ครัวแคบ? มาลองต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมกัน

ครัวแคบ? มาลองต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมกัน

คับที่อยู่ไม่ได้!! ทุกคนคงรู้กันดีว่าทาวน์โฮมส่วนใหญ่นั้นแสนจะกะทัดรัด พอเหมาะพอดีจนอาจจะกลายเป็นคับแคบไปได้ และอย่างเดียวที่ต่อเติมได้ของทาวน์โฮมก็คือครัว วันนี้ Kaidee จึงนำเรื่องน่ารู้ก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมมาฝากกัน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม

จะต่อเติมทั้งทีก็ต้องมั่นใจว่าการต่อเติมครัวของเรานั้นถูกตามหลักโครงสร้างและตัวบทกฎหมาย ไม่งั้นโดนเพื่อนบ้านบ่นหูชาก็คงแย่แน่ ๆ  

การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมในทางกฎหมาย

การต่อเติมครัวเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่พอเกี่ยวข้องกับกฏหมายแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นเสี่ยงที่จะผิดกฏหมายด้านการการดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร ถ้าหากทำไม่ถูกต้อง 

การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นสามารถต่อเติมออกไปได้เพียง 1 เมตร เนื่องจากทาวน์โฮมส่วนมากนั้นมีหน้ากว้างไม่ต่ำกว่า 5 เมตร โดยหากจะต่อเติมออกไปเพียง 1 เมตร ก็ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตฝ่ายใด

อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่นิยมต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ตร.ม. ขึ้นไป จึงต้องทำการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร

นอกจากนี้ยังต้องระวังว่าการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดระยะถอยร่นหรือไม่ ซึ่งโดยปกติจะไม่เป็นไปตามข้อบังคับเพราะเรานิยมต่อเติมจนเต็มพื้นที่ จึงต้องได้รับความยินยอมจากเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย รู้อย่างนี้แล้ว ต้องผูกมิตรกับเพื่อนบ้านไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ

ในกรณีที่ต้องทำเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานเขตพื้นที่ เอกสารที่เราต้องเตรียมมีดังนี้

1.แบบฟอร์ม ข.1/คําขออนุญาตก่อสร้างอาคาร 

2.แบบแปลนที่เราจะทำการต่อเติมโดยมีลายเซ็นต์ของสถาปนิกและวิศวกรที่ควบคุมงาน

3.หนังสือยินยอมให้ทําการปลูกสร้างอาคารที่ต้องให้เพื่อนบ้านเซ็นต์ 

รู้จักโครงสร้างก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม

ก่อนต่อเติม ต้องสอบถามมาให้ดีว่าโครงสร้างของบ้านเป็นแบบไหน เพราะหากต่อเติมโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ บ้านอาจจะทรุดได้ โดยปกติแล้วโครงสร้างการต่อเติมจะมี 3 แบบ คือ พื้นคอนกรีตวางบนดิน, พื้นคอนกรีตวางบนคานแบบเสาเข็มสั้น และพื้นคอนกรีตวางบนคานแบบเสาเข็มยาว

1.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนดิน

โครงสร้างแบบนี้ถือเป็นแบบที่เรียกที่ว่า Original ของบ้านทาวน์โฮม เพราะเป็นโครงสร้างที่ประหยัดงบที่สุด ซึ่งแน่นอนหากต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมที่มีโครงสร้างแบบนี้ ครัวจะทรุดเร็ว หากบ้านอยู่ในทำเลที่ที่ดินทรุดง่ายหรือดูไม่มั่นคง ทาง Kaidee แนะนำให้ตอกเสาเข็มเพิ่ม ครัวจะได้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นแลกมากับการที่ต้องเพิ่มงบในส่วนของเสาเข็มนั่นเองค่ะ

2.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนคานแบบเสาเข็มสั้น

ในบางโครงการจะมีการตอกเสาเข็มตรงครัวมาให้แล้ว อย่างไรก็ตามหากเสาเข็มนั้นเป็นแบบเสาเข็มสั้น 2 – 6 เมตร จะทำให้ครัวทรุดเร็วกว่าตัวบ้านอยู่ดีเนื่องจากเสาเข็มของตัวบ้านนั้นจะยาวและลึกกว่ามาก ดังนั้นคำแนะนำคือควรต่อเติมแบบแยกโครงสร้างกับตัวบ้าน จะได้ไม่เกิดปัญหาที่ว่าส่วนไหนทรุดช้าหรือทรุดเร็ว

3.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนคานแบบเสาเข็มยาว

โครงสร้างแบบนี้ เสาเข็มจะยาวประมาณ 22 – 26 เมตร ซึ่งทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทรุดตัว จึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมาชอบโครงสร้างแบบนี้กันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นเสาเข็มแบบยาวแต่เราก็ไม่ควรต่อเติมครัวโดยฝากโครงสร้างไว้ที่ตัวบ้านอยู่ดี  ควรสร้างแบบแยกโครงสร้างจะดีกว่า

ชนิดของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม

1.ต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบแบ่งส่วน

การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมในลักษณะนี้มักจะถูกเรียกว่าครัวทึบเพราะจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยของในบ้านมาทำโดยการกั้นห้องหรือกั้นผนังปูนเอา

ข้อดีของการทำครัวแบบนี้คือจะเป็นระเบียบเรียบร้อยและดูเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นเล็ดรอดมาให้กวนใจอีกด้วย ส่วนข้อเสียก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ข้อเสียของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบนี้คือจะทำให้งบสูงเนื่องจากใช้วัสดุเยอะ

ส่วนข้อควรระวังในการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบแบ่งส่วนคือจะกินระยะเวลานานในการก่อสร้าง และอาจต้องทำที่ระบายอากาศเพิ่มแล้วซื้อพวกเครื่องดูดควันมาติด ที่สำคัญผู้ใช้งานจะต้องหมั่นรักษาความสะอาดมากกว่าครัวแบบโปร่งเพราะครัวแบบปิดนั้นเกิดความอับชื้นได้ง่ายมาก 

2.ต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง

สำหรับต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง คือการทำผนังทึบรอบด้านแต่ปล่อยด้านบนให้โล่ง นอกจากนี้ยังสามารถนำไม้ระแนงมาดีไซน์ทำเป็นเหมือนครัวกลางแจ้งเก๋ ๆ ได้อีกด้วย

ข้อดีของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่งคือไม่ต้องห่วงเรื่องระบบระบายอากาศ เพราะกลิ่นสามารถถูกระบายไปยังด้านบนของครัวได้เลย นอกจากนี้ ครัวแบบโปร่งมีน้ำหนักเบากว่าครัวแบบแรกจึงทำให้มีโอกาสทรุดตัวได้น้อยกว่า ในส่วนของข้อเสีย ด้วยความที่เป็นครัวโปร่งจึงต้องระวังเรื่องฝุ่นควันหรือเศษใบไม้ที่จะตกมาในครัว จึงทำให้ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ

ส่วนข้อควรระวังสำหรับการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง คือกลิ่นอาหารที่ระบายออกไปนั้นอาจจะรบกวนเพื่อนบ้านได้รวมถึงสัตว์รบกวนต่าง ๆ เช่น ยุง หนู หรือแม้กระทั่งงู อาจเข้ามาในครัวของเราได้ ดังนั้นเราอาจจะใช้มุ้งลวดมาเป็นไอเทมเสริมสำหรับครัวแบบโปร่ง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม

1.คำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งาน

หากว่าสมาชิกภายในบ้านเป็นคนชอบทำอาหาร ทำกินเองเกือบทุกมื้อ ก็สมควรที่จะต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมเป็นของตนเอง

2.ลักษณะการใช้งาน

ลักษณะการใช้งานนี้จะส่งผลถึงแบบแปลนที่เราจะต่อเติม เช่น หากเรารับแขกเยอะ เน้นทำอาหารมื้อใหญ่บ่อย ๆ เราก็ควรมีเคาน์เตอร์ครัวที่กว้างขวาง หรือหากเราเป็นคนชอบทำขนม ก็ควรมีตู้เก็บของในครัวเพื่อเอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำเบเกอรี่

3.หาแบบครัวที่ใช่จากเว็บไซต์ต่าง ๆ

เลือกแบบครัวที่ชอบแล้วทำการร่างว่าอยากให้อะไรอยู่ตรงไหน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าพื้นที่จริงอาจจะเล็กกว่าแบบที่เราอยากได้ ต้องดูสัดส่วนให้เหมาะสมกันด้วย

4.ออกแบบแปลน

หากมั่นใจว่าสามารถออกแบบแผนผังครัวได้ควรใช้มาตราส่วนให้ถูกต้อง ทางเลือกอื่นคือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ จะได้มั่นใจว่าแบบแปลนที่ได้มานั้นไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เราคาดไม่ถึงเช่นการวางระบบท่อน้ำทิ้ง ท่อของเสีย หรือถังไขมัน เป็นต้น

สรุปท้ายบทความต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ กับสาระน่ารู้ของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม และถ้าอยากจะต่อเติมครัวทั้งที ก็ต้องลองมาคลิกดูที่ Kaidee นะคะ

ต่อเติมหลังบ้าน ทำทั้งทีต้องใช้งานได้จริง

ต่อเติมหลังบ้าน ทำทั้งทีต้องใช้งานได้จริง

การต่อเติมหลังบ้าน เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในโครงการบ้านจัดสรรประเภทบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก และทาวน์เฮ้าส์ โดยสาเหตุหลักของการต่อเติมหลังบ้านก็คือ ต้องการขยายพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์จริงๆ หรือปรับปรุงให้เหมาะกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครอบครัว 

เช่น ห้องครัวที่โครงการหมู่บ้านดีไซน์ไว้ เมื่อนำอุปกรณ์ของใช้ในครัวมาวางแล้วพบว่ามีพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงต้องต่อเติมหลังบ้านเพื่อขยายครัวให้กว้างขึ้น หรือเดิมที่อาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์คนเดียว แต่พอมีพ่อแม่มาอยู่ด้วยเลยต้องต่อเติมฟังก์ชันบางอย่างเพื่อให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น 

อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การต่อเติมหลังบ้านเป็นโซนแรกๆ ที่ถูกปรับปรุงเมื่อคิดขยับขยายพื้นที่ใช้สอยก็เนื่องมาจากทำเลที่อยู่ด้านหลังอาคาร ซึ่งสามารถหลบสายตาผู้คนภายนอกได้และไม่ต้องกังวลกับความสวยงามเหมือนกับการต่อเติมหน้าบ้านและข้างบ้าน อีกยังเป็นพื้นที่จุดเดียวของที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮมที่สามารถต่อเติมได้อีกด้วย 

ดังนั้นการต่อเติมหลังบ้านทุกวันนี้ จึงแทบเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่จะทำอย่างไรให้การต่อเติมหลังบ้านนั้นออกมาใช้งานได้จริง ไร้ปัญหากวนใจ และไม่กระทบกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง วันนี้ Kaidee มีคำตอบ 

ทำความเข้าใจ พรบ.ควบคุมอาคาร ก่อนต่อเติมหลังบ้าน

การต่อเติมหลังบ้านหรือส่วนใดๆ ก็ตาม เราสามารถทำได้ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคารเป็นเสมือนคู่มือการต่อเติมที่ไม่เพียงสร้างความปลอดภัยแก่ผู้พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลไม่ให้เราเผลอไปละเมิดพื้นที่ข้างเคียงจนเกิดเป็นข้อพิพาทภายหลัง ซึ่งหากมีการฟ้องร้องก็อาจมีความผิดตั้งแต่ถูกปรับจนถึงจำคุกได้เลยทีเดียว

พรบ. ควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมหลังบ้านที่เราต้องรู้ คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตที่ดินข้างเคียง (หรือรั้วที่ติดกับบ้านคนอื่นนั่นเอง)  แบ่งเป็น  

1. หากก่อสร้างเป็นผนังทึบ ต้องเว้นระยะห่างจากกำแพงเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ยกเว้น ได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษร (มีหนังสือยินยอม) จึงสามารถสร้างชิดเขตแนวที่ดินได้

2. หากก่อสร้างโดยผนังมีช่องเปิด เช่น หน้าต่าง ประตู ช่องแสง ฯลฯ ต้องเว้นระยะห่างจากรั้วที่ดินคนอื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร

3. ระยะห่างชายคา/กันสาด (แบบขึ้นไปใช้งานไม่ได้) ต้องห่างจากแนวเขตไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร

4. การต่อเติมระเบียงชั้นบน หรือหลังคาที่สามารถถึงไปใช้งานได้ ต้องเว้นระยะห่างจากแนวรั้วที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร

ขออนุญาตต่อเติมหลังบ้านเพื่อความปลอดภัย 

เมื่อทราบข้อกำหนดของพรบ.ควบคุมอาคารในการต่อเติมหลังบ้านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบพื้นที่ ซึ่งเราควรปรึกษาวิศวกรเพื่อช่วยตรวจสอบโครงสร้างและฐานรากทั้งตัวบ้านหลักและงานต่อเติมเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อใช้งานไปนานๆ แล้ว บ้านและงานต่อเติมจะยังคงปลอดภัยสำหรับผู้พักอาศัย

ขั้นตอนการขออนุญาตก่อนต่อเติมหลังบ้าน 

เมื่อได้แบบก่อสร้างต่อเติมหลังบ้านจากวิศวกรแล้ว กฏหมายยังกำหนดให้เรายื่นขอใบอนุญาตโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

1. ติดต่อสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่บ้านเราตั้งอยู่ หรือแจ้งต่อองค์การบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นของจังหวัดนั้นๆ

2. ยื่น “แบบขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร” โดยระบุชื่อของผู้รับผิดชอบและผู้ควบคุมงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม พร้อมแผนผังบริเวณและแบบแปลนของบ้านที่จะดำเนินการต่อเติม

3. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้เรายื่นขอรับใบอนุญาต กล่าวคือ แจ้งการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนอาคาร ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ขออนุญาต และขอรับใบอนุญาตฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งออกใบอนุญาตไว้

5 กรณียกเว้น ไม่ต้องขออนุญาตก็สามารถลงมือต่อเติมหลังบ้านได้เลย

อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานต่อเติมขนาดเล็กที่ไม่กระทบโครงสร้างอาคารหลัก เราสามารถดำเนินการได้เลยใน 5 กรณี ดังต่อไปนี้

1. เพิ่มหรือลดเนื้อที่ของพื้นชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน

2. เพิ่มหรือลดขนาดหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน

3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดิม

4. การเปลี่ยนส่วนใด ๆ ภายในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่นที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม 

5. การเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด เนื้อที่ส่วนใด ๆ ก็ตามในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร และไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10% ของโครงสร้างอาคารเดิม

รับมือกับปัญหาที่พบบ่อยในการต่อเติมหลังบ้าน

ปัญหาคลาสิกของการต่อเติมหลังบ้านที่พบบ่อยสุด มักเป็นเรื่องการทรุดตัวของส่วนต่อเติมจนเกิดรอยแยกระหว่างอาคาร และทำให้เกิดรอยรั่วซึมในจุดต่างๆ ตามมา รวมถึงการเปิดปิดประตูและหน้าต่างเริ่มฝืดหรือไม่พอดีกัน 

สาเหตุของปัญหาดังกล่าวเป็นผลมาจากการได้ช่างผู้รับเหมาที่ไม่มีคุณภาพ และตัวเจ้าของบ้านเองก็ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยคิดว่าการต่อเติมนั้นเป็นเรื่องง่าย ใครก็ทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างวิศวกรช่วยประเมินการก่อสร้างต่อเติมให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทั้งในแง่การรับน้ำหนักของโครงสร้าง ชนิดของวัสดุ การเดินระบบไฟฟ้าและประปา ฯลฯ เพื่อให้ฟังก์ชันที่ต่อเติมหลังบ้านใหม่นั้นใช้งานได้จริง ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านใกล้เคียง 

สำหรับการรับมือปัญหาที่พบบ่อยในการต่อเติมหลังบ้าน มีข้อควรปฏิบัติสำคัญดังนี้ 

เตรียมความมั่นคงของพื้นดินก่อนต่อเติมหลังบ้าน 

เนื่องจากสภาพพื้นดินของประเทศไทยมีการทรุดตัวตามธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งหากหมู่บ้านเราสร้างในที่ดินที่เคยชุ่มด้วยน้ำ ยิ่งมีโอกาสทรุดตัวง่ายเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ในงานก่อสร้างบ้านจึงแก้ปัญหาด้วยการลงเสาเข็มยาวทะลุชั้นดินอ่อนลึกไปถึงชั้นดินแข็งที่มีความมั่นคงพอที่จะช่วยรับน้ำหนักของตัวบ้านไม่ให้ทรุดหรือเอียงในอนาคต 

ดังนั้นในการต่อเติมหลังบ้านให้หมดปัญหาการทรุดตัวจึงควรใช้หลักการเดียวกันคือตอกเสาเข็มที่มีความลึกถึงชั้นดินแข็ง แต่อย่างไรก็ตาม การตอกเสาเข็มให้ลึกถึงขั้นนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าของบ้านที่มีงบต่อเติมจำกัดอาจต้องพิจารณาความเหมาะสมและปรึกษาวิศวกรอีกครั้ง

ควรตอกเสาเข็มให้ลึกถึงชั้นดินแข็ง เพื่อป้องกันโครงสร้างบ้านหรือส่วนต่อเติมทรุดตัว
ภาพจาก www.scghome.com

แยกโครงสร้างงานต่อเติมหลังบ้านออกจากโครงสร้างบ้าน

นอกจากการปรับพื้นดินและลงเสาเข็มเพิ่มความมั่นคงให้งานต่อเติมอยู่ในสภาพที่ดีได้นานๆ แล้ว การออกแบบโครงสร้างต่อเติมยังควรแยกจากโครงสร้างบ้านหลักด้วย โดยไม่เอาเสาหรือคานไปฝากยึดไว้กับตัวบ้าน เพื่อเวลาที่พื้นที่ส่วนต่อเติมทรุดตัว (มักเกิดในกรณีใช้เสาเข็มขนาดเล็กหรือตอกไม่ถึงชั้นดินแข็ง) จะได้ทรุดเพียงโซนเดียว ไม่รั้งให้ส่วนอื่นของตัวบ้านทรุดเอียงตามไป ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่อันตรายและแก้ไขได้ยาก

เลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาสำหรับงานต่อเติมหลังบ้าน

การเลือกวัสดุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของฐานรากที่จะต่อเติมหลังบ้าน เพราะหากใช้เสาเข็มที่ตอกลึกเพียงชั้นดินอ่อน วัสดุที่อยู่ด้านบนทั้งหมดก็ควรมีน้ำหนักเบาไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่เป็นการเพิ่มโหลดน้ำหนักในพื้นยิ่งทรุดตัวเร็วขึ้น รวมถึงควรจัดแปลนฟังก์ชันการใช้สอยในส่วนต่อเติมหลังบ้านให้เฉลี่ยการกระจายน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ด้านหนึ่งด้านใดหนักเกินไปจนเกิดการทรุดตัวแบบเอียงได้

สำหรับวัสุดน้ำหนักเบาที่ควรเลือกใช้ เช่น โครงสร้างเหล็ก หลังคาเมทัลชีท ผนังอิฐมวลเบา หรือผนังเบาชนิดโครงเหล็กปิดด้วยซีเมนต์บอร์ดหรือไม้เทียม เป็นต้น 

งานต่อเติมควรแยกจากโครงสร้างหลักของตัวบ้าน และควรใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาไว้ก่อน
ภาพจาก www.scghome.com

สรุปการต่อเติมหลังบ้านที่ดี ต้องใช้ได้จริงและไม่สร้างปัญหากวนใจ

ไม่ว่าเราคิดจะต่อเติมหลังบ้านเพื่อทำเป็นครัวปิด ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ในเมื่อจะต้องเสียเงินแล้วก็ควรจะทำให้ดีไปเลยในครั้งเดียว ซึ่งการต่อเติมบ้านที่ถูกต้องนั้น เราควรศึกษาข้อกฏหมายในพรบ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้การออกแบบพื้นที่ต่อเติมนั้นใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไม่ละเมิดสิทธิ์หรือทำให้เพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาจทำให้เราต้องเสียเงิน เสียเวลา และเสียความรู้สึกที่ต้องรื้อถอนในภายหลัง

นอกจากนี้ ในขั้นตอนก่อสร้างส่วนต่อเติมหลังบ้านยังควรวางแผนการทำงาน ใช้หลักการทางวิศวกรรม และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาระหว่างการใช้งานได้ โดยเฉพาะการทรุดตัวของพื้นดินจนทำให้เกิดรอยแตกร้าวของอาคาร ที่จะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา จนเราต้องตามแก้ไขแบบไม่มีวันสิ้นสุด และนั่นหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายออกไปด้วย 

แต่สำหรับใครที่ไม่อยากมีปัญหากับการต่อเติมหลังบ้าน ลองมาเลือกซื้อบ้านกับ Kaidee Property เรามีแบบบ้านขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เลย ไม่ต้องต่อเติมให้วุ่นวาย หรือจะเลือกซื้อที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านในฝันที่เว็บไซต์เราก็มีเช่นกัน

กระเป๋าลาคอสแนะนำ สำหรับสายคูล ราคาประหยัด

กระเป๋าลาคอสแนะนำ สำหรับสายคูล ราคาประหยัด

โลโก้ หรือตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำหน้าที่สร้างแบรนด์ Identity ช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้นั่นเอง เมื่อพูดถึงโลโก้ของแบรนด์แล้ว ทุกคนคงจะมีภาพโลโก้แบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบปรากฏขึ้นมาในหัวต่างกันไป 


แต่ไม่ว่าโลโก้ในหัวของคุณตอนนี้จะเป็นโลโก้นางเงือกสีเขียว (สตาร์บัค) หรือ เครื่องหมายถูก (Nike)  มีอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นก็คือโลโก้ รูปจระเข้ สีเขียว ที่มักจะถูกปักอยู่บนหน้าอกข้างซ้ายของเสื้อโปโลคุณพ่อ….ใช่แล้วค่ะ แบรนด์นั้นจะเป็นแบรนด์ใดไม่ได้เลยนอกจาก Lacoste (ลาคอส) นั่นเอง

ลาคอส เหมือนแบรนด์อื่นๆ ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ลาคอส มามากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าแฟชั่น, ชุดกีฬา, รองเท้า, น้ำหอม  และที่ขาดไม่ได้เลย ‘กระเป๋าลาคอส’ ที่โด่งดังนั่นเอง 

ปัจจุบันมีกระเป๋าลาคอสหลายรุ่นออกมาให้เลือกซื้อเต็มไปหมด ทั้งแบบสะพายข้าง, กระเป๋าสตางค์, กระเป๋าคาดเอว และอื่นๆ แม้ว่ากระเป๋าลาคอสอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับใครหลายคน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนม คุณภาพดี ราคาประหยัด ที่เป็นตำนานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่แล้ว กระเป๋าลาคอสขึ้นแท่นอันดับต้นๆ แน่นอน

วันนี้เราได้รวบรวมกระเป๋าลาคอสที่มั่นใจได้ว่าคุณภาพดี แถมราคาก็น่ารักมาฝากกัน รับรองว่าหลังจากจบบทความนี้ ทุกคนจะมีมุมมองเกี่ยวกับกระเป๋าลาคอสที่เปลี่ยนไปแน่นอน เรามาเริ่มจากจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็น Lacoste กันก่อนเลย

จุดเริ่มต้นของกระเป๋าลาคอส

lacoste.com

เจ้าจระเข้สีเขียว หรือ โลโก้ Lacoste (ลาคอส) เป็นสัญลักษณ์ที่เราคุ้นหน้ากันดี เนื่องจากแบรนด์ลาคอส อยู่คู่กับเรามานานกว่า 70 ปี และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก 

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เริ่มต้นจากนักกีฬาเทนนิสชื่อดัง เรอเน่ ลาคอสท์ (Mr. Rene’ Lacoste) ผู้มีฉายา ‘Crocodile หรือ จระเข้’ จากฝีมือดุเดือด และการเอาชนะคู่แข่งราวกับกับจระเข้ที่กำลังล่าเหยื่อ ความสามารถดุเดือดนี้เอง ทำให้เพื่อนในทีมของเขา วาดรูปจระเข้บนเสื้อเทนนิสให้เขาทุกครั้งที่ลงแข่ง 

ต่อมาในปี ค.ศ 1933 เรอเน่ ได้ก่อตั้งบริษัท ‘ลา เชอมิส  ลาคอสท์’ เพื่อส่งออกเสื้อกีฬาที่มีสัญลักษณ์จระเข้ไว้บนหน้าอก  ทั้งนี้ลาคอสก็ได้กลายเป็นผู้นำ ที่นำโลโก้ของแบรนด์มาปักที่ตัวสินค้า ให้ลูกค้าเรียกสินค้ากันอย่างติดปากว่า “เสื้อลาคอส” “หมวกลาคอส” “รองเท้าลาคอส” และ “กระเป๋าลาคอส” นั่นเอง 

ด้วยคุณภาพของเนื้อผ้าและดีไซน์สุดคลาสสิคเหนือกาลเวลา ลาคอสจึงได้รับความนิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้ทยอยออกสินค้ามาวางขายมากมาย หนึ่งในนั้นคือกระเป๋าลาคอส


กระเป๋าลาคอสเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อเดียว ที่นำเอา “เทรนด์แฟชั่น” และ “การกีฬา” เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ผลลัพธ์คือความสง่างามแต่เรียบง่ายนั่นเอง ดีไซน์ของกระเป๋าลาคอสจะไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ ให้ผู้ใช้ได้เลือกเสื้อผ้าตามสไตล์ที่ชอบ โดยไม่ต้องกังวลว่าชุดที่ใส่จะไม่เข้ากันกับกระเป๋าลาคอสแต่อย่างใด

กระเป๋าลาคอส ดีไซน์ทันสมัย แนะนำ 

1. คอลเลกชัน “National Geographic Animal Print Backpack”

เมื่อพูดถึงกระเป๋าลาคอส หลายคนคงนึกถึงแต่กระเป๋าสีน้ำเงินเข้มลายเรียบๆ พร้อมกับตราจระเข้สีเขียวเล็กๆ ใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วกระเป๋าลาคอสมีแบบเก๋ๆ ให้เลือกอีกมากมายเลย ทางแบรนด์เองก็ขยันทำ Collaboration กับศิลปินชื่อดัง เพื่อให้กระเป๋าลาคอสไม่ตายตามกาลเวลาอีกด้วย

ครั้งนี้กระเป๋าลาคอส กลับมาทวงบัลลังก์คืนกับคอลเลกชันใหม่ที่ชื่อว่า “National Geographic”

ซึ่งคอลเลกชันนี้จะเป็นกระเป๋าเป้ลายหนังสัตว์ (Animal Print) และมีให้เลือกถึง 3 ลาย

ได้แก่ ลายม้าลาย, ลายเสือสีน้ำตาลคลาสสิค และ ลายเสือสีฟ้าดำ

โดยกระเป๋าลาคอสใบนี้ มีขนาด 12.8 x 16.8 x 5.2 นิ้ว มาพร้อมกับช่องซิปกระเป๋าหน้า เพิ่มความจุในการใส่สัมภาระ ด้านในกระเป๋าเพิ่มช่องใส่ Laptop อีก 1 ช่อง รวมทั้งสิ้นกระเป๋าลาคอสใบนี้ มีช่องแยกใ่ของให้คุณทั้งหมด 3 ช่อง เลยทีเดียว

 นอกจากนี้สายสะพายของเขาใบนี้ ก็สามารถปรับให้เข้ากับรูปร่าง เพื่อความสบายในการสะพายได้ด้วย

2. “Croco Crew Grained Leather Bucket Bag”

ล่าสุดแบรนด์ลาคอสได้วางจำหน่ายกระเป๋าลาคอสทรง ‘Bucket Bag’ ใบแรกจากแบรนด์ โดยมีชื่อว่า ‘Croco Crew Grained Leather Bucket Bag’ ซึ่งกระเป๋าลาคอสนี้ มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เพิ่มความจุในการใส่สิ่งของได้มากกว่าเดิม ด้วยขนาดของกระเป๋าที่กว้างถึง 6.7 x 8.2 x 5.1 นิ้ว 

ภายในกระเป๋าประกอบด้วยช่องซิป 1 ช่อง พร้อมกับช่องใส่โทรศัพท์มือถืออีก 1 ช่อง 

เท่านี้ยังไม่พอ กระเป๋าลาคอสใบนี้นอกจากจะทำมาจากหนัง Grained Leather แท้ 100 % แล้ว ยังมีจุดเด่นที่สายสะพายโซ่ เพิ่มความสง่างามและความมีราคาให้กับตัวกระเป๋าสะพายข้างลาคอสใบนี้ได้อย่างดีเยี่ยม

3.  คอลเลกชัน “Chantaco Leather Crossbody Bag”

กระเป๋าลาคอสสะพายหน้า-หลังสำหรับผู้ชายใบนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ที่เรียบง่าย ผสม ความมินิมอล คล้ายคลึงกับทรงกระเป๋านักเรียนชายของเด็กญี่ปุ่น 


ดีไซเนอร์ของลาคอสผู้ออกแบบคอลเลกชัน ‘Chantaco’ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ ขณะที่เขาเยี่ยมชมเมือง Chantaco ประเทศฝรั่งเศส นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ Collection Chantaco นั่นเอง

แต่แน่นอนว่าได้ชื่อว่าเป็นกระเป๋าลาคอสแล้ว คุณภาพและความพรีเมียมต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก กระเป๋าลาคอสใบนี้ทำมาจากหนังวัวแท้ 100% แบบ Piqué (หนังลายนูน) ตบท้ายด้วยความหรูด้วยซิปโลหะเงิน เงางาม ที่ด้านหน้าและด้านหลังของกระเป๋า

ภายในกระเป๋าลาคอสใบนี้ มีความกว้าง  6.3 x 11.4 x 2.4 นิ้ว และมีช่องด้านในทั้งหมด 2 ช่อง เรียกได้ว่าไม่ใช่กระเป๋าลาคอส ใบเล็กๆ อย่างที่คิดแน่นอน

4. “Fashion Show Two-Tone Leather Double Tote”

กระเป๋าลาคอสใบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก คอลเลกชัน Run Way ของแบรนด์เอง จุดเด่นของกระเป๋าลาคอสใบนี้ มาพร้อมกับดีไซน์บล็อก 2 สี สลับสีระหว่างด้านหน้า-หลังกระเป๋า ความจุของกระเป๋าอยู่ที่ขนาด 13 x 13.4 x 6.3 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่กว้างมากสำหรับกระเป๋าทรง Tote Bag 

กระเป๋าลาคอส Two-Tone Leather Double Tote ใบนี้ มีช่องใส่ของทั้งหมด 2 ช่องใหญ่ และ 1 ช่องซิป ตรงกลางกระเป๋าระหว่าง 2 สี 

อีกทั้งยังมาพร้อมกับสายสะพายไหล่ ที่สามารถถอดออกได้สำหรับวันสำคัญที่ต้องการลุคผู้ใหญ่

5. “Croco Crew Detachable Shoulder Strap”

สำหรับน้องๆ มหาลัยคนไหน ที่กำลังหากระเป๋าขนาดพอดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ขอแนะนำกระเป๋าลาคอสรุ่นนี้เลยค่ะ 

รุ่นนี้ต่างจากรุ่น Croco Crew Grained Leather Zip Shoulder Bag ตรงสายสะพาย ที่เปลี่ยนจากสายโซ่โลหะ เป็นสายสะพายผ้าแทน เพื่อความสปอร์ตยิ่งขึ้น

Croco Crew Detachable Shoulder Strap มีดีไซน์ที่ทันสมัยกว่าเดิม ด้วยสายสะพายข้างหนา ที่สามารถถอดออกและปรับความสั้น-ยาว ได้ตามสไตล์ที่ผู้ใช้ต้องการ กระเป๋าลาคอสใบนี้ยังแตกต่างด้วยการนำสี 2 สี ที่ตัดกันมาไว้เข้าด้วยกัน เพื่อไฮไลท์ความโมเดิร์นของดีไซน์ได้อย่างลงตัว

หนังที่ใช้ยังเป็นหนัง Grained leather แท้ 100% ขนาดของกระเป๋าอยู่ที่ 7 x 5.1 x 2.3 นิ้ว ซึ่งสามารถบรรจุกระเป๋าสตางค์ขนาดยาวมาตรฐานและสมาร์ทโฟนได้สบาย

เท่านี้ยังไม่พอ กระเป๋าลาคอสเก๋ๆ ใบนี้ ยังมาด้วยกันถึง 2 สี ได้แก่ สีขาวครีม สำหรับสาวๆ ที่รักความมินิมอล และสีส้มโอลด์โรส สำหรับสายเปรี้ยวโดยเฉพาะอีกด้วย

6. คอลเลกชัน “Jean-Michel Tixier Printed Cotton Tote”

ขอปิดท้ายด้วยกระเป๋าลาคอสสุดแนวขวัญใจเด็กอาร์ต กับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของลาคอส ที่เพิ่งออกมาแบบสดๆ ร้อนๆ 
ในครั้งนี้ลาคอสได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศส Jean-Michel Tixier ในการออกแบบสินค้าทุกชิ้นในคอลเลกชัน จึงเป็นที่มาของชื่อคอลเลกชัน ‘Jean-Michel Tixier’ นั่นเอง

ผลงานศิลปะของ Jean-Michel Tixier ในครั้งนี้ ได้เกิดจากการนำโลโก้ Iconic รูปจระเข้สีเขียวของลาคอสมาเปลี่ยนโฉมเป็นตัวการ์ตูนที่มีสไตล์ Retro ผสมกับศิลปะร่วมสมัยนิดๆ ออกมาเป็นลายจระเข้สุดน่ารัก เหมือนในรูปกระเป๋าลาคอสด้านข้างนี้เลย

คอนเซ็ปต์หลักของกระเป๋าลาคอสจากคอลเลกชันนี้ จะต่างจากกระเป๋าลาคอสใบอื่นที่กล่าวมา เนื่องจากกระเป๋าลาคอสใบนี้เน้นดึงดูดกลุ่มลูกค้า ที่ให้ความสำคัญกับความสบายและการใช้งาน มากกว่าความหรูหรา 

ไม่ว่าจะรุ่นไหน ก็เลือกกระเป๋าลาคอส

ตามที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่า กระเป๋าลาคอส จะมีดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างดีไซน์ สปอร์ตแวร์ กับ ความเรียบหรูแบบลักชัวรี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว และไม่ว่าจะผ่านไปกี่สมัย เทรนด์แฟชั่นจะเปลี่ยนไปเพียงใด ลาคอสยังคงดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรู คลาสสิค เหนือกาลเวลา ไม่มีเปลี่ยน 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เสื้อผ้าและกระเป๋าลาคอส อยู่คู่กับเรามาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะคะ
คนไหนสนใจกระเป๋าลาคอสสักใบ แต่เพราะสถานการณ์โควิดไม่อยากเสี่ยงไปห้าง แวะมาช้อปกันที่เว็บ Kaidee ได้นะคะ นอกจากสินค้าของแท้ ราคาประหยัดแล้ว เรายังมีฟีเจอร์ KD Pay ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับชำระเงินระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย แถมยังรับประกันคืนเงินหากไม่ได้รับสินค้าอีกด้วย ให้การซื้อสินค้าของคุณง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้นคลิกเลย

ทำเลดี ดูอย่างไร? พร้อม 5 ทำเลศักยภาพสูง น่าลงทุนเพื่ออนาคตใน กทม.

ทำเลดี ดูอย่างไร? พร้อม 5 ทำเลศักยภาพสูง น่าลงทุนเพื่ออนาคตใน กทม.

ในยุคที่อะไรต่อมิอะไรก็ไม่แน่นอน คนเราย่อมพิจารณาการจับจ่ายหรือเลือกสิ่งของให้ตัวเองอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น รวมไปถึงการลงทุนที่ผู้ลงทุนเริ่มมองผลประกอบการในระยะยาวมากยิ่งขึ้น จากความผันผวนของเศรษฐกิจในปัจจุบัน และทุกความเสี่ยงหมายถึงโอกาสในการสูญเงินโดยใช่เหตุ

อสังหาริมทรัพย์หรือทำเลที่ดินก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงจากการลงทุนเช่นเดียวกัน เพราะหากเลือกลงทุนในพื้นที่ทำเลทอง ก็จะทำให้เราสามารถทำกำไรจากที่ดินนั้นได้ หรืออาจถึงขั้นสร้างเป็นธุรกิจระยะยาว โดยการใช้ประโยชน์จากทำเลดังกล่าว (ร้านอาหาร หรือศูนย์การค้าคือตัวอย่างที่ดีในข้อนี้)

ในขณะเดียวกัน หากเราเลือกทำเลที่ไม่ดี ก็คงเหมือนกับการจั่วไพ่บอดให้ตัวเอง จะช้าหรือเร็ว ก็คงต้องสูญเงินจากการลงทุนดังกล่าวไป

ทำเลที่ดีมีอนาคตดูจากอะไร

ด้วยเหตุนี้แล้ว ทำเลที่ดีย่อมทำให้เราเป็นต่อในการทำกำไรมากขึ้น แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า ทำเลไหนในกรุงเทพมหานครของเราที่กำลังมาแรง และจะแรงต่อไปในอนาคต เหมาะกับทุกจุดประสงค์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยหรือการลงทุน เราควรมาดูกันว่า อะไรคือตัวตัดสินการเป็นทำเลที่ดี หรือที่นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญเรียกกันติดปากว่า “ทำเลศักยภาพ”

  1. การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ

การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการเป็นทำเลที่ดีในอนาคต เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะที่ดี จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างชุมชนที่อยู่อาศัยกับย่านเศรษฐกิจสำคัญของประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้คนเดินทางสู่จุดหมายได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

เมื่อการเดินทางมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ย่อมเป็นการเชื้อชวนให้มีคนหลั่งไหลมาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจในทำเลดังกล่าวมีการขยายตัวมากขึ้นไปอีก วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะหมุนวนลูปอย่างนี้ต่อไปไม่รู้จบ

ฉะนั้นแล้ว ทำเลที่ดีจึงต้องมาพร้อมกับระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินรถประจำทางสาธารณะ หรือรถเมล์ เส้นทางรถไฟฟ้า แท๊กซี่ที่มีบริการเพียงพอ จนถึงเส้นทางหลวง ถนนสายหลัก หรือทางพิเศษที่ช่วยเสริมการเดินทางให้ง่ายขึ้น

  1. โครงการพัฒนาจากภาครัฐและเอกชน

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พื้นที่มีความเจริญขึ้นคือแผนการพัฒนาที่ออกมาในรูปแบบของโครงการพัฒนาจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงพื้นที่ การปรับปรุงผังเมือง หรือการสร้างสาธารณูปโภคที่ทันสมัยมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องนี้ คือโมเดล Smart City ที่เริ่มต้นนำร่องในจังหวัดใหญ่ๆ อย่างภูเก็ต หรือขอนแก่น ซึ่งทำให้ที่ดินในจังหวัดดังกล่าวมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากศักยภาพในการขยายตัว และการรองรับระบบเศรษฐกิจมหภาค

หรือจะเป็นการพัฒนาที่ภาคเอกชนเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ ซึ่งแม้จะไม่ใช่การปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงในแง่ของผังเมือง หรือสาธารณูปโภค แต่การเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อสร้างแหล่งกระจายรายได้อย่างศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ศูนย์รวมความบันเทิง หรือจะเป็นในแง่ของสำนักงาน ออฟฟิศ หรือบริษัทห้างร้านต่างๆ ก็ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาของทำเล และโอกาสในการเข้ามาลงทุน

แถมให้เล็กน้อยกับหน้าตาผังเมือง กทม. รูปแบบใหม่ล่าสุด ตรงไหนเป็น Hotspot ตรงไหนเป็นโซนอะไร บทความจาก Prop2morrow รวมรวมข้อมูลมาให้ทั้งหมดแล้วครับ ที่นี่เลย ลิงก์บทความ

ทำเลที่ดีต่อการลงทุน หน้าตาเป็นอย่างไร

ให้ลองนึกภาพการลงทุนในตราสารทุนประเภทหุ้นสามัญ (หรือเรียกง่ายๆ ก็ได้ว่า “การเล่นหุ้น”) หรือหากใครไม่เคยเล่นหุ้น อาจลองนึกถึงการลงทุนซื้อขายทองคำแทน การที่เราจะทำกำไรจากการลงทุนของเราได้นั้น ง่ายนิดเดียว นั่นคือเราต้องซื้อสินทรัพย์มาในราคาต่ำ และขายออกไปในช่วงเวลาที่สินทรัพย์นั้นมีราคาแพงขึ้น

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นไปตามกฎนี้เช่นเดียวกัน หากเราต้องการครอบครองที่ดินดีๆ ในราคาย่อมเยา เราอาจต้องเฟ้นหา หรือสังเกตจากปัจจัยต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดย Kaidee Property เองก็มีคำแนะนำเล็กน้อยมาฝากกัน

ทำเลที่ยังไม่มีโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมากนัก

จริงอยู่ที่ผมเพิ่งยกตัวอย่างกรณีของทำเลที่มีโอกาสเจริญเติบโตสูง ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยอยู่ในอัตราสูง แต่ในหัวข้อนี้ เรากำลังพูดถึงโอกาสในการทำกำไรของนักลงทุน

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรมองจึงเป็นเรื่องของคู่แข่ง และโอกาสในการเข้าทำกำไรเช่น หากเราต้องการจะทำบ้านเดี่ยวเพื่อปล่อยเช่า หรือขายออกไป และพื้นที่ดังกล่าวมีโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม หรือบ้านจัดสรรอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ก็มีโอกาสสูงที่เราจะคว้าน้ำเหลวกลับมาจากการลงทุน

ศึกษาความสัมพันธ์ของพื้นที่กับรูปแบบการลงทุน

ก่อนที่จะเข้าทำ (กำไร) ควรศึกษาแผนการเล่นให้รอบคอบเสียก่อน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ประชากร และความเปลี่ยนแปลงในอนาคตให้ดี เพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด และโอกาสมากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ระบบขนส่งสาธารณะมีเพียงรถประจำทางไม่กี่สาย และใช้เวลานานกว่าจะเดินทางไปถึงถนนหลัก หรือเส้นทางพิเศษ ก็คงไม่เหมาะจะลงทุนทำสำนักงานให้เช่าแต่อย่างใด เพราะผู้คนเดินทางลำบากเกินไป การติดต่อธุรกิจก็จะทำได้ยากตามไปด้วย

และในขณะเดียวกัน หากเราต้องการลงทุนซื้อที่ดินเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่า ลองใช้เวลาศึกษาพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เพื่อดูว่าในละแวกใกล้เคียงนั้น มีสำนักงาน ออฟฟิศ หรือสถานที่ทำงาน อยู่หนาแน่นมากขนาดไหน และคนที่ทำงานในบริษัทดังกล่าวมีฐานเงินเดือนเท่าไร เพื่อให้เราสามารถกำหนดราคาในการปล่อยเช่า รวมถึงสามารถคำนวณต้นทุนในการลงทุนของเราได้ด้วย

5 ทำเลศักยภาพสูง น่าลงทุนใน กทม.

นอกจากวันนี้ Kaidee Property จะมาแนะนำลักษณะของพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง พร้อมสอนเคล็ดลับการซื้อที่ดินหรือที่อยู่อาศัยเพื่อทำกำไรแล้ว เรายังขอนำ 5 ทำเลดี มีศักยภาพ น่าซื้อเพื่อการลงทุนหรือเก็บไว้เป็นทรัพย์สมบัติของตัวเอง ใครอ่านจบก่อน ก็อาจมีเวลาตัดสินใจก่อน รีบซื้อ รีบรวยก่อนก็เป็นได้

เส้นสุขุมวิทตั้งแต่อ่อนนุชจนถึงอุดมสุข

พื้นที่ตั้งแต่อ่อนนุช บางจาก ปุณณวิถี และอุดมสุขถือเป็นพื้นที่ที่มีการหว่านเมล็ดลงไปบ้างแล้ว และตอนนี้ใกล้จะได้ถึงเวลาเห็นการสุกงอมเต็มที เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า พื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิทนั้นถือเป็นทำเลยอดนิยม และมีศักยภาพสูงมากในการพัฒนา โดยเฉพาะถนนสุขุมวิทตั้งแต่อโศกลงมาจนถึงเอกมัย

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในถนนสุขุมวิทที่ไล่ยาวตั้งแต่อ่อนนุช ลงไปจนถึงอุดมสุขมากขึ้น โดยอาจเพราะพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวยังมีราคาไม่สูงมากนัก หากเทียบกับพื้นที่สุขุมวิทในตัวเมือง อีกทั้งในช่วงครึ่งทศวรรษหลัง ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณนี้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดความนิยมตามๆ กันมา

เราจะเริ่มเห็นการสร้างคอนโดมิเนียมในหลากหลายระดับมากขึ้น อาทิโครงการ Ramada Plaza Residence 48 By Siamese Asset หรือจะเป็น IDEO Sukhumvit 93 (หากต้องการข้อมูลเรื่องคอนโดมิเนียมในละแวกสุขุมวิทเพิ่ม ลองอ่านบทความนี้ดู แนะนำ 6 คอนโดสุขุมวิทน่าซื้อ ทำเลคุณภาพ ราคาดี) อีกทั้งยังมีสำนักงานและอาคารการเรียนรู้สุดล้ำอย่าง True Digital Park ด้วยเช่นกัน

ส่วนอีกสาเหตุสำคัญ นอกจากเรื่องของราคาแล้ว คือเรื่อง ความสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าที่ใช้เวลาเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไม่ถึง 10 นาที หรือจะเป็นถนนสุขุมวิทหลักที่จะเดินทางเข้าเมือง หรือออกต่างจังหวัดก็ทำได้ไม่ยากเย็น (แม้ความหนาแน่นทางจราจรอาจจะสูงอยู่บ้าง ในช่วงเวลาเช้าและพลบค่ำ)

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกนี้)

สี่แยกบางนา

ถัดจากอุดมสุข เราก็มาต่อกันที่บางนาทันที สาเหตุที่เราไม่ได้รวม “บางนา” เข้าไว้กับข้อที่แล้ว เพราะตัวพื้นที่มีความโดดเด่นที่เราอยากจะเน้นย้ำแบบแยกโดดเสียมากกว่า โดยอย่างแรกที่ต้องการเน้นย้ำเลยคือ พื้นที่ในย่านบางนามีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเหตุผลที่มีด้วยกันหลายประการ

อย่างแรกเลยคือเรื่องของการคมนาคมที่มีรถไฟฟ้า BTS และถนนเส้นหลักหลายเส้นรองรับการเดินทาง ไม่ต้องห่วงเรื่องเข้าเมืองหรือเดินทางออกไปเที่ยวตามต่างจังหวัดในวันหยุดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัล บางนา อิเกีย และเมกา บางนา (จะเยอะเกินไปแล้วนะ) หรือแบงค็อก มอลล์บริเวณสี่แยกบางนาที่กำลังดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้ และอย่าลืมสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างศูนย์จัดแสดงนิทรรศการและสินค้านานาชาติสุดยิ่งใหญ่อย่างไบเทค บางนา ที่ยังถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจระดับประเทศของเรา

อีกส่วนหนึ่งที่ถือเป็นจุดเด่นของละแวกบางนาคือสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีครบถ้วน ทั้งโรงเรียนและสถานศึกษา  เพราะเริ่มมีโรงเรียนทั้งเอกชนและนานาชาติมาเปิดให้บริการมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคต ย่านบางนาอาจจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของครอบครัวใหม่ในการมาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยก็เป็นได้เช่นกัน นี่ยังไม่นับในส่วนของสำนักงาน ออฟฟิศต่างๆ อย่างตึกภิรัชทาวเวอร์ที่ตั้งทำการติดกับไบเทค บางนาอีกด้วยนะครับ เรียกว่าย่านเดียว อยู่ได้ทั้งครอบครัว

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกบางนา)

เกษตร – นวมินทร์

อีกพื้นที่ทำเลทองเพื่อการลงทุนในอนาคตก็ตกเป็นทำเลใดไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พื้นที่ตามแนวถนนเกษตร นวมินทร์ที่ในช่วงทศวรรษกว่าๆ ที่ผ่านมา มีราคาปรับตัวสูงขึ้นตลอด อันเนื่องมาจากตัวทำเลมีโครงการห้างสรรพสินค้า และพื้นที่เพื่อการจับจ่ายใช้สอยผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยังมีสถานศึกษา และมหาวิทยาลัยเลื่องชื่ออยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณนี้จะมีวัยรุ่นมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ รถไฟสายสีน้ำตาลที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่กี่ปี ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้ให้สูงขึ้นไปอีก เพราะการเดินทางทำได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ผู้คนเดินทางเข้าตัวเมืองสะดวก หรือเดินทางออกต่างจังหวัดก็ทำได้รวดเร็ว ยังไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ที่เชื่อมต่อถนนหลักสำคัญหลายเส้นด้วยกันอีกต่างหาก

สุดท้ายเลยคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ลงความเห็นตรงกันว่า กำลังในการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่จะผลักดันให้ผังเมืองในย่านเกษตร-นวมินทร์มีความเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมพร้อมต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของสำนักงานที่มากขึ้น หรือห้างสรรพสินค้าที่หลากหลายขึ้น ก็ต้องติดตามกันต่อไป

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกเกษตร – นวมินทร์)

ห้าแยกลาดพร้าว

อันที่จริงแล้ว พื้นที่บริเวณลาดพร้าวถือว่ามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่การเข้ามาของสถานีห้าแยกลาดพร้าวที่ให้บริการโดย BTS และสถานีพหลโยธินที่ให้บริการโดย MRT นั้น ยิ่งส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตทั้งในแง่ของเทคโนโลยี การแข่งขันและขนาดเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากการเดินทางในตัวเมืองแล้ว ห้าแยกลาดพร้าวยังเป็นที่ตั้งของสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งจะเป็น Transportation Hub หรือ “ศูนย์กลางการคมนาคม” แห่งใหม่ของประเทศไทยอย่างแน่นอน แทนที่หัวลำโพงที่อยู่คู่คนไทยมาช้านานนม ต่อจากนี้ การเดินทางเข้าออกตัวเมืองหลวงผ่านรถไฟสายหลัก จะต้องผ่านบริเวณนี้ทั้งสิ้น การลงทุนเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง หรือที่พักอาศัยชั่วคราวในบริเวณดังกล่าวจึงน่าจะตอบโจทย์และสอดคล้องกับการพัฒนาของพื้นที่

ลาดพร้าวกำลังเป็นพื้นที่ที่ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมเข้ามาจับจองโอกาสทองครั้งนี้กันเป็นจำนวนมากอาทิโครงการ Groove Scape 48 ทำให้ในอนาคต พื้นที่ห้าแยกลาดพร้าวจะเป็นทั้งศูนย์กลางการเดินทางและพาณิชยกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งเป็นแน่

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกลาดพร้าว)

เจริญนคร

ปิดท้ายกันด้วยพื้นที่ทำเลทอง (ทองจริงๆ เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีทอง) อย่างย่านเจริญนคร ย่านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายผสมของความเป็นเมืองเก่าที่คลุกเคล้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม ผสานกลิ่นหอมโชยอ่อนของโมเดิร์นวิถี และการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตัวเมือง

เราจะเริ่มเห็นการผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ดของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ รวมไปถึงศูนย์รวมความบันเทิงมากมายอย่าง ICON SIAM หรือ ASIATIQUE และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มุมถ่ายรูปชิคๆ มากมายไว้ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว และเหล่าวัยรุ่น รวมถึง Co-working space และโรงแรมที่จะมีผลต่อการทำธุรกิจในบริเวณนี้

การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีทองก็ย่อมมีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ย่านเจริญนครทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วยให้คนหลั่งไหลเข้ามาง่ายกว่าเดิมมากเลยทีเดียว

จะสังเกตได้ว่า คอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยที่ก่อสร้าง หรือเปิดให้เข้าพักอาศัยนั้นจะเป็นระดับ Top-Tier Luxury แทบทั้งสิ้น โดยคาดว่าน่าจะมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วที่ดึงดูดการเข้ามาของเศรษฐีและนักลงทุน อีกทั้งผังเมืองฉบับใหม่ของภาครัฐยังกำหนดชัดเจนให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง ที่พร้อมรองรับระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศต่อไป

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกละแวกเจริญนคร)

New CBD ย่านรัชดา-พระราม 9

หลายคนอ่านมาจนถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่า ทำไมผมไม่ได้พูดถึงย่านศักยภาพโคตรจะสูงอย่างรัชดา-พระราม 9 เลยล่ะ คืออย่างนี้ครับ รัชดา-พระราม 9 เป็นย่านที่มีการลงทุนเกิดขึ้นมากมาย เป็นย่านที่มีความเจริญอย่างคับคั่งมากพอแล้ว แต่ก็ยังมีศักยภาพในการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Content Writer สุดเก๋าของ Kaidee อย่างพี่ปาล์มก็เคยเขียนเกี่ยวกับพื้นที่นี้อย่างละเอียดและครบถ้วนไว้ตรงนี้เรียบร้อยแล้ว New CBD ย่านความเจริญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ผมจึงอยากจะเผื่อพื้นที่ภายในบทความนี้ไว้เพื่อบอกเล่าถึงพื้นที่ศักยภาพสูง และกำลังจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในอนาคตแทนครับ

รีบจับจองทำเลดีมีศักยภาพใน กทม. เลย

หากใครอ่านบทความนี้แล้ว เกิดอาการอยากลงทุน ผมก็ขออนุญาตแนะนำให้ทำการบ้านอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ ศึกษาพื้นที่และทำเลที่คุณต้องการลงทุนด้วยตนเอง ผมขอให้บทความนี้เป็นพื้นฐานอันแข็งแกร่งของผู้อ่านก็แล้วกันนะครับ

BMW X1 ดีกว่ารุ่นอื่นใน BMW อย่างไร ถึงต้องซื้อ!

BMW X1 ดีกว่ารุ่นอื่นใน BMW อย่างไร ถึงต้องซื้อ!

สาเหตุที่ทำไมที่ต้องซื้อ BMW X1 เพราะ BMW คือรถยนต์แบรนด์หรูที่ใครหลายคนก็นึกฝันอยากจับจองเป็นเจ้าของสักคน ทั้งความโด่งดังในแง่ของสมรรถนะอันแข็งแกร่ง รวมถึงเรื่องภาพลักษณ์ที่ดูดีกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ทำตลาดหลักในประเทศไทย 

แต่ข้อจำกัดที่ทำให้ทุกคนซื้อรถยนต์คันนี้มาเป็นของตนเองไม่ได้ ก็มาจากเรื่องของภาษีนำเข้าที่แพงแสนแพง ไหนจะค่าครองชีพที่ไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่ทุกคนมี การซื้อรถของแบรนด์ BMW กลายเป็นเรื่องยากไปเลย

ยิ่งในช่วงนี้ที่คนไม่อยากจะใช้เงินเสียเท่าไร แต่บางทีรถก็มาถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนของมันซะแล้ว ยิ่งเราทำงานยิ่งโตขึ้นบางทีการทำตามความฝันอย่างการเป็นเจ้าของรถ BMW X1 ก็อยากให้มันเป็นจริงสักครั้ง แล้วทำไมต้องเจาะจงเป็นรุ่น BMW X1 ด้วยล่ะ จะมีดีและอะไรที่น่าสนใจกว่ารุ่นอื่นยังไง มาแจงกันเลย!

ทำไมต้องซื้อ BMW X1 

เรามาดูรายละเอียดความน่าสนใจของ BMW X1 กันดีกว่าว่าทำไมต้องซื้อ BMW X1 หากคุณเริ่มต้นอยากได้ BMW X1 สักคัน ก็ลองศึกษารายละเอียดคร่าว ๆ ของรถยนต์ BMW รุ่นนี้ให้ดี เพราะรถคันนี้จะมีคำตอบให้กับ “รถยนต์ในฝัน” ที่คุณตามหาอยู่! 

ราคาที่ถูกกว่า

รถยนต์ในฝันของคุณต้องมาพร้อมกับราคาที่น่าผูกมิตรด้วยใช่ไหมล่ะคะ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่รถยนต์ BMW X1 ที่เป็นรถยนต์ SAV (Sport Activity Vehicle) กล่าวสั้น ๆ คือรถยนต์ที่พร้อมสำหรับการออกไปทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือเส้นทางออฟโร้ด รถ SUV คันนี้ก็พร้อมพาคุณตะลุยไปทุกที่ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ คล้ายกับได้ไปเที่ยวในห้วงอวกาศที่ยังมีหลายสถานที่ให้คุณได้ไปค้นพบ

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว จุดเด่นที่น่าสนใจของ BMW X1 ที่มีความแตกต่างและความน่าสนใจมากกว่ารุ่นอื่น ๆ คือราคาที่เริ่มต้นเพียง 1.9 ล้าน เรียกได้ว่าเป็นรถ SUV คันใหญ่แต่เป็นรุ่นที่ราคาน้อยและเล็กเกือบที่สุดของแบรนด์ BMW แล้ว ถ้าหากคำนวณการผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่เพียง 17,999 บาท ต่อเดือนเท่านั้น

ถึงจะมีใครหลายคนยังตั้งข้อสงสัยว่า ที่ทำราคาได้ถูกกว่ารุ่นอื่น ๆ แปลว่าวัสดุและสมรรถนะจะมีคุณภาพด้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ ในแบรนด์เดียวกันหรือเปล่า ต้องพูดเลยว่า ด้วยราคาที่ 1.9 ล้านบาท BMW X1 กลับให้สมรรถนะที่เทียบเคียง BMW ที่อยู่ในซีรีส์ X เกือบทั้งหมด จึงตัดปัญหาน่ากังวลใจนี้ไปได้เลย 

Plug-in Hybrid

ด้วยการเล็งเห็นช่องทางในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนยานยนต์ด้วยไฟฟ้า ทำให้ทาง BMW เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องของ Plug-in Hybrid มากยิ่งขึ้น โดยเริ่มมีการเปิดตัวรุ่น BMW X1 ที่เป็นเครื่องยนต์ชนิด Plug-in Hybrid เข้ามา 

แม้เครื่องยนต์ประเภทนี้จะยังไม่ได้เข้าไทยอย่างเป็นทางการ แต่นี่คือหนึ่งในความคาดหวังวา่ BMW X1 ที่จะออกมาในปี 2021 จะมีการนำเข้าตัว Plug-in Hybrid ในรุ่นนี้เข้ามา เพราะนอกจากจะทำให้รถยนต์มีการประหยัดน้ำมันมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดอัตราการปล่อยมลพิษ CO2 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นับเป็นกระแสและทิศทางของรถยนต์ที่น่าสนใจในปี 2021 นี้เลยทีเดียว เพราะถึงแม้จะมีรถยนต์ประเภทไฟฟ้า 100% (EV) เข้ามาแล้ว แต่ความจริงที่ว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมกับเทคโนโลยีไฟฟ้า 100% เท่าไรนัก ไหนจะเรื่องของจำนวนจุดให้บริการเติมไฟ และไหนจะเรื่องของเทคโนโลยี Wall Box Charger ที่มีราคาสูงทำให้การติดตั้งต้องใช้เงินในจำนวนมาก ไม่เอื้อต่อการขับขี่เสียเท่าไรนัก 

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid จึงเป็นเทคโนโลยีน่าสนใจและเป็นกระแสที่กลุ่มคนขับรถยนต์ประเภท SUV นั้นเลือกซื้อเป็นอันดับต้น ๆ สังเกตได้จากที่ค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มมีการผลิตรถยนต์ประเภท Hybrid ออกมาเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นหนึ่งจุดที่น่าจับตามองสำหรับ Plug-in Hybrid ในรถยนต์แบรนด์หรูฝั่งยุโรป อย่าง BMW X1 

เกียร์ 8 จังหวะในเครื่องดีเซล

จัดเป็นเรื่องหาได้ยากในประเภทเครื่องยนต์ดีเซล แต่ไม่ใช่กับรถยนต์ BMW โดยเฉพาะ BMW X1 ที่ให้ความน่าประหลาดใจอย่างการนำเกียร์ 8 จังหวะมาใส่ในเครื่องยนต์ดีเซล ทำให้สมรรถนะของรถพุ่งทะยานไปได้ไกลกว่าที่เคย

ใครที่กำลังมองหารถยนต์ SUV ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถมยังให้อัตราเร่งและอัตราการเปลี่ยนเกียร์น่าสนใจก็ต้องห้ามพลาดที่จะศึกษารายละเอียดรถยนต์รุ่น BMW X1 นี้ 

อัตราความแรงยังไม่สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ เพราะแรงม้าที่รถรุ่น BMW X1 โดยเฉพาะกับ รุ่น X1 sDrive20d M Sport ที่มีแรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า และมีแรงบิดอยู่ที่ 400 นิวตันเมตร เอาเป็นว่าสำหรับความเร็วแรงคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มเติมว่ามันดีขนาดไหน

เบาะนั่งยกสูงขึ้น

จากรีวิวและคอมเมนต์หลายแห่งเรื่องความสูงของ BMW X1 ที่มีไซส์ขนาดเล็กและความสูงที่ต่ำกว่ารถ SUV ปกติโดยทั่วไป ทาง BMW ก็ยกความสูงของเบาะนั่งที่ยกสูงขึ้นมากลบจุดด้อยอันเป็นปัญหานี้ คุณจะเห็นได้และรู้สึกถึงความสูงของเบาะที่ยกนั่งสูงได้ในทันทีที่ได้สัมผัส

โดยเฉพาะกับเบาะคู่หน้าที่นอกจาจะทำให้คุณนั่งสบายบนความสูงระดับเดียวกันกับ SUV แล้ว ยังช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่กว้างขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าเป็นหนึ่งประโยชน์และสร้างความสบายให้แก่คนขับเป็นอย่างมากเลยล่ะ

ดูดีมีความภูมิฐาน

อีกหนึ่งปัจจัยที่คนรักแบรนด์นี้ คงไม่พ้นเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาสุดหรู ที่เมื่อได้ขับก็แสดงถึงฐานะความมีระดับ และความน่าเชื่อถือที่มาพร้อมแบรนด์นี้ นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ราคารถประเภทนี้ทำราคาที่สูงขึ้นในทุกรุ่นที่เปิดตัวได้

เพราะท้ายที่สุดแล้วภาพลักษณ์ที่ดูมีภูมิฐานไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ต่อคนในที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมที่คนภายนอกมองเข้ามาอีกด้วย แบรนด์ BMW นอกจากในเรื่องความหรูหราอย่างเดียวแล้ว จุดเด่นในเรื่องภาพลักษณ์ที่ผู้ใช้จะได้จากการใช้รถยนต์แบรนด์นี้ คือ ความสุขุมและสปอร์ตที่ดูดีมีระดับไปพร้อม ๆ กัน

สรุปว่าควรซื้อ BMW X1 หรือไม่

หากถามแค่ว่าความเหมาะสมในการซื้อ แน่อนว่า BMW X1 นั้นมีข้อดีมากมายที่ชวนให้คุณต้องซื้อ ทำไมต้องซื้อ คำถามเช่นนี้สามารถปัดตกได้แทบจะทันที ไหนจะสมรรถนะช่วงล่างที่ยึดติดถนน การเปลี่ยนเลนก็กลายเป็นเรื่องสนุกไม่มีปัญหารถส่ายให้หน่ายใจ

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องปัญหาของ “การเงิน” ที่ราคาระดับนี้ แม้จะพูดว่าเป็นรุ่นที่เล็กราคาเป็นมิตรแล้ว ก็ยังยากที่จะเอื้อมถึงอยู่ดี เราลองมองย้อนกลับมาถึง BMW X1 ที่เป็นมือสองก็ไม่เลว เพราะสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ทั้งใช้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ารถญี่ปุ่น ทำให้รถยนต์มือสองของแบรนด์ BMW ดูไม่เก่าทั้งยังไม่ตกเทรนด์ในเรื่องของรูปลักษณ์อีกด้วย

ในเรื่องของราคารถยนต์มือสองของ BMW X1 ยังจัดว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ราคาขายต่อไม่ตกเท่าไรนัก แถมราคาสำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อต่อก็ไม่ลำบากตนเองมากจนเกินไป หากคุณสนใจรถยนต์มือสอง BMW X1 ก็ลองเช็กราคาและรุ่นที่เปิดขายอยู่ต่อนี้ได้ที่นี่