May 28, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
แบรนด์ไหน ใช่สำหรับคุณ?
ยินดีต้อนรับเข้าสู่…
“สาวกไอโฟน”
iPhone
สมาร์ทโฟนจอสัมผัสจากแอปเปิ้ลที่ออกรุ่นแรกมาเมื่อปี 2007 ด้วยชื่อ iPhone ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้ว ความละเอียด 480*320 เรียกว่าในช่วงนั้น iPhone ทำให้คนเริ่มหันมาสนใจสมาร์ทโฟนจอสัมผัสกันมากขึ้น พร้อมทั้งระบบปฏิบัติการที่เป็นเอกลักษณ์ แถมยังมีแอปพลิเคชันและเกมมากมาย
ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปี 2021 นี้ ไอโฟนออกมาแล้วทั้งหมดกว่า 29 รุ่น ซึ่งหากมองย้อนกลับไปแล้วเรียกว่าพัฒนามาแบบเรื่อยๆ ดีไซน์และฟีเจอร์ต่างๆอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบหวือหวา แต่ด้วยความเป็นไอโฟนและ Ecosystem ของแอปเปิ้ลนั้น ทำให้ครองใจใครหลายคนได้เสมอมา
หากรู้แล้วว่าตัวเองชอบหรือเหมาะกับไอโฟนแล้วล่ะก็ รีบเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของกันได้ที่ Kaidee ได้เลย!
ยินดีต้อนรับเข้าสู่…
“สาวกซัมซุง”
Samsung
หากพูดถึงสมาร์ทโฟนซัมซุงแล้วล่ะก็ คงนึกถึงสมาร์ทโฟนหลากรุ่นหลายระดับ ที่ทำออกมาตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน เช่น ซีรีส์ Galaxy A ที่เหมาะกับคนงบประมาณจำกัดแต่ยังต้องการใช้งานฟีเจอร์ที่หลากหลาย ซีรีส์ Galaxy S ไลน์เรือธงที่ตอบโจทย์กับคนต้องการใช้ฟีเจอร์ที่จัดเต็มเท่ากับระดับราคา หรือจะเป็นซีรีส์ Galaxy Z ที่เน้นความล้ำหน้าของเทคโนโลยีที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคุณ
หากรู้แล้วว่าตัวเองชอบหรือเหมาะกับซัมซุงแล้วล่ะก็ รีบเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของกันได้ที่ Kaidee ได้เลย!
May 27, 2021 | บทความยานยนต์
Honda HR-V 2021 โฉมใหม่ Minor Change ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ในประเทศญี่ปุ่นในชื่อ Honda Vezel เมื่อต้นปีที่ผ่านมาและมีแผนที่จะผลิตในประเทศไทยในกลางปี และเปิดตัวในปลายปีนี้ ทำให้หลาย ๆ คนสนใจเป็นอย่างมาก แล้วการปรับโฉมครั้งนี้น่าซื้อหรือไม่ บทความนี้จะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ทำไมเราจะต้องรอการเปลี่ยนโฉมทุกครั้งที่จะซื้อรถ
ในการซื้อรถหนึ่งครั้ง เรามักที่ต้องมองดูหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา ลักษณะการใช้งาน การรับประกัน การบำรุงรักษาและที่สำคัญคือเรื่องของ Option หรือส่วนเสริมที่ติดมากับรถ จริงอยู่ที่การ Minor Change อาจจะไม่ได้สร้างความว้าวเหมือนกับ Model Change แต่ในรถบางคันหนึ่ง Minor Change ประจำปีหรือสองปี อาจจะทำหลาย ๆ คนอุทานคำว่า “เสียดาย น่าจะรออีกสักหน่อย”
ฮอนด้าเอชอาร์วี ก็เป็นหนึ่งในรถที่น่าสนใจสำหรับการเปลี่ยนโฉมครั้งนี้ ที่แม้ว่ารายละเอียดเชิงลึกอาจจะไม่ได้ออกมาเหมือนจัดเต็ม แต่เท่าที่ปล่อยออกมาในประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ก็ทำยอดขายไปได้แบบถล่มทลาย แซงหน้ารถไปหลายคันในรุ่น แล้วทำไมคนญี่ปุ่นถึงกระหน่ำซื้อขนาดนี้ คงต้องดูที่สเปคและรูปโฉมของรถ
รูปโฉมของ HR-V 2021
ภายนอก
Honda HR-V 2021 คือรถ SUV ที่มีการปรับโฉมภายนอกให้มีความดุดันมากขึ้น โดยลดทรวดทรงโค้งมนและเน้นความแหลมคมมากขึ้น ลวดลายเส้นสายต่าง ๆ ถูกทำให้เด่นขึ้นชัดเจน ไฟ LED และไฟ Day Light ใหม่ผสมกับล้อแบบทูโทน ทำให้รถคันนี้มีความเป็นสปอร์ตมากกว่าที่เคย
สำหรับด้านท้ายของทาง Honda HR-V 2021 จะเน้นรูปทรงที่เรียบง่าย แตกต่างกับด้านหน้าอย่างสิ้นเชิง แต่ถึงกระนั้นก็เสริมด้วย Option ต่าง ๆ เช่น ไฟท้าย LED และกันชนที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ ซึ่งในเรื่องนี้ผู้เขียนขอไม่ออกความเห็น เพราะความชอบนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลล้วน ๆ
สิ่งที่โดดเด่นในการปรับโฉมครั้งนี้คือสีที่ทาง Honda นำมาใส่ไว้กับรถคันนี้มีให้เราเลือกมากถึง 11 สีเลยทีเดียว (ธรรมดา 6 ทูโทน 5) เชื่อว่าใครหลายคนที่อยากได้รถสีอื่น ๆ นอกจากสีคลาสสิกที่เราเจอได้ทั่วไป ก็สามารถที่จะเลือกได้อย่างเต็มที่เลย
ภายใน
ในส่วนของภายใน Honda HR-V 2021 เป็นดีไซน์แบบ Honda ขนานแท้ แต่ได้ปรับปรุงให้ดีดูยิ่งกว่าเดิม ทั้งการวางตัวของช่องแอร์แบบใหม่ที่เรียงเป็นแถวยาวด้านหน้า สามารถปรับได้ทั้งหน้าและหลัง หน้าจอทัชสกรีนรองรับ Apple Carplay, Android Auto และ Honda Connect นอกจากนี้ยังมีหลังคา Moon Roof ทำให้ห้องโดยสารไม่อึดอัด
เครื่องยนต์ของ HR-V 2021
เพื่อให้เข้ากับเทรนด์ของโลกในปี 2021 ที่กระแสของรถไฟฟ้ากำลังมาแทนเครื่องยนต์สันดาป ทำให้ Honda HR-V 2021 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Hybrid แบบ e: HEV อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทาง Honda โดยอ้างอิงจาก Car.Kapook เครื่องยนต์ของจะมีสองตัวเลือกได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 และเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม – ไอออนที่ให้กำลังสูงถึง 155 แรงม้า
โดยรถรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่อีก 4 แบบคือ Nomal Mode , Sport Mode , Eco Mode และการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ
ระบบความปลอดภัยของ HR-V 2021
Honda HR-V 2021 ยังคงใช้ระบบความปลอดภัยคล้าย ๆ กับรุ่นก่อนหน้า แต่ได้เพิ่มในส่วนของ
- Honda Sensing
- ระบบช่วยในการมองมุมอับสายตา
- ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร
- Adaptive Cruise Control
- ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ
ราคาของ Honda HR-V 2021
เนื่องจากว่ารถรุ่นนี้ยังไม่ได้มีการเปิดตัวในประเทศไทย ทำให้เราจะต้องอ้างอิงจากประเทศที่วางจำหน่ายรถรุ่นนี้แล้วอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งราคาเป็นดังเช่นนี้
รุ่น e:HEV Play ราคา 3,298,900 เยน (ประมาณ 950,000 บาท)
รุ่น FF e:HEV Z ราคา 2,898,500 เยน (ประมาณ 830,000 บาท)
รุ่น 4WD e:HEV Z ราคา 3,118,500 เยน (ประมาณ 900,000 บาท)
รุ่น FF e:HEV X ราคา 2,658,700 เยน (ประมาณ760,000 บาท)
รุ่น 4WD e:HEV X ราคา 2,878,700 เยน (ประมาณ 830,000 บาท)
วางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไร
หนึ่งในคำถามที่หลาย ๆ คนคงจะสงสัยกันไม่น้อย ณ เวลานี้ ที่ Honda HR-V 2021 ได้เปิดตัวในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สาวก Honda ที่อาศัยอยู่ในสยามเมืองยิ้มจะได้ซื้อเมื่อไหร่ ก็ต้องเรียนตามตรงว่าในตอนนี้ทาง Honda ประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศนำเข้ารถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ
แต่จากการสืบค้นข้อมูลในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2021 ที่ผ่านมา กูรูและนักเขียนเว็บไซต์เกี่ยวกับยานยนต์ ต่างคาดการณ์ไปในแนวทางเดียวกันว่า รถรุ่นนี้น่าจะประกาศเปิดตัวในกลางปีนี้ และเริ่มทำการวางจำหน่ายในปลายปี ดังนั้นใครที่มีแผนจะซื้อรถรุ่นนี้อยู่ เรายังมีเวลาเก็บเงินดาวน์อีกหลายเดือน
ซื้อรถรุ่นใหม่หรือหารุ่นที่เป็นมือสอง
คำถามต่อมาก็คลาสสิกและฮอตฮิตไม่แพ้กัน หากมาถามผู้เขียนที่กำลังนำเสนอรถรุ่นนี้ให้ท่านผู้อ่านอยู่ ก็จะตอบอย่างไม่เกรงใจว่า “ซื้อมือหนึ่งถ้าเงินคุณถึง และซื้อมือสองถ้าคุณมองว่าออปชันที่แถมมามันไม่โดนใจเท่าไร”
ทำไมต้องตอบแบบนี้ก็ต้องเรียนตามตรงว่า Honda HR-V 2021 เป็นรถที่น่าซื้อมาก อีกทั้งหลาย ๆ คนที่ซื้อรถมาหลายครั้งย่อมรู้ว่าหากรถคันไหนติดแบรนด์ Honda ราคาขายตกน้อยกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในบ้านเรา ในส่วนของ Option รถรุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่าใช้ได้ยาว ๆ เหมาะกับการเป็นรถครอบครัวมากกว่า CR-V ที่จะเน้นไปในเรื่องของการรูปทรงที่ดูสปอร์ตกว่า
ในส่วนของราคามือสองอ้างอิงจากทาง Kaidee Auto ก็พบราคาของรุ่นปี 2018 แทบจะไม่ได้ต่างจากมือหนึ่งเท่าไรนัก เพราะราคาที่สภาพดี ๆ จะเริ่มต้นที่ 850,000 บาท ส่วนรุ่นปี 2017 ก็จะเริ่มต้นประมาณ 750,000 บาท และหากเราดูย้อนปีกลับไปเรื่อย ๆ จะพบว่าราคาเฉลี่ยจะลดลงปีละประมาณ 100,000 บาท ดังนั้นซื้อมือหนึ่งดีกว่า ใช้งานได้นาน ขายต่อก็คุ้ม
สรุป
Honda HR-V 2021 เป็นหนึ่งในรถ Minor Change ที่น่าสนใจมาก ๆ จากทาง Honda มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Hybrid เทคโนโลยีความปลอดภัยแบบจัดเต็มและสีที่ให้เราเลือกปรับแต่ได้อย่างหลากหลาย สิ่งที่น่าเสียดายมีเพียงอย่างเดียวคือ “รถคันนี้ยังไม่ได้วางขายในประเทศไทยตอนนี้”
อ้างอิง
Car kapook. (2021) Honda HR-V 2021 เปิดตัวแล้ว ดีไซน์ใหม่ใหญ่ขึ้น เครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV. สืบค้นวันที่ 5 พฤษภาคม 2021. จาก https://car.kapook.com/view236500.html
ホンダジャパン. (2021) Honda Vezel. สืบค้นวันที่ 5 พฤษภาคม 2021. https://www.honda.co.jp/VEZEL/webcatalog/type/type/
ไทยรัฐออนไลน์. (2021) มาแล้วค่ะ หวานปานน้ำตาลหยด! HONDA NEW HR-V. สืบค้นวันที่ 5 พฤษภาคม 2021. จาก https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2036756
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด. (2021) Honda HR-V life crossover สืบค้นวันที่ 7 พฤษภาคม 2021, จาก https://bit.ly/2QsYtqB
ณัฐพล เดชสิงห์. (2021) HONDA เตรียมเปิดตัว NEW HR-V 2021 ในไทย สิงหาคม นี้ สืบค้นวันที่ 7 พฤษภาคม 2021, จาก https://bit.ly/3oViVwZ
May 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัญหาขยะอาหารหรือ Food waste ที่เราเคยเล่าไปอย่างเข้มข้นในบทความ “Food Waste เปลี่ยน “ขยะอาหาร” ให้เป็นประโยชน์” จะพบข้อมูลว่า เราๆ ทั้งหลายมีส่วนร่วมในการ “กินทิ้งกินขว้าง” เหลืออาหารทิ้งไปกว่า 1,000 ล้านตัน/ปี หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตในโลก
แน่นอนว่า ทรัพยากรทุกอย่างบนโลก เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ ย่อมมีวันหมด ซึ่งหนึ่งในทางออกของวิกฤติขยะอาหาร ก็คือการนำอาหารเหลือทั้งหลายไปแปรรูป หรือทำให้อาหารมีอายุการกินที่ยาวนานขึ้น โดยบทความนี้เรารวบรวม “การถนอมอาหาร” ของแต่ละชนชาติมาฝากกันไว้ นอกจากจะได้ประโยชน์ไปทำตามกันได้แล้ว อย่าลืมว่า
“อาหารแต่ละอย่างบอกเล่าได้ถึงเรื่องราว ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมในชาตินั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
หากเรามองลงไปให้ลึกเกินความอร่อย ทุกๆ เมนูมีอะไรมากมายซ่อนอยู่ในนั้น
สำหรับเราแล้วอาหารคืองานศิลปะชั้นดี ที่ผ่านการรังสรรค์และคิดวิเคราะห์มาอย่างดี”
รับรองว่าทั้ง 8 วิธีการการถนอมอาหารของแต่ละชาติ จะเห็นถึงความมหัศจรรย์ของที่มาที่ไปแน่นอน
1. กิมจิ Kimchi – การถนอมอาหารเกาหลี
“เครื่องเคียงสุดอร่อย โดดเด่นด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์อันชัดเจน
ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้เกาหลีใต้โด่งดังไปทั่วโลก”
“กิมจิ” กำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 7 ด้วยช่วงนั้นอากาศหนาวจัด เพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ชาวบ้านจึงคิดวิธีการถนอมอาหารขึ้นมา ด้วยการเอาผักมาหมักกับเกลือแล้วใส่ในไหฝังลงดิน เพื่อยืดอายุอาหารให้กินได้นานๆ
ต่อมาภายหลังการถนอมอาหารแบบกิมจิได้รับความนิยมมากขึ้น เป็นเครื่องเคียงที่ทานกับอาหารทุกๆ มื้อ ทั้งยังมีงานวิจัยว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด
2. ซูชิ Sushi – การถนอมอาหารญี่ปุ่น
สารภาพตามตรงว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่า เมนู “ซูชิ” สุดโปรดของเรา จะเป็นหนึ่งในการถนอมอาหารของชาวดินแดนอาทิตย์อุทัย หลายร้อยปีก่อน เมนูถนอมอาหารนี้เริ่มจากการรวมกันของข้าวผสมน้ำส้มสายชู อัดเป็นก้อนเล็กๆ โปะด้วยเนื้อปลาด้านบน
ข้อดีของการผสมน้ำส้มสายชูลงไปในข้าวนั้น ช่วยให้ข้าวเรียงตัวเป็นเม็ดขาวสวย นุ่ม ลดกลิ่นคาวของปลาได้ดี ทั้งยังช่วยถนอมอาหาร เพิ่มอายุให้ซูชิได้นานขึ้น โดยช่วงแรกเป็นการกินคู่กันระหว่างปลากับข้าว ก่อนที่ช่วงหลังจะพัฒนาท็อปปิงด้านบน ให้หลากหลายมากขึ้นมีทั้งอาหารทะเล ไข่ เห็ด เนื้อ ฯลฯ ส่วนใหญ่มักเป็นของคาว
3. ไข่เยี่ยวม้า Century Egg – การถนอมอาหารจีน
สมัยโบราณกาลประมาณ 600 ปีก่อน ณ มณฑลหูหนาน (Hunan) ว่ากันว่ามีชาวจีนรายหนึ่งพบไข่เป็ดในบ่อปูนขาวระหว่างการสร้างบ้าน ซึ่งทันทีที่เขาชิมก็พบว่า ไข่นี้รสชาติดีมีเอกลักษณ์ น่าจะไปต่อยอดทำอาหารได้หลากหลายเมนู
ชาวบ้านจึงเริ่มนำไข่เป็ด ไข่ไก่ และไข่นกกระทา มาผสมกับปูนขาว เกลือ โซเดียม ขี้เถ้า ฯลฯ หมักทิ้งไว้หนึ่งเดือนแล้วนำออกขาย จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญานี้ ไม่เพียงแต่เป็นวิธีการถนอมอาหารที่ทำให้อยู่ได้นานขึ้นแล้ว การบ่มพร้อมส่วนผสมเหล่านั้นยังทำให้ไข่แดงสุกอีกด้วย
จากเรื่องราวทั้งหมดสรุปได้ว่า
“ไข่เยี่ยวม้าไม่ได้เกี่ยวกับม้าแต่อย่างใด”
4. เครื่องเทศ Spices – การถนอมอาหารอินเดีย
หากเอ่ยถึง “วัฒนธรรมอาหารอินเดีย” ที่เป็นเอกลักษณ์และโด่งดังไปทั่วโลก เชื่อว่าหลายคนตอบได้ทันทีทันใดว่าคือ “เครื่องเทศ” ความที่ใช้ปรุงอาหารแล้วให้รสสัมผัสชัดเจน ทั้งสีสัน รสชาติ และกลิ่นหอมรัญจวนใจ เป็นตัวชูรสสำคัญของอาหารอินเดีย ถึงขนาดมีใครบางคนกล่าวไว้ว่า
“โภชนาการทางอาหารไม่มี ได้แต่ความอร่อยล้วนๆ”
เครื่องเทศอยู่คู่กับอาหารและวงการหมอสมุนไพรอินเดียมากว่าพันปี ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสมัยอียิปต์โบราณ นอกจากให้รสชาติที่ยอดเยี่ยมแล้ว เครื่องเทศยังช่วยยืดอายุและถนอมอาหารให้เก็บได้นานขึ้น ทั้งยังเพิ่มคุณค่าของอาหารไปอีกหลายเท่าตัว เนื่องจากคนอินเดียเชื่อว่า “อาหารที่ปรุงจากเครื่องเทศ อาหารเป็นของขวัญจากพระเจ้า”
5. กะปิ Shrimp Paste
การถนอมอาหารสไตล์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพลิดเพลินกับการถนอมอาหารชาติอื่นๆ มาประมาณหนึ่ง ขอวกกลับเข้ามาในภูมิประเทศแถบลุ่มน้ำโขงที่เราคุ้นเคยกันสักหน่อย
อย่างที่บอกไปว่า อาหารคือตัวสะท้อนพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของผู้คน ความที่เราอาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำ ภูมิปัญญาการถนอมอาหารต่างๆ จึงหนีไม่พ้นการจับกุ้งจับปลามาหมักเกลือแล้วใส่ไห เพื่อเก็บไว้กินในช่วงหน้าแล้ง (บ้างก็ว่าคนสมัยก่อนจับกุ้งและปลาได้มากแล้วไม่อยากทิ้ง จึงหาวิธีให้ไม่เน่าเสีย)
“กะปิ” คือการเอาเคยหรือกุ้งมาหมักกับเกลือ รวมถึงใส่ส่วนผสมปรุงรสต่างๆ ตามแต่ชอบใจ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วหมักทิ้งไว้ยาวๆ ราว 3-5 เดือน ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีรสชาติแตกต่างกันไป ทุกวันนี้กะปิกลายเป็นหนึ่งในชูรสธรรมชาติสไตล์ชาวอาเซียน โดยแต่ละประเทศมีชื่อเรียกต่างกันไป
- อินโดนีเซีย – แทรสซีหรือเทราซี (Terasi)
- ฟิลิปปินส์ – บากุง อะลามัง (Bagoong Alamang)
- พม่า – กะปี๊ (Ngapi)
- มาเลเซีย – เบลาชัน / บลาชัง (Belacan)
6. ปลาร้า Pickled Fish
การถนอมอาหารสไตล์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เล่าเรื่องกะปิของคนอาเซียนไปแล้ว จะไม่พูดถึงคู่หูชูรสอย่าง “ปลาร้า” ก็ดูจะไม่เท่าเทียม
แรกเริ่มเดิมที การถนอมอาหารสไตล์ปลาร้า มีจุดเริ่มต้นในมอญและเขมร ก่อนจะแพร่หลายไปยังเมืองรอบๆ เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าประเทศไหนที่นิยมกินปลาร้า แสดงว่าได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากมอญและเขมรเป็นอย่างดี อย่างไทยเรามีอ้างอิงถึงการทำปลาร้า ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสมัยกรุงศรีอยุธยา (อ้างอิงข้อมูลจากหนังสือ – โอชาอาเซียน โดยนันทนา ปรมานุศิษฏ์)
ทุกวันนี้ปลาร้าถูกพัฒนาต่อยอดไปมากมาย เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาการถนอมอาหาร ที่สร้างชื่อของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากจะเป็นซอสปรุงรสชั้นดีในการทำอาหาร ยังผูกพันข้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตผู้คนมายาวนาน สังเกตได้จากคนไทยสมัยก่อน ชาวนาทุกครอบครัวต้องมีไหหมักปลาร้า ถึงขนาดมีวรรณกรรม “ลำบุษบา” เล่าถึงตัวละครในเรื่องว่าทำปลาร้ากินเอง
7. ชีส Cheese – การถนอมอาหารสไตล์ตะวันตก
ท่องวัฒนธรรมอาหารของเอเชียกันไปเยอะแล้ว เดี๋ยวจะเบื่อกัน เราขอลัดฟ้า พาไปดู “การถนอมอาหาร” สไตล์ตะวันตก ที่คนไทยอย่างเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี และเชื่อว่าหลายคนเอ็นจอยกับเจ้าเมนูโปรดแสนอร่อยชื่อดังอย่าง “ชีส” แน่นอน
ชีสคือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนมวัวและแพะ จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการแยกโปรตีน โดยใช้เอนไซม์เรนนิน (Rennin) ทำปฏิกิริยาให้โปรตีนนมลอยจับตัวเป็นก้อน แล้วนำก้อนชีสเคิร์ด (Curd) ที่จับตัวกันมาผสมเชื้อรา แบคทีเรียหรือสารอื่นๆ จากนั้นเติมรสชาติ แต่งกลิ่น ก่อนจะหมักทิ้งไว้ราวๆ 2 ปี ก็จะได้เป็นชีสอร่อยๆ แล้วค่ะ
ภายใต้การถนอมอาหารและความอร่อยของชีส มีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่เช่นกัน อย่างที่มาที่ไปเท่าที่อ่านมา ยังไม่มีเจ้าไหนฟันธงอย่างแน่ชัด ว่าใครเป็นคนคิดค้น มีแต่การอ้างถึงขั้นตอนการทำในเทพนิยายกรีกโบราณ สมัย 8,000-10,000 ปีที่แล้ว ส่วนหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันนั้น พบบนภาพจิตรกรรมฝาผนังในสุสานของอียิปต์ ที่มีอายุย้อนหลังไปกว่า 4,000 ปี
เอาว่าใครที่คิดค้นการถนอมอาหารแบบนี้ขึ้นมา หรือเจอโดยบังเอิญ ก็ต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
8. เบคอน Bacon – การถนอมอาหารสไตล์ตะวันตก
ปิดท้ายกับเบคอน อาหารอ้วนแสนอร่อยของหลายๆ คน นี่เป็นหนึ่งในเมนูถนอมอาหารสไตล์ชาวตะวันตก ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก
ถึงแม้เจ้าหมูจะถูกเลี้ยงขึ้นเป็นครั้งแรกในจีนในช่วง 4,900 ก่อนคริสต์ศักราช ส่วนทางยุโรปเองเอาหมูเข้ามาเลี้ยงในช่วง 1,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช เรียกว่าช้ากว่ากันหลายพันปี ทว่ากลับกลายเป็นว่า ชาวโรมันและชาวกรีกค้นพบกรรมวิธีการถนอมอาหาร “เบคอน” ขึ้นเป็นครั้งแรก ทั้งยังพัฒนาพันธุ์หมูที่เหมาะกับการทำเบคอนได้ดีเยี่ยม
ด้วยการนำหมูสามชั้นส่วนท้องมาแช่น้ำเกลือทิ้งไว้ จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง ทิ้งไว้หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ซึ่งคุณสมบัติอันเด่นชัดของเกลือ คือช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้เบคอนทำหน้าที่ให้ความอร่อยกับเราไปอีกหลายเดือน อย่างไรก็ดี บริโภพอประมาณ ระวังเรื่องโซเดียมด้วยนะคะ
ช้อปปิ้งสินค้าที่ผ่านการถนอมอาหารอร่อยๆ ได้ที่ kaidee
วัฒนธรรมการถนอมอาหารของแต่ละชาติ สะท้อนถึงรากเหง้าและภูมิปัญญาของแต่ละที่ได้เป็นอย่างดี
แต่ละเมนูอาหารเราบอกเล่าทั้งความรู้ วัฒนธรรมและกรรมวิธีต่างๆ ไปแล้ว ใครถนัดรังสรรค์อาหารเองก็จัดไปค่ะ ส่วนใครไม่ช่ำชองทางนี้ ขี้เกียจหน่อยๆ เข้าไปเพลิดเพลินกับอาหารนานาชนิดต่อได้ที่ kaidee แหล่งรวมสินค้าเกษตรออนไลน์ ที่มีตลาดสดขนาดใหญ่ให้เราได้เลือกช้อปปิ้งอาหารสดๆ จากแหล่งผลิตตัวจริงเสียงจริง แบบไม่ผ่านนายหน้า
May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
จะแต่งบ้านทั้งที เรื่องที่ขาดไม่ได้เลยก็คือพรม เพราะจะปล่อยพื้นบ้านไว้โล่ง ๆ ก็เหมือนขาดอะไรไป แต่พอจะเลือกซื้อพรมปูพื้นก็ดันไม่รู้จะเลือกแบบไหน วันนี้ Kaidee จะพาคุณไปทำความรู้จักวิธีเลือกพรมปูพื้น และชนิดของพรมปูพื้นตามลักษณะวัสดุ รับรองว่าละเอียดยิบ ได้ความรู้แบบครบเครื่องแน่นอน
How to: เลือกพรมปูพื้น
การเลือกพรมปูพื้น ก่อนอื่นต้องดูจากลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะมี 2 แบบหลัก ๆ คือ การเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการเลือกพรมปูพื้นจากวัสดุที่ใช้อีกด้วย
1.เลือกพรมปูพื้นตามสถานที่
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น
ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
- เลือกขนาดพรมให้พอดีกับขนาดของชุดโซฟา
- หากไม่สามารถหาพรมปูพื้นที่ขนาดพอดีได้ ก็ควรเลือกพรมที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ของชุดโซฟานั้น ๆ
- หากชุดโซฟาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ไม่ควรใช้พรมปูพื้นที่มีรูปร่างโค้งมน
- ควรใช้พรมปูพื้นแบบขนสั้นในห้องนั่งเล่นเพราะเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในบ้านใช้งานบ่อย
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร
ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
- ต้องเลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่เมื่อสมาชิกในบ้านใช้งานโต๊ะรับประทานอาหาร พูดอีกอย่างคือ เก้าอี้ไม่ควรเลยพรมปูพื้นออกมา
- สามารถใช้พรมปูพื้นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้
- ควรเป็นพรมปูพื้นแบบขนสั้นเหมือนในห้องนั่งเล่นเพราะมีการใช้งานบ่อย
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน
ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
- เลือกพรมปูพื้นแบบขนยาวหรือขนฟูเพราะห้องนอนเป็นสถานที่ที่เราควรได้รับความผ่อนคลาย
- ให้เลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดเลยขอบเตียงออกมา เพื่อที่ว่าเท้าของเราจะได้สัมผัสพรมปูพื้นตอนก่อนนอนและหลังตื่นนอน
2.เลือกพรมปูพื้นจากวัสดุ
นอกจากจะเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งานแล้ว ยังต้องเลือกตามวัสดุที่ใช้อีกด้วย เราจะได้มั่นใจว่าพรมปูพื้นที่เลือกมานั้นถูกใจ 100%
ไขข้อข้องใจ พรมปูพื้นมีกี่แบบ
หากมองเผิน ๆ พรมปูพื้นอาจจะดูเหมือน ๆ กันหมด แต่หากแยกตามชนิดของวัสดุนั้น มีถึง 8 แบบ และหากแยกตามวัตถุประสงค์และวิธีการทอ ก็จะสามารถแบ่งได้อีกถึง 8 แบบเช่นกัน
ชนิดวัสดุของพรมปูพื้น
1. พรมปูพื้นแบบไนลอน
ข้อดี
-ทนทานมากที่สุดเมื่อเทียบกับพรมปูพื้นที่ทำจากวัสดุอื่น ๆ
-กันน้ำ กันรอย
-ทำความสะอาดง่าย
-มีอายุการใช้งาน 12- 15 ปี
ข้อเสีย
-ราคาสูงกว่าพรมปูพื้นที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และโพลีโพรไพลีน
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
2. พรมปูพื้นแบบโพลีโพรไพลีน
ข้อดี
-ป้องกันการเกิดครบสกปรกได้ดีที่สุด
-กันเชื้อรา
-เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานเยอะเป็นพิเศษ
-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์ และไนลอน
ข้อเสีย
-ป้องกันน้ำได้น้อยกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์
3. พรมปูพื้นแบบโพลีเอสเตอร์
ข้อดี
-นุ่มสบายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น
-กันน้ำ
ข้อเสีย
-ทำความสะอาดยาก
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
-ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย ๆ
4. พรมปูพื้นแบบโพลีเอทิลีน
ข้อดี
-ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล
-สี และ Texture หลากหลายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น
-ไม่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
-ราคาไม่แพง
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มสบายเพราะทำมาจากพลาสติก
5. พรมปูพื้นแบบขนสัตว์
ข้อดี
-ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ
-ให้ความรู้สึกนุ่มฟูมากที่สุด
-ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
ข้อเสีย
-ทำความสะอาดยาก
-ราคาแพง
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
-กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
-อาจจะมีแมลงต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ในพรม เพราะทำมาจากขนสัตว์
6. พรมปูพื้นแบบอะคริลิก
ข้อดี
-ให้ความรู้สึกนุ่มแบบพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
-ไม่มีไฟฟ้าสถิตย์
-กันความชื้น
ข้อเสีย
-ไม่ทนทาน
-ไม่ควรวางไว้ในพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย ๆ
7.พรมปูพื้นแบบทริเอกซ์ต้า
ข้อดี
-เส้นใยแข็งแรงทนทานกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์
-ยืดหยุ่น
-กันน้ำกันคราบสกปรก
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มเท่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
8.พรมปูพื้นแบบเส้นใยธรรมชาติ
ข้อดี
-แพทเทิร์นสวยงาน
-ทำจากวัสดุออร์แกนิค เช่น ป่าน ปอ ใยมะพร้าว
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มเหมือนพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์หรือเส้นใยสังเคราะห์
ประเภทของพรมปูพื้น
1.พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น
พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.kcandclean.com/
-ทำจาก PVC
-สามารถดักฝุ่นและดินที่ติดรองเท้ามาก่อนเข้าตัวตึก
-มักมีแผ่นยางรองด้านล่างแถมมาให้เพื่อกันลื่นและกักเก็บเศษดิน
-สั่งทำพิเศษได้
-ใช้เครื่องดูดฝุ่นในการทำความสะอาด
2.พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
ขอขอบคุณภาพจาก http://www.ptt-china.com/
-ทำจากการอัดเส้นใยสังเคราะห์ให้เป็นแผ่น จึงมีเพียงสีเดียวใน 1 ผืน
-ทำจากโพลิโพรพิลีน มีลักษณะขนที่สั้นและเป็นฝอย
-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เนื่องจากมีคุณสมบัติดูดซับเสียงได้ดี
-มีอายุการใช้งาน 2-5 ปี และติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง
3.พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก
พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก
ขอขอบคุณภาพจาก http://www.xn--l3ctjh5cya.com
-ลักษณะพรมเป็นแบบห่วงลอนลูกฟูก
-มักทำจากโพลิโพรพิลีนและโพลิเอสเตอร์
-ส่วนมากเป็นสีเดียวใน 1 ผืน และนิยมขายเป็นม้วน
-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เช่นเดียวกันกับพรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
4.พรมปูพื้นแบบแผ่น
-ติดตั้งง่ายจึงได้รับความนิยมสูง
-นิยมใช้ในสำนักงาน เพราะสามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่ชำรุดได้
-ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย
-มีอายุการใช้งาน 7-10 ปี และทำความสะอาดง่าย
5.พรมปูพื้นแบบทอมือ
พรมปูพื้นแบบทอมือ
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.vintagecarpets.com/
-มีราคาแพงเนื่องจากใช้ฝีมือและระยะเวลาในการทอ
-มีอายุการใช้งานประมาณ 2-5 ปี และมีความละเอียดมากกว่าพรมปูพื้นแบบอื่น ๆ
-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘H’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากขนสัตว์
-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘SH’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากอะครีลิก
6.พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง
พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.sourcebynet.com/
-มักเป็นลายแบบสลับสีเพราะทอโดยใช้เครื่องจักร
-ใช้เวลาทอไม่นานและเนื้อสัมผัสเรียบเนียนไม่เห็นรอยต่อ
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
7.พรมทอวูเว่นวิลตัน (Woven Wilton)
พรมทอวูเว่นวิลตัน
ขอขอบคุณภาพจาก https://wiltoncarpets.com/
-ไม่เห็นรอยต่อ
-มีการเล่นลวดลายมากขึ้น
-ลายที่ใช้จะเป็นลายที่มีสีไม่เกิน 5 สี และมักเป็นลายเรขาคณิต
-นิยมใช้ในโรงแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มความหรูหราให้สถานที่
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
8.พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์ (Axminster)
พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์
ขอขอบคุณภาพจาก carpetshow.en.aliba.com
-เป็นพรมปูพื้นที่สามารถเล่นสีและดีไซน์ได้มากที่สุด
-สีที่ใช้ในพรมปูพื้นชนิดนี้มีมากถึง 11 สี
-นิยมใช้ในห้องจัดเลี้ยงและทางเดินของโรมแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มมิติ
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
สรุปท้ายบทความสารพัดเรื่องน่ารู้ของพรมปูพื้น
อ่านมาจนถึงตรงนี้ Kaidee หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะมีแบบของพรมปูพื้นอยู่ในใจกันแล้ว เพราะว่ารายละเอียดเรียกได้ว่าเราจัดเต็มให้จริง ๆ หากใครอยากลองหาซื้อพรมปูพื้นลองกดมาดูได้ที่ Kaidee นะคะ
May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะพูดถึงการลงทุนสักหนึ่งอย่าง ที่ดิน ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีความน่าลงทุนไม่แพ้กับการเปิดร้านซื้อขายของต่าง ๆ บ้าน คอนโดมิเนียม หรือสินค้าอื่น ๆ แต่หลายคนคงคิดว่าการ ขายที่ดิน ราคาแพงก็มีโอกาสที่ที่ดินผืนนั้นจะถูกขายน้อย และในทางกลับกันการลงขายที่ราคาถูกก็คงไม่คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมา
แต่จริง ๆ แล้วรู้ไหมว่า การขายที่ดินราคาถูกให้ได้กำไรไม่ใช่เรื่องยากเย็นมากมาย เพียงแค่คุณทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ !
เคล็ดลับการ ขายที่ดิน ให้ได้กำไร
ศึกษาที่ดินให้ดี
การศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงมือซื้อขายที่ดิน ถือเป็นขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้เราได้รู้ถึงข้อดีข้อเสียของที่ดินนั้น ซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
ศักยภาพของทำเลหรือที่ดิน ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เพราะในปัจจุบันทำเลที่ตั้งก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าของที่ดินนั้น เช่น ย่านศูนย์กลางธุรกิจอย่างอโศก รามอินทรา พระราม 9 หรือใจกลางย่านสยาม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้กำไรจากธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากการศึกษาจากทำเลแล้ว เรายังศึกษาศักยภาพของที่ดินได้จาก ‘ผังเมือง’ ที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะมองว่า ที่ดินนั้นเหมาะกับการธุรกิจอะไร การใช้ประโยชน์ของที่ดินมีมากน้อยแค่ไหน มีแนวโน้มการเติบโตหรือไม่ และสามารถสร้างตึกได้สูงเท่าไร เพราะในพื้นที่ที่สามารถสร้างตึกสูงได้ก็จะมีราคาที่มากกว่าพื้นที่ที่ไม่สามารถสร้างได้นั่นเอง
ลักษณะ รูปร่าง และตำแหน่งที่ดิน ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กับศักยภาพที่ดิน ซึ่งแน่นอนว่าที่ดินที่มีสภาพดี สวยงามน่ามอง และเข้าออกง่ายก็จะมีราคาที่ดีกว่า รวมถึงรูปร่างของที่ดินที่มีหน้ากว้างมากกว่าก็สามารถใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่าและมีราคาสูงกว่าที่ดินหน้าแคบที่มีขนาดเท่ากัน เช่นเดียวกับขนาดของที่ดินที่มีขนาดใหญ่กว่าก็อาจจะมีราคาที่ถูกกว่าที่ดินขนาดเล็กเมื่อเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยก็เป็นได้
ประเมินที่ดินก่อนซื้อหรือขายที่ดิน
การประเมินราคาที่ดิน หรือการตีราคาของที่ดินแต่ละแปลงตามศักยภาพและความเจริญของทำเล ซึ่งปกติแล้วก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยรู้ไหมว่าเราก็สามารถใช้ประโยชน์จากการประเมินที่ดินเพื่อใช้ในการซื้อขายที่ดินได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อใช้ในการกำหนดราคาซื้อขายที่ดิน คำนวณราคาค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมการซื้อขายที่ดิน และใช้ในการต่อรองหรือเจรจาการซื้อขายที่ดินให้ได้กำไรสูงสุด
ซึ่งราคาประเมินที่ดินสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดิน ราคาประเมินที่ดินของภาคเอกชน และราคาตลาด ให้เราได้เลือกใช้กัน
ซื้อที่ดินในราคาต่ำกว่าประเมิน
แน่นอนว่าการซื้อสิ่งของราคาถูกจะทำให้เราได้กำไรเยอะเมื่อต้องการขายต่อ ที่ดินก็เช่นกันถ้าหากเรามีการประเมินที่ดินแล้วทำการซื้อให้ได้ต่ำกว่าราคาที่ถูกประเมินออกมา ในอนาคตเราก็มีโอกาสที่จะได้กำไรเยอะขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยล่ะ
ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการซื้อที่ดินด้วยเงินสดที่จะช่วยเราสามารถร่นระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ให้น้อยลง หรือการเก็บที่ดินเหล่านั้นให้ทำเลแถบนั้นมีการพัฒนาจนราคาสูงขึ้นสักหน่อยก็ไม่เสียหาย
ปรับปรุงภูมิทัศน์
สินค้าดีไซน์สวยเหมาะกับการใช้งานก็ทำให้สามารถเพิ่มราคาให้สูงขึ้นได้ดั่งกับการที่เรามีที่ดินสวยน่าใช้ก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการที่เราปรับภูมิทัศน์ก่อนการ ขายที่ดิน ผืนนั้น ๆ ก็จะทำให้ที่ดินของเรามีความสวยงามอย่างการถมที่ดินหรือการปลูกต้นไม้ เพื่อทำให้ผู้ซื้อสามารถวิเคราะห์ได้ว่าจะใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนั้นได้อย่างไร และตัดสินใจซื้อที่ดินได้ง่ายยิ่งขึ้น
ขอบคุณรูปจาก: sentavio
ขายให้ตรงกลุ่มและมีโปรโมชัน
กลยุทธ์ง่าย ๆ ของการทำธุรกิจก็คงจะหนีไม่พ้น ‘การตั้งกลุ่มเป้าหมาย’ ของสินค้านั้นให้เรารู้ว่าจะมีกระบวนการทำธุรกิจอย่างไร ต้องตั้งราคาเท่าไรถึงจะเหมาะสม และที่สำคัญถ้าหากว่าเราขายที่ดินให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนั้นจริง ๆ เราอาจจะได้ราคาที่ดินที่เราพอใจเลยก็ได้
และหลังจากเราหากลุ่มเป้าหมายได้แล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือ การหาโปรโมชันการขายที่ดินหรือตั้งเงื่อนไขที่น่าสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายนั้น เพื่อที่จะทำให้เขารู้สึกว่า พวกเขาได้รับอะไรบางอย่างตอบแทน เข่นการจ่ายเป็นงวด ๆ ไป ไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายในครั้งเดียว หรือการอยู่ก่อนจ่าย
และในการเจรจาการซื้อขายที่ดินนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีวาทศิลป์ในการพูดคุยและต่อรองราคาให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความสบายและยืดหยุ่นได้ด้วยน้ำเสียงหรือเทคนิคอื่น ๆ
แบ่ง ขายที่ดิน เป็นส่วนย่อย ๆ
สำหรับคนที่มีที่ดินผืนใหญ่ในมือ นักลงทุนบางคนก็ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอสำหรับที่ดินผืนใหญ่ผืนเดียว ดังนั้นมันจะดีแค่ไหนถ้าหากเรานำที่ดินผืนนั้นมาแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วขายในอัตราต่อหน่วยที่มากขึ้นสักหน่อย ที่ดินเหล่านั้นก็จะดูราคาถูกลงอยู่ดี เรียกได้ว่า มีข้อดีให้ผู้ซื้อที่สามารถซื้อได้ง่ายขึ้น แถมเรายังอาจได้กำไรเยอะขึ้นจากการแบ่งที่ดินผืนนั้นแบบง่าย ๆ
เช่ากลับคืนที่ดินทั้งหมดหรือที่ดินบางส่วน
ยกตัวอย่างเช่นการขายที่ดินในราคา 7 ล้าน โดยมีเงื่อนไขว่าจะทำการเช่าเป็นระยะเวลา 2 ปี เดือนละ 30,000 บาท (ทั้งหมด 7200,00บาท) และมีสิทธิ์ซื้อที่ดินคืนเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เพื่อให้ผู้ซื้อได้ผลประโยชน์ในการลงทุน เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อที่ดินของนักลงทุนได้เป็นอย่างดีถึงแม้จะเสียค่าเช่าไปบ้าง แต่ก็คุ้มเมื่อเทียบกับราคาที่ดินที่ได้มา และยังไม่ต้องเสียค่าถือครองที่ดินอีกด้วย
สรุปกลยุทธ์การ ขายที่ดิน
และนี่คือกลยุทธ์การขายที่ดินให้ได้กำไรแบบง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าผู้อ่านทุกท่าจะได้ใช้ประโยชน์จากบทความนี้มากขึ้น เพื่อทำให้ที่ดินของตนเองมีมูลค่าสูงขึ้นในท้องตลาด เพราะความเจริญรุ่งเรืองยิ่งเพิ่มขึ้นในประเทศไทย การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็ยิ่งมีความสำคัญและได้กำไรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นก่อนการลงทุนอะไรก็ควรศึกษาให้ดี มิเช่นนั้น คุณอาจจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์และไม่ได้กำไรกลับมาเลยก็ได้
และอย่างที่บอกไปว่า ยิ่งเราซื้อที่ดินราคาถูกได้มากเท่าไร เราก็จะยิ่งมีกำไรเมื่อขายที่ดินมากเท่านั้น ดังนั้นถ้าคุณเข้าไปที่ Kaidee Property เพื่อหาที่ดินทำเลดีราคาเบาก็อาจจะเจอก็ได้นะ เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์แทบทุกชนิดเลย
อ่านบทความ ทำความรู้จักกับ ‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’