตลอดปี

นี่คือสิ่งใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราและผู้สนับสนุนของเราทุกฝ่าย Sponsors, Speakers, Partners และเราหวังว่าจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ร่วมงานเช่นคุณด้วยเช่นกัน 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน CREATIVE TALK CONFERENCE เป็นอย่างดี และร่วมเดินทางในก้าวสำคัญไปกับเราพร้อมกัน แล้วพบกับ “CREATIVE TALK CONFERENCE ONLINE” ครั้งแรกในวันที่ 25 เมษายน 2021 นี้ 

ติดตามอัปเดตรายละเอียดงานได้ทาง

* Website www.ctc2021.com 
* Facebook https://www.facebook.com/creativetalklive/
* Twitter https://twitter.com/creativetalkth
* Instagram https://www.instagram.com/creativetalklive/
* หรือย้อนชมบรรยากาศงานในปีที่ผ่านมาได้ที่ YouTube Channel https://www.youtube.com/user/CreativeTalkTH

ห้อยพระองค์ไหนแคล้วคลาดปลอดภัย ร่ำรวยเงินทอง

ห้อยพระองค์ไหนแคล้วคลาดปลอดภัย ร่ำรวยเงินทอง

หลังจากที่ได้สัมภาษณ์เซียนพระทั้งสามจากบทความ “เผยเคล็ดลับพระเครื่องจาก 3 เซียน” ทำให้ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเครื่องในปัจจุบันกันมากขึ้น และเราได้ข้อมูลพระเครื่องเสริมดวงชะตาทั้งด้านโชคลาภ สิริมงคลและแคล้วคลาดปลอดภัย 

ห้อยพระอย่างไรถึงจะเฮง 

แต่เดิมนั้นพระที่คนนิยมบูชาคือพระพิมพ์ แต่ในสมัยก่อนนั้นไม่ได้นำมาห้อย แต่สร้างขึ้นเพื่อบูชาและเป็นการทำบุญกุศล จนต่อมาก็เริ่มมีการทำพระเครื่องหลากหลายรูปแบบมากขึ้น รวมกับศรัทธาความเชื่อที่มีมากขึ้นทำให้คนเริ่มนำพระมาห้อยเพื่อเป็นสิริมงคล 

การห้อยพระให้เฮงนั้น ต้องเริ่มจากความศรัทธาที่แท้จริงในพระองค์นั้นๆก่อน แล้วจึงตั้งจิตตั้งใจทำสิ่งดี แต่อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจก่อนว่าเรื่องนี้คือความเชื่อที่อาจไม่มีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ได้ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่จะได้รับผลที่ดีจากความเชื่อตรงนี้ 

พระเสริมโชคลาภ

เรื่องเงินเรื่องใหญ่ นอกจากจะต้องทำมาหากินแล้วการมีพระไว้บูชาด้านโชคลาภก็สำคัญเช่นกัน หากใครยังไม่รู้จะเริ่มจากองค์ไหนลองดูตามนี้เลย  

1.เหรียญหลวงปู่ทิม 

เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นแรก บล็อกแรก (สุเทพ เจนจิรวัฒนา) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

วัตถุมงคลที่ถูกสร้างและปลุกเสกจากหลวงปู่ทิมอิสสริโก วัดละหารไร่ ล้วนเป็นที่นิยมและขึ้นชื่อว่ามีพระพุทธคุณที่ช่วยเสริมสิริมงคล โดยเฉพาะเรื่องการค้าขาย ธุรกิจรุ่งเรือง และยังช่วยเรื่องปลอดภัยแคล้วคลาดอีกด้วย 

เคล็ดลับการบูชาคือ ตั้งนะโม 3 จบตามด้วย อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัดตา พุทโธ พุทโธ 3 จบ 

2.เหรียญหลวงพ่อรวย วัดตะโก

เหรียญหลวงพ่อรวย รุ่นรวยรับทรัพย์ มังกรคู่ ที่มา: Kaidee.com

หลายคนคงพอรู้จักกับหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก ผู้ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง และก็มีข่าวออกมาหลังจากที่ท่านมรณภาพไป ร่างกายไม่เน่าเปื่อย ดังนั้นจากที่ท่านเป็นที่รู้จักอยู่แล้วพอเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งรู้จักกว้างขวางมากขึ้น โดยพระเครื่องที่ผู้คนนิยมเล่นกันคือรุ่นที่ออกมาก่อนปี พ.ศ. 2560 หรือ พ.ศ. 2559 เป็นต้นไปหรือก็คือช่วงที่ท่านยังอยู่นั่นเอง แต่หากศรัทธาด้วยใจจริงจะรุ่นไหนก็ไม่สำคัญ เป็นสิริมงคลเสริมความร่ำรวยได้เหมือนกัน 

คาถาในการบูชาหลวงพ่อรวยคือ ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วย สัมพุทธชิตา จะสัจจานิ เก รัตน์สะ พระพุทธชิตา สัพพะโส คุณะวิภา สัมปัจโต นะรุตตะโม มหาลาภัง สัพพะสิทธิ ภะวันตุเม 

3.พระปิดตาสังกัจจายน์

ตามจริงพระปิดตามีหลายรุ่นหลายองค์มากๆ แต่หากนึกถึงการห้อยบูชาเพื่อความร่ำรวยนั้นก็ต้องเป็นพระปิดตาสังกัจจายน์ ซึ่งพระสังกัจจายน์นั้นก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย อุมดสมบูรณ์เงินทองและสติปัญญาอยู่แล้ว พอมาเป็นพระปิดตา สังกัจจายน์ที่ผ่านการปลุกเสกจากวัดต่างๆ ก็ยิ่งได้รับความนิยมขึ้นไปอีก 

การบูชานั้นบางคนก็สวดคาถาที่ใช้บูชาพระสังกัจจายน์ นั่นคือ กัจจายะนะ มะหาเถโร เทวะตานะระ ปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง ภะวันตุ เม ลาเภนะ อุตะโมโหติ โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง สัพพะลาภา สะทาฌสตถิ ภะวันตุ เม 

4.เหรียญพญาเต่าเรือน (เต่า 3 รวย)

เหรียญหลวงพ่อหลิว พิมพ์เต่าใหญ่ รุ่นปลดหนี้ วัดไร่แตงทอง นครปฐม (ประเสริฐ พินิจนรชัย) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

อีกเหรียญชื่อดังที่ส่งเสริมทั้งความร่ำรวยและความปลอดภัย เหรียญพญาเต่าเรือนจากหลวงปู่หลิว ปณณโก วัดไร่แตงทอง ไม่ว่าจะค้าขายทำธุรกิจอะไรก็มีติดไว้บูชาได้ เพราะเรื่องการให้โชคลาภนั้นเรียกว่าเป็นที่ประจักษ์ของคนในวงการพระเลยก็ว่าได้

การบูชาพญาเต่าเรือนคือ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย นะมะพะทะ นาสังสีโม สังสีโมนา สีโมนาสัง โมนาสังสี นะอุทะกะ เมมะอะอุอะ 

หากต้องการบูชาเพื่อขอลาภจะเป็นคาถา “จอขอลาภ หลวงปู่หลิว จะมะหาเถรา สุวรรณณะมะมา ระชะมามา เพชรชะมามา อาหาระมามา ชาทะนียะมามา โภชะนียะมามา สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพพะบูชา ภะวันตุเม นะชาลิติ อาคัจฉัยยะ อาคัจฉาหิ”

คุ้มครอง แคล้วคลาด 

หนึ่งในเรื่องยอดนิยมที่คนใส่พระมักคาดหวังนั่นคือเรื่องการคุ้มครอง แคล้วคลาด เพื่อความสิริมงคล ซึ่งพระเครื่องก็มีหลากหลายองค์ที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้  

1.หลวงปู่ทวด

หลวงปู่ทวดรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่าน วัดช้างไห้ ปัตตานี (วรวุฒิ บุตรเขียว) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

เชื่อว่าหลายๆคนที่แม้จะไม่ได้อยู่ในวงการพระเครื่องก็อาจเคยได้ยินชื่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระเกจิอาจารย์ในสมัยอยุธยา ที่ในปัจจุบันชื่อของท่านก็ยังคงอยู่และถูกสักการะบูชาอยู่เรื่อยมา 

ซึ่งพระเครื่องหลวงปู่ทวดนั้นมีหลายวัด หลาดพิมพ์ หลายรุ่น แต่พระพุทธคุณที่เราต่างทราบกันนั่นคือการคุ้มครองให้ปลอดภัย จะเดินทางไปที่ใด ไกลแค่ไหน มีห้อยติดตัวไว้ก็จะสบายใจ

ยามคับขันหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดใดก็ตาม หากต้องการคุ้มครอง อยู่รอด ปลอดภัย ในท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย นะโม โพธิ สัตโต อคันติมายะ อิจิภควา 3 จบ 

2.พระปิดตา

พระปิดตามหาอุตม์ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ชินตะกั่ว พิมพ์นะหัวเข่า กทม. (พร พิษณุ) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

พระปิดตามีมากมายหลายประเภทในตลาดพระเครื่อง ซึ่งประเภทที่มีพุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัยคือพระปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า ซึ่งในประเภทนี้ก็จะมีหลากหลายรุ่นจากหลากหลายวัดเช่นกัน แต่เราสามารถเลือกตามความสบายใจและความศรัทธาของเราได้เลย  

คาถาบูชาพระปิดตารุ่นนั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้าคือ ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม

3.เหรียญหลวงพ่อหลิว

เหรียญหลวงพ่อหลิว พิมพ์เต่าใหญ่ รุ่นแรก วัดสนามแย้ กาญจนบุรี (ทวี ชัยสิทธิ์) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

เหรียญหลวงพ่อหลิว วัดสนามแย้ จังหวัดกาญจนบุรี ช่วยเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย จากที่เคยมีข่าวว่ามีคนประสบอุบัติเหตุแต่รอดชีวิตมาได้ ซึ่งผู้นั้นมีพกเหรียญพญาเต่าเรือนไว้ จึงทำให้เกิดกระแสความนิยมและผู้คนเข้าแห่ไปเช่ากัน 

สรุป

พระเครื่องก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความศรัทธา เลื่อมใสในพระองค์ใดองค์หนึ่งและรวมไปถึงพระพุทธศาสนาอีกด้วย ซึ่งความเชื่อเรื่องห้อยพระองค์นี้จะช่วยเรื่องนี้นั้นหรือพระองค์นั้นช่วยเรื่องนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งการมีพระติดตัวไว้ เวลาไปไหนก็จะสร้างความสบายใจที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ รวมถึงบทสวด คาถาบูชาต่างๆด้วย 

และหากต้องการเช่าพระสักองค์หรือมองหาตลาดพระเครื่องแบบออนไลน์อยู่ล่ะก็ Kaidee ของเรามีหมวดพระเครื่องที่รวบรวมพระเครื่องมากมายให้ทุกคนได้เลือกเช่าเลือกชม และนอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่อื่นๆรวมกันมากถึง 32 หมวดอีกด้วย ลองไปดูกันได้เลย

ส่วนผู้ขายท่านไหน ที่มีสินค้าจำนวนมากในหมวด พระเครื่อง แล้วอยากนำมาขายหรือแบ่งเช่าให้กับคนที่สนใจ สามารถซื้อแพ็กเกจลงประกาศสินค้ากับทาง Kaidee ในราคาพิเศษได้ โดยติดต่อ ฝ่ายบริการที่เบอร์ 02-119-5000 หรือกรอกรายละเอียดที่นี่ได้เลย

5 มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมันสุดคุ้มปี 2021

5 มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมันสุดคุ้มปี 2021

อย่างที่ทราบกันดีว่าการจราจรในกรุงเทพช่วงไพร์มไทม์ “ทรมานหัวใจ” มากแค่ไหน เรียกว่าเสียทั้งเวลาและสุขภาพจิตเอามากๆ แต่บางครั้งชีวิตคนเราก็ไม่ได้มีตัวเลือกมากขนาดนั้น มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายที่มีเวลาเข้า-ออกงานชัดเจน จะให้เลี่ยงเดินทางชั่วโมงดังกล่าวก็คงยาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว “มอเตอร์ไซค์” จึงเป็นอีกทางเลือกที่หลายคนนิยมใช้ เพราะได้ทั้งความคล่องตัว ประหยัดเวลาเดินทางและราคาย่อมเยากว่ารถใหญ่ ไหนจะตรงกับไลฟ์สไตล์เฉพาะคน ซึ่งรู้สึกว่าการขี่มอเตอร์ไซค์ให้อิสระและฟีลดีกว่ารถยนต์ บวกกับธุรกิจ Delivery ที่บูมขึ้นในช่วงนี้ เทรนด์มอเตอร์ไซค์จึงค่อนข้างคึกคักและน่าจับตามองเป็นพิเศษ

5 มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมันปี 2021

นอกจากเครื่องยนต์ที่เร็วและแรง รูปโฉมอันโฉบเฉี่ยวถูกใจคุณแล้ว ฟังก์ชันหนึ่งของมอเตอร์ไซค์ที่มั่นใจว่าหลายคนมองหาคือ เรื่องประหยัดน้ำมัน เข้าใจว่า ยุคนี้ พ.ศ.นี้ ตัวเลือกไหนคุ้มทุนสุดก็มักจะถูกเลือกเป็นอันดับต้นๆ ส่วนจะมีรุ่นไหนน่าสนใจในปีนี้บ้าง เรารวมมาให้แล้ว ลุยไปด้วยกันค่ะ!

1. All New Honda Wave 125i 2021

Honda Wave 125i

สุดยอดเรือธงแห่งค่ายฮอนด้าที่หลายคนรู้จักดี โดยครั้งนี้ “All New Honda Wave 125i” มาพร้อมคอนเซปต์อันเป็นเอกลักษณ์ “โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ The Superior of All Time” ที่สำคัญยังจัดแน่นจัดเต็มด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซีเหมือนเคย

หลังจากการเข้ามาของฮอนด้าเวฟในปี พ.ศ.2540 ถึงตอนนี้ รถรุ่นดังกล่าวยังได้รับความนิยมจนปัจจุบัน แทบทุกครั้งที่รถรุ่นนี้เปิดตัว มักเรียกเสียงฮือฮาในหมู่คนรักมอเตอร์ไซค์แทบทุกครั้ง ด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสวยงาม คลาสิคเสมอเหนือกาลเวลา แถมยังขายต่อง่ายได้ราคา

แน่นอนว่า Honda Wave 125i 2021 รุ่นล่าสุดของปี 2021 นี้เก็บรายละเอียดจุดแข็งต่างๆ เอาไว้ครบถ้วน เพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-Fi ทำให้ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม ในระยะทาง 64 กิโลเมตร/ลิตร ให้คุณคุ้มค่าทุกการเดินทาง ทั้งยังมาพร้อมไฟหน้าอัจริยะ คมชัดทุกมุมมอง

ราคาเริ่มต้น : 53,400 บาท

2. Honda Wave110i 2021

Honda Wave110i 2021

ต่อกันอีกหนึ่งเรือธงประจำค่ายฮอนด้า ซึ่งอยู่ในตระกูล Honda Wave เช่นเดียวกัน ทว่ามาในราคาเริ่มต้นที่ย่อมเยากว่า ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นอีกทางเลือกที่ครองใจใครหลายคน โดยครั้งนี้ปี Honda Wave110i 2021 มาในโฉมใหม่ สดใสกว่าที่เคย

ว่ากันว่ารถรุ่นนี้ครองแชมป์รถมอเตอร์ไซค์อันดับหนึ่งของครอบครัว ภายใต้สโลแกน “เพื่อนร่วมทางที่ใช่ เชื่อใจเป็นที่หนึ่ง” ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด Honda Smart Engine 4 จังหวะ ขนาด 110 ซีซีตอบสนองทุกการเดินทางอย่างคุ้มค่า ด้วยจุดเด่นอย่างถังน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้น จุได้ 5 ลิตร ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 76.9 กม./ลิตร วิ่งได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย

ทั้งยังมาพร้อมไฟหน้า LED แบบใหม่ ส่องสว่างทุกการเดินทางอย่างคมชัด ให้คุณสบายใจทุกการเดินทาง ตลอดจนหน้าปัดเรือนไมล์ Digital LCD ที่ช่วยให้คุณใช้งานง่าย บอกทุกรายละเอียด ไหนจะช่องเก็บสัมภาระที่กว้างถึง 10 ลิตร จุทุกของสำคัญได้อย่างจุใจ

ราคาเริ่มต้น : 36,900 บาท

3. Yamaha-finn 2020

ข้ามฟากมาที่ Yamaha กันบ้าง ถึงรถรุ่นนี้จะออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าหากจะเอ่ยถึงมอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมันตัวท็อปของใครหลายคนๆ น่าจะมี Yamaha-finn 2020 เป็นคำตอบในใจแน่นอน

ด้วยรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว สีสันสะดุดตาโดนใจทุกสี ขับขี่ง่ายสไตล์ฟินน์ ที่สำคัญยังโดดเด่นด้วยบริการหลังการขาย รับประกันตัวรถนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร มาพร้อมเครื่องยนต์ 115 ซีซี 4 จังหวะ ให้คุณเร่งได้ทุกจังหวะ สนุกกับการขับขี่

นอกจากนี้ยังควบคุมหัวฉีดสุดประหยัด สั่งจ่ายน้ำมันด้วยระบบพิเศษ ประหยัดน้ำมันสูงสุด 96.16 กิโลเมตร/ลิตร (จุน้ำมันได้ 4 ลิตร) ทั้งยังเพิ่มระบบเบรค UBS ให้คุณปลอดภัยมากกว่าที่เคย เกาะถนนได้แน่นและหนึบ ทันทีที่เบรคกะทันหันระบบจะช่วยเพิ่มแรงเบรคแบบอัตโนมัติ

ราคาเริ่มต้น : 47,000 บาท

4. New Yamaha QBIX 2021

Yamaha QBIX

มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมันตัวล่าสุดของยามาฮ่า ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เราแนะนำไปก่อนหน้า โดย New Yamaha QBIX 2021 รุ่นนี้ ทำงานด้วยระบบออโตเมติก จัดเต็มด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว 2 วาล์ว SOHC ในคลาส 125 ซีซี.

ใครเป็นสายเน้นขับขี่ง่าย สบายๆ บอกเลยว่ารถรุ่นนี้เป็นอีกตัวที่น่าสนใจ ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่สีสันสะดุดตา หรือใครมีใจรักด้านดีไซน์ จะเอาไปแต่งเพิ่มเติมก็สะดวก มิกซ์แอนด์แมทช์ง่าย ทั้งยังมาพร้อมระบบ MoblieCharger Socker ช่องต่อชาร์จไฟแบบรถยนต์ ไว้เป็นทางเลือกในยุคนี้

ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันไม่ต้องพูดถึง ตัว QBIX 2021 มีระบบประหยัดน้ำมันอันยอดเยี่ยมไม่แพ้มอเตอร์ไซค์รุ่นไหน ด้วยเทคโนโลยี Stop and Start System ที่ช่วยลดอัตราการเผาผลาญน้ำมันได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีระบบตัดเครื่องยนต์ตัดอัตโนมัติภายใน 5 วินาที และเมื่อคุณเร่งเครื่องอีกครั้ง ระบบจะพร้อมทำงานทันที

ราคาเริ่มต้น : 53,500 บาท

5. Suzuki Burgman 400 ABS

Suzuki Burgman

ปิดท้ายด้วยมอเตอร์ไซค์ระดับไฮคลาส “ประหยัดน้ำมันแต่ไม่ประหยัดเงิน” เพราะตัว Suzuki Burgman 400 ABS รุ่นนี้ เป็นสกูตเตอร์บิ๊กไบค์สไตล์พรีเมียมหรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Elegant Athlete โฉบเฉี่ยวสวยงาม ให้ความแพงในทุกมิติ พร้อมใช้งานทุกรูปแบบ

ส่วนฟังก์ชันต่างๆ ก็ครบครันสมราคา ด้วยเครื่องยนต์สมรรถนะเยี่ยม 1 สูบ 399.9 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วย DOHC มาพร้อมระบบประหยัดน้ำมันอันแข็งแกร่ง ให้คุณเดินทางได้อย่างสบายใจ สบายกระเป๋า

ขณะที่ช่องเก็บสัมภาระก็ให้มาจุใจถึง 42 ลิตรเลยทีเดียว ใส่หมวกกันน็อคได้ 2 ใบ ทั้งยังมีเบรกมือให้คุณอุ่นใจ ปลอดภัยเมื่อเจอทางที่ลาดเอียง ตลอดจนโช๊คอัพแบบ Link Type กันสั่นได้ยอดเยี่ยม ช่วยให้การขับขี่ของนุ่มนวล

ราคาเริ่มต้น : 214,200 บาท

สรุปท้ายบทความ

อ่านมาถึงตรงนี้ พอมีตัวเลือกในใจบ้างหรือยังคะ ว่ามอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมันรุ่นไหน พอจะเข้าไปอยู่ในใจได้บ้าง รถ 5 รุ่นต่างยี่ห้อที่เราแนะนำไปนั้น มีสไตล์และรูปแบบค่อนข้างหลากหลาย ทั้งเรื่องราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน เลือกกันได้ตามกำลังทรัพย์และความพอใจ

อยากได้รุ่นไหน คลิก Kaidee สิ มีคำตอบให้คุณแน่นอน

ส่องคอนโด 2 ชั้นมีกี่แบบและทำไมถึงราคาแพง

ส่องคอนโด 2 ชั้นมีกี่แบบและทำไมถึงราคาแพง

ในปี 2564 นี้ หลายฝ่ายคาด เศรษฐกิจ จะเริ่มฟื้นตัว ด้วยวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตออกมาในช่วงครึ่งปีแรกและเริ่มมีการทยอยฉีดให้แก่ผู้จำเป็นในล็อตแรก ภายหลังจากการฉีดวัคซีนในช่วงที่ผ่าน ประสิทธิภาพของวัคซีนค่อนข้างได้ผลพอสมควร แม้จะยังไม่มีผลวิจัยรับรองว่า ปลอดภัย 100% แต่การเริ่มต้นฉีดวัคซีนก็ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นมา

ยกตัวอย่างเช่น ภาคของการท่องเที่ยวที่มีแผนจะเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนตุลาคม พ.ศ.2564  แม้จะเป็นเพียงแค่การแถลงอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวหลายพื้้นที่เริ่มทยอยกลับมาเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ไม่ใช่เพียงแต่ภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่พยายามจะสร้างโปรโมชั่นและแรงจูงใจให้ลูกค้าหันมาสนใจตัวอสังหามากยิ่งขึ้น เนื่องจากในระยะก่อน ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่นอกจากจะเน้นผลิตเพื่อขายคนต่างชาติที่ต้องการมาพำนักในประเทศไทยแล้ว ยังเน้นเป็นกลุ่มที่ต้องการซื้อห้องเพื่อปล่อยเช่า

ถึงอย่างนั้นเมื่อกลุ่มคนต่างชาติหายไป ก็ทำให้รายได้ส่วนหนึ่งหายไปโดยสิ้นเชิง จึงเกิดการสร้างโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายจากคนภายในประเทศแทน โดยจะเห็นได้ว่ามีทั้งโปรโมชันซื้อบ้านแถมรถ ซื้อคอนโดแถมมือถือ เพราะการกระตุ้นยอดขายและขยันยิงแอด(โฆษณา)นี้ ทำให้ว่าที่กลุ่มลูกค้าเริ่มหันมาสนใจคอนโดมากขึ้นและเริ่มมีการศึกษาประเภทและลักษณะของคอนโด

ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจที่คอนโดลดกระหน่ำราคาลงชนิดว่า ได้กำไรเพียงน้อยนิดแล้ว ประกอบกับการที่หลายบริษัทยังคงทำงานที่บ้าน (Work From Home) อยู่ เทรนด์การตกแต่งบ้านตกแต่งห้องจึงเป็นหนึ่งในกระแสกำลังมาอย่างมาก 

ดังนั้นคงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมถึงเริ่มมีกระแสคนสนใจบ้านและคอนโดที่มากยิ่งขึ้น แต่ที่น่าแปลกใจคือ ในใจแล้วคนส่วนใหญ่อยากจะได้คอนโด 2 ชั้น กันมากกว่า ถึงแม้ท้ายที่สุดแล้วที่กลุ่มลูกค้ามักจะเลือกซื้อจะเป็นคอนโด แบบ Studio และ 1-Bedroom ก็ตาม ลองอ่านดูกันดีกว่าว่าคอนโด 2 ชั้นมีกี่แบบและมีดีอะไร คนถึงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก!

คอนโด 2 ชั้นมีกี่แบบ

อย่างที่ได้พูดถึงไปข้างต้นเกี่ยวกับกระแสความสนใจในบ้านและคอนโดที่เกิดขึ้นภายหลังจากการสร้างแรงกระตุ้นผ่านโฆษณาและโปรโมชันน่าสนใจที่มีเพิ่มขึ้นมากมาย โดยเฉพาะแรงความสนใจในเรื่องของคอนโด 2 ชั้นที่มีคนให้ความสนใจค่อนข้างเยอะ

สาเหตุที่คนให้ความสนใจคอนโดประเภท 2 ชั้น ก็มาจากที่ห้องของคอนโดประเภทนี้ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่า ด้วยความเป็นสัดเป็นส่วนของพื้นที่ในห้อง ที่ชั้นล่างมักจะเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน ทำให้คนที่อยู่อาศัยสัมผัสถึงความเป็นบ้านในคอนโด

แต่ถึงเราเรียก ๆ กันว่า “คอนโด 2 ชั้น” แต่คอนโด 2 ชั้นไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ ส่วนความต่างของห้องสองประเภทนี้คืออะไรนั้น รายละเอียดอยู่ข้างล่างเลย!

คอนโด 2 ชั้น ประเภท Loft 

คำว่า คอนโด 2 ชั้นประเภท Loft อาจพอคุ้นหูกันอยู่บ้างแล้วในระดับหนึ่ง แต่หากใครยังไม่เคยได้ยินก็ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจว่า คอนโด 2 ชั้น ประเภท Loft คือคอนโดแบบไหน

คอนโด 2 ชั้น ประเภท Loft หากพูดตามความจริงแล้ว คอนโดห้องลักษณะนี้ ไม่จัดเป็นคอนโด 2 ชั้น 

แต่แท้จริงแล้วนั้น ห้องประเภทนี้เป็นการสร้าง “ชั้นลอย” ขึ้นมา ไม่ใช่การทำให้มี 2 ชั้นแต่อย่างใด

ห้องลักษณะนี้ จะเน้นในเรื่องของความสูงตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานห้อง (Floor to Ceiling) ซึ่งความสูงของห้องประเภทนี้มักจะเป็นในรูปแบบของ การต่อเติม มากกว่าการนำห้องทั้งสองชั้นมายุบรวมกัน

กล่าวคือ ห้องชั้นล่างของคอนโดประเภท Loft จะมีขนาดความสูงจากพื้นที่เพดานของชั้น 2 เทียบเท่ากับเพดานของห้องปกติ (Simplex) ที่มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 2.4-2.7 เมตร ในขณะที่ความสูงที่วัดจากพื้นของชั้นลอยจนถึงเพดานด้านบน จะมีความสูงต่ำกว่าความสูงของห้องปกติแบบเพียว ๆ เสียอีก

คอนโด 2 ชั้นประเภท Loft ที่ถึงแม้จะมี 2 ชั้น แต่ทางเข้าออกจะมีแค่ทางเดียวโดยทางเข้าจะอยู่ที่ชั้นล่างซึ่งมักจะนิยมทำเป็น Common Area ที่ประกอบด้วยโซนห้องนั่งเล่น โซนห้องครัว และห้องน้ำ ในส่วนของชั้นลอยที่เป็นโซนห้องนอนจะมีเพียงบันไดที่อยู่ภายในห้องเท่านั้นที่จะเข้าถึงโซนดังกล่าวได้ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการคอนโดในยุคใหม่นี้ มักจะเรียกคอนโด 2 ชั้นประเภท Loft ว่า คอนโด 2 ชั้นในตอนทำการขายอยู่ดี ดังนั้นในประเทศไทยหากเรียกคอนโด Loft ว่าคอนโด 2 ชั้นก็คงไม่ผิดนัก

ราคาของคอนโดประเภท Loft ย่อมต้องมีราคาแพงกว่าคอนโดห้องปกติ (Simplex) แน่นอน คอนโดประเภท Loft จะคำนวณตั้งแต่ราคาของตารางเมตรของห้องรวมไปถึงพื้นที่บนชั้นลอยเพิ่มเติม จึงนำมาคิดเป็นราคาของคอนโด นั่นจึงทำให้คอนโดประเภทที่มีชั้นลอย ราคาแพงกว่าห้องปกติหรือ 1-Bedroom แต่ก็ยังจัดว่าเป็นคอนโด 2 ชั้น ที่ราคาถูกและประหยัดกว่าคอนโด 2 ชั้น ประเภท Duplex 

ข้อควรระวัง : คอนโด 2 ชั้น ประเภท Loft มีข้อควรระวังอยู่ที่ว่า คอนโดประเภทนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับน้ำหนักเพิ่มมากกว่าที่มีอยู่ จึงทำให้ไม่สามารถต่อเติมพื้นที่หรือแก้ไขแบบแปลนบริเวณชั้นลอยได้ อาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่พึงพอใจในการจัดสรรห้องตรงชั้นลอยเท่าไรนัก

คอนโด 2 ชั้น ประเภท Duplex 

สำหรับคอนโด 2 ชั้นประเภท Duplex เป็นคอนโด 2 ชั้นจริงๆ คอนโดประเภทนี้จะมีความสูงของเพดานที่ค่อนข้างมาก เทียบเท่ากับนำคอนโดห้องแบบ Simplex 2 ชั้นมารวมกันจนกลายหนึ่งห้อง โดยห้องประเภทนี้จะมีขนาดความสูงของเพดานตั้งแต่ 5.3 เมตร เป็นต้นไป

ข้อกำหนดสำหรับความสูงของคอนโด 2 ชั้น ประเภท Duplex จะถูกบังคับให้มีความสูงต่อชั้นมากกว่า 2.4 เมตร หรือหากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ จากพื้นจนถึงเพดานของชั้นแรกและพื้นของชั้น 2 จนถึงเพดานสูงสุดของห้องต้องสูงมากกว่า 2.4 เมตร

ห้องคอนโด 2 ชั้นประเภท Duplex จึงมีลักษณะที่ค่อนข้างโปร่งกว่าคอนโด 2 ชั้นประเภท Loft เพราะเป็นคอนโดที่มีขนาดเพดานที่สูงกว่า ทำให้ห้องมีพื้นที่กว้างกว่า รวมถึงการออกแบบภายในอย่างเรื่องของกระจกก็ทำให้เป็นกระจกบานใหญ่ ทำให้รับแสงและสร้างห้องดูมีมิติของความกว้างที่มากขึ้น

คอนโด 2 ชั้น แบบ Duplex เป็นคอนโดที่แบ่งสัดส่วนใกล้เคียงกับคอนโด 2 ชั้นแบบ Loft แต่ในเรื่องของทางเข้าห้อง คอนโดแบบ Duplex จะมีทางเข้าคอนโดจากทั้งสองชั้น กล่าวคือผู้อาศัยสามารถเข้าห้องของตนเองได้จากทั้งชั้นล่างและชั้นบนของห้อง 

ในเรื่องของห้องชั้นที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นคอนโดแบบ Loft หรือแบบ Duplex ก็สามารถทำเป็นแบบมีช่องเปิดโล่ง(Double Space) ได้ทั้งคู่ โดยไม่จำกัดว่าการทำห้องคอนโดชั้นที่ 2 แบบช่องเปิดโล่งจะถูกจัดว่าเป็นคอนโดแบบ Loft อย่างเดียวเท่านั้น

ราคาของคอนโดประเภท Duplex นั้นมีราคาแพงกว่าคอนโดประเภท Loft เพราะเป็นการนับพื้นที่จะนับจากขนาดของห้อง Simplex ของทั้งสองห้องมารวมกัน จึงทำให้มีราคาแพงมากกว่าคอนโด 2 ชั้นแบบ Loft แต่ข้อดีของความแพงนี้คือ ตัวห้องชั้น 2 สามารถต่อเติมตามความเหมาะสมได้ เพราะได้ออกแบบให้รองรับน้ำหนักได้ในระดับหนึ่ง

ข้อควรระวัง : คอนโด 2 ชั้นแบบนี้แม้จะมีข้อดีกว่าแบบ Loft อยู่หลายส่วนแต่ราคากลับไม่ได้น่ารักตามห้องเลยสักนิด ทั้งค่าส่วนกลางที่รวมของสองห้องไว้ด้วยกัน และค่าห้องที่แพงขึ้นแบบทวีคูณอีกด้วย ดังนั้นการตัดสินใจเลือกห้องควรเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด

หาคอนโด 2 ชั้นที่ไหนดี

มาถึงในช่วงเวลาขายของกันแล้ว เพราะแน่นอนคงไม่ใช่ทุกคอนโดในไทยที่มีคอนโด 2 ชั้นแน่นอน แต่บอกเลยว่าถ้าคุณคิดว่า เอ๊ะ อยากจะลองส่องแบบห้องและดูราคาสักหน่อย ที่ Kaidee เรามีคำตอบนั้นอยู่ในเว็บของเรา เพราะที่นี่เรารวบรวม คอนโด หลากหลายแบรนด์ แถมยังมีห้องทุกแบบให้คุณได้ดูก่อนตัดสินใจด้วย