ROG Phone 5 เกมมิ่งสมาร์ทโฟนแห่งปี 2021

ROG Phone 5 เกมมิ่งสมาร์ทโฟนแห่งปี 2021

ภาพจาก rog.asus.com

หากพูดถึงเกมมิ่งสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ROG Phone 5 ถือเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่มาแรงจนเรียกได้ว่าเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนของช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ก็ว่าได้ ด้วยดีไซน์และสเปคที่ตอบโจทย์การเล่นเกมสุดๆ ซึ่งในไลน์นี้ก็มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย แถมเรื่องราคาก็สนนมาในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไปอีกด้วย   

Asus ROG Phone

Asus แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องนวัตกรรมทั้งฮาร์ดแวร์สำหรับคอมพิวเตอร์ แล็บท็อป อุปกรณ์เกมมิ่งและสมาร์ทโฟนอย่าง Zenfone และ ROG Phone ซึ่งในปัจจุบันคนนิยมเล่นเกมกันบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทำให้ ROG Phone จาก Asus นั้นเป็นรุ่นที่น่าสนใจมากๆสำหรับเกมมิ่งสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอย่าง ROG Phone 5 

ROG Phone 5 

สำหรับ ROG Phone 5 นั้นจะแยกเป็นทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ROG Phone 5, ROG Phone 5 Ultimate และ ROG Phone 5 Pro ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เรามาดูทีละรุ่นกันเลย

1.ROG Phone5 

ROG Phone 5 รุ่นปกติ มาในดีไซน์ที่ดูเท่ห์ ล้ำหน้า ประกอบไปด้วยฟังก์ชันต่างๆมากมาย อยาก Pressure Sensitive Ultrasonic Air Triggers ที่ช่วยให้ทุกการกด แตะหรือปัดบนหน้าจอมีการตอบสนองที่ดี นอกจากนี้ยังมี Motion Control ช่วยให้เล่นเกมได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น รวมถึงหน่วยประมวลผล SnapDragon 888 ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 2.84 GHz หายห่วงเรื่องเล่นเกมแล้วแลคหรือกระตุกได้เลย 

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นกระจก Gorilla Glass 3 ที่มีความเงา ด้านหน้าเป็นหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1080p ขนาด 6.78 นิ้ว พร้อมรองรับ HDR10 ที่สำคัญมีค่ารีเฟรชเรทที่สูงถึง 144Hz เลยทีเดียว ทำให้ได้ภาพที่ลื่นไหลสุดๆ 

การใช้งานทั่วไปนั้น ROG Phone 5 สามารถปลดล็อคเครื่องผ่านการแสกนนิ้วมือบนหน้าจอได้โดยตรง แรมรุ่นนี้มีให้เลือกระหว่าง 8GB กับ 12GB ส่วนพอร์ทการเชื่อมต่อนั้นจะเป็น USB Type-C 3.1 ซึ่งพอร์ทจะอยู่ด้านข้างฝั่งซ้าย เพื่อความสะดวกเวลาต้องชาร์จหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมระหว่างเล่นเกม 

แถมรุ่นนี้ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm อีกด้วย และยังสามารถใช้งานได้ยาวๆ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 6,000 mAh ที่รองรับชาร์จไว 65W หมดห่วงเรื่องแบตไม่พอหรือชาร์จช้าได้เลย

2. ROG Phone 5 Pro และ Ultimate

ROG Phone 5 Pro (ภาพจาก rog.asus.com)

อีกสองรุ่นในไลน์ของ ROG Phone 5 คือรุ่น Pro และ Ultimate ซึ่งเรื่องสเปคจะมีความแตกต่างอยู่บ้าง เริ่มต้นจากดีไซน์ที่ในรุ่น Pro จะเป็น Phantom Black คล้ายกับรุ่นปกติ แต่ด้านหลังนั้นจะมี Matrix Display ที่สามารถโชว์การแจ้งเตือนเมื่อชาร์จแบต มีสายเข้าหรือเริ่มเล่นเกมเป็นต้น  

ROG Phone 5 Ultimate (ภาพจาก rog.asus.com)

ส่วนในรุ่น Ultimate นั้นจะมาในดีไซน์ Storm White ด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นสีขาวมุก พร้อม Matrix Display ที่โชว์การแจ้งเตือนได้แบบรุ่น Pro 

ความแตกต่างที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างนั่นคือเรื่องของแรมและพื้นที่ความจุในการบันทึกข้อมูล โดยในรุ่น ROG 5 Pro นั้นจะมีแรมอยู่ที่ 16GB ส่วน ROG Phone 5 Ultimate จะมีแรมอยู่ที่ 18 GB เรื่องพื้นที่ความจุของทั้งสองรุ่นนี้จะอยู่ที่ 512GB เท่ากัน โดยรวมแล้วทั้งรุ่น Pro และ Ultimate สามารถทั้งเล่นเกมได้ทุกแบบรวมถึงสามารถทำงานต่างๆได้อย่างรวดเร็วทันใจ

สิ่งสุดท้ายที่แตกต่างนั่นคืออุปกรณ์เพิ่มเติมที่ให้มาในกล่องของรุ่น ROG Phone 5 Pro และ Ultimate นั่นคือ AeroActive Cooler 5 ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับติดตั้งด้านหลังเครื่องเพื่อระบายความร้อน นอกจากนี้ยังมีปุ่มเพิ่มเติมสองพุ่มเพื่อเพิ่มความสะดวกในการควบคุมต่างๆอีกด้วย 

อุปกรณ์เสริมน่าสนใจสำหรับ ROG Phone 5

  1. AeroActive Cooler 5
ภาพจาก rog.asus.com

อุปกรณ์สำหรับระบายความร้อน ที่ติดตั้งด้านหลังตัวเครื่อง ซึ่งตัวนี้สามารถตั้งเป็นแสตนด์ไว้สำหรับดูหนังได้ โดยการติดตั้งนั้นจะมีการเชื่อมต่อระหว่างพินเหล็กของตัวอุปกรณ์และตัวสมาร์ทโฟนเพื่อส่งต่อพลังงาน ซึ่งตัวระบายความร้อนนี้สามารถลดอุณหภูมิด้านหลังตัวเครื่องได้สูงสุดถึง 15 องศาเลยทีเดียว แต่ก็จะขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมตอนนั้นด้วยว่าเป็นอย่างไร

ภาพจาก rog.asus.com

โดยตัวนี้จะมีมาให้ในกล่องสำหรับรุ่น ROG Phone 5 Pro และ Ultimate  แต่สำหรับรุ่น ROG Phone 5 จะต้องซื้อเพิ่ม

  1. ROG Kunai 3 Gamepad
ภาพจาก rog.asus.com

แน่นอนว่าสำหรับการเล่นเกมนั้นคอนโทรลเลอร์ก็เป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเล่นเกมนั้นๆได้ง่ายขึ้น สำหรับ Kunai 3 นี้จะเชื่อมต่อผ่านพอร์ท USB-C และเรื่องการตอบสนองนั้นก็แม่นยำหายห่วง 

ภาพจาก rog.asus.com

สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Handheld Mode ที่ใช้งานแบบติดกับตัวเครื่อง หรือใช้เป็นคอนโทรลเลอร์แบบเต็มรูปแบบ และหากพกไปข้างนอกก็สามารถใช้เป็นมินิเกมแพด ที่ขนาดกำลังพอดี 

  1. ROG Clip 
ภาพจาก rog.asus.com

หากใครที่มีคอนโทรลเลอร์คู่ใจอยู่แล้วก็สามารถใช้เจ้า ROG Clip นี้เชื่อมต่อกับ ROG Phone 5 ได้เลย 

เทียบกับแบรนด์อื่นสู้ได้ไหม? 

หากลองยกสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นมาเปรียบเทียบสักตัว ก็ขอยกเจ้า iPhone 12 Pro Max ที่หลายคนคงอยากทราบว่าเกมมิ่งสมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์อย่างเจ้า ROG Phone 5 จะสู้ได้ไหม เราลองมาดูจากสเปคกัน

1.เล่นเกม

ด้านการเล่นเกมนั้นหากดูที่สเปคโดยรวมทั้งสองแบรนด์อาจสู้กันได้แบบไม่มีฝั่งไหนชนะขาด แต่ด้วย ROG Phone 5 ที่มีค่ารีเฟรชเรทของหน้าจอ 144Hz แบตเตอรี่ความจุ 6,000 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า ส่วน iPhone 12 Pro Max นั้นมีค่ารีเฟรชเรทที่ 60Hz และแบตเตอรี่เพียง 3,687 mAh  ดังนั้น ROG Phone 5 จึงค่อนข้างโดดเด่นกว่าในด้านการเล่นเกม

2.ดูหนัง ฟังเพลง 

การดูสื่อบันเทองต่างๆบนสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นถือว่าทำได้ดีทั้งคู่ แต่ใน ROG Phone 5 นั้นมีพอร์ทสำหรับเสียบหูฟัง 3.5mm ที่หลายคนต่างต้องการ ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบใช้หูฟังแบบมีสายมากๆ

3.ถ่ายรูปและวีดีโอ

เรื่องการถ่ายภาพและวีดีโอนั้น iPhone 12 Pro Max อาจดูโดดเด่นกว่าด้วยระบบกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และกล้องหน้าที่รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงถึง 4K และการถ่ายภาพที่หากเปรียบเทียบแล้วเรื่องรายละเอียดต่างๆต้องยกให้ iPhone 12 Pro Max ทำได้ดีกว่า

4.ใช้งานทั่วไป

การใช้งานทั่วไปอย่างเล่นโซเชียลหรือเรื่องทำงานเอกสารเล็กๆน้อยๆถือว่าทำได้ดีทั้งคู่ แต่ก็จะมีบางอย่างที่ทั้งสองมีแตกต่างกัน อย่าง ROG Phone 5 ที่มีบลูทูธ 5.2 และใช้พอร์ทเชื่อมต่อแบบ USB-C ที่สะดวก รวมถึงการแสกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่สะดวกและรวดเร็ว 

ส่วน iPhone 12 Pro Max นั้นก็มีการกันน้ำระดับมาตรฐาน IP68 หน้าจอที่มีจำนวนพิกเซลมากกว่า (458 PPI) และที่สำคัญคือในทุกครั้งที่แอปเปิ้ลปล่อยอัพเดท OS ใหม่ ก็จะรองรับรุ่นเก่าๆด้วย ทำให้ใช้งานได้ยาวนานกว่า

สรุป ROG Phone 5

เกมมิ่งสมาร์ทโฟนในยุคนี้ไม่ได้มีดีแค่การเล่นเกมเพียงอย่างเดียว อย่างเจ้า ROG Phone 5 ที่มีสเปคเร็วและแรง ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะดูสื่อบันเทิง ถ่ายรูปภาพหรือวีดิโอสวยๆ เรียกว่าครอบคลุมทุกการใช้งาน 

และหากใครกำลังมองหาเกมมิ่งสมาร์ทโฟนดีๆสักเครื่องมาดูกันที่ Kaidee ได้เลย ตอนนี้เรามีระบบใหม่ KD Pay ที่ช่วยให้คุณมั่นใจในการซื้อขายมากยิ่งขึ้น อย่ารอช้า เดี๋ยวจะไม่ทันของดีๆนะ !

5 กระเป๋า ตัง Chanel สุด Classy มีไว้ไม่เอาต์!

5 กระเป๋า ตัง Chanel สุด Classy มีไว้ไม่เอาต์!

เมื่อเอ่ยถึง “Chanel” แต่ละคนคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรกคะ?

เมื่อตัดเรื่องราคาออกไป …สำหรับเราแล้ว Chanel คือหนึ่งในแฟชั่นไอคอนชั้นสูง ที่ครองใจสาวๆ ทุกยุคทุกสมัย เป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่ขับเคลื่อนวงการแฟชั่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเปิดตัวคอลเลคชันในช่วงไหนมา มักได้รับความนิยมจากผู้หญิงทั่วโลก จน Out of stock อยู่บ่อยครั้ง

“ชาแนลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม
แต่ยังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงรสนิยมทางแฟชั่น

ที่ยอดเยี่ยมและบ่งบอกว่าคนๆ นั้นมีรสนิยมทางแฟชั่นชั้นสูง”

นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ชาแนลได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงเสมอมา ตั้งแต่ปี 1920 จนถึงปัจจุบัน

บทความนี้เราขอพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า ทำไมชาแนลถึงครองใจสาวๆ มาได้ยาวนานถึง 100 ปี อะไรที่ทำให้ผู้คนยอมจ่ายเงินหลักหมื่นหลักแสน เพื่อมี Chanel ไว้ในครอบครอง และมีกระเป๋า ตัง Chanel ใบไหนกันบ้างที่ Timeless น่าจับตามอง และควรเป็นเจ้าของบ้าง

ทำไมต้องกระเป๋า ตัง Chanel?

ความแพงของ Chanel ก็มีเหตุผลมารองรับอยู่เหมือนกัน ประโยคที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ได้ยอดเยี่ยมคือ “งดงามเหนือกาลเวลา” ต่อให้คุณซื้อกระเป๋า ตัง Chanel ที่ออกมาแล้ว 30 ปี เอามาใช้ตอนนี้อย่างไรก็ไม่เอาต์ แถมมูลค่ายังสูงขึ้นหลายเท่าตัว เสมือนคุณซื้อที่ดินเอาไว้เก็งกำไร ดังนั้นการซื้อกระเป๋า ตัง Chanel ก็เหมือนการลงทุนอย่างหนึ่ง

มาดูกันว่า ทำไมกระเป๋า ตัง Chanel ถึงครองใจสาวๆ มาทุกยุคทุกสมัย
อะไรคือมนต์ขลังที่รังสรรค์ให้แบรนด์นี้รันวงการแฟชั่นระดับโลกได้ยาวนานกว่า 100 ปี

1. กระเป๋า ตัง Chanel ทำจากวัสดุคุณภาพดีจากช่างฝีมือชั้นสูง

ใครที่เป็นสาวกชาแนลอยู่แล้ว คงจะทราบกิตติศัพท์กันดี ว่าทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋า ตัง chanel ทนทานทุกการใช้งานเอามากๆ ด้วยความที่ความตั้งใจแรกเริ่มของ “Coco Chanel” ผู้ก่อตั้งนั้น ต้องการให้ของทุกชิ้นของเขา เป็นแฟชั่นที่เรียบง่าย ใช้งานได้ทุกวันและใช้ได้ยาวนาน

ทุกวัสดุของกระเป๋า ตัง Chanel คือวัสดุคุณภาพสูงที่สุด มักทำจากหนังแกะ (Lambskin) และหนังคาเวียร์ (Caviar) ภายใต้การออกแบบและทำจริงของช่างระดับท็อปสุดในอุตสาหกรรมงานหนังในยุโรป ที่ค่อยๆ บรรจงตัดและขึ้นรูปทีละชิ้นด้วยมืออย่างช้าๆ เพื่อให้กระเป๋าเหล่านั้นรวมกันเป็น Chanel แห่งความสมบูรณ์แบบของทุกคน

ตัวอย่างหนังกระเป๋า ตัง Chanel Leather Material

  • หนังแกะ (Lambskin) – เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ได้รับความนิยมสูงสุดของชาแนล ด้วยเท็กซ์เจอร์ที่นุ่มนวลทุกการสัมผัส ทว่าคงรูปได้ยาวนาน

กระเป๋าชาแนลหนังแกะ
Credit : https://www.bragmybag.com/chanel-leather-guide/

  • หนังคาเวียร์ (Caviar) – หนังลูกแกะที่อัดลายเม็ดคาเวียร์ลงบนหนัง ทำให้หนังชนิดนี้มีผิวสัมผัสที่มีเอกลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์

ชาแนล
Credit : https://www.bragmybag.com/chanel-leather-guide/

  • หนังลูกวัว (Calfskin) – จุดเด่นของหนังชนิดนี้ คือความทนทานและการใช้งานที่ยาวนาน ทั้งยังให้การสัมผัสที่เรียบเนียนนุ่ม ซึ่งข้อหลังมักเป็นสาเหตุที่คนหลงรักหนังลูกวัว

กระเป๋าชาแนล
Credit : https://www.bragmybag.com/chanel-leather-guide/

  • หนังแพะ (Goatskin) – หนากว่าหนังแกะ แต่ความละเอียดของผิวน้อยกว่าหนังวัว ทำให้หนังชนิดนี้ใช้งานได้ค่อนข้างทนในระยะยาว แต่ผิวสัมผัสอาจจะไม่เรียบนุ่มเนียนเท่าหนังวัว

กระเป๋าชาแนลหนังแพะ
Credit : https://www.bragmybag.com/chanel-leather-guide/

2. กระเป๋า ตัง Chanel ดีไซน์เรียบหรู สวยงาม ใช้งานง่าย

“Simplicity is the keynote of all true elegance.”

ความเรียบง่ายคือสิ่งสำคัญของความสง่างามทั้งหมดที่แท้จริง

Coco Chanel

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณ Coco เขามองการณ์ไกลได้เฉียบคมจริงๆ นะคะ ความเรียบหรูในความเรียบง่าย คือสิ่งที่สตรีหลายคนปรารถนาทุกยุคทุกสมัย เข็มนาฬิกาหมุนผ่านศตวรรษ กระเป๋า ตัง Chanel และตัวแบรนด์ยังคงทรงอิทธิพลในโลกอยู่เสมอ

นอกจากจะครองตำแหน่งแบรนด์หรูชั้นนำของโลกจากนิตยสาร Forbes หลายปีติดกันมายาวนานแล้ว ชาแนลยังได้รับความนิยมในโซเชียลจากเหล่าอินฟูลฯ หลายล้านคน “Most Influential Luxury Brand” เรียกว่าแซงหน้าคู่แข่งไปหลายขุม เหล่าคนดังจากทั่วโลกพากันหิ้วชาแนลในชีวิตประจำวัน เป็นหนึ่งใน Everyday Look

3.กระเป๋า ตัง Chanel หลากหลายทางแฟชั่น

ในช่วงหลังชาแนลไม่ได้ชูจุดขายเรื่องความเรียบหรูและเรียบง่ายอย่างเพียงอย่างเดียว ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความหลากหลายในความเรียบหรูก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในแง่ดีไซน์ของกระเป๋า ตัง Chanel มากยิ่งขึ้น

ด้วยการสอดแทรกความหมายแฝงทางวัฒนธรรมอยู่ในตัวชิ้นงาน อย่างตัวคอลเลกชัน Double C สื่อถึงความรักนิรันดรของตัว Coco เอง โดยการนำตัวย่อของนามสกุล Chanel และแฟนหนุ่ม Capel มาอยู่ด้วยกัน ส่วนดอกคามิเลีย (Camellia) เป็นตัวแทนของความสง่างามของสตรีชั้นสูงในอดีต

4.กระเป๋า ตัง Chanel ใช้งานได้นาน

หนึ่งในขั้นตอนการผลิตที่ชาแนลให้ความสำคัญ คือการทดสอบความแข็งแรงในทุกโปรดักซ์ (รวมถึงกระเป๋า ตัง Chanel) ซึ่งของทุกชิ้นจะต้องมีการดูทดสอบว่า ทนความเสียหายจากน้ำและทนความร้อนได้ตรงกับระดับมาตรฐานของแบรนด์หรือไม่ ทั้งยังดูคุณภาพการผลิตโดยรวมว่า มีคุณภาพพอที่จะใช้งานได้ในระยะยาวเช่นกัน

รวม 5 กระเป๋า ตัง Chanel สุด Classy

ซึมซับกับเหตุแห่ง “ความแพง” ของกระเป๋า ตัง Chanel ไปแล้ว จะเห็นได้ถึงความพิถีพิถัน เข้าใจ และใส่ใจในความเป็นผู้หญิงเอามากๆ ไม่แปลกใจเลยนะคะ ว่ากระเป๋าหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้จะได้รับความนิยมมายาวนานกว่าศตวรรษ

ส่วนจะมีกระเป๋า ตัง Chanel รุ่นไหนที่ Classy ใช้ตอนไหนก็ไม่เอาต์บ้างนั้น เรารวมให้แล้ว จากความชอบส่วนตัวของเราเอง โดยจะเน้นกระเป๋าที่เป็นสีดำทั้งหมดนะคะ เพื่อให้ง่ายต่อความแมทช์ ความเรียบหรูตามสไตล์ชาแนล

1. กระเป๋า ตัง Chanel Classic Small Flap Wallet

กระเป๋า ตัง chanel classic small flap wallet

  • ปี 2018
  • ราคา : 30,000 บาท
  • วัสดุ : หนัง Lambskin
  • ขนาด : 10.5 × 11.5 × 3 cm

เริ่มที่กระเป๋า ตัง Chanel รุ่นคลาสิกออลไทม์กันก่อน เชื่อว่าเป็นรุ่นที่หลายคนน่าจะเคยเห็นบ่อยแล้ว แต่ในเมื่อเป็นลิสต์รวมกระเป๋า ตัง ชาแนลสุด Classy ยังไงตัวก็ต้องติดโผแบบแน่นอน ด้วยความครบเครื่องที่ใส่ได้ทั้งบัตรเครดิต เงินสด มีซิปด้านหลังไว้ให้ใส่เศษเหรียญ (ไม่เหมาะกับคนของเยอะ)

จริงๆ แล้วตัวกระเป๋า ตัง Chanel Classic Small Flap Wallet มีให้เลือกหลายหนัง ทั้งคาเวียร์ ทั้งแกะ ตามแต่ความชอบใจของแต่ละคน มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือดำ ชมพู เขียวและเบจ แต่ที่ขาดสต็อกสุดๆ เห็นจะเป็นสีดำ ด้วยความแมทช์ง่าย เข้ากับทุกลุค แค่ถือก็รู้สึกสวยรวยแพง!

2. กระเป๋า ตัง Chanel Grained Calfskin CC Flap Wallet

กระเป๋า ตัง chanel grained calfskin cc flap wallet

  • ปี 1999
  • ราคา : 16,500 บาท
  • วัสดุ : หนัง Grained Calfskin
  • ขนาด : 0.75× 4.5 × 3.5 in

ความเรียบหรูสุดคลาสิกเป็นสิ่งที่อยู่คู่กระเป๋า ตัง Chanel ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ นะคะ อย่างรุ่นนี้ผลิตขึ้นตั้งแต่ปี 1999 ก็ยังเข้าเทรนด์ไฮแฟชั่นในปี 2021 ได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวสีดำด้านตัดกับอะไหล่โลโก้ Double CC สีทอง ตัวแทนแห่งความรักนิรันดร์ ให้ความรู้สง่างามเหนือกาลเวลา เข้ากับทุกลุคได้สบายๆ

ส่วนราคากระเป๋า ตัง Chanel ที่แจ้งไปเป็นราคามือสองนะคะ มือหนึ่งคงไม่มีแล้ว ที่สำคัญจะเห็นได้ว่า “ความทนทานของหนังลูกวัว” วัสดุเกรดเยี่ยมที่ทางชาแนลภูมิใจนั้น เป็นเรื่องพิสูจน์ได้ว่าจริง ผ่านมา 20 ปี กระเป๋าดังกล่าวยังสวยงามเหมือนใหม่ (หากดูแลรักษาดี)

3. กระเป๋า ตัง Chanel Classic Zipped Coin Purse Wallet

กระเป๋า ตัง chanel classic zipped coin purse

  • ปี 2016
  • ราคา : 19,000 บาท
  • วัสดุ : หนัง Lambskin
  • ขนาด : 0.75 × 4.25 × 3 in

มาที่กระเป๋า ตัง Chanel อีกรุ่นที่ถือว่ายังไม่เก่าซะทีเดียว เพราะชอปบางประเทศยังมีวางจำหน่ายอยู่เลย (ไทยไม่มีแล้ว) ด้วยความที่ดีมานด์ในตลาดยังต้องการอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นคลาสิกยอดฮิตของทางชาแนลเลยก็ว่าได้

เข้าใจว่าบางคนอาจจะไม่ถูกจริตกับกระเป๋า ตัง Chanel สองรุ่นแรกเท่าไรนัก เพราะดูเก็บของได้น้อยไม่จุใจ หรือไม่ชอบทรง ตัว Chanel Classic Zipped Coin Purse มาในรูปแบบของซิปรูปปิด ให้ฟีลลูกคุณหนู มาดามชาแนลรุ่นเด็กที่ยังมีความสดใส ไม่เน้นความคลาสิกเท่าไรนัก

4. กระเป๋า ตัง Chanel 19 Long Flap Wallet

กระเป๋า ตัง chanel 19 long flap wallet

  • ปี 2019
  • ราคา : 42,000 บาท
  • วัสดุ : หนัง Lambskin
  • ขนาด : 4.1 × 7.6 × 1.2 in

แนะนำกระเป๋า ตัง Chanel แบบ Small Wallet ไปสามตัวฮิตแล้ว ทีนี้มาดู Long Wallet ที่น่าสนใจของชาแนลกันบ้าง ใครที่รู้สึกว่าใบเล็กใส่ของไม่พอ เรามีตัวเลือกให้คุณแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ให้ความกังวลทั้งหมดไปอยู่ที่ราคาที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวแทนค่ะ

รุ่น Chanel 19 Long Flap Wallet ที่เราเลือกมาแนะนำนั้น เป็นรุ่นท็อปของกระเป๋า ตัง Chanel ในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยตัว Lambskin ที่เงามงามทนทาน มาพร้อมการสัมผัสที่เนียนนุ่ม ทั้งยังมีอะไหล่ให้เลือกทั้ง Gold-Tone และ Silver-Tone ตลอดจนจำนวนช่องที่ให้มาเยอะจุใจ จะมีกี่บัตรสำคัญก็พกได้สบายใจ พกไปไหนก็คล่องตัว

5. กระเป๋า ตัง Chanel Calfskin Quilted Cambon Yen Wallet

กระเป๋า ตัง chanel calfskin quilted cambon yen wallet

  • ปี 2010
  • ราคา : 25,000 บาท
  • วัสดุ : หนัง Calfskin
  • ขนาด : 4.1 × 7.25 × 0.75 in

ปิดท้ายด้วยกระเป๋า ตัง Chanel แบบ Long Wallet รุ่นดังเมื่อสิบปีที่แล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังได้รับความนิยม จากสมาคมคนสะสมกระเป๋าชาแนลอยู่ไม่น้อย ด้วยดีไซน์สุดคลาสิคของสองคู่สีที่ตัดกัน อย่างสีขาวของตัว Double CC ที่นูนขึ้นมาและสีดำของพื้นกระเป๋าหนังลูกวัว เป็นอะไรที่สวยงามลงตัวดูมีมิติ

ส่วนด้านในกระเป๋าตังนอกจากมีช่องใส่ของจำนวนมากแล้ว ยังมีลูกเล่นเป็นสีชมพูเข้ม ให้ความรู้สึกสดใสไม่น่าเบื่อ เหมาะกับสายเรียบหรูแต่ดูสนุก ทั้งนี้ใครที่ชอบแบบเรียบโก้สีดำล้วนอย่างเดียว กระเป๋า ตัง Chanel รุ่น Calfskin Quilted Cambon Yen Wallet ก็มีให้เลือกเช่นเดียวกัน นับเป็นอีกหนึ่งไอเทมในตำนานที่ควรค่ากับการมีไว้ครอบครอง

ช้อปปิ้งกระเป๋า ตัง Chanel ที่ kaidee

เพลิดเพลินกับกระเป๋า ตัง Chanel 5 ตัวยอดฮิตของชาแนลไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปสะกิดความอยากได้หรือเพิ่มกิเลสให้ใครบ้างไหมคะ

ใครที่เฝ้าฝันอยากมีกระเป๋า ตัง Chanel ไว้ครอบครองสักหนึ่งใบ อย่าให้ฝันของคุณไกลเกินเอื้อมค่ะ ที่ kaidee มีกระเป๋าดีราคาโดนให้คุณช้อปปิ้งเพียบ ในราคาย่อมเยา ซื้อขายกันง่ายไม่ผ่านนายหน้า ทักไปสอบถามราคาได้ แถมช่วงนี้มีโปรโมชันพิเศษส่งฟรีทุกคำสั่งซื้อด้วยบริการ KD Pay ด้วยนะ

Kaidee Certified บริการตรวจสภาพรถที่จะทำให้ผู้ซื้อมั่นใจ-ผู้ขายขายดี

Kaidee Certified บริการตรวจสภาพรถที่จะทำให้ผู้ซื้อมั่นใจ-ผู้ขายขายดี

พีคสุด… รวมรถเก๋งราคาไม่เกิน 35000 บาท

พีคสุด… รวมรถเก๋งราคาไม่เกิน 35000 บาท

“รถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท รถมือสองราคาถูกสุดเท่าที่พอจะหาซื้อได้ในท้องตลาด แต่ซื้อของถูกต้องทำใจยอมรับได้ในความไม่สมบูรณ์”

รวมรถเก๋งราคาไม่เกิน 35000 บาท

ตลาดรถยนต์มือสองก็เหมือนกับมหาสมุทร มีทั้งความกว้างใหญ่และวัฏจักรปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ในมุมของคนซื้อ การค้นหารถมือสองราคาถูกที่สุด นับเป็นสูตรสำเร็จของการจับรถดีๆ สักคัน ทั้งเพื่อนำมาขับเอง หรือออกต่อแบบมีกำไรที่ปลายนวม ซึ่งรถมือสองมีอยู่หลายราคา และหลากเกรด ราคาแพงไม่ขอพูดถึง เพราะมีเยอะ แต่ขอโฟกัสไปที่รถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท นับเป็นราคาขายถูกที่สุดเท่าที่เงินจะพอหาซื้อได้ !

แปลกแต่จริงที่มีขาย… รถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท เชื่อว่าหลายคนคงเคย “คิด (แต่ไม่) ถึง” เพราะเป็นค่าตัวที่ถูกกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงเสียอีก แถมยังซื้อขายเปลี่ยนมือกันบ่อย มีให้เลือกหลายรุ่น ทว่าการซื้อรถถูก ต้องมีความรู้และประสบการณ์ชั้นเชิงที่เก๋าอยู่พอตัว รวมไปถึงรู้จักช่างและอู่ซ่อมรถ ด้วยคอนเน็คชันดีๆ ที่ขาดไม่ได้

คำโบราณที่ยังใช้ได้ดีในสถานการณ์ปัจจุบัน กล่าวไว้ถูกต้องมีอยู่ 2 เรื่อง คือ “คนโกหกที่ไม่ทำชั่วไม่มี” รวมไปถึง “ของถูกไม่มีดี และของฟรีไม่มีในโลก” ดังนั้น รถมือสองราคาถูกก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบเหมือนรถป้ายแดง ที่วิ่งออกจากศูนย์บริการอย่างแน่นอน

Kaidee Auto มีรถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท ประกาศขายบนหน้าเว็บไซต์ kaidee อยู่หลายรุ่น ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับรถในรุ่นต่างๆ รวมไปถึงราคากลางที่ซื้อหาเล่นกันในวงการ ส่วนจะถูกขนาดไหนขึ้นอยู่ตามสภาพ แต่สิ่งที่คุณควรต้องรู้ก่อนซื้อ คือ จุดเด่น, จุดด้อย และสิ่งที่ตรวจสอบก่อนซื้อ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปอ่านกันในบรรทัดด้านล่างได้เลย

ตลาดซื้อขายรถยนต์มือสองมีขนาดใหญ่มาก ช่องว่างของราคาขึ้นอยู่กับสภาพรถ

จุดเด่นของรถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท

1. ราคาถูกมาก

นับเป็นจุดเด่นที่สุดต้องยกให้ในเรื่องของราคา กับพาหนะที่มีค่าตัวถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า เพียงจ่ายเงินไม่ถึงครึ่งแสน ก็เป็นเจ้าของรถได้ 1 คัน หลายคนตัดสินใจซื้อเพื่อความคุ้มค่า และยอมแบกรับความเสี่ยงในสิ่งที่ตนเองเลือก ถ้าเจอรถสภาพดีและวิ่งได้ นับว่าเป็นกำไรที่มหาศาลเลยทีเดียว ดังนั้น ราคาจึงเป็นข้อดีลำดับแรกที่ทุกคนเลือกซื้อ

2. ซื้อเก็บเป็นอะไหล่ 

นอกจากซื้อเพื่อใช้ขับเองแล้ว ยังมีอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่ซื้อรถมือสองราคาถูก เพื่อนำไปเป็น อะไหล่ ให้รถคันหลัก ทั้งในรูปแบบอะไหล่ตรงรุ่นหรือเทียบรุ่น เนื่องจากรถสภาพหลายปี อะไหล่หาซื้อยาก โดยเฉพาะแยกขายเป็นชิ้นเดี่ยวๆ ส่วนใหญ่ราคาแพงและหาแท้แทบไม่เจอ การซื้อทั้งคันแล้วมาแยกอะไหล่ไว้คอยเปลี่ยนจึงคุ้มค่ากว่า หากมีชิ้นไหนไม่ใช้ ค่อยแบ่งมาขายต่อ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า 

คนรักรถบางท่าน ขับรถใช้งานจริงก็มีแค่คันเดียว แต่มีอะไหล่ตรงรุ่นซื้อเก็บไว้อยู่หลายคัน ก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก การซื้อรถทั้งคัน เพื่อเก็บอะไหล่แค่บางชิ้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเอาเข้าจริง รถเก่ากับราคาอะไหล่แทบไม่ต่างกัน ระหว่างซื้อทั้งคันหรือแยกเป็นชิ้น

การซื้อรถมือสองที่ดี เจ้าของต้องสามารถใช้ประโยชน์จากการขับขี่ได้อย่างเต็มที่

     จุดด้อยของรถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท

1. รถเก่าผ่านการใช้งาน

รถที่ราคาถูกจัดในหลักหมื่น ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ขึ้นไป นับว่านานมากกว่าค่าเฉลี่ยในปัจจุบัน ที่นับอายุการเฉลี่ยแค่ 7 – 10 ปี ดังนั้นรถจึงผ่านการใช้งานไม่ตำกว่าหลักแสนกิโลเมตร บางคันอาจวิ่งจัดถึงหลักล้าน จนเข็มวัดระยะทางกรอกลับมาเริ่มนับจากศูนย์อีกครั้ง ก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย 

2. อะไหล่หายาก

ต่อให้เคยเป็นรถรุ่นยอดนิยมในอดีต แต่ถ้าผ่านการผลิตมานานหลายปี บริษัทต้นทางส่วนใหญ่มักปิดไลน์การผลิตอะไหล่ไปแล้ว เพื่อหลีกทางเปิดสายการผลิตให้รถรุ่นปัจจุบันและใหม่แทน อะไหล่แท้เบิกศูนย์จึงหายากมาก แต่หากหาได้ก็นับว่าโชคดี แต่อาจเป็นอะไหล่ตกค้าง จนเก่าเก็บหลายปี ต้องตรวจเช็กอายุการใช้งานกันอีกครั้ง ถ้าหาอะไหล่แท้ไม่มี ทางเลือกจึงอยู่ที่อะไหล่เทียบและเทียมในท้องตลาด ซึ่งยังพอหาได้บ้างที่ตลาด “เซียงกง” 

3. รถต้องเก็บสภาพ

รถเก่าสภาพนางฟ้าหายากมาก ทว่ายังพอหาได้ แต่ไม่ขายถูกแค่ 35,000 บาทแน่นอน รถที่ขายราคานี้ ส่วนใหญ่ต้องซื้อไปเก็บสภาพ ไม่ว่าจะเป็นซ่อมสี ปะผุ เปลี่ยนเครื่อง ถ่ายของเหลว ทำช่วงล่าง หนักสุดอาจถึงขั้นต้องยกเครื่องใหม่ การเก็บสภาพนับเป็นปัญหาใหญ่สุดของรถเก่า ต่อให้มีเงินซ่อมแบบทุนหนา แต่ก็ใช่ว่าทุกอู่จะมีช่างมากฝีมือทำได้ เพราะรถบางคันมีอายุมากกว่าช่างหลายคนเสียอีก การจะซ่อมรถได้ ความรู้ในตำราอาจไม่เท่าเคยเห็นของจริง

4. ปัญหาจุกจิกเยอะ

รถเก่าอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ ย่อมเสื่อมไปตามสภาพ ซ่อมตรงนี้เสร็จ ตรงนู้นเสีย นับเป็นเรื่องปกติ เกิดปัญหาตามมาเรื่อยๆ เปรียบเสมือนรถเก่าเป็นคนสูงอายุ บางครั้งอาจต้องจอดอู่มากกว่าวิ่งบนถนนเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่ไม่ได้วิ่งนานๆ การใช้งานและชิ้นส่วนต่างๆ ก็จะหลวม กลายเป็นปัญหาจุกจิกตามมาไม่รู้จบ 

5. ต่อประกันยาก

แม้ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัยจะรับพิจารณารถเก่า แต่ก็มีเงื่อนไขหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือต้องผ่านตรวจสภาพ นอกจากนี้ยังพิจารณาในถึงเรื่องการหาอะไหล่ทดแทนด้วย ดังนั้น รถเก่าส่วนใหญ่จึงไม่ใช่ประกัน ชั้น 1 แต่ใช้ความคุ้มครองจากประกัน ชั้น 3 ที่สามารถทำได้ตลอดแทน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและรายละเอียดในกรมธรรม์เป็นสำคัญด้วย

การตรวจสภาพรถก่อนซื้อ เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับรถมือสอง

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อรถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องการเช็กลิสต์ “สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อรถ” เราอยากให้คุณเข้าใจตรงกันก่อนว่า รถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท ส่วนใหญ่มากกว่า 99.99% เป็นรถเก่า เพราะในความเป็นจริงราคานี้อย่าว่าแต่รถใหม่เลย ขนาดมือสองยังซื้อไม่ได้ ดังนั้น ผู้ที่ซื้อรถด้วย Range นี้ต้องทำใจและรับสภาพให้ได้ว่า รถที่ได้มาเป็นรถเก่าผ่านการใช้ (หนัก) ซื้อแล้วต้องมาเก็บสภาพ ทำสี ซ่อมปะผุ 

ผู้ซื้อต้องตั้งงบประมาณ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ค่ารถ และ คำนวณค่าซ่อม ค่าเก็บรายละเอียด พูดตรงๆ แบบไม่โลกสวยและไม่ได้เดินบนทุ่งลาเวนเดอร์ รถราคาถูกเพียง 35,000 บาท ขอให้วิ่งได้… ก็นับเป็นกำไรแล้ว เพราะราคาถูกกว่าสมาร์ทโฟน และจ่ายน้อยกว่ามอเตอร์ไซค์ด้วยซ้ำ

ผู้ซื้อรถในราคานี้ไม่ถึงกับขนาดต้องทำใจ ขอแค่เข้าใจสภาพรถและความเป็นจริง เพื่อวางแผนการดูแลรักษาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน อย่าหลอกตัวเอง “ราคานี้แต่สภาพนางฟ้าไม่มีอยู่จริง” เพราะหากคุณวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน บวกกับการมีความรู้เรื่องการดูรถเป็นพื้นฐานอยู่บ้าง รับรองว่ารถคันนี้จะสร้างกำไรให้คุณได้อย่างแน่นอนครับ 

สำหรับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อรถราคาถูก มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 เรื่อง     

ตรวจสอบรอบคันให้แน่ใจ แล้วจึงตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการซื้อ

1. เอกสารประจำรถต้องครบ

แม้จะเป็นรถเก่า แต่เอกสารประจำรถต้องครบ โดยเฉพาะสมุดคู่มือการจดทะเบียนต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถสืบประวัติการครอบครองได้อย่างถูกต้อง พิสูจน์ได้ว่าผ่านมาแล้วกี่มือ เพื่อเป็นประโยชน์ในการครอบครองและจดทะเบียน เมื่อรถเปลี่ยนมือเป็นของคุณอย่างสมบูรณ์

2. สภาพรถโดยรอบคัน

ตรวจสอบสภาพรถโดยรอบคัน ว่ามีส่วนไหนต้องซ่อมบ้าง ไม่ว่าจะเป็นรอยบุบ ระบบไฟ กันชนหน้าและหลัง บนหลังคา รวมไปถึงภายในห้องโดยสาร สภาพของรถมีส่วนต่อราคา ซึ่งสามารถต่อให้ถูกลงได้ โดยระหว่างการตรวจสอบสภาพรถ คุณต้องสวมบทเป็นนักคณิตคิดไว เพื่อคำนวณราคาค่าซ่อมไปด้วย หาจุดคุ้มทุนก่อนการตัดสินใจซื้อ

เครื่องยนต์เป็นสิ่งสำคัญมากในการตรวจสภาพรถทือสอง

3. เครื่องยนต์

หัวใจสำคัญของรถอยู่ที่เครื่องยนต์ โดยมีรถเก่าเป็นจำนวนไม่น้อยที่เครื่องยนต์ไม่ตรงกับรุ่นรถ มีการยกเครื่องใหม่ ดังนั้นตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเครื่องยนต์ตรงรุ่นกับรถหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้ตรวจสอบว่านำเครื่องยนต์ของรถรุ่นใดมาใส่ จากนั้นเช็กสภาพ ปีผลิต และเลขไมล์ พยายามสตาร์ทเครื่องให้ติดเพื่อตรวจสอบดูรอบเดินเบา สภาพสายพาน แหวน ลูกสูบ ของเหลวในเครื่อง ตรวจสอบให้ครบ ค่าซ่อมเครื่องนับว่าแพงเป็นอันดับต้นๆ ในกระบวนการดูแลบำรุงรักษารถเลยทีเดียว

4. สถานะพร้อมโอน

รถทุกคันต้องพร้อมโอนเพื่อเปลี่ยนเจ้าของได้ทันที พยายามหลีกเลี่ยงการซื้อรถด้วยวิธีการ “โอนลอย” เพราะอาจเกิดปัญหาตามมาทีหลัง รถที่ดีต้องพร้อมโอนเปลี่ยนเจ้าของ ถ้ารถไม่พร้อมโอน อาจมีปัญหาเรื่องการครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายตามมาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นรถบ่อน รถขโมย รถจดประกอบ รถหนีภาษี ฯลฯ รถในกลุ่มนี้จะขายในราคาถูกกว่าปกติ ระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อโดยเด็ดขาด

5. ทดลองขับจริง รถต้องวิ่งได้

การซื้อรถจะสมบูรณ์แบบมากขึ้น ก็ต่อเมื่อรถคันนั้นสามารถวิ่งได้ ถ้าจ่ายเงินแล้วปรากฎว่าวิ่งไม่ได้ แบบนี้เราเรียกกันว่า “ซื้อซาก” หากสนใจเป็นเจ้าของรถคันไหน ไม่ว่าจะถูกหรือแพง ต้องขอทดลองขับจริง เพื่อให้รู้สมรรถนะ ฟีลลิ่งการขับบนถนน อัตตราเร่ง ช่วงล่าง ความเย็นของแอร์ในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่คุณจะต้องรู้ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อในขั้นตอนสุดท้าย

มีเป็นจำนวนไม่น้อยที่เห็นภายนอกแล้วชอบ ซื้อก่อน ขับทีหลัง พอได้รถมาเป็นเจ้าของ แล้วกลับไม่ชอบตอนขับจริง สุดท้ายก็ต้องขายทิ้งในราคากลืนเลือด 

นอกจากนี้ สิ่งที่อยากเน้นย้ำในการทดลองขับ คือคุณต้องขับรถอย่างพอประมาณ อย่าอัดหนัก อย่ากดคันเร่งมิดข้อ เพราะรถเก่าสภาพก็พร้อมพังคาเท้าคุณอยู่แล้ว ซึ่งอาจทำให้คุณเป็นหนี้โดยที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของก็ได้ เรื่องนี้ควรต้องระวังไว้ให้ดี

รถมือสองที่มีราคาต่ำกว่า 35,000 มีขายเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน

เปิดโผรุ่นเด็ด รถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท

Kaidee Auto เปิดโผรถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท โดยอ้างอิงจากราคาที่มีขายถูกที่สุดใน kaidee เท่านั้น สำหรับราคารถขึ้นอยู่ตามสภาพ ไม่สามารถใช้อ้างอิงเป็นราคากลางได้ เพราะสภาพรถแตกต่างกันออกไป 

โดยรถทุกรุ่น เราใช้ภาพประกอบในช่วงที่รถออกมาใหม่ในอดีต ซึ่งรถที่เรานำเสนอทั้ง 8 รุ่น จะเป็นราคาขายต่ำสุด ส่วนจะมีรถรุ่นใดบ้าง ไปชมกันได้เลย

TOYOTA COROLLA รหัสตัวถัง AE92 คุ้นเคยกันดีในชื่อโฉมโดเรมอน

TOYOTA รุ่น COROLLA รหัสตัวถัง AE92 โฉมโดเรมอน

เริ่มต้นกันที่ Toyota รุ่น Corolla รหัสตัวถัง AE92 หรือในวงการเรียกกันว่าโฉม “โดเรมอน” ผลิตในปี 1991 นับเป็นรถเจเนอเรชันที่ 5 ของสายการผลิต Corolla ในอดีตขายดีมาก ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ให้มาค่อนข้างครบ มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและธรรมดา พร้อมกระจกไฟฟ้า ซึ่งนับว่าแปลกใหม่สำหรับรถเมื่อ 30 ปีก่อน เครื่องอึด ถึก ทนทาน

สำหรับ Toyota Corolla ราคาถูกสุดในสภาพพอสวยที่ขายอยู่ในเว็บ Kaidee เปิดราคาไว้ที่ 22,000 บาท โดยรุ่นนี้มีราคาขายตั้งแต่หลักหมื่นถึง 1 แสนบาทต้นๆ คลิกเลย

NISSAN รหัสตัวถัง B11 นับเป็น SUNNY รุ่นแรกที่เข้าทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

NISSAN รุ่น SUNNY รหัสตัวถัง B11

Nissan รุ่น Sunny รหัสตัวถัง B11 เครื่องคาบูเรเตอร์ เป็นรถที่ค่อนข้างประหยัดน้ำมัน มาพร้อมตัวถังขนาดเล็ก นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในอดีต ผลิตตั้งแต่ปี 1982 จัดเป็น Sunny เจเนอเรชันที่ 5 แห่งสายการผลิตจากญี่ปุ่น แต่ก็เป็น Sunny รุ่นแรกที่เข้าไทย

Sunny B11 มีขายเป็นมือสองเยอะมาก และถูกเป็นอันดับต้นๆ ของตลาดรถใช้แล้ว ราคาซื้อหาเริ่มต้นแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท ส่วนรถที่เราคัดสภาพมาให้ค่อนข้างโอเค ขายในเว็บ Kaidee เพียง 25,000 บาทเท่านั้น สนใจเป็นเจ้าของ คลิกเลย 

ตำนานของ E-CLASS หนึ่งในนั้นต้องยกให้รหัสตัวถัง W123

MERCEDES-BENZ รุ่น E250 รหัสตัวถัง W123

ไม่ต้องขยี้ตา เพราะนี่คือเรื่องจริง สำหรับ Mercedes-Benz รุ่น E250 รหัสตัวถัง W123 โฉมปี 1988 ผลิตและทำยอดขายได้ค่อนข้างเยอะ ราคาตลาดถ้าเป็นรถสภาพดี ไม่มีถูก เปลี่ยนมือด้วยค่าตัวหลายแสน ขึ้นอยู่กับสภาพรถ ถ้าสวยจริง มีออปชันครบ ราคาอาจไต่ถึงครึ่งล้าน

สำหรับ E250 ที่เราจัดมีราคาถูกมาก (ที่) สุดเท่าที่หาได้ในท้องตลาด ของค่ายดาวสามแฉก เริ่มต้นเพียง 28,500 บาท แต่สภาพต้องเก็บงานหลายจุดอยู่เหมือนกัน สนใจเป็นเจ้าของ คลิกเลย

NISSAN รุ่น SENTRA รหัสตัวถัง B13 เมื่อ่อนพบมากเป็นรถแท็กซี่มิเตอร์รุ่นแรก

NISSAN รุ่น SENTRA รหัสตัวถัง B13

NISSAN รุ่น SENTRA ยุครุ่งเรืองขับกันทั่วบ้านทั่วเมือง รถผลิตปี 1990 ถูกใช้เป็นรถแท็กซี่ยุคติดมิเตอร์รุ่นแรกๆ เครื่องคาบูเรเตอร์สุดทน ตัวถังซีดานทรงสี่เหลี่ยม มาพร้อมเบาะหนังกำมะหยี่ แม่จะเป็นรุ่นที่ประหยัดน้ำมัน แต่คนไทยนิยมนำรถไปติดแก๊ส LPG

SENTRA สภาพดีขายหลักแสน รถรุ่นนี้ต่อให้สภาพดีก็ขายไม่ค่อยแพง เพราะในอดีตถูกใช้เป็นแท็กซี่ค่อนข้างเยอะ ราคาจึงไม่ไปต่อ มีแต่ลดลงเรื่อยๆ ซื้อหาในราคาหลักหมื่น ท็อปสุดก็แสนต้น ส่วนคันที่เราคัดมาลงขายในเว็บ ด้วยราคา 29,000 บาทเท่านั้น รถพร้อมใช้งาน มาพร้อมเกียร์ธรรมดา เบาะกำมะหยี่ กระจกอัตโนมือ ทะเบียนครบ รถพร้อมโอน สนใจเป็นเจ้าของ คลิกเลย

PEUGEOT 306 รถสวยสภาพดียังมีขายเป็นมือสองอยู่ในปัจจุบัน ผ่านอายุการใช้งานเกิน 20 ปี

PEUGEOT รุ่น 306

PEUGEOT รถดีจากฝรั่งเศส แต่โชคไม่ดีที่ในอดีตถอนตัวจากตลาดเมืองไทย ในช่วงที่ยอดขายกำลังดี ก่อนกลับมาใหม่เมื่อ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา คาดต้องปลุกปั้นแบรนด์อีกพักใหญ่ เพราะคนไทยเจ็บแล้วจำจากภาวะถอนสมอของ PEUGEOT 

สำหรับเจ้า 306 เป็นรุ่นนำขบวนด้านยอดขายเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว นับเป็นรถยุโรปที่ค่อนข้างสวย สมรรถนะดี คนไทยชอบ มีใช้กันถึงปัจจุบัน คิดดูว่าทนขนาดไหน เรื่องบำรุงรักษาไม่ต้องห่วง ช่างไทยเก่งๆ ซ่อมได้ มีหลายอู่ให้เลือกเข้า ราคาปรับลงมาเรื่อยๆ ขายอยู่ราวหลักหมื่น 

ในส่วนของรุ่น 306 ที่เราคัดมา ขายเพียง 30,000 บาท เจ้าของปัจจุบันบอกเครื่องยนต์ยังดี แอร์เย็น หม้อน้ำล้างและเปลี่ยนฝาข้างใหม่ ปั๊มน้ำเพิ่งเปลี่ยน หน้าคลัทช์แอร์ใหม่ สายพานไทมิ่งเปลี่ยนใหม่ ทะเบียนขาด 2 ปี (ต่อได้) ภายในสะอาด กระจกไฟฟ้าคู่หน้า ม่านหลัง ขับใช้งานได้ปกติ แต่ถ้าคนไม่เคยใช้ PEUGEOT อาจจะงงกับระบบอยู่สักหน่อย สนใจเป็นเจ้าของ คลิกเลย

VOLVO รุ่น 940 GL ตัวถังขนาดใหญ่ หรูหรามากในยุคอดีต ปัจจุบันหลายคันขายหลักหมื่นบาท

VOLVO รุ่น 940 GL

ถ้าพูดถึงเรื่องความปลอดภัย หนึ่งในแบรนด์ดังต้องนึกถึง VOLVO โดยเฉพาะรุ่น 940 GL ผลิตปี 1993 ตัวถังเหล็กคุณภาพดี ห้องโดยสารโอ่อ่า ในอดีตค่อนข้างหรู ถูกใช้เป็นรถระดับผู้บริหาร นอกจากนี้ยังมีห้องเครื่องขนาดใหญ่ สามารถวางเครื่องใหม่ใส่ได้แทบทุกรุ่น

940 GL ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งของตัวถัง พบรถรุ่นนี้บนท้องถนนส่วนใหญ่สภาพดี ไม่ค่อยมีผุหรือสนิมกิน การันตีเรื่องความทรหด สำหรับราคาถูกสุดบนเว็บ Kaidee ขายราคาเบาๆ เพียง 32,500 บาท ติดตามรายละเอียด คลิกเลย

TOYOTA COROLLA รหัสตัวถัง KE30 ยิ่งนานวันก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

TOYOTA รุ่น COROLLA รหัสตัวถัง KE30

บรรพบุรุษของ COROLLA ระดับตำนาน ยิ่งนาน รถยิ่งสวย สำหรับรหัสตัวถัง KE30 เปิดตัวและจำหน่ายตั้งแต่ยุคปี 1970 ซีดานตัวถังขนาดเล็ก ตามแบบฉบับรถญี่ปุ่นยุคอดีต รุ่นนี้นักสะสมเริ่มนิยม สภาพสวยจัดราคาแพงหลักแสน ถ้าเป็นสภาพผ่านใช้ราคาวิ่งวนอยู่ในหลักหมื่น

COROLLA รหัส KE30 สภาพพอสวยจริงไม่จกตา ในเว็บของเราเปิดราคาไว้ถูกมาก เพียง 33,000 บาท ซื้อราคานี้ได้ทั้งรถพร้อมใช้งาน แถมเครื่องดีไม่มีปัญหา เจ้าของปัจจุบันเปลี่ยนคาบูเรเตอร์ใหม่ให้แล้ว เอกสารครบ ภาษีเต็ม รถพร้อมโอน คลิกเลย

MITSUBISHI รุ่น LANCER GLXI ตัว E-CAR รถสภาพเดิมหายากมาก

MITSUBISHI รุ่น LANCER GLXI โฉม E-CAR

อีกหนึ่งรุ่นที่มีขายเยอะมาก ในตลาดรถมือสองราคาถูกสุด MITSUBISHI รุ่น LANCER GLXI หรือที่เรียกกันว่า E-CAR ผลิตและจำหน่ายปี 1991 คนไทยนิยมมาก รถทั้งแรงและมีความอึด ผ่านมาหลายสิบปีรูปทรงก็ยังดูทันสมัย แต่รถสภาพเดิมๆ หายาก ส่วนใหญ่คนไทยนิยมนำไปแต่ง ทั้งเน้นสวยซิ่งแบบทั่วไป หรือ แปลงโฉมให้ละม้ายคล้าย EVOLUTION

สภาพดีมีขายเยอะ ราคาเริ่มหลักหมื่นถึงหนึ่งแสนต้น ถูกและคุณภาพดีเราคัดมาตามโจทย์ได้คันนี้ ราคาเต็ม 35,000 บาท เป็นรถบ้านมือเดียว สภาพดี พอสวย รถเดิมทั้งคัน ไม่ติดแก๊ส ต่อภาษีทุกปีไม่เคยขาด เครื่องเงียบ แอร์เย็น ของเหลวเพิ่งถ่าย พูดคุยถูกใจคนขายอาจมีทอนให้ คลิกเลย

ทั้งหมดนี้ เป็นรถเก๋งราคาไม่เกิน 35,000 บาท ซึ่งนับเป็นรถที่มีราคาต่ำสุดแทบจะในท้องตลาด ทุกคันผ่านการใช้งาน มีอายุยาวนานร่วม 30 ปี สนใจอยากซื้อต้องพิจารณาดูหลายปัจจัย เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด อยากซื้อใช้เอง ดีเพราะราคาจับต้องได้ แต่ต้องดูรถเป็นและเข้าใจสภาพเรื่องการบำรุงรักษา แต่ถ้าซื้อเก็บเพื่อเก็งราคาไม่แนะนำ เพราะคนละประเภทกับกลุ่มรถคลาสสิค

นอกจากนี้ ยังมีรถมือสองราคาถูกสุด ให้เลือกซื้ออีกเพียบ สนใจรถสภาพดี การันตีมีให้เลือกเยอะมาก เลือกซื้อได้ที่ Kaidee Auto เท่านั้น

ต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี

ต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี

ต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตของคนมีบ้าน เพราะการมีหลังคาหน้าบ้านที่ดูดี เหมาะสม ไม่เพียงช่วยบังแดดกันฝนเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าเป็นตาที่เสริมให้ภาพรวมของบ้านดูสวยงามน่ามอง น่าอยู่ได้อีกด้วย

ปัจจุบันการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านมีตัวเลือกอย่างมากมาย การจะเลือกแบบไหนดีจึงขึ้นอยู่กับความต้องการ และงบประมาณของเจ้าของบ้าน ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากลักษณะการติดตั้งและวัสดุที่ใช้ทำหลังคา ซึ่งแต่ละประเภทจะมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร Kaidee รวบรวมมาไว้ในบทความนี้แล้ว 

ลักษณะการต่อเติมหลังคาหน้าบ้าน

รูปทรงหลังคานั้นมีหลายแบบ แต่สำหรับงานต่อเติมหลังคาหน้าบ้านที่นิยมกันคือแบบหลังคาแบน (Flat Slab Roof) เนื่องจากสร้างง่าย ใช้โครงสร้างไม่เยอะ และมีวัสดุหลังคาให้เลือกจำนวนมาก 

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกได้ว่าจะต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบมีเสาหรือไม่มีเสาได้อีกด้วย โดยดูจากขนาดหลังคาที่จะติดตั้ง หากยื่นออกมาจากตัวบ้านไม่เกิน 2 เมตร เราสามารถติดตั้งโดยไม่ต้องมีเสารองรับได้เลย และใช้แท่งเหล็กรับแรงดึง (Tension Rod) ช่วยยึดหลังคาจากด้านบนกับตัวบ้าน หรือค้ำยันด้านล่างกับตัวบ้านเพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงให้กับหลังคา พร้อมๆ กับใช้พื้นที่หน้าบ้านได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่หากขนาดหลังคาที่ต่อเติมมีขนาดใหญ่ กล่าวคือ ยาวเกิน 2 เมตร เราจำเป็นต้องมีเสารองรับ ซึ่งวิธีการติดตั้งที่ดีที่สุด คือการทำเสารับน้ำหนักเฉพาะชุดหลังคาอย่างน้อย 4 ตัว (พร้อมลงเสาเข็มด้วย) เพื่อแยกโครงสร้างหลังคาออกจากตัวบ้าน เนื่องจากหากพื้นดินทรุดตัวในอนาคตก็จะไม่เป็นปัญหากับตัวบ้านนั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเซฟค่าใช้จ่ายในการติดเติมหลังคาขนาดใหญ่จริงๆ เราสามารถฝากน้ำหนักหลังคาด้านหนึ่งไว้กับตัวบ้านได้ แต่ควรทำรอยต่อระหว่างบ้านและหลังคาให้มีความยืดหยุ่นหรือแกว่งตัวได้ เพื่อลดปัญหาการดึงรั้งกันที่อาจทำให้เกิดรอยแตกแยกของโครงสร้างเมื่อใช้ไปนานๆ

ลักษณะการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบมีเสาและไม่มีเสา
(ขอบคุณภาพจาก www.shinkolite.co.th)

วัสดุต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดีกว่ากัน 

พูดถึงวัสดุมุงหลังคาสำหรับงานต่อเติมโรงรถหรือระเบียงหน้าบ้าน เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. หลังคาทึบแสง มีคุณสมบัติกันแสงแดดได้ดี ทำให้พื้นที่ใต้หลังคาสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เรทราคาของหลังคาทึบแสงส่วนใหญ่จะถูกกว่าหลังคาโปร่งแสง ในขณะที่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อติดตั้งหลังคาหน้าบ้านขนาดใหญ่แล้ว พื้นที่ภายในบ้านมักจะมืดและได้รับแสงธรรมชาติน้อยลง

2. หลังคาโปร่งแสง คุณสมบัติเด่นคือเป็นวัสดุที่ยอมให้แสงผ่านได้ จึงทำให้บ้านดูโปร่ง ไม่อึดอัด ในบางวัสดุยังมีคุณสมบัติกันความร้อน สะท้อนแสง UV ซึ่งทำให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายการติดตั้งที่สูงขึ้นด้วย 

ทีนี้เรามาดูกันว่าวัสดุสำหรับทำหลังคาเพื่อต่อเติมหน้าบ้านนั้น มีวัสดุแบบไหนบ้าง และข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร

หลังคาไวนิล

ทำจากพลาสติกสังเคราะห์ประเภท UPVC หรือ Unplasticised Poly Vinyl Chloride โดยขึ้นรูปคล้ายการฉีดโฟมจนเป็นแผ่นหลังคารูปร่างต่างๆ มีทั้งแบบท้องเรียบ ลอนคู่ ลอนเดี่ยว ลอนสาม เนื้อไวนิลมีความเหนียว ทนทาน จึงทำให้มีอายุการใช้งาน 10 ปี ขึ้นไป การติดตั้งหลังคาไวนิลทั่วไปมักใช้ระบบเข้าลิ้นและยิงสกรูที่ลิ้นของแผ่นหลังคาจึงทำให้แผ่นหลังคาสามารถทำลอนที่แบนกว่าหลังคาแบบอื่นๆ ได้และลดปัญหาเรื่องการรั่วซึมตามรอยต่อแผ่น

ข้อดี 

  • น้ำหนักเบา ไม่ลามไฟ
  • มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ 
  • ทนทานต่อแรงกระแทกเพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น
  • ช่วยซับเสียงได้ ฝนตกจะไม่เกิดเสียงรบกวนมากนัก

ข้อเสีย

  • ราคาต่อตารางเมตรสูงกว่าหลังคาเมทัลชีท 
  • เนื้อหลังคามีแต่แบบขาวขุ่น ไม่มีแบบใส
  • เมื่อใช้ไปนานๆ สีหลังคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือซีดจาง

หลังคาเมทัลชีท 

ผลิตโดยนำแผ่นเหล็กมารีดและทำเป็นลอน จากนั้นเคลือบด้วยสังกะสี-อลูมิเนียม (แผ่นหลังคาสีเงินธรรมดา) ซึ่งลักษณะการเคลือบเช่นนี้จะสามารถทนทานต่อสนิมได้ในระดับหนึ่ง และมีราคาถูก หากต้องการแผ่นหลังคาเมทัลชีทที่มีคุณภาพขึ้นมาหน่อย ควรเลือกแบบที่ผ่านการเคลือบสังกะสี-อลูมิเนียม สารปรับผิว สีรองพื้นและสีเคลือบผิวตามลำดับ ก็จะช่วยป้องกันการเกิดสนิมได้ดีกว่า และมีอายุการใช้งานนานขึ้น

ข้อดี

  • ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับวัสดุหลังคาอื่นๆ  
  • หลังคาเมทัลชีทมีน้ำหนักเบา จึงประหยัดงบด้านโครงสร้างเหล็กหรือแปได้
  • สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว 
  • สามารถป้องกันปัญหาการรั่วซึมของหลังคาได้ดี เนื่องจากเมทัลชีทจะผลิตมาเป็นแผ่นยาวจึงมีรอยต่อน้อย 

ข้อเสีย

  • เวลาฝนตกกระทบหลังคาจะเกิดเสียงดังมาก ทำให้เกิดความรำคาญได้
  • ใต้หลังคามักสะสมความร้อน จึงต้องบุฉนวนเพิ่ม 
  • แผ่นเมทัลชีทที่นำมาใช้งานส่วนใหญ่ค่อนข้างบาง ทำให้เสียรูปได้ง่ายหากเกิดแรงกระแทกบนหลังคา 
  • ต้องระมัดระวังหากใช้การติดตั้งโดยการเจาะสกรูยึดแผ่นหลังคาเมทัลชีทกับแป เนื่องจากเป็นจุดที่เกิดรอบรั่วซึมได้ง่าย 
ลักษณะหลังคาเมทัลชีทจะเป็นแผ่นใหญ่ทำให้มีรอยต่อน้อย
(ขอบคุณภาพจาก www.scghome.com)

หลังคา APVC / PVC

APVC มาจากคำว่า ASA Coated หรือ Anti-UV Coated UPVC ซึ่งเป็นพลาสติกในกลุ่ม UPVC แต่มีการเคลือบผิวด้วยสารพิเศษที่เรียกว่า ASA เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันแสง UV กันตะไคร้น้ำ และช่วยปกป้องชั้นสีไม่ให้สีของหลังคาซีดจางเร็วเกินไป

ข้อดี

  • มีทั้งแบบหลังคาทึบแสงและโปร่งแสงให้เลือก 
  • ทนทานต่อการกัดกร่อนของกรดและสารเคมี ไม่ติดไฟ
  • ดูดซับเสียงได้ดี
  • ตัววัสดุสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 

ข้อเสีย

  • น้ำหนักและราคาสูงกว่าหลังคาเมทัลชีท

หลังคาอะคริลิก

เป็นหลังคาชนิดโปร่งแสงที่เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นอย่างมาก คุณสมบัติที่เห็นได้ชัดคือ พื้นผิวเรียบ ใสเหมือนกระจกแต่น้ำหนักเบากว่า เนื้ออะคริลิกมีความเหนียว สามารถดัดโค้งได้ โดยที่ไม่กรอบหรือแตกง่าย

ข้อดี

  • ดูสวยงาม ทันสมัย 
  • มีเกรดให้เลือกตามความต้องการ ทั้งระดับการป้องกันความร้อน ปริมาณที่แสงผ่านได้ และโทนสีของแผ่นหลังคา
  • ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้น้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดเท่านั้น

ข้อเสีย

  • ราคาสูงทั้งในส่วนราคาวัสดุและการติดตั้ง  
  • เนื้อแผ่นอะคริลิกเป็นรอยง่าย จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการติดตั้ง
แผ่นหลังคาแบบอะคริลิกโปร่งแสง
(ขอบคุณภาพจาก www.q-chang.com)

หลังคากระจกลามิเนต

เรียกอีกอย่างว่ากระจกนิรภัยสองชั้น เป็นการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปประกบติดกันด้วยแผ่นฟิล์ม (PVB) แบบแซนวิส เพื่อช่วยในการยึดเกาะชั้นกระจกไม่ให้ร่วงหล่นลงมาทำอันตรายต่อผู้ใช้ในกรณีที่กระจกแตก และแผ่นฟิล์มยังทำหน้าที่ป้องกันรังสี UV จึงเหมาะกับงานต่อเติมอาคารประเภทหลังคาสกายไลท์ กลาสเฮ้าส์ ผนังกระจก และโรงจอดรถ

ข้อดี

  • ติดตั้งแล้วให้ความสวยงามแก่ตัวบ้าน
  • เวลาฝนตกจะไม่ค่อยมีเสียงรบกวนมากนัก
  • มีสีให้เลือกจำนวนมากทั้งสีฟิล์มและสีกระจก 

ข้อเสีย

  • ราคาสูง สนนราคาพร้อมอุปกรณ์ประกอบและค่าบริการติดตั้งจะอยู่ที่ประมาณ 4,300 – 4,600 บาทต่อตารางเมตร (ยังไม่รวมโครงสร้างรองรับ)
  • น้ำหนักมาก จำเป็นต้องได้รับการออกแบบติดตั้งบนโครงสร้างที่มีความแข็งแรงเพียงพอ
  • สกปรกง่าย ทำให้ต้องหมั่นทำความสะอาด
  • การติดตั้งจำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญ

หลังคาโพลีคาร์บอเนต

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate Sheet) ผลิตจากผงหรือเม็ดพลาสติกใสแล้วนำไปขึ้นรูปกับแม่พิมพ์ เนื้อวัสดุมีความเหนียวมากกว่าอะคริลิค 10-20 เท่า มีความยืดหยุ่นสูง สามารถขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน และคลายตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง โดยลักษณะแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่นิยมใช้กันมีทั้งแบบตันและแบบกลวง (ลูกฟูก) 

ข้อดี

  • เนื้อวัสดุโปร่งแสง ทำให้พื้นที่ดูโล่ง สว่าง 
  • ติดตั้งง่าย ใช้เพียงน็อตยึดกับโครงสร้าง ทำให้ประหยัดเวลา 
  • เสียงไม่ดังมากเวลาฝนตก

ข้อเสีย 

  • มีโอกาสชำรุดได้ง่าย 
  • แผ่นหลังคาแบบลูกฟูกมักสกปรกง่าย เนื่องจากมีช่องว่างเก็บกักความชื้นจึงเกิดไอน้ำและตะไคร่ ทำให้หลังคาดูขุ่นมัวไม่สวยงามเมื่อใช้ไประยะหนึ่ง
  • เนื่องจากเป็นหลังคาโปร่งแสง พื้นที่ใต้หลังคาจึงรับความร้อนโดยตรง หากจัดระบบระบายอากาศไม่ดีจะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิบ้านให้สูงขึ้น

หลังคาไฟเบอร์กลาส

หลังคาไฟเบอร์กลาสหรือที่เรียก GRP (Glass Reinforced Polyester) มีทั้งลักษณะโปร่งแสงและผิวขุ่นพอให้แสงส่องดูสบายตา มีคุณภาพดีกว่าหลังคาโพลีคาร์บอเนต เนื่องจากหลังคาไฟเบอร์กลาสมีการขยายตัวน้อยกว่าถึง 50% จึงทำให้เกิดความเสียหายกับตัวแผ่นน้อยกว่า 

ข้อดี 

  • สวยงาม สามารถเลือกชนิดของหลังคาแบบสีใสหรือสีขุ่นได้ 
  • มีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งได้
  • หลังคาบางรุ่นมีการเพิ่มสารเคลือบเพื่อกันความร้อนได้ดีขึ้น

ข้อเสีย

  • อาจมีเสียงฝนตกกระทบรบกวนอยู่บ้าง
  • สีหลังคาซีดจางไปตามกาลเวลา บางครั้งเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหม่น 
หลังคาไฟเบอร์กลาสสีขุ่น แสงสามารถลอดผ่านได้ทำให้หน้าบ้านดูไม่ทึบเกินไป
(ขอบคุณภาพจาก www.minigoldroof.com)

สรุปต่อเติมหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดี

เมื่อคิดจะต่อเติมหลังคาหน้าบ้าน หรือส่วนใดๆ ของบ้านก็ตาม หัวใจสำคัญอันดับหนึ่งคือ “ความปลอดภัยของผู้ใช้” ซึ่งในการติดตั้งหลังคาหน้าบ้านแบบไหนดีที่สุดนั้น มีเพียง 2 ปัจจัยให้ต้องพิจารณา กล่าวคือ ขนาดของหลังคาเล็กหรือใหญ่ หากมีขนาดใหญ่กว่า 2 เมตร ต้องไม่ละเลยการทำฐานรากและเสาเพื่อรับน้ำหนักโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ประเภทเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเอาได้  

จากนั้นจึงเลือกวัสดุมุงหลังคา ควรเน้นที่น้ำหนักเบาไว้ก่อน แล้วค่อยลงดีเทลว่าเป็นวัสดุชนิดไหนที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของดีไซน์ การใช้งาน การบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพียงเท่านี้เราก็จะมีสโคปการคิดและตัดสินใจเรื่องต่อเติมหลังคาหน้าบ้านได้โดยไม่ฟุ้งเกินจำเป็น