จัดโต๊ะทำงานเสริมดวง งานปัง เจ้านายรัก ตรงตามหลักฮวงจุ้ย

จัดโต๊ะทำงานเสริมดวง งานปัง เจ้านายรัก ตรงตามหลักฮวงจุ้ย

โควิดตัวร้ายยังไม่ไปไหน ทำให้เทรนด์การทำงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การ Work From Home แต่แค่ทำงานอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะสายมูเตลูอย่างเรา ต้องจัดโต๊ะทำงานเสริมดวงให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยซะหน่อย เจ้านายจะได้รัก งานจะได้ปังๆ เงินไหลมาเทมา รู้ตัวอีกทีกลายเป็นพนักงานดีเด่นไปซะแล้ว และวิธีที่เรานำมาฝาก บอกเลยว่าทำตามง่ายมาก แบ่งเป็น 2 หมวดง่ายๆ ใครสะดวกแบบไหนก็จัดได้เลย

จัดโต๊ะทำงานตามวันเกิด 

วันจันทร์

เนื่องจากคนเกิดวันจันทร์อยู่ในธาตุดิน โต๊ะทำงานของเพื่อนๆ จึงควรใช้สีโทนอ่อน หรือสีแนวเอิร์ธโทน และไม่ลืมที่จะเน้นความเป็นธรรมชาติเพิ่มเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แลดูสบายตา การตกแต่งด้วยต้นไม้ฟอกอากาศ เป็นต้น อีกทั้งบริเวณโต๊ะทำงานควรจัดให้มีพื้นที่โปร่งโล่ง เพื่อให้การทำงานไปในทิศทางที่ดีและง่ายมากยิ่งขึ้น

สำหรับคนที่มีพื้นที่ค่อนข้างน้อย แนะนำว่าให้หาของตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติมาตกแต่งแทน หรือจะใช้โต๊ะทำงานแบบติดผนังใกล้หน้าต่างแทนก็ได้

วันอังคาร

เนื่องจากคนเกิดวันอังคารอยู่ในธาตุลม คนเกิดวันนี้จึงควรเลือกสีในการตกแต่งโต๊ะทำงานด้วยสีโทนร้อน เช่น สีแดง สีส้ม และควรเลือกทิศทางของการจัดโต๊ะทำงานให้ใกล้กับหน้าต่าง ซึ่งสีต้องห้ามในการจัดโต๊ะทำงานของคนเกิดวันอาทิตย์ก็คือ สีฟ้าและสีน้ำเงิน

สำหรับของตกแต่ง จะเน้นไปที่พวกโลหะหรือของที่มีน้ำหนักเป็นหลัก เพราะจะช่วยในการเสริมสร้างความมั่นคงในหน้าที่การงานให้ปังยิ่งๆ ขึ้นไป

วันพุธ

คนเกิดวันพุธ จะแบ่งออกเป็น คนเกิดวันพุธกลางวัน และคนเกิดวันพุธกลางคืน 

สำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางวัน ควรเลือกสีในการจัดตกแต่งด้วยสีโทนเย็นเป็นหลัก และโต๊ะทำงานควรจัดรูปทรงตัว L เพื่อช่วยให้เงินทองให้ไหลมาเทมาเหมือนงานที่เข้ามาไม่หยุด (ฮึบบ ! สู้)

สำหรับตำแหน่งในการจัดโต๊ะทำงานของคนที่เกิดวันพุธกลางวันนั้น ควรจัดไว้ในโซนที่ลึกที่สุดและตั้งโต๊ะทำงานไว้ทางทิศใต้ เช่น ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นต้น โดยห้ามวางโต๊ะทำงานไว้ทางทิศเหนือ เพราะเป็นทิศต้องห้ามของคนเกิดวันพุธโดยเฉพาะ

สำหรับการจัดโต๊ะทำงานของคนที่เกิดวันพุธกลางคืน ให้จัดโต๊ะทำงานด้วยสีโทนเย็นสบายตา โต๊ะทำงานควรโปร่งโล่ง ไม่รกรุงรัง ส่วนตำแหน่งของโต๊ะทำงานสามารถวางได้หลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศเหนือ โดยห้ามวางไว้ที่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศต้องห้ามสำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางคืน

ส่วนของตกแต่งสำหรับคนเกิดวันพุธ สามารถตกแต่งได้ทุกรูปแบบ แต่ควรจัดวางแบบไล่ระดับ และเน้นของตกแต่งเป็นพวกกระจก แก้ว คริสตัล

วันพฤหัสบดี

สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี ที่อยู่ในธาตุดิน ควรเลือกสีเอิร์ธโทน หรือสีโทนอ่อนสบายตาอย่างสีพาสเทลในการตกแต่ง ส่วนของที่ใช้ตกแต่งโต๊ะทำงาน ควรตกแต่งด้วยดอกไม้ เพื่อเสริมเสน่ห์ และเพิ่มช่องทางรายได้ให้เงินเข้าได้หลายทาง

คนเกิดวันนี้สามารถวางโต๊ะทำงานได้ทุกทิศ แต่ห้ามจัดโต๊ะทำงานในทิศตะวันออก ส่วนสีต้องห้ามในการจัดโต๊ะทำงานของคนเกิดวันพฤหัสบดีก็คือ สีน้ำเงิน และสีม่วง

วันศุกร์

คนเกิดวันศุกร์ ควรเลือกสีโต๊ะทำงานที่เป็นโทนสีสดใส เช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือสีโทนเย็น เช่น สีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เพื่อเป็นการเสริมสร้างความก้าวหน้าในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน คนเกิดวันนี้สามารถจัดโต๊ะทำงานได้หลายทิศด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ห้ามจัดโต๊ะทำงานไว้ทางทิศใต้เป็นอันขาด เพราะเป็นทิศต้องห้ามของคนเกิดวันศุกร์

สำหรับโต๊ะทำงานของคนที่เกิดวันศุกร์ ควรเน้นการจัดโต๊ะทำงานให้โล่งกว้าง อาจจะใช้โต๊ะทำงานที่มีลิ้นชักในตัว เพื่อเก็บของหรือใช้ลิ้นชักขนาดเล็กไว้บนโต๊ะทำงานเพื่อเก็บของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบก็ได้เช่นกัน

วันเสาร์

คนเกิดวันเสาร์จะอยู่ในธาตุน้ำ ดังนั้นควรเลือกสีโทนเข้มในการตกแต่ง ยกเว้นสีเขียว และสีส้มแสด ซึ่งเป็นสีต้องห้ามของคนที่เกิดวันนี้ ส่วนการจัดโต๊ะทำงาน ควรจะจัดโต๊ะทำงานด้วยวัสดุจากธรรมชาติเป็นหลัก ควรเลือกทิศทางของการจัดโต๊ะทำงานให้ใกล้กับทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันตก แต่ห้ามจัดโต๊ะทำงานไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเด็ดขาด เพราะเป็นทิศต้องห้าม และไม่มงคล 

ส่วนการตกแต่งให้เน้นไปที่การตกแต่งแบบไล่ระดับ มีหลากหลายฟังก์ชันการใช้งาน เพราะนอกจากจะเรียกความสิริมงคลแล้ว ยังช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยอีกด้วย

วันอาทิตย์

คนเกิดวันอาทิตย์ ซึ่งอยู่ในธาตุไฟ ควรเลือกสีในการจัดตกแต่งด้วยสีโทนร้อน เช่น สีแดง สีส้ม เน้นการตกแต่งเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และควรจัดโต๊ะทำงานให้ใกล้กับหน้าต่าง โดยห้ามจัดโต๊ะทำงานในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และห้ามตกแต่งโต๊ะทำงานด้วยสีฟ้า และสีน้ำเงิน เพราะเป็นสีต้องห้ามของคนที่เกิดวันนี้ 

สำหรับของตกแต่ง คือตกแต่งด้วยของที่เป็นโทนร้อน เช่น โคมไฟ เพื่อช่วยดึงดูดชื่อเสียง รวมไปถึงภาพวอลเปเปอร์อย่างท้องฟ้า ที่ช่วยเสริมบารมีให้คนที่เกิดวันอาทิตย์ได้อย่างดี

จัดโต๊ะทำงานด้วยทริค 2 ข้อง่ายๆ

1. จัดโต๊ะทำงานให้สะอาดอยู่เสมอ

เพราะการไม่ยอมทำความสะอาดโต๊ะทำงาน อาจจะส่งผลให้เพื่อนๆ ไม่พร้อมทำงาน จิตใจว้าวุ่น ไม่มีสมาธิ และไม่ลืมทิ้งเศษกระดาษ ห่อขนม หรือแก้วน้ำพลาสติกนำทันทีที่กินหมด มดแมลงจะได้ไม่มารบกวนทั้งคุณ และเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงการจัดไฟล์งานในคอมพิวเตอร์ด้วย เพราะนอกจากเราจะหางานที่ต้องการได้ง่ายแล้ว หน้าจอก็จะโล่งสบายตาอีกด้วย

2.ตกแต่งโต๊ะทำงานเรียกความปังระดับ 10!

  • วางคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป เครื่องคิดเลข หรือโทรศัพท์ไว้มุมซ้ายของโต๊ะทำงาน – เพราะจะทำให้เพื่อนๆ มีอำนาจในการทำงาน ทำให้การพูดคุยหรือเจรจาประสบความสำเร็จ
  • วางหนังสือไว้มุมขวาของโต๊ะทำงาน – เพราะทำให้จิตใจสงบนิ่ง โฟกัสในการทำงานได้ดี
  • วางลิ้นชักเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะมุมซ้าย – ส่งเสริมเรื่องสติปัญญา
  • วางต้นไม้พันธุ์เล็ก ๆ ไว้บริเวณโต๊ะทำงาน – เพราะทำให้สมองปลอดโปร่ง ยิ่งไปกว่านั้นสีเขียวของต้นไม้ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายความเครียดอีกด้วย 
  • ตั้งวอลเปเปอร์เป็นรูปสายน้ำ – เพราะทำให้จิตใจสงบนิ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน และมีสมาธิโฟกัสในการทำงานมากขึ้น
  • แปะรูปภาพที่เราชอบ – จะเป็นรูปครอบครัว น้องหมาน้องแมว คนที่คุณรัก เพื่อนสนิท หรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ได้ทั้งนั้น เพื่อเพิ่มความสบายใจ และสร้างความผ่อนคลายในการทำงาน

ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานที่ควรหลีกเลี่ยง

ไม่ควรนั่งติดหรือชิดเสา  

เพราะส่งผลให้มีแต่เรื่องเครียดๆ เข้ามา ดังนั้นควรขยับโต๊ะให้ห่างจากเสา และไม่ควรให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของโต๊ะติดกับเสา หากขยับไม่ได้ เพื่อนๆ อาจหาภาพวิวมาติดไว้ก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ฮวงจุ้ย

ไม่ควรนั่งหันหลังให้ผนังที่ไม่เรียบ  

เพราะทำให้การทำงานมีอุปสรรค ให้หารูปวิวมาติดเพื่อเป็นการแก้ฮวงจุ้ย

ไม่ควรตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตู 

เพราะจะทำให้การงานวุ่นวาย เจอแต่ปัญหาอุปสรรคให้ต้องคอยแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นเพื่อนๆ มีหน้าที่ออกไปติดต่อข้างนอกบ่อยๆ ถึงจะดี  แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรหาต้นไม้มงคลมาตั้งไว้เพื่อเป็นการแก้ฮวงจุ้ย

ไม่ควรนั่งหันหลังให้ประตู  

เพราะจะส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกนินทาว่าร้าย  ดังนั้นควรมีกระจกเงาตั้งไว้เพื่อให้มองเห็นด้านหลัง เพื่อเป็นการแก้ฮวงจุ้ยที่ง่ายที่สุด

ไม่ควรนั่งตรงกับประตูห้องน้ำ 

เพราะส่งผลต่อสุขภาพ อาจทำให้มีอาการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นควรหาฉากหรือม่านมาบังไว้เพื่อเป็นการแก้ฮวงจุ้ย

ชีวิตปังง่ายๆ แค่จัดโต๊ะทำงาน

จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่แค่การ Work From Home ที่สามารถจัดโต๊ะทำงานเสริมดวงได้เท่านั้น เพื่อนๆ สามารถทำได้ทุกที่ของการทำงานเลย จะที่ทำงาน หรือมุมสุดโปรดในบ้านก็ได้ ถึงตรงนี้เราไม่ได้บอกว่าให้เชื่อทั้งหมด เพราะสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลว่ามีความคิดเห็นแบบไหน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพยายาม และไม่ลืมที่จะเพิ่มเติมความรู้ พัฒนาทักษะต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ชีวิตการทำงานของเพื่อนๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพมากที่สุด

สำหรับใครที่กำลังมองหาโต๊ะทำงานสวยๆ เข้าไปไว้ในสำนักงาน หรือที่บ้าน
ก็สามารถเข้ามาหาซื้อได้เลยที่ Kaidee เพราะที่นี่มีครบ พร้อมบริการที่มากกว่าการซื้อขาย คลิกเลย!

2021 นี้ ซื้อโทรศัพท์ซัมซุงรุ่นไหนดี?

2021 นี้ ซื้อโทรศัพท์ซัมซุงรุ่นไหนดี?

ตลาดสมาร์ทโฟนที่ผ่านมายังคงมีรุ่นใหม่ๆเปิดตัวและวางขายอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือซัมซุงที่มีทั้งสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงและรุ่นอื่นๆออกมา อย่างรุ่นยอดฮิตในตระกูล Galaxy Note และ Galaxy S ที่ออกมาหลายสิบรุ่น นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นก็ถูกนำมาใส่ในรุ่นนี้แบบแน่นเครื่อง จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่ซัมซุงยังคงเป็นแบรนด์ยอดฮิต ครองใจใครหลายคนอยู่ 

ซึ่งในช่วงต้นปี 2021 นี้ ซัมซุงก็มีรุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาหลากหลายรุ่นทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่าง Galaxy Tab S7 และ S7+ หรือตระกูล Galaxy A อย่างรุ่น A72 หรือจะเป็นรุ่นที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วอย่าง Galaxy Note 20 ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆมากมายจนขายดีสุดๆ ซึ่งใครที่กำลังลังเลว่าจะซื้อรุ่นไหนดี บทความนี้เรารวมรุ่นน่าสนใจมาให้ได้ดูกัน

โทรศัพท์ซัมซุงรุ่นไหนดีในปี 2021

ซัมซุงรุ่นใหม่ๆที่เปิดตัวและวางขายในช่วงที่ผ่านมามีหลากหลายรุ่นในหลายตระกูลของสมาร์ทโฟนซัมซุง เรามาดูกันข้อมูลของแต่ละรุ่นกัน 

1.โทรศัพท์ซัมซุง Galaxy Note20 5G | Note20 Ultra 5G

ภาพจาก Samsung.com

หลังจากที่เปิดตัวและวางขายไปในช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมากับซัมซุง Galaxy Note 20 ตระกูล Note ที่มาพร้อมปากกาอัจฉริยะ S Pen โดยในรุ่นนี้จะมาพร้อมสีใหม่อย่าง Mystic Bronze และ Mystic Black 

เรื่องของหน้าจอจะเป็นจอแบนขนาด 6.7 นิ้วความละเอียด FHD+ (1080×2400) ในรุ่น Note20 และจอโค้งขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (1440×3088) ในรุ่น Note20 Ultra ซึ่งทั้งสองรุ่นจะเป็นจอแบบ Infinity-O ที่มีกล้องฝังอยู่บนหน้าจอและเป็นจอแสดงผล HDR 10+ เหมือนกัน 

ภาพจาก Samsung.com

เรื่องกล้องนั้นถือว่าคมชัดและฟังก์ชันเยอะ สำหรับรุ่น Note20 นั้นจะเป็นกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 12MP (Wide) + 12MP (Ultra Wide) + 64MP (Tele) พร้อมซูมแบบ Hybrid Optical ได้ 3 เท่า และซูมแบบ Digital ได้ 30 เท่า ส่วนรุ่น Note20 Ultra จะเป็นกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 12MP (Ultra Wide)+108MP (Wide) +12MP (Tele)  กล้องหน้าความละเอียด 10MP พร้อมซูมแบบ Hybrid Optical ได้ 5 เท่า และซูมแบบ Digital ได้ 50 เท่า 

*ทั้งสองรุ่นรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด UHD 8K 24fps 

เรื่องแบตเตอรีนั้นเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยความจุ 4300 mAh และ 4500 mAh ในรุ่น Note20 และ Note20 Ultra ตามลำดับ พร้อมทั้งสองรุ่นยังรองรับระบบชาร์จไว 25W ให้ชาร์จเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว 

การใช้งานนั้นถือว่าตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลมากๆ ด้วยความสามารถของ S Pen ที่สามารถจดและเปลี่ยนลายมือเป็นตัวพิมพ์ให้พร้อมแชร์ไปยังแอปต่างๆได้อย่างสะดวก รวมถึงสามารถเปลี่ยนลายมือที่เขียนไม่ตรงบรรทัดให้ตรงเป็นระเบียบได้อย่างง่ายดาย 

ส่วนเรื่องการเล่นเกมนั้นในรุ่น Note 20 Ultra จะได้จอที่มีค่ารีเฟรซสูงถึง 120 Hz ทำให้ได้ภาพที่ลื่นไหล รวมกับสมรรถภาพของหน่วยประมวลผลแบบ 4 Core ที่ช่วยให้เครื่องทำงานและเล่นเกมได้อย่างเต็มอรรถรส  

2.โทรศัพท์ซัมซุง Galaxy S21 | S21+ | S21 Ultra

ใหม่ล่าสุดในตระกูล Galaxy S กับ Galaxy S21, S21+ และ S21 Ultra ที่เปิดตัวไปในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยในตระกูลนี้จะเป็นตระกูลเรือธงของสมาร์ทโฟนซัมซุงที่จัดเต็มทั้งเรื่องการถ่ายรูป วิดีโอ รวมถึงประสิทธิภาพของเครื่องที่สามารถเล่นเกมและแสดงผลสื่อบันเทิงต่างๆได้อย่างเต็มอรรถรส 

ในรุ่นใหม่นี้จะแยกเป็น S21 กับ S21+ ที่มีความใกล้เคียงกัน และรุ่น S21 Ultra ที่ให้ความพรีเมียมยิ่งขึ้นไปอีก โดยในรุ่น S21 และ S21+ จะมีหน้าจอแบบจอแบนความละเอียด FHD+ ที่ขนาด 6.2 นิ้วและ 6.7 นิ้วตามลำดับ ส่วน S21 Ultra จะเป็นจอขอบบางขนาด 6.8 นิ้วความละเอียด 1440×3200 ซึ่งทั้งสามรุ่นนั้นมาพร้อมจอที่มีค่ารีเฟรชเรท 120Hz 

เรื่องกล้องนั้นทำได้ดีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น โดยกล้องหลัง 3 ตัวมีความละเอียด 12MP (Ultra Wide) +12MP (Wide) + 64MP (Tele) ในรุ่น S21 และ 21+ ที่สามารถซูมได้ถึง 30 เท่า ส่วนรุ่น S21 Ultra จะเป็นกล้อง 4 ตัวความละเอียด 12MP (Ultra Wide) + 108MP (Wide) + 10MP (Tele) 2 ตัวที่สามารถซูมได้ถึง 100 เท่า และทั้งสามรุ่นสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 8K 24fps ได้เหมือนกัน แต่ในรุ่น S21 Ultra จะบันทึกได้ถึง 30fps

เรื่องแบตเตอรีนั้นจะอยู่ที่ 4,000 4,500 และ 5,000 mAh ในรุ่น S21, S21+ และ S21 Ultra ตามลำดับ พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 25W ซึ่งนอกจากนี้ในรุ่น S21 Ultra นั้นรองรับการใช้งานร่วมกับ S Pen ด้วย (ไม่มีแถมมาให้ ต้องซื้อแยก)

ด้วยหน่วยประมวลผล Exynos 2100 แบบ  4 Core ทำให้ซัมซุงรุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงมาก ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ถ่ายรูปหรือวิดีโอก็ทำได้อย่างสบายๆ 

3.โทรศัพท์ซัมซุง Galaxy Z Fold2 5G 

เรียกว่าเป็นรุ่นหนึ่งที่พลิกวงการสมาร์ทโฟนก็ว่าได้สำหรับเจ้าซัมซุง Galaxy Z Fold2 สมาร์ทโฟนพับจอได้นี้ โดยรุ่นที่ 2 นี้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 ที่ผ่านมา และเช่นเดิมราคายังคงอยู่ในระดับที่สูงมากเช่นเคย แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่คุณจะได้รับจากเจ้าซัมซุงรุ่นนี้จะเป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้สมาร์ทโฟนจริงๆ 

หน้าจอ Foldable Display ถือเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้เลย เมื่อกางออกแล้วจะมีขนาดอยู่ที่ 7.6 นิ้วความละเอียด 1768 x 2208 พิกเซล และเมื่อพับกลับจะอยู่ที่ 6.2 นิ้ว ความละเอียด 816 x 2260 พิกเซล ที่สำคัญยังมีค่ารีเฟรชเรทอยู่ที่ 120 Hz อีกด้วย 

ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่เมื่อกางออกแล้วก็เป็นเหมือน Tablet ตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำให้การใช้งานนั้นมีความสะดวกมากขึ้น ทั้งการเปิดแอปพลิเคชันต่างๆพร้อมกันบนหน้าจอโดยแบ่งได้มากถึง 3 หน้าจอเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องกล้องก็ถือว่าดีทีเดียว กล้องหลังเป็นกล้อง 3 ตัว ที่มีมุมปกติ มุมกว้างและมุม Tele ความละเอียด 12MP ทั้งสามตัวพร้อมระบบกันภาพสั่นไหวทั้ง OIS และ EIS ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 10MP 

โดยรวมถือเป็นรุ่นหนึ่งที่น่าเป็นเจ้าของ หากคุณมีงบที่ไม่จำกัดล่ะก็ ต้องรุ่นนี้เลย   

4.โทรศัพท์ซัมซุง Galaxy A72

มาที่รุ่นในตระกูล A กันบ้างกับรุ่น Galaxy A72 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยราคานั้นอยู่ในระดับหมื่นต้นๆ ที่มีสเปคมาให้แบบรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

ภาพจาก gsmarena.com

หน้าจอ Super Amoled FHD+ ขนาด 6.7 นิ้ว ที่ช่วยให้เต็มอิ่มกับอรรถรสของความบันเทิงทุกรูปแบบ และยังมี Eye Comfort Shield ที่ช่วยลดแสงสีฟ้าได้อีกด้วย 

ส่วนใครที่ชอบถ่ายรูปนั้น รุ่น A72 นี้ก็ไม่แพ้รุ่นพี่ตระกูลอื่นเลย ด้วยกล้องหลัง 3 ตัวที่มีทั้ง Ultra-Wide, Telephoto และ Macro ที่สำคัญในกล้องหลักความละเอียด 64MP ยังมีระบบกันสั้่นแบบ OIS อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นกล้องหน้ายังมีความละเอียดสูงถึง 32MP

ภาพจาก samsung.com

ส่วนเรื่องระบบเสียงนั้นรุ่นนี้มีลำโพงคู่แบบสเตอริโอ ที่มาพร้อมระบบ Dolby Atmos เต็มอิ่มทั้งการดูหนัง ฟังเพลงและเล่นเกม แถมยังมีแบตเตอรีความจุ 5,000 mAh ที่รองรับชาร์จเร็วแบบ 25w อีกด้วย

5.โทรศัพท์ซัมซุง Galaxy A52

อีกหนึ่งรุ่นออกใหม่ในตระกูล A กับซัมซุง Galaxy A52 ที่จัดสเปคมาเหมาะกับสายถ่ายรูปทำคอนเทนต์สุดๆ 

สำหรับกล้องรุ่นนี้มี AI ที่เพิ่มโหมด Beauty, AR Emoji, AR Sticker และยังสามารถโฟกัสแบบแตะเลือกจุดได้ นอกจากนี้การซูมของกล้องหลังยังสามารถซูมแบบดิจิทัลได้ถึง 10 เท่า 

สเปคอื่นๆจะมีความคล้ายกับ A72 ยกเว้นเรื่องขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้วที่มีค่ารีเฟรชเรท 120 Hz หน่วยประมวลผล Qualcomm Sanpdragon 750G Octa Core แบตเตอรี่ 4,500 mAh และการรองรับ 5G ในรุ่นนี้ 

โทรศัพท์ซัมซุงรุ่นไหนเหมาะกับใคร 

สมาร์ทโฟนซัมซุงถูกแบ่งเป็นหลายตระกูลและหลายระดับการใช้งาน ซึ่งหากเราอยากเลือกให้คุ้มค่ากับการใช้งานของเราสามารถอิงจากนี้ได้เลย

1.เน้นใช้งาน แต่งบประมาณจำกัด

สำหรับใครที่มีงบจำกัดในการซื้อสมาร์ทโฟน แต่ยังคงมองหาสเปคที่เน้นจอใหญ่ แบตเยอะ ใช้งานได้ ก็ต้องเป็นซัมซุงตระกูล Galaxy M ตระกูลใหม่ที่รวมเอาตระกูล J และ C มาไว้ด้วยกัน ระดับราคาจะอยู่ที่ประมาณสามพันเป็นต้นไป

2.เน้นฟังก์ชัน คุ้มค่าทุกสตางค์

ใครชอบฟังก์ชันเยอะๆในสมาร์ทโฟนที่ทำให้เรารู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ซัมซุงก็มีหลากหลายตระกูลที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ อย่างซัมซุงตระกูล Galaxy A ที่เหมาะกับคนที่มีงบประมาณหลักหมื่นต้นๆเน้นสเปคที่ใช้งานได้แบบคลอบคลุมทั่วไป 

หรือจะเป็นซัมซุงตระกูล Galaxy S ที่อยู่ในระดับเรือธงและ Galaxy Note ที่เป็นตระกูลพรีเมียม ซึ่งทั้งสองตระกูลนี้จะมีราคาที่สูงกว่าตระกูล A และ M แต่ก็แลกกับการใช้งานที่หลากหลายและความพรีเมียมที่เพิ่มมากขึ้น อย่างตระกูล Note ที่มี S Pen ให้เราสามารถจดได้อย่างสะดวก หรือความเร็วแรงของเครื่องตระกูล S 

3.เน้นกล้อง ต้องถ่ายรูปสวย

สายถ่ายรูปทำคอนเทนต์ เน้นภาพสวยต้องมาที่ซัมซุงตระกูล S และ Note เลย ความพรีเมียมของเครื่องและความสามารถของกล้องในสมาร์ทโฟนตระกูลนี้จะทำให้คุณได้สนุกไปกับการถ่ายรูปและวิดีโอ ซึ่งคุณภาพที่ได้นั้นก็สูงมากเช่นเดียวกัน 

4.เน้นเทคโนโลยี ความล้ำหน้า

นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องกับสมาร์ทโฟนซัมซุงนั้น ตระกูลที่มีความล้ำหน้าที่สุดจะเป็นตระกูล Galaxy Z อย่างรุ่น Galaxy Fold และ Galaxy Flip ที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก 

สรุปโทรศัพท์ซัมซุงในปี 2021

ในปี 2021 นี้ รุ่นใหม่ๆที่เปิดตัวมามากมายทั้งตระกูลเรือธงและตระกูลอื่นๆก็มีรุ่นที่น่าสนใจมากมาย ทั้งเรื่องราคาและสเปคที่มีการพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานในยุคดิจิทัล ซึ่งซัมซุงเองก็พยายามทำสมาร์ทโฟนเพื่อตอบโจทย์กับผู้ใช้งานทุกระดับ ให้เราทุกคนสามารถเข้าถึงกับเทคโนโลยีใหม่ๆกันอย่างทั่วถึง

หากใครมองหาโทรศัพท์ซัมซุงสักเครื่องอยู่ล่ะก็มาดูที่ kaidee ของเราได้เลย ไม่ว่าจะรุ่นไหนตระกูลอะไรก็สามารถเข้ามาค้นหาและเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ อย่ารอช้า มาดูกันเลย

เลือกลู่วิ่งกับ ‘Nike Zoom’ ที่สุดของรองเท้าวิ่ง

เลือกลู่วิ่งกับ ‘Nike Zoom’ ที่สุดของรองเท้าวิ่ง

สมัยนี้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายกันมากขึ้น และการออกกำลังกายด้วยการเล่นเวท หรือ Weight Trainning ก็เป็นวิธีการออกกำลังที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากการเล่นเวท สามารถเบิร์นไขมันที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้ชัดเจน แถมยังเป็นกีฬาที่ใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย


แต่การออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้รวดเร็ว คงจะไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่าการ ‘วิ่ง’ เพราะการวิ่งเป็นการออกกำลังกายประเภท ‘คาร์ดิโอ้’ ซึ่งช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจได้ถึง 60-80% ให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ดังนั้นนอกจากน้ำหนักลดแล้ว สุขภาพยังแข็งแรงด้วย

hawaiipacifichealth.org

ว่าด้วยเรื่องของรองเท้าวิ่ง ใน พ.ศ.นี้ คงไม่มีแบรนด์กีฬาใดที่สู้คุณภาพ ความฮอต และดีไซน์ท็อปฟอร์มของ Nike ได้อีกแล้ว วันนี้เราจึงรวบรวมรองเท้าวิ่งจากตระกูล Nike Zoom หรือ Nike Zoom Series รุ่นต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้วิ่งโดยเฉพาะ 

แล้วทำไมต้องเป็น Nike Zoom, นวัตกรรม Nike Zoom คืออะไร, Nike Zoom รุ่นไหนเหมาะกับการวิ่งแบบใด และเพราะอะไร Nike Zoom ถึงเป็นรองเท้าที่นักกีฬาวิ่งทั่วโลกเลือกใส่ลงสนามมากที่สุด เรามาดูกันเลย  

ทำไมต้อง ‘Nike Zoom’

Cheaps2021.ru

“ Nike Zoom มาพร้อมนวัตกรรมล้ำเลิศ เปลี่ยนแรงกระแทกเป็นพลังสำหรับก้าวถัดไป ”

ในทุกๆ ปี มีรองเท้าวิ่งออกมาวางจำหน่ายล้นตลาด แต่มีไม่กี่แบรนด์ ที่หมั่นพัฒนาประสิทธิภาพของรองเท้าจาก Series เดิม โดยแก้ที่จุดบกพร่องที่พบเจอบ่อยจากผู้ใส่ ให้ได้มาซึ่งรองเท้าที่ตอบโจทย์ผู้สวมใส่มากที่สุด และรองเท้าวิ่งคู่นั้น ก็หนีไม่พ้น กองทัพรองเท้า Nike ตระกูลรองเท้าวิ่ง Nike Zoom นั่นเอง

Nike Zoom เป็นรองเท้าวิ่งที่พัฒนาขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีของโฟมเพื่อ ‘ลดแรงกระแทก’ และ ‘แรงอัด’ ขณะวิ่ง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็วและคล่องตัว อีกทั้งในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการตึงบริเวณกล้ามเนื้อที่ใช้งานอีกด้วย

โดยเทคโนโลยี Nike Zoom นี้ เป็นการใช้สวนอัดของอากาศและเส้นใย ประสานเข้าด้วยกัน จึงช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี พร้อมควบคุมการทรงตัวขณะเปลี่ยนทิศทางกะทันหันของนักกีฬาได้ด้วย

Nike Zoom เป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะ Nike ต้องการให้ Nike Zoom เป็นรองเท้าวิ่ง ที่ช่วยเพิ่มระดับความเร็วในการวิ่ง ในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่รองเท้าวิ่งจะทำได้

เลือก Nike Zoom สำหรับลู่วิ่งที่แตกต่าง

1. Nike Zoom สำหรับใส่ซ้อม

– Nike Air Zoom Tempo Next%

Snkrtoday.com

รองเท้า Nike Zoom รุ่นนี้มี Upper (ส่วนบนคลุมช่วงเท้าด้านบน) ทำมาจากผ้าถัก Flyknit ซึ่งเป็นผ้าโปร่งโล่ง น้ำหนักเบา และมีความทนทานสูง ถึงแม้ว่าจะเป็นผ้าถัก แต่ก็ให้ความกระชับ และความยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยมเสมือนกับใส่ถุงเท้า ตามสไตล์ของ Nike Zoom

เนื่องจากรองเท้า Nike Zoom คู่นี้ เป็นรองเท้าสำหรับซ้อม Nike Zoom – Nike Zoom Tempo Next% รุ่นนี้ จึงประกอบไปด้วยโฟมทั้งหมด 2 ชนิด ตรงบริเวณ Midsole รองเท้า นั้นก็คือ โฟม ZoomX และ โฟม React โดยโฟม ZoomX จะทำหน้าที่ลดแรงกระแทกขณะวิ่ง ในขณะที่โฟม React ที่มีความเด่งในตัว จะคอยสนับสนุนการทำงานของโฟม ZoomX เพื่อยืดอายุการใช้งานของรองเท้านั่นเอง

แน่นอนว่าเป็น Nike Zoom จะไม่มี Zoom Air เลยก็กระไรอยู่  

สำหรับคนไหนที่ไม่รู้ว่า Zoom Air อยู่ตรงไหน Zoom Air คือบริเวณพื้นที่สี่เหลี่ยมสีเขียวด้านหน้ารองเท้า ซึ่ง Nike Zoom รุ่นนี้ มาพร้อมกับ Zoom Air แบบคู่ มีหน้าที่ช่วยในเรื่องของจังหวะการเด่งตัว ให้พุ่งตัวไปได้ไกลขึ้น

– Nike Zoom Pegasus Turbo 2

Nike Zoom – Nike Zoom Pegasus Turbo 2 รุ่นนี้ ได้ถูกพัฒนามาจาก Nike Air Zoom Pegasus รุ่นแรก 

ผ้าที่ใช้ทำ Upper ของรุ่นนี้ เป็นผ้า Mesh ชั้นเดียว เพื่อลดความหนา แต่ยังคงความแข็งแรงทนทาน ไม่น้อยหน้า Nike Zoom รุ่นอื่น 

รองเท้า Nike Zoom – Nike Zoom Pegasus Turbo 2 จุดเด่นอยู่ที่เชือกรองเท้า ซึ่งเป็นการผูกเชือกรองเท้าแบบใหม่ โดยการเพิ่มรูเชือกรองเท้าอีกแถว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความกระชับบริเวณหน้าเท้าได้ดีขึ้น

ความพิเศษของรุ่นนี้อยู่ที่ความบาง ซึ่งเกิดจากการปรับขนาดส่วนประกอบของรองเท้า ตั้งแต่ลิ้นรองเท้า, เทคโนโลยีโฟม และวัสดุผ้าUpper ให้บางลง เพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้นขณะวิ่ง 

Nike Zoom Pegasus Turbo 2 ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีโฟม 2 ชนิด เช่นเดียวกับ Nike Zoom รุ่น Nike Air Zoom Tempo Next% ที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ  โฟม ZoomX และ โฟม React นั่นเอง

2. Nike Zoom สำหรับวันแข่ง

– Nike ZoomX Vaporfly NEXT%

Nike.com

Nike Zoom – Nike ZoomX Vaporfly NEXT% เป็นรองเท้าวิ่งระดับท็อปจากตระกูล Nike Zoom เลยก็ว่าได้ โดยวัสดุผ้า Upper ของรองเท้า Nike Zoom รุ่นนี้จะเป็นผ้า VaperWeave ซึ่งมีคุณสมบัติไม่อมน้ำ และมีน้ำหนักเบา แถมยังระบายอากาศได้ดี ทำให้ไม่เกิดความอับชื้นเมื่อใช้งาน

ส่วนตัวเทคโนโลยีโฟมของ Nike Zoom รุ่นนี้ จะเป็นการใช้โฟม ZoomX แต่ความพิเศษอยู่ที่ปริมาณโฟมที่เพิ่มมากขึ้นถึง 15% จากรุ่นที่แล้ว ซึ่งยังคงให้น้ำหนักที่เบาสบาย เพิ่มเติมแค่แรงส่งคืนที่เด้งมากขึ้น

นอกจากนี้ Nike ZoomX Vaporfly NEXT% ยังเสริมแผ่น คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Plate) ตลอดแนวยาวด้านในรองเท้า จึงทำให้ Nike Zoom รุ่นนี้ ให้ความรู้สึกสบายเท้าขึ้น 

Read.thai.run

เท่านี้ยังไม่พอ Nike Zoom X Vaporfly NEXT% ยังเพิ่มความหนาของพื้นยางให้รองเท้าเข้าไป เพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรุนแรงได้ดีขึ้น และยังช่วยลดการสึกของรองเท้าได้ดี เหมาะสำหรับใส่ลงสนามแข่งเป็นที่สุด

– Nike Zoom Fly 3 (จาก Nike Zoom Ekiden Pack)

Unlockmen.com

Nike Zoom Ekiden Pack เป็นชุดรองเท้าวิ่งจากตระกูล Nike Zoom ซึ่งทาง Nike ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบดีไซน์มาจากวัฒนธรรมการวิ่งผลัดประจำปีของประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกกันว่า Ekiden Season 

โดยเซตรองเท้า Nike Zoom Ekiden Pack จะประกอบไปด้วย รองเท้า Nike Zoom 3 รุ่น ดังนี้

  • Nike ZoomX Vaporfly NEXT%
  • Nike Zoom Fly 3
  • Nike Zoom Pegasus Turbo 2

ซึ่งรองเท้าทั้ง 3 รุ่นจาก Nike Zoom Ekiden Pack ต่างมาใน สี Teal ฟ้าอมเขียว ซึ่งสีนี้เอง ก็เป็นสีเดียวกับสีรถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen) สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง 

แต่ถ้าให้เลือกรองเท้าจากเซต Nike Zoom Ekiden Pack ที่เหมาะใส่ลงแข่งมากที่สุด คงต้องยกให้ Nike Zoom Fly 3 คู่นี้ 

Read.thai.run

Nike Zoom Fly 3 ใช้เทคโนโลยีโฟม React ที่มาพร้อมกับแผ่นคาร์บอน (Carbon Plate) ด้านในที่หนาขึ้น ทำให้มีสัมผัสที่นุ่ม และแรงส่งที่มากกว่ารุ่น Fly 2 เป็นเท่าตัว นอกจากนี้รุ่น Fly 3 ยังเลือกใช้เนื้อผ้า Vaporweave ซึ่งมีคุณสมบัติเบา และไม่อมน้ำ แทนการใช้ ผ้าถัก Flyknit จากรุ่น Nike Zoom Fly 2 จึงทำให้ รุ่นนี้มีน้ำหนักที่เบาขึ้น 

สำหรับระยะทางวิ่งที่เหมาะสำหรับ Nike Zoom Fly 3 อยู่ที่ตั้งแต่ 5 กิโลเมตร ไปจนถึง ระยะ Full Maraton 42.195 กิโลเมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าคู่เดียว ใส่ได้ทั้งซ้อม ทั้งแข่ง สบาย

3. Nike Zoom สำหรับวิ่งเทรล (Trail Running)

– Nike Pegasus Trail 2

Nike.com

ขึ้นชื่อว่าเป็น Nike แน่นอนว่าแบรนด์นี้ ทำรองเท้าออกมาได้ครอบคลุมรอบจักรวาลแน่นอน และตระกูล Nike Zoom ก็ไม่ต่าง ครั้งนี้ Nike Zoom ก็ได้ปล่อยรองเท้ามาอีกรุ่น สำหรับคนรักการวิ่งวิบากโดยเฉพาะ และคู่นั้นก็คือ Nike Pegasus Trail 2 

และแม้ว่า Nike จะเอาคำว่า “Zoom” ออก และไม่ได้เอ่ยถึงเทคโนโลยีโฟม ZoomX แต่อย่างใด แต่รองเท้าคู่นี้ก็ยังมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับรองเท้าวิ่งตระกูล Nike Zoom รุ่นอื่นๆ 


ในส่วน Upper รองเท้า ก็ได้นำเอาผ้า Mesh ที่ช่วยเรื่องการระบายอากาศ มีน้ำหนักเบาและกันน้ำ เข้ามาใช้ ทำให้รองเท้าแห้งเร็ว พร้อมให้ผู้ใช้ใส่ ได้ใส่ไปเดินเขา ลุยป่า แบบหมดห่วง

Nike.com

ในส่วนบริเวณข้อเท้า จะใช้ผ้ายืดที่กระชับมากขึ้น เพื่อป้องกันเศษหิน และฝุ่นละอองเข้ารองเท้าในขณะวิ่งเทรล และถึงแม้รุ่นนี้จะไม่ได้ใช้โฟม ZoomX แต่เขายังคงคุณสมบัติความนุ่ม และเบาสบายของ Nike Zoom ด้วยการใช้โฟม React แบบเต็มแผ่น ซึ่งช่วยในเรื่องของความยืดหยุ่น และเบาสบายได้ดีเช่นเดิม


ดอกยางของ Nike Pegasus Trail 2 นั้น จะมีความหนาพอสมควร ทั้งนี้เพื่อป้องกันของมีคม แทงเข้าที่ฝ่าเท้าขณะวิ่ง ด้วยเหตุนี้ รองเท้าคู่นี้จึงมีน้ำหนักที่หนักกว่า Nike Zoom ทุกรุ่นที่กล่าวมา แต่น้ำหนักนี้เอง ก็ช่วยในการรักษาสมดุลขณะ ขึ้น-ลง เขาของผู้ใช้งาน

Nike Zoom รองเท้าวิ่ง

ที่ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก

ตระกูลรองเท้า Nike Zoom เป็นรองเท้าวิ่งที่ Nike ผลิตขึ้นมาสำหรับใส่ซ้อมและแข่งวิ่งโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีโฟมของ Nike Zoom ทั้งโฟม ZoomX และ Zoom React ที่ได้นำมาใช้ เพื่อลดแรงกระแทก และปกป้องเท้าของคุณ เมื่อเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักรองเท้า ให้คุณรู้สึกเบาสบายขณะสวมใส่ 

ดังนั้นถ้าอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการวิ่ง ให้เริ่มต้นจากการเลือก ‘The Right Track’ ด้วย Nike Zoom นะคะ 

บางครั้ง Motivation ในการออกกำลังกายก็มาจากชุดกีฬาที่เราใส่ออกกำลังกาย ถ้าการออกกำลังกายเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ เราขอแนะนำให้ลองหาซื้อรองเท้ากีฬาดีๆ อย่าง Nike Zoom สักคู่ ถ้าเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าจะซื้อที่ไหน ลองแวะมาดูที่ Kaidee ได้นะคะ เรามี Nike Zoom หลายรุ่นให้เลือกมากมายเลย

ราคาประเมินที่ดิน เรื่องที่ต้องรู้เมื่อคิดลงทุน อสังหาฯ

ราคาประเมินที่ดิน เรื่องที่ต้องรู้เมื่อคิดลงทุน อสังหาฯ

ไม่ว่าคุณจะวางแผนขายที่ดินมรดก ซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร หรือแม้แต่จะขอกู้ธนาคารเพื่อซื้อที่ดินเปล่าเพื่อปลูกสร้างบ้านหรือทำกิจการในอนาคต สิ่งที่ต้องเตรียมหาข้อมูลไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ คือ “ราคาประเมินที่ดิน” ซึ่งเป็นการตีมูลค่าหรือกำหนดราคาของที่ดินแต่ละแปลง 

ราคาประเมินที่ดินโดยส่วนใหญ่มักปรับราคาสูงขึ้นทุกปีด้วยหลายๆ เหตุผล อาทิ การขยายตัวของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น ถนนตัดใหม่ โครงการรถไฟฟ้า ทางด่วน ฯลฯ ความต้องการที่ดินสูงขึ้นในขณะที่ที่ดินมีจำนวนเท่าเดิม รวมไปถึงอัตราเงินเฟ้อ ล้วนมีส่วนทำให้ราคาประเมินที่ดินในบางทำเลสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ จนเป็นที่มาของประโยคที่หลายๆ คนชอบพูดว่า “ซื้อที่ดินเก็บไว้ มีแต่ราคาจะเพิ่ม” นั่นเอง 

ราคาประเมินที่ดินสำคัญอย่างไร

ราคาประเมินที่ดินมีความสำคัญ หากเรามีความคิดที่จะซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนที่ดิน โดยราคาประเมินจะทำหน้าที่เป็นราคากลางที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงราคากันได้ด้วยความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย หรือได้ราคาที่เหมาะสม เสมือนเป็นข้อมูล “รู้เขารู้เรา” กล่าวคือ ในฐานะคนขายสามารถตั้งราคาได้อย่างถูกต้อง ไม่ขายราคาต่ำจนขาดทุนหรือตั้งราคาสูงจนขายไม่ออก ในทางกลับกัน หากเราอยู่ในฐานะผู้ซื้อ ราคาประเมินจะช่วยกำหนดงบประมาณของตัวเอง และป้องกันว่าไม่ถูกหลอกให้ซื้อที่ดินมูลค่าสูงเกินความจำเป็น

หัวใจสำคัญอีกอย่างของราคาประเมินที่ดินคือใช้เป็นฐานคำนวนค่าธรรมเนียม ค่าอากรแสตมป์ และภาษีต่างๆ ในการทำนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการโอนภายในสมาชิกครอบครัว การจำนอง หรือการโอนกรรมสิทธิ์สำหรับการซื้อ-ขายที่ดินกับผู้อื่น ซึ่งค่าใช้จ่ายข้างต้นจะมีมูลค่าเท่าไรนั้น เจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะคิดตามอัตราที่ประกาศใน พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของราคาประเมินที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน ค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาประเมิน เป็นต้น

การประเมินราคาที่ดินยังเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อประเมินศักยภาพของทำเลตรงนั้นว่ามีโอกาสเติบโตทำกำไรหรือไม่ รวมไปถึงคำนวนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เป็นข้อมูลสำหรับเจรจาต่อรอง หรือสร้างแผนการพัฒนาที่ดินเพื่อนำไปขอกู้ยืมเงินจากธนาคาร ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลทั่วไป หากต้องการขอสินเชื่อธนาคารเพื่อซื้อที่ดินสำหรับสร้างบ้านหรือทำกิจการ หรือแม้แต่ปล่อยเช่าที่ดินก็จำเป็นต้องทราบราคาประเมินก่อนเช่นกัน 

ราคาประเมินที่ดินใครกำหนด

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าราคาประเมินที่ดินนั้นเปรียบเสมือนราคากลางสำหรับซื้อ-ขายที่ดิน ซึ่งผู้กำหนดราคาที่เรานิยมใช้อ้างอิงกัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 

ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์

สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เป็นหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดราคาประเมินของอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ ตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีกระบวนการทำงานตั้งแต่จัดเตรียมข้อมูล สำรวจภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูล ประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ จนถึงประกาศใช้ ซึ่งถือเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญอันดับต้นๆ ในการค้นหาราคาประเมินที่ดินเลยก็ว่าได้

การประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินกรมธนารักษ์แต่ละรอบจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563) จนถึงปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จนเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมาก ดังนั้น กรมธนารักษ์จึงประกาศขยายเวลาการใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบบัญชี พ.ศ. 2559-2562 ต่อเนื่องจนถึง 31 ธันวาคม 2564 

ราคาประเมินที่ดินจากหน่วยงานเอกชน

นอกจากหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่ประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์อย่างกรมธนารักษ์แล้ว ในภาคเอกชนก็มีดำเนินการประเมินทรัพย์สินด้วยเช่นกัน ทั้งในรูปแบบของบริษัทประเมินทรัพย์สินโดยตรง บริษัทที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ 

โดยราคากลางที่ได้มานั้น เจ้าหน้าที่ประเมินราคาส่วนใหญ่มักเปรียบเทียบจากหลายแหล่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นราคาซื้อ-ขายในตลาด ราคาประเมินจากกรมที่ดิน ราคาทรัพย์จากการปล่อยกู้ครั้งล่าสุด รวมไปถึงราคาทรัพย์สินที่อยู่โดยรอบหรือมีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งทำให้ราคาประเมินจากหน่วยงานเอกชนส่วนใหญ่มีราคาใกล้เคียงกับราคาตลาด  

ราคาประเมินที่ดินจากราคาตลาด

ราคาอ้างอิงแหล่งสุดท้ายที่เราสามารถใช้เพื่อประเมินราคาว่าจะซื้อ-ขายที่ดินเท่าไรดีคือ “ราคาตลาด” เป็นราคาที่มีการซื้อ-ขายกันจริงๆ ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกำหนดโดยผู้ขายหรือผู้ซื้อก็ได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่พึงพอใจทั้งสองฝ่าย

ดังนั้นราคาตลาดจึงเป็นราคาที่มีความผกผันสูงเนื่องจากใช้ความพึงพอใจของผู้ซื้อผู้ขายเป็นหลัก ในกรณีที่ดินแปลงนั้นอยู่ในทำเลที่มีความต้องการสูง มูลค่าการซื้อขายก็จะสูงตามไปด้วย และหากมีความต้องการซื้อมากกว่าหนึ่ง ในขณะที่เจ้าของที่ดินยังไม่อยากขาย ก็อาจทำให้ราคาตลาดของที่ดินแปลงนั้นดีดตัวแบบก้าวกระโดดได้เช่นกัน 

หน้าตาเว็บไซต์กรมธนารักษ์สำหรับตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน

เช็คราคาประเมินที่ดินกับกรมธนารักษ์

การขอทราบราคาประเมินที่ดินในส่วนของหน่วยงานเอกชนส่วนใหญ่มักมีค่าใช้จ่าย ในขณะที่ราคาตลาดเราสามารถหาข้อมูลได้จากการสอบถามเจ้าของที่ดินละแวกนั้น หรือค้นหาราคาคร่าวๆ จากการประกาศขายที่ดินใน Kaidee Property ก็ได้เช่นกัน

ส่วนใครที่อยากประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย สามารถเริ่มต้นเช็คราคาประเมินกับกรมธนารักษ์ โดยวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดคือการสืบค้นจากเว็บไซต์ http://property.treasury.go.th/pvmwebsite/index.asp ซึ่งเปิดให้ตรวจสอบได้ฟรีๆ 

ในเว็บไซต์แบ่งการค้นหาราคาประเมินออกเป็น 6 หมวดย่อย ได้แก่ 

  • ราคาประเมินจากโฉนดที่ดิน
  • ราคาประเมินจากเลขที่ดิน
  • ราคาประเมินที่ดิน นส.3ก
  • ราคาประเมินที่ดินประเภทอื่น 
  • ราคาประเมินอาคารชุด
  • ราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน 

ทั้งนี้ การค้นหาราคาประเมินเกี่ยวกับที่ดิน เราควรมีหน้าโฉนดที่ดินนั้นๆ (เอกสารตัวจริงหรือสำเนาก็ได้) เพื่อใช้ข้อมูลที่ปรากฏในโฉนด เช่น เลขที่โฉนด ระวาง เลขที่ดิน หน้าสำรวจ ฯลฯ ประกอบการค้นหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

หรือในกรณีที่ทราบเพียงเลขที่โฉนด เราสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้เพิ่มเติม รวมทั้งราคาประเมินได้จากเว็บไซต์ของกรมที่ดิน อีกด้วย

นอกจากราคาประเมินตามโฉนดที่ดินแต่ละแปลงแล้ว เรายังสามารถดูสรุปราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินได้ที่เว็บไซต์ https://www.treasury.go.th/th/summary-of-land-valuation/ ซึ่งแยกย่อยเป็นรายถนนตามเขตในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ

ตัวอย่างการค้นหาข้อมูลโฉนดและราคาประเมินที่ดินจากเว็บไซต์กรมที่ดิน

สรุปความรู้เรื่อง “ราคาประเมินที่ดิน” เพื่อการลงทุนอสังหาฯ  

ไม่ว่าเราจะเป็นเจ้าของที่ดินหรือผู้ซื้อที่มองหาที่ดินเพื่อการลงทุน การทราบราคาประเมินที่ดิน ไม่ว่าจะมาจากกรมธนารักษ์ หน่วยงานเอกชน หรือสืบหาราคาตลาดเองก็ตาม ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจในการกำหนดราคาซื้อ-ขายที่ดินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด รวมถึงใช้คำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งทำให้เราสามารถเตรียมตัวและเตรียมเงินได้ล่วงหน้าอีกด้วย

ROG Phone 3 ที่สุดของสมาร์ตโฟนเกมมิง เพื่อคนรักเกมโดยเฉพาะ!

ROG Phone 3 ที่สุดของสมาร์ตโฟนเกมมิง เพื่อคนรักเกมโดยเฉพาะ!

ปัจจุบันนี้ทั้งการมูและการบูชา พระเครื่อง ได้กลับมาเป็นกระแสในวงกว้างอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรุ่นเก่าเก๋าเกมในวงการพระเครื่อง หรือสาวกสายธรรมรุ่นใหม่ก็ตาม และวันนี้เราจะมาเจาะลึกให้ทุกคนเข้าใจวงการพระเครื่องให้มากขึ้น

หากคุณเป็นคนที่ไม่เคยสนใจในวงการพระเครื่อง อาจจะเคยเห็นผ่านตาบ้างบางคราวเวลาที่ไปวัดธรรมบุญและทำกิจกรรรมทางศาสนา จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่มีอายุเท่านั้นที่จะสนใจวงการพระเครื่อง แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันก็เห็นคุณค่าของวัตถุมงคลชนิดนี้ไม่แพ้กัน 

 

จุดกำเนิดของความศรัทธา

เดิมทีพระเครื่องนั้นก็คือการสร้างวัตถุที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับพระพุทธรูปหรือรูปเคารพของพระพุทธเจ้า ส่วนใหญ่มักพกติดตัวโดยการห้อยคอเพื่อป้องกันภัยหรือแม้แต่เสริมบารมีโดยมีพระพุทธคุณคุ้มครอง ในเวลาต่อมาได้เกิดพระเกจิที่สร้างปาฎิหาริย์หรือสร้างคุณงามความดีให้กับชาติและศาสนา จนทำให้มีการผลิตพระเครื่องที่เป็นตัวแทนรูปเคารพของพระอาจารย์เกจินั้นๆ ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำพระเครื่องนั้นก็มีหลายแบบ ทั้งที่ทำจากโลหะ เงิน ทอง ดินเผา หรือเนื้อผง ทำให้บางชนิดมีรูปลักษณ์ที่คงทนแข็งแรง แต่บางชนิดก็มีกลิ่นหอมสวยงามแต่แตกหักง่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนมากพระเครื่องจะมีการพิมพ์ปีที่ผลิตหรือมีการสร้างอัตลักษณ์ที่สามารถสังเกตุได้ แต่ด้วยกาลเวลาที่มีมาช้านานตั้งแต่สมัยพุทธกาลเลยมาจนถึงยุคทองของวงการพระเครื่องคือยุครัตนโกสินทร์ที่เป็นยุคของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หรือที่หลายคนรู้จักในนามของพระสมเด็จ จนทำให้กระแสนั้นโด่งดังมากขึ้นมาถึงปัจจุบัน และด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้พระเครื่องบางรุ่นมีอายุที่ยาวนาน ตกทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น แต่ละยุคสมัยอาจเกิดรอยตำหนิเกิดขึ้นและส่งผลให้มีกิจกรรมอย่างการส่องพระเกิดขึ้นนั่นเอง 

 

มูลค่าของความศรัทธา

มีเหตุผลที่สามารถสนับสนุนหลายประการทั้งด้านที่ส่งผลต่อจิตใจและด้านมูลค่าที่เกิดขึ้น ทำให้วงการพระเครื่องไม่เคยเสื่อมสลาย ด้วยเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ดังนั้นการเลื่อมใสในพระพุทธคุณและเชื่อว่าการได้ครอบครองพระเครื่องนั้นจะช่วยปกปักรักษาภัยอันตรายให้แคล้วคลาดปลอดภัย ยิ่งดังมาก ยิ่งมีอิทธิฤทธิ์ ยิ่งเสริมดวง เสริมบารมี ได้มากกว่า และยิ่งหากเป็นกลุ่มพระเกจิอาจารย์ที่ดังและมีความศักดิ์สิทธิ์มากก็จะยิ่งมีราคาที่สูงมาก โดยราคาสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว 

 

การเข้าถึงตลาด พระเครื่อง ในปัจจุบัน

จากหลายเหตุจูงใจทั้งการมีความเชื่อความศรัทธาในพระพุทธคุณหรือเกจิอาจารย์ การมีความเลื่อมใสและเชื่อในบารมีที่จะส่งให้ผู้ที่ครอบครองบูชาสามารถอยู่ยงคงกระพัน ตีรันฟันแทงไม่เข้า ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ หรือแม้แต่การบูชาครอบครองเพื่อเป็นของสะสม เป็นงานอดิเรกหรือลงทุนเพื่อเกร็งกำไรก็ดี ในปัจจุบันเราจะได้เห็นตลาดพระเครื่องหลากหลายรูปแบบเลยดีเดียว ทั้งการบูชาตามตู้ร้านโดยจะเห็นอยู่มากในวัด หรือการบูชาผ่านช่องทางการขายออนไลน์ที่เป็นที่นิยมสูงเพราะเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ซึ่งในปัจจุบันก็มีทั้งพระแท้ พระวัดใจ หรือพระเครื่องรุ่นใหม่ โดยสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้

  • พระแท้ สามารถตรวจสอบที่มาที่ไป ตรวจสอบตำหนิ ปีที่ผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิตได้อย่างชัดเจน หาบูชาได้ยาก โดยส่วนมากนั้นจะมีราคาทีสูงขึ้นอยู่กับรุ่นของพระเครื่องนั้นๆ 
  • พระวัดใจ ไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างแน่ชัด หรือพูดง่ายๆ ก็คืออาจจะแท้ก็ได้ หรืออาจจะเทียมก็ได้เช่นกัน ซึ่งคำว่าเทียมในที่นี้หมายถึงอาจมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับพระแท้แต่ปีที่ผลิต ตำหนิหรือวัสดุที่ใช้ในการผลิตอาจจะแตกต่างกัน มูลค่าจะอยู่ในระดับกลางไปจนถึงต่ำ โดยปกติแล้วพระวัดใจนั้นก็เป็นที่นิยมไม่ต่างกันหากผู้ที่ต้องการบูชานั้นมีจิตใจที่เลื่อมใสต่อพระเครื่องนั้นๆ แต่ไม่คุ้มค่าต่อการซื้อต่อเพื่อลงทุนนั่นเอง 
  • พระเครื่องรุ่นใหม่ เป็นพระเครื่องที่สร้างในยุคปัจจุบันโดยเกจิอาจารย์ ในบางครั้งอาจมีรูปลักษณ์ในสไตล์พระเครื่องแบบเดิมดูขลังและน่าเลื่อมใส และบางครั้งอาจมีการปั้น แกะ หรือลงดีเทลที่มีการตอบโจทย์กับวัยรุ่นหรือเหล่าสาวกพระเครื่องยุคใหม่มากขึ้น

การเข้าถึงพระเครื่องนั้นนอกจากง่ายกว่าเดิมมากๆ แล้ว ปัจจุบันยังมีพื้นที่เปิดกว้างสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาทั้งเพื่อบูชา สะสม หรือเพื่อลงทุนก็ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอกขายจากมิจฉาชีพ ควรเริ่มศึกษาจากการดูตามหนังสือ เข้ากลุ่มคอมมูนิตี้พระเครื่องที่มีผู้เชี่ยวชาญหรือเปิดประสบการณ์โดยการเยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงพระก็ดี และควรตรวจสอบพระเครื่องโดยละเอียดก่อนตัดสินใจบูชา

การบูชาพระเครื่องนั้นไม่ว่าจะเป็นพระแท้ พระวัดใจ พระรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่านั้นก็มีคุณค่าทางจิตใจ เป็นเครื่องเตือนสติและยึดเหนี่ยวให้กระทำแต่ความดีทั้งสิ้น ก่อนจากกันในวันนี้แอดขอแนะนำพระเครื่องดังที่เป็นที่หมายตาของเหล่าเซียนพระมาฝาก จะมีองค์ได้บ้างไปดูกันเลย 

  • หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด 
  • พระยอดขุนพลหลวงปู่โต๊ะ
  • พระรอดลำพูน
  • พระผงสุพรรณ
  • พระสมเด็จหลวงพ่อโต