เล่นเกมสมัยนี้ก็กลายเป็นอาชีพทำเงินได้นะ ทั้งแข่ง E-Sport เป็นนักเล่นมืออาชีพหรือจะเป็นที่ปรึกษาทาง E-Sport และยังมีโค้ชที่คอยกำกับการเล่นให้ชนะอีกด้วย เรียกว่ายกระดับการเล่นแบบผ่อนคลาย เป็นการเล่นเพื่อชัยชนะในแบบที่ยังคงความสนุกในการเล่นไว้อยู่
ต้องเล่นเกมขนาดไหนถึงจะเรียกว่าเกมเมอร์นะ?

ถ้าเราชอบเล่นเกม แต่เล่นแค่เกมมือถือหรือเกมคอมธรรมดา ถือว่าเราเป็นเกมเมอร์หรือเปล่า? ตามจริงไม่ว่าเราจะชอบเล่นเอง ดูคนอื่นเล่น จะเล่นเกมธรรมดา เกมโทรศัพท์หรือเกมคอม เราก็ถือเป็นเกมเมอร์คนนึงนะ แต่จะอยู่ในประเภทไหนต้องดูตามนี้เลย
ประเภทของเกมเมอร์
เว็บไซต์ Fortessofsolitude.co.za ได้อ้างอิงการวิเคราะห์ข้อมูลของ Newzoo.com ไว้ว่า เกมเมอร์ถูกแยกเป็น 8 ประเภท มาดูกันว่าคุณเป็นเกมเมอร์ประเภทไหน
1.The Ultimate Gamer
หากคุณเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทหรือยอมแลกทุกอย่างกับการเล่นเกม รวมถึงเป็นสายเปย์ให้เล่นเกมได้อย่างเทพ คุณคือผู้เล่นแบบ Ultimate
2.The All-Around Enthusiast
ถ้าคุณเป็นคนที่คอยระมัดระวังเรื่องเวลาการเล่นเกม การเสียเงินเพื่อเกมและการดูคลิปวีดีโอรีวิวหรือบทสรุปเกมต่างๆ คอยคุมไม่ให้กินเวลาชีวิตมากเกินไปและสร้างสมดุลที่ดีของการเล่นเกมกับชีวิตเรื่องอื่นๆ คุณคือผู้เล่นแบบ All-Around Enthusiast
3.The Cloud Gamer
ผู้เล่นกลุ่มนี้เป็นผู้เล่นที่เล่นเกมผ่านช่องทางบริการออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการซื้อเกมแบบดิจิตอลด้วยนะ ซึ่งจะเสียเงินไปทางเครื่องเล่นเกมและอุปกรณ์เสริมต่างๆมากกว่า
4.The Conventional Player
สายสะสมเกม ซื้อของต่างๆเกี่ยวกับเกม และชอบการเล่นเองมากกว่าการดูคนอื่นเล่นจะจัดอยู่ในหมวดผู้เล่นนี้เลย
5.The Hardware Enthusiast
ผู้เล่นที่มีอุปกรณ์ครบครันและทันสมัยเสมอ ไม่ว่าจะรุ่นใหม่แค่ไหนก็คอยอัพเดทตลอดเวลา และบางครั้งอุปกรณ์ต่างๆก็จะเป็นสีแบบ RGB อีกด้วย
6.The Popcorn Gamer
ใช่คุณหรือเปล่า? เกมเมอร์แบบ Popcorn ที่เป็นนักดูชั้นยอด เปิดดูแคสเกมไปนั่งกินข้าวไปก็สนุกได้เหมือนเล่นเอง
7.The Backseat Viewer
ผู้เล่นที่เคยเล่นเกมมามากมาย เรียกว่าเป็นอดีตมือโปร จนปัจจุบันผันตัวมาเป็นคนดูแทน และจะชอบดูการแข่งเกมอยู่บ่อยๆ
8.The Time Filler
นักฆ่าเวลาตัวฉกาจ ผู้เล่นสายนี้ไม่ได้คิดว่าเกมเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว จะหยิบเกมขึ้นมาเล่นก็ต่อเมื่อมีเวลาว่างเท่านั้น
แต่งห้องสไตล์เกมเมอร์

1.พื้นที่ต้องเพียงพอ
ไม่ว่าจะเป็นห้องเล่นเกมโดยเฉพาะหรือห้องนอนที่ไว้เล่นเกมด้วยก็ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอ ไม่เล็กเกินไป เพราะการมีห้องเล็กเกินไป จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเราให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว แต่ถ้าใหญ่เกินไปก็อาจเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียคือได้ความโล่งไม่อึดอัด แต่ก็อาจให้ความว่างเปล่าในพื้นที่บางส่วนได้เช่นกัน
2.กำแพงกันเสียงต้องมา
หลายคนอาจไม่ชอบการใส่หูฟังเล่นเกม เลยใช้ลำโพงที่ให้เสียงที่ดังกระหึ่มถึงใจ แต่หากอยู่คอนโดหรือทาวน์โฮมก็อาจต้องทำกำแพงกันเสียงเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเพื่อนบ้านและเพื่อความสบายใจของเราเอง
3.แสงที่เพียงพอ
เราอาจเห็นห้องเล่นเกมมืดๆ มีไฟน้อยๆกันอยู่บ่อยๆตาม Pinterest หรือช่องยูทูปของเกมเมอร์ส่วนมาก แต่การมีห้องที่มีแสงเพียงพอ ก็ช่วยให้เราเล่นเกมได้สบายตามากยิ่งขึ้น
โดยการจัดวางแสงนั้น อาจต้องไม่ให้สะท้อนกับหน้าจอคอมหรือทีวีที่ใช้เล่นเกมโดยตรง หรือถ้าเป็นหลอดไฟก็ควรติดตั้งให้แสงแต่ละจุดในห้องมีความพอดีกัน ไม่ควรติดกลางห้องดวงเดียว
4.เพิ่มสีสันด้วยไฟ LED
ใครที่ไม่ชอบให้ห้องมีความสว่างมาก ก็สามารถใช้ไฟ LED ติดตามขอบเพดานห้อง หลังจอมอนิเตอร์ เพื่อให้ความสว่างแบบไม่มากเกินไป
5.อุปกรณ์ที่มีสีในโทนเดียวกัน
เพื่อความสุดของการแต่งห้องของเกมเมอร์ก็ควรจัดชุดอุปกรณ์ต่างๆในเข้าเซ็ตหรือคุมโทนกัน เพื่อความสวยงาม สบายตาเวลามองของเราเวลาเข้าห้องหรือเวลาเล่นเกม
อุปกรณ์ติดห้องสำหรับเกมเมอร์

อยากเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเกมได้เพลินๆยาวๆ อุปกรณ์ก็ต้องครบเพื่ออรรถรสที่ดี
1.Gaming PC / Laptop
ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คหรือเครื่องเล่นเกมแบรนด์ต่างๆก็ควรเลือกให้ดี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค ควรเลือกการ์ดจอที่เหมาะสำหรับการเล่นเกม รวมถึงแรมที่มีเพียงพอ ให้เล่นเกมได้แบบลื่นๆ
2.Gaming Monitor
จอที่ดีอาจช่วยให้เราชนะในการเล่นเกมนั้นก็ได้ เช่นจอที่มี Refresh Rate สูงๆ ก็จะให้ภาพที่ไวและลื่นกว่า ใครที่เล่นเกมแนว Shooting บ่อยๆ ก็ต้องเลือกจอให้ดีเลย
3.Gaming Headset
เสียงเป็นอีกหนึ่งข้อหลักที่จะช่วยให้การเล่นเกมมีอรรถรสมากขึ้น ดังนั้นหูฟังเกมมิ่งที่ดีก็ต้องมีติดไว้ ส่วนการเลือกนั้นแนะนำให้ลองสวมดูว่าใส่แล้วสบายหรือไม่ กดทับหูเกินไปหรือเปล่า แน่นอนว่าเราคงไม่เล่นเกมแค่สิบหรือสิบห้านาที แต่เป็นชั่วโมงสองชั่วโมงแน่ๆ
4.Gaming Mouse
เมาส์สำหรับเล่นเกมมันต่างกับเมาส์ธรรมดานะ เพราะเกมมิ่งเมาส์จะมีค่า DPI ที่ละเอียดมาก จะสังเกตได้ว่าเวลาขยับเมาส์จะเห็นความเร็วและความลื่นที่ต่างกัน เมื่อค่า DPI มีมากขึ้น
5.Controller
บางเกมเล่นด้วยเมาส์คีย์บอร์ดก็จะบังคับยาก หากมี Controller ดีๆสักตัวก็จะให้เราเล่นเกมนั้นได้อย่างสนุกมากขึ้น แต่ถ้าเล่นจากเครื่องเล่นเกมอย่าง Playstation ก็อาจไม่ต้องซื้อแยกเพราะมีให้แล้ว หรือ Nintendo Switch ก็สามารถซื้อเพิ่มเป็นตัว Pro Controller ให้เล่นได้ง่ายขึ้น
6.Gaming Chair
อุปกรณ์อย่างแรกๆที่เมื่ออยากเป็นเกมเมอร์ก็ต้องมีเจ้านี้ก่อนเลย การนั่งเก้าอี้ที่ออกแบบมารองรับสรีระของเราอย่างพอดี จะให้เราเล่นได้อย่างสบายๆ และอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมของเราได้นะ
สรุป
ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์แบบไหนและไม่ว่าจะมีบ้าน คอนโดหรือทาวน์โฮมก็สามารถทำห้องเล่นเกมได้ทั้งนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่องพื้นที่และงบประมาณของเราเท่านั้น บางทีอาจไม่ต้องแต่งห้องครบ แต่แค่มีเก้าอี้เกมมิ่งสักตัวพร้อมกับทำกำแพงกันเสียงดีๆก็สามารถเล่นเกมได้ยาวๆแล้ว
ส่วนใครมองหาบ้านหรือคอนโดห้องสวยๆสักที่มาที่ Kaidee ได้เลย เรามีอสังหาริมทรัพย์หลากหลายแบบให้คุณได้เลือกอย่างสะดวก เปิดดูเลย !
