Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันการอาศัยอยู่คอนโดถือว่าเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนยุคใหม่ เนื่องจากคอนโดมีราคาที่ถูกกว่าบ้าน และทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่ติดรถไฟฟ้าทำให้การเดินทางเข้าเมืองมีความสะดวกสบาย อีกทั้งในแต่ละโครงการยังมีพื้นที่ส่วนกลางสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้อย่างครบครัน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว แต่ความสะดวกสบายต่างๆ นี้ก็อาจจะต้องเจอกับปัญหายอดฮิตภายในที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะป้องกันไม่ได้ วันนี้ BaanKaidee จะมาทำการสรุปปัญหา 3 ข้อของการอยู่คอนโด พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังสนใจกัน
1. ที่จอดรถไม่เพียงพอ
ปัญหาเรื่องที่จอดรถนับว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อาศัยอยู่คอนโด เนื่องจากที่จอดรถของเราอาจมีรถคันอื่นมาจอดแทนที่ แถมยังเป็นรถที่ไม่ใช่ลูกบ้าน เพราะไม่มีสติกเกอร์ติดเอาไว้ จึงทำให้ต้องวนรถหาที่จอดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีที่ว่างสำหรับเรา ปัญหาเหล่านี้ต้องย้อนกลับไปศึกษาดูที่ตัวโครงการแต่ละที่ว่ามีวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกัน ถ้าหากทำเลที่ตั้งของคอนโดที่อยู่ไม่ไกลจากระบบข่นส่งต่างๆ เช่น BTS หรือ MRT จะพบได้ว่าคอนโดย่านนี้จะมีปริมาณที่จอดรถไม่หนาแน่นเท่ากับคอนโดที่อยู่ไกลจากระบบขนส่งที่ไม่สามารถเดินถึงได้ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริหารจัดการของนิติบุคคลที่เป็นส่วนสำคัญมากที่สุด
นอกจากปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอแล้ว ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดก็คือ การจอดรถซ้อนคันแล้วดึงเบรกมือ หรือรถที่ไม่ใช่ลูกบ้านเข้ามาแอบอ้างจอด หากพบเจอปัญหาเหล่านี้ควรแจ้งนิติบุคคลเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกอย่างรอบคอบ รวมไปถึงการออกกฏและค่าปรับต่างๆ ซึ่งถ้าหากใครฝ่าฝืนก็จะได้นำค่าปรับต่างๆ เพื่อนำมาบำรุงส่วนกลาง เป็นต้น
2. ปัญหาจากเพื่อนบ้าน
สิ่งหนึ่งที่ต้องลุ้นกับการอาศัยอยู่คอนโดนั่นก็คือ เพื่อนข้างห้องของเราจะเป็นแบบไหน เปรียบเสมือนกับการซื้อหวย ถ้าโชคดีคุณก็จะพบกับเพื่อนบ้านที่ดีเป็นมิตรน่าคบหา และไม่สร้างความรบกวน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ถ้าหากคุณโชคร้ายก็จะพบกับเพื่อนบ้านเจ้าปัญหาสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ส่งเสียงดังรบกวน, จัดปาร์ตี้ไม่เกรงใจ, กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ว่าจะเจอกับเพื่อนบ้านพฤติกรรมแบบไหน แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าววิธีแก้ปัญหาคือ หลีกเลี่ยงการปะทะกันทุกรูปแบบ ทางออกที่ดีที่สุดคือการแจ้งไปยังนิติบุคคลเพื่อให้ขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะนิติบุคคลจะเป็นคนกลางคอยประสานใช้ระเบียบข้อกำหนดกฏเกณฑ์เป็นเครื่องมือในการพูดคุย โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเราเป็นคนแจ้ง
อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรามีเพื่อนบ้านที่ดีนั้นคือ การเข้าไปทำความรู้จักแสดงมิตรสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนรอบๆ ห้อง ยิ้มพูดคุยทักทายให้กัน สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยให้พฤติกรรมที่ไม่ดีลดน้อยถอยลงเพราะความเกรงใจที่เรามีให้ต่อกันนั้นเพิ่มมากขึ้น
3. น้ำรั่วซึม และท่อน้ำตัน
หากคุณเป็นคนที่เครียดและซึมบ่อย ยิ่งถ้าหากเจอปัญหานี้แล้วจะต้องซึมหนักไปมากกว่าเดิมแน่นอน เนื่องจากปัญหาท่อน้ำตัน น้ำรั่วซึม น้ำไม่ไหล การที่จะตามช่างอาคารมาซ่อมบ่อยๆ ก็คงจะไม่สะดวก ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงอยู่ห้องคนเดียวด้วยแล้วจึงดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องมาหาสาเหตุต้นตอให้เจอว่าเกิดขึ้นจากอะไร เช่น ปัญหาน้ำรั่วซึมอาจเกิดจากพื้นห้องด้านบนที่ตรงกับเราเกิดยาแนวเสื่อม ก็ต้องแจ้งไปที่นิติบุคคลเพื่อให้มาจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย
สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่เสมอ ควรเตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะทุกปัญหามีทางแก้ไข การแก้ไขอย่างตรงจุดเชื่อว่าปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกแน่นอน
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม สามารถเข้ามาเลือกดูเลือกซื้อได้ที่ BaanKaidee แหล่งรวมบ้าน คอนโดทุกทำเลที่คุณต้องการได้เลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เลนส์แต่ละแบบก็เหมาะกับการถ่ายภาพในสไตล์ที่แตกต่างออกไป เลนส์มุมกว้างหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเลนส์ Wide (Wide Angle Lenses) เองก็เป็นเลนส์อีกประเภทหนึ่งที่สายถ่ายรูปควรมีติดบ้านไว้สักตัว
วันนี้เราขอเอาใจชาว Fujifilm ด้วยลิสต์เลนส์ Wide ยอดฮิตของ Fujifilm ที่คัดแล้วว่าดีทุกตัว แต่เลนส์ตัวไหน ระยะใด จะเหมาะกับใครต้องไปอ่านรายละเอียดกันดูก่อนนะคะ ใครที่กำลังมองหาเลนส์ Wide สักตัว บอกเลยว่าต้องอ่าน ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีตัวไหนน่าใช้บ้าง
เลนส์ Wide คืออะไรและมีไว้ทำไม
ก่อนที่จะไปเริ่มส่องลิสต์เลนส์ Wide ตัวฮิตน่าใช้จาก Fujifilm เรามาทำความรู้จักเลนส์มุมกว้างหรือเจ้าเลนส์ Wide กันให้มากขึ้นอีกสักนิด เลนส์ Wide เป็นเลนส์มุมกว้างที่มีทางยาวโฟกัสต่ำกว่า 35 มม. โดยจะแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ๆ
เลนส์ Wide ระยะ Fixed หรือระยะที่ไม่สามารถซูมเข้าออกได้ แบ่งย่อยได้เป็นเลนส์ Wide ปกติ และเลนส์ Wide พิเศษ (Ultra Wide Lense) สำหรับเลนส์ Wide ที่มีทางยาวโฟกัสต่ำมาก ๆ เช่น 12 มม.
เลนส์ Wide ที่สามารถซูมเข้าออกได้ เช่น เลนส์ Wide 10-24 มม.
เลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างแบบพิเศษ เนื่องจากมีความบิดเบี้ยวสูง ทำให้ได้องศาภาพแบบ 180 องศา ออกมาเป็นวงกลม ถือเป็นอีกมุมที่แปลกใหม่
เจ้าเลนส์ Wide จะนิยมใช้ในการถ่ายวิวทิวทัศน์ที่ต้องการเก็บภาพมุมกว้างให้ครอบคลุม หรือเมื่อต้องการถ่ายสถานที่ในดูกว้างขึ้น เช่น ภายในห้องแคบ เป็นต้น แต่ข้อเสียคือจะบิดเบี้ยวสูง ยิ่งทางยาวโฟกัสต่ำก็จะยิ่งบิดเบี้ยว หากใช้ถ่ายรูปบุคคลอาจจะทำให้วัตถุดูบวมได้
Fujinon XF 8-16 mm F2.8 R LM WR
Ultra Wide Lenses แบบซูม ทางยาวโฟกัส 8-16 mm เทียบเท่า 12-24 mm ของกล้องฟูลเฟรม ขนาดรูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F2.8 ทำงานได้ดีในที่แสงน้อย ตัวเลนส์เคลือบด้วย Nano-GI ที่ช่วยให้ถ่ายรูปย้อนแสงได้ดี โฟกัสไวและเงียบ ตัวเลนส์น้ำหนัก 805 กรัม ตัวเลนส์เคลือบกันน้ำและไรฝุ่น
ราคา 69,990 บาท
Fujinon XF 8-16 mm F2.8 R LM WR เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปมุมกว้างหลายระยะ อยากได้แบบตัวเดียวจบ ไม่ต้องแบกหลายเลนส์ให้วุ่น ใช้ถ่ายได้ทั้งวิวทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และพื้นที่แคบ ๆ ที่อยากให้ภาพดูกว้างขึ้น
นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ออกทริปค่อนข้างสมบุกสมบันเพราะตัวเลนส์เป็นแบบ Water Resistance กันละอองน้ำและฝุ่นได้ดี
Fujinon XF 10 – 24 mm F4 R OIS
เลนส์ Wide ค่าย Fujifilm ตัวนี้เป็นเลนส์ซูมได้ตัวฮิต ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 15-36 mm ของกล้องฟูลเฟรม ขนาดรูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F4 จะไม่เหมาะทำงานในที่ที่แสงน้อยมาก ๆ แต่ก็ถือว่าคมชัดถึงใจ มีระบบกันสั่นในตัวเลนส์ น้ำหนักค่อนข้างเบาเพียง 410 กรัม
ราคา 34,990 บาท
Fujinon XF 10 – 24 mm F4 R OIS เหมาะกับใคร
เลนส์ซูม Wide ตัวนี้เหมาะกับคนที่มองหาเลนซ์ซูมระยะครอบคลุม ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในราคาที่ถูกลงกว่าตัวแรก ทั้งถ่ายวิวและถ่ายวิวติดคนแบบไม่เน้นละลายหลัง และไม่ใช้ในที่ที่แสงน้อยมาก ๆ
แต่ตัวนี้จะไม่มี Water Resistance จึงอาจจะไม่เหมาะเอาไปใช้ในที่ที่สภาพอากาศรุนแรง เช่น หิมะตก หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง
Fujinon 14mm F2.8 R
เลนส์ Prime ประเภท Ultra Wide ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 21mm ของกล้องฟูลเฟรม ขนาดรูรับแสงสูงสุดคือ F2.8 มีความคมชัดสูง ให้รายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์และโฟกัสไว น้ำหนักเบาเพียง 235 กรัมเท่านั้น
ราคา 29,990 บาท
Fujinon 14mm F2.8 R เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนมองหาเลนส์ Wide สักตัวที่เบา กะทัดรัด พกพาสะดวก ใช้ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมหรือสถานที่แคบให้ดูกว้าง ใช้ถ่ายรูปคนพร้อมวิวได้ แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่อยากได้เลนส์เดียวจบเพราะเป็นระยะฟิกซ์
Fujinon XF 16mm F1.4 LM WR
เลนส์ Prime ตัวท็อปจากค่าย Fujifilm ระยะ 16mm เทียบเท่า 24mm ของกล้องฟูลเฟรม รูรับแสงสูงสุดถึง F1.4 ใช้ถ่ายรูปในที่ที่แสงน้อยได้ดีมาก ให้ภาพคมชัดและมีมิติแสงดี ตัวเลนส์เป็นแบบ Water Resistance สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ น้ำหนัก 375 กรัม
ราคา 35,990 บาท
Fujinon XF 16mm F1.4 LM WR เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่ต้องการเลนส์ Wide เกรดโปร ระยะกลาง ๆ ที่ใช้ถ่ายได้ทั้งวิวทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม ภาพแนวสตรีท และแม้แต่ภาพบุคคลก็ถ่ายสนุกเนื่องจากมีรูรับแสงสูงสุดถึง F1.4 ถ่ายละลายหลังสวยงาม เป็นเลนส์ที่หยิบขึ้นมาถ่ายได้เรื่อย ๆ เลย
นอกจากนี้ความพิเศษยังอยู่ที่เจ้าเลนส์ตัวนี้สามารถนำมาดัดแปลงถ่ายรูปมาโครได้ด้วย เพราะมีคุณสมบัติถ่ายวัตถุในระยะใกล้ได้ถึง 15 ซม. ถือว่าเป็นเลนส์เกรดโปรอเนกประสงค์ที่น่าสนใจมาก
Fujinon XF 18mm F2 R
เลนส์ Prime Wide ระยะ 18mm เทียบเท่าระยะ 27mm ของกล้องฟูลเฟรม รูรับแสงสูงสุด F2 เป็นเลนส์ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเพียง 116 กรัม ตัวเลนส์ไม่มีกันสั่นและ Water Resistance แต่ก็ทำจากวัสดุที่ทนทานแข็งแรง
ราคา 18,990 บาท
Fujinon XF 18mm F2 R เหมาะกับใคร
เลนส์ตัวนี้สำหรับคนที่มองหาเลนส์ Wide ในระยะที่เหมาะกับการถ่ายรูปทั่วไป ราคาย่อมเยา ถ่ายได้ทุกแบบตั้งแต่วิวทิวทัศน์ในมุมที่ไม่ได้กว้างมาก ถ่ายบุคคล อาหาร เมือง และอื่น ๆ ถือเป็นเลนส์อีกตัวที่ใช้ติดกล้องได้ตลอด
Fujinon XF 23mm F2 R WR
เลนส์ Wide ตัวสุดท้ายจาก Fujifilm ที่เรานำมาแนะนำกันวันนี้ก็คือเลนส์ Prime Wide เกือบค่อนไปทาง Normal ระยะ 23mm หรือเทียบเท่าระยะ 34.5 บนกล้องฟูลเฟรม เป็นเลนส์อเนกประสงค์ที่คนนิยมใช้กัน รูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F2 น้ำหนักประมาณ 180 กรัม
ข้อดีคือมี Water Resistance สำหรับกันน้ำกันฝุ่นพร้อม สามารถพาตระเวนไปถ่ายรูปแบบสมบุกสมบันได้ค่อนข้างดี
ราคา 17,990 บาท
Fujinon XF 23mm F2 R WR เหมาะกับใคร
เลนส์ Wide ระยะ 23mm F2 จะเหมาะกับคนที่มองหาเลนส์ติดกล้องที่พาไปลุยสมบุกสมบันได้ เน้นถ่ายวิวทิวทัศน์ในระยะที่ไม่ต้องการความกว้างมากนัก ถ่ายสตรีท ถ่ายอาหาร ถ่ายสัตว์ และถ่ายคนแบบเน้นติดวิว ไม่ได้เน้นละลายหลัง เนื่องจากเป็นระยะที่ไม่ได้ถึงกับกว้างมากและรูรับแสงก็อยู่ในระดับกลาง ๆ
สรุป
เลนส์ Wide เป็นเลนส์อีกประเภทที่สายถ่ายภาพมักมีติดบ้านไว้ถ่ายวิวทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และภาพสถานที่แคบ ๆ ที่ต้องการให้ออกมาดูกว้างตามชื่อเลนส์ สำหรับเลนส์ Wide ในค่าย Fujifilm ก็มีหลากหลายตัวที่น่าสนใจ แบ่งกันออกไปตามระยะและฟังก์ชันพิเศษ
ใครที่มองหาเลนส์ Wide ตัวเดียวจบ ถ่ายได้ในหลายระยะแนะนำให้เลือกเลนส์ Wide ประเภทซูมได้ เช่น Fujinon XF 8-16mm F2.8 R LM WR และ Fujinon XF 10-24mm F4 R OIS
แต่ถ้าอยากได้เลนส์ Fixed ซูมไม่ได้ ก็มีให้เลือกหลายระยะตามความต้องการทั้งระยะกว้างเหมาะถ่ายวิวทิวทัศน์อย่าง Fujinon XF 14mm F2.8 R และ Fujinon XF 16mm F1.4 LM WR หรือจะเป็นระยะที่ใช้ติดกล้องถ่ายได้ทุกอย่างแต่อาจไม่ได้กว้างมากอย่าง Fujinon XF 23mm F2 R WR
สาวก Fujifilm คนไหนอ่านแล้วเกิดกิเลสอยากสอยมาติดกระเป๋าสักตัวสองตัว Kaidee ของเรามีเลนส์มือสองให้เลือกสรรมากมาย แวะเข้ามาดูกันก่อนได้นะคะ ดีไม่ดีอาจจะได้ครบเซ็ตในราคาที่ถูกใจเลย!
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“รองเท้าสนีกเกอร์” เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับยุคนี้ ซึ่งความหมายของรองเท้าสนีกเกอร์คือ พื้นรองเท้าที่ทำมาจากยาง หรือวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง มีที่มาจากรากศัพท์โบราณในช่วงศตวรรษที่ 16 เรียกว่า “Snican” ใช้เรียกพวกย่องเบาที่ชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการผลิตรองเท้าที่มีพื้นเป็นยางออกมา ทำให้เวลาเดินเสียงจะไม่ดังเหมือนรองเท้าแบบอื่นในสมัยนั้น จนถูกเรียกติดปากว่า “Sneaks” มีความหมายคล้ายกันคือการถ้ำมอง ทำตัวลับๆ ล่อๆ ซึ่งในอเมริกานิยมใช้เรียกรองเท้าเทนนิสที่มีพื้นเป็นยางจนถูกพ้องไปสู่คำว่า “Sneaker”
ปัจจุบันนิยมใช้เรียกเหมารวมทั้งรองเท้าเทนนิส รองเท้าบาสเก็ตบอล ไปจนถึงรองเท้าวิ่งที่ใส่นวัตกรรมใหม่เข้ามาผสมผสานแฟชั่นที่ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บสะสมกัน และวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตาปี 2020 ว่าจะมีคู่ไหนน่าซื้อกันบ้าง
1. Travis Scott x Nike SB Dunk Low
แร็ปสตาร์คนดังอย่าง Travis Scott ไม่ว่าจะออกรองเท้ารุ่นไหนก็ย่อมได้รับความนิยม เรียกได้ว่า Sold Out ทุกรอบอย่างรวดเร็ว โดยครั้งนี้เขาได้ทำการออกแบบ Nike SB Dunk Low ลายผ้าสก๊อตตัดสลับกับลาย Paisley ได้อย่างลงตัว พร้อมโลโก้ Swoosh ที่ด้านข้างและกึ่งกลางของตัวรองเท้า แต่ละข้างจะมีสีที่แตกต่างกัน โดยมีการปักคำว่า Nike ไว้ที่บริเวณส้นรองเท้าด้วยด้ายสีชมพูอ่อน สวยงามและลงตัว ทำให้เหล่าสนีกเกอร์เฮดต้องตามเก็บกันให้ทัน
2. SACAI X NIKE PEGASUS VAPORFLY SP
หลังจากเมื่อปีที่แล้วมีการคอลแลปกันระหว่างสองแบรนด์นี้จนออกมาเป็น The Sacai x Nike LDWaffle ซึ่งได้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสนีกเกอร์ที่ดีที่สุดในปี 2019 ซึ่งปีนี้เขาได้กลับมาเขย่าวงการสนีกเกอร์กันอีกครั้ง โดยได้เลือกใช้รองเท้าโมเดล Pegasus Vaporfly SP ยังคงยึดต้นแบบในครั้งก่อนเช่น ในส่วนของตาข่าย, การเลือกใช้วัสดุหนังกลับ และลิ้นสองชั้น สิ่งที่แตกต่างในครั้งนี้คือบริเวณพื้นที่หนาเป็นพิเศษ ส่งผลให้ภาพรวมดูเป็นรองเท้าที่สวยงามและแฝงไปด้วยความเป็นไฮเอนด์แฟชั่นขึ้นไปอีกขั้น
3. New Balance 327
โมเดลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งของแบรนด์ในช่วงยุค 70’s ถึง 3 รุ่น อย่าง New Balance 320, 355 และ SuperComp มาผสมผสานรวมกันไว้ในคู่เดียวจนเกิดกลิ่นอายของความคลาสสิกจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างลงตัว โดยเลือกใช้วัสดุทั้งไนลอนและหนังกลับ พร้อมโลโก้ตัว “N” แบบโมเดล 320 นำมาปรับให้มีขนาดใหญ่เต็มด้านข้างของตัวรองเท้า พื้น Outsole แบบโมเดล 355 ที่ดูมีความทันสมัยพร้อมกับความมินิมอลไปในตัว นอกจากนี้ยังมีการ Collaboration กับแบรนด์อื่นๆ อย่าง Casablanca, WTAPS อีกด้วย
4. Sean Wotherspoon x adidas SUPEREARTH Superstar
Sean Wotherspoon ดีไซน์เนอร์สายสตรีทแฟชั่นและเจ้าของร้าน Round Two ผู้ที่เคยร่วมงานกับ Nike ออกแบบคอลเลคชันพิเศษอย่าง Nike Air Max 1/97 ในปี 2018 โดยล่าสุดเขาได้ร่วมมือกับ adidas เพื่อรังสรรค์โมเดลสุดคลาสสิกอย่าง adidas Superstar ผ่านการดีไซน์อย่างประณีต พร้อมกับแนวคิดรักษ์โลกจนเกิดมาเป็น SUPEREARTH Superstar ที่ทุกส่วนประกอบของรองเท้าตั้งแต่ Upper ไปจนถึง Outsole เป็นรองเท้าวีแกนที่ปราศจากการใช้วัสดุจากสัตว์ การออกแบบที่ตัวรองเท้าโดดเด่นด้วยลายปักรูปดอกไม้จากฝีมือการวาดของเขา ในส่วนของลิ้นรองเท้าและส้นเป็นสัญลักษณ์ SUPPEREARTH นับว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ adidas และ Sean Wotherspoon
5. Converse “Black” & “White & Off-White” Reconstructed Chuck 70 High
ปิดท้ายกันที่ Converse กับการจับเอาโมเดลยอดฮิตอย่าง Chuck 70 มาประกอบร่างใหม่ใส่คู่สีทูโทนเอาใจแฟนๆ พร้อมวัสดุผ้าแคนวาสตามมาตรฐานของแบรนด์ โดดเด่นด้วยการแบ่งครึ่งรองเท้าด้วยสีอย่างชัดเจน โดยทั้งคู่ดำ-เทา และ ขาว-ขาวนวล ทั้งสองโมเดลจะมีแถบสีดำและส้มตกแต่งอยู่ ตามด้วยเชือกสีเดียวกันกับรองเท้าแต่ละคู่ และข้อสูงทรง High-top ที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Converse
จบไปแล้วกับ 5 รองเท้าสนีกเกอร์น่าจับตามองปี 2020 เชื่อว่าต้องมีสักคู่ที่ถูกใจคนอ่านแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองหารองเท้ามือสองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
รูดแล้ว รูดอีก รูดเก่งแบบนี้คงไม่พ้นบัตรเครดิตในมือพวกเรานี่แหละ ในเวลาที่ของมันต้องมี คนส่วนใหญ่ก็จะเลิอกหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋าเรามารูดเพื่อให้เราได้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่อันตรายมันอยู่ตรงนี้แหละค่ะ ถ้าหากเราใช้บัตรเครดิตแบบเพลินเพลิน อาจจะทำให้เรามีหนี้เกินก็ได้ แล้วแบบนี้เราควรจะใช้บัตรเครดิตอย่างไร ให้อุ่นใจ ไม่เป็นหนี้ ลองมาดูวิธีการเซฟตัวเองจากหนี้บัตรเครดิตกันดีกว่าค่ะ
อย่าลืมรอบการตัดบัญชีและการจ่ายบิล
ในการใช้จ่ายบัตรเครดิต สิ่งที่เราไม่ควรลืม คือ การศึกษารอบในการตัดบัญชีอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันการจ่ายยอดที่สูงเกินไป เช่น ถ้าหากบัตรเครดิตของเราตัดยอดทุกวันที่ 18 ของทุกเดือน พลูโตแนะนำให้รูดบัตรเครดิตหลังวันที่ตัดรอบบิล 1 วัน เพื่อให้ยอดที่เราเพิ่งรูดและยอดที่เราต้องจ่ายของเดือนที่ผ่านมาไม่ไปปะปนกัน
และทุกๆครั้งของการจ่ายบิลพยายามจ่ายให้ตรงเวลาทุกครั้ง เพราะถ้าหากเราจ่ายช้าไปเพียงแค่ 1 วัน ธนาคารต้นสังกัดของบัตรเครดิตจะทำการคิดดอกเบี้ยในทุกๆวัน ซึ่งเพื่อนๆสามารถศึกษาวิธีการคิดดอกเบี้ยจากในเว็บไซต์ต่างๆที่มีการอธิบายรายละเอียดส่วนนี้ได้เลย
โดยวิธีการป้องกันที่ดีมากๆอีกหนึ่งวิธี คือ การเตรียมเงินที่จะจ่ายไว้ให้พร้อม แบ่งใส่บัญชีแยกไว้เลย เพื่อป้องกันการจ่ายช้า ไม่มีเงินสำรองจ่าย หรือจะตั้งค่าให้ตัดยอดผ่านบัญชีเลยก็ได้ วิธีการนี้จะไม่ส่งผลต่อยอดดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นจากการจ่ายรอบบิลช้ากว่ากำหนดนั่นเอง
สร้างประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิต
บัตรเครดิต มีประโยชน์มากกว่าการใช้เพียงแค่รูดของที่ต้องมีอย่างเดียว การใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้อง และรู้ว่าบัตรเครดิตแต่ละใบต้องใช้จ่ายกับอะไรที่ไหน ถึงจะได้พ้อยท์ ได้แต้ม หรือได้ส่วนลดยังไง การใช้บัตรเครดิตให้ถูกประเภทการใช้จ่าย จะทำให้เพื่อนๆ ได้ประโยชน์จากการรูดบัตรในแต่ละครั้ง
นอกจากส่วนลดต่างๆจากการชิม ช้อป เที่ยวแล้ว เพื่อนๆยัง สามารถเอาคะแนนจากการรูดบัตร มาแลกของรางวัลได้อีก หรือสามารถบัตรเครดิดบางเจ้า สามารถซื้อกองทุน LTF, RMF หรือประกันต่างๆได้ พอมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆจะเห็นแล้วว่า บัตรเครดิตไม่ได้มีโทษอย่างที่เราคิด ถ้าหากเราวางแผนการใช้จ่าย หรือการต่อยอดได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ใช้บัตรเครดิตอย่างปลอดภัย
การใช้บัตรเครดิต มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่เราสามารถใช้บัตรเครดิตให้เป็นประโยชน์ได้ หากเรามีวืนัยในการใช้ และการจัดการในการรูดบัตรเครดิตให้ดี โดยมีวิธีการง่ายๆในการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยที่ใครๆก็สามารถทำได้ อย่างการคิดก่อนที่จะใช้บัตรรูด ว่าคุ้มค่าหรือไม่กับการรูดในครั้งนี้ ของที่เรารูดไป จำเป็นต้องใช้หรือไม่ เมื่อใช้จ่ายแล้ว เมื่อถึงเวลาก็จะต้องจ่ายให้ได้ตามที่ใช้ไป ต้องมีเงินสำรองที่จะใช้จ่าย เพื่อป้องกันหนี้ที่จะบานปลาย ข้อนี้สำคัญมากๆ
อีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะแนะนำ หากใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต หรือมีบัตรเครดิตในมือเพียง 1-2 ใบ และยังไม่มั่นใจในวินัยทางการเงินของตัวเอง แนะนำว่าให้พักก่อนนะคะ อย่าเพิ่งเพิ่มบัตรเข้ามาในมือมากจนเกินไป เพราะเป็นหนทางในการสร้างหนี้ให้กับเราอย่างรวดเร็วมากๆ แต่ถ้าแน่ใจแล้ว เลือกบัตรเครดิตที่จะเป็นประโยชน์กับเรามาสัก 3-4 ใบ เพื่อให้ธนาคารเห็นว่าเรามีความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อการยื่นขอธุรกรรม หรือการกู้ยืมที่ง่ายขึ้นในอนาคต หรือถ้าจะให้ดีจริงๆ ปลอดภัยไร้กังวล แนะนำว่า ‘จ่ายด้วยเงินสด’ วิธีเวิร์กที่สุด และไม่เสี่ยงเป็นหนี้จากเงินที่เราไม่สามารถจ่ายได้ด้วย
ก่อนจะจากกันไป อยากให้เพื่อนๆลองเปิดใจและวางแผนในการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และไร้กังวลเมื่อจะต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เพราะถ้าหากเราใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้องและมีประโยชน์ เราจะได้ผลลัพธ์จากการใช้งานบัตรที่คุ้มค่ามากกว่าการเสียประโยชน์นะคะ
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันกีฬาประเภทวิ่งมาราธอนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจการวิ่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งในการส่งเสริมและกระตุ้นให้กีฬาประเภทนี้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับบางคนอาจวิ่งเพื่อสุขภาพและบางคนอาจตั้งเป้าหมายเพื่อลงแข่งขัน เชื่อว่านักวิ่งมือใหม่หลายคนต้องเคยได้ยินคำว่า “Pace (เพซ)” กันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาอธิบายว่า Pace (เพซ) คืออะไร และมีความสำคัญกับการวิ่งอย่างไรบ้าง
Pace หรือ เพซ หมายถึง ค่าของความเร็วที่เราใช้ในการวิ่งต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร หรือ 1 ไมล์ เรียกว่าถ้าค่า Pace (เพซ) ยิ่งต่ำเท่าไร เวลาที่ใช้ในการวิ่งจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น รวมถึงยังบอกความเร็วโดยรวมในตลอดระยะทางวิ่งได้ว่าค่าเฉลี่ยเท่าไร ความเร็วสม่ำเสมอตลอดระยะทางหรือไม่ ทำลายสถิติของตัวเองได้หรือเปล่า
Pace (เพซ) คือเวลาที่ใช้ในการวิ่ง 1 กิโลเมตรหรือ 1 ไมล์ ที่นิยมใช้ในเมืองไทย คือ เวลาของการวิ่งต่อ 1 กิโลเมตร เช่น การวิ่ง Pace 5:10 แปลว่าใน 1 กิโลเมตรเราใช้เวลา 5 นาที 10 วินาที
วิธีการดูค่า Pace
เชื่อว่าคนที่รักการออกกำลังกายจะต้องมีสมาร์ทวอทช์กันอยู่แล้ว ซึ่งสมาร์ทวอทช์แต่ละแบรนด์เมื่อกดเริ่มต้นจับเวลา หน้าจอก็จะขึ้นค่าต่างๆ ให้สังเกตดูตรงคำว่า Pace นาฬิกาจะแสดงเพซที่เราวิ่งอยู่ในขณะนั้น หรือแสดงค่าเพซเฉลี่ยทั้งหมดเมื่อวิ่งครบระยะทาง สำหรับใครที่ไม่มีสมาร์ทวอทช์ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการวิ่งเพื่อมาดูเพซในขณะที่วิ่งได้เหมือนกัน
ประโยชน์ของ Pace
Pace มีประโยชน์และความสำคัญต่อนักวิ่งในหลายด้าน หากคุณอยากเป็นนักวิ่งที่มีการพัฒนาที่ดี การวางแผนฝึกซ้อมรู้ Pace ของตัวเองจึงจะทำให้วิ่งได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
1. ใช้กำหนดค่าในการซ้อมวิ่ง เช่น การฝึกซ้อมวิ่งระยะไกล Long Run ควรใช้เพซที่มีความเร็วไม่มาก แต่เพิ่มระยะทางในการวิ่งให้ไกลขึ้น หรือการซ้อมแบบ Interval ควรใช้เพซที่มีความเร็วในระยะทางที่สั้นลงเพื่อปรับให้ทำเวลาได้ดียิ่งขึ้น
2. เมื่อรู้เพซของตัวเองแล้วจะทำให้การควบคุมความเร็วในการวิ่งได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถเริ่มต้นออกตัวด้วยความเร็วแล้วค่อยๆ ผ่อนความเร็วลง และจบลงด้วยการเพิ่มความเร็วเพื่อเข้าเส้นชัยได้ในเวลาที่ซ้อมมา เพราะถ้าหากเราไม่มีการควบคุมเพซ วิ่งตามใจตัวเองก็จะทำให้จบในเวลาที่กำหนดไม่ได้ หรือถ้าวิ่งเร็วจนเกินไปอาจทำให้เกิดจุกเสียดบริเวณชายโครงและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้
3. ช่วยให้คุณรู้ตัวเองว่าเป็นนักวิ่งกลุ่มไหน เพซเท่าไหร่ เนื่องจากในการวิ่งแข่งขันมาราธอนแต่ละครั้งจะมีกลุ่มที่เรียกว่า Pacer ของเพซต่างๆ เพื่อให้คุณเลือกวิ่งเกาะกลุ่มเพซที่ต้องการและจบในเวลาที่ตั้งเป้าไว้
4. สถิติของการวิ่งจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อเราเอาเพซมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพการวิ่งของตัวเอง เพื่อวิเคราะห์ว่าเพซของเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือไม่ ต้องวางแผนปรับรูปแบบวิธีการซ้อมอย่างไรถึงจะทำเวลาได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือทำลายสถิติเดิมของตัวเองได้ยิ่งดี สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับนักวิ่งให้เป็นแรงขับเคลื่อนในการซ้อมให้เวลาดียิ่งขึ้น
ตอนนี้นักวิ่งมือใหม่หลายคนคงรู้กันแล้วว่า Pace (เพซ) คืออะไร และมีประโยชน์ต่อการวิ่งอย่างไรบ้าง ซึ่งเพซอาจเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆ ที่ต้องนำไปผสมผสานกับแผนการฝึกซ้อม แต่กลับมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการฝึกซ้อมไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ในการวิ่ง สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย