Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
“คอนโด” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์วิถีคนเมืองมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่อยู่ติดรถไฟฟ้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ยิ่งจะทำให้การเดินทางไปไหนต่อไหนนั้นสบายมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงคอนโดที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าก็จะมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่าบ้านเดี่ยวเสียด้วยซ้ำ แต่รู้หรือไม่ว่าก็ยังมีคอนโดใกล้รถไฟฟ้าราคาถูกแอบซ่อนอยู่ในกรุงเทพฯ ที่เป็นรถไฟฟ้าสถานีชานเมืองสักหน่อย แต่เมื่อคอนโดที่มีรถไฟฟ้าอยู่ใกล้แบบนี้ก็ยิ่งทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองไม่ยากอย่างที่คิด วันนี้เราจะพามาดูว่ากันว่าแต่ละที่ทำเลตั้งอยู่ที่ไหนกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย
1. ลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก (Lumpini Ville Ratchaphruek-Bangwaek)
เป็นคอนโดที่มีจุดเด่นคือใกล้ไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางหว้า และสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม 48 และสถานีจรัญสนิทวงศ์ 13 และยังใกล้ทางเชื่อมถนนหลักได้หลายเส้น ทั้งกาญจนาภิเษก บรมราชชนนี เพชรเกษม และพุทธมณฑลสาย 1 รวมถึงถนนหลักอย่างถนนราชพฤกษ์ที่เป็นหนึ่งในถนนที่นำความเจริญเข้ามาสู่บางแวก อีกทั้งยังสามารถเข้าเมืองอย่างเอกมัยได้ง่ายขึ้น นอกจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญรอบข้าง เช่น มหาวิทยาลัยสยาม, ซีคอน บางแค, The Circle ราชพฤกษ์ และโรบินสัน บางรัก โดยตัวโครงการคอนโดลุมพินีสูง 8 ชั้น 5 อาคาร พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูง มี CCTV, Keycard และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรองรับการพักผ่อนของคุณไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ, ห้องสมุด, ห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ, ห้องออกกำลังกาย, สวนออกกำลังกายกลางแจ้ง และสนามเด็กเล่น เรียกได้ว่าว่าตอบโจทย์คนที่ชอบไลฟ์สไตล์ความเป็นชานเมืองที่ไม่วุ่นวายแถมค่าครองชีพในระดับกลางอีกด้วย
2. เดอะ พรอพ คอนโดมิเนียม (The Prop Condominium)
จัดว่าเป็นคอนโดที่เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีเมืองทองธานี 1 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ และยังอยู่ใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะที่ทำให้สามารถเดินทางไปไหนก็สะดวก โดยตัวคอนโดมีทั้งหมด 8 ชั้น 2 อาคาร รวมทั้งหมด 315 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 12 เขตหลักสี่ อยู่ใกล้สถานที่สำคัญ เช่น ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, อิมแพ็คเมืองทองธานี, เทสโก้ โลตัส แจ้งวัฒนะ, บิ๊กซี แจ้งวัฒนะ และดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวน, WIFI บริเวณ Lobby, บริการรักษาความปลอดภัย และ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง นับว่าเป็นคอนโดที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน เพราะหากรถไฟฟ้าเสร็จแล้วพร้อมใช้งานราคาต้องพุ่งขึ้นจนทำให้หลายคนอาจต้องเสียใจภายหลัง
3. รีเจ้นท์โฮม 27 บางซ่อน (Regent Home 27 Bangson)
ต้องบอกเลยว่านี่เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 23/1 เขตบางซื่อ พื้นที่ศูนย์รวมคมนาคมของประเทศในอนาคตที่สถานีกลางบางซื่อที่โอกาสน้อยจะมีคอนโดเกิดขึ้นแถวนี้ ความสะดวกในการเดินทางนั้นติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางซ่อน ห่างเพียง 100 เมตรเท่านั้น และยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนประชานุกูลกำแพงเพชร 2 ด้วย ตั้งอยู่ใกล้สถานที่สำคัญอย่าง กระทรวงสาธารณสุข, โรงเรียนโยธินบูรณะ, โรงเรียนสตรีนนทบุรี, มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แหล่งช้อปปิ้งเกตเวย์ บางซื่อ, บิ๊กซี วงศ์สว่าง และสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อไหร่รับรองราคาคอนโดสูงขึ้นอย่างแน่นอน ความน่าสนใจของตัวโครงการนอกจาทำเลดีแล้วยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวน, CCTV, ประตู Keycard พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง หากใครกำลังตัดสินใจอยู่อย่าช้าเด็ดขาดเพราะที่ตั้งทำเลแบบนี้อนาคตเชื่อว่าราคาต้องขึ้นอย่างแน่นอน
4. โมเดิร์น คอนโด กัลปพฤกษ์-กำนันแม้น (Modern Condo Kalapapruek-Kamnanmant)
เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางหว้าและสถานีวุฒากาศ ตั้งอยู่ซอยกำนันแม้น 3 บางบอน สำหรับรถยนต์ก็เดินทางสะดวกเพราะอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ที่สามารถตัดเข้าสีลม สาทร และสุขุมวิท หรือถ้าหากอยากออกนอกเมืองไปยังถนนราชพฤกษ์ และนครปฐมก็ง่ายเช่นเดียวกัน ตัวโครงการมีจุดเด่นคือการจัดพื้นที่จอดรถที่มากถึง 132 คัน จาก 156 ยูนิต คิดเป็น 95% เลยทีเดียว ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยได้อย่างจัดเต็ม สิ่งอำนวยความสะดวกครบไม่น้อยหน้าโครงการอื่น เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ห้องตกแต่งพร้อมอยู่ ถือว่าเป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนย่านวัฒนธรรมเก่าที่ผสมผสานสังคมยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เนื่องจากมีรถไฟฟ้านั่งเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมของพื้นที่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบมีพื้นที่ส่วนตัว และใช้สอยปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับคอนโดที่เราได้แนะนำไปในวันนี้ หวังว่าคงจะถูกใจและเป็นตัวเลือกที่ดีให้คนอื่นๆ และหากใครที่กำลังหาคอนโดอยู่สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ BaanKaidee กันได้เลย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
โฉนดที่ดินเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ๆ มีทั้งซื้อขายได้และซื้อขายไม่ได้ ซึ่งออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดินปัจจุบัน อีกทั้งยังมีโฉนดที่ดินที่แสดงกรรมสิทธิ์ ซึ่งออกตามกฎหมายเก่า คือ โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจอง ‘ได้ทำประโยชน์แล้ว’ โดยที่ผู้เป็นเจ้าของที่ดินถือว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างสมบูรณ์ มีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดินภายใต้กฎหมายที่กำหนดไว้นั่นเอง
ประเภทของโฉนดที่ดิน
โฉนดของที่ดินนั้นหรือที่เรียกว่าเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของที่ดินมีหลายแบบ แต่ละแบบมีข้อแตกต่างและเงื่อนไขในการซื้อขาย แต่ละแบบสามารถสังเกตได้ไม่ยาก โดยโฉนดที่ดินหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของที่ดินมีตราครุฑที่อยู่บนหัวของเอกสาร ดังนี้
1. ใบจอง หรือ เอกสารสิทธิ์ สบก. ตราครุฑสีน้ำเงิน (น.ส.2)
โฉนดที่ดินประเภทใบจอง เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ครอบครองที่ดินได้เป็นการชั่วคราว โดยทางราชการเป็นคนที่ออกให้บุคคลนั้น ๆ ตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อทำประโยชน์ชั่วคราว ซึ่งที่ดินประเภทใบจอง (น.ส. ๒) ไม่สามารถขายได้ ยกเว้นแต่ บุคคลที่ทางราชการออกเอกสารสิทธิ์ให้จะโอนเอกสารสิทธิ์นั้นให้เป็นมรดกแก่เครือญาติ ลูกหลานของบุคคลนั้น ถึงจะสามารถทำได้
2. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตราครุฑดำ (น.ส.3)
ปัจจุบันจะไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ประเภทนี้แล้ว เป็นเอกสารสิทธิ์รับรองการทำประโยชน์ที่นายอำเภอเป็นคนออกให้ โดยเอกสารนี้ไม่มีระวางที่ดิน ไม่มีรูปถ่ายทางอากาศ มีแต่แผนที่รูปลอย ไม่มีการกำหนดตำแหน่งที่ดินที่แน่นอน จึงทำให้ให้เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ขาดความถูกต้องของเขตที่ดิน ทำให้ซื้อขาย ถ่าย โอน จำนอง ไม่ได้
3. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตราครุฑเขียว (น.ส.3ก.)
เป็นเอกสารแสดงสิทธิ์รับรองการทำประโยชน์ที่ระวางที่ดินและมีรูปถ่ายทางอากาศอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดตำแหน่งที่ดินในระวางรูปถ่ายทางอากาศชัดเจน สามารถซื้อ ขาย จำนอง ได้ ผู้ครอบครอง หากมีการตรวจสอบขอบเขตแน่นอนแล้ว สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน (ตราครุฑแดง) ได้
4. โฉนดที่ดิน ตราครุฑแดง (น.ส.4)
เป็นหนังสือสำคัญที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งออกให้ตามประมวลกฎหมายปัจจุบัน อีกทั้งยังรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ว่า ‘ได้ทำประโยชน์แล้ว’ ซึ่งออกให้ตามกฎหมายเก่า ถือว่ามีกรรมสิทธิ์เช่นกัน โดยผู้ที่เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน (น.ส.4) เป็นที่ดินที่สามารถซื้อขาย โอน จำนอง ปลูกอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ ในปัจจุบันจะมีโฉนดที่ดินอยู่ 2 ประเภทที่คนนิยมซื้อ ขาย จำนอง และทำประโยชน์ในที่ดินนั้น คือ
- หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตราครุฑเขียว (น.ส.3ก.)
- โฉนดที่ดิน ตราครุฑแดง (น.ส.4)
ซื้อที่ดินควรเลือกโฉนดแบบไหน?
ตัวเลือกแรก
ที่ดินเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ถี่ถ้วน โดย ‘โฉนดที่ดินแบบ (น.ส.4) ตราครุฑแดง’ หากเป็นไปได้ควรเป็นตัวเลือกแรกในการเลือกซื้อที่ดิน
เพราะ โฉนดที่ดิน น.ส. 4 (ตราครุฑแดง) เป็นเอกสารที่สูงสุดของบรรดาเอกสารทั้งหมด เพราะเป็นเอกสารที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินโดยสมบูรณ์ของผู้ครอบครอง มีราคาซื้อ ขาย ที่สูงกว่า น.ส. 3ก. สามารถทำประโยชน์จากพื้นที่ได้เต็มที่
แต่ถ้าหากว่าที่ดินปล่อยโดยไม่ทำประโยชน์ใด ๆ โดยมีบุคคลอื่นใช้ที่ดินของผู้เป็นเจ้าของที่ดินทำประโยชน์อย่างเปิดเผยครบ 10 ปี ผู้นั้นจะสามารถยึดที่ดินของเจ้าของเดิมได้ เรียกว่าการครอบครองแบบ ‘ปรปักษ์’ นั่นเอง
ตัวเลือกที่สอง
แต่ถ้าราคาโฉนดที่ดิน (น.ส.4) ตราครุฑแดง ยังคงมีราคาที่สูง อาจจะลองมองหาที่ดินแบบ น.ส.3ก ตราครุฑเขียว ไว้เป็นตัวเลือกที่สอง
ถึงแม้ว่าโฉนดที่ดินแบบตราครุฑเขียว ดูอาจจจะเป็นแค่เอกสารแสดงสิทธิ์การครอบครอง แต่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีหากที่ดินที่คุณสนใจไม่ใช่ตราครุฑแดง แต่เป็นตาครุฑเขียว ราคาถูกกว่าโฉนด ผู้ครอบครองโฉนดสามารถใช้ทำประโยชน์จากที่ดินได้
แต่ถ้าหากปล่อยให้ที่ดินรกร้างโดยไม่ทำประโยชน์ อาจโดนแย่งชิงพื้นที่การครอบครองได้ โดยเอกสารแสดงสิทธิ์การครอบครองเป็นเอกสารที่รอตรวจสอบ ถ้าหากตรวจสอบแล้ว ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ครอบครอง (น.ส. 4) ได้
สรุปท้ายบทความ
เอกสารเกี่ยวกับที่ดินนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้ง ซื้อ ขาย จำนอง โอนได้และไม่ได้ มีข้อแตกต่างในความหมายเอกสารสิทธิ์และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ หากเพื่อน ๆ จะซื้อที่ดินควรศึกษาข้อมูลให้ดี ไม่อย่างนั้น อาจจะโดนโกง ทำให้เสียเงินและเสียเวลาอีกด้วยนะครับ
หากเพื่อน ๆ คนไหนวางแผนว่าจะซื้อที่ดินในตอนนี้หรือในอนาคต ทาง Kaidee Property เรามีที่ดินหลากหลายจังหวัด หลากรูปแบบหลายราคาให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อ แวะมาดูก่อนได้นะครับ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
การมีบ้านสวย ๆ อาศัยอยู่คงเป็นเรื่องที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน และยิ่งเป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครก็ยิ่งน่าอยู่มากขึ้นไปอีก ปัจจุบันจึงเกิดบ้านสไตล์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายรูปแบบ ให้เลือกออกแบบตามความชอบของแต่ละคน วันนี้เราจะพามาดู บ้านสไตล์แปลก ที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อน จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ
รวม 6 บ้านสไตล์แปลก รอบโลก
Art Deco
บ้านสไตล์แปลกจากยุคอียิปต์โบราณที่ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ด้วยการใช้สีสันสดใส ลักษณะบ้านสไตล์นี้จะเป็นรูปทรงเรขาคณิตง่าย ๆ เช่น สี่เหลี่ยมหรือวงกลม โดยการออกแบบสไตล์นี้มักจะเหมาะสำหรับสำนักงานมากกว่าบ้านเป็นหลัง
Craftsman
ขอบคุณรูปจาก: @mikehutch40 / Twenty20
ชื่อบ้านสไตล์แปลกที่แสนเรียบง่ายที่เกิดจากการผสมผสานการเป็นงานช่างฝีมือไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ปูน อิฐ และไม้ ที่เป็นธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัวตามสไตล์ โดยมีหลังคาที่ต่ำและมุขหน้าบ้านที่กว้างขวางเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ้านแบบนี้มักจะใช้สีสันที่มาจากธรรมชาติ เช่น สีครีมหรือน้ำตาล ทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้นไปอีก
Prairie
ขอบคุณรูปจาก: architecture.org
อีกหนึ่งบ้านสไตล์แปลกที่กลมกลืนกับธรรมชาติเพราะทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ ทำให้รู้สึกแข็งแกร่งทรงพลังดั่งป้อมปราการ ภายในบ้านถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างครบครันและสะดวกสบาย โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแท้จริง เอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นี้คือหน้าต่างที่ยาวแบนและหลังคาที่ต่ำ
Pueblo Revival
ขอบคุณรูปจาก: isarchitecture.com
บ้านดินที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดียโบราณนำมาปั้นให้กลายเป็นรูปร่างบ้าน มีความเรียบง่ายสวยงาม มักจะใช้วัสดุจากดิน ปูนปั้น และคานไม้ขนาดใหญ่ในการก่อสร้าง โดยวัสดุที่ทำมาจากดิน จะทำให้ภายในบ้านมีความเย็นสบายในเวลากลางวันและอบอุ่นในเวลากลางคืน เรียกได้ว่าเป็นบ้านสไตล์แปลกที่คงความเป็นธรรมชาติไว้มากจริง ๆ
Izba
ขอบคุณรูปจาก: rbth.com
บ้านสไตล์แปลกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ในชนบทจากแรงบันดาลใจในประเทศรัสเซียดั้งเดิม ตัวบ้านทำตัวด้วยไม้และดินเหนียวทั้งหลัง โดยก่อสร้างมักด้วยเครื่องมือที่หาได้ทั่วไป มีขั้นตอนง่าย ๆ คือการตัดมัดโดยใช้เชือก มีด และพลั่ว เนื่องจากหาวัสดุอื่น ๆ ได้ยากและแพงกว่านั้นเอง
Hogan
บ้านสไตล์แปลกแบบดั้งเดิมที่เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่านาวาโฮ ซึ่งเป็นชนเผ่าอินเดียนแดงในแถบอเมริกาเหนือ ตัวบ้านโครงสร้างแบบดั้งเดิมคล้ายบ้านใต้ดิน ภายในมักจะทำด้วยไม้พิงกันเป็นกระโจมแหลมและพอด้วยดินด้านนอกจนทั่ว เพราะสามารถหาวัสดุและสร้างได้ง่ายนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
นี่เป็นเพียงส่วนน้อยของสไตล์บ้านแบบแปลก ๆ ที่เราเอามาฝากกัน นอกจากนี้ในบทความ บ้านดีไซน์ประหลาดรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องร้อง วอท เดอะ…. ! ยังมีบ้านรูปทรงแปลก ๆ ที่เราต้องตกใจให้อ่านกัน และถ้าใครอยากได้บ้านมือสองที่ราคาไม่แพงแถมมีดีไซน์สวย ๆ ก็สามารถค้นหาได้ที่ Kaidee Property ได้เลยแล้วคุณจะเจอบ้านที่ใช่ ในราคาที่คุณต้องการ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
หลายคนคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบ้านหลายข้อ รวมถึง “ทาวน์เฮ้าส์” กับ “ทาวน์โฮม” ที่มองเผินๆ บ้านทั้งสองแบบนี้แทบจะเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วบ้านทั้งสองชนิดนี้ ไม่เหมือนกันตามชื่อเลย เรามาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับ “ทาวน์เฮ้าส์” กับ “ทาวน์โฮม” กันดีกว่าว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร ถ้าเราจะตัดสินใจซื้อบ้าน เราควรซื้อ “ทาวน์เฮ้าส์” หรือ “ทาวน์โฮม” ให้เหมาะกับเรา
ประเภทของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย
บ้านดี่ยว
บ้านเดี่ยว มีทั้งแบบที่เป็นโครงการบ้านเดียว และบ้านเดี่ยวที่ปลูกสร้างบนที่ดินของตัวเอง ซึ่งชื่อของบ้านเดี่ยวก็บอกถึงความแตกต่างของลักษณะรูปแบบอยู่แล้ว นั่นคือเป็นบ้านหลังเดียวที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจนด้วยพื้นที่บ้าน พื้นที่ใช้สอย หรือแม้กระทั่ง พื้นที่รอบๆบ้านที่ถูกกั้นด้วยรั้วบ้าน แยกบ้านแต่ละหลังออกจากกัน ซึ่งขนาดของบ้านเดี่ยว มีตั้งแต่แบบ 2 ห้องนอนไปยังห้องนอนมากกว่า 5 ห้องขึ้นไป
คอนโดมิเนียม
อาคารชุดที่มีทั้งแบบอาคารสูงและอาคารต่ำ มักมียูนิตของห้องมากกว่า 50 ห้องขึ้นไป มักจะตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางได้ง่าย ใกล้กับสถานที่สำคัญ แหล่งชอปปิ้ง แหล่งงาน โดยส่วนใหญ่ภายในห้องมีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสมกับการใช้งาน ดูแลง่าย ไม่ต้องใช้เวลามากเหมือนบ้าน และยังมีพื้นที่ส่วนกลางไว้คอยอำนวยความสะดวกลูกบ้าน และแบ่งกรรมสิทธิ์ห้องเป็นส่วนๆได้ หรือเป็นเจ้าของได้โดยชอบธรรมเสมือนเป็นบ้านหลังหนึ่ง
ทาวน์เฮ้าส์
บ้านอีกหนึ่งชนิดที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีขนาดครอบครัวที่มากกว่า 2 คนขึ้นไป สามารถแบ่งกรรมสิทธิ์ออกเป็นส่วนได้ มีการซื้อขายเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกทาวน์เฮาส์เพื่อตอบโจทย์เรื่องของพื้นที่ที่มากกว่าคอนโดมิเนียม เนื่องจาก ความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนในครอบครัวจะมากกว่า และยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้มากกว่า เช่น การเลี้ยงสัตว์ การทำอาหาร การจัดปาร์ตี้รองรับแขกคนพิเศษ หรือพื้นที่กว้างไว้วิ่งเล่นกับลูกๆในวันหยุด
อพาร์ตเมนต์
อาคารชุดคล้ายกับคอนโดมิเนียม มีจำนวนห้องที่จำนวนเยอะ แต่ต่างจากคอนโดมิเนียมที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทั้งหมดเป็นเจ้าของอาคาร ผู้อาศัยมีสิทธิ์เข้าพักเพียงเท่านั้น โดยในแต่ละอาคารจะมีกฏระเบียบของอาคารแตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ออกกฏ ซึ่งมีให้บริการทั้งแบบรายวันและรายเดือน
หอพัก
อาคารชุดที่กรรมสิทธิ์คล้ายอพาร์ทเมนท์ แต่ต่างกันที่ ผู้เข้าพักอาศัยส่วนใหญ่ มีอายุไม่เกิน 25 ปี การศึกษาไม่เกินระดับปริญญาตรี ราคาถูกกว่าอพาร์ทเมนต์ มีผู้เข้าพักอาศัยมากกว่า 5 คนขึ้นไป และส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา
บ้านพักตากอากาศ
ที่อยู่อาศัยอีกหนึ่งประเภทหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากที่พักแบบอื่น เนื่องจากส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เป็นสถานที่พักผ่อนชั่วคราว มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมสำหรับผู้ที่มาเช้าพัก ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยว หรือกลุ่มสัมนา
Townhouse และ Townhome คืออะไร
Townhouse
บ้านแถวที่มีหน้าตาคล้ายๆกัน ตั้งอยู่ติดๆกัน ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านตะวันตก ใช้กำแพงบ้านเดียวกันเป้นตัวกั้น มีที่ว่างด้านหน้าบ้านและด้านหลังระหว่างรั้ว หรือเขตที่ดินกับตัวบ้าน ส่วนใหญ่จะมีความสูงไม่เกิน 2 ชั้น คล้ายกับตึกที่มักจะพบเห็นทั่วไปเป็นอาคารพาณิชย์หรือธุรกิจร้านค้า แต่ทาวน์เฮ้าาส์เป็นที่อยู่อาศัย มีที่จอดรถหน้าบ้าน และมีรั้วแบ่งโซนของทาวน์เฮ้าส์แต่ละหลังให้ป็นสัดส่วนของบ้านไหนบ้านนั้น
มักจะเป็นที่นิยมสำหรับครอบครัวเดี่ยว เนื่องจากพื้นที่ใช้สอยไม่ได้มีฟังก์ชันการใช้งานมากนัก มีห้องนอน 2-3 ห้อง ห้องน้ำ 1-2 ห้อง ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ที่จอดรถ มุมทำสวน ปาร์ตี้ข้างบ้าน หรืออยากจะทำเป็นมุมสัตว์เลี้ยงก็ได้
จุดเด่น
เป็นสังคมชุมชนขนาดเล็ก เป็นบรรยากาศอบอุ่น
ราคาไม่แรงมาก
เหมาะกับครอบครัวเล็ก
ไม่มีส่วนกลางให้ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสวนสาธารณะส่วนกลางของโครงการ
Townhome
เป็นคำสแลงจาก “ทาวน์เฮ้าส์” เนื่องจากในยุโรปมักเรียก โฮม มากกว่า เฮ้าส์ เพราะฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน อบอุ่น มีชีวิตชีวา และดูมีความเป็นเจ้าของมากกว่าคำว่า เฮ้าส์ โดย ทาวน์โฮม เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก ทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งมีลักษณะที่เป็นบ้านติดๆกัน กั้นด้วยกำแพงบ้านเดียวกันคล้ายทาวน์เฮ้าส์ แต่มีขนาดใหญ่มากขึ้น อาจมีมากกว่า 3 ชั้น ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอบภายในบ้านและรอบๆบ้านมากขึ้นกว่าเดิม การออกแบบสมัยใหม่มากขึ้น คล้ายกับบ้านเดี่ยว สามารถทำเป็นโฮมออฟฟิศได้ จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ซื้อได้มากกว่า และยังมีส่วนเสริมที่ทำให้ทาวน์โฮมต่างจากทาวน์เฮ้าส์ คือมีพื้นที่ให้ลูกบ้านได้มานั่งทำกิจกรรมเพิ่มเติมนอกจากการพักผ่อน เช่น ฟิตเนสพร้อมสระว่ายน้ำ สวนสาธารณะไว้ไปนั่งเล่น หรือออกกำลังกาย บางโครงการมีฟังก์ชันเพิ่มเติมเข้ามาอีก เช่น การเชื่อต่อกับระบบเทคโนโลยีภายนอกโครงการ
มักจะเป็นที่นิยมสำหรับครอบครัวขนาดกลาง ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ เพราะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮาส์ มีชั้นที่มากกว่า ขนาดของบ้านที่กว้างกว่า และยังมีพื้นที่ส่วนกลาง สระว่ายน้ำ ลานกิจกรรม ฟิตเนส การรักษาความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน การดีไซน์ที่สวย ทันสมัย ต่างจากทาวน์เฮาส์แบบเก่าๆ และมีคอมมูนิตี้ที่มากกว่าทาวน์เฮาส์ เพราะจำนวนคนในแต่ละบ้านมากกว่าทาวน์เฮาส์
จุดเด่น
ออกแบบรูปแบบบ้านให้มีความทันสมัยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์
เพิ่มฟังก์ชันพืนที่ใช้สอยมากขึ้น
ไม่แออัดมาก
ข้อแตกต่างระหว่าง “ทาวน์เฮ้าส์” กับ “ทาวน์โฮม”
มีลักษณะใกล้เคียงกัน แตกต่างกันแค่เพียงทาวน์โฮมมีพื้นที่มากกว่า มีจำนวนชั้นที่มากกว่า และสามารถเปลี่ยนแปลงทำประโยชน์แบบอื่นได้ เช่น โฮมออฟฟิศ เป็นต้น และอีกข้อหนึ่งคนมักจะเข้าใจว่าทาวน์เฮ้าส์มักจะเป็นบ้านหลังเล็ก ไม่หรูหรามาก ในทางการตลาดจึงใช้คำว่า ทาวน์โฮม เป็นการยกระดับทาวน์เฮาส์ให้ดูดี มีราคามากขึ้น และเป็นผลโดยตรงต่อความรู้สึก เมื่อได้ยินคำว่า ทาวน์โฮม จะให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นครอยครัวมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ เพราะคำว่าโฮม หมายความว่า ที่อยู่อาศัยที่เมื่อเข้ามาพักผ่อนแล้วให้ความู้สึก อบอุ่น สบายใจนั่นเอง
แต่ไม่ว่าจะเป็น “ทาวน์เฮ้าส์” กับ “ทาวน์โฮม” ในหนังสือราชการจะระบุว่าเป็น “ทาวน์เฮ้าส์” คือ อาคารที่ต่อเนื่องกันเป็นแถวยาวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป มีผนังแบ่งเป็นผนังเดียวกัน
“ทาวน์เฮ้าส์” กับ “ทาวน์โฮม” เป็นที่พักอาศัยที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าสูง เนื่องจากหลายโครงการมักจะตั้งอยู่ในทำเลติดถนนใหญ่ ติดรถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพราะไม่ต้องใช้พื้นที่มากเท่ากับโครงการบ้านเดี่ยว จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้านสักหลังเพื่อเป็นสินทรัพย์ใหม่
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
มลภาวะอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หากคุณยังพักอาศัยอยู่ในเขตเมือง ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น หันมาหาป้องกันความเจ็บป่วยของร่างกายที่เกิดขึ้น เช่น ใส่มาส์ก การซื้อเครื่องฟอกอากาศ รวมถึงวิธีการง่าย โดยใช้ธรรมชาติช่วยบำบัดอย่างการซื้อต้นไม้ฟอกอากาศ มาตั้งไว้ในบ้าน หรือคอนโด ซึ่งมีในปัจจุบันมีต้นไม้หลายชนิดเลยที่มีความสามารถในการฟอกอากาศ แล้วต้นไม้ฟอกอากาศนิยมนำมาตกแต่งบ้านสวย แถมยังเป็นตัวช่วยเรื่องสุขภาพ มีอะไรบ้าง เราลองไปดูกัน
ต้นไม้ฟอกอากาศได้จริงเหรอ
คำตอบของคำถามนี้ น่าจะอยู่ที่ข้อมูลในปี 1989 ที่นาซ่าได้ทำการวิจัยสารปนเปื้อนในอากาศภายในบ้านของเรา มีถึง 87% โดยมาจากของใช้ภายในบ้าน เช่น ฟอร์มาดีไฮด์จากเตาแก๊สหุงต้ม แอมโมเนีย จากน้ำยาทำความสะอาด เบนซิน โทลูอินจากจอคอมพิวเตอร์ และอื่นๆอีกหลายรายการ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษอย่างไร เดี๋ยวเรามาศึกษากระบวนการไปพร้อมๆกันนะ
- ดูดสารพิษผ่านการดูดน้ำจากทางราก
หลังจากที่เราทำการรดน้ำ รากจะทำหน้าที่ดูดน้ำไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ในเวลานี้เองสารพิษที่อยู่รอบๆรากจะถูกจุลินทรีย์ในพื้นดินแปลงสถานะสารเคมีในอากาศให้กลายเป็นอาหารของพืข
- ดูดสารพิษผ่านการคายน้ำทางปากใบ หรือการดูดอากาศ
การคายน้ำของปากใบ เกิดในอุณหภูมิของผิวใบที่ต่างจากภายนอก การหมุนเวียนของอากาศรอบปากใบ ทำให้อากาศที่ปนเปื้อนสารพิษ ถูกดูดไปยังราก และจุลินทรีย์ในรากจะทำการย่อยสารพิษให้กลายเป็นอาหารของพืชคล้ายๆกับการดูดน้ำจากทางราก โดยต้นไม้ที่เป็นต้นไม้ฟอกอากาศมีการคายน้ำสูงกว่าต้นไม้อื่นๆ จึงสามารถจำแนกประเภทได้อย่างชัดเจน
ต้นไม้ฟอกอากาศมีประโยชน์อะไรต่อเราและบ้านของเราบ้าง
ต้นไม้ฟอกอากาศตามท้องตลาด ราคาค่อนข้างสูงเอาเรื่อง แล้วแบบนี้มันคุ้มค่าแค่ไหน ต้นไม้เหล่านี้มีประโยชน์อะไร มากน้อยแค่ไหนที่เราจะตัดสินใจซื้อต้นไม้ฟอกอากาษสักต้น มาตกแต่งในบ้านของเรา
ปรับคุณภาพอากาศ
ต้นไม้มีคุณสมบัติเหมือนเครื่องฟอกอากาศจากธรรมชาติ มีการค้นคว้าวิจัยว่าต้นไม้สามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ หากปลูกไว้ในบ้าน ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยกำจัดสารเคมีจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ สาเหตุของโรค เช่น โรคปอด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหืด เป็นต้น
ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย
การเกิดอาการระคายเคืองหรืออาการป่วย จากสภาวะฝุ่นหรืออากาศในบ้าน โดยต้นไม้มีความชื้นโดยรอบ ที่มีส่วนช่วยในการกรองเชื้อโรคในอากาศที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ มีการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการลดฝุ่นละอองในอากาศได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และยังสามารถช่วยลดอาการสมองเสื่อมได้ถึง 36 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงโรคที่พูดถึงกันอยู่บ่อยครั้งอย่าง โรคซึมเศร้า จิตเภทต่างๆ
อารมณ์ดีขึ้น
การใช้เวลากับต้นไม้ ไม่ว่าจะปลูก รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย หรือแม้กระทั่งนั่งมองการเติบโตของต้นไม้ จะช่วงส่งผลให้เรามีสภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้น คิดบวก ใจเย็นมากขึ้น อารมณ์คงที่ หรือสามารถช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวลได้ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นทั้งกายและใจ อย่างดอกลิลลี่ ดอกกุหลาบ หากใครคอยปลูกและดูแลต้นไม้ ดอกไม้เหล่านี้ มีส่วนช่วยให้มีความสุขเพิ่มขึ้น และยังส่งผลต่อความจำ ทำให้เราจำได้ดีขึ้นด้วย
พักความล้าของสายตา และช่วยกระตุ้นการคิด
การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ อาจทำให้เราเกิดอาการล้าสายตาได้ การพักผ่อนสายตาสัก 10 นาที เป็นเรื่องที่ควรทำ หากเรามีต้นไม้เล็กๆอยู่บนโต๊ะสักหนึ่งต้น หรือมีโซนสีเชียวภายในบ้าน จะช่วยให้เมื่อเวลาเราพักสายตาจากการทำงาน ยังมีสีเขียวของต้นไม้ที่อยู่ใกล้ตัวเรา ช่วยผ่อนคลายสายตา เป็นการ Green Therapy กระตุ้นน้ำเหลืองให้ไหลเวียนดี ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น และเผลอๆยังช่วยให้เราได้ไอเดียใหม่ๆในการทำงานอีกด้วย
ได้เวลาไปซื้อต้นไม้แล้ว งั้นเรามารู้จักต้นไม้ฟอกอากาศตกแต่งบ้านสวยยอดนิยมกัน
มลภาวะที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ทั้งจากอากาศภายนอก สารอันตรายภายในบ้าน เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไซลีน โทลูอีน ไตรคลอโคเอทีลีน ที่ปนเปื้อนในอากาศจากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจโดยที่เราไม่รู้ตัว การมีต้นไม้ฟอกอากาศภายในบ้าน จะมีส่วนช่วยในการดูดจับฝุ่นและกรองสารอันตรายบางชนิดให้เราได้ มาทำความรู้จักต้นไม้เหล่านี้กัน
มอนสเตอร่า
ต้นกำเนิดมาจากเกาะเขตร้อนชื้นในทวีปอเมริกา ใบมีขนาดใหญ่รูปหัวใจ มีแฉก หากใครที่อยากให้มอนสเตอร่าใบมันวาว จะต้องทำความสะอาดใบเป็นประจำ โดยใบของเจ้ามอนสเตอร่านี่แหละ ที่เป็นตัวช่วยในการฟอกอากาศ เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ตั้งเจ้ามอนสเตอร่าให้โดนแดดแสงแดดรำไร แต่ห้ามไว้ในที่แดดจัดเพราะใบจะไหม้ได้ รดน้ำเพียงแค่ 3 วันต่อ 1 ครั้ง และอย่ารดน้ำมากเกินไปนะ จะทำให้รากชื้นหรือเน่าได้นั่นเอง
ไทรใบสัก
ไทรใบสักเป็นไม้ใบที่มีรุูปทรงสวยงาม ลำต้นสูง เหมาะกับการนำไปตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะใครที่อยากให้บ้านดูมีความโมเดิร์น เจ้าไทรใบสักสามารถเนรมิตให้บ้านของเราดูโมเดิร์นขึ้นมาได้ เพียงแค่วางไว้มุมใดมุมนึงของบ้าน ใบของไทรใบสักมีความสามารถในการฟอกอากาศเช่นกัน โดยใบสวยของไทรใบสักนี่แหละ ที่จะทำหน้าที่จับฝุ่นในอากาศ การดูแลก็ง่ายไม่ยุ่งยาก
แต่ก็มีเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงอย่างมาก คือ แม้ว่าไทรใบสักจะเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดด แต่ต้องเป็นเพียงแค่แสงแดดรำไรเท่านั้น หากได้รับแสงแดดโดยตรง ใบไทรใบสักจะไหม้ได้ค่อนข้างง่าย แถมยังไม่ชอบความชื้นที่มากเกินไปด้วย
ยางอินเดีย
India Rubber Fig หรือ ยางอินเดีย หากปลูกลงดินยางอินเดียสามารถสูงได้ 15-25 เมตร ถิ่นกำเนิดของยางอินเดีย มาจากแถบอินเดียและมาเลเซีย ด้วยความที่มีน้ำยางสีขาวในทุกส่วน จึงเป็นที่มาของชื่อ ยางอินเดีย นั่นเอง ยางอินเดียมีลักษณะใบที่ใหญ่โค้งมน รูปทรงรี คล้ายไข่ บวกกับสีของใบที่เข้มสวยโดดเด่น ทำให้คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำยางอินเดียมาตกแต่งบ้าน
โดยนิยมทั้งยางอินเดียแคระ ยางอินเดียใบด่าง และสายพันธุ์ที่นิยมนำมาตกแต่งบ้านมากที่สุด คือ ยางอินเดียใบดำ ที่มีสีเขียวเข้มกือบดำ ความสามารถของยางอินเดีย คือ ดูดสารพิษและฟอกอากาศได้เป็นอย่างดี ส่วนการเลี้ยงดู แค่รดน้ำพอสมควร รดย้ำอีกครั้งเมื่อดินแห้ง และห้ามตั้งในที่ที่แดดจัดมากเกินไป เพราะจะทำให้ยางอินเดียใบไหม้
เดหลี
ความโดดเด่นของเดหลี คือ สามารถเป็นได้ทั้งไม้ดอกและไม้ประดับ เดหลีมีใบที่สวยงามและดอกของเดหลีมีสีขาวสวยสบายตา เหมาะแก่การนำมาตกแต่งห้อง ต้นกำเนิดของต้นเดหลีมาจากประเทศในทวีปแถบอเมริกาใต้ มีมากกว่า 40 ชนิด
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า เดหลีนอกจากจะเป็นต้นไม้ที่สามารถฟอกอากาศและดูดความชื้นได้แล้ว ยังมีความสามารถที่เหนือกว่าต้นไม้อื่นๆ ในเรื่องของการดูดสารพิษในอากาศได้อีกด้วย เช่น น้ำยาล้างเล็บ สารไตรคลอโรเอทีลีน ที่อยู่ในเครื่องพิมพ์ เบนซิน ฟอร์มาดีไฮด์ และอื่นๆอีกมากมาย การดูแลเดหลีไม่ยุ่งยาก ตั้งต้นเดหลีในจุดที่โดนแสงแดดรำไร มีอากาศไหลผ่าน เย็นสบาย และควรรดน้ำเดหลี 3 วันต่อสัปดาห์ เพราะเดหลีชอบความชื้นมากๆ
พลูด่าง
พลูด่าง ไม้เลื้อยที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไป ทำหน้าที่ตกแต่งอาคารบ้านเรือนได้เป็นอย่างดี โดยลักษณะของพลูด่าง จะมีลำต้นที่เลื้อยไปตามเสาหรือผนังที่เลื้อยได้ มีรากงอกออกมาตามข้อ ปลายใบแหลม ลักษณะใบเหมือนรูปหัวใจ เลี้ยงง่ายมาก มีแค่น้ำและแสงแดด พลูด่างก็สามารถอยู่และเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากประโยชน์ในการฟอกอากาศของต้นพลูด่างแล้ว ในหนึ่งวัน พลูด่างสามารถลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถึง 75% และสามารถฟอกอากาศ โดยเฉพาะการดูดสารเคมีในบ้านหรือออฟฟิศที่มีเครื่องถ่ายเอกสาร หรือน้ำยาทำความสะอาดได้ดีมากๆอีกด้วย
ลิ้นมังกร
หอกพระอินทร์ หรือ ลิ้นมังกร เป็นต้นไม้อีกขนิดหนึ่ง ที่เราพบเห็นได้ทั่วไป และยังเป็นที่นิยมของนักแต่งบ้านตัวยง ที่ชอบนำต้นลิ้นมังกรไปตกแต่งบ้าน เนื่องจากปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย แค่อย่ารดน้ำมากเกินไป อาจจะแค่วันเว้นวัน ถ้ามากไปอาจจะทำให้ลิ้นมังกรตายได้ และบวกด้วยความคลาสสิกของตัวใบลิ้นมังกรที่นำไปวางไว้มุมไหนของบ้าน ก็มีความเข้ากันได้แบบไม่ต้องแพลนล่วงหน้า แถมยังสามารถฟอกอากาศให้ปราศจากฝุ่นละอองได้ด้วย
อีกหนึ่งความโดดเด่นคือ เป็นต้นไม้ที่คายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน และคายคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน ซึ่งต่างจากต้นไม้ชนิดอื่นๆ จึงมั่นใจได้ว่า ลิ้นมังกร จะไม่ทำอันตรายเราอย่างแน่นอน
วางไว้มุมไหนในบ้านดีนะ
ดูตามเพจ เห็นตามโซเชียลมีเดีย มีคนออกแบบวางต้นไม้ฟอกอากาศไว้ในบ้านกันเป็นจำนวนมาก ตกแต่งจนสวยงามไปตามกันๆ ทางเราก็อยากจะมีอะไรแบบนั้นบ้าง ลองเอาช้อยส์ที่เรานำเสนอให้ ไปลองพิจารณาดูก่อนนะ
มุมห้อง
สำหรับใครที่มีมุมห้องเหลือๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ลองเอาต้นไม้น่ารักๆ ต้นไม้ที่เราชอบ มาลงกระถางน่ารักๆ โทนเดียวกับบ้านที่เราต้องการตกแต่ง มาตั้งนิด วางหน่อย เติมด้วยเฟอร์นิเจอร์ ชั้นไม้ญี่ปุ่น โต๊ะโทนสีน้ำตาล บ้านของเราจะให้ฟีลเหมือนอยู่ร้านกาแฟเลยแหละ
ห้องนอน
เลือกต้นไม้ต้นเล็กๆน่ารัก มาวางไว้มุมห้องนอน โซนแต่งตัวแต่งหน้า ริมหน้าต่างห้อง หรือจะวางไว้บนโต๊ะหัวนอนก็น่ารัก สบายตา แถมยังช่วยฟอกอากาศในห้องนอนเราอีกด้วย ไม่ต้องกังวลเรื่องก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์ที่พืชคายออกมานั้นมีปริมาณน้อยมาก หากเทียบกับการนอนร่วมกับรูมเมท หรือสัตว์เลี้ยง
ห้องน้ำ
ระหว่างที่กำลังนั่งปลดทุกข์ การได้นั่งมองต้นไม้ในมุมไหนสักมุมในห้องน้ำ เป็นสุนทรียภาพที่ดีอย่างหนึ่ง
ระเบียง
สำหรับใครที่อยู่บ้าน หรือคอนโดที่มีพื้นที่ระเบียงกว้าง แนะนำว่ามุมระเบียง เป็นมุมที่เหมาะสมกับการจัดเป็นมุมสวนสีเขียวน่ารักๆได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้ามีพื้นที่กว้างมากพอที่จะวางโต๊ะหรือโซฟาได้ ตกแต่งด้วยไฟสวยๆ มุมระเบียงของคุณจะกลายเป็นมุมสุดโรแมนติก ที่สามารถเอาไว้นั่งทำงานหรือจะเป็นมุมพักผ่อน ฟีลสวนหลังบ้านในอังกฤษที่อบอุ่นและเพลินตามากๆเลยล่ะ
โต๊ะทำงาน
เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่ใครหลายๆคนใช้เวลาเกือบท้ังหมดวัน เพื่อทำงานที่เรารักอยู่บนโต๊ะทำงาน น่าจะดีกว่า หากมีต้นไม้ต้นเล็กๆวางบนโต๊ะทำงาน หรือวางต้นไม้ฟอกอากาศ ไว้สักมุมใกล้ๆโต๊ะทำงาน เพื่อเป็น Green Therapy ให้เวลาที่เราเมื่อยล้าสายตา ได้มีที่พักผ่อนบ้าง
นอกจากต้นไม้จะช่วยให้เรารู้สึกดีแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นด้วย
ต้นไม้ที่เราเห็นกันบ่อยๆตามในรูปถ่ายชิคๆ หรือสถานที่ต่างๆ ล้วนแต่มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของเรา ทั้งการนำมาปลูกเพื่อตกแต่ง การฟอกอากาศ หรือแม้กระทั่งการปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบริเวณบ้านที่เราอยู่ ต้นไม้ก็สามารถทำหน้าที่สร้างบรรยากาศในแต่ละวันของเราให้สดชื่นมากขึ้นได้ ยิ่งรู้ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขนาดนี้ เชื่อว่า เหล่าพ่อบ้าน แม่บ้านหลายคน คงไม่พลาดที่จะไปจับจองต้นไม้ฟอกอากาศมาอยู่ในบ้านของเราอย่างแน่นอน
สุดท้าย ใครใคร่อยากไปเดินดูต้นไม้สวยๆงามๆ ก็สามารถไปตลาดต้นไม้หรือร้านต้นไม้ใกล้บ้านคุณได้ แต่ถ้าใครอยากนั่งชอปปิ้งเย็นๆ อยู่บ้านสบายๆ เข้ามาดูต้นไม้ที่ Kaidee กันได้นะ เราเองก็ตำจากในนี้เหมือนกัน ไม่ผิดหวังแน่นอน