ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็คงอยากที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง ได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการกันทั้งนั้น ไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าวันหนึ่งคุณจะกลายเป็นคนที่มีข้อจำกัดบางประการในการใช้ชีวิต แต่ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนไปเลย หากสภาพแวดล้อมในชีวิตของคุณถูกออกแบบมาให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
หนึ่งในสถานที่ที่ควรพร้อมมากที่สุดคือ “บ้าน” สถานที่ที่รวมคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือหลานตัวเล็กที่นอนอยู่ในรถเข็นเด็ก โดยที่ความต้องการของคนแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันออกไป แล้วจะทำอย่างไรให้บ้านของเราเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตของทุกคน ไปดูสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการวางแผนออกแบบบ้านสำหรับคนทุกกลุ่มกันดีกว่า
Universal Design คืออะไร และสำคัญอย่างไร
แนวคิดของการออกแบบองค์ประกอบของพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก การก่อสร้างบ้าน สถานที่ทำงาน หรือที่สถานที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับทุกคน และทุกคนสามารถใช้งานได้ เข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยที่การออกแบบเหล่านี้ จะไม่มีการเจาะจงถึง เพศ อายุ ขนาดของร่างกาย หรือความสามารถในการเข้าถึงได้ จึงกล่าวได้ว่า Universal Design เป็นการออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มความสามารถ ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าแตกต่าง และไม่จำกัดการเข้าถึงองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้สามารถเข้าถึงการใช้งานของพื้นได้อย่างสะดวก
และด้วยเหตุผลอีกหนึ่งประการ ที่ทำให้สังคมไทยเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับ Universal Design คือ การคาดการณ์ข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ หรือจำนวนสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุ จะมีถึง 20% จากประชากรทั้งประเทศ จึงทำให้การออกแบบบ้านแบบ Universal Design กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงและแก้ไขสถานที่ต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด ให้เหมาะสมกับทุกคน
การออกแบบในแนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนพิการเท่านั้น แต่การออกแบบทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ กลุ่มคนที่มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านของเรา หรือตัวเราเองที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุในอนาคต จะสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี และสามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างง่ายดาย
7 ข้อสำคัญในการออกแบบ Universal Design
Fairness ออกแบบให้เกิดความเสมอภาคในการใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรมีชีวิตเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุกคนควรได้รับความเสมอภาคในการใช้ชีวิตที่เท่าเทียมกัน การออกแบบบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆในบ้าน ในแบบของ Universal Design คือการทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้เหมือนกัน
Flexibility องค์ประกอบต่างๆจะต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
การออกแบบบ้านที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ Universal Design ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การออกแบบให้เข้าถึงการใช้งานของทุกคน จะไม่ทำให้ใครรู้สึกว่าจะต้องคอยมีคนมาช่วยดูแล เพราะพวกเขาดูแลตัวเองได้
Simplicity สิ่งอำนวยความสะดวกควรมีความเรียบง่ายใช้งานง่าย
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ใช้งานง่าย เป็นสิ่งที่ควรมีในทุกที่ โดยเฉพาะในบ้าน หากบ้านของเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนในบ้านทุกคน ย่อมทำให้บ้านของเรา เป็นสถานที่ที่ปลอดภัย และทำให้คนในบ้านสามารถเป็นใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่
Understanding มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการใช้งาน
การอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกตามสถานที่ต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักออกแบบต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการรับรู้ของคนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน การทำสัญลักษณ์ การออกแบบการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย
Safety ยิ่งออกแบบให้มีความแข็งแรงมากเท่าไหร่ จะช่วยให้เกิดอุบัติเหตุได้น้อยลง
การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งเครื่องมือที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ อย่างเช่นราวจับ จะช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเล็ก ปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น ลดอาการเจ็บป่วยซ้ำซ้อนจากการเกิดอันตรายได้
Energy Conservation การใช้งานง่าย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้ชีวิต
อุปกรณ์ต่างๆภายในบ้าน ควรออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องใช้ความพยายามในการรวบรวมแรง เช่น ประตูควรใช้ประตูบานเลื่อน เพื่อตอบโจทย์ให้กับคนที่ไม่มีแรงเปิดประตู หรือเปิดประตูยากอย่างเช่นคนที่นั่งวีลแชร์
Space ออกแบบพื้นที่ดี ใครๆก็มีชีวิตดีได้
พื้นที่ต่างๆภายในบ้าน ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับทุกคนในบ้าน ทุกคนสามารถใช้งานได้แบบไม่ติดขัด ใครที่ใช้วีลแชร์ สามารถหมุนรถเข็นได้ 360 องศา หรือใครที่บกพร่องทางการมองเห็น ก็สามารถใช้งานได้แบบที่ไม่เกิดอันตราย มีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของคนในบ้านได้
การออกแบบให้ใครๆก็สามารถใช้งานได้
หลังจากที่เราทำความรู้จัก Universal Design กันมาพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องนำ Universal Design มาออกแบบและดัดแปลงบ้านของเราให้เหมาะสมกับทุกคนภายในบ้านกันสักที ไปดูกันว่าแต่ละห้องเราควรออกแบบอย่างไร และในแต่ละห้องควรให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ไปดูกันทีละห้องเลยดีกว่า
หน้าบ้าน
เริ่มจากทางเข้าบ้าน หากเราต้องการออกแบบให้ทุกคนสามารถเข้าบ้านได้อย่างสะดวก ควรมีสเต็ปน้อยที่สุด หรือทำให้เป็นทางลาดเข้าบ้าน ที่ควรออกแบบมาให้มีความชันสูงสุดไม่เกิน 1:20 ความกว้างของการขึ้นลงรถแบบคันเดียว อยู่ที่ 0.90 เมตร ราวจับทางลาด สูง 0.90 เมตร สำหรับผู้ใหญ่ และ 0.70 เมตร สำหรับเด็กและรถวีลแชร์

หากต้องการให้ง่ายต่อการใช้งาน ประตูบ้านควรจะเป็นประตูบานเลื่อนที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. อุปกรณ์เปิดประตู ควรเป็นแบบก้านบิด แกนผลัก หรือมีจับบานเลื่อน สูงประมาณ 1-1.2 เมตร และควรมีกริ่งประตู หรือ Lighted doorbell ในระดับความสูงที่สามารถใช้งานได้ นอกจากจะช่วยให้เราทราบว่ามีคนมาหาเราแล้ว ยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยด้วย
ห้องนอน
เมื่อเข้าไปถึงห้องนอน สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากนั้นคือ เตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ควรถูกเลือกมาใช้งานโดยที่มีความสูงของเตียง ประมาณ 0.45 ถึง 0.50 เมตร เพื่อการลุกนั่งที่สะดวก หัวเตียง หรือโต๊ะข้างเตียง ควรมีสัญญาณเตือนภายในห้องนอน เพื่อขอความช่วยเหลือในขณะที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือต้องการการช่วยเหลือ ควรเว้นระยะห่างของพื้นที่เตียงนอน ทั้งสามด้านสำหรับการใช้รถเข็น เพื่อการเคลื่อนที่รถวีลแชร์ ในแต่ละด้านประมาณ 90-120 ซม.
ตู้เสื้อผ้า ที่ใช้ควรมีราวแขวน 2 ระดับ คือ 1.80-1.90 เมตร และ 1.20 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บข้าวของเครื่องใช้ด้วยตัวเอง

โต๊ะแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก หน้าโต๊ะสูงควรมีความสูงไม่เกิน 0.75 เมตร และที่วางของควรสูง 0.60 เมตร เพื่อให้วางของได้สะดวกและสามารถสอดรถวีลแชร์เข้าไปได้
ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องไม่ควรมีล้อเลื่อน หรือมุมแหลมที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้ ไม่มีควรมีทางต่างระดับภายในห้อง และความมีที่ว่าง 90 เซนติเมตร เพื่อให้วีลแชร์สามารถใช้งาน และเคลื่อนที่โดยรอบห้องได้อย่างสะดวก
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ประตูห้องนอนควรมีความกว้าง 90 เซนติเมตร พร้อมลูกบิดแบบก้านโยก หรือให้เป็นแบบประตูเลื่อนจะสะดวกต่อการใช้งาน
ห้องครัว
ห้องครัวก็เหมือนอู่ข้าวอู่น้ำของบ้าน หากมีห้องครัวแต่ไม่สามารถใช้ห้องครัวได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บของห้องหนึ่ง แต่ถ้าเราออกแบบบ้านให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานได้ ห้องครัวจะเป็นอีกหนึ่งที่ที่สร้างโมเมนต์ที่ดีงามให้กับบ้านของเรา เพราะอาหารคือการส่งผ่านความรักของคนทำอาหาร
การออกแบบครัวที่ดี จึงควรเริ่มจากอุปกรณ์ในครัว ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่าง “เคาน์เตอร์ครัว” ควรมีการกำหนดระยะความสูงเคาน์เตอร์ครัวที่ 75 ซม. ออกแบบให้มีพื้นที่ใต้อ่างล้างจาน หรือโต๊ะ ที่ผู้ใช้วีลแชร์สามารถเข้าใช้งานได้โดยที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ด้านหน้าตู้ไปจนถึงผนัง ควรมีระยะห่าง 30×48 นิ้ว และระยะห่างของเคาน์เตอร์ถึงพื้น ควรมีความสูงมากกว่า 60 ซม. ส่งผลให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์สามาถใช้งานได้อย่างพอดี รวมถึงทุกคนก็สามารถใช้งานได้ง่ายด้วย

ห้องน้ำ
เป็นห้องที่ใช้งานบ่อยที่สุด และเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากที่สุดเช่นกัน ดังนั้น หากเราออกแบบห้องน้ำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ใช้งานง่ายและปลอดภัย จึงเป็นเรื่องที่ควรได้รับความใส่ใจเป็นอย่างมาก ห้องน้ำจึงไม่ควรมีธรณีประตู ควรเป็นระดับเดียวกัน พื้นกระเบื้องที่ใช้ไม่ใช่วัสดุที่ลื่นไหลได้ง่าย ควรมีการใช้สีวัสดุที่แตกต่างกัน มีพื้นที่สำหรับวีลแชร์เคลื่อนที่ได้ รัศมีความกว้าง 1.10×1.20 ตร.ม.
แผ่นยางกันลื่น ป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นไถล และมีช่องระบายอยู่มุมห้องของห้องน้ำ
ราวควรติดตั้งบริเวณชักโครก ความสูง 0.70 เมตร ความสูงของฝักบัวอยู่ที่ 1.20 เมตร ติดตั้งที่นั่งอาบน้ำแบบพับได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ความสูง 0.45 เมตร กระจกบริเวณอ่างล้างหน้าควรพับเอียงลงมาเพื่อให้เห็นผู้ใช้งาน
อ่างล้างมือ ควรมีความสูง 0.80 เมตร เพื่อให้รถเข็นสอดเข้าไปได้ พร้อมราวจับด้านข้างที่เปรียบเสมือนราวกั้นป้องกันตราย ของใช้ในห้องน้ำ อุปกรณ์อาบน้ำ ควรมีความสูงจากพื้นประมาณ 30 – 120 ซม.
ฝักบัวอาบน้ำ ควรเป็นแบบโค้ง เพื่อให้มีพื้นที่มากพอสำหรับการขยับตัว และประตูเข้าออกควรง่ายต่อการใช้งาน ดังนั้นจึงควรเป็นประตูบานเลื่อน ความกว้างประมาณ 90 เซนติเมตร

การออกแบบทั่วไปที่ควรคำนึงถึง
พื้นที่ สำหรับการเคลื่อนที่ของรถเข็ภายในบ้าน การหมุนขยับรถเข็น โดยมีพื้นที่ว่างประมาณ 30×48 นิ้ว เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนที่ของวีลแชร์
สวิตช์ไฟ หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ ควรมีความสูงประมาณ 15 นิ้ว ถึง 48 นิ้ว ควรเป็นชนิดที่ง่ายต่อการใช้งาน อาจจะมีรีโมทคอนโทรลไว้ควบคุมการทำงาน และที่สำคัญแบตเตอรี่ควรใช้งานได้นาน
หน้าต่างบ้าน ควรมีความสูงที่ 36 นิ้ว เพราะสามารถมองวิวด้านนอกได้แม้ว่าจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ และง่ายต่อการเปิด ปิด ล็อคหน้าต่าง สำหรับผู้ที่ไม่สูงมาก หรือนั่งอยู่บนวีลแชร์
พื้นผิวของกระเบื้องหรือพื้น ควรออกแบบไม่ให้ลื่น เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย ควรมีที่ว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์ 30×48 นิ้ว
เตรียมราวจับสำหรับทางลาด เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการลื่นไหล และใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ที่ต้องการช่วยทุ่นแรงขณะเดิน

เพราะบ้านคือแหล่งรวมความสุข หากเราออกแบบบ้านดี ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข
การออกแบบสถานที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ในอดีตมักจะคำนึงถึงความเป็นมาตรฐานทั่วไป ตามโครงสร้างปกติ แต่ยังขาดการคำนึงถึงความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างแท้จริง หลายๆอย่างไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานสำหรับทุกคน และไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้ ดังนั้น แนวคิดของ Universal Design จึงกลายเป็นการออกแบบสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการสร้างบ้านที่ในคอนเซปต์นี้ อาจจะยังไม่เป็นที่กว้างขวาง แต่ก็ได้รับการยอมรับและปรับปรุง แก้ไขแล้วในหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่กำลังปรับโครงสร้างต่างๆรอบตัวให้เข้ากับความหลากหลายในสังคม เพื่อเตรียมพร้อมรับ สังคมผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีขีดกำจัดในการดำเนินชีวิต ที่มีอัตราขยายขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ให้เกิดความเท่าเทียมกันในการใช้ชีวิต
