รีโมทรถยนต์หายควรทำอย่างไรดี ? และควรแก้ปัญหาอย่างไร

Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์

มื่อพูดถึงรีโมทรถยนต์หาย ดูเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะคะ ? เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่สามารถปลดล็อกรถยนต์และใช้งานพาหนะได้นั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์รีโมทรถยนต์หาย ส่วนใหญ่จะเป็นการ “ลืม” รีโมทรถยนต์ทิ้งไว้ในรถ และทิ้งไว้ที่อื่น

เราสามารถเห็นได้ตามข่าวว่า ผู้ปกครองบางคนมักให้บุตรหลานนั่งรออยู่ในรถ ทว่าเด็กย่อมมีความสงสัยใคร่รู้ในหลาย ๆ เรื่อง บางครั้งจึงเผลอไปกดปุ่มล็อกประตูรถเสียอย่างนั้น และที่หนักกว่าคือ กุญแจรถยนต์ดันอยู่ในรถเช่นเดียวกัน! 

เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับรีโมทรถยนต์หายเลยล่ะค่ะ วันนี้จะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นในกรณีที่รีโมทรถยนต์หายหรือลืมทิ้งไว้บนรถกันนะคะ

การทำงานของรีโมทรถยนต์

สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้นในการทำงานของรีโมทรถยนต์ จะสามารถทำให้เราเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหาหรือการป้องกันที่ดี เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นได้

การทำงานของรีโมทรถยนต์นั้นใช้คลี่นความถี่เป็นสัญญาณผสมกับคลื่นความถี่วิทยุในการส่งคำสั่งไปยังรถยนต์ สาเหตุที่ต้องผสมคลื่นความถี่ของวิทยุนั้น เพราะว่าการส่งสัญญาณของรีโมทเพียงอย่างเดียว อาจถูกรบกวนด้วยคลื่นวิทยุในบางจุด รีโมทจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่นี่ก็คือช่องโหว่อย่างหนึ่ง ที่ทำให้มิจฉาชีพฉกฉวยโอกาสในการขโมยรถคุณ การปลดล็อกหรือล็อกรถไม่ได้ บางครั้งผู้ครองกุญแจอย่างเรา ๆ อาจนึกไม่ถึงว่าจะมีใครเฝ้ารอโอกาสกวนสัญญาณอยู่ก็ได้ โดยปกติแล้วสัญญาณรีโมทรถยนต์จะถูกปรับไว้ที่ระยะ 5 เมตรเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังคงมีบางรุ่นที่สามารถปลดล็อกได้ในระยะ 10-15 เมตร

สาเหตุที่ต้องปรับระยะที่ 5 เมตร ทั้ง ๆ ที่ความจริงรีโมทสามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 200 เมตร เพราะว่าปัจจุบันรีโมทรถยนต์นั้นสามารถถูกกวนสัญญาณและแอบดักจับสัญญาณได้ มิจฉาชีพจะใช้โอกาสนี้กวนสัญญาณระหว่างที่คุณกดรีโมทปลดล็อก ทำให้คุณต้องกดปลดล็อกหลายครั้ง 

ก่อนจะลบบันทึกคำสั่งที่มาในรูปแบบสัญญาณ และแปลงมันมาใช้ได้เหมือนตัวรีโมทหลักเลยทีเดียว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จึงลดระยะให้คุณต้องเดินประชิดรถเท่านั้นจึงจะสามารถปลดล็อกรถได้ 

ส่วนข้อดีของการใช้คลื่นสัญญาณส่งคำสั่งก็มี คือการที่เราสามารถสร้างกล่องรับสัญญาณโดยทำรูปแบบเป็นแอปพลิเคชันมือถือได้ นี่จึงเป็นที่มาของการใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะในการปลดล็อกรถยนต์นั่นเอง

วิธีแก้ปัญหารีโมทรถยนต์หาย

เมื่อรีโมทหาย แน่นอนว่าอย่างแรกคุณควรตั้งสติและใจเย็น เพื่อให้คุณพอจะนึกวิธีหาทางออกได้บ้าง หากใครเคยทำรีโมทหาย อาจจะพอรู้วิธีคร่าว ๆ แล้ว แต่หากใครยังไม่เคย ลองดูวิธีดังต่อไปนี้นะคะ ในอนาคตน่าจะสามารถช่วยคุณได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะ 

1. โทรหาศูนย์บริการ หรือ อู่บริการซ่อมรถยนต์

สิ่งแรกที่ง่ายและทำได้รวดเร็วที่สุด ในกรณีที่คุณไม่สามารถหากุญแจสำรองและใครสักคนมาช่วยเหลือคุณได้ ให้หยิบมือถือของคุณขึ้นมา แล้วกดเบอร์ตรงไปที่ศูนย์บริการเลย เขาจะบอกวิธีแก้ปัญหาคร่าว ๆ ให้คุณ ถ้าหากแก้ไม่ได้ อาจจะต้องให้ช่างมาตัดการทำงานของล็อกประตู ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้จะต้องเปลี่ยนระบบล็อกใหม่ทั้งหมด เพราะต้องออกชุดคำสั่งใหม่รวมถึงทำรีโมทใหม่ด้วยค่ะ 

แต่หากศูนย์บริการไม่ใช่ทางเลือกของคุณ ลองโทรหาอู่บริการซ่อมรถยนต์ดูก็ได้นะคะ แน่นอนว่าอู่บริการภายนอกจะถูกกว่าศูนย์รถยนต์ค่ะ เพียงแต่ว่า หากเกิดปัญหาตอนกลางคืน คุณควรโทรหาศูนย์รถยนต์ที่มีบริการ 24 ชั่วโมง และครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

2. ค้นหารีโมทสำรอง

รถยนต์ทุกคันจะมีการให้รีโมทสำรองมาอยู่แล้ว หากไม่ใช้รีโมทก็มักเป็นกุญแจสำรองสำหรับไขปลดล็อกได้ แต่กรณีนี้จะพูดถึงที่เป็นตัวรีโมทอย่างเดียวก่อน คุณสามารถกลับบ้านไปนำรีโมทสำรอง หรือให้คนที่อยู่ที่บ้านนำมาให้เพื่อปลดล็อก

แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องอยู่ในสถานที่ไม่ไกลจากบ้านนัก สามารถไป-กลับมาได้ แต่ทางที่ดีแนะนำให้คนเอามาให้จะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่ารีโมทที่หายไปนั่นอยู่ในมือคนอื่นหรือเปล่า ถ้าไม่อยู่เฝ้ารถ มีโอกาสที่รถอาจจะหายได้

3. ปลดล็อกผ่านมือถือด้วยสัญญาณบลูทูธ / แอปพลิเคชัน

ในรถรุ่นใหม่ ๆ สมัยนี้มักมีเทคโนโลยีสามารถสั่งปลดล็อกระยะไกลได้ โดยเชื่อมกับตัวสมาร์ทโฟนของผู้ขับนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีการลงทะเบียนเบอร์และยืนยันตัวตนผู้ขับ คงทำให้ทุกคนสามารถปลดล็อกรถใครก็ได้อย่างง่ายดาย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่จะลงทะเบียนล็อกสัญญาณจากเบอร์มือถือ 

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สามารถโทรโดยตรงไปยังศูนย์บริการ แล้วให้เขาช่วยปลดล็อกรถให้ได้เลยค่ะ อาจจะต้องเสียเวลายืนยันตัวตนเล็กน้อย เพื่อความปลอดภัยทางด้านทรัพย์สิน 

แต่สำหรับรถยนต์รุ่นไหนที่ไม่มีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกนี้ ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ ตัวอย่างเช่น ตัวโปรแกรม Car Chat ที่สามารถช่วยเช็กสภาพรถยนต์ ทั้งยังสามารถสั่งปลดล็อกผ่านแอปพลิเคชันได้โดยใช้สัญญาณบลูทูธเป็นตัวเชื่อมต่อสัญญาณเข้าไปยังกล่องของระบบรีโมทที่ถูกติดตั้งไว้ภายในรถ 

4. ปั๊มรีโมทสำรองได้ตามร้านค้า

วิธีนี้เหมาะสำหรับการที่คุณมีกุญแจสำรองในมือ ศูนย์บริการหรือรถบางรุ่นจะให้เพียงรีโมทหลักและกุญแจหนึ่งดอกไว้สำรองเท่านั้น ดังนั้นการจะหารีโมทสำรองอีกสักอันคงเป็นเรื่องน่าปวดหัว ถ้าต้องให้นำประตูออกหมดและติดตั้งล็อกใหม่ 

เรามีทางออกมาให้ลองดูค่ะ บางครั้งจะมีร้านรับทำรีโมทอยู่ ให้คุณนำกุญแจสำรองอันนั้นไปให้ทางร้านจัดการทำรีโมทออกมาให้อีกอัน โดยทางช่างจะให้คำแนะนำกับคุณได้อย่างดีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่ต้องเปลี่ยนล็อกประตูใหม่

แต่หากกุญแจรถคุณหายในที่สาธารณะ แนะนำให้คุณเปลี่ยนล็อกประตูใหม่ทั้งหมดจะดีกว่า เพราะต่อให้คุณไปทำที่ร้านค้าหรือให้ทางศูนย์เข้ารหัสกุญแจอันใหม่ให้คุณ แต่ตราบใดที่ล็อกยังเป็นชุดคำสั่งเดิม การที่มีใครแอบอ้างใช้กุญแจที่ได้มาจากคุณก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายเลยล่ะค่ะ

5. ไขกุญแจเพื่อปลดล็อกรถยนต์ กรณีที่กุญแจอยู่แยกกับรีโมท

ข้อนี้เหมาะกับคนที่ลืมกุญแจรถไว้ในรถ เพราะเมื่อคุณปลดล็อกด้วยกุญแจแล้ว เสียงสัญญาณกันขโมยจะดังขึ้นทันที เมื่อคุณเปิดประตูรถได้แล้ว จำเป็นต้องกดรีโมทรถยนต์อีกที เพื่อหยุดการทำงานของสัญญาณกันขโมยนั่นเอง 

6. แจ้งตำรวจ / รปภ. / คนในพื้นที่ให้ช่วยค้นหา

เมื่อทรัพย์สินของคุณหาย สิ่งแรกที่ควรทำคือการแจ้งตำรวจ หรือ รปภ.ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ช่วยกันค้นหารีโมทรถยนต์ที่คุณอาจทำตกไปในพื้นที่นั้น ๆ อาจมีพลเมืองดีนำรีโมทรถยนต์ของคุณไปฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์ หรือ แผนกของสูญหายก็เป็นได้ ดังนั้นต่อให้คุณมีทางเลือกอื่น ๆ ก็อย่าลืมการติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วยอีกทาง

7. หาวิธีสะเดาะประตูรถ (ไม่แนะนำ)

วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ควรจะทำ เพราะการสะเดาะประตูรถ นอกจากจะหาผู้เชี่ยวชาญมาทำได้ยากแล้ว การทำเองอาจเสี่ยงต่อเสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังไม่รู้จบอีกด้วย เมื่อคุณสะเดาะกุญแจเสร็จ สิ่งที่จะตามมาคือการต้องนำรถยนต์เข้าศูนย์เพื่อไปแก้ล็อกประตูทั้งหมด 

ข้อควรระวังและป้องกันไม่ให้รีโมทรถยนต์หาย

การป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ ย่อมดีกว่าการไม่ป้องกันอะไรเลย วิธีง่าย ๆ ที่ลองทำดูเพื่อลดอัตราความเสี่ยงที่จะทำรีโมทรถยนต์หาย จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น สามารถอ่านได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยค่ะ

1. ตรวจเช็กก่อนออกจากบ้าน หรือ ออกจากสถานที่ที่ต้องหยิบสิ่งของออกจากกระเป๋า

พอจะก้าวขาออกจากบ้านและลงกลอนล็อกประตูบ้าน หรือ ออกจากที่ใดก็ตาม ลองก้มสำรวจดูว่าหยิบของมาครบหรือเปล่า โดยเฉพาะรีโมทรถ บางครั้งอาจเกิดปัญหาที่คุณเปิดกระเป๋าแล้วนำสิ่งของออกมา จึงทำให้รีโมทรถยนต์ตก ดังนั้นก่อนจะเดินออกจากร้านอาหาร หรือ ออกจากบ้านอย่าลืมเปิดเช็กกระเป๋าอีกที

2. ห้อยพวงกุญแจติดกับกระเป๋าไว้

ซื้อพวงกุญแจมาห้อยกับรีโมทรถยนต์เอาไว้ นอกจากจะสามารถค้นหาได้ง่ายแล้ว ยังสามารถนำพวงกุญแจเหล่านี้ไปห้อยติดกับกระเป๋าใบโปรดที่ใช้บ่อย ๆ ได้อีกด้วย เมื่อต้องหยิบของออกจากกระเป๋าตัวรีโมทจะได้ไม่ตกหล่นง่าย 

ทั้งนี้รีโมทสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องใช้การกดเพื่อปลดล็อกแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปใกล้ ๆ และตัวรถจะปลดล็อกอัตโนมัติเลย จึงไม่มีปัญหาเรื่องการห้อยพวงกุญแจรุงรังให้หงุดหงิดใจค่ะ 

3. ตั้งสติทุกครั้งก่อนลงจากรถ

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิต ที่สามารถเห็นได้ทั้งในข่าวและในกระทู้ตามเว็บต่าง ๆ ที่มักจะลืมกุญแจรถยนต์ทิ้งไว้ภายในรถยนต์ บางรุ่นของรถยนต์จะมีการตั้งค่าไว้ว่า หากไม่นำรีโมทรถยนต์ลงจากรถ รถยนต์จะไม่สามารถล็อกได้ แต่ขณะเดียวกันในบางรุ่น เมื่อคุณปิดประตูครบทุกบานภายในเวลาที่ตั้งไว้แล้ว รถยนต์จะล็อกอัตโนมัติ

กลายเป็นปัญหาประตูรถยนต์ล็อกโดยลืมนำรีโมทรถยนต์ออกมาด้วย ก่อนจะลงจากรถควรเช็กดี ๆ อีกรอบว่านำรีโมทใส่กระเป๋าติดตัวมาหรือยัง แต่ให้ง่ายกว่านั้นก็คือการห้อยรีโมทติดไว้ในกระเป๋าเลยค่ะ จะได้ไม่พลาดนะคะ

4. ติดตั้งระบบการปลดล็อกผ่านสัญญาณบลูทูธ

การติดตั้งการปลดล็อกผ่านสัญญาณบลูทูธหรือแอปพลิเคชัน อย่างที่บอกว่ารถยนต์บางรุ่นจะมีระบบนี้มาให้อยู่แล้ว แต่บางรุ่นไม่มีก็ต้องหาร้านติดตั้งเอง ทว่าความคุ้มค่าในการติดนั้น เรียกได้ว่า ติดครั้งเดียวใช้ได้อีกนานจนกว่าจะขายรถเลย

5. จัดเก็บรีโมทรถยนต์สำรองไว้ในจุดที่สะดวกและสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที

วิธีนี้เป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ดีในระดับหนึ่ง เช่น การวางรีโมทสำรองไว้ในจุดที่สามารถหาได้ง่าย ภายในบ้าน เพื่อให้คนที่บ้าน สามารถช่วยเหลือคุณในกรณีที่รีโมทรถยนต์หายได้ แต่ไม่แนะนำให้พกรีโมทรถยนต์สองอันไว้กับตัวนะคะ เพราะเสี่ยงจะหายทั้งหมดในครั้งเดียว

ปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเจอเกี่ยวกับรีโมทรถยนต์

1. กดรีโมทแล้วรีโมทไม่ทำงาน

หากเจอกรณีแบบนี้แสดงว่าแบตรีโมทรถยนต์ของคุณกำลังอ่อนแรง แนะนำให้ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ของรีโมทได้ที่ศูนย์บริการ หรือตามร้านที่จำหน่ายแบตเตอรี่นะคะ

2.กดรีโมทแล้วรีโมทไม่ทำงาน รวมถึงระบบกันขโมย

ในส่วนนี้มักจะเกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีปัญหา อาจจะเป็นแบตเตอรี่ที่ใกล้หมดอายุแล้ว หรือระบบการทำงานของเครื่องยนต์ขัดข้อง ควรตามช่างมาดูจะดีที่สุด

3. รีโมทใช้งานได้ แต่ไม่สามารถปลดล็อกประตู

สังเกตว่ารีโมทรถยนต์สามารถกดใช้งานได้หรือไม่ โดยฟังจากการทำงานของตัวล็อก ถ้าตัวล็อกยังทำงานปกติ แต่ประตูรถเปิดไม่ได้ แสดงว่าระบบปลดล็อกของรถยนต์มีปัญหา นำรถไปเข้าศูนย์ให้ตรวจเช็กคือหนทางที่ดีที่สุด

4. รีโมทใช้งานได้ แต่สตาร์ทรถไม่ติด

ปัญหานี้เกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์และเครื่องยนต์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรีโมทรถยนต์โดยตรง ทว่าบางคนอาจมองว่าตัวรีโมทรถยนต์ส่งสัญญาณให้ตัวเครื่องทำงานไม่ได้ เพราะรถยนต์สมัยนี้จะใช้ปุ่มกดเพื่อสตาร์ทรถ เน้นการส่งสัญญาณจากรีโมทเป็นจุดเริ่มกระบวนการสตาร์ทรถนั่นเอง 

5. รีโมทล็อกประตูรถ แต่ไฟภายในรถไม่ดับ ทั้งไซเรนยังส่งเสียงดังออกมา

เสียงล็อกประตูดัง แต่ไฟภายในรถไม่ดับ แถมรอไปอีกสักพักรถดันส่งเสียงร้องจากสัญญาณกันขโมยออกมา อย่างแรกที่ควรเช็กคือ ประตูปิดสนิททุกบานหรือไม่ 

หากปิดสนิททุกบานแล้วต้องมาดูต่อว่า ตัวล็อกรถนั้นมีปัญหาหรือเปล่า ตัวอย่างเช่น รถซีดานสี่ประตู ประตูล็อกไปสามบาน แต่บานที่สี่กลับไม่ล็อก ทำให้ระบบการสั่งการเรื่องล็อกขัดข้อง หากเป็นกรณีต้องให้ศูนย์แก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนล็อกประตูค่ะ

สรุปท้ายบทความ

รีโมทรถยนต์มีความสำคัญอย่างมากในการใช้รถยนต์ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นอกจากจะช่วยให้ทรัพย์สินของคุณปลอดภัยแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการขับขี่อีกด้วย หากใครที่รู้วิธีป้องกันรีโมทรถยนต์หายแล้ว อย่าลืมลองไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์รีโมทหาย 

ส่วนใครที่กำลังคิดว่าควรจะซื้อพวงกุญแจหรือหาปลอกรีโมทรถยนต์ใส่ดีหรือไม่ อย่าลังเลค่ะ ซื้อไว้เลยเพราะอย่างน้อยมีก็ดีกว่าไม่มี ยิ่งไปกว่านั้นรถยนต์มือสองทุกคันควรจะต้องมีกุญแจรถสำรองให้ จึงต้องอย่าลืมเช็กก่อนตกลงเซ็นสัญญาซื้อ ถ้าไม่มีก็ควรถามเหตุผล เพราะถือเป็นความเสี่ยงในการซื้อรถยนต์อย่างหนึ่งค่ะ