
การต่อเติมหลังบ้าน เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในโครงการบ้านจัดสรรประเภทบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก และทาวน์เฮ้าส์ โดยสาเหตุหลักของการต่อเติมหลังบ้านก็คือ ต้องการขยายพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์จริงๆ หรือปรับปรุงให้เหมาะกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครอบครัว
เช่น ห้องครัวที่โครงการหมู่บ้านดีไซน์ไว้ เมื่อนำอุปกรณ์ของใช้ในครัวมาวางแล้วพบว่ามีพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงต้องต่อเติมหลังบ้านเพื่อขยายครัวให้กว้างขึ้น หรือเดิมที่อาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์คนเดียว แต่พอมีพ่อแม่มาอยู่ด้วยเลยต้องต่อเติมฟังก์ชันบางอย่างเพื่อให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การต่อเติมหลังบ้านเป็นโซนแรกๆ ที่ถูกปรับปรุงเมื่อคิดขยับขยายพื้นที่ใช้สอยก็เนื่องมาจากทำเลที่อยู่ด้านหลังอาคาร ซึ่งสามารถหลบสายตาผู้คนภายนอกได้และไม่ต้องกังวลกับความสวยงามเหมือนกับการต่อเติมหน้าบ้านและข้างบ้าน อีกยังเป็นพื้นที่จุดเดียวของที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮมที่สามารถต่อเติมได้อีกด้วย
ดังนั้นการต่อเติมหลังบ้านทุกวันนี้ จึงแทบเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่จะทำอย่างไรให้การต่อเติมหลังบ้านนั้นออกมาใช้งานได้จริง ไร้ปัญหากวนใจ และไม่กระทบกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง วันนี้ Kaidee มีคำตอบ

ทำความเข้าใจ พรบ.ควบคุมอาคาร ก่อนต่อเติมหลังบ้าน
การต่อเติมหลังบ้านหรือส่วนใดๆ ก็ตาม เราสามารถทำได้ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคารเป็นเสมือนคู่มือการต่อเติมที่ไม่เพียงสร้างความปลอดภัยแก่ผู้พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลไม่ให้เราเผลอไปละเมิดพื้นที่ข้างเคียงจนเกิดเป็นข้อพิพาทภายหลัง ซึ่งหากมีการฟ้องร้องก็อาจมีความผิดตั้งแต่ถูกปรับจนถึงจำคุกได้เลยทีเดียว
พรบ. ควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมหลังบ้านที่เราต้องรู้ คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตที่ดินข้างเคียง (หรือรั้วที่ติดกับบ้านคนอื่นนั่นเอง) แบ่งเป็น
1. หากก่อสร้างเป็นผนังทึบ ต้องเว้นระยะห่างจากกำแพงเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ยกเว้น ได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษร (มีหนังสือยินยอม) จึงสามารถสร้างชิดเขตแนวที่ดินได้
2. หากก่อสร้างโดยผนังมีช่องเปิด เช่น หน้าต่าง ประตู ช่องแสง ฯลฯ ต้องเว้นระยะห่างจากรั้วที่ดินคนอื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร
3. ระยะห่างชายคา/กันสาด (แบบขึ้นไปใช้งานไม่ได้) ต้องห่างจากแนวเขตไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
4. การต่อเติมระเบียงชั้นบน หรือหลังคาที่สามารถถึงไปใช้งานได้ ต้องเว้นระยะห่างจากแนวรั้วที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร

ขออนุญาตต่อเติมหลังบ้านเพื่อความปลอดภัย
เมื่อทราบข้อกำหนดของพรบ.ควบคุมอาคารในการต่อเติมหลังบ้านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบพื้นที่ ซึ่งเราควรปรึกษาวิศวกรเพื่อช่วยตรวจสอบโครงสร้างและฐานรากทั้งตัวบ้านหลักและงานต่อเติมเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อใช้งานไปนานๆ แล้ว บ้านและงานต่อเติมจะยังคงปลอดภัยสำหรับผู้พักอาศัย
ขั้นตอนการขออนุญาตก่อนต่อเติมหลังบ้าน
เมื่อได้แบบก่อสร้างต่อเติมหลังบ้านจากวิศวกรแล้ว กฏหมายยังกำหนดให้เรายื่นขอใบอนุญาตโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ติดต่อสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่บ้านเราตั้งอยู่ หรือแจ้งต่อองค์การบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นของจังหวัดนั้นๆ
2. ยื่น “แบบขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร” โดยระบุชื่อของผู้รับผิดชอบและผู้ควบคุมงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม พร้อมแผนผังบริเวณและแบบแปลนของบ้านที่จะดำเนินการต่อเติม
3. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้เรายื่นขอรับใบอนุญาต กล่าวคือ แจ้งการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนอาคาร ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ขออนุญาต และขอรับใบอนุญาตฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งออกใบอนุญาตไว้
5 กรณียกเว้น ไม่ต้องขออนุญาตก็สามารถลงมือต่อเติมหลังบ้านได้เลย
อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานต่อเติมขนาดเล็กที่ไม่กระทบโครงสร้างอาคารหลัก เราสามารถดำเนินการได้เลยใน 5 กรณี ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มหรือลดเนื้อที่ของพื้นชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
2. เพิ่มหรือลดขนาดหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดิม
4. การเปลี่ยนส่วนใด ๆ ภายในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่นที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม
5. การเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด เนื้อที่ส่วนใด ๆ ก็ตามในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร และไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10% ของโครงสร้างอาคารเดิม
รับมือกับปัญหาที่พบบ่อยในการต่อเติมหลังบ้าน
ปัญหาคลาสิกของการต่อเติมหลังบ้านที่พบบ่อยสุด มักเป็นเรื่องการทรุดตัวของส่วนต่อเติมจนเกิดรอยแยกระหว่างอาคาร และทำให้เกิดรอยรั่วซึมในจุดต่างๆ ตามมา รวมถึงการเปิดปิดประตูและหน้าต่างเริ่มฝืดหรือไม่พอดีกัน
สาเหตุของปัญหาดังกล่าวเป็นผลมาจากการได้ช่างผู้รับเหมาที่ไม่มีคุณภาพ และตัวเจ้าของบ้านเองก็ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยคิดว่าการต่อเติมนั้นเป็นเรื่องง่าย ใครก็ทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างวิศวกรช่วยประเมินการก่อสร้างต่อเติมให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทั้งในแง่การรับน้ำหนักของโครงสร้าง ชนิดของวัสดุ การเดินระบบไฟฟ้าและประปา ฯลฯ เพื่อให้ฟังก์ชันที่ต่อเติมหลังบ้านใหม่นั้นใช้งานได้จริง ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านใกล้เคียง
สำหรับการรับมือปัญหาที่พบบ่อยในการต่อเติมหลังบ้าน มีข้อควรปฏิบัติสำคัญดังนี้
เตรียมความมั่นคงของพื้นดินก่อนต่อเติมหลังบ้าน
เนื่องจากสภาพพื้นดินของประเทศไทยมีการทรุดตัวตามธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งหากหมู่บ้านเราสร้างในที่ดินที่เคยชุ่มด้วยน้ำ ยิ่งมีโอกาสทรุดตัวง่ายเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ในงานก่อสร้างบ้านจึงแก้ปัญหาด้วยการลงเสาเข็มยาวทะลุชั้นดินอ่อนลึกไปถึงชั้นดินแข็งที่มีความมั่นคงพอที่จะช่วยรับน้ำหนักของตัวบ้านไม่ให้ทรุดหรือเอียงในอนาคต
ดังนั้นในการต่อเติมหลังบ้านให้หมดปัญหาการทรุดตัวจึงควรใช้หลักการเดียวกันคือตอกเสาเข็มที่มีความลึกถึงชั้นดินแข็ง แต่อย่างไรก็ตาม การตอกเสาเข็มให้ลึกถึงขั้นนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าของบ้านที่มีงบต่อเติมจำกัดอาจต้องพิจารณาความเหมาะสมและปรึกษาวิศวกรอีกครั้ง

ภาพจาก www.scghome.com
แยกโครงสร้างงานต่อเติมหลังบ้านออกจากโครงสร้างบ้าน
นอกจากการปรับพื้นดินและลงเสาเข็มเพิ่มความมั่นคงให้งานต่อเติมอยู่ในสภาพที่ดีได้นานๆ แล้ว การออกแบบโครงสร้างต่อเติมยังควรแยกจากโครงสร้างบ้านหลักด้วย โดยไม่เอาเสาหรือคานไปฝากยึดไว้กับตัวบ้าน เพื่อเวลาที่พื้นที่ส่วนต่อเติมทรุดตัว (มักเกิดในกรณีใช้เสาเข็มขนาดเล็กหรือตอกไม่ถึงชั้นดินแข็ง) จะได้ทรุดเพียงโซนเดียว ไม่รั้งให้ส่วนอื่นของตัวบ้านทรุดเอียงตามไป ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่อันตรายและแก้ไขได้ยาก
เลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาสำหรับงานต่อเติมหลังบ้าน
การเลือกวัสดุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของฐานรากที่จะต่อเติมหลังบ้าน เพราะหากใช้เสาเข็มที่ตอกลึกเพียงชั้นดินอ่อน วัสดุที่อยู่ด้านบนทั้งหมดก็ควรมีน้ำหนักเบาไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่เป็นการเพิ่มโหลดน้ำหนักในพื้นยิ่งทรุดตัวเร็วขึ้น รวมถึงควรจัดแปลนฟังก์ชันการใช้สอยในส่วนต่อเติมหลังบ้านให้เฉลี่ยการกระจายน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ด้านหนึ่งด้านใดหนักเกินไปจนเกิดการทรุดตัวแบบเอียงได้
สำหรับวัสุดน้ำหนักเบาที่ควรเลือกใช้ เช่น โครงสร้างเหล็ก หลังคาเมทัลชีท ผนังอิฐมวลเบา หรือผนังเบาชนิดโครงเหล็กปิดด้วยซีเมนต์บอร์ดหรือไม้เทียม เป็นต้น

ภาพจาก www.scghome.com
สรุปการต่อเติมหลังบ้านที่ดี ต้องใช้ได้จริงและไม่สร้างปัญหากวนใจ
ไม่ว่าเราคิดจะต่อเติมหลังบ้านเพื่อทำเป็นครัวปิด ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ในเมื่อจะต้องเสียเงินแล้วก็ควรจะทำให้ดีไปเลยในครั้งเดียว ซึ่งการต่อเติมบ้านที่ถูกต้องนั้น เราควรศึกษาข้อกฏหมายในพรบ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้การออกแบบพื้นที่ต่อเติมนั้นใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไม่ละเมิดสิทธิ์หรือทำให้เพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาจทำให้เราต้องเสียเงิน เสียเวลา และเสียความรู้สึกที่ต้องรื้อถอนในภายหลัง
นอกจากนี้ ในขั้นตอนก่อสร้างส่วนต่อเติมหลังบ้านยังควรวางแผนการทำงาน ใช้หลักการทางวิศวกรรม และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาระหว่างการใช้งานได้ โดยเฉพาะการทรุดตัวของพื้นดินจนทำให้เกิดรอยแตกร้าวของอาคาร ที่จะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา จนเราต้องตามแก้ไขแบบไม่มีวันสิ้นสุด และนั่นหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายออกไปด้วย
แต่สำหรับใครที่ไม่อยากมีปัญหากับการต่อเติมหลังบ้าน ลองมาเลือกซื้อบ้านกับ Kaidee Property เรามีแบบบ้านขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เลย ไม่ต้องต่อเติมให้วุ่นวาย หรือจะเลือกซื้อที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านในฝันที่เว็บไซต์เราก็มีเช่นกัน
