Apr 12, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หลายคนอาจมองว่า “ขยะอาหาร” หรือ “Food Waste” เป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเรื่องของอาหาร อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่านั้น
นึกดูง่ายๆ ว่าในหนึ่งวันเรากินอาหารเหลือมากน้อยแค่ไหน มีเศษอาหารเท่าไรที่ถูกทิ้งไปโดยที่ยังมีคุณภาพดี บริโภคได้ เอาง่ายๆ ไม่ต้องนึกย้อนไปไหนไกล แค่วันนี้วันเดียว ก็พอจะเห็นภาพกันแล้วไหมคะ ว่าตัวเราเองเป็นหนึ่งในผู้เริ่มต้นในห่วงโซ่อุปทาน ที่ทำให้เกิด “วิกฤตขยะอาหาร” ที่แท้จริง
วิกฤตขยะอาหาร Food Waste คืออะไร?
ก่อนที่เราจะบอกเล่าเรื่องราวอื่น เราขอพาทุกคนไปตระหนักรู้กับคำว่า ขยะอาหาร (Food Waste) เป็นพื้นฐานกันก่อน โดยคำนี้หากแปลตรงตัวก็คือคำว่า “ขยะ+อาหาร” เศษอาหารสภาพดี ที่เราเหลือทิ้งเหลือขว้างในแต่ละวันนั่นเอง
แม้อาหารที่เราเหลือในแต่ละวัน ปริมาณอาจจะน้อยนิด ทว่าคำว่าน้อยนิดรวมกันเรื่อยๆ ก็กลายเป็นคำว่า “มหาศาล” ได้ไม่ยาก อย่าทำให้การกินเหลือกลายเป็นความเคยชิน แล้วหลงไว้เพียงแค่ความรู้สึกเสียดาย ในทุกครั้งที่เราเททิ้ง ฝึกการตักอาหารแต่พอดี ปรุงแต่พออิ่ม สิ่งง่ายๆ ที่เริ่มต้นได้จากตัวเราเอง
ยิ่งพอได้ศึกษาเรื่องนี้มากขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับขยะอาหารเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ที่กระทบใจและปากท้องของใครอีกหลายคน ความอิ่มหนำสำราญ กินทิ้งกินขว้างของเรา ทำให้เราหลงลืมไปว่า Food Waste เหล่านั้น รวมๆ กันแล้ว กลายเป็นขยะจำนวน 1,300 ล้านตัน/ปี หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตในโลก
ขยะอาหารวิกฤตกว่าที่เราคิด
สังเกตกันไหมคะ ว่าอาหารที่เราเหลือในแต่ละครั้ง มักเป็นของคุณภาพดี รสชาติอร่อย สามารถบริโภคต่อได้แบบสบายๆ แถมบางครั้งเรายังเลือกที่จะทิ้งอาหารเหล่านั้นไปก่อนที่จะหมดอายุด้วยซ้ำ โดยกระบวนการที่ว่านั้น สะท้อนไปยังตัวผู้บริโภคได้ดี ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ อย่าง
ในทางกลับกัน ระหว่างที่เราอิ่มจนกินต่อไม่ไหว จนตัดใจทิ้งอาหารเหล่านั้นอย่างง่ายดาย อีกมุมหนึ่งยังพบว่า ในโลกกลมๆ ใบนี้ ยังมีเพื่อนร่วมโลกเรา จำนวน 1 ใน 8 ประสบปัญหาอดอยาก ขาดแคลนอาหาร รวมถึง 1 ใน 4 ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีภาวะขาดสารอาหาร
กว่าร้อยละ 60 ของขยะมูลฝอย มาจากขยะอาหาร และยังมีอีกกว่า 690 ล้านคนทั่วโลกที่ขาดแคลนอาหาร
อ้างอิงข้อมูล : องค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2561
เปลี่ยนขยะอาหาร Food Waste ให้เกิดประโยชน์
ยอมรับว่าเราเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยสนใจเรื่องนี้มาก่อน อิ่มเท่าไรก็พอเท่านั้น ทิ้งเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่พอได้มาศึกษาเรื่องขยะอาหารอย่างจริงๆ จังๆ ก็พบว่า เป็นเรื่องที่ไม่ได้ไกลตัวเรา และไม่ได้ลำบากเกินไปที่จะเริ่มต้น มีวิธีมากมาย ที่จะทำให้อาหารเหล่านั้นเกิดประโยชน์สูงสุด มาดูกันว่ามีวิธีไหน
1.เริ่มจากต้นทาง วางแผนอย่างดีก่อนซื้ออาหาร
ก่อนจะวางแผนลดขยะอาหาร Food Waste ไปถึงขั้นตอนไหน เราลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการวางแผนก่อนที่จะซื้ออาหารทุกครั้ง เข้าใจว่า “ความหิว” ไม่เข้าใครออกใคร อาหารอะไรก็น่ากินไปหมด สุดแสนละลานตา …เราเองก็เป็นแบบนั้น
หลายครั้งความหิวเหล่านั้น กลับมาทำร้ายเราย้อนหลัง ด้วยปริมาณอาหารที่มากเกินความจำเป็น จนเราเองไม่สามารถยัดของอร่อยทั้งหลายลงไปได้หมด กลายเป็นความทรมานทางกาย ที่อิ่มจนแน่น และทรมานทางใจ ที่ต้องปล่อยให้อาหารพวกนั้นเหลือทิ้ง ไปโดยเปล่าประโยชน์
หากเราวางแผนซื้ออาหารได้บ่อยขึ้น ปัญหาขยะอาหารเหล่านี้ก็จะลดลงได้ อย่าให้ความหิวนำทางเรามากเกินไป ตั้งสติและพิจารณาให้ดี ว่าปริมาณอาหารมันมากเกินพื้นที่ในกระเพาะไปไหม หรือถ้าอยากจริงๆ ของเหล่านั้น เก็บได้นานไหม
2. นำอาหารที่ยังบริโภคได้ ไปทำให้เกิดประโยชน์
วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ไม่ต้องให้เรากล้ำกลืนอาหาร ที่ไม่อยากกิน ถ้าสุดท้ายแล้วมัน “ฝืน” ไม่ไหวจริงๆ ก็หาแนวทางให้อาหารขยะดังกล่าว ไปทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ส่วนขั้นตอนการกำจัดขยะอาหารเท่าที่เราเห็นในหลายๆ ประเทศนั้น มีทั้งแบบนำอาหารที่ใกล้หมดอายุและยังสามารถบริโภคได้ ส่งไปต่อยังมูลนิธิต่างๆ หรือแจกจ่ายไปยังคนไร้บ้าน แล้วยังเพิ่มแรงจูงใจไปอีกขั้น ด้วยการให้นำหลักฐานดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้มากกว่าครึ่ง ไปจนถึงมีกฏหมายปรับเงินบริษัทที่มีอาหารขยะมากเกินที่กำหนด
การส่งต่อขยะอาหารในไทย
ส่วน “การส่งต่อขยะอาหารในไทย” ก็เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งตัวที่เห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆ คือตัวแอปพลิเคชัน “Yindii” แหล่งรวมอาหารจากร้านดังในกรุงเทพฯ อย่าง Sofitel Sukhumvit, Drop by Dough, Ohana Poke ฯลฯ ที่มารูปแบบ Mystery box หมายความว่าคุณไม่สามารถเลือกอาหารได้อย่างชัดเจน ระบุได้เพียงประเภท
จากนั้นร้านที่คุณเลือกจะส่งอาหารที่ขายไม่หมดในวันนั้นๆ ให้คุณอีกที ในราคาที่ถูกกว่าปกติเกินครึ่ง (ไม่รวมค่าส่ง) และแน่นอนว่า อาหารเหล่านั้นจะถูกจัดส่งในช่วงเย็นๆ ไปถึงหัวค่ำ ในเวลาที่ร้านนั้นๆ ใกล้ปิด ซึ่งใครที่ยอมรับข้อเสนอได้ รอไหว ก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย
3.นำขยะอาหารไปแปรรูปเป็นสินค้าอื่นๆ
มาที่แนวทางสุดท้าย เมื่ออาหารเหล่านั้นทำประโยชน์ในฐานะอาหารต่อ ไปไม่ได้แล้ว เวย์ที่หลายๆ คนเลือก คือการนำเศษอาหารไปแปรสภาพให้กลายเป็น อย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นการนำไปหมักจนกลายเป็นปุ๋ย เพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม การเกษตร
รวมถึงกรณีอาหารสดที่ใกล้หมดอายุ แล้วหลายๆ คนเลือกที่จะแปรรูป ให้อาหารเหล่านั้นยังสามารถบริโภคได้อยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปให้เก็บได้นาน ขึ้น ด้วยกรรมวิธีทางอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หมัก ดอง ตากแห้ง ฯลฯ ซึ่ง เชื่อว่าแทบทุกคนคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว (กล้วยตาก ทุเรียนทอด ผลไม้แช่อิ่ม)
ทางออกของขยะอาหาร
ทั้งสามวิธีที่เราเลือกมานั้น เป็นวิธีที่ใช้กันในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงภาคเอกชนของไทย ที่พักหลังเริ่มจะให้ความสำคัญกับขยะอาหารมากขึ้นตามลำดับ เราเชื่อว่าหากทุกคนเอาจริงเอาจัง เริ่มปรับที่ตัวเองวันละนิด เพิ่มความตระหนักรู้ เห็นคุณค่าวัตถุดิบและอาหารต่างๆ มากขึ้น ก็น่าจะช่วยให้ปัญหา Food Waste ลดลงได้บ้าง
แน่นอนว่าสิ่งที่เราทำวันนี้ อาจจะไม่ได้เห็นผลทันทีในวันถัดไป แต่ถ้าเราทุกคนให้ความร่วมมือ ทำสิ่งดีๆ ไปพร้อมกัน จากหนึ่งคนก็จะกลายเป็นหลายคน ปัญหาขยะอาหารก็จะดีขึ้นได้ในอนาคต เพื่อตัวเราเอง และอีกหลายล้านคนที่จะมีชีวิตคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้กินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนอาหารมากเท่าปัจจุบัน
Apr 9, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เล่นเกมสมัยนี้ก็กลายเป็นอาชีพทำเงินได้นะ ทั้งแข่ง E-Sport เป็นนักเล่นมืออาชีพหรือจะเป็นที่ปรึกษาทาง E-Sport และยังมีโค้ชที่คอยกำกับการเล่นให้ชนะอีกด้วย เรียกว่ายกระดับการเล่นแบบผ่อนคลาย เป็นการเล่นเพื่อชัยชนะในแบบที่ยังคงความสนุกในการเล่นไว้อยู่
ต้องเล่นเกมขนาดไหนถึงจะเรียกว่าเกมเมอร์นะ?
ถ้าเราชอบเล่นเกม แต่เล่นแค่เกมมือถือหรือเกมคอมธรรมดา ถือว่าเราเป็นเกมเมอร์หรือเปล่า? ตามจริงไม่ว่าเราจะชอบเล่นเอง ดูคนอื่นเล่น จะเล่นเกมธรรมดา เกมโทรศัพท์หรือเกมคอม เราก็ถือเป็นเกมเมอร์คนนึงนะ แต่จะอยู่ในประเภทไหนต้องดูตามนี้เลย
ประเภทของเกมเมอร์
เว็บไซต์ Fortessofsolitude.co.za ได้อ้างอิงการวิเคราะห์ข้อมูลของ Newzoo.com ไว้ว่า เกมเมอร์ถูกแยกเป็น 8 ประเภท มาดูกันว่าคุณเป็นเกมเมอร์ประเภทไหน
1.The Ultimate Gamer
หากคุณเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทหรือยอมแลกทุกอย่างกับการเล่นเกม รวมถึงเป็นสายเปย์ให้เล่นเกมได้อย่างเทพ คุณคือผู้เล่นแบบ Ultimate
2.The All-Around Enthusiast
ถ้าคุณเป็นคนที่คอยระมัดระวังเรื่องเวลาการเล่นเกม การเสียเงินเพื่อเกมและการดูคลิปวีดีโอรีวิวหรือบทสรุปเกมต่างๆ คอยคุมไม่ให้กินเวลาชีวิตมากเกินไปและสร้างสมดุลที่ดีของการเล่นเกมกับชีวิตเรื่องอื่นๆ คุณคือผู้เล่นแบบ All-Around Enthusiast
3.The Cloud Gamer
ผู้เล่นกลุ่มนี้เป็นผู้เล่นที่เล่นเกมผ่านช่องทางบริการออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการซื้อเกมแบบดิจิตอลด้วยนะ ซึ่งจะเสียเงินไปทางเครื่องเล่นเกมและอุปกรณ์เสริมต่างๆมากกว่า
4.The Conventional Player
สายสะสมเกม ซื้อของต่างๆเกี่ยวกับเกม และชอบการเล่นเองมากกว่าการดูคนอื่นเล่นจะจัดอยู่ในหมวดผู้เล่นนี้เลย
5.The Hardware Enthusiast
ผู้เล่นที่มีอุปกรณ์ครบครันและทันสมัยเสมอ ไม่ว่าจะรุ่นใหม่แค่ไหนก็คอยอัพเดทตลอดเวลา และบางครั้งอุปกรณ์ต่างๆก็จะเป็นสีแบบ RGB อีกด้วย
6.The Popcorn Gamer
ใช่คุณหรือเปล่า? เกมเมอร์แบบ Popcorn ที่เป็นนักดูชั้นยอด เปิดดูแคสเกมไปนั่งกินข้าวไปก็สนุกได้เหมือนเล่นเอง
7.The Backseat Viewer
ผู้เล่นที่เคยเล่นเกมมามากมาย เรียกว่าเป็นอดีตมือโปร จนปัจจุบันผันตัวมาเป็นคนดูแทน และจะชอบดูการแข่งเกมอยู่บ่อยๆ
8.The Time Filler
นักฆ่าเวลาตัวฉกาจ ผู้เล่นสายนี้ไม่ได้คิดว่าเกมเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว จะหยิบเกมขึ้นมาเล่นก็ต่อเมื่อมีเวลาว่างเท่านั้น
แต่งห้องสไตล์ เกมเมอร์
1.พื้นที่ต้องเพียงพอ
ไม่ว่าจะเป็นห้องเล่นเกมโดยเฉพาะหรือห้องนอนที่ไว้เล่นเกมด้วยก็ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอ ไม่เล็กเกินไป เพราะการมีห้องเล็กเกินไป จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเราให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว แต่ถ้าใหญ่เกินไปก็อาจเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียคือได้ความโล่งไม่อึดอัด แต่ก็อาจให้ความว่างเปล่าในพื้นที่บางส่วนได้เช่นกัน
2.กำแพงกันเสียงต้องมา
หลายคนอาจไม่ชอบการใส่หูฟังเล่นเกม เลยใช้ลำโพงที่ให้เสียงที่ดังกระหึ่มถึงใจ แต่หากอยู่คอนโดหรือทาวน์โฮมก็อาจต้องทำกำแพงกันเสียงเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเพื่อนบ้านและเพื่อความสบายใจของเราเอง
3.แสงที่เพียงพอ
เราอาจเห็นห้องเล่นเกมมืดๆ มีไฟน้อยๆกันอยู่บ่อยๆตาม Pinterest หรือช่องยูทูปของเกมเมอร์ส่วนมาก แต่การมีห้องที่มีแสงเพียงพอ ก็ช่วยให้เราเล่นเกมได้สบายตามากยิ่งขึ้น
โดยการจัดวางแสงนั้น อาจต้องไม่ให้สะท้อนกับหน้าจอคอมหรือทีวีที่ใช้เล่นเกมโดยตรง หรือถ้าเป็นหลอดไฟก็ควรติดตั้งให้แสงแต่ละจุดในห้องมีความพอดีกัน ไม่ควรติดกลางห้องดวงเดียว
4.เพิ่มสีสันด้วยไฟ LED
ใครที่ไม่ชอบให้ห้องมีความสว่างมาก ก็สามารถใช้ไฟ LED ติดตามขอบเพดานห้อง หลังจอมอนิเตอร์ เพื่อให้ความสว่างแบบไม่มากเกินไป
5.อุปกรณ์ที่มีสีในโทนเดียวกัน
เพื่อความสุดของการแต่งห้องของเกมเมอร์ก็ควรจัดชุดอุปกรณ์ต่างๆในเข้าเซ็ตหรือคุมโทนกัน เพื่อความสวยงาม สบายตาเวลามองของเราเวลาเข้าห้องหรือเวลาเล่นเกม
อุปกรณ์ ติดห้องสำหรับเกมเมอร์
อยากเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเกมได้เพลินๆยาวๆ อุปกรณ์ก็ต้องครบเพื่ออรรถรสที่ดี
1.Gaming PC / Laptop
ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คหรือเครื่องเล่นเกมแบรนด์ต่างๆก็ควรเลือกให้ดี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค ควรเลือกการ์ดจอที่เหมาะสำหรับการเล่นเกม รวมถึงแรมที่มีเพียงพอ ให้เล่นเกมได้แบบลื่นๆ
2.Gaming Monitor
จอที่ดีอาจช่วยให้เราชนะในการเล่นเกมนั้นก็ได้ เช่นจอที่มี Refresh Rate สูงๆ ก็จะให้ภาพที่ไวและลื่นกว่า ใครที่เล่นเกมแนว Shooting บ่อยๆ ก็ต้องเลือกจอให้ดีเลย
3.Gaming Headset
เสียงเป็นอีกหนึ่งข้อหลักที่จะช่วยให้การเล่นเกมมีอรรถรสมากขึ้น ดังนั้นหูฟังเกมมิ่งที่ดีก็ต้องมีติดไว้ ส่วนการเลือกนั้นแนะนำให้ลองสวมดูว่าใส่แล้วสบายหรือไม่ กดทับหูเกินไปหรือเปล่า แน่นอนว่าเราคงไม่เล่นเกมแค่สิบหรือสิบห้านาที แต่เป็นชั่วโมงสองชั่วโมงแน่ๆ
4.Gaming Mouse
เมาส์สำหรับเล่นเกมมันต่างกับเมาส์ธรรมดานะ เพราะเกมมิ่งเมาส์จะมีค่า DPI ที่ละเอียดมาก จะสังเกตได้ว่าเวลาขยับเมาส์จะเห็นความเร็วและความลื่นที่ต่างกัน เมื่อค่า DPI มีมากขึ้น
5.Controller
บางเกมเล่นด้วยเมาส์คีย์บอร์ดก็จะบังคับยาก หากมี Controller ดีๆสักตัวก็จะให้เราเล่นเกมนั้นได้อย่างสนุกมากขึ้น แต่ถ้าเล่นจากเครื่องเล่นเกมอย่าง Playstation ก็อาจไม่ต้องซื้อแยกเพราะมีให้แล้ว หรือ Nintendo Switch ก็สามารถซื้อเพิ่มเป็นตัว Pro Controller ให้เล่นได้ง่ายขึ้น
6.Gaming Chair
อุปกรณ์อย่างแรกๆที่เมื่ออยากเป็นเกมเมอร์ก็ต้องมีเจ้านี้ก่อนเลย การนั่งเก้าอี้ที่ออกแบบมารองรับสรีระของเราอย่างพอดี จะให้เราเล่นได้อย่างสบายๆ และอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมของเราได้นะ
สรุป
ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์แบบไหนและไม่ว่าจะมีบ้าน คอนโดหรือทาวน์โฮมก็สามารถทำห้องเล่นเกมได้ทั้งนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่องพื้นที่และงบประมาณของเราเท่านั้น บางทีอาจไม่ต้องแต่งห้องครบ แต่แค่มีเก้าอี้เกมมิ่งสักตัวพร้อมกับทำกำแพงกันเสียงดีๆก็สามารถเล่นเกมได้ยาวๆแล้ว
ส่วนใครมองหาบ้านหรือคอนโดห้องสวยๆสักที่มาที่ Kaidee ได้เลย เรามีอสังหาริมทรัพย์หลากหลายแบบให้คุณได้เลือกอย่างสะดวก เปิดดูเลย !
Apr 9, 2021 | บทความยานยนต์
ถึงปีนี้จะไม่ได้มีการเล่นน้ำสงกรานต์ดังเช่นปีก่อน แต่คำว่า“จะสาดละน้าาาา” คือประโยคที่ใครที่คนขับมอเตอร์ไซค์จำฝังใจ ขับมาแล้วเห็นกลุ่มคนตั้งถังน้ำอยู่ลิบ ๆ ก็รู้แล้วว่าจะต้อง “โดนสาด” ทั้ง ๆ ที่ความจริงอาจไม่มีอะไรก็ได้ แต่คนมันระแวงไปแล้วจะทำยังไงได้
แถมยังมีประเด็นที่บางคนที่ใช้ข้ออ้างอย่างคำว่า “นี่มันเทศกาลสงกรานต์ ถ้าไม่อยากเล่นก็นอนอยู่บ้านไป” ตรรกะพังแบบนี้ คุณพี่คะ นี่มันปี 2021 แล้วนะคะ เราต้องเริ่มเปลี่ยนทัศนคติให้ตรงกับยุคสมัยอย่าหยุดอยู่เพียงยุค 1990 เราต้องก้าวผ่านไปพร้อมกัน!
แต่ใด ๆ คนมีร้อยพ่อพันแม่ เราคาดหวังการตระหนักรู้จากทุกคนไม่ได้อยู่แล้ว แม้จะมีข้อกำหนดฟันออกมาว่าห้ามเล่นน้ำแล้ว อย่างที่รู้กันว่า นี่มันประเทศไทยที่คำว่า “งด” แปลว่ายังทำได้อยู่!! เดี๋ยวคุณจะได้เจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันแน่นอน
ทางที่ดีที่สุดสำหรับคนขี่รถมอเตอร์ไซค์คือการเตรียมตัวเองให้พร้อม ไม่เปียก ไม่พัง แถมยังอารมณ์ดีในวันสงกรานต์! ถ้าอยากรู้ว่าจะทำยังไงให้อารมณ์ดีขนาดนั้น จำกฎ 5 เตรียม ไว้ให้แม่นในใจเลยค่ะ!
เตรียมเสื้อกันฝน
ลดโอกาสโดนสาดน้ำให้เปียกแบบไม่ทันตั้งตัว(ทั้ง ๆ ที่ก็ห้ามเล่นน้ำ) สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้และเลี่ยงไม่ได้เลยคือ เสื้อกันฝนที่จะช่วยกันน้ำจากวันสงกรานต์ เพราะคุณอาจโดนสาดน้ำใส่โดยไม่รู้ตัวแต่ข้อเสียคือ ต่อให้เสื้อกันฝนจะหนาสักแค่ไหนก็กันน้ำตาที่ไหลลงมาอยู่ภายในใจไม่ได้
เพราะเสื้อกันฝนตัวนี้จะเนรมิตความเปียกของคุณให้กลายเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องใช้ไดร์เป่าเสื้อเป่าผมให้เหนื่อยอีกต่อไป แค่สลัดเสื้อครั้งเดียวก็ไม่เปียกแล้ว ใครที่กล้าเข้ามาสาดน้ำ ก็ต้องเตรียมไว้เลยว่า “มุตาไม่ใช่เหยื่อของแกอีกต่อไป” เพราะเรามีเสื้อกันฝนแล้วยังไงล่ะ!
เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
บอกเลยว่าเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าไหน ๆ เพราะการขี่มอเตอร์ไซค์ในช่วงสงกรานต์มักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งกับการโดนสาดน้ำแบบไม่ทันตั้งตัว ถามว่าทำยังไงให้ไม่เปียกแล้วเตรียมเบอร์โทรศัพท์มันเกี่ยวกันไหม
“มันเกี่ยวกันไหม
ที่เธอได้สาดเข้ามา
ที่เธอได้มาสบตา
ตัวฉันถึงได้เปียกแบบนี้”
การเตรียมเบอร์คือหนึ่งในวิธีที่จะทำให้คุณเปียกแต่ไม่เสียผลประโยชน์ เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นปุ๊ปหรือรถคุณเกิดความเสียหายขึ้น ก็กดเบอร์โทรเรียกประกันและตำรวจมาพร้อมล็อกตัวคนกระทำไว้ให้แม่นเลย รอบนี้ถึงแม้คุณจะเปียกแต่ก็คุ้มค่ากับการที่มีคนรับผิดชอบค่าความเสียหายนั้น
เตรียมชีวิตให้ Slow Life
กฎต่อมาในการ “เตรียม” คือการเตรียมชีวิตให้ช้าลง ประหนึ่งเพลงนานกว่าที่เคย ถ้าฉันขี่(มอไซค์)ตรงนั้นให้นานกว่าที่เคยมา ใช้เวลามองหาให้นานกว่าที่เคยใช้
สาเหตุที่แนะนำให้ขี่มอเตอร์ไซค์ให้ดู Slow Life ลงเพราะว่าการขับขี่ที่ช้าจะทำให้การขี่มอเตอร์ไซค์ในวันสงกรานต์เป็นไปได้อย่างราบรื่นกว่าเดิม ไม่ต้องกลัวปัญหาถนนลื่น ไม่ต้องกังวัลว่าจะโดนสาดน้ำแรงจนตนเองล้มลง แถมการขับช้าทำให้คุณใกล้ชิดกับคนที่เล่นสงกรานต์มากขึ้น ทั้งยังมีโอกาสบอกพวกเขาเหล่านั้นได้ด้วยตนเองว่า “อย่าสาดน้ำนะ!” “ไม่เล่นนะ” หรือ “ไม่อยากเปียก ไม่เล่น” ประมาณนี้ก็พูดได้เช่นกัน
เตรียมบวกด้วยกฎหมาย
ใครที่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ การสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมนั้นสามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ จนถึงขั้นโดนปรับด้วยโทษสูงสุด 60,000 บาทและมีสิทธิ์โดนโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
หากคุณรู้ว่ายังไงวันนี้ฉันต้องโดนสาดน้ำแน่นอนอยู่แล้วล่ะก็ เตรียมเอาข้อกฎหมายไปบวกกันเลยดีกว่า! เราจะเปียกแต่ไม่เสียเปรียบ โดยข้อกฎหมายที่ควรรู้ไว้คือ
มาตรา 397 ว่าด้วยเรื่องการกระทำที่ฝืนใจผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น การสาดน้ำโดยที่คู่กรณีไม่ยินยอมและปฏิเสธชัดตั้งแต่ต้นนั้น อาจทำให้คุณโดนข้อหานี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
มาตรา 420 ที่เป็นข้อกฎหมายในเรื่องของแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องความเสียหายที่เกิดก่อทรัพย์สิน ชีวิต อนามัยหรือเสรีภาพ ที่ว่าหากใครละเมิดกฎหมายข้อนี้จำต้องชดใช้ด้วยสินไหมกับความเสียหายที่่เกิดขึ้น
และมาตราสุดท้ายคือมาตรา 358 ที่กล่าวถึงเรื่องการสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่นโดยเล็งเห็นไว้ตั้งแต่ต้น โทษของมาตรานี้จะหนักกว่าข้ออื่นที่ว่า ผู้ที่สาดน้ำอาจโดนปรับสูงสุดถึง 60,000 บาท หรือต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี เลยทีเดียว
บอกเลยว่า ถ้าคุณไม่อยากโดนสาดให้เปียก ก็ลองปริ้นท์ป้ายข้อกฎหมายตัวโต ๆ ประมาณว่า “สาดน้ำ เสี่ยงคุก 1 ปี” ดูก็ได้นะคะ หรือจะเอาแบบวิธี บอกกับเขาแล้วว่า “ไม่เล่น ห้ามสาด” แต่คนเหล่านั้นยังสาดอยู่ แถมทำให้ทรัพย์สินของคุณเสียหายอีกด้วย ก็จัดข้อกฎหมายบวกไปเลย!
เตรียม(ไม่)ออกจากบ้าน
เตรียมสุดท้ายคือการเตรียมตัวไม่ออกจากบ้าน พอรู้ว่าอีกสามวันข้างหน้าจะเป็นสงกรานต์ ไปเลยค่ะ ขับมอเตอร์ไซค์ของคุณออกไปท่องโลกให้หนำใจแล้วกลับมาด้วยสิ่งของที่จำเป็นสำหรับ 3 วัน เอาเป็นว่าคุณจะไม่ย่างเท้าออกจากบ้าน กักตัวอยู่ในห้องนอน ดูหนัง ออกกำลังกาย เข้าครัวทำอาหาร ทุกอย่างในช่วง 3 วันนี้ไปเลย
นี่คือหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเปียกแน่นอน แต่อย่างว่า ทำไมเราต้องเป็นคนอยู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่คุณควรได้ออกไปเที่ยวอย่างสบายใจพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจของคุณ ดังนั้นเราก็ย้อนกันกลับไปที่อีก 4 ข้อที่ควรเตรียมด้านบนแทน!
สรุปแล้วต้องเตรียมตัวยังไงดี
ท้ายที่สุดแล้วการออกไปขี่มอเตอร์ไซค์ในเทศกาลสงกรานต์ก็ยังคงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอยู่ดี ถ้าหากทั้งสองฝ่ายไม่ระมัดระวังทั้งในเรื่องของการขับขี่และการสาดน้ำใส่มอเตอร์ไซค์ อยากจะเตือนผู้ที่ยังอยากจะเล่นน้ำอยู่ หากเป็นไปได้อย่าสาดน้ำใส่มอเตอร์ไซค์จะดีที่สุด เพราะมอเตอร์ไซค์ทรงตัวยากและหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมามีโอกาสเสี่ยงที่จะเจ็บหนักมากกว่ารถยนต์
ดังนั้นถ้าเขาบอกว่าไม่เล่น ก็อย่าฝืนให้เขาเล่นกับเรา ทั้งนี้การเล่นน้ำในปีนี้ก็ยังคงเป็นข้อห้ามอยู่ดี และในส่วนของคนขี่มอเตอร์ไซค์นอกจากจะซื้อเสื้อกันฝนเตรียมแล้ว ยังต้องเตรียมอุปกรณ์เพื่อทำการขัดถู และทำความสะอาดลูกรักของคุณให้กลับมาดูใหม่หลังจากไปทริปกลับมา แต่ถึงอย่างไร เราควรสำรองด้วยการมีมอเตอร์ไซค์อีกสักคัน จะได้ไม่ต้องล้างใหม่ให้เหนื่อยเปล่า รู้อย่างนี้แล้ว! รีบเข้าไปจัดเลยที่ Kaidee
Apr 9, 2021 | บทความอสังหาฯ
อย่างที่ทุกคนรู้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่อากาศร้อน แล้วยิ่งในช่วงซัมเมอร์ ฤดูร้อนในเดือนเมษายนแบบนี้ล่ะก็ ยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่ แล้วอากาศร้อน ๆ แบบนี้ทุกคนคงจะอยู่บ้านตากแอร์ทั้งวันจนใกล้จะเฉา จะออกไปนั่งเล่นข้างนอกก็เสียดายเงินแถมคนยังเยอะเหลือเกิน แล้วจะอยู่บ้านอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ ? วันนี้เราจะมาแจกเคล็ดลับการ แต่งบ้านรับซัมเมอร์ ที่รับรองว่า เห็นแล้วจะสดชื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน
เคล็ดลับ แต่งบ้านรับซัมเมอร์
เพิ่มสีสันภายในบ้าน
Ruthie Sommers John Lewis
เทคนิค แต่งบ้านรับซัมเมอร์ ข้อแรก ถ้านึกถึงซัมเมอร์ก็ต้องนึกถึงทะเล เรามาเปลี่ยนบ้านของเราให้กลายเป็นมหาสมุทรสุดกว้างใหญ่ด้วยการจับสีสันใต้ท้องทะเลอย่างสีฟ้า หรือสัญลักษณ์แห่งท้องทะเลอย่าง ปะการัง เปลือกหอย สัตว์น้อยใหญ่ใต้มหาสมุทร หรือแม้แต่เงือกน้อยแอเรียลจากการ์ตูนดิสนีย์เรื่อง The Little Mermaid มาใช้ในการแต่งบ้าน
หรือจะหยิบสีสันสดใสโทนบนสายรุ้งมาพลิกโฉมบ้านให้มีชีวิตชีวาบนปลอกหมอน รูปภาพ Abstract สีสันต่าง ๆ หรือผลไม้สีสันจี๊ดจ๊าดอย่างส้ม แอปเปิล และกล้วย เพียงแค่นี้คุณก็จะรู้สึกเหมือนไปนั่งเล่นริมชายหาดแล้ว
ตกแต่งด้วยผ้า
Decofee.com Simon Upton
แสงอาทิตย์ก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของช่วงซัมเมอร์ การที่เราจะมานั่งอยู่ในห้องมืด ๆ ไม่มีแสงธรรมชาติก็คงเหี่ยวเฉาเกินไป ดังนั้นอีกวิธีหนึ่งของการทำให้บ้านดูสดใสขึ้นมาได้ง่าย ๆ ก็คือการเปลี่ยนผ้าม่านรับแสงอาทิตย์ด้วยวัสดุแสนพลิ้วเป็นธรรมชาติและช่วยให้บ้านมีลมเข้ามา เช่น ผ้าคอตตอน หรือ ผ้าฝ้าย ก็ส่งผลให้รู้สึกถึงความสบายและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถเพิ่มสีสันให้ม่านดูสดใสขึ้นก็ได้เช่นกัน
ติดภาพวิวทิวทัศน์
greenpeardiaries.blogspot.com
ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ นอกจากอากาศร้อนที่แสนจะร้อนแล้ว ยังมีโรคระบาด COVID-19 อีก การออกไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศทีก็เสี่ยงจะติดโรคเหลือเกิน แล้วถ้าอยู่บ้านนาน ๆ ก็คงจะเบื่ออยากเดินทางท่องโลก เพราะฉะนั้นวิธีแก้ง่าย ๆ เลยคือการหารูปภาพวิวทิวทัศน์จากสถานที่รอบโลกอย่างทะเลก็ช่วยให้หายคิดถึงบรรยากาศเหล่านั้นได้สักหน่อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ออกไปไหนเลย
เพิ่มมุมพักผ่อน
Serena & Lily Tamsin Johnson
อยู่บ้านอย่างเดียวก็ไม่รู้จะทำอะไรดี นอนอยู่เฉย ๆ กลิ้งไปมาก็ซ้ำซากน่าเบื่อ เพราะบรรยากาศบ้านเป็นเหมือนเดิมทำอะไรก็มีภาพมุมเดิม ๆ แต่จะเป็นอย่างไรถ้าหากเราลองเปลี่ยนพื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านให้กลายเป็นมุมพักผ่อนอันแสนสบาย เช่น ชิงช้าหน้าบ้าน โต๊ะจิบกาแฟบนระเบียง หรือสวนหลังบ้านของคุณก็ผ่อนคลายไปอีกแบบ
เพิ่มความสดชื่นด้วยดอกไม้
Aldous Bertram Anna Spiro Design
การตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใสก็ช่วยให้บ้านของคุณมีชีวิตชีวาได้มากขึ้น ด้วยความเป็นธรรมชาติของดอกไม้และสีสันที่แตกต่างกันจนเกิดความแปลกใหม่สดชื่น โดยเฉพาะดอกไม้ที่มีสีสันจัดจ้านอย่าง แดง ชมพู เหลือง หรือส้ม หรือถ้าไม่อยากปลูกต้นไม้ก็ใช้ลวดลายดอกไม้แทนการปลูกดอกไม้จริง ๆ แทนได้ แล้วบ้านของคุณจะมีชีวิตขึ้นอย่างแน่นอน
แต่งบ้านรับซัมเมอร์ เพิ่มความหอมหวาน
Victoria Pearson Courtesy of Carolyne Roehm
กลิ่นเปลี่ยนอารมณ์ก็เปลี่ยน สำหรับเทคนิค แต่งบ้านรับซัมเมอร์ ข้อสุดท้าย ถ้าหากคุณเบื่อบรรยากาศเดิม ๆ ก็เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยกลิ่นต่าง ๆ จากเทียนหอม หรือน้ำมันหอมระเหย ที่นอกจากจะหอมแล้วยังช่วยทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่อนคลายและสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่พร้อมใช้ชีวิตในทุก ๆ วันอีกด้วย โดยอาจเลือกกลิ่นที่ดูซัมเมอร์และทะเลอย่างกลิ่นมหาสมุทร ดอกไม้ หรือกลิ่นผลไม้ทรอปิคอลก็ได้
โครงการอสังหาฯ น่าซื้อไป แต่งบ้านรับซัมเมอร์
หลังจากได้อ่านไปแล้วว่าเราจะแต่งบ้านต้อนรับซัมเมอร์อย่างไรดี แต่ถ้าแต่งบ้านแล้วยังไม่อิ่มใจเท่าที่ควร การเลือกซื้อโครงการต่าง ๆ ใกล้ชายหาด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ว่าแต่จะมีโครงการไหนน่าสนใจบ้าง ลองอ่านด้านล่างดู
บ้านทะเลพัทยา (Baan Talay Pattaya)
baantalaypattaya.com
บ้านทะเลพัทยา โครงการวิลล่าชั้นเดียวดีไซน์โมเดิร์น ที่อยู่บนทำเลคุณภาพอย่างพัทยา ชลบุรี ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว ภายในโครงการมีพื้นที่ทั้งหมด 52 ไร่ ตัวบ้าน มี 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 100-400 ตร.ว. ทั้งหมด 68 ยูนิต ห่างจากตัวเมืองพัทยาเพียง 15 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน แหล่งท่องเที่ยว ราคาเริ่มต้น 24.6 ล้านบาท
The Crest Santora หัวหิน
scasset.com
โครงการ The Crest Santora หัวหิน เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise จากเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC ASSET) ตัวคอนโดสีขาวและฟ้า ความสูง 4 ชั้น แบ่งเป็น อาคาร 10 ตึก และ วิลล่า 10 หลัง โครงการตั้งอยู่ภายในหัวหินซอย 7 ติดหาด ซึ่งภายในแบ่งเป็นห้อง 1 Bedrooms, 2 Bedrooms, 3 Bedrooms และ Duplex ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านบาท
Twinpalms Residences MontAzure
montazure.com
Twinpalms Residences MontAzure คอนโดมิเนียมระดับ Low Rise จาก บริษัท กมลา บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล แมเนจเม้นท์ จำกัด โครงการนี้ตั้งอยู่ริมหาดกมลา มีความสูง 3 ชั้น 8 อาคาร รวม 75 ยูนิต อันหรูหราระดับ Luxury มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom, 2 Bedroom และ ห้องแบบ Super Units ราคาเริ่มต้นเพียง 15.5 ล้านบาท
สรุปเทคนิค แต่งบ้านรับซัมเมอร์
เพียงเท่านี้การอยู่บ้านของคุณในหน้าร้อนก็ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะ แต่งบ้านรับซัมเมอร์ หรือซื้ออสังหาฯ ใหม่ก็ได้เหมือนกันอยู่ที่ความพอใจของคุณนั่นแหละ และถ้าคุณตัดสินใจที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์หลังใหม่อย่าลืมนึกถึง Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์มากมายบนพื้นที่ออนไลน์
ลองทำตามทริคเหล่านี้ แล้วคุณจะสดชื่นสดใสรับอากาศร้อนช่วงซัมเมอร์แน่นอน
อ่านบทความ จัดมุมสวยให้ Outdoor Furniture เพื่อต้อนรับซัมเมอร์
Apr 8, 2021 | บทความอสังหาฯ
การแต่งห้อง ทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นวิธีง่ายๆ อย่าง การใช้ต้นไม้เล็กๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และความร่มรื่น, การคุมโทนสีเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้ธีมทั้งห้องไปในทางเดียวกัน หรือการใช้โปสเตอร์แปะที่ผนัง เพื่อถ่ายทอดความชอบส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็เพิ่มบุคลิกให้กับห้องของเรา เป็นต้น
แต่เพื่อนๆ คะ มันมีอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องไปได้สิ้นเชิง แถมยังเพิ่มความยูนิคให้กับห้องของเรา ให้เราดูเป็นหนุ่มสาว “Artsy” มีสไตล์ และวิธีนั้นก็คือการใช้ ‘ศิลปะ’ ช่วยนั่นเองค่ะ
ขอบคุณรูปจาก designcrushblog
ตกแต่งห้องด้วย “ศิลปะ”
พูดถึง ‘ศิลปะ’ หลายคนคงนึกถึงภาพวาดของศิลปินระดับโลกอย่าง Da Vinci, Picasso, หรือ Van Gogh กันแน่เลย แน่นอนว่าถ้าเราเอาผลงานของพวกเขาเหล่านั้นมาตกแต่งห้อง ห้องเราคงจะดูมีเทส และสวยขึ้นไม่น้อย
แต่เพื่อนๆ คะ แล้วห้องเราจะต่างอะไรกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะทั่วไปล่ะคะ ตรงไหนเหรอที่บ่งบอกความเป็นเรา
แต่ถ้าหากว่า เราสร้างงานศิลปะขึ้นมาเองเลยล่ะ เราจะทำได้ไหมนะ……
เข้าใจค่ะ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีพรสวรรค์ แบบจับพู่กันครั้งแรก ก็สร้างสรรค์ผลงานสวยงามแบบติดผนังห้องโชว์กันได้ วันนี้เราจึงรวบรวมศิลปะหลายแขนงที่สามารถลองทำกันเองได้ง่ายๆ โดยวาดลวดลายไปบนกระดานได้อย่างไม่ต้องคิดมาก ผลลัพธ์นั้นจะสวยหรือเปล่าอยู่ที่มุมมอง แต่รับรองได้เลยว่างานนี้มี อาร์ตแตก แน่นอน เรามาเริ่มกันที่ศิลปะแบบแรกกันเลย
1. ศิลปะแบบ Fauvism (โฟวิสม์)
Artist: Henri Matisse ขอบคุณรูปจาก theartstory
คำว่า ‘โฟวิสม์’ มาจากคำว่า fauves ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ‘สัตว์ป่า’ เริ่มแรก โฟวิสม์ ไม่ใช่คำที่ใช้เรียกรูปแบบผลงานศิลปะ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มศิลปิน ที่มีผลงานศิลปะไปในรูปแบบเดียวกัน และในเวลาเดียวกัน
ผลงานแบบ โฟวิสม์ จะเน้นการถ่ายทอดอารมณ์ของศิลปิน ดังนั้นภาพวาดจะมีรูปทรงอิสระ ลายเส้นเกิดจากลวดลายลีลาของปลายพู่กันมากกว่าการวัดซะส่วนให้สมดุลกันเหมือนศิลปะแขนงอื่นๆ
ส่วนสีจะเน้นสีฉูดฉาด สดใส โดยใช้แม่สีเป็นสีหลัก เพื่อให้สีในภาพตัดกันชัดเจน สิ่งที่บ่งบอกถึงศิลปะแขนง โฟวิสม์ ได้ชัดเจนที่สุดก็คือ การเลือกใช้สีโดยไม่คำนึงถึงความเสมือนจริงทางธรรมชาติ เช่น ท้องฟ้าสีแดง หรือพระจันทร์สีน้ำเงิน เป็นต้น
การวาดภาพแบบ Fauvism (โฟวิสม์)
Artist: Henri Matisse
การวาดภาพแบบ โฟวิสม์ ข้อดีคือมันไม่มีขั้นตอน หรือวิธีการอย่างเป็นทางการ ไม่มีการเบลอหน้า เบลอหลัง หรือพยายามทำให้รูปวาดเป็นภาพ 3 มิติแต่อย่างใด เรียกง่ายๆ ว่า เป็นการวาดภาพ และการเพ้นท์แบบแบนนั่นเอง ดังนั้นให้เพื่อนๆ เน้นอารมณ์การถ่ายทอดปัญหาทางสังคมลงบนแผ่นกระดาษ ใช้พู่กันขนาดหนา ใช้แม่สีหลัก จากนั้นก็ลุยได้เลย!
เทคนิค
ใช้พู่กันแบบหนา เพื่อให้ได้ลายเส้นที่ไม่ละเอียด สีที่ใช้จะเป็นสีอะคริลิค (Acrylics) เพราะสีอะคริลิคมีคุณสมบัติแห้งเร็ว
เน้นใช้แม่สีที่ประกอบไปด้วยสีอบอุ่นและสีเย็น เพื่อให้เกิดการตัดกันของสี และทำให้ภาพวาดดูตื่นเต้น ไม่ดูเป็นสีโทนเดียวกันเกินไป
สีโทนอุ่น ได้แก่ แดง ส้ม และเหลืองสีโทนเย็น ได้แก่ ฟ้า เขียว ม่วง และน้ำเงิน สีหลักสำคัญ ได้แก่ ขาว และดำ
โดยใช้สีโทนอุ่นในการไฮไลท์ และใช้สีโทนเย็นในการแรเงา ซึ่งการทำเช่นนี้ ภาพจะไม่ทำให้ภาพดูแบนราบเกินไป
ร่างรูปด้วยสีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม และใช้จังหวะเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย อย่ากังวลเรื่องความละเอียดของภาพ ให้ใช้ความรู้สึกเป็นหลัก
เท่านี้ก็จะได้ รูปวาดแบบ โฟวิสม์ ไว้ตกแต่งห้องแล้วค่ะ
ตัวอย่างศิลปะ โฟวิสม์
Artist: Maurice de Vlaminick
Artist: Maurice de Vlaminick
ภาพวาด ตัวเอง (Self Portrait) ซ้าย: Henri Matisse / ขวา: Ernst Ludwig Kirchner
2. เซรามิกของ Bettunika (Bettunika’s Ceramic Art)
ขอบคุณรูปจาก departures
เพื่อนๆ คงคุ้นหน้าคุ้นตากับ ‘ศิลปะเซรามิก’ กันมาพอสมควร เพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ก็มักจะเจอมันเสมอ เพราะนอกจากเราจะเอาเซรามิกมาเป็นของตกแต่งห้องสวยๆ แล้ว ยังใช้งานได้อีกด้วย
แต่มีน้อยคนนะคะ ที่รู้จักผลงานเซรามิกของ Bettunika ศิลปินสาวชาวเดนมาร์กคนนี้ เธอเป็นที่โด่งดังเอามากๆ ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งผลงานเซรามิกของเธอ ไม่ว่าจะเป็นแก้ว แจกันดอกไม้ หรือจาน ก็เป็นที่พูดถึง ถึงขั้นที่นิตยสาร Vogue รีบจองตัวของเธอไปสัมภาษณ์กันเลยทีเดียว
จุดเด่นของงานเซรามิกของเธอคือ รูปทรงที่บูดเบี้ยว สีสันโทนพาสเทล และลวดลาย Child-Like ให้ฟิลเหมือนผลงานของน้องๆ อนุบาล ตามแบบในรูปเลย
Instagram // @bettunika
การปั้นเซรามิกแบบ Bettunika
เมื่อเทียบกับศิลปะแบบ โฟวิสม์ แล้ว แน่นอนว่าการปั้นเซรามิกต้องอาศัยทักษะและความชำนาญมากกว่าพอสมควร การปั้นเซรามิกขึ้นมาสักอัน ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนหลักๆ นั่นก็คือ การขึ้นรูป การเผา และการเคลือบ ส่วนการเพ้นท์เซรามิกนั้น ความรู้เรื่องสี เทคนิคการผสมสี รวมไปถึงทักษะการเพ้นท์นั้น ก็สำคัญ เพราะกว่าเราจะรู้หน้าตาผลงานจริงๆ ก็ตอนที่มันออกมาจากเตาเป็นที่เรียบร้อย
เทคนิค
ถึงขั้นตอนมันจะยุ่งยากสักนิด แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่า มือสมัครเล่นอย่างเราจะปั้นเซรามิกกันเองไม่ได้นะ
เตรียมวัตถุดิบสำคัญ นั่นก็คือ ‘ดิน’ ซึ่งสามารถใช้ดินได้ 2 ประเภท
ดินเหนียว หรือ ดินบอลเคลย์ (Ball Clay) ดินขาว หรือ ดินเกาลิน (Kaolin)
สำหรับมือสมัครเล่น สามารถขึ้นรูปโดยการใช้มือปั้นเป็นรูปทรงตามต้องการได้เลย วิธีทำให้ดินมีขนาดบางลง เรียกว่า ‘รีดดิน’ สามารถทำได้โดยการเอามือไปชุบน้ำให้เปียก แล้วลูบลงไปที่ตัวดิน หน้าดินจะมีผิวเรียบ และบางขึ้น จากนั้นให้ลงสีได้เลย ประเภทสีที่ใช้คือ สีผสมน้ำดิน
ซึ่งความยากของการใช้สีผสมน้ำดิน คือทุกสีจะมีหน้าตาเป็นสีน้ำตาลไปหมด ดังนั้นต้องใช้สมาธิ และจินตนาการสูงมาก
นำไปเผาที่อุณหภูมิ 110 – 120°C ให้ความชื้นที่ชิ้นงานระเหยออก จนแห้ง หลังจากเผาเสร็จ ให้นำเซรามิกมาเคลือบ โดยใช้สารเคลือบเซรามิก เป็นชั้นหนาประมาณ 1-1.5 มม. จากนั้น นำชิ้นงานกลับเข้าเตาเผาอีกรอบ เพื่อทำให้ผิวชั้นเคลือบ กลายเป็นแก้วมันวาวอยู่กับผิวดิน
ตัวอย่างเซรามิกของ Bettunika
Instagram // @bettunika
Instagram // @bettunika
Instagram // @bettunika
อยากลองปั้นกันบ้างแล้วใช่ไหม ตอนนี้เรามี Workshop สอนปั้นเซรามิก เปิดให้ลองกันแล้วนะคะ
หนึ่งในร้าน Workshop สอนปั้นเซรามิกสุดชิค ซึ่งนอกจากจะเป็นเวิร์กช็อปแล้ว ยังเป็นร้านคาเฟ่ และแกลเลอรี่โชว์ผลงานเซรามิกสวยๆ ไปในตัวอีกด้วย
ร้านนี้มีชื่อเก๋ๆ ว่า “A Clay Ceramic (อะ-เคลย์-เซรามิก)”
ซึ่งตั้งอยู่ที่ 50 ซอยสาทร 8 เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันพฤหัสบดี) เวลา 10:00 – 17:30 น
Facebook// @aclayceramic
ที่สำคัญ ที่นี่เขามีคอร์สให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสำหรับ 1 วัน ซึ่งสามารถปั้น และเพ้นท์เซรามิกได้เสร็จภายในเวลาแค่ 4 ชม. หรือถ้าใครมีเวลาว่าง คอร์ส 2 วัน ก็น่าสนใจ เพราะเขาจะใช้วันแรกโฟกัสกับการขึ้นรูปเซรามิก และวันที่ 2 นั้นจะถูกใช้ไปกับการเพ้นท์อย่างเดียว เรียกได้ว่าเจาะลึกกันแบบสุดๆ และถ้าใครไม่อยากปั้น ที่นี่เขาก็มีคอร์สเพ้นท์อย่างเดียวให้เลือกด้วยนะ
ดูผลงานตัวอย่างจากนักเรียนของ A Clay Ceramic เขาซะก่อน เจ๋งไปเลยใช่ไหม
Facebook// @aclayceramic
Facebook// @aclayceramic
สายมินิมอล มีงานอดิเรกเป็นคาเฟ่ฮอบปิ้ง และกำลังหากิจกรรมแฮงเอาท์กับเพื่อนสนุกๆ รออะไรอยู่คะ อ่านบทความนี้จบ รีบโทรจองคิวเลย
3. ศิลปะแบบ Suprematism (ซูพรีมาตีสม์)
ขอบคุณรูปจาก museothyssen
จุดเด่นของศิลปะ ซูพรีมาตีสน์ คือการให้อิสระกับผู้ชมผลงาน ไม่ปิดกั้นความคิด ทั้งรูปทรง ลายเส้น และเรื่องราวในภาพวาด ตามแบบอย่างที่ศิลปินต้องการให้เป็น นับว่าเป็นศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความได้อย่างไร้ขีดจำกัด
การวาดภาพแบบ Suprematism (ซูพรีมาตีสม์)
Artist: Kazimir Malevich
ศิลปะแบบ ซูพรีมาตีสน์ จะเน้นการเว้นช่องไฟ และพื้นที่ว่าง ซึ่งจะแตกต่างจากศิลปะแบบ โฟวิสม์ อย่างสิ้นเชิง เพราะศิลปะแบบ ซูพรีมาตีสน์ จะมีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน อยู่ภายใต้รูปทรงเรขาคณิตแบบง่าย เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม หรือกากบาท
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าศิลปะแบบ ซูพรีมาตีสน์ เป็นศิลปะที่เปิดกว้างให้ผู้ชมตีความกันเอาเอง ดังนั้นศิลปินสามารถวาดลวดลายได้ตามใจชอบ ไม่จำเป็นต้องมีความหมายแฝงแต่อย่างใด
เทคนิค
รูปแบบของพู่กันสามารถเลือกได้ตามใจ หากต้องการความละเอียด ให้ใช้พู่กันแบบแบน ประเภทของสี นิยมใช้เป็นสีอะคริลิค หากต้องการให้เนื้องานมีความหยาบ แนะนำให้ใช้เป็นสีน้ำมัน
เพื่อความโดดเด่น ศิลปินนิยมเลือกใช้สีคู่ตรงข้าม เช่น
น้ำเงิน กับ ส้ม เหลือง กับ ม่วง แดง กัน เขียว
เนื่องจากศิลปะแขนง ซูพรีมาตีสน์ เป็นศิลปะที่มีการกะสัดส่วนชัดเจน ดังนั้น ขณะวาด และลงสี ควรแปะเทปใส เพื่อเป็นการกั้นช่องไฟ เพิ่มความคมของเส้น และป้องกันไม่ให้สีไปโดนกัน
ตัวอย่างศิลปะ ซูพรีมาตีสม์
Artist: Kazimir Malevich
Artist: McArthur Binion
Artist: David Diao
สรุปท้ายบทความ
ศิลปะทั้ง 3 ประเภทที่นำเสนอในวันนี้ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างศิลปะที่สามารถลองทำเองได้ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะ หรือพรสวรรค์ระดับ Picasso ก็สามารถได้งานสวยๆ ที่สามารถนำมาตกแต่งห้องให้โดดเด่นได้ไม่เหมือนใคร
“ศิลปะ” ไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่มีคำว่าสวย ไม่มีคำว่าเลอะเทอะ ทุกอย่างอยู่ที่มุมมอง เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆ อยากลองวาดรูป ละเลงสีกันดูบ้าง ทำเลยค่ะ ชีวิตเรานั้นสั้นเกินกว่าที่จะเสียเวลากับการกลัวเสียเวลา
แต่ถ้าใคร ไม่มีเวลาจริงๆ แวะเข้ามาชม ของตกแต่งบ้านที่ Kaidee ได้นะคะ เรามีทั้งภาพวาดสวยๆ ของตกแต่งทุกแบบ ทุกแนว ให้เลือกสรรกันอย่างเต็มที่เลย