วิธีเลือกประเภทของรถยนต์ ซื้อแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์

ถ้าพูดถึงประเภทของรถยนต์ในปัจจุบันที่มีหลากหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นประเภทกระบะ รถเก๋ง รถ SUV และรถตู้ เป็นต้น รถยนต์แต่ละประเภทย่อมตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน บางประเภทอาจจะตอบโจทย์ในด้านจุคนได้เยอะ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือบางประเภทเหมาะสำหรับใช้ขนของ 

แต่หากว่าคุณกำลังจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อประเภทไหน ในบทความนี้จะบอกในสิ่งที่คุณอยากรู้และช่วยให้ตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้แบบตอบโจทย์กับคุณแน่นอน 

ปัจจัยในการเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุด

การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองนั้นไม่ยากเลย แต่จะมีหลายปัจจัยในการเลือก เช่น การใช้งาน จำนวนสมาชิกในครอบครัว เน้นการขับขี่ไปที่ไหน เน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เน้นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้ การรับประกันหลังการขาย หรือจะเป็นเรื่องราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เป็นต้น 

หลาย ๆ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราตัดตัวเลือกและเลือกรถที่ตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุดครับ

รถยนต์แต่ละประเภทตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

1. รถเก๋ง

รถเก๋ง หรือ Sedan รถที่เราได้เห็นเยอะที่สุดบนท้องถนน โดยรถเก๋งนั้นจะมีหลายขนาด หลายความจุ ให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แล้วแต่ความชอบและกำลังซื้อของแต่ละคน

ซึ่งรถประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นครอบครัวก็ได้ ชอบความคล่องตัวในการเดินทาง สามารถจุของได้แบบพอดี แล้วแต่ขนาดของรถ ทุกอาชีพสามารถใช้ได้ โดยรถยนต์ประเภทรถเก๋ง หรือ Sedan ก็จะมีหลายประเภทย่อยให้เลือก ตั้งแต่ระดับ Eco Car ถึง ขนาดใหญ่หรูหรา 

รถ Eco Car

ขนาดเครื่องยนต์ 1.0 – 1.4 ลิตร เหมาะกับใครบ้าง?  

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 4 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองมากที่สุดหรือออกต่างจังหวัดบางครั้ง 
  • ประหยัดน้ำมัน คล่องตัวในการขับขี่ 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม 
  • ช่วงราคาของรถเก๋ง ประเภท Eco car จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 650,000 บาท  

ตัวอย่างรถยนต์ Eco Car 

  • Toyota Yaris
  • Mitsubishi Mirage
  • Nissan Almera

รถยนต์นั่งขนาดเล็ก 

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • ประหยัดน้ำมันและสะดวกสบาย 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างเหมาะสม 
  • ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะอยู่ในช่วง 650,000 ถึง 1,250,000 บาท 

ตัวอย่างรถยนต์ขนาดเล็ก 

  • Toyota Vios
  • Toyota Corolla Altis
  • Honda Civic

รถยนต์นั่งขนาดกลาง 

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • ค่อนข้างประหยัดน้ำมันและมีสะดวกสบายมาก เพราะห้องโดยสารที่ค่อนข้างใหญ่  
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับขนาดของรถ 
  • ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลางจะอยู่ในช่วง 1,000,000 ถึง 1,900,000 บาท

ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดกลาง 

Honda Accord Toyota Camry และ Nissan Teana เป็นต้น   

รถยนต์นั่งขนาดใหญ่

  • เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัว 1 – 6 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่และหรูหรา
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง
  • ช่วงราคาของรถเก๋งประเภทรถยนต์นั่งขนาดใหญ่จะอยู่ในช่วง 3,000,000 ถึง 9,000,000 บาท

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว กำลังทรัพย์ และปัจจัยอื่น ๆ ในการประกอบการตัดสินใจของแต่ละคนด้วย

ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ 

  • Mercedes Benz S-Class
  • BMW 7 Series
  • Audi A8
  • Lexus LS

2. รถยนต์ประเภท Hot Hatch

รถยนต์ประเภทนี้มีความกะทัดรัด มีความคล่องตัวในการใช้งาน ขับง่าย โดยรถยนต์ประเภท Hot Hatch เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถประเภท Hot Hatch จะอยู่ในช่วง 450,000 ถึง 3,000,000 บาท

โดยรถยนต์ประเภทนี้ก็มีหลากหลายรุ่นให้เลือกเช่น 

  • Honda Civic Hatchback 
  • Mercedes-AMG A45 
  • BMW M140i 
  • Audi S3 MK3  

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อด้วยนะครับ 

3. รถยนต์อเนกประสงค์ MPV 

รถประเภทนี้ เป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่ารถตู้ และคล่องตัวกว่า นั่งได้สบายกว่า สมรรถนะดี ใช้ขับขี่ทางไกลได้ดี โดยรถยนต์ประเภท MPV เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 8 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ MPV จะอยู่ในช่วง 1,300,000 บาท ถึง  7,000,000 บาท

สำหรับรถประเภท MPV ก็มีหลากหลายแบรนด์ เช่น 

  • Honda Freed 
  • Hyundai-H1 
  • Toyota Alphard 
  • Toyota Vellfire 
  • Lexus LM300h

4. รถยนต์อเนกประสงค์ SUV

รถยนต์ประเภท SUV เป็นรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ยังคงความเป็นรถยนต์ที่ดูสวยงาม ขับขี่ได้ทุกวัน แต่ความแตกต่างก็คือ สามารถขับลุยได้ในทุก ๆ ที่ที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 7 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัวในการขับขี่ ช่วงล่างแข็งแรง ลุยได้ทุกที่
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถเอนกประสงค์ SUV จะอยู่ในช่วง 800,000 ถึง 2,000,000 บาท

สำหรับรถประเภท SUV ก็มีหลากหลายรุ่นในไทย เช่น 

  • Toyota Fortuner 
  • Mitsubishi Pajero Sport 
  • Ford Everest 
  • lsuzu Mu-X     

5. รถกระบะ (Pick-UP)

รถกระบะ หรือ รถพิกอัป เป็นรถยนต์ที่มีข้างหน้าเป็นห้องโดยสาร ข้างหลังสามารถขนของและเปิดท้ายได้ จึงทำให้คนไทยนิยมเรียกรถนี้ว่า ‘รถพิกอัป’ ขึ้นชื่อว่าเป็นรถประเภท กระบะ แน่นอนว่าจะต้องสามารถขนของได้เยอะ และมีสมรรถนะช่วงล่างที่ดี สามารถขับลุยไปที่ไหนก็ได้ โดยรถประเภทกระบะเหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 5 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบายในการขนของ สมรรถนะ 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถกระบะจะอยู่ในช่วง 750,000 ถึง 1,100,000 บาท

โดยรถประเภทนี้ก็มีหลายหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในไทย เช่น 

  • Isuzu D-MAX 
  • Toyota Revo 
  • Chevrolet Colorado
  • Mazda BT-50 

6. รถตู้  

รถประเภทนี้จะมีลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นจากรถประเภท MPV สามารถจุคนได้เยอะกว่า สามารถใช้ขับขี่ทางไกลได้อย่างสะดวก โดยรถตู้เหมาะกับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 12 คน 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบายในการโดยสาร
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมาะสมกับประเภทของรถ
  • ช่วงราคาของรถตู้จะอยู่ในช่วง 900,000 ถึง 1,300,000 บาท

ส่วนใหญ่จะเห็นรถประเภทนี้อยู่ในรถเช่า รถโดยสารข้ามจังหวัดนั่นเอง 

โดยรถตู้ที่คุ้นชินตากันมากในไทย คือ Toyota Commuter ยังมี Nissan Urvan และ MG V80 ที่ทำการตลาดในไทยด้วยเช่นกัน  

7. รถยนต์สปอร์ต

ขึ้นชื่อว่าเป็นรถสปอร์ต ก็ต้องมากับรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยว มีเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะดีเยี่ยม แถมราคาก็สูงปรี๊ด แน่นอนครับว่า รถยนต์ประเภทสปอร์ตนั้นเป็นรถยนต์ที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองกันมาก เพราะว่าตัวรถมีรูปทรงที่ดูเท่ ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมกับเครื่องยนต์ที่แรง สมรรถนะยอดเยี่ยม ขับไปที่ไหน ผู้คนก็ต่างให้ความสนใจ แต่ก็มากับราคาที่สูงด้วยเช่นกัน โดยรถยนต์ประเภทสปอร์ตเหมาะกับ

  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 1 – 2 คน หรือมีมากกว่า (มีรถยนต์อยู่แล้วหลายคัน) 
  • เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัด 
  • เน้นความสะดวกสบาย ความเร็ว คล่องตัว 
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง
  • ช่วงราคาของรถสปอร์ตจะอยู่ในช่วง 3,500,000 ถึง 10,000,000 บาท

โดยปกติแล้วรถยนต์ประเภทนี้คนที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างเยอะ จะอยู่คนเดียวหรือจะมีรถครอบครัวหลายคันแล้ว แต่ก็พอใจที่จะซื้อมาเพื่อมาประดับบารมีของตัวเอง 

ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้ก็จะมีหลากหลายแบรนด์ที่ทำตลาดในประเทศไทย เช่น 

  • Toyota Supra  
  • BMW Z4
  • Mazda MX-5
  • Ford Mustang  

สรุปท้ายบทความ

การเลือกประเภทรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดนั้นไม่ยากเลย เพราะเลือกได้จากความชอบ แต่การที่จะซื้อรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องขึ้นอยู่กับอีกหลาย ๆ ปัจจัยด้วย สุดท้ายรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดจะถูกกรองจากปัจจัยต่าง ๆ และการตัดสินใจของตัวคุณเองครับ 
เพื่อน ๆ คนไหนสนใจรถยนต์ประเภทไหนอยู่บ้าง? ทาง Kaidee Auto เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกชมเกือบจะทุกประเภทเลย แวะเข้ามาชมกันก่อนได้นะ การันตีว่าดีทั้งราคาและคุณภาพ