การมีรถยนต์คันแรกเป็นของตัวเองย่อมเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและดีใจเสมอ ย้อนวันวานความรู้สึกกลับไปตั้งแต่วันแรกที่นั่งเลือกรถรุ่นที่ถูกใจ ตลอดไปจนถึงการเตรียมตัวในเรื่องของเอกสาร และศึกษาวิธีบำรุงดูแลรักษารถยนต์คันโปรดของเราให้เป็นอย่างดี เนื่องจากรถยนต์คันนี้ที่เราได้ตัดสินใจซื้อจะต้องอยู่เป็นเพื่อนร่วมทางในตลอดระยะเวลาหลายปี ดังนั้นปัญหาของรถยนต์สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ยางแบน, เครื่องยนต์ร้อน, รถดับ, กระจกเสียงดัง สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ เรื่องของราคาค่าใช้จ่ายก็จะแตกต่างกันไป วันนี้เราจึงรวบรวม 5 ปัญหารถยนต์ที่พบบ่อยว่ามีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ พร้อมวิธีป้องกันให้ทุกคนได้ทราบกัน
1. แบตเตอรี่หมด
หากว่าคุณจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน เนื่องจากไม่มีเวลาได้ขับใช้งานรถคันนี้สักเท่าไหร่ วันนี้จึงรู้สึกอยากขับรถคันนี้เป็นพิเศษ แต่พอมาสตาร์ทกลับพบว่ารถสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติด ปัญหานี้เป็นอาการของแบตเตอรี่หมด ซึ่งต้องคอยเช็กตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการขับรถทางไกล หรือการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน การตรวจเช็กแบตเตอรี่ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ มีอายุเหลือเท่าไหร่ ถ้าหากว่าแบตเตอรี่มีอายุเสื่อมมากเกินไป ต้องทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทันที และต้องคอยเช็กว่าตัวแบตเชื่อมต่อสนิทดีกับส่วนอื่นๆ หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
2. ไดชาร์จ
อีกหนึ่งปัญหาที่อาจทำให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้นั่นก็คือ “ไดชาร์จมีปัญหา” ซึ่งไดชาร์จเป็นตัวที่เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่เพื่อให้ทำงานและชาร์จอยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดว่าไดชาร์จมีปัญหาขึ้นมาจะส่งผลให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติด หรือรถอาจดับกลางทางได้ เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่ได้ถูกชาร์จอย่างที่ถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องคอยหมั่นตรวจเช็กอายุการใช้งานว่านานเกินไปหรือเปล่า ถ้าหากว่าไดชาร์จเสื่อมอายุแล้วควรเปลี่ยนเพื่อให้เครื่องยนต์กลับมาสตาร์ทและใช้งานได้ปกติ
3. หม้อน้ำรั่ว
อาการหม้อน้ำรั่วเป็นปัญหาที่ทำให้ขับรถต่อไปก็ไม่ได้หรือจะถอยก็ไม่ดี ซึ่งเป็นอันตรายส่งผลถึงชีวิตและส่งผลให้เสียทรัพย์สินกันอย่างมากเลยทีเดียว หากเกิดปัญหาควรหลบจอดเข้าข้างทางและหยุดรถทันที จากนั้นเปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อนแล้วปล่อยรอให้เครื่องเย็นเท่านั้นจึงค่อยเปิดฝาหม้อน้ำ เทน้ำเติมลงไปให้มากพอระดับหนึ่ง แล้วทิ้งระยะเพื่อสังเกตดูว่าระดับน้ำเท่าเดิมหรือเปล่า หากระดับน้ำลดเทเท่าไรก็ไม่เต็มสักทีแสดงว่าหม้อน้ำอาจจะแตก ต้องโทรตามช่างมาซ่อมทันที หรือในกรณีที่มีการรั่วซึมก็ยังพอขับไปเพื่อหาอู่ซ่อมใกล้ๆ ได้ ดังนั้นจึงควรตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง รวมถึงต้องดูด้วยว่ามีรอยแตกหรือไม่ ระบบพัดลมระบายความร้อนทำงานปกติอยู่ไหม เท่านี้ก็ช่วยให้อุ่นใจในทุกครั้งก่อนออกเดินทาง
4. น้ำมันรั่ว
หากสังเกตได้ถึงรอยน้ำมันหยดที่ใต้ท้องรถมากเกินผิดปกติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือดับเครื่องยนต์ เพราะน้ำมันเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ แล้วโทรตามช่างหรืออู่ซ่อมรถใกล้บริเวณนั้นมาตรวจสอบทันที ดังนั้นจึงหมั่นตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการขับรถอย่างระมัดระวังก็ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดน้ำมันรั่ว รวมถึงยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ไปได้อีก
5. ยางแบน
รถยางแบนเป็นปัญหาที่เราเจอได้บ่อยแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องระมัดระวังในการขับขี่รถบนท้องถนนเป็นอย่างมาก เน้นขับขี่บนถนนพื้นผิวที่มีความเรียบเนียน แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรจะระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีสิ่งแหลมคมทิ่มจนทำให้เกิดยางแบนได้ ถ้าแย่ไปกว่านั้นคือยางแตกและเสี่ยงต่ออันตรายเป็นอย่างสูง ก่อนออกรถแต่ละครั้งควรเช็กลมยางให้เรียบร้อย หรือเข้าบริการเช็กลมยางที่สถานีบริการน้ำมันทุกที่ได้อย่างสะดวกสบาย
เมื่ออ่านจบแล้วก็อย่าลืมไปตรวจเช็กปัญหาต่างๆ กับรถยนต์คันโปรดของคุณกันให้เรียบร้อย เพื่อสร้างความอุ่นใจและเตรียมความพร้อมในทุกครั้งก่อนออกเดินทาง สำหรับใครที่กำลังมีแพลนหาซื้อรถยนต์คันแรกอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ RodKaidee แหล่งซื้อขายรถยนต์ รถมือสองที่เรารวบรวมไว้ให้คุณโดยเฉพาะ
