จะแต่งบ้านทั้งที เรื่องที่ขาดไม่ได้เลยก็คือพรม เพราะจะปล่อยพื้นบ้านไว้โล่ง ๆ ก็เหมือนขาดอะไรไป แต่พอจะเลือกซื้อพรมปูพื้นก็ดันไม่รู้จะเลือกแบบไหน วันนี้ Kaidee จะพาคุณไปทำความรู้จักวิธีเลือกพรมปูพื้น และชนิดของพรมปูพื้นตามลักษณะวัสดุ รับรองว่าละเอียดยิบ ได้ความรู้แบบครบเครื่องแน่นอน
How to: เลือกพรมปูพื้น
การเลือกพรมปูพื้น ก่อนอื่นต้องดูจากลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะมี 2 แบบหลัก ๆ คือ การเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการเลือกพรมปูพื้นจากวัสดุที่ใช้อีกด้วย
1.เลือกพรมปูพื้นตามสถานที่
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น

ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
- เลือกขนาดพรมให้พอดีกับขนาดของชุดโซฟา
- หากไม่สามารถหาพรมปูพื้นที่ขนาดพอดีได้ ก็ควรเลือกพรมที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ของชุดโซฟานั้น ๆ
- หากชุดโซฟาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ไม่ควรใช้พรมปูพื้นที่มีรูปร่างโค้งมน
- ควรใช้พรมปูพื้นแบบขนสั้นในห้องนั่งเล่นเพราะเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในบ้านใช้งานบ่อย
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร

ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
- ต้องเลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่เมื่อสมาชิกในบ้านใช้งานโต๊ะรับประทานอาหาร พูดอีกอย่างคือ เก้าอี้ไม่ควรเลยพรมปูพื้นออกมา
- สามารถใช้พรมปูพื้นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้
- ควรเป็นพรมปูพื้นแบบขนสั้นเหมือนในห้องนั่งเล่นเพราะมีการใช้งานบ่อย
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน

ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
- เลือกพรมปูพื้นแบบขนยาวหรือขนฟูเพราะห้องนอนเป็นสถานที่ที่เราควรได้รับความผ่อนคลาย
- ให้เลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดเลยขอบเตียงออกมา เพื่อที่ว่าเท้าของเราจะได้สัมผัสพรมปูพื้นตอนก่อนนอนและหลังตื่นนอน
2.เลือกพรมปูพื้นจากวัสดุ
นอกจากจะเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งานแล้ว ยังต้องเลือกตามวัสดุที่ใช้อีกด้วย เราจะได้มั่นใจว่าพรมปูพื้นที่เลือกมานั้นถูกใจ 100%
ไขข้อข้องใจ พรมปูพื้นมีกี่แบบ
หากมองเผิน ๆ พรมปูพื้นอาจจะดูเหมือน ๆ กันหมด แต่หากแยกตามชนิดของวัสดุนั้น มีถึง 8 แบบ และหากแยกตามวัตถุประสงค์และวิธีการทอ ก็จะสามารถแบ่งได้อีกถึง 8 แบบเช่นกัน

ชนิดวัสดุของพรมปูพื้น
1. พรมปูพื้นแบบไนลอน
ข้อดี
-ทนทานมากที่สุดเมื่อเทียบกับพรมปูพื้นที่ทำจากวัสดุอื่น ๆ
-กันน้ำ กันรอย
-ทำความสะอาดง่าย
-มีอายุการใช้งาน 12- 15 ปี
ข้อเสีย
-ราคาสูงกว่าพรมปูพื้นที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และโพลีโพรไพลีน
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
2. พรมปูพื้นแบบโพลีโพรไพลีน
ข้อดี
-ป้องกันการเกิดครบสกปรกได้ดีที่สุด
-กันเชื้อรา
-เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานเยอะเป็นพิเศษ
-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์ และไนลอน
ข้อเสีย
-ป้องกันน้ำได้น้อยกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์

3. พรมปูพื้นแบบโพลีเอสเตอร์
ข้อดี
-นุ่มสบายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น
-กันน้ำ
ข้อเสีย
-ทำความสะอาดยาก
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
-ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย ๆ
4. พรมปูพื้นแบบโพลีเอทิลีน
ข้อดี
-ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล
-สี และ Texture หลากหลายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น
-ไม่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
-ราคาไม่แพง
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มสบายเพราะทำมาจากพลาสติก

5. พรมปูพื้นแบบขนสัตว์
ข้อดี
-ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ
-ให้ความรู้สึกนุ่มฟูมากที่สุด
-ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
ข้อเสีย
-ทำความสะอาดยาก
-ราคาแพง
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
-กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
-อาจจะมีแมลงต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ในพรม เพราะทำมาจากขนสัตว์
6. พรมปูพื้นแบบอะคริลิก
ข้อดี
-ให้ความรู้สึกนุ่มแบบพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
-ไม่มีไฟฟ้าสถิตย์
-กันความชื้น
ข้อเสีย
-ไม่ทนทาน
-ไม่ควรวางไว้ในพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย ๆ

7.พรมปูพื้นแบบทริเอกซ์ต้า
ข้อดี
-เส้นใยแข็งแรงทนทานกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์
-ยืดหยุ่น
-กันน้ำกันคราบสกปรก
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มเท่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
8.พรมปูพื้นแบบเส้นใยธรรมชาติ
ข้อดี
-แพทเทิร์นสวยงาน
-ทำจากวัสดุออร์แกนิค เช่น ป่าน ปอ ใยมะพร้าว
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มเหมือนพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์หรือเส้นใยสังเคราะห์
ประเภทของพรมปูพื้น
1.พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.kcandclean.com/
-ทำจาก PVC
-สามารถดักฝุ่นและดินที่ติดรองเท้ามาก่อนเข้าตัวตึก
-มักมีแผ่นยางรองด้านล่างแถมมาให้เพื่อกันลื่นและกักเก็บเศษดิน
-สั่งทำพิเศษได้
-ใช้เครื่องดูดฝุ่นในการทำความสะอาด
2.พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.ptt-china.com/
-ทำจากการอัดเส้นใยสังเคราะห์ให้เป็นแผ่น จึงมีเพียงสีเดียวใน 1 ผืน
-ทำจากโพลิโพรพิลีน มีลักษณะขนที่สั้นและเป็นฝอย
-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เนื่องจากมีคุณสมบัติดูดซับเสียงได้ดี
-มีอายุการใช้งาน 2-5 ปี และติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง
3.พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.xn--l3ctjh5cya.com
-ลักษณะพรมเป็นแบบห่วงลอนลูกฟูก
-มักทำจากโพลิโพรพิลีนและโพลิเอสเตอร์
-ส่วนมากเป็นสีเดียวใน 1 ผืน และนิยมขายเป็นม้วน
-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เช่นเดียวกันกับพรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
4.พรมปูพื้นแบบแผ่น

-ติดตั้งง่ายจึงได้รับความนิยมสูง
-นิยมใช้ในสำนักงาน เพราะสามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่ชำรุดได้
-ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย
-มีอายุการใช้งาน 7-10 ปี และทำความสะอาดง่าย
5.พรมปูพื้นแบบทอมือ

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.vintagecarpets.com/
-มีราคาแพงเนื่องจากใช้ฝีมือและระยะเวลาในการทอ
-มีอายุการใช้งานประมาณ 2-5 ปี และมีความละเอียดมากกว่าพรมปูพื้นแบบอื่น ๆ
-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘H’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากขนสัตว์
-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘SH’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากอะครีลิก
6.พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.sourcebynet.com/
-มักเป็นลายแบบสลับสีเพราะทอโดยใช้เครื่องจักร
-ใช้เวลาทอไม่นานและเนื้อสัมผัสเรียบเนียนไม่เห็นรอยต่อ
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
7.พรมทอวูเว่นวิลตัน (Woven Wilton)

ขอขอบคุณภาพจาก https://wiltoncarpets.com/
-ไม่เห็นรอยต่อ
-มีการเล่นลวดลายมากขึ้น
-ลายที่ใช้จะเป็นลายที่มีสีไม่เกิน 5 สี และมักเป็นลายเรขาคณิต
-นิยมใช้ในโรงแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มความหรูหราให้สถานที่
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
8.พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์ (Axminster)

ขอขอบคุณภาพจาก carpetshow.en.aliba.com
-เป็นพรมปูพื้นที่สามารถเล่นสีและดีไซน์ได้มากที่สุด
-สีที่ใช้ในพรมปูพื้นชนิดนี้มีมากถึง 11 สี
-นิยมใช้ในห้องจัดเลี้ยงและทางเดินของโรมแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มมิติ
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
สรุปท้ายบทความสารพัดเรื่องน่ารู้ของพรมปูพื้น
อ่านมาจนถึงตรงนี้ Kaidee หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะมีแบบของพรมปูพื้นอยู่ในใจกันแล้ว เพราะว่ารายละเอียดเรียกได้ว่าเราจัดเต็มให้จริง ๆ หากใครอยากลองหาซื้อพรมปูพื้นลองกดมาดูได้ที่ Kaidee นะคะ
