Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย จุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่ต้องการทำธุรกิจมองหา ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพกลายเป็นทำเลทองที่หลายๆคนเลือกเป็นหลักปักฐาน อย่าง “ทองหล่อ” สุขุมวิทชั้นใน เป็นอีกหนึ่งย่านที่เต็มไปด้วยศักยภาพของพื้นที่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยทุกความที่สุดในที่เดียว จึงทำให้พื้นที่ย่านนี้เป็นทำเลทองที่ใครๆก็มองหาลู่ทางในการลงทุนในย่านนี้ แต่ยังมีอีกหลายๆคนสงสัยว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ทองหล่อกลายเป็นทำเลทองทำกำไร ไปดูกันดีกว่า
มาทำความรู้จักทองหล่อก่อนตัดสินใจ
ย่าน “ทองหล่อ” เรียกได้ว่า เป็นย่านที่นำเทรนด์การใช้ชีวิตในรูปแบบของไลฟ์สไตล์แห่งความหรูหราที่แท้จริง ด้วยความโดดเด่นของที่พักอาศัย ร้านค้าธุรกิจ ไนท์คลับชื่อดัง การใช้ชีวิตในทองหล่อจึงเป็นย่านที่ยกระดับชีวิตของคุณให้เปลี่ยนจากชีวิตที่แสนธรรมดาไปสู่การใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์อย่างสมบูรณ์แบบ
อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่น ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักทองหล่อ คือ ย่านนี้เป็นย่านที่ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในไทยเลือกอยู่ที่นี่ ด้วยการคัดกรองผู้คนในย่านนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีฐานะดี ความปลอดภัยจึงค่อนข้างสูงกว่าย่านอื่นๆ แถมยังเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยมของผู้มีรสนิยมในการใช้ชีวิตหรูหรา
ตลอด 24 ชม.ในย่าน“ทองหล่อ”คุณจะพบกับไลฟ์สไตล์แบบพรีเมี่ยมที่มีเฉพาะแค่เพียงย่านทองหล่อ การพักผ่อนอย่างเต็มที่เปรียบเสมือนคุณเป็นเจ้าหญิง ร้านอาหารระดับ Fine Dining สุดพรีเมี่ยม คาเฟ่คุณภาพระดับเวิลด์คลาส ที่รอให้คุณได้ไปเดินเฉิดฉายในย่านนี้ อีกหนึ่งความโดดเด่นที่ทำให้“ทองหล่อ”เป็นแหล่งยอดนิยมที่ใครๆก็ต้องมา คือ การได้ดื่มด่ำบรรยายกาศการแฮงค์เอ้าท์ในยามราตรีสุดลักซัวรี่ ร้านปาร์ตี้สุดหรูกับเพื่อนในช่วงเวลาพิเศษของชีวิต ซึ่งหลายๆคนอาจจะเลือกมาทองหล่อในช่วงพบปะสังสรรค์ แต่สิ่งเหล่านี้คือชีวิตประจำวันชาวทองหล่อ
ทั้งที่ทองหล่อราคาที่ดินแพงกว่ามี่อื่น ทำไมจึงยังเป็นทำเลทำกำไร
อะไรที่ทำให้ทองหล่อ พลิกตัวเองมาเป็น Rare Area จะเป็นเหมือนที่คุณคิดหรือไม่ ลองมาดูกัน
ปล่อยเช่าได้ในราคาดี
คอนโดมิเนียมในย่านทองหล่อ เป็นที่ต้องการของผู้พักอาศัยที่ชอบไลฟ์สไตล์หรูหรา และอยากยกระดับคุณภาพชีวิตให้อยู่ทามกลางความเพอร์เฟค แต่เนื่องจากพื้นที่ในย่านทองหล่อถูกปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้าเชิงพาณิชย์และที่พักอาศัยหมดแล้ว แถมที่ดินในพื้นที่นี้แทบจะไม่มีเหลือแล้ว ทำให้การจับจองที่พักอาศัยโดยคนใหม่ๆ เป็นเรื่องยากมาก ด้วยปัจจัยนี้ ทำให้ความต้องการในการพักอาศัยสูงกว่าจำนวนคอนโดมิเนียมที่มี จึงเป็นโชคดีของนักลงทุนหรือผู้ที่ถือครองกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ย่านทองหล่อ เนื่องจากมีโอกาสในการปล่อยให้เช่าสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ด้วยทำเลที่เป็นเอกลักษณ์สุดหรู ติดรถไฟฟ้า โอกาสที่จะปล่อยคอนโดให้กับผู้ที่สนใจและชาวต่างชาติมาเช่าก็ยิ่งง่าย และได้ราคาสูงกว่าการปล่อยเช่าคอนโดในย่านอื่นๆ
และถึงแม้ว่า คอนโดมิเนียมจะมีที่ตั้งไม่ติดรถไฟฟ้าก็สามารถปล่อยให้เช่าได้เช่นกันได้ เพราะดีมานด์ของคนที่อยากอยู่ในทองหล่อมีเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวต่างชาติ และคนไทยที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบหรูหรา มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน
Prime Area เดินทางง่าย
หนึ่งในทำเลติดรถไฟฟ้าที่เดินทางง่าย สะดวกสบายอย่างมาก คือ ย่านทองหล่อ อีกแรงดึงดูดที่ไม่ว่าใครก็อยากมาอยู่ในย่านนี้ ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องอยู่ติดรถไฟฟ้าถึงจะสะดวกสบาย เพราะเกือบทุกคอนโดมิเนียม มีบริการรับ-ส่ง จากประตูคอนโดมิเนียม สู่การเดินทางที่แสนสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฺBTS) เชื่อมต่อรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน (Airport Rail Link)
นอกจากการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่สะดวกสบายแล้ว ใครที่ไม่ชอบการเบียดเสียดกับผู้คน และมีรถยนต์เป็นของตัว ทองหล่อยังเชื่อมต่อกับถนนยอดฮิตอีกหลายเส้น อย่าง ถนนพระราม 4 ที่ทำให้เราสามารถไปยังสถานที่สำคัญ อาคารสำนักงาน และแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย
ความเสี่ยงต่ำ
ความยูนีคที่ไม่เหมือนกับพื้นที่อื่นๆในกรุงเทพฯ ทำให้ดีมานด์ในพื้นที่นี้สูงมาก บวกด้วยที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่มีเจ้าของจับจองเกือบเต็มพื้นที่แล้ว จึงเป็นโอกาสทองของนักลงทุน เนื่องจากไม่ต้องกังวลว่าจะสู้คู่แข่งใหม่ๆได้หรือไม่ จากข้อมูลสถิติพบว่าในพื้นที่ทองหล่อราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 10% ต่อปี นั่นเป็นเหตุผลที่ค่อนข้างมั่นคงและแน่นอนแล้วว่าหากคุณมีอสังหาริมทรัพย์ทองหล่ออยู่ในมือ การเพิ่มขึ้นของมูลค่าการลงทุน หรือ Capital Gain yield มีมูลค่าสูงขึ้นถึง 16% ต่อปี จึงมั่นใจได้เลยว่าอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้จะสร้างกำไรให้คุณเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
หากใครที่ไม่ได้มองถึงโอกาสในการขาย แต่เป็นการทำกำไรในระยะยาว การปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจาก การศึกษาเทรนด์ของการปล่อยเช่าในพื้นที่ทองหล่อ มี Rental yield สูงขึ้น 5-6% ต่อปี และหากใครที่สนใจขายอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้ ทองหล่อมีอัตราราคาขายสูงถึง 70% ซึ่งเป็นราคาดีที่สุดแห่งหนึ่งในกทม.
ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ ช่วยยกระดับศักยภาพพื้นที่
ใครๆที่รู้จักทองหล่อ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ย่านนี้เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องของไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา เพอร์เฟค เป็นพื้นที่ของคนที่มีสถานะทางการเงินที่ดี ดารา นักธุรกิจ หรือกลุ่มคนนามสกุลดัง ชาวต่างชาติที่มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยก็มักจะมาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ ที่ไม่ว่าพื้นที่ไหนๆในกรุงเทพ ก็ไม่สามารถให้ความรู้สึกสุดเอ็กคลูซีฟเหมือนที่ทองหล่อทำได้ วิถีชีวิตไลฟ์สไตล์ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะเจาะจงในย่านทองหล่อ ส่งผลให้พื้นที่อื่นที่ต้องการจะทำการแข่งขันกับพื้นที่ย่านทองหล่อ เป็นไปได้ยาก จึงมั่นใจได้ว่าไม่ว่าคุณจะพักอาศัยในพื้นที่นี้เอง หรือทำการลงทุนในทองหล่อ คุณจะมีกำไรมากขึ้นทั้งจากการใช้ชีวิตและการทำกำไรจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
สร้างอนาคตใหม่ ด้วยการลงทุนในพื้นที่ทองหล่อ
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่มองหาทำเลทำกำไรจากการลงทุน ที่ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากอสังหาริมทรัพย์ หรือการทำโครงการเชิงพาณิชย์ เช่น การเปิดร้านค้า การทำธุรกิจ ทองหล่อเป็นจุดหมายปลายทางให้กับคุณได้ หากคุณต้องการทำกำไรในระยะยาว หรือหากคุณไม่ได้มีความสนใจด้านการลงทุน แต่กำลังมองหาพื้นที่ศักยภาพที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของคุณ เพียงแค่ลงทุนเพื่อการอยู่อาศัย ทองหล่อจะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตสุดไฮเอนด์ให้คุณได้ เพียงแค่ก้าวเข้ามาในย่านนี้
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
อยู่กับบรรยากาศเดิมๆ มาหลายปี ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วหรือยัง ? แต่จะรีโนเวทใหม่ทั้งหมดก็กลัวงบบานปลาย วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาเปลี่ยนห้องเก่าเป็นห้องใหม่ง่ายๆ ด้วยวอลเปเปอร์ติดผนัง จะห้องไหนๆ ก็เปลี่ยนได้ รับรองสวยเฉียบ เหมือนได้ห้องใหม่
วอลเปเปอร์ (Wallpaper) คืออะไร
วอลเปเปอร์ คือ กระดาษคุณภาพสูงหรือเรียกว่าจะวัสดุบุผนังก็ได้ ซึ่งใช้ในการตกแต่งภายในบ้านส่วนผนังของห้องให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ตัววอลเปเปอร์นั้นถูกผลิตจากวัสดุประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษ ยิปซั่ม หรือผ้า จากนั้นเคลือบผิวหน้าด้วยโฟม ไวนิล PVC หรือแม้แต่เส้นใยธรรมชาติพร้อมการพิมพ์ลวดลายต่างๆ
ทำความรู้จักวอลเปเปอร์ประเภทต่าง ๆ
ในปัจจุบันพบว่า วัสดุที่ใช้ในการทำวอลเปเปอร์ติดผนังมีทั้งหมด 9 ประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี-ข้อจำกัด ดังต่อไปนี้
Vinyl Wallpaper
วัสดุที่นิยมใช้มากที่สุด ผลิตจากกระดาษเคลือบผิวหน้า (Surface) ด้วยสารประเภทไวนิลพิมพ์สี และใช้การกดลาย (Emboss) และในบางชนิดมีการทำรีจิสเตอร์ (Register) เพื่อเพิ่มเส้นของลวดลายต่างๆ ให้กับวอลเปเปอร์ ซึ่งวอลเปเปอร์ชนิดนี้สร้างมิติของลายได้อย่างหลากหลาย และยังสามารถกำหนดรายละเอียด ความตื้นลึกของลายได้อีกด้วย
ข้อดี – มีความทนทาน ลองรับการขูดขีดได้ดี สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ด้วยน้ำ ดูแลรักษาง่าย ไม่อมฝุ่น ซึ่งเหมาะกับการแต่งผนังห้องทั่วไป
ข้อจำกัด – สี และลวดลายจางเร็ว หากเจอแสงแดดบ่อยๆ
Duplex Wallpaper
วอลเปเปอร์ชนิดกระดาษ นิยมใช้ผลิตเป็นวอลเปเปอร์สำหรับเด็ก มีความหนาน้อยกว่าวอลเปเปอร์แบบอื่น โดยจะเน้นไปที่ลายและสีสัน ผลิตจากกระดาษพิมพ์ลายอย่างเดียว ไม่มีการเคลือบผิวหน้า หรืออาจจะเพียงเคลือบมันบางๆ บนผิวหน้าเท่านั้น
ข้อดี – หาง่าย ราคาไม่สูง
ข้อจำกัด – ไม่เหมาะกับการติดในห้องที่มีความชื้นหรือเปียก ลวดลายไม่ค่อยมีมิติ
Textile Wallcovering
วอลเปเปอร์ชนิดหลังกระดาษ (Paper Black) แล้วใช้ใยสังเคราะห์ หรือ เส้นใยธรรมชาติ เช่น โพลีเอสเตอร์ ฝ้าย ไหม ทอเป็นลวดลายบนกระดาษ
ข้อดี – มีเส้นสายชัดเจน โดดเด่น สร้างความหรูหราให้กับผนังได้เป็นอย่างดี (ส่วนมากวอลเปเปอร์ประเภทนี้จะเป็นแบบหน้ากว้าง)
ข้อจำกัด – ดูแลรักษาค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องระมัดระวังไม่ให้โดนฝุ่น และความชื้น เพราะทำมาจากเส้นใยธรรมชาติซึ่งมีความเปราะบาง
Non-Woven Wallpaper
วอลเปเปอร์นวัตกรรมใหม่ผลิตจากเส้นใยเซลลูโลส ไม่ต้องใช้เยื่อไม้จากป่าสนในการทำวัตถุดิบ และยังเป็นเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดฝั่งยุโรป
ข้อดี – น้ำหนักเบา ฉีกขาดยาก ติดตั้งง่ายกว่ากระดาษ และทนทานมากกว่าในเรื่องความเหนียว ระบายความชื้นได้ดีกว่ากระดาษ ลอกออกง่ายสำหรับการเปลี่ยนวอลเปเปอร์ (Repealable)
ข้อจำกัด – อาจมีการลอกหรือหลุดบริเวณรอยต่อ หรือ ขอบ
Wood Backing Wallpaper
วอลเปเปอร์ที่ผิวหน้าเป็นไม้จริง ใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติ เช่น ไม้คอร์ก ไม้ไผ่ มาทำลามิเนตกับกระดาษหนังไก่ ไม่มีการเคลือบผิวหน้าเหมือนประเภทอื่นๆ
ข้อดี – สวยงาม และให้ผิวสัมผัสแบบธรรมชาติ
ข้อจำกัด – ต้องระมัดระวังเรื่องความชื้น
Fabric Backing Wallpaper
วอลเปเปอร์ที่ใช้วัสดุสิ่งทอเป็นด้านหลังแทนกระดาษ และเคลือบผิวหน้าด้วยสารพีวีซี (PVC)
ข้อดี – ทนทาน ป้องกันการกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานมาก
ข้อจำกัด – ควรระมัดระวังเรื่องของความชื้น
Photo Wall
วอลเปเปอร์ชนิดภาพวิว กระดาษติดผนังที่พิมพ์เอาลวดลายหรือรูปภาพที่ถ่ายจากธรรมชาติหรือภาพเขียน ภาพถ่าย โดยมีลักษณะเป็นภาพเดียวทั้งผนัง เช่น ภาพบรรยากาศเมือง ภาพวิวธรรมชาติ ภาพบุคคล เป็นต้น
ข้อดี – สวยงาม ดูมีเรื่องราว
ข้อจำกัด – ต้องใช้ความแม่นยำในการวัดขนาดพื้นที่ให้แน่นอน เพราะถ้าหากไม่เตรียมพื้นที่ อาจทำให้เมื่อติดตั้งไปแล้ว ภาพที่ได้ไม่สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น
Fiber Wall
วอลเปเปอร์แบบไฟเบอร์ เป็นวอลเปเปอร์ที่แตกต่างจากวอลเปเปอร์อื่นๆคือ ผลิตจากวัสดุแผ่น ที่เป็นแผ่นยิปซัมรีดบาง แล้วเคลือบผิวหน้าด้วยการใช้เส้นใยไฟเบอร์มาถักเป็นโครงสร้างเส้นใย (NET) จากนั้นทำการพิมพ์สีลวดลายให้สวยงาม
ข้อดี – ป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้ดี อีกทั้งโครงข่าย (NET) ของไฟเบอร์มีความเหนียว ยึดผนังได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยผนังให้ไม่เกิดรอยร้าว และป้องกันรอยแยกได้ในระดับหนึ่ง
ข้อจำกัด – อาจเกิดรอยลอก ล่อน ที่สี หรือพื้นบนผิวผนังเดิมเมื่อทำการลอกออก
Foam Wallcovering
วอลเปเปอร์ชนิดหลังกระดาษ (Paper Back) เคลือบผิวหน้าด้วยสารพีวีซี (PVC) หรือโฟมพิมพ์สี จากนั้นทำการอบนูนเพื่อให้เป็นลวดลาย เหมาะสำหรับติดตั้งห้องที่ฝุ่นค่อนข้างน้อย เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน
ข้อดี – ลวดลายเด่นชัด มีความหนานุ่ม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย บดบังความไม่เรียบร้อยของผนังได้ดี นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบากว่าวอลเปเปอร์ประเภทอื่น ทำให้สามารถติดบนเพนดานได้อีกด้วย
ข้อจำกัด – ในกรณีที่นำไปติดบนเพดาน ควรระวังเป็นพิเศษในเรื่องของความชื้นจากฝ้าเพดาน เพราะอาจเกิดหยดน้ำจากความเย็นบริเวณช่องแอร์แบบฝังเพดาน หรือ หลังคารั่วแล้วน้ำหยดซึมลงเพดานได้ เป็นต้น
เลือกลายวอลเปเปอร์ติดผนังอย่างไรให้ตรงใจ
- วอลเปเปอร์ลายใหญ่สีเข้ม ไม่เหมาะกับห้องขนาดเล็กหรือแคบ แต่ถ้ายังต้องการติดก็สามารถทำได้ แต่ควรติดกับผนังด้านใดด้านหนึ่ง หรือแค่บางส่วนของห้องเท่านั้น เช่น บริเวณหัวเตียง หรือในส่วนที่ต้องการความโดดเด่น
เพิ่มเติม : ไม่ควรเลือกวอลเปเปอร์ลายดังกล่าวทั้งห้อง เนื่องจากวอลเปเปอร์บางลายอาจดูรก ลายตา ส่งผลให้รู้สึกเวียนหัว เบื่อเร็ว อีกทั้งยังทำให้ห้องดูแคบ และยังเปลืองงบประมาณอีกด้วย
- วอลเปเปอร์ที่มีสีอ่อน ลายเรียบ ลายเล็ก จะช่วยทำให้ห้องกว้าง เหมาะกับการตกแต่งห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ Build-In ห้องที่มีการตกแต่งลายละเอียดมากๆ ห้องขนาดเล็กมีพื้นที่จำกัด เพราะวอลเปเปอร์ดังกล่าวจะยิ่งช่วยทำให้ห้องสว่าง ดูกว้าง และสบายตามากขึ้น อีกทั้งประหยัดการใช้ปริมาณวอลเปเปอร์ เนื่องจากการต่อลายเสียเศษน้อยกว่า
- วอลเปเปอร์ลายทาง/ลายเส้น ช่วยทำให้ห้องดูสูงขึ้น จึงเหมาะสำหรับห้องที่มีเพดานเตี้ย แต่ก็ควรเลือกลายวอลเปเปอร์ ให้เข้ากับสไตล์การตกแต่ง หรือแนวใดแนวหนึ่งตามการออกแบบ แต่ถ้าต้องการผสม ต้องดูสีหรือลายให้ไปด้วยกันได้ โดยอาจจะนำมาเปรียบเทียบกับหลายๆโทนสี ซึ่งการเลือกใช้สีไม่จำเป็นกลมกลืนเพียงอย่างเดียว อาจใช้สีอื่นมาตัดหรือผสมกันได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความโดดเด่น แตกต่าง สะดุดตาเพิ่มขึ้น
4 ข้อควรคำนึงก่อนการเลือกซื้อวอลเปเปอร์ติดผนัง
1. ชนิดของห้อง
เพื่อให้ได้วอลเปเปอร์ติดผนังที่เหมาะสมกับห้อง คุณจึงควรพิจารณาก่อนว่าคุณต้องการติดวอลเปเปอร์ที่ห้องไหน เช่น ห้องนอน ให้ใช้วอลเปเปอร์สีอ่อน หรือลายดอกไม้เล็กๆ เพื่อให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น เป็นต้น
2. ขนาดห้อง
ขนาดห้องมีส่วนเป็นอย่างมากในการเลือกใช้วอลเปเปอร์ โดยเฉพาะในเรื่องของสี
2.1 ห้องขนาดใหญ่ ควรใช้วอลเปเปอร์ที่มีสีค่อนข้างเข้ม สามารถเลือกวอลเปเปอร์ลายลายเล็กหรือลายใหญ่ก็ได้
2.2 ห้องขนาดเล็ก ควรใช้วอลเปเปอร์ที่มีสีอ่อน เพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้น สว่างขึ้น ไม่ควรเลือกวอลเปเปอร์ลายใหญ่เกินไป เพราะทำให้ดูอึดอัดและลายตา
2.3 ห้องที่มีความสูงมากๆ ควรใช้วอลเปเปอร์ที่มีลายขวาง
2.4 ห้องที่ความสูงไม่มาก ควรใช้วอลเปเปอร์ที่มีลายทางตามความสูงจะทำให้ห้องดูสูงขึ้น
3. สีของเฟอร์นิเจอร์
เพื่อให้การติดวอลเปเปอร์ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น จึงควรเลือกสีหรือลวดลายวอลเปเปอร์ให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้หรือมีอยู่
4. บรรยากาศของห้องที่ต้องการ
เพราะตัวของคุณใช้เวลาอยู่ในห้องแทบทุกวัน คุณจึงควรรู้ความต้องการของตนเอง ว่าอยากให้บรรยากาศของห้องออกมาในรูปแบบใด ทั้งนี้ก็เพื่อให้สุขภาพจิตและอารมณ์ของคุณมีแต่ความสบายใจยังไงล่ะ
ข้อดีของวอลเปเปอร์ติดผนัง
- ช่วยบดบังความไม่เรียบร้อยต่างๆของผนัง เช่น รอยปูนฉาบที่ไม่เรียบ รอยปูนแตกลาย หรือรอยร้าวบนผนัง
- ใช้ตกแต่งตาม Style ต่างๆ เช่น Modern, Classic, Plain & Texture, Special, Variety, Contemporary, Natural & Vintage
- ช่วยให้การตกแต่งภายในเสร็จได้ภายในเวลาสั้นๆ สามารถเข้าอยู่ได้ทันที ไร้กลิ่นเหม็นรบกวน
- ลดเสียงรบกวน จากผนังห้องได้ดีกว่าผนังทาสี
- ช่วยมลภาวะทางเสียงที่อาจจะได้รับจากห้องติดกัน และช่วยป้องกันเสียงจากห้องตัวเองที่อาจหลุดลอดออกไปรบกวนห้องข้างเคียงอีกด้วย
- ไม่มีกลิ่น ไม่เลอะเทอะ เหมือนกับการทาสีถึงแม้บางคนจะบอกว่าสีรุ่นใหม่ที่ดีจะไม่ค่อยมีกลิ่น แต่อย่างไรในการทาสีก็ต้องมีกลิ่นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่การติดวอลเปเปอร์จะไม่มีกลิ่นติดเสร็จสามารถเข้าอยู่ได้เลย
- เปลี่ยนจากห้องโล่งๆ ให้กลายเป็นห้องที่น่าสนใจได้ง่ายๆ เนื่องจากวอลเปเปอร์มีลวดลายสวยให้เลือกมากมาย เช่น ลายไม้ ลายอิฐ ภาพวิว
- เป็นฉากถ่ายรูปภายในบ้านได้ ไม่ต้องไปสตูดิโอถ่ายภาพ
ข้อจำกัดของวอลเปเปอร์ติดผนัง
- ปัญหาราขึ้น ถึงแม้ว่าการติดวอลเปเปอร์ติดผนังจะติดในบ้านใหม่ หรือห้องใหม่ แต่ถ้าเจอน้ำฝนรั่วเข้ามาใส่หรือน้ำต่างๆ แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือเชื้อรา
- อายุการใช้งานที่น้อยกว่าการทาสี ถึงแม้ว่าวอลเปเปอร์ติดผนังนั้นจะมีคุณภาพที่ดีก็ตาม อีกทั้งในเรื่องของการทำความสะอาดมักจะเช็ดล้างไม่สะอาดเท่ากับการทาสี
- วอลเปเปอร์สามารถหลุดลอกได้ โดยอาจจะเริ่มลอกตามมุมเล็กๆ ตามรอยต่อก่อน ถ้าหากไม่รีบซ่อมแซมก็จะหลุดออกมามากจนดูไม่สวยงามได้
ปัญหาน้ำซึมเข้าไปอยู่หลังวอลเปเปอร์ติดผนัง เนื่องจากมีการรั่วบริเวณต่างๆ พอเวลาผ่านไปวอลเปเปอร์ติดผนังของเราก็จะมีราขึ้น ส่งผลให้มีคราบราที่เป็นจุดๆ ทำความสะอาดได้ยาก
สรุปท้ายบทความ
อยากเปลี่ยนห้องใหม่ แต่จะให้รีโนเวททั้งหมดอาจจะดูมากเกินไป ดังนั้นการลองเปลี่ยนแค่วอลเปเปอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าอยากให้ห้องออกมาในรูปแบบใด ลองกำหนดงบคร่าวๆ แล้วอ่านบทความนี้อีกสักรอบ รับรองไอเดียบรรเจิดอย่างแน่นอน
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
เวลาเหนื่อยมากๆ คงไม่มีที่ไหนจะช่วยเยียวยาและชาร์จพลังให้กับได้ดีไปกว่าการนอนหลับอีกแล้ว และจะดีแค่ไหน หากได้นอนในห้องนอนที่เราชอบ ซึ่งห้องนอนที่แต่ละคนชอบก็แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เราจะขอไม่พูดถึงเรื่องของแนวการจัดห้องของแต่ละคน แต่บทความนี้จะขอเอาทริคเล็กๆ เคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการจัดห้องนอนมาฝากทุกคน รับรองเลยว่า มีประโยชน์สำหรับมนุษย์ผู้รักการนอนอย่างเราๆแน่นอน
ทริคดีๆมีไว้จัดห้องนอนของคุณ ใครๆได้เห็นเป็นต้องอยากขอนอนด้วย
ห้อสวย ก็เป็นหน้าเป็นตาเจ้าของห้อง ยิ่งถ้ามีคนชื่นชมว่าห้องดี น่าอยู่ ใครๆก็ต้องปลื้มอกลื้มใจเป็นธรรมดา แบบนี้ถ้าหากเราจัดห้องได้ตามความต้องการของเรา รับรองได้ว่าเราจะมีพื้นที่ดีๆไว้พักผ่อน ไม่ต้องเสียพลังงานเพื่อไปเที่ยว หรือออกเดินทางเพื่อไปเติมพลังในวันหยุดสุดสัปดาห์อีกด้วย ลองมาดูทริคการจัดห้องดีๆกัน
ใช้ไฟวอร์มไลท์ หรือสีโทนอุ่น
ไฟวอร์มไลท์หรือไฟสีโทนอุ่นๆ นอกจากจะทำให้ห้องเราดูอบอุ่น บรรยากาศฟีลกู้ดแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการถนอมสายตา อ่อนโดยต่อสายตาด้วย บรรยากาศมัวๆ สลัวๆ ทำให้การนอนหลับของเราดีขึ้นมากด้วย เมื่อเทียบกับไฟสีขาว หรือสีโทนร้อน
ใช้ม่านสองชั้น หรือม่านทึบกันแสง
เวลาที่เรานอน เราก็มักอยากนอนหลับสนิท โดยไม่มีอะไรมารบกวน การเลือกม่านจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเราใช้ม่านแบบบางๆที่แสงสว่างสามารถส่องผ่านได้ จะทำให้แสงพวกนี้แหละมารบกวนการนอนของเรา ทำให้เรานอนหลับไม่สนิท หรือตื่ก่อนความจำเป็น หากเราอยากนอนหลับสนิท ไม่มีอะไรมากวนใจ แนะนำว่าให้ใช้ม่านสีมึบในห้องนอน ช่วยป้องกันแสงแดดหรือรังสียูวี แต่ถ้าหากใครกังวลว่า ม่านทึบจะทำให้ห้องมืด แนะนำให้ใช้ม่านสองชั้น เพื่อกรองแสงเข้าห้องเมื่อเราไม่ต้องการให้ห้องมืดเกินไป
เพิ่มลูกเล่นห้องนอนด้วยการเพิ่มกลิ่น
เวลาที่เราไปนอนพักที่โรงแรม หรือรีสอร์ทที่มีการบริการดีๆ เรามักจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอม หรือแม้แต่ควันเทียนกลิ่นต่างๆ เพื่อทำใ้ห้เรารู้สึกผ่อนคลาย และเพลิดเพลินไปกับในที่ที่มีกลิ่นหอมสะอาด การนำต้นไม้ ดอกไม้ หรือเทียนหอมมาแต่งห้อง จะช่วยให้เราผ่อนคลายความเมื่อยล้า ตื่นมาพร้อมความสดชื่น แถมทำให้ห้องเราหอมขึ้นด้วยนะ
ดูแลความสะอาด ไม่ได้รก เปลี่ยนเครื่องนอนที่ชอบ
คงไม่มีใครอยากอยู่ในที่ไม่สะอาด รก สกปรก โดยเฉพาะ ห้องนอนของเรา เพราะฉะนั้น การให้ความใส่ใจกับความสะอาดของห้องและเครื่องนอนของเราจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะที่นอนคือจุดที่สำคัญที่สุดของห้องนอนและการนอน ถ้าหากของใช้เหล่านี้ไม่ถูกสุขลักษณะ จะรบกวนการนอนของเราเป็นอย่างมาก เราจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจรายละเอียดเป็นอย่างมาก ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ เนื้อผ้า หมอนที่นอนแล้วสบาย ของที่เราใช้แล้วชอบ จะช่วยให้เรามีความสุขเมื่อได้อยู่กับสิ่งนั้น
หารูปภาพ หรือของตกแต่งห้องที่เราชอบ
ถ้าเราได้ใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่เราชอบ การใช้ชีวิตของเราก็จะมีความสุขมากขึ้น ดังนั้น การจัดห้องนอนให้เป็นสถานที่ที่เราชอบ เป็นพื้นที่ที่เราสามารถเสพความสุขได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรทำ เชื่อว่าหลายคนคงมีแบบห้องที่ชอบอยู่ในใจ ลองหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติม อาจจะมาจากห้องที่เคยเห็นแล้วชอบ แล้วเอาไอเดียที่ได้เห็นแล้วชอบมาเนรมิตห้องนอนของเรา หารูปภาพสวยๆ ของตกแต่งที่เราชอบ โต๊ะ เตียง โคมไฟ หรือหามุมในห้องแล้วทำเป็นพื้นที่ส่วนตัว แค่นี้ห้องในฝันก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
คุมโทนสีของห้อง ทั้งของใช้และผนังห้อง
ห้องจะสวย ถ้าเราเลือกใช้สีสะอาดตา และเป็นไปในแนวเดียวกัน หากคุณเป็นคนที่หลงรักการไปคาเฟ่ หรือเป็นคนไม่ชอบสีสันากมาย การคุมโทนสีห้องเป็นเรื่องที่จะช่วยให้ห้องนอนของคุณดูมีระดับ มีสไตล์ในการใช้ชีวิต วิธีการง่ายๆเพียงค่การเลือกโทนสีให้ผนังห้องเป็นโทนสบายๆตา เช่น สีขาว สีครีม หรือสีทึบๆ แล้วพยายามจับข้างของเครื่องใช้ ให้เป็นในแนวเดียวกัน โทนสีใกล้เคียงกัน และไม่พยายามให้ไม่เกิน 3 สี จะทำให้ห้องของเราดูสวย แพง มีระดับมากๆเลยล่ะ
พยายามอย่าเอาเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ในห้อง
หากคุณเป็นคนนอนหลับยาก หรือมีปัญหาในการนอนหลับ การหลีกเลี่ยงไม่นำเครื่องมืออิเลกทรอนิกส์ไว้ในห้องเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างมาก ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ มีเสียงรบกวนจากเสียงปลุก แสียงแจ้งเตือน และอีกหนึ่งภัยเงียบคือ เหล่าเครื่องมืออิเลกทรอนิกส์ทั้งหลาย เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ มีคลื่นรังสีที่ส่งมารบกวนสมองของเรา และรบกวนการนอนของเราได้เป็นอย่างมาก ทำให้ประสิทธิภาพการนอนหลับของเราทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงนำเครื่องมือเหล่านี้เข้าห้องนอนได้ เราจึงควรทำ
หาแรงบันดาลในใจการแต่งห้องเพิ่มเติม
ปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดีย ช่วยให้เราหาแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย รวมถึงการจัดห้องด้วย มีหลายที่ที่จะช่วยให้เรามองภาพได้อย่างชัดเจน เช่น Pinterest, Instragram และเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเรื่องบ้าน การแต่งบ้านง่ายๆมีอยู่มากมาย คอยให้บริการคุณ เพียงแค่กดค้นหาแบบห้องที่สนใจ บทความทั้งหมดจะขึ้นมาให้เลือกมากมาย
ถ้าการตกแต่งห้องเป็นเรื่องยาก ซื้อบ้านใหม่ ห้องถูกใจ ที่ Kaidee Property
ถ้าหากห้องหรือบ้านของเรามีอายุมากจนไม่สามารถจะแต่งห้องได้แล้ว ถ้ารีโนเวทอาจจะต้องเสียเงินที่เยอะมาก ไม่ได้แบบที่ถูกใจ แถมยังทำได้แค่ห้องเดียว มันก็ไม่คุ้มค่าที่เราจะเสียเงินไป แบบนี้เราเอาเงินไปซื้อบ้านที่ถูกใจ ห้องที่ตกแต่งง่าย แถมราคาไม่แพงได้ที่ kaidee property บ้านดี ห้องสวย มีให้เลือกเยอะเลยนะ
ห้องนอน ไม่ใช่แค่เอาไว้นอน แต่เป็นสถานที่แห่งการปลดปล่อยจิตวิญญาณของคุณ
หากเราจัดห้องนอนให้ถูกสุขลักษณะ จัดให้เป็นระเบียบ ออกแบบตกแต่งให้ถูกใจเจ้าของห้อง คุณจะรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ห้องเสร็จแล้ว ห้องนอนของคุณจะกลายเป็นสถานที่ที่คุณอยากคลุกตัวอยู่ในห้องนอน แค่ได้นอนพักอยู่ในห้องก็เป็นการเติมพลังให้คุณสำหรับเช้าวันใหม่ ยิ่งถ้าวันไหนที่คุณรู้สึกเหนื่อยล้ามากๆ ห้องนอนจะช่วยเยียวยาคุณจากความอ่อนล้า และทำให้คุณกล้าทำอะไรที่ไม่เคยทำในพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกใจของคุณ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ย่านพัฒนาการ เป็นพื้นที่ที่ขยายมาจากย่านศรีนครินทร์ อยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นย่ายทีั่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และถนนพัฒนาการก็เป็นถนนที่มีความสำคัญในฝั่งนี้ ถึงแม้จะมีอายุเพียง 30 ปี โดยถนนนี้มีความยาวตั้งแต่แยกคลองตันซึ่งเป็นจุดตัดของ ถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง และถนนสุขุมวิท 71 ไปจนถึงถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 รวมประมาณ 10.3 กิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา ย่านพัฒนาการ
ถนนพัฒนาการเกิดจากการลงทุนของนักธุรกิจที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ตาบอดในย่านนี้ที่ต้องเดินทางด้วยเรือเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นก็มีการยกพื้นที่ส่วนนี้ให้กับทางรัฐบาลเพื่อให้มีการพัฒนาถนนเส้นนี้ให้กว้างขวางมากขึ้น และเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นสนามบินหลักของประเทศไทยและเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทำให้ในย่านนี้ก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ย่าน ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น รวมถึงการที่บ้านแนวราบใกล้เมืองที่ได้รับความนิยม การที่มีโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคที่มาจากภาครัฐ แผนขยายพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ย่านพัฒนาการได้รับความสนใจจากนายทุนหลายรายและมีความเจริญมากขึ้น
ภาพรวม ย่านพัฒนาการ
ในปัจจุบันย่านพัฒนาการกลายเป็นย่านที่มีนักลงทุนรายใหญ่มากมาย เช่น พฤกษา แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แสนสิริ เอพี ศุภาลัย และอื่น ๆ ที่ได้มีความสนใจในการลงทุนทำให้ราคาที่ดินในย่านนี้สูงขึ้นถึง 10% เลยทีเดียว โดยในย่านนี้ไม่ได้มีความวุ่นวายมากนัก แต่ก็มีสิ่งอำนวยครบครันไม่แพ้ย่านสำคัญต่าง ๆ ในตัวเมือง ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สวนสาธารณะ และตลาด
พัฒนาการสามารถแบ่งออกเป็นพื้นที่ทั้งหมด 2 โซน ได้แก่ พัฒนาการ-ศรีนครรินทร์ และ พัฒนาการ-อ่อนนุช และด้วยทำเลของย่านพัฒนาการที่ด้านหน้ามีย่านทองหล่อและเอกมัยที่มีความเจริญสูง ส่วนด้านหลังก็ติดกับชุมชนริมน้ำเก่าแก่อย่างประเวศ ทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านที่มีความผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวิถีชีวิตแบบเมืองและชุมชน ซึ่งเห็นได้จากคาเฟ่และร้านอาหารต่าง ๆ ที่ผุดขึ้นมามากมาย
การเดินทางใน ย่านพัฒนาการ
การเดินทางในย่านพัฒนาการถือว่ามีความสะดวกในระดับหนึ่งเพราะถนนที่กว้างขวางและการเชื่อมต่อถนนเส้นอื่น ๆ ที่สำคัญทั้งถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท 71 ถนนศรีนครินทร์ ถนนอ่อนนุช และถนนเฉลิมพระเกียรติ แต่สำหรับรถสาธารณะ ย่านนี้เป็นย่านที่มีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนผู้คนที่อาศัยอยู่ ซึ่งสามารถเดินทางด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
ถนนทั่วไป
ถนนพัฒนาการถือเป็นถนนเส้นหลักของย่านพัฒนาการ ลักษณธของถนนมีความกว้างขวางและแบ่งแยกทิศทางรถวิ่งออกจากกันชัดเจทำให้รถไม่ได้มีแออัดมากนัก โดยถนนพัฒนาการมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่แยกคลองตันซึ่งตัดกับถนนรามคำแหง ระยะทาง 6 กิโลเมตรไปยังแยกเฉลิมพระเกียรติฯ-พัฒนาการ ซึ่งถนนเส้นนี้ก็เชื่อมต่อกับถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท 71 ถนนศรีนครินทร์ ถนนอ่อนนุช และถนนเฉลิมพระเกียรติ ทำให้สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหรือออกนอกตัวเมืองได้อย่างสบาย ๆ
ทางพิเศษ
ทางพิเศษศรีรัชเป็นทางพิเศษที่อยู่ใกล้กับถนนพัฒนาการ ซึ่งมีจุดขึ้นลงอยู่ห่างจากแยกพัฒนาการ 500 เมตร และมีทางพิเศษฉลองรัชอยู่บริเวณซอยพัฒนาการ 7 ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก
รถไฟฟ้า
ในปัจจุบัน ย่านพัฒนาการมีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีหัวหมากและรามคำแหง ที่จะสามารถเดินทางไปยังตัวเมืองหรือสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างง่ายดาย ส่วนในอนาคตก็จะมีโครงการรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านย่านพัฒนาการผุดขึ้นมาถึง 2 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-พัฒนาการ-สำโรง) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-บางซื่อ) เปิดให้ได้ใช้บริการ
รถตู้
ส่วนมากแล้วย่านพัฒนาการมีรถตู้ที่มาจากมีนบุรีและบางกะปิ มีราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท โดยจุดขึ้นลงรถตู้จุดหลักของย่านนี้อยู่บริเวณแยกพัฒนาการฝั่ง แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต พัฒนาการ ซึ่งถือว่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก
รถเมล์
พัฒนาการมีรถเมล์ให้เลือกใช้บริการมากมายตลอดเส้นทาง โดยรถเมล์ที่สำคัญในย่านนี้มี 5 สาย ดังนี้ 11 (เมกาบางนา-มาบุญครอง), 92 (แยกพัฒนาการ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), 133 (วัดธาตุทอง-การเคหะบางพลี), 206 (ม.เกษตร-เมกาบางนา) และ 517 (ตลาดเทิดไท-สถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร)
รถสองแถว
รถสองแถวเส้นทางหลักที่อยู่ในย่านพัฒนาการมีอยู่ 2 จุดด้วยกัน ได้แก่ รถสองแถวสีแดงที่ตลาดอ่อนนุช วิ่งตัดซอยอ่อนนุช 17 ทะลุมายังถนนพัฒนาการ และรถสองแถวสีขาวที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีหัวหมาก วิ่งไปยังเมกะบางนา โดยทั้งสองสายมีราคา 8 บาทตลอดเส้นทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก ย่านพัฒนาการ
ห้างสรรพสินค้า
- แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต พัฒนาการ
- ธัญญาพาร์ค
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาล วิภาราม พัฒนาการ
- โรงพยาบาลสมิติเวช
สถานศึกษา
- โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
- โรงเรียนนานาชาติคริสเตียนกรุงเทพ
- โรงเรียนนานาชาติเซนต์มาร์ค
สวนสาธารณะ
ตลาด
- ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์
- ตลาดพัฒนาการ
พัฒนาการในอนาคต
ด้วยเหตุผลที่ว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีการวิ่งผ่านย่านพัฒนาการทำให้การเดินทางในบริเวณนี้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และความเจริญรุ่งเรืองก็กำลังเข้ามาสู่ย่านนี้อย่างรวดเร็วจนทำให้นักลงทุนหลาย ๆ รายเริ่มมีความสนใจลงทุนสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และย่านพัฒนาการก็จะกลายเป็นย่านที่มีคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีอีกย่านหนึ่งในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน
สรุปท้ายบทความ
ถึงแม้ว่าจะอยู่นอกตัวเมืองกรุงเทพมหานคร แต่พัฒนาการ ก็เป็นอีกย่านหนึ่งที่สามารถเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของกรุงเทพได้อย่างสะดวกผ่านถนนพัฒนาการที่เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างที่หนาแน่นมาก ทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ไม่วุ่นวายเหมือนใจกลางเมือง และมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้าน แฝด หรือทาวน์โฮม ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ที่มีราคา ทำเป็นหมู่บ้านหลายระดับราคา 2 ล้านบาทไปจนถึง 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อตอบโจทย์คนหลายช่วงอายุวัยให้เลือกจับจอง และถ้าใครที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้ หรือย่านอื่น ๆ ก็สามารถเข้ามาเลือกลงทุนได้ใน Kaidee Property
อ่านบทความ ย่านเยาวราช เมืองเก่ากลิ่นอายจีน
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็คงอยากที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง ได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการกันทั้งนั้น ไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าวันหนึ่งคุณจะกลายเป็นคนที่มีข้อจำกัดบางประการในการใช้ชีวิต แต่ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนไปเลย หากสภาพแวดล้อมในชีวิตของคุณถูกออกแบบมาให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
หนึ่งในสถานที่ที่ควรพร้อมมากที่สุดคือ “บ้าน” สถานที่ที่รวมคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือหลานตัวเล็กที่นอนอยู่ในรถเข็นเด็ก โดยที่ความต้องการของคนแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันออกไป แล้วจะทำอย่างไรให้บ้านของเราเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตของทุกคน ไปดูสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการวางแผนออกแบบบ้านสำหรับคนทุกกลุ่มกันดีกว่า
Universal Design คืออะไร และสำคัญอย่างไร
แนวคิดของการออกแบบองค์ประกอบของพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก การก่อสร้างบ้าน สถานที่ทำงาน หรือที่สถานที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับทุกคน และทุกคนสามารถใช้งานได้ เข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยที่การออกแบบเหล่านี้ จะไม่มีการเจาะจงถึง เพศ อายุ ขนาดของร่างกาย หรือความสามารถในการเข้าถึงได้ จึงกล่าวได้ว่า Universal Design เป็นการออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มความสามารถ ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าแตกต่าง และไม่จำกัดการเข้าถึงองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้สามารถเข้าถึงการใช้งานของพื้นได้อย่างสะดวก
และด้วยเหตุผลอีกหนึ่งประการ ที่ทำให้สังคมไทยเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับ Universal Design คือ การคาดการณ์ข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ หรือจำนวนสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุ จะมีถึง 20% จากประชากรทั้งประเทศ จึงทำให้การออกแบบบ้านแบบ Universal Design กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงและแก้ไขสถานที่ต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด ให้เหมาะสมกับทุกคน
การออกแบบในแนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนพิการเท่านั้น แต่การออกแบบทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ กลุ่มคนที่มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านของเรา หรือตัวเราเองที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุในอนาคต จะสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี และสามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างง่ายดาย
7 ข้อสำคัญในการออกแบบ Universal Design
Fairness ออกแบบให้เกิดความเสมอภาคในการใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรมีชีวิตเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุกคนควรได้รับความเสมอภาคในการใช้ชีวิตที่เท่าเทียมกัน การออกแบบบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆในบ้าน ในแบบของ Universal Design คือการทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้เหมือนกัน
Flexibility องค์ประกอบต่างๆจะต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
การออกแบบบ้านที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ Universal Design ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การออกแบบให้เข้าถึงการใช้งานของทุกคน จะไม่ทำให้ใครรู้สึกว่าจะต้องคอยมีคนมาช่วยดูแล เพราะพวกเขาดูแลตัวเองได้
Simplicity สิ่งอำนวยความสะดวกควรมีความเรียบง่ายใช้งานง่าย
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ใช้งานง่าย เป็นสิ่งที่ควรมีในทุกที่ โดยเฉพาะในบ้าน หากบ้านของเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนในบ้านทุกคน ย่อมทำให้บ้านของเรา เป็นสถานที่ที่ปลอดภัย และทำให้คนในบ้านสามารถเป็นใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่
Understanding มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการใช้งาน
การอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกตามสถานที่ต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักออกแบบต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการรับรู้ของคนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน การทำสัญลักษณ์ การออกแบบการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย
Safety ยิ่งออกแบบให้มีความแข็งแรงมากเท่าไหร่ จะช่วยให้เกิดอุบัติเหตุได้น้อยลง
การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งเครื่องมือที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ อย่างเช่นราวจับ จะช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเล็ก ปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น ลดอาการเจ็บป่วยซ้ำซ้อนจากการเกิดอันตรายได้
Energy Conservation การใช้งานง่าย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้ชีวิต
อุปกรณ์ต่างๆภายในบ้าน ควรออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องใช้ความพยายามในการรวบรวมแรง เช่น ประตูควรใช้ประตูบานเลื่อน เพื่อตอบโจทย์ให้กับคนที่ไม่มีแรงเปิดประตู หรือเปิดประตูยากอย่างเช่นคนที่นั่งวีลแชร์
Space ออกแบบพื้นที่ดี ใครๆก็มีชีวิตดีได้
พื้นที่ต่างๆภายในบ้าน ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับทุกคนในบ้าน ทุกคนสามารถใช้งานได้แบบไม่ติดขัด ใครที่ใช้วีลแชร์ สามารถหมุนรถเข็นได้ 360 องศา หรือใครที่บกพร่องทางการมองเห็น ก็สามารถใช้งานได้แบบที่ไม่เกิดอันตราย มีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของคนในบ้านได้
การออกแบบให้ใครๆก็สามารถใช้งานได้
หลังจากที่เราทำความรู้จัก Universal Design กันมาพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องนำ Universal Design มาออกแบบและดัดแปลงบ้านของเราให้เหมาะสมกับทุกคนภายในบ้านกันสักที ไปดูกันว่าแต่ละห้องเราควรออกแบบอย่างไร และในแต่ละห้องควรให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ไปดูกันทีละห้องเลยดีกว่า
หน้าบ้าน
เริ่มจากทางเข้าบ้าน หากเราต้องการออกแบบให้ทุกคนสามารถเข้าบ้านได้อย่างสะดวก ควรมีสเต็ปน้อยที่สุด หรือทำให้เป็นทางลาดเข้าบ้าน ที่ควรออกแบบมาให้มีความชันสูงสุดไม่เกิน 1:20 ความกว้างของการขึ้นลงรถแบบคันเดียว อยู่ที่ 0.90 เมตร ราวจับทางลาด สูง 0.90 เมตร สำหรับผู้ใหญ่ และ 0.70 เมตร สำหรับเด็กและรถวีลแชร์
หากต้องการให้ง่ายต่อการใช้งาน ประตูบ้านควรจะเป็นประตูบานเลื่อนที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. อุปกรณ์เปิดประตู ควรเป็นแบบก้านบิด แกนผลัก หรือมีจับบานเลื่อน สูงประมาณ 1-1.2 เมตร และควรมีกริ่งประตู หรือ Lighted doorbell ในระดับความสูงที่สามารถใช้งานได้ นอกจากจะช่วยให้เราทราบว่ามีคนมาหาเราแล้ว ยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยด้วย
ห้องนอน
เมื่อเข้าไปถึงห้องนอน สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากนั้นคือ เตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ควรถูกเลือกมาใช้งานโดยที่มีความสูงของเตียง ประมาณ 0.45 ถึง 0.50 เมตร เพื่อการลุกนั่งที่สะดวก หัวเตียง หรือโต๊ะข้างเตียง ควรมีสัญญาณเตือนภายในห้องนอน เพื่อขอความช่วยเหลือในขณะที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือต้องการการช่วยเหลือ ควรเว้นระยะห่างของพื้นที่เตียงนอน ทั้งสามด้านสำหรับการใช้รถเข็น เพื่อการเคลื่อนที่รถวีลแชร์ ในแต่ละด้านประมาณ 90-120 ซม.
ตู้เสื้อผ้า ที่ใช้ควรมีราวแขวน 2 ระดับ คือ 1.80-1.90 เมตร และ 1.20 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บข้าวของเครื่องใช้ด้วยตัวเอง
โต๊ะแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก หน้าโต๊ะสูงควรมีความสูงไม่เกิน 0.75 เมตร และที่วางของควรสูง 0.60 เมตร เพื่อให้วางของได้สะดวกและสามารถสอดรถวีลแชร์เข้าไปได้
ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องไม่ควรมีล้อเลื่อน หรือมุมแหลมที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้ ไม่มีควรมีทางต่างระดับภายในห้อง และความมีที่ว่าง 90 เซนติเมตร เพื่อให้วีลแชร์สามารถใช้งาน และเคลื่อนที่โดยรอบห้องได้อย่างสะดวก
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ประตูห้องนอนควรมีความกว้าง 90 เซนติเมตร พร้อมลูกบิดแบบก้านโยก หรือให้เป็นแบบประตูเลื่อนจะสะดวกต่อการใช้งาน
ห้องครัว
ห้องครัวก็เหมือนอู่ข้าวอู่น้ำของบ้าน หากมีห้องครัวแต่ไม่สามารถใช้ห้องครัวได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บของห้องหนึ่ง แต่ถ้าเราออกแบบบ้านให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานได้ ห้องครัวจะเป็นอีกหนึ่งที่ที่สร้างโมเมนต์ที่ดีงามให้กับบ้านของเรา เพราะอาหารคือการส่งผ่านความรักของคนทำอาหาร
การออกแบบครัวที่ดี จึงควรเริ่มจากอุปกรณ์ในครัว ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่าง “เคาน์เตอร์ครัว” ควรมีการกำหนดระยะความสูงเคาน์เตอร์ครัวที่ 75 ซม. ออกแบบให้มีพื้นที่ใต้อ่างล้างจาน หรือโต๊ะ ที่ผู้ใช้วีลแชร์สามารถเข้าใช้งานได้โดยที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ด้านหน้าตู้ไปจนถึงผนัง ควรมีระยะห่าง 30×48 นิ้ว และระยะห่างของเคาน์เตอร์ถึงพื้น ควรมีความสูงมากกว่า 60 ซม. ส่งผลให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์สามาถใช้งานได้อย่างพอดี รวมถึงทุกคนก็สามารถใช้งานได้ง่ายด้วย
ห้องน้ำ
เป็นห้องที่ใช้งานบ่อยที่สุด และเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากที่สุดเช่นกัน ดังนั้น หากเราออกแบบห้องน้ำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ใช้งานง่ายและปลอดภัย จึงเป็นเรื่องที่ควรได้รับความใส่ใจเป็นอย่างมาก ห้องน้ำจึงไม่ควรมีธรณีประตู ควรเป็นระดับเดียวกัน พื้นกระเบื้องที่ใช้ไม่ใช่วัสดุที่ลื่นไหลได้ง่าย ควรมีการใช้สีวัสดุที่แตกต่างกัน มีพื้นที่สำหรับวีลแชร์เคลื่อนที่ได้ รัศมีความกว้าง 1.10×1.20 ตร.ม.
แผ่นยางกันลื่น ป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นไถล และมีช่องระบายอยู่มุมห้องของห้องน้ำ
ราวควรติดตั้งบริเวณชักโครก ความสูง 0.70 เมตร ความสูงของฝักบัวอยู่ที่ 1.20 เมตร ติดตั้งที่นั่งอาบน้ำแบบพับได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ความสูง 0.45 เมตร กระจกบริเวณอ่างล้างหน้าควรพับเอียงลงมาเพื่อให้เห็นผู้ใช้งาน
อ่างล้างมือ ควรมีความสูง 0.80 เมตร เพื่อให้รถเข็นสอดเข้าไปได้ พร้อมราวจับด้านข้างที่เปรียบเสมือนราวกั้นป้องกันตราย ของใช้ในห้องน้ำ อุปกรณ์อาบน้ำ ควรมีความสูงจากพื้นประมาณ 30 – 120 ซม.
ฝักบัวอาบน้ำ ควรเป็นแบบโค้ง เพื่อให้มีพื้นที่มากพอสำหรับการขยับตัว และประตูเข้าออกควรง่ายต่อการใช้งาน ดังนั้นจึงควรเป็นประตูบานเลื่อน ความกว้างประมาณ 90 เซนติเมตร
การออกแบบทั่วไปที่ควรคำนึงถึง
พื้นที่ สำหรับการเคลื่อนที่ของรถเข็ภายในบ้าน การหมุนขยับรถเข็น โดยมีพื้นที่ว่างประมาณ 30×48 นิ้ว เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนที่ของวีลแชร์
สวิตช์ไฟ หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ ควรมีความสูงประมาณ 15 นิ้ว ถึง 48 นิ้ว ควรเป็นชนิดที่ง่ายต่อการใช้งาน อาจจะมีรีโมทคอนโทรลไว้ควบคุมการทำงาน และที่สำคัญแบตเตอรี่ควรใช้งานได้นาน
หน้าต่างบ้าน ควรมีความสูงที่ 36 นิ้ว เพราะสามารถมองวิวด้านนอกได้แม้ว่าจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ และง่ายต่อการเปิด ปิด ล็อคหน้าต่าง สำหรับผู้ที่ไม่สูงมาก หรือนั่งอยู่บนวีลแชร์
พื้นผิวของกระเบื้องหรือพื้น ควรออกแบบไม่ให้ลื่น เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย ควรมีที่ว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์ 30×48 นิ้ว
เตรียมราวจับสำหรับทางลาด เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการลื่นไหล และใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ที่ต้องการช่วยทุ่นแรงขณะเดิน
เพราะบ้านคือแหล่งรวมความสุข หากเราออกแบบบ้านดี ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข
การออกแบบสถานที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ในอดีตมักจะคำนึงถึงความเป็นมาตรฐานทั่วไป ตามโครงสร้างปกติ แต่ยังขาดการคำนึงถึงความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างแท้จริง หลายๆอย่างไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานสำหรับทุกคน และไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้ ดังนั้น แนวคิดของ Universal Design จึงกลายเป็นการออกแบบสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการสร้างบ้านที่ในคอนเซปต์นี้ อาจจะยังไม่เป็นที่กว้างขวาง แต่ก็ได้รับการยอมรับและปรับปรุง แก้ไขแล้วในหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่กำลังปรับโครงสร้างต่างๆรอบตัวให้เข้ากับความหลากหลายในสังคม เพื่อเตรียมพร้อมรับ สังคมผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีขีดกำจัดในการดำเนินชีวิต ที่มีอัตราขยายขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ให้เกิดความเท่าเทียมกันในการใช้ชีวิต