อยากเป็นยูทูปเบอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

อยากเป็นยูทูปเบอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

โลกแห่งยุค Digital นี้ใครๆ ก็มีแอปพลิเคชันที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ยิ่งแอปยูทูปที่มีรายการดีๆมากมาย เปิดดูกี่วันกี่เดือนก็ไม่หมด แต่หากวันนี้เราอยากเปลี่ยนจากมุมคนดูเป็นคนทำคลิปที่เขาเรียกกันว่า ยูทูปเบอร์ บ้างล่ะ จะทำอย่างไรดี ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เรามีข้อมูลดีๆมาให้คุณก่อนเริ่มต้นเป็นยูทูปเบอร์กัน 

ก่อนทำคลิป ต้องคิดอะไรบ้าง

หากคุณเริ่มมีความคิดที่จะเปิดช่องทำยูทูปแล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งใจร้อนวางแผนให้ดี เตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ก่อนเลย

1.เป้าหมาย

ก่อนอื่นเลยให้เริ่มคิดก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้คืองานอดิเรกคืออยากเริ่มฝึกให้กลายเป็นอาชีพ ไม่ว่าก็อาชีพหลักหรืออาชีพรองก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะทำเป็นงานหลักหรืองานรองก็ควรทำให้อย่างเต็มที่ เพราะใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำอาจสร้างให้คุณกลายเป็นยูทูปเบอร์ชื่อดังที่หาเงินได้มากมายก็เป็นได้

2.คิดชื่อ Channel

ชื่อช่องของคุณมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่เราทำคลิปออกมาแล้วเริ่มมีคนดูมากขึ้น เขาก็จะจำชื่อช่องของเรา ดังนั้นชื่อช่องของเรานั้นไม่ควรยาวมาก อาจเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ จะมีความหมายโดยนัยหรือดัดแปลงจากวลีเด็ดได้จะยิ่งดี เพราะจะช่วยให้คนดูจำชื่อช่องของเราได้ง่ายขึ้น

3.โลโก้

เมื่อคิดชื่อช่องได้แล้ว คิดต่อมาเลยว่าอยากมีรูปโลโก้ช่องเป็นแบบไหน อาจทำให้สอดคล้องกับชื่อช่องก็ได้ เพื่อช่วยให้คนจำได้ง่ายขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะยากหน่อยสำหรับมือใหม่หรือคนที่ไม่ถนัดด้านศิลปะ เราอาจใช้แอปพลิเคชันช่วย หรือจ้างดีไซน์เนอร์ออกแบบโลโก้ให้เราก็ได้นะ รับรองว่าคุ้มค่าเพราะลงทุนแค่ครั้งเดียวก็มีโลโก้ดีๆใช้ได้ยาวๆ

4.วางแผนคอนเทนต์ที่จะทำ

แน่นอนว่าการทำช่องยูทูปนั้น ควรมีแกนหลักของคอนเทนต์หรือคลิปที่เราจะทำ เพื่อให้คลิปภายในช่องมีความสอดคล้อง และเป็นไปในทางเดียวกัน อาจไม่จำเป็นต้องมีหนึ่งอย่าง หากมีหลายอย่างก็สามารถสร้างเป็นชื่อรายการที่จะทำแล้วใส่เลขตอนต่อลงไป หรือคิดง่ายๆว่าเป็นการจัดระเบียบให้คลิปในช่องของคุณ และทำให้คนดูติดตามได้ง่ายมากขึ้น

5.เตรียมอุปกรณ์

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม แผนพร้อม ให้เริ่มเตรียมอุปกรณ์ได้เลย อาจไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง เริ่มต้นจากของระดับปานกลางที่ใช้งานได้ เพราะจุดสำคัญคือถ้าคอนเทนต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ครึ่งที่เหลือคือการถ่ายทำและตัดต่อ

อุปกรณ์สำหรับยูทูปเบอร์

ตามจริงแล้วอุปกรณ์การเป็นยูทูปเบอร์มีอยู่ไม่กี่อย่าง และแต่ละคนก็มักจะใช้อย่างเดียวกัน (แต่อาจคนละรุ่นหรือแบรนด์กัน) อุปกรณ์จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.กล้อง

อุปกรณ์หลักที่ยูทูปเบอร์ทุกคนต้องมีอยู่แล้ว แต่การเลือกใช้กล้องนั้น หากคุณเป็นมือใหม่หรือไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ให้คุณเลือกกล้องที่คุณใช้แล้วถนัดมือมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งค่าต่างๆ ของคุณภาพไฟล์ที่ได้ 

หากให้แนะนำก็ควรเป็นกล้องที่ต่อไมโครโฟนได้ และมีหน้าจอที่สามารถพลิกกลับมาดูตัวเองได้ เพราะเริ่มแรกหลายๆคนก็มักถ่ายด้วยตัวเองคนเดียว และหากมีช่องต่อไมค์แยกก็จะยิ่งทำให้เสียงในคลิปของเราชัดเจนมากขึ้น 

แต่หากใครงบจำกัด กล้องของสมาร์ทโฟนก็สามารถใช้ได้นะ ยิ่งสมาร์ทโฟนสมัยนี้อัดกล้องที่มีความสามารถดีๆแถมบางรุ่นยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวอีก เพราะฉะนั้นแล้วลองเริ่มจากสมาร์ทโฟนก่อนก็ได้ แต่อาจต้องระวังเรื่องความจำเครื่องด้วยล่ะ

2.อุปกรณ์เสริมกล้อง

เมื่อมีกล้องแล้วก็ควรมีอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้การถ่ายของคุณมีความสะดวกหรือมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เช่น เลือกใช้เลนส์ที่เหมาะ ยิ่งหากคุณเป็นสาย Vlog เดินไปถ่ายไป ก็ควรใช้เลนส์ที่มีความกว้างของมุมมองภาพ เพื่อเก็บภาพไม่ให้แคบจนคนดูรู้สึกอึดอัดตาม

หรือจะเป็นไม้ถือหรือไม้กันสั่น ยิ่งหากคุณใช้สมาร์ทโฟนล่ะก็ ในท้องตลาด Gadget ก็มีอุปกรณ์เสริมเป็นไม้กันสั่นที่จะช่วยให้ภาพของคุณสมูทมากยิ่งขึ้น แต่ก็อาจแลกมาด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

3.ไฟ Ring Light

หากใครที่ตั้งถ่ายเองในบ้านหรือในสตูดิโอก็ควรมีไฟวงสักอัน เพื่อเพิ่มแสงของภาพในวิดีโอ โดยเฉพาะสาวๆที่ทำคลิปแต่งหน้ารีวิวเครื่องสำอางต่างๆ ยิ่งควรมี และควรซื้อแบบที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่หน่อย เพื่อสามารถตั้งกล้องได้ และที่สำคัญควรเลือกรุ่นที่ปรับสีได้หลายแบบหลายอุณหภูมิ

แต่หากคุณยังไม่อยากลงทุนเยอะ หน้าต่างบ้านแบบกระจกใสที่มีแสงธรรมชาติเข้าก็สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่อาจะต้องกะเวลาให้ดีก่อนแสงหมดนะ 

4.ฉากหลังสวยๆ

ใครที่ทำคลิปตั้งถ่ายเองในบ้าน ก็ควรจัดห้องในเป็นระเบียบหรืออาจตกแต่งด้วยไฟต่างๆให้มีมิติมากขึ้น แต่หากคุณไม่อยากให้ภาพพื้นหลังของคลิปคุณเป็นห้องที่รกๆล่ะก็ สามารถซื้อฉากขาวพร้อมขาตั้งมาใช้เป็นพื้นหลังทำให้ดูเหมือนถ่ายอยู่ในสตูดิโอได้เลย แต่หากมีพื้นที่จำกัดหน่อยก็อาจใช้ผ้าขาวมาติดแทนได้ 

5.สมุด

มือใหม่ในช่วงแรกๆอาจยังจำไม่ได้ว่าควรพูดเรื่องใดก่อนเรื่องใดหลัง เราควรจดลงสมุดหรือกระดาษเพื่อทำเป็นสคริปท์ให้เราดู ทำให้การพูดของเราลื่นไหลและมีการเรียงลำดับเรื่องราว ทำให้คนดูไม่สับสน 

หากแนะนำวิธีง่ายๆคือจดลงกระดาษหรือแท็บเล็ต จดเฉพาะหัวข้อที่ต้องการพูดแล้วเรียงลำดับ เริ่ม กลาง จบ เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราไม่ลืมเรื่องราวที่จะพูด และทำให้เราพูดไม่นอกเรื่องได้อีกด้วย 

สรุป

การเป็นยูทูปเบอร์นั้นไม่ยาก แต่การจะเป็นยูทูปเบอร์ที่มีผู้คนติดตามจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะถึงแม้เราเตรียมตัวดีมีอุปกรณ์พร้อม แต่หากเนื้อหาที่เราทำไม่ได้ถูกใจคนดูในช่วงนั้นๆก็อาจทำให้ยอดรับชมน้อยก็เป็นได้ และอีกข้อที่สำคัญคือการทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อคนมีคนติดตามแล้ว พวกเขาก็จะรอดูคลิปใหม่ๆของคุณ หากคุณไม่ได้ทำเป็นประจำหรือมาๆหายๆก็อาจทำให้คนดูเชื่อมกับเราไม่ติดก็เป็นได้

และหากยูทูปเบอร์มือใหม่คนไหนยังไม่มีอุปกรณ์ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีหลากหลายหมวดหมู่สินค้าให้คุณได้ลองเข้าไปเลือกชม ไม่ว่าจะกล้องหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่ารอช้า รีบเข้ามาดูกันเลย

7 บอร์ดเกม ยอดฮิต ตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้

7 บอร์ดเกม ยอดฮิต ตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้

เบื่อหรือยังกับเกมในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณเบื่อแล้วลองหันมาเล่น บอร์ดเกม เกมที่จะพาทุกคนสนุกไปด้วยกันแบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี เพียงแค่นั่งรวมกัน มีกล่องให้เล่น ก็สนุกได้แล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับบอร์ดเกมที่ต้องตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้ ทั้ง 7 เกมจะสนุกแค่ไหน ไปรู้จักกัน

7 บอร์ดเกม ยอดฮิตสร้างความสัมพันธ์ (?)

Ultimate Werewolf

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

Ultimate Werewolf บอร์ดเกมยอดฮิตที่ชื่อคุ้นหูใครหลายคน เพราะการเล่นที่เข้าใจง่าย แต่มีหลากหลายบทบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือ ชาวบ้านและมนุษย์หมาป่า ซึ่งในการเล่นนี้ทุก ๆ คืน มนุษย์หมาป่ามีหน้าที่ในการฆ่าชาวบ้าน และตอนกลางวันชาวบ้านจะต้องจับผิดและโหวตฆ่ามนุษย์หมาป่า ฝั่งเหลือน้อยที่สุดก็ชนะไปเลย

Avalon

ขอบคุณรูกจาก: boardgamegeek.com

Avalon อีกหนึ่งบอร์ดเกมยอดฮิตที่เป็นตำนานมีวิธีการเล่นที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย โดยผู้เล่นทั้งหมดจะต้องไปทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ระวังให้ดีเพราะจะมีหนอนบ่อนไส้ที่จะมาขัดขวางให้ภารกิจนั้นไม่สำเร็จแบบเนียน ๆ ใครทำสำเร็จครบ 3 ครั้งก่อนก็เป็นฝ่ายชนะไป

Spyfall

ขอบคุณรุปจาก: boardgamegeek.com

Spyfall บอร์ดเกมจับสปายที่สามารถเล่นได้หลายคน มีวิธีการเล่นคือ ผู้เล่นทุกคนจะได้การ์ดที่มีสถานที่เหมือนกันยกเว้นผู้เล่นหนึ่งคนที่จะต้องเป็นสปาย และทุกคนจะต้องผลัดกันถามคำถามเกี่ยวกับสถานที่ที่ได้รับนั้นคนละ 1 คำถาม ทั้งหมด 2 รอบ เพื่อที่จะจับผิดสปายให้ได้ เพราะฉะนั้นหาให้เจอแล้วรีบจับเอาไว้ !

Coup

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

พูดให้ดี อย่าให้โดนจับได้ใน Coup บอร์ดเกมที่จะต้องบังคับให้ทุกคนเกทับ ว่าตัวเองได้ตัวละครใดบ้าง 2 บทบาทที่มีความสามารถแตกต่างกันไป โดยมีเป้าหมายคือ หยิบเหรียญได้ตามกำหนดและสะสมให้ครบเพื่อนำไปแลกกับการสั่งประหารใครก็ได้ 1 ตัวละคร ใครอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายก็จะได้ราชบัลลังก์ไป

CS File

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

CS File บอร์ดเกมที่ทุกคนจะต้องมาร่วมกับสืบสวนสอบสวนไขปริศนาที่มีคนถูกฆาตกรรมจากคำใบ้อุปกรณ์ที่ใช้ลงมือและหลักฐานของฆาตกรที่นิติวิทยาศาสตร์ไปรู้มา โดยผู้เล่นทั้งหมดจะต้องคิดและจับตามองผู้เล่นรอบ ๆ ข้างว่าใครนะ ที่เป็นฆาตกรผู้ปั่นหัวคนอื่น คิดให้ดี ๆ แล้วจะรู้ว่าใครกันแน่ที่ทำให้เรื่องมันวุ่นวาย

สามก๊กกลยุทธ์

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

สามก๊กกลยุทธ์ บอร์ดเกมอิงนิยายอันโด่งดังที่มีวิธีการเล่นง่าย ๆ เพียงแค่แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ ภักดี กบฏ และทรยศ ซึ่งมีหลักการง่าย ๆ ในการชนะคือ ฆ่าอีกฝ่ายให้ตายโดยใช้อาวุธและการ์ดเกมต่าง ๆ ที่มีในมือในการต่อสู้ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าใครอยู่ฝ่ายไหน ยกเว้นจักรพรรดิเท่านั้นที่ต้องเปิดไพ่ออกมา เรียกได้ว่าต้องทั้งแอบและวางแผนเล่นให้ดีเลยทีเดียว

Salem

ขอบคุณรูปจาก: boardgamegeek.com

Salem หรือเกมล่าแม่มด เป็นบอร์ดเกมที่ต้องใช้ทั้งความเนียนและไหวพริบในการเล่น เพราะเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝั่งชาวบ้าน และแม่มด โดยฝั่งชาวบ้านมีหน้าที่หาแม่มดและฆ่าให้ได้ ในขณะที่แม่มดก็มีหน้าที่ในการฆ่าชาวบ้านหรือเผยแพร่ลัทธิแม่มดให้ใหญ่ขึ้นไปอีก ดังนั้นอย่าเชื่อใจใครง่าย ๆ นะจ๊ะ

เป็นยังไงบ้างคะกับบอร์ดเกมแบบที่ต้องตีเนียน จริง ๆ ยังมีบอร์ดเกมอีกมากมายให้ได้เล่นกันอีก ดังนั้นถ้าคุณเล่นจนเบื่อและอยากหาอันใหม่แล้วก็สามารถเอาบอร์ดเกมที่มีอยู่มาลงขายใน Kaidee ได้นะคะ อาจจะมีใครบางคนรอเป็นเจ้าของบอร์ดเกมเหล่านั้นแทนคุณก็ได้นะ

7 ไอเทมกันฝนสุดเจ๋ง ช่วยให้คุณเอาชีวิตรอดในหน้าฝนนี้

7 ไอเทมกันฝนสุดเจ๋ง ช่วยให้คุณเอาชีวิตรอดในหน้าฝนนี้

ในช่วงนี้ที่นอกจากจะเข้าหน้าฝนแล้ว ประเทศไทยของเรายังเจอพายุที่ทำให้ฝนตกเกือบจะทุกวัน เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหาเดียวกันกับการที่ต้องออกไปข้างนอกแล้วเปียกเฉอะแฉะ ทั้งฝน ทั้งชื้น วันนี้เราจึงมาแนะนำ 7 ไอเทมกันฝนสุดเจ๋ง ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตในช่วงหน้าฝนแบบนี้ได้แบบสบาย

1. ร่ม

หน้าฝนแบบนี้ “ร่ม” คือไอเทมสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้เด็ดขาด นอกจากจะใช้กันฝนแล้วยังสามารถใช้กันแดดสำหรับหน้าร้อนได้อีกด้วย ยิ่งในทุกวันนี้แต่ละแบรนด์ได้พัฒนาใส่เทคโนโลยีที่สามารถกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงดีไซน์การออกแบบที่พกพาง่าย พร้อมความสวยงามและมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบด้วยกัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ผสมความเป็นแฟชั่นสำหรับหลายๆ คนไปเลย

2. เสื้อกันฝน

เสื้อกันฝนนับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้พอๆ กับร่มเหมือนกัน เพราะสามารถสวมใส่ตอนขับรถมอเตอร์ไซค์ได้หรือสวมใส่ในระหว่างที่เดินกลับบ้านได้ ซึ่งยุคนี้ชุดกันฝนได้ถูกออกแบบให้มีความเป็นแฟชั่นที่สามารถนำมาแมทช์เข้ากับชุดทำงานได้แบบไม่ต้องกลัวตกเทรนด์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบพกร่มแล้วมาเลือกพกชุดกันฝนที่ทั้งขนาดเล็กและพกพาง่ายสุดๆ

3. รองเท้า Sandals

หน้าฝนแบบนี้คงไม่เหมาะสำหรับการสวมใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดออกไปข้างนอกแน่ๆ ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยิบรองเท้า Sandal รองเท้าแตะรัดส้นที่ให้ความรู้สึกถึงการสวมใส่ที่เบาสบาย ให้ความคล่องตัวสูง โดยแต่ละแบรนด์ก็ต่างมีดีไซน์ที่ทันสมัย ออกแบบมาเพื่อใส่ลุยและแมทช์เข้ากับชุดทำงานในแต่ละวันได้อย่างลงตัว เพิ่มความสนุกให้คุณแต่งตัวมันๆ ให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

4. กระเป๋ากันน้ำ

อีกหนึ่งไอเทมกันฝนสำหรับคนที่ขับมอเตอร์ไซค์มาทำงาน เพื่อปกป้องเอกสารหรือของใช้ส่วนตัวไม่ให้เปียกระหว่างการเดินทาง มีให้เลือกมากมายเพราะแต่ละแบรนด์ก็ต่างออกแบบและใส่เทคโนโลยีเพื่อแข่งขันกันอย่างเต็มที่ ตอบโจทย์สำหรับหน้าฝนแบบนี้ให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี

5. เครื่องสำอางกันน้ำ

แม้ฝนจะตกหนัก พายุจะเข้าแค่ไหนผู้หญิงกับความสวยงามก็ต้องมาคู่กันเสมอ ไม่ว่าใครก็ต้องพกเครื่องสำอางติดตัวเอาไว้แต่งเติมหน้า ยิ่งเรื่องคิ้วจะให้ลบไม่ได้เด็ดขาด เพราะคิ้วคือมงกุฏของใบหน้าที่ขาดไม่ได้ การมีเครื่องสำอางกันน้ำพกติดตัวจึงช่วยให้สาวๆ ทุกคนสวยและดูดีได้ตลอดเวลา

6. ทิชชู่เปียก

ไม่ว่าจะหน้าฝน หน้าร้อน หรือหน้าหนาว ทิชชู่เปียกจะมีประโยชน์เสมอในเวลาที่เปียกฝน เลอะโคลนระหว่างเดินทางแต่ไม่มีที่ให้ล้าง เราก็สามารถนำทิชชู่เปียกออกมาเช็ดทำความสะอาดได้ หรือหากในเวลาที่รู้สึกไม่สบายตัว ทิชชู่เปียกก็ช่วยให้สดชื่นได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

7. ผ้าขนหนู

ไอเทมสุดท้ายที่เราอยากแนะนำให้ควรมีติดกระเป๋าไว้สำหรับหน้าฝนนี้ก็คือ “ผ้าเช็ดตัว” เพราะนอกจากจะใช้ทิชชู่เปียกไว้ทำความสะอาดคราบสกปรกแล้ว ผ้าขนหนูก็ยังช่วยให้ซับผมได้ในเวลาที่โดนฝน แต่ขอแนะนำว่าควรพกผืนเล็กๆ ไว้สำหรับเช็ดหน้าก็พอแล้ว

จบไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ 7 ไอเทมสุดเจ๋งที่จะช่วยให้คุณเอาชีวิตรอดได้จากหน้าฝนนี้ หากผู้อ่านท่านไหนที่ยังไม่มีไอเทมเหล่านี้ไว้ติดกระเป๋า สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย

ภาษาที่ 3 น่าเรียนเพิ่มทักษะการสื่อสาร

ภาษาที่ 3 น่าเรียนเพิ่มทักษะการสื่อสาร

ในปัจจุบัน นอกจากภาษาที่ 1 อย่างภาษาไทยและภาษาที่ 2 คือภาษาอังกฤษแล้ว การมี ภาษาที่ 3 ซึ่งเป็นภาษาอื่น ๆ ไว้เป็นความสามารถติดตัวก็เป็นสิ่งที่ช่วยในการทำงานได้เป็นอย่างดีเพราะมีหลาย ๆ ประเทศที่เข้ามามีบทบาทในสังคมโลกมากขึ้น จะมีภาษาอะไรบ้างมาดูกัน

ภาษาที่ 3 รูปในบทความ
ขอบคุณรูปจาก: pch.vector

ประโยชน์ของการเรียน ภาษาที่ 3

นอกจากในเรื่องของการทำงานแล้ว การเรียนภาษาที่ 3 ก็ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่ซ่อนอยู่ดังนี้

ฉลาดมากยิ่งขึ้น

การเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ เป็นการบริหารสมองส่วนต่าง ๆ จากการจดจำคำศัพท์ การแปลความหมาย หรือการฝึกฝนการพูด และแบบฝึกต่าง ๆ นี้เองที่ทำให้สมองของเรามีการพัฒนา

สามารถทำหลาย ๆ อย่างได้พร้อมกัน

ผลวิจัยพบว่าผู้ที่เรียนรู้ภาษาอื่น ๆ มีอัตราการขับรถผิดพลาดได้น้อย เพราะมีการฝึกฝนการ พูด ฟัง และ เขียนในรูปแบบที่แตกต่างอยู่เสมอ ทำให้สมองมีความสามารถในการทำงานได้พร้อมกัน

เพิ่มพื้นที่การจำ

เมื่อสมองของเรามีการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ อย่างการเรียนรู้ภาษา จะทำให้สมองมีการจดจำอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ความทรงจำมีมากขึ้นนั่นเอง

มีความสามารถในการตัดสินใจที่เพิ่มขึ้น

มหาวิทยาลัยชิคาโก่ สหรัฐอเมริกา พบว่า ในการสื่อสารภาษาต่าง ๆ เป็นการเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจเพราะเราจะต้องมีการเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสม

ภาษาที่ 3 รูปในบทความ 2
ขอบคุณรูปจาก: Freepik

7 ภาษาที่ 3 น่าเรียน

ในโลกของเรามีภาษาต่าง ๆ มากมายให้เรียนรู้มากกว่า 5,000 ภาษา แต่วันนี้เราจะมาแนะนำภาษาที่น่าเรียนรู้ทั้งหมด 7 ภาษา

ภาษาจีนกลาง

จากความยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจอันดับต้นของโลกอย่างประเทศจีน ทำให้ ภาษาจีนกลาง ซึ่งเป็นภาษาราชการของประเทศ กลายเป็นภาษาที่มีประชากรใช้มากถึง 1 พันล้านคนทั่วโลก และประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีการติดต่อสื่อสารทางการค้ากับประเทศจีนมาพอสมควร ทำให้การเรียนภาษาจีนกลางเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มโอกาสในการทำงานต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

ภาษาเกาหลี

สำหรับประเทศไทยแล้วเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี อาหาร แฟชั่น และภาพยนตร์ ทำให้การลงทุนเกี่ยวกับประเทศเกาหลีใต้ในประเทศไทยขยายเติบโตมากขึ้น ดังนั้น การเรียน ภาษาเกาหลี ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

ภาษาญี่ปุ่น

รู้หรือไม่ว่ามีคนถึง 130 ล้านคนที่ใช้ ภาษาญี่ปุ่น รวมถึงมีธุรกิจมากมายที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเช่นเดียวกัน และด้วยความที่ประชากรในญี่ปุ่นส่วนมากไม่นิยมใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้การพูดภาษาญี่ปุ่นจึงแทบจะเป็นทางเลือกเดียวในการสื่อสารกับชาวญี่ปุ่น

ภาษาเยอรมัน

ถึงแม้ว่า ภาษาเยอรมัน อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักถ้าเทียบกับภาษาอื่น ๆ แต่ประเทศเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอำนาจมากพอสมควรในทวีปยุโรป เป็นทั้งตลาดการส่งออก มีระบบการศึกษาที่ดี และให้ทุนการศึกษากับประชากรในประเทศอื่น ๆ ดังนั้นการเลือกเรียนภาษาเยอรมันก็ถือว่ามีข้อดีเช่นกัน

ภาษาสเปน

ภาษาสเปน เป็นภาษาที่มีประชากรใช้อยู่ทั่วทุกมุมโลกเป็นอันดับสองรองจากภาษาจีนกลาง ไม่ว่าจะเป็นประเทศสเปน หรือประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาใต้ และยังเป็นภาษาที่ใช้ในโลกออนไลน์เป็นอันดับที่ 3 อีกด้วย การเรียนภาษาสเปนจึงมีความสำคัญต่อการทำงานและเรียนต่อในปัจจุบัน

ภาษาฝรั่งเศส

นอกจากประเทศฝรั่งเศสแล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ ภาษาฝรั่งเศส มากกว่า 15 ประเทศ และประเทศฝรั่งเศสยังเป็นประเทศที่มีอิทธิพลในสินค้าระดับสูง แฟชั่น หรือการทำอาหาร โดยถือว่าเป็นภาษาที่ไม่ได้ยากมากนัก ทำให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษายอดนิยมอันดับ 5 ของโลกเลยทีเดียว

ภาษารัสเซีย

อีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างประเทศรัสเซีย มีประชากรมากมายใช้ ภาษารัสเซีย เป็นภาษาหลักทั้งในประเทศรัสเซียเองหรือประเทศอื่น ๆ แทบยุปโรปตะวันออกและเอเชียกลาง ซึ่งประชากรเหล่านี้มักจะไม่สนทนาภาษาอังกฤษมากนัก ทำให้การเรียนภาษารัสเซียเพื่อสื่อสารกับประชากรเหล่านั้นจะทำให้เพิ่มโอกาสในการลงทุนและศึกษาต่อได้

อยากเรียนภาษาที่ 3 ต้องทำอย่างไร ?

ทั้งหมดนี้คือภาษาที่ 3 น่าเรียนรู้ที่เรารวบรวมมาให้ศึกษากัน นอกจากก็ยังมีภาษอื่น ๆ อีกมากมายที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น บาลี อิตาลี อาหรับ หรือ ฮินดู และถ้าหากว่าผู้อ่านท่านไหนสนใจเรียนภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ 3 อื่น ๆ ก็สามารถหาหนังสือเรียนมาเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ได้ใน Kaidee แหล่งรวมสินค้าราคาเป็นมิตร

วิธีเลือกประเภทของรถยนต์ ซื้อแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

วิธีเลือกประเภทของรถยนต์ ซื้อแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

ถ้าพูดถึงประเภทของรถยนต์ในปัจจุบันที่มีหลากหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นประเภทกระบะ รถเก๋ง รถ SUV และรถตู้ เป็นต้น รถยนต์แต่ละประเภทย่อมตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน บางประเภทอาจจะตอบโจทย์ในด้านจุคนได้เยอะ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือบางประเภทเหมาะสำหรับใช้ขนของ 

แต่หากว่าคุณกำลังจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อประเภทไหน ในบทความนี้จะบอกในสิ่งที่คุณอยากรู้และช่วยให้ตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้แบบตอบโจทย์กับคุณแน่นอน 

ปัจจัยในการเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุด

การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองนั้นไม่ยากเลย แต่จะมีหลายปัจจัยในการเลือก เช่น การใช้งาน จำนวนสมาชิกในครอบครัว เน้นการขับขี่ไปที่ไหน เน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้ การรับประกันหลังการขาย หรือจะเป็นเรื่องราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เป็นต้น 

หลาย ๆ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราตัดตัวเลือกและเลือกรถที่ตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุดครับ

รถยนต์แต่ละประเภทตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

1. รถเก๋ง

รถเก๋ง หรือ Sedan รถที่เราได้เห็นเยอะที่สุดบนท้องถนน โดยรถเก๋งนั้นจะมีหลายขนาด หลายความจุ ให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แล้วแต่ความชอบและกำลังซื้อของแต่ละคน

ซึ่งรถประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นครอบครัวก็ได้ ชอบความคล่องตัวในการเดินทาง สามารถจุของได้แบบพอดี แล้วแต่ขนาดของรถ ทุกอาชีพสามารถใช้ได้ โดยรถยนต์ประเภทรถเก๋ง หรือ Sedan ก็จะมีหลายประเภทย่อยให้เลือก ตั้งแต่ระดับ Eco Car ถึง ขนาดใหญ่หรูหรา 

รถ Eco Car

ขนาดเครื่องยนต์ 1.0 – 1.4 ลิตร เหมาะกับใครบ้าง?  

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 4 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองมากที่สุดหรือออกต่างจังหวัดบางครั้ง 
  • ประหยัดน้ำมัน คล่องตัวในการขับขี่ 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม 
  • ช่วงราคาของรถเก๋ง ประเภท Eco car จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 650,000 บาท  

ตัวอย่างรถยนต์ Eco Car 

  • Toyota Yaris
  • Mitsubishi Mirage
  • Nissan Almera

รถยนต์นั่งขนาดเล็ก 

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • ประหยัดน้ำมันและสะดวกสบาย 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม 
  • ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะอยู่ในช่วง 650,000 ถึง 1,250,000 บาท 

ตัวอย่างรถยนต์ขนาดเล็ก 

  • Toyota Vios
  • Toyota Corolla Altis
  • Honda Civic

รถยนต์นั่งขนาดกลาง 

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • ค่อนข้างประหยัดน้ำมันและมีสะดวกสบายมาก เพราะห้องโดยสารที่ค่อนข้างใหญ่  
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับขนาดของรถ 
  • ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลางจะอยู่ในช่วง 1,000,000 ถึง 1,900,000 บาท

ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดกลาง 

Honda Accord Toyota Camry และ Nissan Teana เป็นต้น   

รถยนต์นั่งขนาดใหญ่

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 6 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่และหรูหรา
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง
  • ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดใหญ่จะอยู่ในช่วง 3,000,000 ถึง 9,000,000 บาท

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว กำลังทรัพย์ และปัจจัยอื่น ๆ ในการประกอบการตัดสินใจของแต่ละคนด้วย

ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ 

  • Mercedes Benz S-Class
  • BMW 7 Series
  • Audi A8
  • Lexus LS

2. รถยนต์ประเภท Hot Hatch

รถยนต์ประเภทนี้มีความกะทัดรัด มีความคล่องตัวในการใช้งาน ขับง่าย โดยรถยนต์ประเภท Hot Hatch เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถประเภท Hot Hatch จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 3,000,000 บาท

โดยรถยนต์ประเภทนี้ก็มีหลากหลายรุ่นให้เลือกเช่น 

  • Honda Civic Hatchback 
  • Mercedes-AMG A45 
  • BMW M140i 
  • Audi S3 MK3  

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อด้วยนะครับ 

3. รถยนต์อเนกประสงค์ MPV 

รถประเภทนี้ เป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่ารถตู้ และคล่องตัวกว่า นั่งได้สบายกว่า สมรรถนะดี ใช้ขับขี่ทางไกลได้ดี โดยรถยนต์ประเภท MPV เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 8 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ MPV จะอยู่ในช่วง 1,300,000 บาท ถึง  7,000,000 บาท

สำหรับรถประเภท MPV ก็มีหลากหลายแบรนด์ เช่น 

  • Honda Freed 
  • Hyundai-H1 
  • Toyota Alphard 
  • Toyota Vellfire 
  • Lexus LM300h

4. รถยนต์อเนกประสงค์ SUV

รถยนต์ประเภท SUV เป็นรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ยังคงความเป็นรถยนต์ที่ดูสวยงาม ขับขี่ได้ทุกวัน แต่ความแตกต่างก็คือ สามารถขับลุยได้ในทุก ๆ ที่ที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 7 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่ ช่วงล่างแข็งแรง ลุยได้ทุกที่
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ SUV จะอยู่ในช่วง 800,000 ถึง 2,000,000 บาท

สำหรับรถประเภท SUV ก็มีหลากหลายรุ่นในไทย เช่น 

  • Toyota Fortuner 
  • Mitsubishi Pajero Sport 
  • Ford Everest 
  • lsuzu Mu-X     

5. รถกระบะ (Pick-UP)

รถกระบะ หรือ รถพิกอัป เป็นรถยนต์ที่มีข้างหน้าเป็นห้องโดยสาร ข้างหลังสามารถขนของและเปิดท้ายได้ จึงทำให้คนไทยนิยมเรียกรถนี้ว่า ‘รถพิกอัป’ ขึ้นชื่อว่าเป็นรถประเภท กระบะ แน่นอนว่าจะต้องสามารถขนของได้เยอะ และมีสมรรถนะช่วงล่างที่ดี สามารถขับลุยไปที่ไหนก็ได้ โดยรถประเภทกระบะเหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบายในการขนของ สมรรถนะ 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถกระบะจะอยู่ในช่วง 750,000 ถึง 1,100,000 บาท

โดยรถประเภทนี้ก็มีหลายหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในไทย เช่น 

  • Isuzu D-MAX 
  • Toyota Revo 
  • Chevrolet Colorado
  • Mazda BT-50 

6. รถตู้  

รถประเภทนี้จะมีลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นจากรถประเภท MPV สามารถจุคนได้เยอะกว่า สามารถใช้ขับขี่ทางไกลได้อย่างสะดวก โดยรถตู้เหมาะกับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 12 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบายในการโดยสาร
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถตู้จะอยู่ในช่วง 900,000 ถึง 1,300,000 บาท

ส่วนใหญ่จะเห็นรถประเภทนี้อยู่ในรถเช่า รถโดยสารข้ามจังหวัดนั่นเอง 

โดยรถตู้ที่คุ้นชินตากันมากในไทย คือ Toyota Commuter ยังมี Nissan Urvan และ MG V80 ที่ทำการตลาดในไทยด้วยเช่นกัน  

7. รถยนต์สปอร์ต

ขึ้นชื่อว่าเป็นรถสปอร์ต ก็ต้องมากับรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยว มีเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะดีเยี่ยม แถมราคาก็สูงปรี๊ด แน่นอนครับว่า รถยนต์ประเภทสปอร์ตนั้นเป็นรถยนต์ที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองกันมาก เพราะว่าตัวรถมีรูปทรงที่ดูเท่ ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมกับเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะยอดเยี่ยม ขับไปที่ไหน ผู้คนก็ต่างให้ความสนใจ แต่ก็มากับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน โดยรถยนต์ประเภทสปอร์ตเหมาะกับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 2 คน หรือมีมากกว่า (มีรถยนต์อยู่แล้วหลายคัน) 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย ความเร็ว คล่องตัว 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง
  • ช่วงราคาของรถสปอร์ตจะอยู่ในช่วง 3,500,000 ถึง 10,000,000 บาท

โดยปกติแล้วรถยนต์ประเภทนี้คนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะ จะอยู่คนเดียวหรือจะมีรถครอบครัวหลายคันแล้ว แต่ก็พอใจที่จะซื้อมาเพื่อมาประดับบารมีของตัวเอง 

ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้ก็จะมีหลากหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในประเทศไทย เช่น 

  • Toyota Supra  
  • BMW Z4
  • Mazda MX-5
  • Ford Mustang  

สรุปท้ายบทความ

การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดนั้นไม่ยากเลย เพราะเลือกได้จากความชอบ แต่การที่จะซื้อรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องขึ้นอยู่กับอีกหลาย ๆ ปัจจัยด้วย สุดท้ายรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดจะถูกกรองจากปัจจัยต่าง ๆ และการตัดสินใจของตัวคุณเองครับ 
เพื่อน ๆ คนไหนสนใจรถยนต์ประเภทไหนอยู่บ้าง? ทาง Kaidee Auto เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกชมเกือบจะทุกประเภทเลย แวะเข้ามาชมกันก่อนได้นะ การันตีว่าดีทั้งราคาและคุณภาพ