จะกู้เงินซื้อบ้านทั้งที แบบนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง

จะกู้เงินซื้อบ้านทั้งที แบบนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง

หากคุณกำลังมีแผนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านหลังที่ 3 ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องมีการกู้ซื้อแล้วผ่อน แต่ถ้าใครซื้อเงินสดก็จะไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่ถ้าหากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเตรียมและต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ยื่นกู้กับธนาคารและได้อนุมัติผ่านแบบรวดเร็ว ดังนั้น บทความนี้เราขอแนะนำการเตรียมการเรื่องการกู้ซื้อบ้าน ว่าควรเตรียมอะไรบ้าง ควรดูอะไรบ้าง มีปัจจัยอย่างไรในการเลือกซื้อบ้าน มาอ่านกันเลย    

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม

เอกสารทั่วไป

  • สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสำเนาหนังสือเดินทาง (Passsport) 
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 
  • สำเนาทะเบียนสมรส
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส

เอกสารแสดงรายได้

ผู้ที่ทำงานประจำ

  • หนังสือรับรองเงินเดือน 
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน 
  • สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน

เจ้าของธุรกิจ

  • สำเนาทะเบียนการค้า
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
  • รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน 
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี 
  • หลักฐานการเสียภาษี
  • รูปถ่ายของกิจการและแผนที่ตั้งของบริษัท 

ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ 

  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน 
  • สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้

เอกสารหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ 
  • สำเนาซื้อขาย 
  • แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่อยู่   

ก่อนกู้เงินซื้อบ้านควรเตรียมพร้อมอย่างไร?

1. ความพร้อมเรื่องการเงิน  

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมูลค่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราควรเช็กความสามารถในการซื้อและผ่อน นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในการซื้อ อีกทั้งยังต้องดูว่ากำลังทรัพย์ของเราเป็นอย่างไรในขณะนั้น จะซื้อสดหรือผ่อน? ถ้าผ่อนจะผ่อนไหวไหมในอนาคต ทิศทางธุรกิจของเราจะไปในทางไหน ถ้าหากว่าในอนาคตเราไม่มีกำลังที่จะผ่อนต่อ ธนาคารต้องยึดไปแบบไม่มีข้อแม้เลยล่ะ

2. หลักฐานและเครดิตของคนกู้

หลักฐานทางด้านการเงินก็สำคัญไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรเกี่ยวกับการเงิน คนที่ยื่นกู้ต้องมีหลักฐานทางบัญชีธนาคาร คือ รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังต่ำสุด 6 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถยืนยันความน่าเชื่อถือในตัวเราได้ว่ามีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลานั่นเอง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ดังนี้

  • เครดิตบูโร ก่อนจะกู้ซื้อบ้าน ควรเช็กให้ดีว่าควรติดค้างชำระหนี้อะไรอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่าคุณมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา อาจจะมีปัญหาในการยื่นกู้ก็เป็นได้ 
  • เคลียร์สินเชื่ออื่นๆ หากใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งราคากู้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ หากคุณยังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่อีกเยอะ เช่น สินเชื่อผ่อนรถ ก็ควรเคลียร์ให้หมดก่อนนะ เพื่อที่จะกู้ผ่านได้ง่ายสุด ๆ 
  • จ่ายหนี้ตรงเวลา ใครที่มีบัตรเครดิตหรือมีสินค้าที่ต้องผ่อนกับธนาคารทั้งเมื่อก่อนหรือในตอนนี้ ถ้าหากคุณชำระหนี้ตามกำหนด ตรงเวลา ประวัติของคุณก็จะดี มีวินัยในการชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อก็มีสูงขึ้น  

3. เงินงวดแรก

สำหรับการซื้ออสังหาฯ ต่าง ๆ การเตรียมเงินจ่ายงวดแรก เนื่องจากว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้อีก คือ ค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าส่วนกลาง (ซื้อในโครงการ) เงินดาวน์ และค่าจดจำนอง

4. ขอสินเชื่อ 

ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้านรวมไปถึงอสังหาฯ อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ การขอสินเชื่อนั่นเอง โดยจะต้องเลือกธนาคารที่จะยื่นกู้พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อาทิ เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน เอกสารหลักประกัน เป็นต้น โดยการเลือกธนาคารในการยื่นกู้สินเชื่อนั้นควรพิจารณาให้ดี เช่น การเลือกธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนการใช้จ่ายทั้งตอนนี้และธนาคารให้ราบรื่นด้วยนั่นเองครับ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อบ้าน

การซื้อบ้าน ไม่ว่าจะหลังที่เท่าไร ต้องมีการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ในการประกอบการซื้อทุกครั้ง เพื่อให้เป็นประโยชน์และสะดวกสบายกับตัวเรามากที่สุด มาดูกันเลยว่า มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรนำมาประกอบพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อซื้อบ้าน

1. ทำเลที่ตั้ง 

แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการซื้อ โดยจะต้องเลือกทำเลที่สามารถจะเติบโตได้ในอนาคตและส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ที่สำคัญสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบก็สำคัญไม่แพ้กันเลย โดยหลักการพิจารณาเบื้องต้นสามารถดูได้จากการเปิดของห้างสรรพสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ขนส่งสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น

2. การเดินทาง

การเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นแรงจูงใจที่ทุกคนนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน ถ้ามีขนส่งสาธารณะที่ดีหรือมีถนนที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกสบาย อย่างเช่น สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกหรือสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย 

3. พื้นที่ใช้สอย 

ควรพิจารณาด้วยว่าพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งานของจำนวนสมาชิกครอบครัวหรือไม่ เพราะจะต้องแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยการใช้งานภายในอีก อีกทั้งยังต้องพิจารณาเผื่ออนาคตด้วยว่าจะมีสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นไหม เช่น พ่อแม่หรือจะเป็นลูก ๆ นั่นเอง 

4. ที่จอดรถ

แน่นอนว่ารถยนต์ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอต่อการจอดด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวด้วยว่ามีรถยนต์กี่คัน เพราะถ้านำรถยนต์ออกมาจอดหน้าบ้านอาจจะดูไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาเรื่องการจอดอยู่พื้นที่ส่วนกลางได้

5. สิ่งอำนวยความสะดวก 

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการหมู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องดูด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียค่าส่วนกลางให้กับทางหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ และสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอกนั่นเอง ถ้าหากโครงการหมู่บ้านตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่ง Lifestyle ของคนเมือง เช่น มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งกิน และสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากเลยล่ะ

6. ระบบรักษาความปลอดภัย 

โครงการที่ดีควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้า-ออกโครงการด้วย Key Card มีกล้องวงจรปิดทุกที่ มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. เป็นต้น จึงจะทำให้คนซื้อรู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยนั่นเอง 

สรุปท้ายบทความ 

การซื้อบ้านหนึ่งหลังนั้น มีวิธีการดำเนินการที่หลายขั้นตอนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวซื้อบ้านให้เข้าใจ จะได้ไม่มีอะไรตกหล่นทีหลัง ที่สำคัญการยื่นกู้บ้าน การเตรียมเอกสารสำคัญ การเคลียร์ภาระส่วนตัว การมีวินัยในการชำระหนี้ การใช้เงินอย่างเป็นระบบ จะส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในอนาคตของเราด้วยนะครับ 

ใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 อยู่ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน ทาง Kaidee Property เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกอย่างหลากหลาย เข้ามาชมก่อนได้นะ 

ถูกและดีมีอยู่จริง ! พาส่องคอนโดราคาไม่เกินล้านว่าอยู่ที่ไหนกันบ้าง

ถูกและดีมีอยู่จริง ! พาส่องคอนโดราคาไม่เกินล้านว่าอยู่ที่ไหนกันบ้าง

“คอนโด” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์วิถีคนเมืองมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่อยู่ติดรถไฟฟ้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ยิ่งจะทำให้การเดินทางไปไหนต่อไหนนั้นสบายมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงคอนโดที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าก็จะมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่าบ้านเดี่ยวเสียด้วยซ้ำ แต่รู้หรือไม่ว่าก็ยังมีคอนโดใกล้รถไฟฟ้าราคาถูกแอบซ่อนอยู่ในกรุงเทพฯ ที่เป็นรถไฟฟ้าสถานีชานเมืองสักหน่อย แต่เมื่อคอนโดที่มีรถไฟฟ้าอยู่ใกล้แบบนี้ก็ยิ่งทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองไม่ยากอย่างที่คิด วันนี้เราจะพามาดูว่ากันว่าแต่ละที่ทำเลตั้งอยู่ที่ไหนกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย

1. ลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก (Lumpini Ville Ratchaphruek-Bangwaek)

เป็นคอนโดที่มีจุดเด่นคือใกล้ไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางหว้า และสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม 48 และสถานีจรัญสนิทวงศ์ 13 และยังใกล้ทางเชื่อมถนนหลักได้หลายเส้น ทั้งกาญจนาภิเษก บรมราชชนนี เพชรเกษม และพุทธมณฑลสาย 1 รวมถึงถนนหลักอย่างถนนราชพฤกษ์ที่เป็นหนึ่งในถนนที่นำความเจริญเข้ามาสู่บางแวก อีกทั้งยังสามารถเข้าเมืองอย่างเอกมัยได้ง่ายขึ้น นอกจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญรอบข้าง เช่น มหาวิทยาลัยสยาม, ซีคอน บางแค, The Circle ราชพฤกษ์ และโรบินสัน บางรัก โดยตัวโครงการคอนโดลุมพินีสูง 8 ชั้น 5 อาคาร พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูง มี CCTV, Keycard และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรองรับการพักผ่อนของคุณไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ, ห้องสมุด, ห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ, ห้องออกกำลังกาย, สวนออกกำลังกายกลางแจ้ง และสนามเด็กเล่น เรียกได้ว่าว่าตอบโจทย์คนที่ชอบไลฟ์สไตล์ความเป็นชานเมืองที่ไม่วุ่นวายแถมค่าครองชีพในระดับกลางอีกด้วย

2. เดอะ พรอพ คอนโดมิเนียม (The Prop Condominium)

จัดว่าเป็นคอนโดที่เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีเมืองทองธานี 1 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ และยังอยู่ใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะที่ทำให้สามารถเดินทางไปไหนก็สะดวก โดยตัวคอนโดมีทั้งหมด 8 ชั้น 2 อาคาร รวมทั้งหมด 315 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 12 เขตหลักสี่ อยู่ใกล้สถานที่สำคัญ เช่น ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, อิมแพ็คเมืองทองธานี, เทสโก้ โลตัส แจ้งวัฒนะ, บิ๊กซี แจ้งวัฒนะ และดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวน, WIFI บริเวณ Lobby, บริการรักษาความปลอดภัย และ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง นับว่าเป็นคอนโดที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน เพราะหากรถไฟฟ้าเสร็จแล้วพร้อมใช้งานราคาต้องพุ่งขึ้นจนทำให้หลายคนอาจต้องเสียใจภายหลัง

3. รีเจ้นท์โฮม 27 บางซ่อน (Regent Home 27 Bangson)

ต้องบอกเลยว่านี่เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 23/1 เขตบางซื่อ พื้นที่ศูนย์รวมคมนาคมของประเทศในอนาคตที่สถานีกลางบางซื่อที่โอกาสน้อยจะมีคอนโดเกิดขึ้นแถวนี้ ความสะดวกในการเดินทางนั้นติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางซ่อน ห่างเพียง 100 เมตรเท่านั้น และยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนประชานุกูลกำแพงเพชร 2 ด้วย ตั้งอยู่ใกล้สถานที่สำคัญอย่าง กระทรวงสาธารณสุข, โรงเรียนโยธินบูรณะ, โรงเรียนสตรีนนทบุรี, มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แหล่งช้อปปิ้งเกตเวย์ บางซื่อ, บิ๊กซี วงศ์สว่าง และสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อไหร่รับรองราคาคอนโดสูงขึ้นอย่างแน่นอน ความน่าสนใจของตัวโครงการนอกจาทำเลดีแล้วยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวน, CCTV, ประตู Keycard พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง หากใครกำลังตัดสินใจอยู่อย่าช้าเด็ดขาดเพราะที่ตั้งทำเลแบบนี้อนาคตเชื่อว่าราคาต้องขึ้นอย่างแน่นอน

4. โมเดิร์น คอนโด กัลปพฤกษ์-กำนันแม้น (Modern Condo Kalapapruek-Kamnanmant)

เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางหว้าและสถานีวุฒากาศ ตั้งอยู่ซอยกำนันแม้น 3 บางบอน สำหรับรถยนต์ก็เดินทางสะดวกเพราะอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ที่สามารถตัดเข้าสีลม สาทร และสุขุมวิท หรือถ้าหากอยากออกนอกเมืองไปยังถนนราชพฤกษ์ และนครปฐมก็ง่ายเช่นเดียวกัน ตัวโครงการมีจุดเด่นคือการจัดพื้นที่จอดรถที่มากถึง 132 คัน จาก 156 ยูนิต คิดเป็น 95% เลยทีเดียว ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยได้อย่างจัดเต็ม สิ่งอำนวยความสะดวกครบไม่น้อยหน้าโครงการอื่น เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ห้องตกแต่งพร้อมอยู่ ถือว่าเป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนย่านวัฒนธรรมเก่าที่ผสมผสานสังคมยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เนื่องจากมีรถไฟฟ้านั่งเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมของพื้นที่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบมีพื้นที่ส่วนตัว และใช้สอยปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับคอนโดที่เราได้แนะนำไปในวันนี้ หวังว่าคงจะถูกใจและเป็นตัวเลือกที่ดีให้คนอื่นๆ และหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ BaanKaidee กันได้เลย

โฉนดที่ดินมีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันยังไงบ้าง?

โฉนดที่ดินมีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันยังไงบ้าง?

โฉนดที่ดินเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ๆ มีทั้งซื้อขายได้และซื้อขายไม่ได้ ซึ่งออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดินปัจจุบัน อีกทั้งยังมีโฉนดที่ดินที่แสดงกรรมสิทธิ์ ซึ่งออกตามกฎหมายเก่า คือ โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจอง ‘ได้ทำประโยชน์แล้ว’ โดยที่ผู้เป็นเจ้าของที่ดินถือว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างสมบูรณ์ มีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดินภายใต้กฎหมายที่กำหนดไว้นั่นเอง 

ประเภทของโฉนดที่ดิน

โฉนดของที่ดินนั้นหรือที่เรียกว่าเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของที่ดินมีหลายแบบ แต่ละแบบมีข้อแตกต่างและเงื่อนไขในการซื้อขาย แต่ละแบบสามารถสังเกตได้ไม่ยาก โดยโฉนดที่ดินหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของที่ดินมีตราครุฑที่อยู่บนหัวของเอกสาร ดังนี้

1. ใบจอง หรือ เอกสารสิทธิ์ สบก. ตราครุฑสีน้ำเงิน (น.ส.2)

โฉนดที่ดินประเภทใบจอง เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ครอบครองที่ดินได้เป็นการชั่วคราว โดยทางราชการเป็นคนที่ออกให้บุคคลนั้น ๆ ตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อทำประโยชน์ชั่วคราว ซึ่งที่ดินประเภทใบจอง (น.ส. ๒) ไม่สามารถขายได้ ยกเว้นแต่ บุคคลที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ให้จะโอนเอกสารสิทธิ์นั้นให้เป็นมรดกแก่เครือญาติ ลูกหลานของบุคคลนั้น ถึงจะสามารถทำได้ 

2. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตราครุฑดำ (น.ส.3)

ปัจจุบันจะไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ประเภทนี้แล้ว เป็นเอกสารสิทธิ์รับรองการทำประโยชน์ที่นายอำเภอเป็นคนออกให้ โดยเอกสารนี้ไม่มีระวางที่ดิน ไม่มีรูปถ่ายทางอากาศ มีแต่แผนที่รูปลอย ไม่มีการกำหนดตำแหน่งที่ดินที่แน่นอน จึงทำให้ให้เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ขาดความถูกต้องของเขตที่ดิน ทำให้ซื้อขาย ถ่าย โอน จำนอง ไม่ได้

3. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตราครุฑเขียว (น.ส.3ก.)

เป็นเอกสารแสดงสิทธิ์รับรองการทำประโยชน์ที่ระวางที่ดินและมีรูปถ่ายทางอากาศอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดตำแหน่งที่ดินในระวางรูปถ่ายทางอากาศชัดเจน สามารถซื้อ ขาย จำนอง ได้ ผู้ครอบครอง หากมีการตรวจสอบขอบเขตแน่นอนแล้ว สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน (ตราครุฑแดง) ได้

4. โฉนดที่ดิน ตราครุฑแดง (น.ส.4) 

เป็นหนังสือสำคัญที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งออกให้ตามประมวลกฎหมายปัจจุบัน อีกทั้งยังรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ว่า ‘ได้ทำประโยชน์แล้ว’ ซึ่งออกให้ตามกฎหมายเก่า ถือว่ามีกรรมสิทธิ์เช่นกัน โดยผู้ที่เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน (น.ส.4) เป็นที่ดินที่สามารถซื้อขาย โอน จำนอง ปลูกอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ ในปัจจุบันจะมีโฉนดที่ดินอยู่ 2 ประเภทที่คนนิยมซื้อ ขาย จำนอง และทำประโยชน์ในที่ดินนั้น คือ 

  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตราครุฑเขียว (น.ส.3ก.)
  • โฉนดที่ดิน ตราครุฑแดง (น.ส.4)

ซื้อที่ดินควรเลือกโฉนดแบบไหน?

ตัวเลือกแรก

ที่ดินเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ถี่ถ้วน โดย ‘โฉนดที่ดินแบบ (น.ส.4) ตราครุฑแดง’ หากเป็นไปได้ควรเป็นตัวเลือกแรกในการเลือกซื้อที่ดิน 

เพราะ โฉนดที่ดิน น.ส. 4 (ตราครุฑแดง) เป็นเอกสารที่สูงสุดของบรรดาเอกสารทั้งหมด เพราะเป็นเอกสารที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินโดยสมบูรณ์ของผู้ครอบครอง มีราคาซื้อ ขาย ที่สูงกว่า น.ส. 3ก. สามารถทำประโยชน์จากพื้นที่ได้เต็มที่ 

แต่ถ้าหากว่าที่ดินปล่อยโดยไม่ทำประโยชน์ใด ๆ โดยมีบุคคลอื่นใช้ที่ดินของผู้เป็นเจ้าของที่ดินทำประโยชน์อย่างเปิดเผยครบ 10 ปี ผู้นั้นจะสามารถยึดที่ดินของเจ้าของเดิมได้ เรียกว่าการครอบครองแบบ ‘ปรปักษ์’ นั่นเอง  

ตัวเลือกที่สอง

แต่ถ้าราคาโฉนดที่ดิน (น.ส.4) ตราครุฑแดง ยังคงมีราคาที่สูง อาจจะลองมองหาที่ดินแบบ น.ส.3ก ตราครุฑเขียว ไว้เป็นตัวเลือกที่สอง

ถึงแม้ว่าโฉนดที่ดินแบบตราครุฑเขียว ดูอาจจจะเป็นแค่เอกสารแสดงสิทธิ์การครอบครอง แต่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีหากที่ดินที่คุณสนใจไม่ใช่ตราครุฑแดง แต่เป็นตาครุฑเขียว ราคาถูกกว่าโฉนด ผู้ครอบครองโฉนดสามารถใช้ทำประโยชน์จากที่ดินได้ 

แต่ถ้าหากปล่อยให้ที่ดินรกร้างโดยไม่ทำประโยชน์ อาจโดนแย่งชิงพื้นที่การครอบครองได้ โดยเอกสารแสดงสิทธิ์การครอบครองเป็นเอกสารที่รอตรวจสอบ ถ้าหากตรวจสอบแล้ว ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ครอบครอง (น.ส. 4) ได้

สรุปท้ายบทความ

เอกสารเกี่ยวกับที่ดินนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้ง ซื้อ ขาย จำนอง โอนได้และไม่ได้ มีข้อแตกต่างในความหมายเอกสารสิทธิ์และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ หากเพื่อน ๆ จะซื้อที่ดินควรศึกษาข้อมูลให้ดี ไม่อย่างนั้น อาจจะโดนโกง ทำให้เสียเงินและเสียเวลาอีกด้วยนะครับ  

หากเพื่อน ๆ คนไหนวางแผนว่าจะซื้อที่ดินในตอนนี้หรือในอนาคต ทาง Kaidee Property เรามีที่ดินหลากหลายจังหวัด หลากรูปแบบหลายราคาให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อ แวะมาดูก่อนได้นะครับ 

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

เทรนด์บ้านและคอนโดในอนาคต มีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงบ้านอัจฉริยะกันเยอะ เนื่องจากบ้านในปัจจุบันกำลังที่จะเปลี่ยนจากบ้านแบบเก่าที่ไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอะไร เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทของที่อยู่อาศัยด้วยแล้ว เข้ามาทำให้ชีวิต การจัดการภายในบ้านง่ายและสะดวกขึ้น คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านแน่นอน

เทคโนโลยีกับบ้านมีประโยชน์อย่างไร 

แน่นอนว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่ปรับเข้ามาใช้ภายในบ้านแล้ว จะทำให้การใช้ชีวิตของคนในบ้านมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยควบคุม ดูแล และช่วยให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้เราไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลหรือต้องเหนื่อยจากการที่ต้องลงแรงทำเองในการดูแลสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน

มาดู 5 เทคโนโลยีในอนาคตที่บ้านและคอนโดจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

1. ควบคุมง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ต้องบอกเลยว่าเทรนด์นี้กำลังอินเทรนด์มาก ๆ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันอยู่บนโทรศัพท์มือถือก็สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแอร์ ไฟในบ้านทั้งหมด หรือรวมแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งในอนาคตคุณสามารถกดสั่งด้วยปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมการสั่งการบนจอโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างภายในบ้าน เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ 

หากวันไหนลืมว่าปิดไฟหรือลืมว่าถอดปลั๊กไฟหรือยัง ก็สามารถเข้ามาเช็กได้ที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ก็สามารถปิดได้จากทุก ๆ ที่ โดยไม่ต้องกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาปิดไฟเลย ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายไร้กังวล ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย 

2. Smart Home เพียงออกคำสั่งผ่านเสียง

มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮเทคที่เราสามารถออกคำสั่งผ่านเสียง ไม่ว่าคุณจะพูดอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง ขอแค่คุณอยู่ในระยะที่อุปกรณ์ Smart Home สามารถได้ยิน มันก็จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากเราแล้วไปควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ถูกเชื่อมต่อไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟภายในบ้าน เปิดแอร์ รับโทรศัพท์ เปิดทีวี เปลี่ยนช่อง เปิดเพลง รวมไปถึงรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ที่ฉลาดไปกว่านั้นคือสามารถสั่งของ สั่งอาหารให้เราได้อีกด้วย ทุกอย่างจะทำแทนเราหมด เพียงแค่เราพูดออกคำสั่งแค่นั้น ไฮเทคสุด ๆ ไปเลยล่ะ

3. เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ต้องกลัว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลืมถอดปลั๊กไฟทิ้งไว้ โดยการเสริมจากข้อที่ 1 ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมการจ่ายไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ตัวเสียบปลั๊กไฟ เวลาไปไหนแบบรีบ ๆ แล้วลืมถอดปลั๊ก เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ สั่งให้ที่เสียบปลั๊กหยุดจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก ๆ เลยครับ

4. ระบบไฟอัจฉริยะ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าในอนาคตต้องมีทุกบ้านแน่นอน โดยที่ระบบนี้จะทำหน้าที่เปิดไฟทันทีเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านหรือมีคนย่ำเท้า แล้วแต่ระบบที่ตั้งค่ามาว่า จะให้ได้ยินเสียงหรือว่าเดินผ่าน ตอนไหนจะให้ไฟติด เหมาะกับทุกคนเพราะไม่ต้องมาคอยกดเปิด-ปิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ อุปกรณ์นี้สามารถทำให้การเข้าห้องน้ำช่วงดึกของผู้สูงอายุปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ไฟเองจะเปิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคลำหาที่เปิด-ปิดไฟ ว่าอยู่ตรงไหน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ดีเลยล่ะ

5. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

กล้องวงจรปิดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่จะพิเศษกว่าตรงที่ว่ากล้องจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลได้ตลอดเวลา สามารถแจ้งเตือนกับเจ้าของบ้านได้ทันทีเมื่อมีขโมยหรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านและที่สำคัญ ตัวอุปกรณ์สามารถแจ้งเตือนมาที่แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของเราได้ ทำให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลา

แต่คิดว่าในอนาคต ตัวกล้องจะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น อย่างเช่นมีการจดจำหน้าเจ้าของบ้านทุกคนได้ สามารถแยกแยะคนแปลกหน้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ

6. Video Door Phone สะดวกสบายไม่ต้องเปิดประตูเอง 

บ้าน ในส่วนของบ้านนั้น ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้เห็นการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะเห็นได้จากต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี ที่จะใช้ Video Door Phone ติดอยู่ข้างประตูเข้า-ออกบ้าน หรือจะติดตั้งเพิ่มไว้ตรงส่วนไหนของบ้านอีกก็ได้และจะมีเครื่องที่มีกล้องติดไว้อยู่ด้านนอกของบ้าน ซึ่งถ้ามีบุคคลมีธุระกับเรา เราจะสามารถดูจากกล้องก่อนได้ว่าใครมา และยังสามารถสื่อสารผ่านลำโพงที่มีติดไว้กับตัวเครื่องด้วย นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถปลดล็อกประตูบ้านผ่านเครื่องนี้ได้อีกด้วย  

คอนโด ในส่วนของคอนโดนั้น จะคล้ายกับบ้านเลย แต่คอนโดบางที่จะไม่ได้ติดเครื่องนี้ไว้นอกห้องทุกห้อง แต่ในส่วนของภายนอกจะติดตั้งเครื่องนี้ไว้เพียงจุดเดียวคือ ประตูด้านนอกคอนโด ซึ่งเวลามีบุคคลมาติดต่อขอพบหรือมาส่งของ ก็สามารถกดโทรหาห้องเราได้ ซึ่งเราจะสามารถดูจากจอที่อยู่ในห้องของเราได้เลยว่ามีใครมาหา ถ้าถูกต้อง ถูกคน สามารถกดปลดล็อกประตูด้านล่างคอนโดเพื่อให้เข้ามาหาเราที่ห้องได้เลย 

สรุปท้ายบทความ 

การที่นำเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลทุกอย่างภายในบ้านและคอนโดแทนเรา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนำมาใช้กับบ้านและคอนโด ในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยการนำรูปแบบ Smart Home มาใช้กับบ้านและคอนโดมากขึ้น แน่นอนว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้านและคอนโดเยอะขึ้นแน่นอน เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle แบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง  

เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับบ้านในอนาคต มีเทคโนโลยีที่ครบเครื่องเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยโครงการหมู่บ้านบางโครงการก็เริ่มใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการจะมีบ้านไว้ก่อนแต่ในอนาคตค่อยใส่เทคโนโลยีเข้าไปทีหลังก็ได้ ลองมาดูบ้านที่ Kaidee Property ก่อนได้นะครับ เรามีบ้านให้เพื่อน ๆ ได้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์เลย 

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

คอนโดมิเนียม หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยถูกพัฒนาขึ้นอย่างหลากหลาย จะเห็นได้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่พักอยู่อาศัยเริ่มเยอะขึ้นเนื่องจากความต้องการของประชากรมีเพิ่มขึ้น อีกทั้งจำนวนประชากรที่เยอะขึ้นอีกด้วย จึงทำให้ที่พักอาศัยเป็นสิ่งสำคัญของคนที่กำลังจะซื้อที่อยู่อาศัยหรือกำลังขยับขยายครอบครัวนั้นเอง 

แต่ในปัจจุบันก็มีประเภทของที่อยู่อาศัยให้เลือกเยอะมากมาย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองอย่างคอนโดมิเนียมนั่นเอง ที่ในปัจจุบันนั่นผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในเมืองกรุงและกำลังแผ่ขยายออกไปตามชานเมืองและปริมณฑล

คอนโดมิเนียม ดีอย่างไร

ในปัจจุบันถ้าพูดถึงประเภทที่อยู่อาศัยยอดฮิตของคนเมืองกรุงก็คงจะต้องนึกถึง คอนโดมิเนียม เป็นลำดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบ และในอนาคตมูลค่าของคอนโดมิเนียมก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้น ถ้าหากพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำเลทอง

คอนโดมิเนียม ทำไมถึงน่าลงทุน

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือจะซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า วันนี้เรามีข้อดีของคอนโดมิเนียม ว่าทำไม ถึงเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน มาดูกันเลย 

1. ทำเลที่ดี 

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพหรือทำเลทองนั่นเอง 

ทำเลศักยภาพ มีความหมายว่า เป็นทำเลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ มีการขยายตัวของธุรกิจ มีชุมชน มีที่พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีการซื้อ-ขายอสังหาในราคาที่ดีและมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ซึ่งคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน มีการตั้งอยู่บนทำเลเหล่านี้ของกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าในอนาคต มีความคิดที่จะปล่อยเช่าหรือปล่อยขาย ราคาเช่าหรือขายก็จะเป็นราคาที่ดีมากแน่นอน

2. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก 

ก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับสิ่งความสะดวกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT
  • ทางด่วนสายสำคัญ
  • ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ 
  • อาคารสำนักงานหลายแห่ง 
  • สถานที่สำคัญต่าง ๆ  เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล 
  • แหล่งร้านค้าและร้านสะดวกซื้อบริเวณรอบ ๆ คอนโดฯ 

สถานที่เหล่านี้ ทำให้คนที่อยู่ คอนโดมิเนียม ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางที่นาน 

3. สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน คอนโด

คอนโดมิเนียมในปัจจุบันนั้นยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแบบครบครัน ที่สร้างมาให้ผู้ที่อยู่อาศัย สามารถใช้งานให้ครบ จบ ที่คอนโดเพียงที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความสบายในการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องออกไปทำกิจกรรมภายนอกให้เสียเวลาในการเดินทางหรือต้องเสียเงินในการจ่ายค่าสมาชิกเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดมิเนียมที่เราจะเห็นกัน คือ 

  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส 
  • สวนหย่อมสำหรับนั่งพักผ่อน 
  • ห้องอ่านหนังสือ 

ส่วนโครงการที่จัดเต็มเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ 

  • ห้องซาวน่า 
  • ห้องสตรีม 
  • ห้องสมุด 
  • ห้องทำงาน 
  • ห้องประชุม
  • ห้องสำหรับทำอาหารร่วมกัน 
  • ลู่วิ่ง Outdoor ขนาดใหญ่ 
  • สถานที่สำหรับกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามบาสฯ 
  • พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อน 

ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเหล่านี้ สามารถเห็นได้ที่คอนโดมิเนียมเกือบทุกที่ในปัจจุบัน และแน่นอนว่าคุณสามารถใช้ทุกที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องออกไปใช้บริการข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย 

4. ราคาที่เพิ่มขึ้น ไม่มีลด 

สำหรับคอนโดมิเนียม เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ที่ตั้งที่ดี ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ถ้าหากว่าคุณซื้อเพื่ออยู่อาศัยในวันนี้ ในอนาคตคุณจะมีการขยับขยายในเรื่องของที่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คอนโดมิเนียม คุณสามารถปล่อยเช่าได้หรือสามารถขายขาดในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่คุณซื้อในตอนแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่าของที่ดินจะมีการเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี 

ทั้งหมดทั้งมวลผลจะมาจาก พื้นที่ตั้งของคอนโด มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการลงทุนเยอะ มีสถานที่สำคัญขยายมาตั้งเยอะ จึงทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีมูลค่าสูงเลยส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้นตามไปด้วยหรือถ้าคุณอยากปล่อยเช่าก็สามารถทำได้

5. การบำรุงรักษา

การบำรุงรักษาปรับปรุงห้อง เพื่อให้ห้องอยู่ในสภาพที่ใหม่ตลอดเวลา การบำรุงรักษาก็อยู่ในเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยห้องของเราที่มีพื้นที่ที่ต้องบำรุงรักษาน้อย ไม่เหมือนกับบ้านที่ต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาที่เยอะกว่าเพราะมีพื้นที่ที่เยอะกว่า เพราะฉะนั้นการนำเงินไปลงทุนกับคอนโดจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการลุงทุนซื้อบ้านนั่นเองครับ

6. ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี 

ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมน่าสนใจ ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนคุณเข้าไปในตัวคอนโดได้ คุณจะต้องผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีระบบ Keycard หรือจะเป็นระบบ easy pass สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยไว้เป็นระบบผ่านไม้กั้นเข้ามายังตัวคอนโด ก่อนเข้าคอนโดก็จะต้องใช้ Keycard เพื่อแตะเข้าไปยังคอนโดอีกรอบ และในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่จะมีระบบแตะ Keycard เพื่อใช้ลิฟต์อีกด้วยและยังมีประตูห้องที่เป็นระบบ Digital Door Lock สำหรับแตะ Card เข้าห้องหรือจะเลือกเป็นกดรหัสผ่าน สแกนลายนิ้วมือและไขกุญแจได้อีกด้วย นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมก็ยังมีกล้องวงจรปิดติดไว้ทุกส่วนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสบายใจในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย 

สรุปท้ายบทความ

คอนโดมิเนียมเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเมืองที่กำลังมองหาที่อยู่เพื่ออยู่อาศัยหรือจะซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า ซึ่งความคุ้มค่า ความสะดวกสบายของคอนโดมิเนียมจะมีให้แบบครบครัน เช่น ทำเลที่ตั้งที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและภายนอก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ คอนโดมิเนียม เป็นทรัพย์สินที่น่าลงทุนครับ 

หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาบ้านหลังแรกหรือหาซื้อบ้านหลังที่ 2 อยู่ สามารถมาหาซื้อได้ที่ Kaidee Property ได้เลย มีราคาและทำเลที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกได้อย่างสบาย ๆ