อาชีพเสริม เรียนไปทำงานไป ได้เงินจ่ายค่าเทอม !

อาชีพเสริม เรียนไปทำงานไป ได้เงินจ่ายค่าเทอม !

ในวัยเรียน การเรียนรู้นอกห้องเรียน ถือเป็นส่วนช่วยสำคัญในการพัฒนาความคิดและความรู้ให้กับวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี เพราะการเรียนรู้นอกห้องเรียนจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ ฝึกทักษะ และยังได้ค้นหาตัวเองอีกด้วย และการทำงานพาร์ทไทม์ก็เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่นอกจากจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แล้ว ยังมีข้อดีคือ การช่วยเหลือพ่อแม่โดยการสร้างรายได้ให้ตัวเอง ! แต่จะมี อาชีพเสริม อะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน

8 อาชีพเสริม น่าทำขณะเรียน

พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต

เริ่มกันที่ อาชีพเสริม สุดฮิตของเหล่านักศึกษาหลาย ๆ คน เพราะลักษณะงานที่เป็นกะ ทำให้สามารถจัดตารางเรียนได้ง่าย มีเวลาว่างที่ชัดเจน แถมซูเปอร์มาร์เก็ตบางที่ยังใจดี ให้สวัสดิการเยอะแยะมากมายอีกด้วย โดยงานตำแหน่งนี้มีหน้าที่หลัก ๆ คือ คำนวณราคาสินค้า ออกบิล เสนอโปรโมชั่น และทอนเงิน เรียกได้ว่าใช้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ก็สามารถทำได้แล้ว

Youtuber

Youtube เป็นแพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงสำหรับยุคสังคมออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้ให้ Youtuber หลาย ๆ คนได้มหาศาล ทำให้อาชีพนี้ก็เป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่ทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะแค่หาเวลาว่าง ถือกล้องและถ่าย ก็มีโอกาสได้รับความนิยมแล้ว โดยคุณสามารถลงคลิปได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น คลิปท่องเที่ยว คลิปเกม คลิปทำขนม หรือคลิปเสียง และยิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งได้สปอนเซอร์ ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นไปอีก 

ขอบคุณรูปจาก: pch.vector

บาริสต้า

เนื่องจากในปัจจุบันมีร้านกาแฟผุดขึ้นมามากมายทำให้นักศึกษาหลาย ๆ คน หันไปสนใจการทำงานในร้านกาแฟเหล่านั้นมากขึ้น ซึ่งอาชีพนี้ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ ต้องใช้ทั้งศิลปะและความประณีต ถึงจะได้กาแฟที่มีหน้าตาสวยงามและรสชาติกลมกล่อมถูกใจลูกค้า ใครที่อยากเปิดร้านกาแฟในอนาคต อาชีพนี้ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจเช่นกัน นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ประสบการณ์ไปทำกาแฟเองเป็นของแถมกลับไป!

นักแสดงประกอบ (Extra)

เชื่อว่าความฝันวัยเด็กของหลายคงก็คงจะหนีไม่พ้นการได้ออกทีวี และอาชีพนี้นี่แหละ ช่วยสานต่อความฝันของคุณได้ เพียงแค่เข้าไปในฉากก็ได้เงินแล้ว นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากเป็นนักแสดงอันโด่งดังการเข้าไปทำอาชีพนี้ก็ยังช่วยเก็บเกี่ยวประสบการณ์และคอนเนกชั่นอีกด้วยนะ แต่มีข้อเสียคืออาจจะไม่ได้เงินที่เท่ากันในทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความยากง่ายของงานนั้น ๆ

ขอบคุณรูปจาก: pch.vector

นักเขียน

อาชีพสำหรับคนชอบเขียนที่มีรายได้เยอะพอสมควรในปัจจุบัน เพราะการตลาดที่เติบโตขึ้น ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจหันมาสนใจการเขียนบทความเพื่อการตลาดมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้อาชีพนี้ไม่จำเป็นจะต้องทำงานที่ออฟฟิศก็ได้ และหลายบริษัทก็หันมาจ้างนักเขียนบทความฟรีแลนซ์มากมาย และยิ่งใครที่มีความสามารถอื่น ๆ ก็ยิ่งเพิ่มราคาได้เยอะขึ้นอีกด้วยนะ

ขายสินค้าออนไลน์

เนื่องจากตอนนี้การตลาดออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทำให้การขายสินค้าออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้เยอะพอสมควร และสำหรับนักศึกษานั้น และด้วยความที่อาชีพนี้อยู่บนโลกออนไลน์แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถหาเวลาในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าอาชีพอื่น ๆ อีกด้วย และยังสามารถพัฒนาให้กลายเป็นอาชีพหลักในอนาคตอีกด้วย

ช่างภาพ

ใครที่ถ่ายรูปสวย ๆ นี่ก็เป็นอีกอาชีพเสริมสำหรับนักศึกษาที่น่าสนใจ เพียงแค่มีอุปกรณ์การถ่ายภาพและมุมมองที่สวยงามก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือดี ๆ สักเครื่องแล้วอัปโหลดลงเว็บไซต์ขายภาพถ่าย หรือ การรับจ้างถ่ายรูปต่างงานสำคัญต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ติวเตอร์

ทุก ๆ คนก็ต่างมีความสามารถของตัวเองที่โดดเด่น และการใช้ความสามารถพิเศษที่เรามีให้เกิดรายได้ก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะนักศึกษาในสายอาชีพต่าง ๆ ที่ได้เข้าถึงความรู้ที่เฉพาะเจาะจงจนสามารถส่งต่อความรู้เหล่านั้นให้เยาวชนได้แทบจะทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ คณิตศาสตร์ ภาษา หรือวิทยาศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่ไม่ยากและยังได้รายได้เยอะพอสมควร

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ อาชีพเสริม ที่เราสามารถทำได้ขณะที่เรียนอยู่ แต่ก็ยังมีอาชีพอีกมากมายที่นักศึกษาวัยเรียนสามารถทำได้ แค่มีทักษะและความมั่นใจ และถ้าใครที่ยังไม่รู้จะทำอะไรลองเข้ามาดูใน Kaidee เพราะที่นี่มีงานให้เลือกมากมายเลยล่ะ

10 รุ่น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ใช้รุ่นไหนดี ?

10 รุ่น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ใช้รุ่นไหนดี ?

ในความคิดของใครหลายคน สำหรับสมาร์ตโฟนคงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีราคาสูงมาก แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วก็ยังมีสมาร์ตโฟนที่จัดอยู่ในระดับกลางไม่ต้องใช้เงินเยอะ และยังมีสเปคน่าสนใจอีกด้วย จะมีรุ่นไหนบ้าง มาพบกับ 10 รุ่นมือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่น่าจับตามอง

10 รุ่นมือถือน่าใช้ราคาไม่เกิน 15,000

Realme 6 Pro

เริ่มต้นที่ realme 6 Pro เป็นมือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท สายเกมที่มาพร้อมหน้าจอและกล้องคมชัดถึง 90Hz กล้อง 64MP มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอ Punch-Hole ซึ่งเป็นนวัตกรรมเจาะรูปบนหน้าจอมือถือ ทำให้เล่นเกมได้อย่างจุใจแน่นอน

หน้าจอ: LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz

CPU: MediaTek Helio G90T

RAM: 4GB และ 8GB

ความจุ: 128GB รองรับ MicroSD Card (มีช่องแยก)

กล้องหลัง: กล้องหลัก 64MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้องมาโคร 2MP และกล้อง Telephoto 12MP

กล้องหน้า: กล้องหลัก 16MP และ กล้อง Ultrawide 8MP

แบตเตอรี่: 4,300 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Lightning Blue และ Lightning Red

ราคา 10,999 บาท

OPPO Reno 4

มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีแรงบันดาลใจมาจากแสงในกาแล็กซีอย่าง OPPO Reno 4 ทำให้เกิดสีสันส่องประกายสวยงาม แข็งแรงและลดรอยลายนิ้วมือได้ด้วยการผลิตแบบพิเศษ โดยเจ้ามือถือรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอ OLED และมีสีให้เลือกถึง 3 สีด้วยกัน คือ Crystal Blue, Dream Mirror Black และ Taro Purple

หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FullHD+

CPU: Snapdragon 765G

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB/256GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 48MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้องมาโคร 2MP และ กล้องโมโน 2MP 

กล้องหน้า: กล้อง 32MP และ Smart Sensor

แบตเตอรี่: 4,015 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Space Black, Nebula Purple และ Galactic Blue

ราคา 11,990 บาท

HUAWEI nova 7 SE 5G

HUAWEI nova 7 SE 5G เป็นหนึ่งในมือถือสมาร์ตโฟนราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีความสามารถในการรองรับ 5G มีจุดเด่นที่กล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพด้วยกล้องหลัง 4 ตัวทำให้การถ่ายรูปของคุณสวยงามกว่าเดิม มาพร้อมกับชิปเซตรุ่นใหม่ ตัวเครื่องที่มีความหรูหราพรีเมียม และความสามารถที่ทำให้คุณแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ไปยังอุปกรณ์อื่นได้ง่ายขึ้น

หน้าจอ: LTPS IPS LCD 24-bit ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 pixel

CPU: Octa Core

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก Wide-Angle 64MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้องมาโคร 2MP และ กล้อง Bokeh 2MP

กล้องหน้า: กล้องหน้าแบบฝังจอ ความละเอียด 16MP และรองรับ AI Beauty

แบตเตอรี่: 4,000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 40W

สี: Space Silver, Midsummer Purple และ Crush Green

ราคา 11,990 บาท

Samsung Galaxy A71

แบรนด์สมาร์ตโฟนชื่อดังอย่าง Samsung ออกมือถือ Samsung Galaxy A71 ราคาหมื่นต้น ๆ ไม่เกิน 15,000 บาทออกมา มีดีไซน์ใหม่จากการเจาะรูหน้าที่กลางจอเครื่อง และมีจุดเด่นที่หน้าจอแบบไร้ขอบ รวมถึงกล้องหลังที่วางดีไซน์เป็นรูปตัว L สวยงาม สเปคแรงทำให้เล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม

หน้าจอ: Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 pixel

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730

RAM: 8GB

ความจุ: 28GB รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 512GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 64MP กล้อง Ultrawide 12MP กล้อง Depth 5MP และ กล้องมาโคร 5MP

กล้องหน้า: ความละเอียด 32MP

แบตเตอรี่: 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จไว 25W

สี: Haze Crush Silver, Black และ Blue

ราคา 12,490 บาท

Sony Xperia 10 II

สำหรับจุดเด่นของ Sony Xperia 10 II ซึ่งเป็น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท นั้นอยู่ที่ ความสามารถในการกันน้ำ IP68 ที่ไม่ค่อยมีในสมาร์ตโฟนราคานี้สักเท่าไรนัก และยังมีกล้องที่ละเอียดสวยงามเพราะมาจากแบรนด์กล้องสุดดังอย่าง Sony ทำให้เหมาะกับการถ่ายภาพเอามาก ๆ เรียกได้ว่าใครที่เป็นสายถ่ายรูปต้องรีบจับจองกันให้ทัน

หน้าจอ: Cinematic OLED ขนาด 6.0 นิ้ว ความละเอียด 1080×2520 pixel

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665

RAM: 4GB

ความจุ: 128GB รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 1TB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 12 MP กล้อง Ultrawide 8 MP และ กล้อง Telephoto 8MP

กล้องหน้า: ความละเอียด 8MP

แบตเตอรี่: 3600 mAh

สี: Mint, Blue, White และ Black

ราคา 12,990 บาท

realme X50 5G

อีกหนึ่งมือถือสายเกมเมอร์จากแบรนด์ realme ที่ออก มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท รุ่น realme X50 5G เป็นมือถือรองรับ 5G และ NR ได้หลากหลายความถี่ และชิปประมวลผลที่เร็วแรงเล่นเกมได้ลื่นไหลระดับเทพเลยทีเดียว ส่วนตัวเครื่องมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอแบบเกือบเต็มจอและมีฝาหลังที่ใช้กระจกกระทบลวดลายได้สวยงามหรูหรา

หน้าจอ: Ultra Smooth 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 2400×1080 pixel

CPU: Snapdragon 765G

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 48MP กล้อง Ultrawide 8MP กล้อง มาโคร 2MP และ กล้อง B&W MP

กล้องหน้า: กล้องหลัก 16MP และ กล้อง Portrait 2MP

แบตเตอรี่: 4200mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Ice Silver และ Jungle Green

ราคา 12,990 บาท

Vivo V19

เชื่อว่าสายเซลฟีเป็นอันต้องหลงรัก vivo V19 อย่างแน่นอนเพราะ มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท รุ่นนี้มีจุดเด่นเป็นกล้องหน้าแบบคู่ที่สวยงามคมชัดถูกใจช่างภาพ แล้วยังมีแบตอึดทน หน้าจอคมชัดครบทุกความบันเทิง ตัวเครื่องเป็นขอบโค้ง 3 มิติ กระชับมือ และเล่นเกมได้อย่างสบาย ๆ โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อนอีกด้วย 

หน้าจอ: Super AMOLED Ultra O Screen ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 pixel 408 ppi

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 712

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 48MP กล้อง Super-Wide Angle 8MP กล้อง Bokeh 2MP กล้องมาโคร 2MP

กล้องหน้า: กล้องหลัก 32MP และ กล้อง Super-Wide Angle 8MP

แบตเตอรี่: 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W

สี: Sleek Silver และ Gleam Black

ราคา 12,999 บาท

Xiaomi Mi Note 10 Lite

หลาย ๆ คนคงทราบดีว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ที่มีเทคโนโลยีออกมาให้เราได้ชื่นชมมากมาย และ Xiaomi Mi Note 10 Lite ก็เป็น มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาทน้องใหม่ที่น่าสนใจเช่นกัน โดยรุ่นนี้ทาง Xiaomi ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้โมเดิร์นและทันสมัย ด้วยหน้าจอแบบพรีเมียมให้ภาพหน้าจอคมชัดสวยงาม และที่สำคัญคือ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอให้ผู้ใช้สะดวกยิ่งขึ้น

หน้าจอ: 3D Curved AMOLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด 1080×2340 pixel

CPU: Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730G

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก 64MP กล้องUltrawide 8MP กล้อง Depth 5MP และ กล้องมาโคร 2MP

กล้องหน้า: 16MP

แบตเตอรี่: 5260 mAh รองรับระบบชาร์จไว 30W

สี: Midnight Black, Nebula Purple และ Glacier White

ราคา 12,999 บาท

iPhone SE 2020

Apple เป็นค่ายแบรนด์สมาร์ตโฟนค่ายใหญ่ที่หลายคนคุ้นเคย โดยทางค่ายนี้ได้มีการออก iPhone SE 2020 ซึ่งมือถือราคาย่อมเยาไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีความทันสมัยและพกพาง่าย ส่วนการปลดล็อกหน้าจอของรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีเพราะใช้การปลดล็อกผ่านการสแกนลายนิ้วมือจากฟังก์ชัน TouchID และยังกันน้ำกันฝุ่นและทนทานกว่ารุ่นอื่น ๆ

หน้าจอ: Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334×750 pixel

CPU: Apple A13 Bionic

RAM: 3GB

ความจุ: 64GB, 128GB และ 256GB

กล้องหลัง: 12MP

กล้องหน้า: 7MP

แบตเตอรี่: 1,821 mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W

สี: Black, White, และ Product (Red)

ราคา 14,900 บาท

Samsung Galaxy Note 10 Lite

ปิดท้ายด้วย มือถือราคาไม่กิน 15,000 จากค่ายใหญ่อย่าง Samsung Galaxy Note 10 Lite ที่มาพร้อมกับปากกา S-Pen เหมือนกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ของค่าย หน้าจอเต็ม ๆ ตา ที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับคอนเทนต์สนุก ๆ อย่างจุใจ รวมถึงกล้องความละเอียดสูงที่ทำให้การถ่ายรูปของคุณดีขึ้นไปอีกขั้น

หน้าจอ: Super AMOLED 24-bit ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 pixel

CPU: One UI 2 based on Android 10.0

RAM: 8GB

ความจุ: 128GB

กล้องหลัง: กล้องหลัก Wide 12MP, กล้อง Telephoto 12MP และ กล้อง Ultrawide 12MP

กล้องหน้า: 32MP

แบตเตอรี่: 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จไว 25W

สี: Aura Black และ Aura Glow

ราคา 14,490 บาท

สรุปท้ายบทความ

นี่คือ มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาทที่ทาง Kaidee ได้รวบรวมมาให้อ่านกัน ซึ่งแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับมือถือแต่ละรุ่นต่างกันไป อย่าลืมตัดสินให้ดีก่อนเข้ามาดูมือถือรุ่นต่าง ๆ ที่ Kaidee แล้วคุณจะเจอมือถือที่เหมาะกับคุณแล้ว

ปี 2020 ยังติดแก๊สรถยนต์แล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม

ปี 2020 ยังติดแก๊สรถยนต์แล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ผ่านมานั้นมีการชลอตัวเป็นอย่างมากทำให้อะไรที่สามารถประหยัดได้ก็ประหยัดไปเสียก่อน ซึ่งนั่นรวมถึงการขับขี่รถยนต์และใช้พลังงานอื่น ๆ ในการมาทดแทนการใช้พลังงานของน้ำมันอย่างการติดแก๊ส 

การติดแก๊สนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันนั้นอาจจะได้ยินคำว่าติดแก๊สน้อยลงไปบ้าง บทความนี้จึงหาคำตอบของคำถามที่ว่า ติดแก๊สรถยนต์ในปีนี้คุ้มหรือไม่ มาให้แล้วในที่เดียว

ประเภทของแก๊สรถยนต์

หลาย ๆ คนอาจจะไม่ทราบว่าแก๊สรถยนต์ที่ใช้กันบนท้องถนน ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วแก๊สติดรถยนต์ มีทั้งหมดด้วยกันถึง 2 ประเภท และแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างไร เดี๋ยวมาดูกัน ดังนี้

LPG

แก๊ส LPG หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Liquefied Petroleum Gas หรือที่รู้จักกันว่า “ก๊าซหุงต้ม” ที่เราใช้กันในบ้าน ซึ่งเป็นก๊าซปิโตเลียมเหลวที่คุณสมบัติเป็นทั้งก๊าซและของเหลว ได้มาจากการกลั่นน้ำมันในโรงกลั่น และถูกนำมาแยกเป็น LPG ซึ่งประกอบไปด้วย โพนเพรและบิวเทน ที่ให้ความร้อนสูงและติดไฟได้ง่าย

NGV

แก๊ส NGV หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Natural Gas Vehicles เป็นแก๊สที่เกิดจากธรรมชาติ ที่ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน ที่สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันให้แก่รถยนต์ได้ ซึ่งการที่จะนำมาใช้ได้นั้นจะต้องใช้แก๊สนี้มาอัดเข้าด้วยกันจนมีแรงดันสูง ประมาณ 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว นำมาเก็บไว้ในถังที่แข็งแรงสูง โดยแก๊ส NGV นั้นมีคุณสมบัติพิเศษ ดังนี้

  1. มีความสะอาดสูง เพราะแก๊ส NGV มีคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ๆ และมีความสามารถในการเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและควันที่ดำ
  1. แก๊ส NGV นั้นมีความปลอดภัยสูง เนื่องจาก แก๊สนี้ติดไฟได้ยาก ด้วยความร้อนที่ต้องมีมากถึง 650 องศาเซลเซียส จึงจะทำให้แก๊สชนิดนี้ติดไฟได้นั่นเอง

ข้อดี-ข้อเสียของการติดแก๊ส

ทุก ๆ สิ่งบนโลกนี้ ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อที่เป็นจุดบกพร่อง ไม่ว่าจะมากหรือน้อยอยู่เสมอ การติดแก๊สในรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน เดี๋ยววันนี้จะพามาดูว่ารถที่ติดแก๊สนั้นจะมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

ข้อดี

ขอเริ่มจากข้อดีกันก่อนเลย การติดแก๊สรถยนต์นั้นมีดีอย่างไรบ้าง และคุ้มค่าพอหรือไม่ที่จะนำไปติดตั้ง โดยมีข้อดี ดังนี้

  1. ประหยัดกว่าน้ำมัน เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าวัตถุประสงค์หลัก ๆ ของการนำรถยนต์สุดที่รักนั้นไปติดแก๊ส ก็เพื่อที่จะประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด แต่ทว่ามันจะประหยัดกันเสียเท่าไรกันล่ะ โดยเฉลี่ยของรถยนต์ทั่ว ๆ ไปแล้วนั้น เติมน้ำมันตกอยู่ที่ลิตรละ 21-26 บาท แต่การติดแก๊สนั้นราคาจะอยู่ที่ 16-18 บาท ต่อกิโลกรัม (1 กิโลกรัม ​= 1.8 ลิตร) อาจจะดูเหมือนไม่มากเท่าไรนัก แต่หากว่าวิ่งไปเยอะ ๆ แล้วย่อมถูกกว่าอย่างแน่นอน
  1. สถานีเติมมีอยู่เยอะ ในช่วงแรก ๆ อาจจะเป็นหนึ่งในข้อเสียของการติดแก๊สก็เป็นได้ ด้วยความที่ในตอนนั้น ประเทศไทยยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ทำให้มีสถานีที่เติมค่อนข้างน้อย แต่ในปัจจุบันได้รับความนิยมสูง ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ ที่เกือบทุกคันจะต้องติดแล้ว ยังมีรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปที่เริ่มหันมาสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้สถานีเติมแก๊สมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสีย

ถึงตาของข้อเสียกันบ้างแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่สามารถทำให้ผู้ขับขี่ทั้งหลายสามารถตัดสินใจได้เลยว่า จะนำรถยนต์ไปติดแก๊สดีหรือไม่ โดยมีข้อเสีย ดังนี้

  1. ในระยะยาวอาจจะส่งผลต่อเครื่องยนต์ อย่างที่ทราบกันว่า การที่จะติดแก๊สรถยนต์นั้นคือการดัดแปลงระบบการจ่ายเชื้อเพลิงภายในตัวรถ ทำให้ไม่เป็นของเดิม ๆ ที่มาจากโรงงาน แถมยังส่งผลอย่างมากในอนาคต สำหรับรถที่ใช้งานไปในนาน ๆ ด้วยความที่ต้องใช้ความร้อนที่สูงกว่าในการทำให้แก๊สที่นำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ส่งผลให้เครื่องนั้นสึกหรอได้อย่างรวดเร็วตามไปด้วย
  1. อันตรายต่อสุขภาพ อย่างที่ได้บอกไว้ว่าแก๊สนี้สามารถเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์กว่าน้ำมันและยังไม่ส่งผลที่ก่อให้เกิดมลพิษอีกด้วย แต่ในช่วงระหว่างการเติมนั้นหากหลาย ๆ คนได้ลองไปยืนใกล้ ๆ กับบริเวณหัวจ่าย ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือว่า NGV ก็ตาม จะรับรู้ได้ทันทีถึงกลิ่นที่แรงติดจมูก โดยที่การเติมแก๊สรถยนต์หนึ่งครั้งยังใช้เวลา 5-10 นาที เท่ากับว่าเราจะต้องทนกับแก๊สเหล่านี้เป็นระยะเวลานานเป็นอย่างมาก หากดมแก๊สเหล่านี้ไปนาน ๆ อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้
  1. ประกันรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจคาดไม่ถึงว่า ประกันรถยนต์ที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้น ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการเกิดไฟไหม้จากการที่แก๊สติดรถยนต์รั่วไหลออกมา ดังนั้นก็เป็นอีกหนึ่งข้อเสียที่ควรจะระมัดระวังเป็นอย่างมาก และควรหาหรืออ่านกรมธรรม์ให้ดีในตอนที่จะเลือกซื้อประกัน
  1. สมรรถนะของรถยนต์ลดลง ปัญหาใหญ่ ที่หลาย ๆ คนพบเจอเลยคือเร่งเครื่องไม่ขึ้นและดับไปตามระเบียบ นั่นเป็นสาเหตุมาจากการติดแก๊สในส่วนหนึ่ง ด้วยขั้นตอนและกระบวนการติดตั้งนั้นมีการดัดแปลงส่วนต่าง ๆ หลายอย่าง ซึ่งปัญหาที่มักจะเจอส่วนใหญ่เลย คือ
  • เร่งเครื่องไม่ขึ้น
  • รถออกตัวได้ช้ากว่าปกติ
  • อัตราเร่งไม่สมูท
  • เร่งเครื่องแซงได้ยาก
  • เครื่องดับง่าย
  1. รถยนต์ราคาตกเวลาขาย โดยปกติของรถยนต์นั้นเมื่อซื้อมาไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งและนำมาขายต่อเป็นรถยนต์มือสองราคาย่อมตกเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากนำรถยนต์ไปติดแก๊สแล้วล่ะก็ รถนั้นราคาจะยิ่งตกลงไปมากยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากสาเหตุหลัก ๆ เลยมาจากการดัดแปลง หรือที่เรียกกันว่า “รถไม่เดิม ๆ” นั่นเอง

เลือกติดแก๊สรถยนต์ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

หากสนใจเลือกที่จะติดตั้งแก๊สรถยนต์แล้วล่ะก็ มีสิ่งที่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะนำรถยนต์ไปติดแล้วจะให้ประสิทธิภาพสูงและดีที่สุด รวมไปถึงความปลอดภัยต่างๆ

1. ตรวจเช็คเครื่องยนต์

การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ของเรานั้นเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่จำเป็นสูงมาก หากอะไหล่และเครื่องยนต์ต่าง ๆ ไม่อยู่ในสภาพการใช้งานที่พร้อมแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็เป็นได้ โดยสิ่งที่ควรตรวจเช็คและควรรีบเปลี่ยนเมื่อพบว่าเก่าเกินไปแล้ว มีดังนี้

  • หัวเทียน ควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อขับขี่ประมาณ 40,000 กิโลเมตร 
  • คอยล์จุดระเบิด ควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อขับขี่ประมาณ 150,000 กิโลเมตร
  • สายหัวเทียน ควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อสายนั้นเริ่มกรอบและแตก
  • กรองอากาศ ควรตวรจเช็คและเปลี่ยนเมื่อมีฝุ่นเกาะเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีผลทำให้เครื่องยนต์นั้นร้อนได้ง่ายขึ้น
  • หม้อน้ำ ควรตรวจเช็คระบบหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอ

2. เตรียมเอกสารและขั้นตอนการดำเนินการ

ก่อนที่จะติดตั้งแก๊สติดรถยนต์ได้นั้นต้องเตรียมเอกสารบางส่วนเพื่อนำไปจดแจ้งต่อกรมขนส่ง โดยมีขั้นตอนและเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาทะเบียนรถ
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • เอกสาร ตต-09 (ได้จากการนำรถยนต์ไปติดตั้งที่อู่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย)

Tip : เมื่อเตรียมเอกสารเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้นำไปยื่น “จดทะเบียนรถติดตั้งแก๊ส” ที่กรมขนส่งทางบกได้เลย

สรุปท้ายบทความ

ได้รู้กันไปแล้วถึงเรื่องของแก๊สรถยน์ว่ามีกี่ประเภทและมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง น่าจะพอเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ขับขี่ทั้งหลาย ได้ตัดสินใจและเลือกแก๊สรถยนต์หรือน้ำมันได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในปี 2020 นี้

ทั้งนี้ความคุ้มค่าในการติดแก๊ส ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ขับขี่ว่าอยากที่จะประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงสามารถขับขี่ได้ในระยะทางไกลๆ ถ้าหากอยากให้รถยนต์ยังคงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมแบบที่แก๊สติดรถยนต์นั้นให้ไม่ได้แล้วล่ะก็ การติดแก๊สนั้นอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไรนักก็เป็นได้

หากใครที่กำลังเลือกที่จะติดแก๊ส แต่ยังหาอู่ที่ติดตั้งที่ดีและน่าไว้ใจยังไม่ได้แล้วล่ะก็ ลองเข้ามาดูบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์และอู่สำหรับติดแก๊สรถยนต์ได้ที่ Kaidee Auto ที่มีบริการมากมาย ที่เหมาะสมกับความต้องการของทุกคน

รีโมทรถยนต์หายควรทำอย่างไรดี ? และควรแก้ปัญหาอย่างไร

รีโมทรถยนต์หายควรทำอย่างไรดี ? และควรแก้ปัญหาอย่างไร

มื่อพูดถึงรีโมทรถยนต์หาย ดูเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะคะ ? เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่สามารถปลดล็อกรถยนต์และใช้งานพาหนะได้นั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์รีโมทรถยนต์หาย ส่วนใหญ่จะเป็นการ “ลืม” รีโมทรถยนต์ทิ้งไว้ในรถ และทิ้งไว้ที่อื่น

เราสามารถเห็นได้ตามข่าวว่า ผู้ปกครองบางคนมักให้บุตรหลานนั่งรออยู่ในรถ ทว่าเด็กย่อมมีความสงสัยใคร่รู้ในหลาย ๆ เรื่อง บางครั้งจึงเผลอไปกดปุ่มล็อกประตูรถเสียอย่างนั้น และที่หนักกว่าคือ กุญแจรถยนต์ดันอยู่ในรถเช่นเดียวกัน! 

เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับรีโมทรถยนต์หายเลยล่ะค่ะ วันนี้จะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นในกรณีที่รีโมทรถยนต์หายหรือลืมทิ้งไว้บนรถกันนะคะ

การทำงานของรีโมทรถยนต์

สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้นในการทำงานของรีโมทรถยนต์ จะสามารถทำให้เราเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหาหรือการป้องกันที่ดี เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นได้

การทำงานของรีโมทรถยนต์นั้นใช้คลี่นความถี่เป็นสัญญาณผสมกับคลื่นความถี่วิทยุในการส่งคำสั่งไปยังรถยนต์ สาเหตุที่ต้องผสมคลื่นความถี่ของวิทยุนั้น เพราะว่าการส่งสัญญาณของรีโมทเพียงอย่างเดียว อาจถูกรบกวนด้วยคลื่นวิทยุในบางจุด รีโมทจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่นี่ก็คือช่องโหว่อย่างหนึ่ง ที่ทำให้มิจฉาชีพฉกฉวยโอกาสในการขโมยรถคุณ การปลดล็อกหรือล็อกรถไม่ได้ บางครั้งผู้ครองกุญแจอย่างเรา ๆ อาจนึกไม่ถึงว่าจะมีใครเฝ้ารอโอกาสกวนสัญญาณอยู่ก็ได้ โดยปกติแล้วสัญญาณรีโมทรถยนต์จะถูกปรับไว้ที่ระยะ 5 เมตรเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังคงมีบางรุ่นที่สามารถปลดล็อกได้ในระยะ 10-15 เมตร

สาเหตุที่ต้องปรับระยะที่ 5 เมตร ทั้ง ๆ ที่ความจริงรีโมทสามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 200 เมตร เพราะว่าปัจจุบันรีโมทรถยนต์นั้นสามารถถูกกวนสัญญาณและแอบดักจับสัญญาณได้ มิจฉาชีพจะใช้โอกาสนี้กวนสัญญาณระหว่างที่คุณกดรีโมทปลดล็อก ทำให้คุณต้องกดปลดล็อกหลายครั้ง 

ก่อนจะลบบันทึกคำสั่งที่มาในรูปแบบสัญญาณ และแปลงมันมาใช้ได้เหมือนตัวรีโมทหลักเลยทีเดียว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จึงลดระยะให้คุณต้องเดินประชิดรถเท่านั้นจึงจะสามารถปลดล็อกรถได้ 

ส่วนข้อดีของการใช้คลื่นสัญญาณส่งคำสั่งก็มี คือการที่เราสามารถสร้างกล่องรับสัญญาณโดยทำรูปแบบเป็นแอปพลิเคชันมือถือได้ นี่จึงเป็นที่มาของการใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะในการปลดล็อกรถยนต์นั่นเอง

วิธีแก้ปัญหารีโมทรถยนต์หาย

เมื่อรีโมทหาย แน่นอนว่าอย่างแรกคุณควรตั้งสติและใจเย็น เพื่อให้คุณพอจะนึกวิธีหาทางออกได้บ้าง หากใครเคยทำรีโมทหาย อาจจะพอรู้วิธีคร่าว ๆ แล้ว แต่หากใครยังไม่เคย ลองดูวิธีดังต่อไปนี้นะคะ ในอนาคตน่าจะสามารถช่วยคุณได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะ 

1. โทรหาศูนย์บริการ หรือ อู่บริการซ่อมรถยนต์

สิ่งแรกที่ง่ายและทำได้รวดเร็วที่สุด ในกรณีที่คุณไม่สามารถหากุญแจสำรองและใครสักคนมาช่วยเหลือคุณได้ ให้หยิบมือถือของคุณขึ้นมา แล้วกดเบอร์ตรงไปที่ศูนย์บริการเลย เขาจะบอกวิธีแก้ปัญหาคร่าว ๆ ให้คุณ ถ้าหากแก้ไม่ได้ อาจจะต้องให้ช่างมาตัดการทำงานของล็อกประตู ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้จะต้องเปลี่ยนระบบล็อกใหม่ทั้งหมด เพราะต้องออกชุดคำสั่งใหม่รวมถึงทำรีโมทใหม่ด้วยค่ะ 

แต่หากศูนย์บริการไม่ใช่ทางเลือกของคุณ ลองโทรหาอู่บริการซ่อมรถยนต์ดูก็ได้นะคะ แน่นอนว่าอู่บริการภายนอกจะถูกกว่าศูนย์รถยนต์ค่ะ เพียงแต่ว่า หากเกิดปัญหาตอนกลางคืน คุณควรโทรหาศูนย์รถยนต์ที่มีบริการ 24 ชั่วโมง และครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

2. ค้นหารีโมทสำรอง

รถยนต์ทุกคันจะมีการให้รีโมทสำรองมาอยู่แล้ว หากไม่ใช้รีโมทก็มักเป็นกุญแจสำรองสำหรับไขปลดล็อกได้ แต่กรณีนี้จะพูดถึงที่เป็นตัวรีโมทอย่างเดียวก่อน คุณสามารถกลับบ้านไปนำรีโมทสำรอง หรือให้คนที่อยู่ที่บ้านนำมาให้เพื่อปลดล็อก

แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องอยู่ในสถานที่ไม่ไกลจากบ้านนัก สามารถไป-กลับมาได้ แต่ทางที่ดีแนะนำให้คนเอามาให้จะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่ารีโมทที่หายไปนั่นอยู่ในมือคนอื่นหรือเปล่า ถ้าไม่อยู่เฝ้ารถ มีโอกาสที่รถอาจจะหายได้

3. ปลดล็อกผ่านมือถือด้วยสัญญาณบลูทูธ / แอปพลิเคชัน

ในรถรุ่นใหม่ ๆ สมัยนี้มักมีเทคโนโลยีสามารถสั่งปลดล็อกระยะไกลได้ โดยเชื่อมกับตัวสมาร์ทโฟนของผู้ขับนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีการลงทะเบียนเบอร์และยืนยันตัวตนผู้ขับ คงทำให้ทุกคนสามารถปลดล็อกรถใครก็ได้อย่างง่ายดาย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่จะลงทะเบียนล็อกสัญญาณจากเบอร์มือถือ 

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สามารถโทรโดยตรงไปยังศูนย์บริการ แล้วให้เขาช่วยปลดล็อกรถให้ได้เลยค่ะ อาจจะต้องเสียเวลายืนยันตัวตนเล็กน้อย เพื่อความปลอดภัยทางด้านทรัพย์สิน 

แต่สำหรับรถยนต์รุ่นไหนที่ไม่มีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกนี้ ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ ตัวอย่างเช่น ตัวโปรแกรม Car Chat ที่สามารถช่วยเช็กสภาพรถยนต์ ทั้งยังสามารถสั่งปลดล็อกผ่านแอปพลิเคชันได้โดยใช้สัญญาณบลูทูธเป็นตัวเชื่อมต่อสัญญาณเข้าไปยังกล่องของระบบรีโมทที่ถูกติดตั้งไว้ภายในรถ 

4. ปั๊มรีโมทสำรองได้ตามร้านค้า

วิธีนี้เหมาะสำหรับการที่คุณมีกุญแจสำรองในมือ ศูนย์บริการหรือรถบางรุ่นจะให้เพียงรีโมทหลักและกุญแจหนึ่งดอกไว้สำรองเท่านั้น ดังนั้นการจะหารีโมทสำรองอีกสักอันคงเป็นเรื่องน่าปวดหัว ถ้าต้องให้นำประตูออกหมดและติดตั้งล็อกใหม่ 

เรามีทางออกมาให้ลองดูค่ะ บางครั้งจะมีร้านรับทำรีโมทอยู่ ให้คุณนำกุญแจสำรองอันนั้นไปให้ทางร้านจัดการทำรีโมทออกมาให้อีกอัน โดยทางช่างจะให้คำแนะนำกับคุณได้อย่างดีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่ต้องเปลี่ยนล็อกประตูใหม่

แต่หากกุญแจรถคุณหายในที่สาธารณะ แนะนำให้คุณเปลี่ยนล็อกประตูใหม่ทั้งหมดจะดีกว่า เพราะต่อให้คุณไปทำที่ร้านค้าหรือให้ทางศูนย์เข้ารหัสกุญแจอันใหม่ให้คุณ แต่ตราบใดที่ล็อกยังเป็นชุดคำสั่งเดิม การที่มีใครแอบอ้างใช้กุญแจที่ได้มาจากคุณก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายเลยล่ะค่ะ

5. ไขกุญแจเพื่อปลดล็อกรถยนต์ กรณีที่กุญแจอยู่แยกกับรีโมท

ข้อนี้เหมาะกับคนที่ลืมกุญแจรถไว้ในรถ เพราะเมื่อคุณปลดล็อกด้วยกุญแจแล้ว เสียงสัญญาณกันขโมยจะดังขึ้นทันที เมื่อคุณเปิดประตูรถได้แล้ว จำเป็นต้องกดรีโมทรถยนต์อีกที เพื่อหยุดการทำงานของสัญญาณกันขโมยนั่นเอง 

6. แจ้งตำรวจ / รปภ. / คนในพื้นที่ให้ช่วยค้นหา

เมื่อทรัพย์สินของคุณหาย สิ่งแรกที่ควรทำคือการแจ้งตำรวจ หรือ รปภ.ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ช่วยกันค้นหารีโมทรถยนต์ที่คุณอาจทำตกไปในพื้นที่นั้น ๆ อาจมีพลเมืองดีนำรีโมทรถยนต์ของคุณไปฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์ หรือ แผนกของสูญหายก็เป็นได้ ดังนั้นต่อให้คุณมีทางเลือกอื่น ๆ ก็อย่าลืมการติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วยอีกทาง

7. หาวิธีสะเดาะประตูรถ (ไม่แนะนำ)

วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ควรจะทำ เพราะการสะเดาะประตูรถ นอกจากจะหาผู้เชี่ยวชาญมาทำได้ยากแล้ว การทำเองอาจเสี่ยงต่อเสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังไม่รู้จบอีกด้วย เมื่อคุณสะเดาะกุญแจเสร็จ สิ่งที่จะตามมาคือการต้องนำรถยนต์เข้าศูนย์เพื่อไปแก้ล็อกประตูทั้งหมด 

ข้อควรระวังและป้องกันไม่ให้รีโมทรถยนต์หาย

การป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ ย่อมดีกว่าการไม่ป้องกันอะไรเลย วิธีง่าย ๆ ที่ลองทำดูเพื่อลดอัตราความเสี่ยงที่จะทำรีโมทรถยนต์หาย จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น สามารถอ่านได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยค่ะ

1. ตรวจเช็กก่อนออกจากบ้าน หรือ ออกจากสถานที่ที่ต้องหยิบสิ่งของออกจากกระเป๋า

พอจะก้าวขาออกจากบ้านและลงกลอนล็อกประตูบ้าน หรือ ออกจากที่ใดก็ตาม ลองก้มสำรวจดูว่าหยิบของมาครบหรือเปล่า โดยเฉพาะรีโมทรถ บางครั้งอาจเกิดปัญหาที่คุณเปิดกระเป๋าแล้วนำสิ่งของออกมา จึงทำให้รีโมทรถยนต์ตก ดังนั้นก่อนจะเดินออกจากร้านอาหาร หรือ ออกจากบ้านอย่าลืมเปิดเช็กกระเป๋าอีกที

2. ห้อยพวงกุญแจติดกับกระเป๋าไว้

ซื้อพวงกุญแจมาห้อยกับรีโมทรถยนต์เอาไว้ นอกจากจะสามารถค้นหาได้ง่ายแล้ว ยังสามารถนำพวงกุญแจเหล่านี้ไปห้อยติดกับกระเป๋าใบโปรดที่ใช้บ่อย ๆ ได้อีกด้วย เมื่อต้องหยิบของออกจากกระเป๋าตัวรีโมทจะได้ไม่ตกหล่นง่าย 

ทั้งนี้รีโมทสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องใช้การกดเพื่อปลดล็อกแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปใกล้ ๆ และตัวรถจะปลดล็อกอัตโนมัติเลย จึงไม่มีปัญหาเรื่องการห้อยพวงกุญแจรุงรังให้หงุดหงิดใจค่ะ 

3. ตั้งสติทุกครั้งก่อนลงจากรถ

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิต ที่สามารถเห็นได้ทั้งในข่าวและในกระทู้ตามเว็บต่าง ๆ ที่มักจะลืมกุญแจรถยนต์ทิ้งไว้ภายในรถยนต์ บางรุ่นของรถยนต์จะมีการตั้งค่าไว้ว่า หากไม่นำรีโมทรถยนต์ลงจากรถ รถยนต์จะไม่สามารถล็อกได้ แต่ขณะเดียวกันในบางรุ่น เมื่อคุณปิดประตูครบทุกบานภายในเวลาที่ตั้งไว้แล้ว รถยนต์จะล็อกอัตโนมัติ

กลายเป็นปัญหาประตูรถยนต์ล็อกโดยลืมนำรีโมทรถยนต์ออกมาด้วย ก่อนจะลงจากรถควรเช็กดี ๆ อีกรอบว่านำรีโมทใส่กระเป๋าติดตัวมาหรือยัง แต่ให้ง่ายกว่านั้นก็คือการห้อยรีโมทติดไว้ในกระเป๋าเลยค่ะ จะได้ไม่พลาดนะคะ

4. ติดตั้งระบบการปลดล็อกผ่านสัญญาณบลูทูธ

การติดตั้งการปลดล็อกผ่านสัญญาณบลูทูธหรือแอปพลิเคชัน อย่างที่บอกว่ารถยนต์บางรุ่นจะมีระบบนี้มาให้อยู่แล้ว แต่บางรุ่นไม่มีก็ต้องหาร้านติดตั้งเอง ทว่าความคุ้มค่าในการติดนั้น เรียกได้ว่า ติดครั้งเดียวใช้ได้อีกนานจนกว่าจะขายรถเลย

5. จัดเก็บรีโมทรถยนต์สำรองไว้ในจุดที่สะดวกและสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที

วิธีนี้เป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ดีในระดับหนึ่ง เช่น การวางรีโมทสำรองไว้ในจุดที่สามารถหาได้ง่าย ภายในบ้าน เพื่อให้คนที่บ้าน สามารถช่วยเหลือคุณในกรณีที่รีโมทรถยนต์หายได้ แต่ไม่แนะนำให้พกรีโมทรถยนต์สองอันไว้กับตัวนะคะ เพราะเสี่ยงจะหายทั้งหมดในครั้งเดียว

ปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเจอเกี่ยวกับรีโมทรถยนต์

1. กดรีโมทแล้วรีโมทไม่ทำงาน

หากเจอกรณีแบบนี้แสดงว่าแบตรีโมทรถยนต์ของคุณกำลังอ่อนแรง แนะนำให้ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ของรีโมทได้ที่ศูนย์บริการ หรือตามร้านที่จำหน่ายแบตเตอรี่นะคะ

2.กดรีโมทแล้วรีโมทไม่ทำงาน รวมถึงระบบกันขโมย

ในส่วนนี้มักจะเกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีปัญหา อาจจะเป็นแบตเตอรี่ที่ใกล้หมดอายุแล้ว หรือระบบการทำงานของเครื่องยนต์ขัดข้อง ควรตามช่างมาดูจะดีที่สุด

3. รีโมทใช้งานได้ แต่ไม่สามารถปลดล็อกประตู

สังเกตว่ารีโมทรถยนต์สามารถกดใช้งานได้หรือไม่ โดยฟังจากการทำงานของตัวล็อก ถ้าตัวล็อกยังทำงานปกติ แต่ประตูรถเปิดไม่ได้ แสดงว่าระบบปลดล็อกของรถยนต์มีปัญหา นำรถไปเข้าศูนย์ให้ตรวจเช็กคือหนทางที่ดีที่สุด

4. รีโมทใช้งานได้ แต่สตาร์ทรถไม่ติด

ปัญหานี้เกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์และเครื่องยนต์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรีโมทรถยนต์โดยตรง ทว่าบางคนอาจมองว่าตัวรีโมทรถยนต์ส่งสัญญาณให้ตัวเครื่องทำงานไม่ได้ เพราะรถยนต์สมัยนี้จะใช้ปุ่มกดเพื่อสตาร์ทรถ เน้นการส่งสัญญาณจากรีโมทเป็นจุดเริ่มกระบวนการสตาร์ทรถนั่นเอง 

5. รีโมทล็อกประตูรถ แต่ไฟภายในรถไม่ดับ ทั้งไซเรนยังส่งเสียงดังออกมา

เสียงล็อกประตูดัง แต่ไฟภายในรถไม่ดับ แถมรอไปอีกสักพักรถดันส่งเสียงร้องจากสัญญาณกันขโมยออกมา อย่างแรกที่ควรเช็กคือ ประตูปิดสนิททุกบานหรือไม่ 

หากปิดสนิททุกบานแล้วต้องมาดูต่อว่า ตัวล็อกรถนั้นมีปัญหาหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น รถซีดานสี่ประตู ประตูล็อกไปสามบาน แต่บานที่สี่กลับไม่ล็อก ทำให้ระบบการสั่งการเรื่องล็อกขัดข้อง หากเป็นกรณีต้องให้ศูนย์แก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนล็อกประตูค่ะ

สรุปท้ายบทความ

รีโมทรถยนต์มีความสำคัญอย่างมากในการใช้รถยนต์ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นอกจากจะช่วยให้ทรัพย์สินของคุณปลอดภัยแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการขับขี่อีกด้วย หากใครที่รู้วิธีป้องกันรีโมทรถยนต์หายแล้ว อย่าลืมลองไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์รีโมทหาย 

ส่วนใครที่กำลังคิดว่าควรจะซื้อพวงกุญแจหรือหาปลอกรีโมทรถยนต์ใส่ดีหรือไม่ อย่าลังเลค่ะ ซื้อไว้เลยเพราะอย่างน้อยมีก็ดีกว่าไม่มี ยิ่งไปกว่านั้นรถยนต์มือสองทุกคันควรจะต้องมีกุญแจรถสำรองให้ จึงต้องอย่าลืมเช็กก่อนตกลงเซ็นสัญญาซื้อ ถ้าไม่มีก็ควรถามเหตุผล เพราะถือเป็นความเสี่ยงในการซื้อรถยนต์อย่างหนึ่งค่ะ

20 ดอกไม้มงคล ช่วยเสริมดวงชีวิตเจริญรุ่งเรือง

20 ดอกไม้มงคล ช่วยเสริมดวงชีวิตเจริญรุ่งเรือง

ตั้งแต่อดีต คนไทยอย่างเราก็มีความเชื่อในการปลูกต้นไม้หรือดอกไม้มงคลภายในบ้าน เพื่อเสริมความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ การงาน การเงิน และความรัก โดยวันนี้เราจะมาแนะนำ 20 ดอกไม้มงคล ที่จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก

ข้อดีของการปลูก ดอกไม้มงคล

การปลูต้นไม้มงคล ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งบ้านให้สวยงามด้วย ดอกไม้มงคล สร้างความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านเกิดความผ่อนคลายมากขึ้น ฟอกอากาศในบ้านให้สะอาด คลายความอ่อนล้าของสายตา และยังช่วยให้นอนหลับสนิทในเวลากลางคืนอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นข้อดีทั้งร่างกายและจิตใจเลยทีเดียว 

20 ดอกไม้มงคล ช่วยเสริมดวงชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง

ดอกกล้วยไม้

ขอบคุณรูปจาก: aopsan

ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้สีสันสดใสที่ช่วยให้บ้านเกิดความสวยงามได้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นดอกไม้มงคลที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เป็นดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบ ทำให้เชื่อกันว่า จะทำให้บ้านที่มี ดอกกล้วยไม้ จะเจริญก้าวหน้าและอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ดอกราชพฤกษ์

ขอบคุณรูปจาก: Prowpatareeya Tan

ดอกราชพฤกษ์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ดอกคูน เป็นดอกไม้มงคลสีเหลืองทองตัดกับท้องฟ้าสีสดใสที่หากนำมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีวาสนา ความเจริญรุ่งเรือง มีเกียรติ และมีอำนาจ เพราะถือว่าเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยนั่นเอง

ดอกแก้ว

ขอบคุณรูปจาก: pisauikan

ดอกไม้มงคลสีขาวกลิ่นหอมเย็นชื่นใจที่นิยมปลูกอย่าง ดอกแก้ว สื่อถึงการมีจิตใจผ่องใสและความดี เชื่อกันว่าการปลูก ดอกแก้ว จะทำให้ “มีคนรักดั่งแก้วตาดวงใจ” และคนในบ้านมีจิตใจบริสุทธิ์ เพราะแก้วเป็นสิ่งที่มีความใสสะอาด แนะนำให้ปลูกทางทิศตะวันออกในวันพุธ

ดอกบานไม่รู้โรย

ขอบคุณรูปจาก: naturepost

ดอกบานไม่รู้โรย ก็เป็นอีกหนึ่งในดอกไม้มงคลที่มักจะถูกตกแต่งบนพานไหว้ครู เพราะชื่อที่มีความเป็นมงคลอยู่แล้ว ทำให้คนไทยหลายคนเชื่อว่า การปลูก ดอกบ้านไม่รู้โรย จะทำให้คู่รักมีความรักและผูกพันไม่เสื่อมคลายดั่งเช่น ดอกบานไม่รู้โรย

ดอกดาวเรือง

ขอบคุณรูปจาก: Peggy Choucair

ด้วยสีสันของ ดอกดาวเรือง สีเหลืองอร่ามสวยงามดั่งทองคำ ทำให้ ดอกดาวเรือง กลายเป็นดอกไม้มงคลที่จะช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา และชีวิตเจริญก้าวหน้า ซึ่งยังถูกนำมาใช้ในการร้อยพวงมาลัยเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ดอกมะลิ

ขอบคุณรูปจาก: Capri23auto

ดอกมะลิ ดอกไม้มงคลประจำวันแม่สีขาวผ่องอันสูงค่า ที่เป็นตัวแทนของความสะอาดและบริสุทธิ์ ทำให้คนไทยหลายคนนิยมใช้ ดอกมะลิ ในการบูชาพระพุทธรูปและกราบไหว้แสดงความรักที่มีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะคุณแม่ และดอกกลิ่นหอมนี้เองที่ทำให้ ดอกมะลิ ถูกใช้ผลิตเครื่องหอมต่าง ๆ และลอยในน้ำ

ดอกพุด

ขอบคุณรูปจาก: Alejandra Acosta Brncich

อีกหนึ่งดอกไม้มงคลอย่าง ดอกพุด เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และเจริญมั่นคง หรืออีกนัยหนึ่งคือ ทำให้บ้านที่ปลูก ดอกพุด นั้น อยู่เย็นเป็นสุขไม่เดือดร้อน ประสบความสำเร็จและเสริมสร้างบารมีให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ดอกเข็ม

ขอบคุณรูปจาก: Setthawit Yantaporn

ดอกเข็ม ก็เป็นอีกหนึ่งดอกไม้มงคลที่ถูกใช้ในการไหว้ครู เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความฉลาดหลักแหลม ทำให้คนไทยเชื่อว่าการปลูก ดอกเข็ม จะช่วยให้คนในบ้านมีความฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบเอาตัวรอดได้

ดอกโป๊ยเซียน

ขอบคุณรูปจาก: lesliexyang

ต้นโป๊ยเซียน เป็นดอกไม้มงคลแห่งโชคลาภที่คนไทยนิยมปลูกกันในบ้าน เพราะจะทำให้เกิดความสงบสุขและมีเงินทองเข้ามา นอกจากนี้ยังเป็นดอกไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่า ถ้าหากว่า ต้นโป๊ยเซียน ออกดอกมา 8 ดอกตามเทพเจ้าจีน 8 องค์ จะได้เลื่อนยศ และมีโชคลาภเงินทอง

ดอกชวนชม

ขอบคุณรูปจาก: Suanpa

ดอกชวนชม ดอกไม้มงคลที่เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะทำให้คนในบ้านมีเสน่ห์ และเป็นที่รักของคนรอบข้างเหมือนชื่อของดอกไม้มงคลต้นนี้ และในประเทศจีนดอกชวนชมก็ยังเป็นดอกไม้แห่งโชคลาภอีกด้วย โดยคนส่วนมากนิยมปลูก ดอกชวนชม กันในห้องรับแขก 

ดอกพุทธรักษา

ดอกไม้มงคล พุทธรักษา
ขอบคุณรูปจาก: Bishnu Sarangi

ดอกพุทธรักษา เป็นดอกไม้ประจำวันพ่อสีเหลืองสวยงาม ที่คนไทยถือว่าเป็นดอกไม้มงคลจะช่วยป้องกันวิญญาณร้าย ไสยศาสตร์มนต์ดำ หรือคนที่คิดร้ายไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน เพราะเชื่อกันว่าเจ้า ดอกพุทธรักษา นี้แหละที่มีพระเจ้าคุ้มครองอยู่

ดอกไลแลค

ดอกไม้มงคล ไลแลค
ขอบคุณรูปจาก: Sofia Iivarinen

ดอกไลแลค เป็นดอกไม้มงคลที่ในประเทศจีนเป็นตัวแทนของความอ่อนน้อมถ่อมตน ที่เชื่อว่า การปลูก ดอกไลแลค ไว้ภายในบ้านจะนำพาความสุขมาให้กับคนในบ้าน ซึ่งดอกไลแลคมีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีม่วงและสีขาว

ดอกสุพรรณิการ์

ดอกไม้มงคล สุพรรณิการ์
ขอบคุณรูปจาก: Suanpa

ดอกไม้เก่าแก่สมัยพุทธกาลที่นิยมปลูกไว้อย่าง ดอกสุพรรณิการ์ มีความหมายว่า ความศักดิ์สิทธิ์และสูงค่า ทำให้คนไทยเชื่อว่าเป็นดอกไม้มงคลที่สูงค่า ใครปลูกแล้วจะเสริมความเป็นมงคลและช่วยคุ้มครองคนในบ้านให้อยู่ดีมีสุข

ดอกโมก

ดอกไม้มงคล โมก
ขอบคุณรูปจาก: Stella Esther

ด้วยสีขาวบริสุทธิ์ของ ดอกโมก ทำให้ ดอกโมก กลายเป็นดอกไม้มงคลที่หากใครปลูกแล้วจะทำให้เกิดความสบายใจและปลอดภัย เพราะคำว่า โมก(ข์) แปลว่า ความหลุดพ้นและนิพพาน ส่วนตัวเปลือกของต้นโมกนั้น ว่าวันว่าจะช่วยรักษาพิษจากสัตว์ต่าง ๆ ได้

ดอกโบตั๋น

ดอกไม้มงคล โบตั๋น
ขอบคุณรูปจาก: nile

ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส ทำให้ช่วยเยียวยาจิตใจให้กับคนปลูกได้ดี ให้พลังความรัก จริงใจ บริสุทธิ์ และอ่อนโยนภายในบ้านได้ดี ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ดอกโบตั๋น ก็ยังเป็นดอกไม้แห่งความรักและการแต่งงานอีกด้วย

ดอกกุหลาบ

ดอกไม้มงคล กุหลาบ
ขอบคุณรูปจาก: Myriams-Fotos

อย่างที่หลายคนรู้ว่า ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้มงคลแห่งความรักที่มีสีสันหลากหลาย การปลูก ดอกกุหลาบ จะทำให้คนในบ้านกลายเป็นผู้ที่สง่างาม มีเสน่ห์ มีแต่คนรัก และมอบความอบอุ่นมาให้ผู้อยู่อาศัย ทำให้นิยมมอบในโอกาสต่าง ๆ เพราะมีรูปร่างสวยงาม กลิ่นหอมและ มีความหมายดี ซึ่งดอกกุหลาบแต่ละสีก็มีความหมายยิบย่อยที่แตกต่างกันไป

ดอกบัว

อฃดอกไม้มงคล บัว
ขอบคุณรูปจาก: Mabel Amber

ถ้าหากจะพูดถึงดอกไม้ที่แสดงถึงความดีและบริสุทธิ์ก็คงจะหนีไม่พ้น ดอกบัว ดอกไม้มงคลที่มักถูกใช้ในพิธีการทางพุทธศาสนา เพราะเป็นดอกไม้แห่งความสงบและประเสริฐ การปลูก ดอกบัว จึงส่งผลให้บ้านสงบสุข อบอุ่น และเสริมสิริมงคลให้กับบ้าน

กระดังงา

ดอกไม้มงคล กระดังงา
ขอบคุณรูปจาก: Maya A. P

การปลูก ดอกกระดังงา ซึ่งเป็นดอกไม้มงคลจะทำให้คนที่อยู่ภายในบ้านมีชื่อเสียงก้องกังวาน มียศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง และได้รับการนับหน้าถือตา และยังช่วยในการเสริมเสน่ห์ให้คนในบ้านเป็นที่รักของคนรอบข้าง มีชีวิตที่หอมหวานดั่งกลิ่นของ ดอกกระดังงา อีกด้วย

จำปี

ดอกไม้มงคล จำปี
ขอบคุณรูปจาก: horjctu

ตามความเชื่อของคนโบราณ การปลูก ดอกจำปี ซึ่งเป็นดอกไม้มงคลภายในบ้านจะทำให้ชีวิตของสมาชิกมีการงานที่เจริญก้าวหน้า และได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายและบริวาร ซึ่งใครที่ได้กลิ่นของดอกไม้ชนิดนี้จะต้องหลงเสน่ห์ของมันอย่างแน่นอน

ดอกเบญจมาศ

ดอกไม้มงคล เบญจมาศ
ขอบคุณรูปจาก: Peggy Choucair

ดอกเบญจมาศ ดอกไม้มงคลที่เป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์และจักรพรรดิ ทำให้คนไทยเชื้อสายจีนนิยมปลูกไว้เพื่อช่วยให้มีอายุมั่นขวัญยืนและมีความสุข ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วการปลูก ดอกเบญจมาศ ยังช่วยนำพาความโชคดีและความสำเร็จมาสู่สมาชิกในบ้าน

สรุป ดอกไม้มงคล ช่วยให้ชีวิตดี

นอกจาก ดอกไม้มงคล 20 ชนิดที่ได้เล่าให้ฟังแล้ว ยังต้นไม้มงคลอีกมากมายที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณรุ่งเรือง รวมต้นไม้มงคลเสริมดวงเรียกทรัพย์ เฮงส่งท้ายปีนี้ ต้อนรับปีหน้า และสำหรับใครที่ได้อยากได้บ้านสวย ๆ มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ของคุณกว้าง ๆ Kaidee Property มีให้คุณเลือกหลากหลายสไตล์เลย