ถ้าพูดถึงประเภทของรถยนต์ในปัจจุบันที่มีหลากหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นประเภทกระบะ รถเก๋ง รถ SUV และรถตู้ เป็นต้น รถยนต์แต่ละประเภทย่อมตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน บางประเภทอาจจะตอบโจทย์ในด้านจุคนได้เยอะ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือบางประเภทเหมาะสำหรับใช้ขนของ
แต่หากว่าคุณกำลังจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อประเภทไหน ในบทความนี้จะบอกในสิ่งที่คุณอยากรู้และช่วยให้ตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้แบบตอบโจทย์กับคุณแน่นอน
ปัจจัยในการเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุด

การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองนั้นไม่ยากเลย แต่จะมีหลายปัจจัยในการเลือก เช่น การใช้งาน จำนวนสมาชิกในครอบครัว เน้นการขับขี่ไปที่ไหน เน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้ การรับประกันหลังการขาย หรือจะเป็นเรื่องราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เป็นต้น
หลาย ๆ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราตัดตัวเลือกและเลือกรถที่ตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุดครับ
รถยนต์แต่ละประเภทตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน
1. รถเก๋ง
รถเก๋ง หรือ Sedan รถที่เราได้เห็นเยอะที่สุดบนท้องถนน โดยรถเก๋งนั้นจะมีหลายขนาด หลายความจุ ให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แล้วแต่ความชอบและกำลังซื้อของแต่ละคน
ซึ่งรถประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นครอบครัวก็ได้ ชอบความคล่องตัวในการเดินทาง สามารถจุของได้แบบพอดี แล้วแต่ขนาดของรถ ทุกอาชีพสามารถใช้ได้ โดยรถยนต์ประเภทรถเก๋ง หรือ Sedan ก็จะมีหลายประเภทย่อยให้เลือก ตั้งแต่ระดับ Eco Car ถึง ขนาดใหญ่หรูหรา
รถ Eco Car
ขนาดเครื่องยนต์ 1.0 – 1.4 ลิตร เหมาะกับใครบ้าง?
- เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 4 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองมากที่สุดหรือออกต่างจังหวัดบางครั้ง
- ประหยัดน้ำมัน คล่องตัวในการขับขี่
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม
- ช่วงราคาของรถเก๋ง ประเภท Eco car จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 650,000 บาท
ตัวอย่างรถยนต์ Eco Car
- Toyota Yaris
- Mitsubishi Mirage
- Nissan Almera
รถยนต์นั่งขนาดเล็ก
- เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- ประหยัดน้ำมันและสะดวกสบาย
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม
- ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะอยู่ในช่วง 650,000 ถึง 1,250,000 บาท
ตัวอย่างรถยนต์ขนาดเล็ก
- Toyota Vios
- Toyota Corolla Altis
- Honda Civic
รถยนต์นั่งขนาดกลาง
- เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- ค่อนข้างประหยัดน้ำมันและมีสะดวกสบายมาก เพราะห้องโดยสารที่ค่อนข้างใหญ่
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับขนาดของรถ
- ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลางจะอยู่ในช่วง 1,000,000 ถึง 1,900,000 บาท
ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดกลาง
Honda Accord Toyota Camry และ Nissan Teana เป็นต้น
รถยนต์นั่งขนาดใหญ่
- เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 6 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบาย ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่และหรูหรา
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง
- ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดใหญ่จะอยู่ในช่วง 3,000,000 ถึง 9,000,000 บาท
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว กำลังทรัพย์ และปัจจัยอื่น ๆ ในการประกอบการตัดสินใจของแต่ละคนด้วย
ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดใหญ่
- Mercedes Benz S-Class
- BMW 7 Series
- Audi A8
- Lexus LS
2. รถยนต์ประเภท Hot Hatch
รถยนต์ประเภทนี้มีความกะทัดรัด มีความคล่องตัวในการใช้งาน ขับง่าย โดยรถยนต์ประเภท Hot Hatch เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
- ช่วงราคาของรถประเภท Hot Hatch จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 3,000,000 บาท
โดยรถยนต์ประเภทนี้ก็มีหลากหลายรุ่นให้เลือกเช่น
- Honda Civic Hatchback
- Mercedes-AMG A45
- BMW M140i
- Audi S3 MK3
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อด้วยนะครับ
3. รถยนต์อเนกประสงค์ MPV
รถประเภทนี้ เป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่ารถตู้ และคล่องตัวกว่า นั่งได้สบายกว่า สมรรถนะดี ใช้ขับขี่ทางไกลได้ดี โดยรถยนต์ประเภท MPV เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 8 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบาย
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
- ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ MPV จะอยู่ในช่วง 1,300,000 บาท ถึง 7,000,000 บาท
สำหรับรถประเภท MPV ก็มีหลากหลายแบรนด์ เช่น
- Honda Freed
- Hyundai-H1
- Toyota Alphard
- Toyota Vellfire
- Lexus LM300h
4. รถยนต์อเนกประสงค์ SUV
รถยนต์ประเภท SUV เป็นรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ยังคงความเป็นรถยนต์ที่ดูสวยงาม ขับขี่ได้ทุกวัน แต่ความแตกต่างก็คือ สามารถขับลุยได้ในทุก ๆ ที่ที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 7 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่ ช่วงล่างแข็งแรง ลุยได้ทุกที่
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
- ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ SUV จะอยู่ในช่วง 800,000 ถึง 2,000,000 บาท
สำหรับรถประเภท SUV ก็มีหลากหลายรุ่นในไทย เช่น
- Toyota Fortuner
- Mitsubishi Pajero Sport
- Ford Everest
- lsuzu Mu-X
5. รถกระบะ (Pick-UP)
รถกระบะ หรือ รถพิกอัป เป็นรถยนต์ที่มีข้างหน้าเป็นห้องโดยสาร ข้างหลังสามารถขนของและเปิดท้ายได้ จึงทำให้คนไทยนิยมเรียกรถนี้ว่า ‘รถพิกอัป’ ขึ้นชื่อว่าเป็นรถประเภท กระบะ แน่นอนว่าจะต้องสามารถขนของได้เยอะ และมีสมรรถนะช่วงล่างที่ดี สามารถขับลุยไปที่ไหนก็ได้ โดยรถประเภทกระบะเหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบายในการขนของ สมรรถนะ
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
- ช่วงราคาของรถกระบะจะอยู่ในช่วง 750,000 ถึง 1,100,000 บาท
โดยรถประเภทนี้ก็มีหลายหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในไทย เช่น
- Isuzu D-MAX
- Toyota Revo
- Chevrolet Colorado
- Mazda BT-50
6. รถตู้
รถประเภทนี้จะมีลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นจากรถประเภท MPV สามารถจุคนได้เยอะกว่า สามารถใช้ขับขี่ทางไกลได้อย่างสะดวก โดยรถตู้เหมาะกับ
- ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 12 คน
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบายในการโดยสาร
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
- ช่วงราคาของรถตู้จะอยู่ในช่วง 900,000 ถึง 1,300,000 บาท
ส่วนใหญ่จะเห็นรถประเภทนี้อยู่ในรถเช่า รถโดยสารข้ามจังหวัดนั่นเอง
โดยรถตู้ที่คุ้นชินตากันมากในไทย คือ Toyota Commuter ยังมี Nissan Urvan และ MG V80 ที่ทำการตลาดในไทยด้วยเช่นกัน
7. รถยนต์สปอร์ต
ขึ้นชื่อว่าเป็นรถสปอร์ต ก็ต้องมากับรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยว มีเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะดีเยี่ยม แถมราคาก็สูงปรี๊ด แน่นอนครับว่า รถยนต์ประเภทสปอร์ตนั้นเป็นรถยนต์ที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองกันมาก เพราะว่าตัวรถมีรูปทรงที่ดูเท่ ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมกับเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะยอดเยี่ยม ขับไปที่ไหน ผู้คนก็ต่างให้ความสนใจ แต่ก็มากับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน โดยรถยนต์ประเภทสปอร์ตเหมาะกับ
- ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 2 คน หรือมีมากกว่า (มีรถยนต์อยู่แล้วหลายคัน)
- เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด
- เน้นความสะดวกสบาย ความเร็ว คล่องตัว
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง
- ช่วงราคาของรถสปอร์ตจะอยู่ในช่วง 3,500,000 ถึง 10,000,000 บาท
โดยปกติแล้วรถยนต์ประเภทนี้คนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะ จะอยู่คนเดียวหรือจะมีรถครอบครัวหลายคันแล้ว แต่ก็พอใจที่จะซื้อมาเพื่อมาประดับบารมีของตัวเอง
ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้ก็จะมีหลากหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในประเทศไทย เช่น
- Toyota Supra
- BMW Z4
- Mazda MX-5
- Ford Mustang
สรุปท้ายบทความ
การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดนั้นไม่ยากเลย เพราะเลือกได้จากความชอบ แต่การที่จะซื้อรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องขึ้นอยู่กับอีกหลาย ๆ ปัจจัยด้วย สุดท้ายรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดจะถูกกรองจากปัจจัยต่าง ๆ และการตัดสินใจของตัวคุณเองครับ
เพื่อน ๆ คนไหนสนใจรถยนต์ประเภทไหนอยู่บ้าง? ทาง Kaidee Auto เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกชมเกือบจะทุกประเภทเลย แวะเข้ามาชมกันก่อนได้นะ การันตีว่าดีทั้งราคาและคุณภาพ
