มือถือ 5G รุ่นไหนดีในปี 2021

มือถือ 5G รุ่นไหนดีในปี 2021

ความล้ำหน้าของเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลาจากมนุษย์ สร้างความเปลี่ยนแปลงกับการใช้ชีวิตขึ้นมากมาย อย่างเทคโนโลยี 5G ที่พัฒนาขึ้นต่อจาก 4G ทำให้มือถือ 5G เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เร็วและแรงมากขึ้น  

5G ต่างกับ 4G อย่างไรล่ะ? 

4G ถูกพัฒนาและเริ่มต้นใช้งานบนโลกเมื่อช่วงปลายปี 2009 ในประเทศไทยเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2013 และใช้งานแบบกว้างขวางกันเมื่อประมาณปี 2015  ซึ่ง 4G นั้นให้ความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเร็วกว่า 3G หลายเท่าตัว ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตในช่วงนั้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกันมากขึ้น เราสามารถดูคลิปวีดิโอที่สตรีมมิ่งผ่านออนไลน์ได้แบบไม่ติดขัด รวมถึงการเปลี่ยนมาดูทีวีผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้นและการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะต่างๆอีกด้วย 

ส่วน 5G ถูกเริ่มใช้งานทั่วโลกเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2020 ที่ผ่านมา โดยมีประเทศเกาหลี จีน และสหรัฐอเมริกาที่เป็นทั้งผู้นำและผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยี ส่วนในประเทศไทยนั้น เครือข่ายผู้ให้บริการต่างๆอย่างเอไอเอสและทรูมูฟเอชก็เริ่มให้บริการแล้ว แต่ในปี 2021 นี้อาจยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย 

ความแตกต่างระหว่าง 4G และ 5G นั้น หลักๆคือเรื่องของความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น ความหน่วงที่ต่ำ (Low Latency) และรองรับการเชื่อมต่อจากมือถือสมาร์ทโฟนในจำนวนที่มากขึ้น นอกเหนือจากนี้นั้นจะเป็นเรื่องการใช้พลังงานที่น้อยลงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออย่างเช่นมือถือ 5G เป็นต้น

อินเทอร์เน็ตบนมือถือ 5G เร็วแค่ไหน?

ในรุ่นที่ 5 ของการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ตามทฤษฎีแล้วความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะอยู่ที่ 1 ถึง 10 Gbps เลยทีเดียว หากเทียบกับ 4G ที่อยู่ในความเร็ว 300 Mbps ถึง 1 Gbps เรียกว่าต่างกันถึง 10 เท่าก็ว่าได้ 

โดยเว็บไซต์ Thalesgroup ได้ให้ตัวอย่างเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ตบน 5G ไว้ว่า หากเราดาวน์โหลดไฟล์วิดิโอคุณภาพ HD ผ่าน 4G จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที แต่บน 5G นั้นใช้เวลาเพียงแค่ 9 นาทีเท่านั้น !

รุ่นมือถือ 5G น่าสนใจในราคาประหยัด

รู้กันแล้วว่า 5G นั้นมีการพัฒนาให้อินเทอร์เน็ตมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเราควรจะเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการมีมือถือ 5G ดีๆสักเครื่อง แต่จะรุ่นไหนดีนั้น ลองดูรุ่นที่เราหยิบมาแนะนำตามนี้เลย

1.Samsung Galaxy A52 5G

มือถือ 5G จากซัมซุงตระกูล A Series ที่มาในราคาหมื่นต้นๆแต่สเปคพร้อมใช้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่กล้องที่ให้มาถึง 4 ตัวที่มีทั้งกล้องหลักความละเอียด 64MP พร้อมระบบกันภาพสั่นไหวแบบ OIS กล้อง Ultra Wide ที่ให้มุมกว้างได้ถึง 123 องศา กล้อง Macro ที่เก็บรายละเอียดได้ในระยะใกล้ และกล้อง Dept Camera ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างมีมิติมากขึ้น 

นอกจากนี้รุ่นนี้ยังมีหน้าจอ Infinity-O ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ผ่านการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสายตา แถมยังสามารถสแกนลายนิ้วมือผ่านหน้าจอได้โดยตรง และแบตเตอรีความจุ 4,500 mAh ที่รองรับการชาร์จไวแบบ 25W ทำให้โดยรวมแล้วรุ่นนี้เป็นรุ่นที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งสำหรับมือถือ 5G  

แต่ถ้าใครสนใจดูรุ่นอื่นๆของซัมซุงสามารถเข้าไปดูได้ในบทความ 2021 นี้ ซื้อโทรศัพท์ซัมซุงรุ่นไหนดี? นี้ได้เลย

2.Oppo A94 5G

ใครชอบถ่ายวิดิโอแบบเท่ๆต้องชอบมือถือ 5G รุ่นนี้เลยกับ Oppo A94 5G ด้วยจุดเด่นด้าน AI ที่ทำให้ถ่ายวิดิโอได้หลากหลายสไตล์ อย่าง Monochrome Video ที่สามารถดึงสี RGB ที่คุณต้องการให้โดดเด่นขึ้นมา หรือจะเป็น Dual-View Video ที่สามารถถ่ายวิดิโอกล้องหลังและกล้องหน้าพร้อมกันได้

ส่วนเรื่องการถ่ายภาพนั้นกล้องหลังก็มีมาให้ถึง 4 ตัว ทำให้ได้ภาพหลากหลายมุม ที่สำคัญคือใน Oppo A94 5G นี้มีระบบ AI Scene Enhancement ที่ช่วยให้ภาพมีสีสันและความคมชัดมากขึ้น

ในรุ่นนี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS ที่มีฟีเจอร์สร้างความสะดวกมากมายอย่าง Quick Startup หรือ Game Focus mode ส่วนเรื่องแบตเตอรีนั้นก็ให้มาจุใจ 4,310 mAh แถมรองรับชาร์จไว 30W อีกด้วย เรียกว่าใช้งาน 5G ได้แบบยาวๆเลย 

3.Realme 8 5G

มือถือ 5G รุ่นใหม่จาก Realme ที่ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 700 ความเร็วประมวลผลสูงสุดถึง 2.2GHz พร้อมปรับปรุงระบบให้เข้ากับ 5G มากขึ้น อย่างฟังก์ชัน Smart 5G ที่ปรับให้การทำงานของเครื่องใช้พลังงานลดลงขณะใช้ 5G 

ตัวเครื่องมาในดีไซน์ Dynamic Speed Light ที่ตัวเครื่องมีความบาง 8.5 มิลลิเมตร เป็นส่วนหน้าจอของรุ่นนี้นั้นมาในขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD พร้อมค่ารีเฟรชเรทที่ 90Hz ทำให้ได้ภาพที่ลื่นไหล 

เรื่องกล้องก็มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 48MP พร้อมโหมดถ่ายภาพต่างๆที่ทำให้ได้ภาพหลากหลายมากขึ้น รุ่นนี้ยังสามารถเพิ่มเมมโมรีการ์ดได้สูงสุดถึง 1 TB และนอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ที่หายากในมือถือสมัยนี้อีกด้วย โดยรวมแล้วรุ่นนี้ถือว่าเป็นมือถือ 5G ที่มีดีไซน์สวยสเปคคุ้มค่าตัวหนึ่งเลย

4.Mi 11 Lite 5G

ภาพจาก Mi.com

เปิดตัวไปล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมากับมือถือ 5G ใหม่จาก Xiaomi นั่นคือ Mi 11 Lite 5G ที่มาพร้อมหน้าจอ Gorilla Glass 6 ขนาด 6.5 นิ้วความละเอียดแบบ FHD หน่วยประมวลผล Snapdragon 780G  ลำโพงคู่และ Bluetooth 5.2 เรียกว่าสายเล่นเกมหรือดูหนังดูซีรีส์ก็จะได้ฟินแบบเต็มอรรถรสทั้งภาพและเสียงเลย

สำหรับกล้องนั้นรุ่นนี้ให้กล้องหลังมาสามตัวโดยตัวหลักมีความละเอียด 64MP และอีกสองตัวนั้นจะเป็นกล้อง Ultra-Wide และ Macro ส่วนการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้ในความละเอียดสูงถึง 4K 30fps และยังมีโหมดการถ่ายวิดิโอที่มีเอฟเฟคต่างๆอย่าง Slow Shutter, Time Freeze หรือ Night Time Lapse ทำให้เราได้วิดิโอที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น สรุปแล้วถือว่าเป็นมือถือ 5G ที่ให้ฟังก์ชันครอบคลุมและเหมาะกับทุกการใช้งานจริงๆ  

5.Vivo V21 5G

สาวกเซลฟี่จะต้องชอบเจ้ามือถือ 5G ตัวนี้แน่นอน ด้วยจุดเด่นอย่างกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 44MP ที่มีระบบกันภาพสั่นไหวแบบ OIS โดยกล้องหน้านี้สามารถถ่ายวิดิโอในความละเอียดที่สูงได้ถึง 4K เลยทีเดียว พร้อมมีไฟแฟลชที่ช่วยการถ่ายภาพและวิดิโอในที่แสงน้อยให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพนั้นก็ยังมีโหมด Double Exposure ที่สามารถรวมภาพสองภาพซ้อนกันเป็นภาพเดียวได้อย่างสวยงาม

เรื่องประสิทธิภาพนั้นก็มีหน่วยประมวลผลที่รองรับ 5G Dual Mode ที่สามารถใช้สองซิมได้ ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 11.1 ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอที่มีค่ารีเฟรชเรทถึง 90Hz นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรีความจุ 4000 mAh ที่รองรับการชาร์จไว 33W อีกด้วย  

สรุปมือถือ 5G รุ่นไหนดีปี 2021

แม้ในตอนนี้ 5G อาจยังอยู่ในช่วงการพัฒนาระบบและการติดตั้งเสาสัญญาณ แต่บางพื้นที่ในหลายจังหวัดก็สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งจะใช้กันได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้ แต่การมีมือถือ 5G เตรียมพร้อมไว้ เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้ก็จะได้เข้าสู่โลกออนไลน์เสพสื่อต่างๆหรือทำงานได้แบบไม่มีติดขัด 

และมือถือ 5G ที่หยิบมาแนะนำนั้นเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่มีสเปคที่จัดเต็ม ซึ่งในตลาดมือถือตอนนี้หลายๆแบรนด์ก็กำลังพัฒนามือถือ 5G ออกมาอยู่เรื่อยๆ และหากใครอยากได้มือถือ 5G ดีๆสักเครื่องละก็ รีบมาดูกันได้ที่ Kaidee เลย เรามีหลายรุ่นหลายแบรนด์ให้คุณได้เลือก แถมมีระบบ KD Pay ที่ทำให้คุณมั่นใจในการซื้อมากยิ่งขึ้น ลองเข้ามาดูกัน !

Hack: น้ำหอมติดทนทั้งวัน พร้อม 5 กลิ่น รับซัมเมอร์

Hack: น้ำหอมติดทนทั้งวัน พร้อม 5 กลิ่น รับซัมเมอร์

ทำยังไงดี…. น้ำหอมถึงจะติดทั้งวัน….

เชื่อว่าคนที่ฉีดน้ำหอมทุกวัน มักจะเจอปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ “น้ำหอมติดไม่ทน” บ่อยครั้งที่เราพบว่า เพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น กลิ่นน้ำหอมก็ได้จางเสียแล้ว หรือในบางเคส แค่นั่งพี่วินแป๊ปเดียว ลงมากลิ่นก็หายเกลี้ยง… มันเพราะอะไรกันนะ

หลายคนลองมาแล้วหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อน้ำหอมขวดใหม่ราคาแพงๆ (ด้วยความคิดที่ว่า น้ำหอมยิ่งแพง ยิ่งติดทน) หรือ ฉีดรอบทิศ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉีดกลางอากาศ แล้วเดินผ่าน หรือแม้กระทั่ง ฉีดตามเส้นชีพจรทั่วร่างกาย แบบแทบจะอาบน้ำหอมก็แล้ว แต่น้ำหอมก็ยังติดไม่ทนอยู่ดี

วันนี้เรามีเทคนิคใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร ที่จะช่วยให้น้ำหอมของคุณ ติดทนนานมากขึ้น บอกได้เลยว่า 16 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ และยิ่งไปกว่านั้น เรายังปิดท้ายบทความด้วย 5 กลิ่นน้ำหอมแนะนำ ให้ฟิลสดใส ไว้ฉีดคู่กับบิกินี่คู่ใจ ต้อนรับซัมเมอร์มาฝากกันอีกด้วย จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลย

ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความติดทนของน้ำหอม

Marieclaire.com

แน่นอนว่ากลิ่นหอมๆ ใครๆ ก็ชอบ ยิ่งถ้าอุตส่าห์ลงทุนซื้อน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแสนแพงแล้วนั้น คงจะเครียดน่าดู ถ้ากลิ่นน้ำหอมอยู่ติดผิวไม่ถึงครึ่งวัน 

ก่อนจะไปดูทริคเด็ดๆ ที่ทำให้น้ำหอมติดทนมากขึ้น เราต้องเข้าใจกันก่อนว่า สภาพผิวเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความติดทนของกลิ่นน้ำหอมเป็นอย่างยิ่ง โดยน้ำหอมจะไม่เกาะกับผิวที่มีความแห้ง ตรงกันข้ามกับน้ำหอมบนผิวที่มีความมัน เพราะน้ำมันที่ขับออกมาจากผิวมันนั้น จะช่วยทำให้กลิ่นของน้ำหอมกระจายตัวแรง และไปไกลมากขึ้น 

นอกจากสภาพผิวของผู้ฉีดแล้ว ความเข้มข้นของหัวน้ำหอมที่ผสมอยู่ในขวดก็เป็นเรื่องที่ห้ามมองข้าม 

น้ำหอมสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอม ดังนี้

Fragrancelounge-ea.com
  1. Parfume หรือ Perfume: หัวน้ำหอมผสม 20 – 30% 
  2. Eau de Parfume (EDP): หัวน้ำหอมผสม 15 – 20% 
  3. Eau de Toilette (EDT): หัวน้ำหอมผสม 5 – 15%
  4. Eau de Cologne (EDC):  หัวน้ำหอมผสม 2 – 4%
  5. Eau Fraiche: หัวน้ำหอมผสม 1 – 3%

น้ำหอมประเภท Parfume ซึ่งมีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมในขวดมากที่สุด จะติดทนที่สุด ยาวนานถึง 12-24 ชั่วโมง

ตรงกันข้ามกับน้ำหอมประเภท Eau Fraiche หรือน้ำหอมที่ผสมหัวน้ำหอมเจือจางที่สุด เพราะน้ำหอมประเภท Eau Fraiche จะติดผิวเราเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น 

เพราะฉะนั้น ถ้าความติดทนเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ แนะนำให้เลือกใช้น้ำหอมประเภท Parfume ค่ะ ราคาอาจจะแพงกว่าประเภทอื่นๆ สักหน่อย แต่รับรองคุ้ม

ถ้าเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความติดทนของน้ำหอมกันแล้ว มาดูเทคนิคกันเลย

เทคนิคง่ายๆ น้ำหอมติดทน เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

1. สังเกต ‘Perfume Note’ (โน๊ตของน้ำหอม)

Kellettskincare.com

สงสัยไหมคะ ว่าทำไมน้ำหอมถึงเปลี่ยนกลิ่นไปตามระยะเวลา นั่นเป็นเพราะว่าน้ำหอมทุกตัวมีส่วนผสมที่เรียกว่า Perfume Note เป็นผสมอยู่ ซึ่งประกอบไปด้วย Top Note, Middle Note และ Base Note 

โดยโน๊ตทั้ง 3 ระดับนี้ ทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นแตกต่างกันไปตามเวลา 3 ช่วง

  • กลิ่นแรกที่เราได้กลิ่นหลังจากฉีด คือกลิ่นจากส่วนผสมใน Top Note
  • หลังจากนั้น 15 นาที น้ำหอมจะเริ่มโชว์กลิ่นจากส่วนผสมใน Middle Note
  • หลังจากที่ฉีดน้ำหอมไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง เราจะได้กลิ่นแค่จากส่วนผสมใน Base Note เท่านั้น

ดังนั้นเราควรเลือกส่วนผสมของ Base Note ที่ช่วยให้ระดับกลิ่นในช่วง Base Note กระจายตัวได้นานขึ้น ตัวอย่างเช่น Wood (ไม้), วานิลลา, Tobacco (ใบยาสูบ) และ Oud (ไม้กฤษณา) เป็นต้น เพราะการที่น้ำหอมจะทนหรือไม่นั้น จึงขึ้นอยู่กับส่วนผสมใน Base Note นั่นเอง

Fashiongtonpost.com

2. ฉีดตรงจุด หอมนานสุดๆ

Marieclaire.com

เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่า การฉีดน้ำหอมให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฉีดน้ำหอมให้ตรงกับจุดชีพจรของร่างกาย นั่นคือ บริเวณข้อมือ, ข้อพับแขน, ข้อพับขา, กลางหน้าอก และ ศอกหูใต้ใบหู 

เพราะจุดชีพจร ซึ่งเป็นจุดที่เส้นเลือดอยู่ติดกับผิวหนังมากที่สุดนี้ เป็นบริเวณผิวหนังที่ให้ความอุ่นมากที่สุด โดยความอุ่นที่เกิดจากการหมุนเวียนของกระแสเลือด บวกกับอัตราการเต้นของชีพจร จะช่วยดูดซึมกลิ่นให้ติดกับผิวหนังเรา ยิ่งไปกว่านั้น การเต้นของชีพจรยังช่วยการกระตุ้นกลิ่นน้ำหอมให้กระจายตัวกว้างขึ้นอีกด้วย

ข้อควรระวัง: ไม่ควรถูข้อมือบริเวณที่ฉีดน้ำหอม เนื่องจากการถูข้อมือจะทำลายโมเลกุลของน้ำหอม ส่งผลให้น้ำหอมมีกลิ่นผิดเพี้ยน ทำให้ประสิทธิภาพความหอมลดลง

3. ฉีดที่เสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติ (Natural Fibers)

Otop.dss.go.th/

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ผิวแห้งเกินเยียวยา ไม่ว่าจะลองทริคอย่างการทาโลชั่นและวาสลีนก่อนฉีดน้ำหอม หรือฉีดน้ำหอมหลังจากอาบน้ำเสร็จในทันที น้ำหอมก็ยังติดไม่ทนอยู่ดี 


เราแนะนำให้ลองฉีดน้ำหอมที่เสื้อดูค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสื้อผ้าที่ทำมาจากวัตถุดิบเส้นใยธรรมชาติ เช่น เส้นใยไหม, เส้นใยฝ้าย, เส้นใยลินิน เป็นต้น

4. The Big Secret: ฉีดที่จุด Secret

ร่างกายของเรานอกจากที่จะขับเหงื่อออกมาระหว่างวันแล้ว ยังขับฟีโรโมนออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งฟีโรโมนนั้น เป็นสารธรรมชาติไม่มีกลิ่น อยู่ตามบริเวณจุดซ่อนเร้นของร่างกาย 


สารฟีโรโมนที่หลั่งออกมาจากร่างกายเรานี้ เป็นสารที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณฉีดน้ำหอมที่ ชุดชั้นใน ซึ่งการฉีดน้ำหอมที่ชุดชั้นในนั้น จะช่วยทำให้กลิ่นของน้ำหอมไปผสมกับสารฟีโรโมนไร้กลิ่นที่ขับออกมาจากร่างกายเราระหว่างวัน ให้เพศตรงข้ามได้กลิ่นหอมๆ ผสมกับกลิ่นของสารฟีโรโมนธรรมชาติของเรา ช่วยดึงดูดความสนใจจากเขามากขึ้นอีกเป็น 10 เท่าเลยทีเดียว 

5. ‘ผม’ ช่วยคุณได้

Youtube / 5-Minute Crafts GIRLY
 

เส้นผมของเราดูดซับกลิ่นได้ดีกว่าผิวหนัง จึงไม่แปลกที่เวลาเราไปร้านหมูกระทะ หรือกินชาบูกับเพื่อนทีไร กลับบ้านไปต้องสระผมใหม่ทุกที ดังนั้นการฉีดน้ำหอมให้โดนเส้นผมจึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับ ที่ช่วยทำให้คนรอบข้างได้กลิ่นน้ำหอมจากเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราเดินผ่านด้วยผมที่พลิ้วไปตามลม 

แต่ถ้าหากฉีดน้ำหอมที่ผมตรงๆ อาจจะทำให้ผมแห้งได้ เนื่องจากในน้ำหอมมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูง ดังนั้นควรจะฉีดขึ้นฟ้า จากนั้นเดินผ่านให้ละอองน้ำหอมตกใส่ผมนั่นเอง

หรือสามารถฉีดน้ำหอมที่แปรงหวีผม โดยรอให้แห้งสักพัก แล้วจึงนำแปรงมาหวีผม เท่านี้ผมของคุณ ก็จะมีกลิ่นหอม รับรองว่าเดินสะบัดผมทีไร คนเดินตามแน่นอน

6. เทคนิค Layering

การเลเยอร์น้ำหอม หรือ ‘Fragrance Layering’ คือเทคนิคการฉีดน้ำหอมหลายกลิ่น (2 กลิ่นขึ้นไป) ทับกันที่จุดเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือกลิ่นหอมใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร 

นอกจากนี้การเลเยอร์น้ำหอมยังเป็นเทคนิคที่นิยมอย่างมากในการทำให้น้ำหอมติดทนมากขึ้น เพราะการฉีดน้ำหอมทับกัน เป็นการช่วยเพิ่มความเข้มข้นของหัวน้ำหอมบนผิวเราไปในตัว จึงทำให้น้ำหอมติดผิวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลเยอร์น้ำหอมเข้าด้วยกัน ไม่ควรเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นแรงทั้งคู่ เพราะจะทำให้น้ำหอมมีกลิ่นแรงเกินไป และไม่ได้กลิ่นหอมจากกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งที่ชัดเจน

ถ้าเลือกน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ น้ำหอมอีกกลิ่นควรมีส่วนผสมของน้ำเยอะหน่อย เพื่อเพิ่มความหวานให้กลิ่นดอกไม้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้กลิ่นแรงไป เป็นต้น

5 น้ำหอมเด็ด สำหรับหน้าร้อน 

– Dolce  & Gabbana : Light Blue Eau Intense –

Vogue.co.th

เมื่อหน้าร้อนใกล้เข้ามา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือเหงื่อของเรา ดังนั้นคงจะไม่เหมาะเท่าไรที่จะฉีดน้ำหอมกลิ่นแรงๆ อย่างวานิลลา หรือคาราเมล Dolce  & Gabbana -Light Blue Eau Intense เป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นสดชื่น ออกเปรี้ยว จากส่วนผสมมะนาว และแอปเปิ้ล แกรนนี่ เหมาะสำหรับช่วงเวลาซัมเมอร์ นอนตากแดดเป็นที่สุด

– Chanel : Chance Eau Tendre –

Blackwing69.com

Chanel -Chance Eau Tendre กลิ่นนี้สำหรับสาวหวาน ลูกคุณหนูโดยเฉพาะ ด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบ ที่ไม่แก่ ตบท้ายกลิ่นด้วยกลิ่นแป้งนิดๆ จึงเหมาะเป็นน้ำหอมฉีดในหน้าร้อนอย่างยิ่ง เพราะกลิ่นหอมของเขานั้น ไม่ฉุนเลยแม้แต่น้อย ให้ฟิลแบบกลิ่นหอม ลอยมาตามลมเสียมากกว่า

– Elizabeth Arden : White Tea –

Elizabetharden.com

ถ้าให้เลือกกลิ่นน้ำหอมที่เหมาะกับเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์มากที่สุด เราขอยกให้ Elizabeth Arden -White Tea ขวดนี้เลย เพราะน้ำหอมขวดนี้มีกลิ่นของชาอ่อนๆ ไม่ฉุน และไม่รบกวนคนรอบข้างแต่อย่างใด จึงทำให้น้ำหอมขวดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำหอมสำหรับ Everyday เลยก็ว่าได้ 

และยิ่งไปกว่านั้น เขายังผสมกลิ่นหอมออกแนว Aquatic หรือกลิ่นของน้ำทะเล ติดกลิ่นสมุนไพรนิดๆ อีกเขาไปที่ปลายกลิ่นอีกด้วยเท่านี้ Scream ซัมเมอร์พอหรือยังคะ

– Aqua Di Parma : Blu Mediterraneo –

Goodpriceth.com

Aqua Di Parma เป็นแบรนด์ชื่อดังจากอิตาลี บอกเลยว่าตอนนี้ ขวดนี้ ดังสุดแล้ว เรียกได้ว่า เปิดทวิตเตอร์ หรือเปิดเฟสบุ๊ค มีต้องได้เห็นขวดนี้แน่นอน เพราะกลิ่นของเขาเหมาะอากาศบ้านเราเป็นที่สุด โดย Blu Mediterraneo ขวดนี้ ให้กลิ่นเลมอน และกลิ่นมะกรูด แบบเปรี้ยวๆ สดชื่นๆ และตบท้ายความหอมด้วยกลิ่นหวานของคาราเมลอย่างลงตัว แบบไม่น่าเชื่อเลยว่าเลมอนเปรี้ยวๆ จะเข้ากับกลิ่นขนมแบบคาราเมลได้ดีขนาดนี้

– REPLICA by Maison Margiela : Beach Walk –

Maisonmargiela-fragrances.us

แค่ชื่อ ‘Beach Walk’ ก็พอจะเดาได้แล้วว่าน้ำหอมขวดนี้ให้กลิ่นเหมือนคุณได้เดินเล่นอยู่ริมทะเล ด้วยกลิ่นเกลือของน้ำทะเล บวกกับไอแดดในหน้าร้อน ตามนิยาม “sun kissed & salty skin” ที่ทางแบรนด์ Replica ได้นำเสนอนั่นเอง 


ฉีดครั้งแรกคุณจะได้กลิ่นเปรี้ยวของเลมอน, ส้ม และพริกไทยดำ ตบท้ายกลิ่นด้วยกลิ่น Lotion ครีมกันแดด ครีมมี่ นวลๆ เรียกได้ว่า ไม่ต้องไปไกลถึงภาคใต้ ก็รู้สึกเหมือนได้เดินเล่นบนชายหาดสีขาว ทะเลสีเขียวแล้วค่ะ

อย่าลืมจุดประสงค์ของน้ำหอม

หวังว่าเทคนิคที่เรารวบรวมมาให้ดูในวันนี้ จะทำให้น้ำหอมติดผิวคุณได้นานมากขึ้น หอมทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำนะคะ แต่ไม่ว่าคุณจะฉีดน้ำหอมไปทำงานตอนเช้าแค่ 3 ครั้ง หรือฉีดตามเส้นชีพจรทั้งตัว อะไรที่ทำให้เราสบายใจ ก็ทำไปเลยค่ะ ใครจะว่ากลิ่นแรง หรือใครจะไม่ได้กลิ่น ก็ช่างเขา เราได้กลิ่นของเราก็พอแล้ว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เหตุผลที่เราซื้อน้ำหอมมาใช้ตั้งแต่แรก ก็เพื่อให้ตัวเราเองได้กลิ่นหอมที่เราชอบ จริงไหมคะ

ใครสนใจน้ำหอมขวดไหน แต่ไม่รู้จะหาซื้อของแท้ ราคาดีๆ ได้ที่ไหนดี ลองแวะมาดูที่ Kaidee ได้นะคะ รับรองมีถูกใจแน่นอน 

Step by Step กู้เงินสร้างบ้าน

Step by Step กู้เงินสร้างบ้าน

ไม่ว่าจะซื้อบ้านใหม่หรือสร้างบ้านในที่ดินของตัวเอง ล้วนจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงหาทางออกด้วยการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารหรือสถาบันทางการเงินเพื่อทำให้ฝันของการมีบ้านเป็นจริง

สำหรับการกู้เงินสร้างบ้านนั้นแตกต่างจากการกู้เงินซื้อบ้านอยู่พอสมควร เช่น เรื่องของการรับเงินกู้จากธนาคารที่จะถูกแบ่งจ่ายให้กับผู้กู้เป็นงวดๆ เพื่อนำไปจ่ายให้ผู้รับเหมาตามงวดงานที่ตกลงกันไว้ แทนการรับเงินก้อนใหญ่เต็มจำนวนแล้วนำจ่ายให้กับดีเวลลอปเปอร์ ตามแบบที่สินเชื่อซื้อบ้านทั่วไปปฏิบัติกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับคนหลายกลุ่มหลายหน่วยงาน และต้องเตรียมให้ครบก่อนไปขอกู้เงินสร้างบ้าน โดยวันนี้ Kaidee รวบรวมขั้นตอนและรายละเอียดสำคัญของการกู้เงินสร้างบ้านมาให้แบบ Step by Step เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเราก้าวเท้าเข้าธนาคารแล้ว จะได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านอย่างแน่นอน  

Step 1 : เตรียมเอกสารก่อสร้างก่อนกู้เงินทำบ้าน

การก่อสร้างบ้านหรืออาคารใดๆ กฏหมายกำหนดให้เจ้าของบ้านต้องยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างก่อนเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชำนาญการตรวจสอบมาตรฐานความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ระยะร่นต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อบ้านหรืออาคารสร้างเสร็จแล้วจะความปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัย เพื่อนบ้าน และชุมชนใกล้เคียง 

จากนั้นธนาคารหรือสถาบันทางการเงินก็จะใช้หลักฐานการก่อสร้างเหล่านี้เป็นเอกสารอ้างอิงพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้สร้างบ้านให้กับเราต่อไป 

สำหรับเอกสารในขั้นตอนการขอใบอนุญาตสร้างที่มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อปลูกสร้างบ้านของธนาคารนั้นประกอบด้วย 

โฉนดที่ดิน หรือ เอกสารสิทธิ์ นส.3ก

ถือเป็นเอกสารที่มีผลต่อการขอสินเชื่อไม่น้อย เพราะหากเจ้าของที่ดินในโฉนดเป็นบุคคลเดียวกับผู้ขอกู้เงินสร้างบ้านก็จะเป็นเครดิตที่น่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการผ่อนชำระ และมีแนวโน้มว่าธนาคารจะอนุมัติให้ง่ายกว่า

ใบอนุญาตก่อสร้าง

คือหลักฐานที่ใช้ยืนยันกับธนาคารว่าการก่อสร้างบ้านนั้นได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฏหมายแล้ว และผู้กู้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าขอกู้เงินสร้างบ้านจริงๆ ไม่ได้แอบอ้างเพื่อใช้ในการอื่น นอกจากนี้ในเอกสารประกอบการขอใบอนุญาตก่อสร้างยังปรากฏแบบก่อสร้าง (แบบพิมพ์เขียว) และเอกสารประมาณราคาก่อสร้าง (BOQ) ซึ่งธนาคารจะเอาไว้ดูเพื่อสรุปเป็นวงเงินกู้สร้างบ้านที่เหมาะสมอีกด้วย

สัญญาว่าจ้างรับเหมาก่อสร้าง

เนื่องจากการให้สินเชื่อของธนาคารเพื่อการปลูกสร้างบ้านจะให้เงินแก่ผู้กู้เป็นงวดตามความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน ดังนั้นสิ่งที่แสดงหลักฐานงวดงานได้ก็คือหนังสือสัญญาว่าจ้างระหว่างผู้กู้และผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะแสดงลำดับการปลูกสร้างบ้านตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมระบุเงื่อนไขการเบิกเงินเป็นรอบๆ ทั้งนี้ธนาคารยังจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้รับเหมาด้วย ยิ่งบริษัทรับเหมามีความน่าเชื่อถือมากเท่าไร โอกาสพิจารณาอนุมัติสินเชื่อก็มากขึ้นเท่านั้น 

Step 2 : เงินสำรองที่ต้องมีก่อนกู้เงินสร้างบ้าน  

โดยปกติธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินที่ไซต์ก่อสร้างว่าดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง หรือมีความคืบหน้าอย่างไร จากนั้นจึงกลับไปพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้กับผู้กู้ซึ่งอาจกินระยะเวลาช่วงหนึ่ง ดังนั้นเราจึงควรมีเงินสดติดตัวราว 20-30% ของมูลค่าบ้านที่จะก่อสร้างเพื่อสำรองจ่ายในงานที่จำเป็นล่วงหน้า เช่น ค่าถมดินปรับพื้นที่ ค่าสร้างแคมป์คนงาน เป็นต้น

รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นขณะยื่นกู้เงินสร้างบ้าน เช่น ค่าสำรวจและประเมิน ค่าจดจำนอง (1% ของวงเงินกู้) ค่าอากรสแตมป์ (0.05% ของวงเงินสินเชื่อ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท) ค่าธรรมเนียมดำเนินการ ตลอดจนค่าตกแต่งเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นบางส่วน 

แปลนก่อสร้างเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญของการยื่นกู้เงินสร้างบ้าน

Step 3 : ไปธนาคารเพื่อยื่นกู้เงินสร้างบ้าน

การกู้เงินสร้างบ้าน (กรณีที่ดินปลอดภาระ) ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดวงเงินกู้ให้ไม่เกิน 100% ของราคาค่าก่อสร้างบ้านที่ปรากฏในสัญญาว่าจ้าง โดยมีระยะผ่อนชำระตั้งแต่ 3 ปี 6 เดือน จนถึง 40 ปี* (เฉพาะบางธนาคาร) พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคาร ดังนั้นผู้กู้จึงควรนำเงื่อนไขของธนาคาร 2-3 แห่งมาเปรียบเทียบเพื่อให้การสร้างบ้านสำเร็จลุล่วงโดยที่ไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคตมากจนเกินไป  

เอกสารประกอบการยื่นขอกู้เงินสร้างบ้าน มีดังนี้

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรรัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะบัตร (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารทางการเงิน

พนักงานประจำ

  • ใบรับรองเงินเดือน
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน

ผู้มีธุรกิจส่วนตัว

  • เอกสารการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (บัญชีส่วนตัว, บัญชีกิจการ)
  • ภาพถ่ายกิจการ 4-5 ภาพ และแผนที่ตั้งกิจการโดยสังเขป
  • สำเนาทะเบียนการค้า, หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • หลักฐานการนำภาษีย้อนหลัง 1 ปี (ภงด.) บันทึกรายรับ-รายจ่าย, ใบเสร็จซื้อ-ใบเสร็จขายสินค้า

ผู้มีอาชีพอิสระ

  • เอกสารการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (แพทย์, วิศวกร, ทนายความ, สถาปนิก)

เอกสารหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดิน / นส.3ก ทุกหน้า (กรณีขอสินเชื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระของตนเอง)
  • หลักฐานการยื่นขอใบอนุญาตปลูกสร้าง / สำเนาใบอนุญาตปลูกสร้าง
  • แบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาต และรายการวัสดุ (BOQ)
  • สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง
เจ้าหน้าที่จากธนาคารจะมาตรวจเช็คและประเมินงานก่อสร้างทุกครั้งก่อนโอนเงินสินเชื่อสร้างบ้านในแต่ละงวดให้ผู้กู้

Step 4 : เบิกเงินและผ่อนคืนเงินกู้สร้างบ้าน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้เรียบร้อยแล้วจะมีการจ่ายเงินให้กับผู้กู้เป็นงวด ดังนั้นเมื่อผู้รับเหมาทำงานเสร็จตามขั้นตอนที่ระบุในสัญญา ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าเช็คความเรียบร้อยของไซต์ก่อสร้าง จากนั้นธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้เพื่อนำจ่ายให้กับผู้รับเหมาต่อไป (ในการประเมินตรวจรับงานของเจ้าหน้าที่ธนาคารจะมีค่าดำเนินการทุกครั้ง จนกระทั่งบ้านสร้างเสร็จ)

ภายหลังจากผู้กู้รับเงินงวดแรกแล้ว การผ่อนชำระคืนจะเริ่มต้นในเดือนถัดไปทันที โดยจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระนั้นคำนวนจากยอดเงินกู้สร้างบ้านทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย หารเฉลี่ยรายเดือนตามจำนวนปีที่ขอกู้  

สรุปการกู้เงินสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง 

จะเห็นได้ว่าการกู้เงินสร้างบ้านนั้นมีรายละเอียดที่ต้องบริหารจัดการกันพอสมควร เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมการก่อสร้างที่ต้องมีทั้งที่ดิน แบบแปลนบ้าน ผู้รับเหมา และใบอนุญาตก่อสร้าง การเตรียมเงินสำรองจ่ายล่วงหน้า ไปจนถึงช่วงยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร การเบิกเงินกู้ และผ่อนชำระรายเดือน ซึ่งผู้ขอกู้เงินสร้างบ้านจำเป็นต้องดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อท้ายที่สุดแล้วจะได้มีเงินเพียงพอสำหรับการก่อร่างสร้างบ้านในฝันให้เป็นความจริงนั่นเอง 

ipad air4 vs ipad pro 2020 ตัวไหนคุ้มค่ากว่ากัน?

ipad air4 vs ipad pro 2020 ตัวไหนคุ้มค่ากว่ากัน?

แม้ Apple จะเปิดตัว ipad air4 ไปเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ทว่ากระแสความนิยมและความต้องการในตลาดของ ipad รุ่นนี้ ไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด ด้วยความเป็นตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งมีราคาเริ่มต้นระดับกลางๆ จ่ายเงินไป 20,000 บาท ก็พอมีทอนให้ใจชื้น ที่สำคัญสเปคที่ได้มาก็จัดว่า “ครบเครื่องและคุ้มค่า” ครอบคลุมทุกฟังก์ชันการใช้งาน น้อยแต่มากในสไตล์แอปเปิลเหมือนเดิม

เชื่อว่าคนที่ศึกษา ipad air4 ไปได้ประมาณหนึ่ง จะเริ่มรู้สึกลังเลว่า เอ๊ะ หรือฉันจะขยับงบไปสักอีกหน่อยเพื่อจัด ipad pro 2020 ไปเลยดีไหม ไหนๆ จะซื้อทั้งที ก็เลือกของที่ฟูลออปชันให้เต็มเหนี่ยวไปเลยดีกว่าไหม…

แน่นอนว่าความลังเลทั้งหลายทั้งปวงนั้น เคยเกิดขึ้นกับตัวเราเองเช่นเดียวกัน

เราจึงเข้าใจทุกคนเป็นอย่างดี เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น บทความนี้เลยรวมเอาทั้งจุดเหมือน จุดต่างของ ipad air4 vs ipad pro 2020 มาเปรียบเทียบกันเป็นข้อๆ ให้เห็นภาพกันไปเลย!

ipad air4
ipad air4
ipad pro2020
ipad pro 2020

ipad air4 vs ipad pro 2020 ตัวไหนที่ใช่คุณ?

ความที่ ipad หนึ่งตัวมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ขั้นต่ำก็ 3 ปีขึ้นไป น้อยคนที่จะมีเงินเปลี่ยนไอแพดทุกๆ ปี ดังนั้น การตัดสินใจซื้อจึงต้องพิจารณาและดูความคุ้มค่ากันอยู่นาน จะเสียเงินหลักหมื่นทั้งที ก็ต้องได้ของที่คุ้มค่าที่สุดถูกไหมคะ?

เราเลยเลือกเอา ipad air4 vs ipad pro 2020 (11 นิ้ว) แท็บเล็ตสองตัวท็อปน้องใหม่แห่งค่าย Apple ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดในปีที่แล้ว ทั้งยังมีขนาดบอดี้และรูปร่างที่ใกล้เคียงกัน เราเลยหยิบยกมาเปรียบเทียบให้เห็นถึงความต่างในแต่ละด้าน ว่ารุ่นไหนจะได้ใจและใช่ในไลฟ์สไตล์คุณมากที่สุด

https://www.youtube.com/watch?v=r_VSll0WLZE

https://www.youtube.com/watch?v=aOq49euWnIo

ข้อดีที่เหมือนกันของ ipad air4 vs ipad pro 2020

1. รูปร่างและขนาดของ ipad air4 และ ipad pro 2020 ใกล้เคียงกัน

เริ่มที่ First impression ที่ตาเห็นและมือสัมผัสได้ คือตัวบอดี้ของ ipad ทั้งสองตัวนี้ใกล้เคียงกันมาก ทั้งขนาด ความกว้าง และความยาว (ไม่นับเรื่องดีไซน์และความพรีเมียมของตัวโปร)

เมื่อเทียบกันแล้วคือ “ใกล้เคียงกัน” ต่างเล็กน้อยตรงที่ความหนา โดยเจ้า ipad air4 มีตัวเลขที่มากกว่ารุ่นพี่เพียง 0.2 มม. แต่ในทางกลับกันดันมีน้ำหนักที่เบากว่าตัว ipad pro 2020 อยู่ 10 มม. ถือเป็นความต่างเล็กๆ น้อยๆ ในระดับมิลลิเมตร

ipad air4 style
สีสันที่หลากหลายและสดใสของ ipad air4 | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

2. ipad air4 มีแบตเตอรีที่อึดพอๆ กับ ipad pro 2020

จุดแข็งของแท็บเล็ตที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ คือเรื่องแบตเตอรีที่อึด และใช้งานติดกันได้หลายชั่วโมง ข้อดีของ ipad air4 และ ipad pro 2020 ทั้งสองรุ่นนั้น มีจำนวนชั่วโมงการใช้งานต่อเนื่องที่ใกล้เคียงกัน สูงสูดประมาณ 10 ชั่วโมง หากเป็นตัว Wi-Fi ส่วนตัว Cellular อยู่ราวๆ 9 ชั่วโมง

3. ipad air4 และรองรับ ipad pro 2020 ระบบสำคัญได้เหมือนกัน

อย่างที่บอกไปว่าทั้ง ipad air4 และ ipad pro 2020 เป็นสุดยอดเรือธงของแอปเปิ้ลที่ออกมาในปีเดียวกัน ไล่เลี่ยกัน ดังนั้นระบบสำคัญต่างๆ ในเครื่อง ในภาพรวมค่อนข้างคล้ายกันมาก

  • รองรับการเชื่อมต่อพอร์ต USB-C
  • รองรับ Apple pencil 2 และ Magic keyboard ด้วยระบบการชาร์จแบบเดียวกัน
  • เทคโนโลยี Bluetooth 5.0
  • รองรับสองความถี่ 2.4GHz และ 5GHz
  • Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax
  • ความเร็วในการดาวน์โหลด 4G LTE

ipad air4 with keyboard
รองรับ Apple pencil 2 และ Magic keyboard | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

ความต่างของ ipad air4 vs ipad pro 2020

1. ชิปและระบบประมวลผล ipad air4 vs ipad pro 2020

  • ipad air4 ชิปประมวลผล A14 Bionic (ตัวเดียวกับ iPhone 12)
  • ipad pro 2020 ชิปประมวลผล A12Z Bionic
  • Ram ipad air4 : 4 GB / ipad pro 2020 : 6 GB
  • ระบบยืนยันตัวตน ipad air4 : Touch ID บนปุ่มพาวเวอร์ด้านบน
  • ระบบยืนยันตัวตน ipad pro 2020 : Face ID สแกนใบหน้า

ipad air4 touch ID
ระบบยืนยันตัวตน ipad air4 : Touch ID | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

จะเห็นได้ว่า ชิปของ ipad air4 ใหม่กว่า ipad pro 2020 แต่ถึงจะใหม่กว่าอย่างไร พอทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมแบบ Multicore ทั้งหมดแล้ว รุ่นพี่อย่างโปรยังคงใช้งานได้ลื่นไหลและรวดเร็วกว่าตัวน้อง ipad air

“ความที่ตัวชิป A12 นั้น ถูกพัฒนาและปรับปรุงมาหลายครั้ง
เสมือนคนแก่แต่เก๋า ประมาณนั้น”

ความเก๋าของชิปใน ipad pro 2020 นั้น ทำให้ภาพรวมใช้งานแอปทั่วไป การ Export file, Render หรือตัดต่อวิดีโอต่างๆ รวมถึงงานออกแบบ วาดรูป ไปจนถึงกราฟิกสวยๆ ในเกม ทำได้ดี สวยงาม และสมูทกว่า ipad air4

ipad air4 game
ipad air4 กับเกมที่กราฟฟิกสวย ๆ | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

2. หน้าจอแสดงผลของ ipad air4 vs ipad pro 2020

  • ipad air4 อัตรารีเฟรชเรต 60 fps
  • ipad pro 2020 อัตรารีเฟรชเรต 120 fps
  • ipad air4 ความสว่างหน้าจอสูงสุด 500 นิต
  • ipad pro 2020 ความสว่างหน้าจอสูงสุด 600 นิต

หมายเหตุ : อัตรารีเฟรชเรต (Refresh Rate) คือ ค่าที่จอแสดงภาพนิ่งได้กี่ภาพ/เฟรม ภายใน 1 วินาที

ipad air4 draw
ลายเส้นสวยๆ บน ipad air4 | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

ipad air4 Editor
ipad air4 ตัดต่อคลิปก็ทำได้ดีเช่นกันกัน | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

ด้วยอัตรารีเฟรชเรตของ ipad pro 2020 ที่สูงกว่า ipad air4 ถึงเท่าตัว ทำให้ประสิทธิภาพต่างๆ หน้าจอ ของรุ่นพี่โปรทำได้ดีกว่า ทั้งระบบการทัชสกรีนที่ให้ฟีลสมูทและไหลลื่น ไถฟีดโซเชียลต่างๆ ได้ไวกว่า รวมถึงตอบสนองกับ Apple pencil ได้ทันใจกว่าด้วยเรตหน้าจอ 120 fps

การดูซีรีส์บนตัว ipad pro 2020 ก็ให้ฟีลสบายตากว่า เพราะตัว ipad air4 จะติดเหลืองนิดๆ แต่เรื่องความคมชัดนั้นได้เท่ากันแน่นอน เพราะปกติหนังส่วนใหญ่ ใช้เฟรมเรตไม่เกิน 25 fps อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ Tab to wake แตะหน้าจอเพื่อเริ่มการใช้งานเหมือนกันทั้งคู่

ส่วนใครเป็นสายเกมมิงที่เน้นกราฟิกหนักๆ ภาพสวยๆ ตัว ipad pro 2020 ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่าแน่นอน บางเกมใช้อัตรารีเฟรชเรต 90 fps ขึ้น หากคุณใช้ ipad air4 เล่น ก็จะใช้ได้แค่ 60 fps เต็มประสิทธิภาพเครื่อง ลดประสิทธิภาพกราฟิกในเกม แต่ถ้าใครเล่นเกมง่ายๆ จุดนี้ก็ไม่เป็นปัญหา

3. ระบบกล้องของ ipad air4 vs ipad pro 2020

  • ipad air4 และ ipad pro 2020 กล้องหน้าความละเอียด 7 MP เท่ากัน แต่ ipad pro มาพร้อมโหมดพรอตเทรต
  • ipad air4 กล้องหลัง 1 ตัว ความละเอียด 12 MP (No Flash)
  • ipad pro 2020 กล้องหลัง 2 ตัว และ 2 เลนส์ คือ เลนส์ไวด์ ความละเอียด 12 MP และอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 10 MP
  • ipad pro 2020 มีจุดแข็งเรื่องระบบ “LiDAR สแกนเนอร์”

ipad air4 Camera
ipad air4 กล้องหลัง 1 ตัว
ipad Pro2020 Camera
ipad pro 2020 กล้องหลัง 2 ตัว

หลายคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับกล้องในแท็บเล็ตกันเท่าที่ควร ทว่าความปังของ ipad air4 และ ipad pro 2020 คุณภาพของกล้องที่ให้มานั้น เจ๋งมากกว่าที่คุณคิด ซึ่งจากสเปคที่อยู่ด้านบนนั้น จะเห็นได้ว่าตัวโปรนั้นอลังการงานสร้าง สมกับความเป็น Professional สมชื่อ

โดยเฉพาะฟังก์ชัน LiDAR สแกนเนอร์ ที่ช่วยจัดวางองค์ประกอบต่างในภาพอย่างง่ายดาย ด้วยการนำภาพ AR เฟอร์นิเจอร์และผังการออกแบบต่างๆ มาจัดวางได้ วัดพื้นที่ก็ง่าย จัดทำแผนที่ก็สะดวก เหมาะกับสายออกแบบ อินทีเรียและงานดีไซน์ทั้งหลาย

4. ขนาดความจุของ ipad air4 vs ipad pro 2020

  • ipad air4 มี 2 ความจุให้เลือก คือ 64GB และ 256GB
  • ipad pro 2020 มี 4 ความจุให้เลือก คือ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB

ความจุของ ipad pro 2020 ค่อนข้างหลากหลาย และให้ขนาดความจุที่มากกว่าตัว ipad air4 อยู่พอสมควร ข้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องพิจารณาเหมือนกัน ใครที่มาสายตัดต่อและกราฟิกเน้นๆ ลองดูความจุที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณนะคะ

5. ลำโพงของ ipad air4 vs ipad pro 2020

ipad air4 Music
ฟังเพลงดูหนังสบายๆ บน ipad air4 | Credit : https://www.apple.com/th/ipad-air

  • ipad air4 : 2 ลำโพง
  • ipad pro 2020 : 4 ลำโพง

จากจำนวนลำโพงที่เห็น ก็พอจะเดาได้เลยใช่ไหมคะ ว่าอย่างไรตัว ipad pro 2020 ก็มาวินเหนือ ipad air4 แน่นอน ความ Surround ของเสียงทั่วถึงและทุ้มอยู่ในใจแน่นอน เบสอาจจะไม่ได้แน่นในระดับดีเยี่ยม เอาว่าเป็นลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงเกินมาตรฐานแท็บเล็ตตัวอื่นๆ แน่นอนค่ะ

เลือกตัวไหนดี? ipad air4 vs ipad pro 2020

ซื้อ ipad air4
ดีไซน์สดใส คุ้มค่า คุ้มราคากับ ipad air4
ซื้อ ipad pro2020
เรียบหรู ครอบคลุมทุกการใช้งานกับ ipad pro 2020

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ พอจะได้คำตอบในใจหรือยังคะ ว่า ipad ตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ตัวโปรคือระดับ ipad สูงสุดของ Apple จึงไม่แปลกที่ประสิทธิภาพและความครบเครื่องต่างๆ จะเหนือกว่าตัว ipad air4 รวมถึงเรื่องราคาเริ่มต้นที่ต่างกันหลายพัน ก็พอจะการันตีความครบครันกว่าได้หลายขุม

  • ipad pro 2020 เริ่มต้นที่ 27,900 บาท
  • ipad air4 เริ่มต้นที่ 19,900 บาท

ที่เอ่ยไป ไม่ได้หมายความว่าตัว ipad air4 แย่นะคะ หลักๆ ให้ดูที่การใช้งานของคุณเลย ว่าล้ำลึกและต้องการ ipad ที่ครบเครื่องขนาดไหน ถ้างบมีกลางๆ แล้วฟังก์ชันที่ใช้ไม่ได้ต้องการความโปร เน้นวาดรูปชิลๆ ดูหนังเพลินๆ ตัว ipad air4 ก็ครอบคลุมและคู่ควรกับคุณ

แต่ถ้าใครเป็นสายเกมมิงเน้นภาพสวย สมูทได้ใจ ตัดต่อสะดวก ออกแบบง่าย แล้วงบถึง ก็ไปจบที่ ipad pro 2020 ได้เลย แต่ถ้าอยากได้ “ความโปร” ที่ราคาย่อมเยามาหน่อย ลองดู ipad มือสอง คุณภาพดีใน kaidee สิคะ

รับรองว่าความโปรของคุณ จะเติมเต็มได้ในงบประมาณที่ตรงใจ

รู้รอบพระเครื่องสมเด็จ

รู้รอบพระเครื่องสมเด็จ

ในวงการพระเครื่องนี้ พระเครื่อง สมเด็จ ถือเป็นพระเครื่องอันดับแรกๆที่เรามักนึกถึง และอย่างที่เราทราบดีว่าพระสมเด็จบางรุ่นนั้นมีราคาสูงหลายสิบล้าน เรียกว่าพระเครื่อง สมเด็จหนึ่งองค์เท่ากับบ้านหลายหลังก็ว่าได้ แต่ในปัจจุบันที่เราต่างตามหาเพื่อครอบครองนั้น เราได้รู้จักและศึกษาพระเครื่อง สมเด็จนี้ดีแล้วหรือยัง  ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเปิดตำนาน พร้อมศึกษาข้อมูลของพระสมเด็จให้มากยิ่งขึ้นกัน 

พระเครื่อง สมเด็จ

ภาพจาก chiangmainews

พระสมเด็จ คือ พระเครื่องที่เป็นรูปร่างสมมติของพระพุทธเจ้า โดยพระสมเด็จที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการพระเครื่องคือ พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ถูกเรียกกันในวงการว่าเป็นราชาหรือจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง ทำให้เหล่าเซียนพระต่างต้องการมีไว้ในครอบครองเพื่อบูชาและเป็นสิริมงคลกับตน

พระเครื่อง สมเด็จเป็นพระเครื่องที่จัดสร้างโดย สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พระเกจิอาจารย์หรือพระมหาเถระที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธามากมายตั้งแต่ช่วงต้นของสมัยรัตนโกสินทร์ และยังว่ากันว่าท่านนั้นมีเมตตามหานิยมรวมถึงวิชาอาคมด้วย ซึ่งพระเครื่อง สมเด็จนี้เป็นหนึ่งในห้าพระเบญจภาคี ที่เป็นที่ยอมรับกันในวงการพระเครื่องและเหล่าเซียนพระว่ามีพุทธคุณสูงส่ง มีเมตตามหานิยม เป็นสิริมงคลและปกป้องผู้ที่มีไว้ครอบครองอีกด้วย

เริ่มแรกนั้นจัดสร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 จนมาถึงช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีการปลุกเสกในทุกรุ่นที่สร้างขึ้น โดยวัตถุดิบที่นำมาสร้างนั้นมีหลากหลายอย่าง ทั้งปูนขาว ข้าว แป้งข้าวเหนียว ดินสอพองเกสรดอกไม้ ผงใบลานเผา ผงตะไบเงินตะไบทอง เป็นต้น

พระเครื่อง สมเด็จพิมพ์ไหนที่มีราคา

อย่างที่เรารู้กันว่าพระเครื่อง สมเด็จเป็นหนึ่งในห้าพระเบญจภาคีที่เป็นที่ประจักษ์ในวงการพระเครื่อง ซึ่งในตลาดพระเครื่องนั้นก็มีพระสมเด็จอยู่มากมาย แต่ก็ปนไปด้วยพระแท้และพระปลอมเช่นกัน ส่วนเรื่องราคานั้นมีตั้งแต่หลักสิบจากกองพระที่หาได้ตามตลาดหรือศูนย์พระเครื่องไปจนถึงหลักหลายล้าน จึงทำให้หลายๆคนคาดหวังจากการหาของไปตลาดศูนย์พระเครื่องต่างๆว่าจะได้เจอพระสมเด็จแท้สภาพดีหลงมาบ้าง 

ภาพจาก web-pra.com

ซึ่งพระสมเด็จที่มีราคาสูงหลักสิบล้านนั้น ส่วนมากจะเป็นพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ที่มีความสมบูรณ์ แต่ในพระสมเด็จพิมพ์อื่นๆและรุ่นอื่นๆอย่างพระสมเด็จบางขุนพรหมก็มีราคาสูงเช่นกัน 

เนื้อต่างๆของพระเครื่อง สมเด็จ

ด้วยส่วนผสมที่นำมาสร้างพระเครื่อง สมเด็จในแต่ละรุ่นนั้นมีวัตถุดิบที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีความแตกต่างในด้านเนื้อของพระสมเด็จแต่ละรุ่นขึ้น อย่างเนื้อปูน เนื้อว่าน เนื้อกระเบื้อง เนื้อน้ำมัน หรือเนื้อดิน เป็นต้น 

พิมพ์ต่างๆของพระเครื่อง สมเด็จทั้งสามรุ่น

ในวงการพระเครื่องนั้นเรามักเห็นพระเครื่อง สมเด็จหลากรุ่นหลายพิมพ์ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จวัดเกศไชโยและสมเด็จบางขุนพรหม ซึ่งแต่ละพิมพ์ก็จะมีเนื้อที่ต่างกันแยกไปอีก 

สมเด็จวัดระฆัง

ภาพจาก Phrasomdej.com

สมเด็จวัดระฆังเป็นพระเครื่องที่สมเด็จพุฒาจารย์โตจัดสร้างขึ้นเมื่อท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง ซึ่งเป็นองค์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สมเด็จวัดระฆัง มีทั้งหมด 5 พิมพ์ ดังนี้

1.พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ประธาน

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่จะถูกแยกเป็น A  B และ C ตามขนาดความสูงขององค์พระ ถือเป็นพิมพ์ที่ผู้คนค่อนข้างนิยม

2.พิมพ์ฐานแซม

เราอาจเคยได้ยินในชื่อพิมพ์ฐานแซม อกร่อง ซึ่งลักษณะนั้นก็จะตามชื่อเลยนั่นคือ ตัวฐานขององค์พระมีเส้นแซมอยู่

3.พิมพ์เจดีย์

ด้วยลักษณะขององค์นี้ ตั้งแต่ฐานจะเป็นทรงสามเหลี่ยมคล้ายเจดีย์ จึงเรียกพิมพ์นี้ว่าเป็นพิมพ์เจดีย์ ตัวองค์พระจะมีความบางและเล็ก

4.พิมพ์ปรกโพธิ์

พิมพ์ที่ขึ้นชื่อว่าหายาก โดยรูปทรงนั้นจะเป็นองค์พระปางสมาธิ ที่มีซุ้มครอบแก้ว

5.พิมพ์เกศบัวตูม

อีกหนึ่งพิมพ์หายากที่รูปทรงของตัวองค์พระจะมีความอวบกลม โดยเฉพาะพระเกศที่มีความอวบคล้ายกับดอกบัวตูม

สมเด็จวัดเกศไชโย

ภาพจาก web-pra.com

หนึ่งในพระเครื่องตระกูล “สมเด็จ” ที่จัดสร้างขึ้นโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสีเช่นกัน โดยค้นพบที่วัดไชโยวรวิหารเมื่อปฏิสังขรณ์วัด พิมพ์ต่างๆที่พบเห็นได้บ่อยนั้น มีตั้งแต่ 3 ชั้น ไปจน 9 ชั้น ส่วนพิมพ์ที่เป็นที่นิยมในการสะสมคือ 6 ชั้น และ 7 ชั้น โดยความแตกต่างของแต่ละพิมพ์นั้นจะอยู่ที่ชั้นของฐาน

สมเด็จบางขุนพรหม

ภาพจาก samakomphra.com

เป็นพระเครื่อง สมเด็จที่ถูกบรรจุไว้ในเจดีย์วัดบางขุนพรหมหรือในปัจจุบันคือวัดใหม่อมตรส และภายหลังถูกนำออกมาให้ผู้ศรัทธาเช่าและนำเงินมาบูรณะวัดแทน เนื่องจากเจดีย์ถูกลักลอบขุดและนำพระสมเด็จภายในออกไป 

โดยพระเครื่อง สมเด็จบางขุนพรหมนั้นแบ่งเป็นกรุเก่าและกรุใหม่ ซึ่งพิมพ์ของพระสมเด็จบางขุนพรหมนั้น จะมีพิมพ์พื้นฐานตามสมเด็จวัดระฆังอยู่ด้วย ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ปรกโพธิ์ และพิมพ์เกศบัวตูม นอกเหนือจากนี้ก็จะมี พิมพ์เส้นดาย พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์อกครุฑและพิมพ์ไสยาสน์

สรุปพระเครื่อง สมเด็จ

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนพระเครื่อง สมเด็จ ก็ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆหรือจะบอกว่าเป็นอันดับแรกของพระเครื่องที่ทั้งเป็นที่นิยมในวงการพระเครื่องก็ว่าได้ ด้วยประวัติที่ยาวนาน และความหลากหลายของแต่ละรุ่น แต่ละพิมพ์นั้น ทำให้ผู้ศึกษาและเหล่าเซียนพระต่างต้องคอยศึกษาและค้นหาข้อมูลอยู่ตลอด ซึ่งถ้าหากใครสนใจด้านพระเครื่องล่ะก็ การได้ศึกษาพระสมเด็จก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีทางหนึ่ง 

ส่วนใครที่กำลังมองหาพระเครื่อง สมเด็จดีๆสักองค์ลองมาดูกันที่ Kaidee ได้เลย ซึ่งนอกจากพระสมเด็จแล้วก็ยังมีพระเครื่องอื่นๆอีกมากมาย อย่ารอช้า ไปดูกันเลย