Just ‘Buy’ It: Air Jordan I ยอมเป็นหนี้ให้เขาเลย

Just ‘Buy’ It: Air Jordan I ยอมเป็นหนี้ให้เขาเลย

| AJ1 STARTED SNEAKER CULTURE,

THERE ARE NO OTHER SHOES THAN THAT |

“AJ1 สร้างวัฒนธรรมรองเท้า Sneaker และไม่มีรองเท้าคู่ใดในโลก ทำได้เทียบเท่า”

| THE MOST WANTED TRAINER OF ALL TIME |

“รองเท้าผ้าใบ ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในประวัติศาสตร์”

| THE SYMBOL OF MY GENERATION |

“สัญลักษณ์ เจเนอเรชันของพวกเรา”

Headline พวกนี้ เพื่อนๆ คงเคยเห็นกันมาบ้าง ผ่านโซเชียลมีเดียและนิตยสารแฟชั่น และแม้ว่า Air Jordan I จะผลิตขึ้นมานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่ความนิยมของมันกลับตกทอดรุ่นต่อรุ่น และไม่เสื่อมไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด 

ขอบคุณรูปจาก wallpapercave

และเชื่อเลยว่า นักสะสมรองเท้าทั่วโลก ได้เริ่มเรื่องราวความรักที่มีต่อรองเท้า Sneaker (รองเท้าผ้าใบ) จากรองเท้าคู่นี้ ที่มีชื่อว่า Air Jordan I แน่นอน

หากถามว่า Sneaker ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ที่ฮอตที่สุดใน พ.ศ.นี้ แน่นอนว่า ‘Air Jordan’ ขึ้นแท่น ครองอันดับหนึ่ง แบบไม่ต้องสงสัย การันตีได้จากยอดขายที่พุ่งทะยานเป็นอันดับหนึ่ง จากผลการจัดอันดับของ Lyst แพลตฟอร์มการค้นหาด้านแฟชั่นระดับโลก และก็เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ ActiveWear อย่าง Nike ได้แซงโค้ง แบรนด์ลักชัวรี่อย่าง OFF-WHITE ที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งมาถึง 3 ไตรมาส ได้อย่างสวยงาม

“ความชอบ” และ “ความคลั่ง”

สำหรับหลายคน อาจจะใช้มันแค่กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่สำหรับคนบางคน สิ่งที่ทำให้พวกเขาใจเต้น และเติมรอยยิ้มบนใบหน้าให้พวกเขาได้ อาจจะเป็นแค่รองเท้า Sneaker สักใบก็ได้นะคะ

ความเป็นที่หนึ่งของ Air Jordan แน่นอนว่าส่วนหนึ่ง มาจากดีไซน์รองเท้า ที่ให้ความเท่ สไตล์ยูนีค คลาสสิกแต่ยังคงความทันสมัยตลอดกาล และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ SneakerHead ทั่วทั้งโลกต่างยกให้ Air Jordan เป็น รองเท้าในฝัน ก็คือเรื่องราวกว่าจะมาเป็น Nike – Air Jordan เหมือนทุกวันนี้นั่นเอง   

–กว่าจะมาเป็น ‘Nike- Air Jordan’ ในทุกวันนี้ – 

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ความเป็นมาของรองเท้าคู่นี้ เริ่มมาจาก ราชานักบาสเกตบอลแห่ง NBA ‘Michael B. Jordan’ (ไมเคิล จอร์แดน) นั่นเอง

โดยสมัยที่ Michael Jordan (MJ) เป็นเพียงแค่นักกีฬาสมัครเล่นอยู่ที่ North Carolina, California เขามีความชื่นชอบ รองเท้ากีฬาจากแบรนด์ Adidas เป็นพิเศษ แม้ว่าโค้ชของเขาจะอนุญาตให้เขาใส่ได้แค่รองเท้า Converse เข้าลงสนาม แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขาแอบหยิบ Adidas คู่โปรดใส่ลงแข่ง แต่นี่เป็นเพียงแค่ความชอบส่วนตัวของไมเคิลเท่านั้น ส่วนจุดเริ่มต้นของรองเท้า Air Jordan คู่นี้ มันเริ่มจากการปลายปากกากับเอกสารสัญญา ระหว่าง Nike กับ ไมเคิล

ซึ่งขณะนั้น ไมเคิลเป็นเพียงแค่นักกีฬาดาวรุ่ง หน้าใหม่ของ NBA เท่านั้น แต่ Nike ก็มั่นใจในศักยภาพของไมเคิลมากพอ ที่จะออกแบบรองเท้าให้เขาใส่ลงแข่งในปี 1984 และรองเท้าคู่ที่พูดถึงอยู่นี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้….. Nike-Air Jordan คู่สีแดง/ดำ (ซึ่งเป็นสียูนิฟอร์มของทีม Chicago Bulls) ในตำนานคู่นี้นั่นเอง 

ขอบคุณรูปจาก GQ

แม้ว่าดีไซน์รองเท้า บวกกับ สีแดงและสีดำที่ตัดกันอย่างสวยงาม จะเรียกเสียงฮือฮาจากฝั่งผู้บริโภคได้ตั้งแต่เปิดตัว แต่ Nike กลับเจออุปสรรคมากมาย เพราะเจ้าตัวพรีเซนเตอร์ของเรา กลับมีความเห็นที่ต่าง เขามองว่า สีแดงและสีดำ ทำให้รองเท้าเหมือนรองเท้าปีศาจ ยังไม่พอ คณะกรรมการ NBA ยังแบนไม่ให้ไมเคิลสวมมันลงสนามแข่งอีกด้วย เนื่องจากสีของรองเท้านั้น ขัดต่อกฏเครื่องแต่งกายของนักกีฬา 

ดังนั้นทุกครั้งที่ไมเคิลใส่ Air Jordan ลงสนาม จะโดนค่าปรับจำนวน 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่า Nike ยอมจ่าย เพราะผลตอบแทนนั้น คุ้มค่าเกินบรรยาย   

หลังจากนั้น Nike ก็ได้ผลิต Air Jordan ออกตามมาหลายรุ่น ซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแทบทุกตัว วันนี้เรามาดูกันว่าจะมีรุ่นไหนบ้างที่ตรึงตรา ตรึงใจ ยอดขาย ถล่มทลาย

1.Nike Dior X Air Jordan 1 High

ขอบคุณรูปจาก robbreport

Dior x Air Jordan I หรือ ‘Air Dior’ เป็นรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2020 ที่ผ่านมา

Kim John ดีไซเนอร์เจ้าของผลงานชิ้นนี้ เผยเองว่า ความพรีเมี่ยมของรองเท้าคู่นี้ ไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่ความคลาสสิกของดีไซน์ต้นฉบับ Air Jordan ซึ่งถูกนำมาเพิ่ม ความลักชัวรี่ ด้วยโลโก้ดิออร์ และความประณีตในการปักเย็บด้วยมือ ในเลเวลที่ไม่เคยมีมาก่อน 

ขอบคุณรูปจาก Hommesthailand

นอกจากนี้ เขายังเผยอีกว่า เพราะเขาเป็นแฟนตัวยงของ Air Jordan ตั้งแต่ดีไซน์ ความรู้สึกที่รองเท้าคู่นี้มอบให้ ยันความสบายเวลาสวมใส่ ดังนั้นเขาจึงไม่ทำลายดีไซน์ต้นฉบับแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขาตั้งใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่จับดินสอออกแบบคือสีของมันต้องเป็นสี ‘Grey Dior’ สีเทาแบบดิออร์เพียงเท่านั้น และจะเป็นสีใดไปไม่ได้เด็ดขาด

2. Travis Scott X Air Jordan I High

ขอบคุณรูปจาก News.nike

ถ้าจะซื้อรองเท้าสักคู่ จากลิสต์นี้ แนะนำคู่นี้ค่ะ เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา บอกเลยว่าไม่มีเด็กวัยรุ่นคนไหน ไม่อยากได้รองเท้าคู่นี้ไว้ในครอบครอง เพราะตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยขายจนถึงวันนี้ รองเท้าคู่นี้ก็ “Out of Stock” ไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

“The Shoes that are classic enough to evoke nostalgia and connect generations.” 

(รองเท้าที่มีความคลาสสิกพอ ให้รู้สึกคิดถึงอดีต แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นสู่รุ่น) 

– The Ringer เว็บไซต์ข่าวสารกีฬา และการบันเทิง

แม้ว่าความ HYPE ของรองเท้าคู่นี้ ส่วนหนึ่งมาจากการได้แร็ปเปอร์ชื่อดัง Travis Scott ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นกระแส มาร่วมออกแบบ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าดีไซน์เขาท็อปฟอร์มจริงๆ ทั้ง Swoosh (โลโก้ไนกี้) ที่กลับด้านกระเป๋าขนาดเล็กที่ถูกซ้อนบริเวณข้อเท้า และความยูนีคของหนังกำมะยี่สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นการกล้าได้กล้าเสียครั้งแรกของ Nike ทั้งนั้น 

3. Union Los Angeles X Jordan I (2018)

ขอบคุณรูปจาก sneakernews

Union Los Angeles เป็นแบรนด์ Streetwear ชื่อดังจาก LA จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างจากแบรนด์ Streetwear ทั่วไปนั้น ต้องยกให้ความ “Authentic Vintage” หรือความวินเทจแบบดั้งเดิมที่แท้จริง ตั้งแต่บรรยากาศร้าน ยันดีไซน์เสื้อผ้าแต่ละคอลเลคชั่น ซึ่งต่างก็ให้ฟิลล์ความสปอร์ตแบบ 90s ได้อย่างแท้จริง

การร่วมงานกันครั้งนี้ระหว่าง Nike และ Union LA ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะถ้าให้เลือกสักแบรนด์ที่สามารถปรับเปลี่ยน ดีไซน์ของ Air Jordan I และไม่ทำให้แฟนคลับหัวเสีย แบรนด์นั้นคือ Union LA 

Chris Gibbs เจ้าของแบรนด์ Union LA และดีไซเนอร์ของรองเท้าคู่นี้ มีไอเดียในการเอาคู่สีต้นฉบับกลับมาผสมเข้าด้วยกัน แต่ไฮไลท์เด็ดของ Union Los Angeles X Jordan I คือรอยเย็บรอบรองเท้าที่ถูกทำให้เด่นชัดขึ้น โดย Chris ให้เหตุผลว่า เขาอยากให้รองเท้าคู่นี้ เปรียบเสมือนรองเท้าในวัยเด็ก ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความทรงจำ และผ่านการซ่อมแซมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน 

4. Off-White™ X Jordan I (2017)

ขอบคุณรูปจาก gailed

นักสะสมรองเท้าทั้งหลาย คงรู้ดีว่าการคอลแลบบอเรชันครั้งนี้ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแค่ไหน ซึ่งเจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE อย่าง Virgil Abloh ที่ได้สร้างผลงาน และดีไซน์สุดแนว ให้ OFF-WHITE มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก็ได้ประกาศร่วมมือกับ Nike ในการออกแบบรองเท้า Air Jordan 1 มาในชื่อคอลเลคชัน OFF-WHITE X AIR JORDAN 1 “THE TEN” ไปเมื่อปี 2017

ขอบคุณรูปจาก sneakersilnestore

ความไอคอนิกของรองเท้าคู่นี้ นอกจากสีของรองเท้าที่มีสีแดง ขาว และสีดำ ซึ่งเป็นสีประจำทีมบาสเกตบอล Chicago Bulls แล้ว ส่วนที่ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันเป็นหนี้ก็คือ ดีไซน์บริเวณด้านข้างของรองเท้า ซึ่งเป็นลายพิมพ์ เขียนว่า “Off-White for Nike” แถมยังมี Location “Beaverton, Oregon USA” ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้

5. Nike SB X Air Jordan 1 “La to Chicago”

ขอบคุณรูปจาก Footfire

รองเท้าคู่นี้ เป็นผลงานการรวมตัวของ Nike SP (ไลน์สินค้าคุณภาพระดับท็อป ของ Nike) และ Jordan Brand 

ลูกเล่นที่ทำให้นักสะสม Sneaker ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของมันต้องมี” นั้น คือสีของรองเท้าค่ะ แน่นอนว่าชื่อ LA TO CHICAGO ไม่ได้เป็นชื่อที่คิดขึ้นมาเพื่อความเท่อย่างเดียว แต่เป็นชื่อที่ Represent สีของรองเท้าคู่นี้

ขอบคุณรูปจาก Lineups

หลังจากที่ออกมาจากร้าน เพื่อนๆ จะได้รองเท้าที่มีสีเป็นสี ม่วง ทอง ซึ่งเป็นสีประจำทีมบาสเก็ตบอสของ LA …Lakers สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สีม่วง และสีทองนี้จะลอกหลุดไปตามเวลาการใช้งาน และจะกลายเป็นสีแดง/ดำ แทน ซึ่งแน่นอนว่า สีแดง/ดำ นั้น ก็คือสีประจำทีมบาสเกตบอลของ Chicago…Chicago Bulls นั่นเอง 

6. Off-White™ X Air Jordan 1 “UNC”

ขอบคุณรูปจาก Highsnobiety

แน่นอนว่าดีไซเนอร์ชื่อดัง เจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE แบรนด์ลักชัวรี่ ที่มีดีไซน์ ทำลายความจำเจของวงการแฟชั่น และขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์แห่งยุค Disruption ของจริง ก็ไม่หยุดอยู่ที่ดีไซน์เดียวแน่นอน 

เมื่อปี 2018 ก่อนงาน ‘Met Gala’ ไม่กี่เดือน Virgil Abloh ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE ได้โชว์ Off-White™ x Air Jordan 1 “UNC” รองเท้า OFF-WHITE อีกคู่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าผ้าใบในตำนาน อย่าง Air Jordan ผ่านโซเชียลมีเดียของเขา

ครั้งนี้ OFF-WHITE ไม่ได้มาพร้อมกับสี Chicago Bulls (สีแดง ขาว และดำ) อย่างเคย แต่กลับฉีกแบบแผนไปเลย โดยการใช้สีฟ้า และสีขาว ซึ่งเป็นสีของมหาวิทยาลัย ‘University of North Carolina’ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ไมเคิลเรียน และนี่จึงเป็นที่มาของตัวอักษร UNC ซึ่งย่อมาจาก University of North Carolina  

ขอบคุณรูปจาก deadstock

แต่ Virgil ไม่ได้แค่เปลี่ยนสีรองเท้าเท่านั้นนะคะ แต่เขายังเพิ่มสีส้มเข้าไป ซึ่งมาในรูปแบบของเส้นปัก ยึด โลโก้ Nike ไว้กับตัวรองเท้า เรียกได้ว่าดีไซน์ท็อปฟอร์มจัดๆ เลย

7. J. Balvin x Air Jordan I Retro High

ขอบคุณรูปจาก Sneakerbadetroit

เราขอปิดท้ายด้วยการคอลแลบบอเรชันที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์รองเท้าสนีกเกอร์เลยก็ว่าได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ Air Jordan 1 ร่วมงานกับศิลปินเพลงฮิปฮอป ชาวโคลอมเบีย J. Balvin ซึ่งการร่วมงานในครั้งนี้ J.Balvin ก็กลายเป็นนักร้องเพลงภาษาสเปนคนแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์สนีกเกอร์ระดับโลกอย่าง Nike 

หลายคนอาจจะไม่รู้จัก J.Balvin แต่เชื่อเลยว่าทุกคนต้องเคยได้เพลง ‘Mi gentle’ ของเขาอย่างแน่นอน ด้วย แฟชั่นการแต่งตัว รวมถึงแนวเพลง และมิวสิกวิดีโอของเขา ที่มักจะเน้นสีสันจัดจ้าน โชว์ความร่าเริง สดใส ก็เดาไม่ยากเลยว่า ดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้จะเกรี้ยวกราดขนาดไหน 
คู่นี้แหวกความคลาสสิกของ Air Jordan โดยใช้สีรุ้งเป็นธีม และใช้สีดำแทรกบางส่วนเพื่อเก็บรายละเอียด และยังใช้เป็นสีเชือกรองเท้า เพิ่มลูกเล่นให้กับรองเท้าคู่นี้ให้ดูสนุกอีกเป็นกอง

ขอบคุณรูปจาก Sneakerbadetroit

นอกจากนี้ J.Balvin ยังได้ใส่โลโก้ประจำตัวของเขา “Smily Face :)” ลงไปเป็นลายทั่วรองเท้า บอกเลยว่า คู่นี้เก๋สุดๆ 

สรุปท้ายบทความ

หลายคนเชื่อว่า ความนิยมของรองเท้า Air Jordan I มาจาก ความแข็งแรงของชื่อแบรนด์ ที่ได้ชื่อของนักบาสชื่อดังอย่าง ‘Michael Jordan’ มา และฐานะการเงินในสังคมที่เป็นผลพลอยได้จากการใส่รองเท้าคู่นี้ แต่จริงๆ แล้ว รองเท้าคู่หนึ่ง จะครองใจผู้คนไม่ได้นานมากถึง 3 ทศวรรษ ถ้ารองเท้าคู่นั้น ไม่มีดีไซน์ที่สวยงาม ขาดความสบายในการสวมใส่  และไม่มีการพัฒนา เพื่อให้ได้มาซึ่งดีไซน์ที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่อินเทรนด์ แต่นำเทรนด์
แม้ว่า Air Jordan I จะเป็นรองเท้าแสนแพง แต่เงินที่เพื่อนๆ จ่ายไป ไม่ได้จ่ายให้แค่กับรองเท้า แต่จ่ายให้กับความฮอต และฟิลลิ่งที่ได้จากการใส่มัน คนไหนกำลังเก็บสตางค์อยู่ ลองดูรองเท้าคู่อื่นก่อนไหมคะ ที่ Kaidee เรามีรองเท้าผ้าใบสวยๆ อินเทรนด์ เพียบเลย

รีวิว Yamaha NMAX Connected 2021

รีวิว Yamaha NMAX Connected 2021

Motor Show 2021 ถือว่าเป็นหนึ่งในงานที่คนรักรถหลาย ๆ คนให้ความสนใจ โดยไฮไลท์หนึ่งของงานคือการที่มีการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ ๆ ออกมาให้เราได้เลือกซื้อ พร้อมทั้งโปรโมชันดี ๆ มากมาย แทบจะเรียกได้ว่าคุ้มค่ากว่าการซื้อในช่วงเวลาอื่น 

Yamaha Nmax Connected 2021 สองรุ่น

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของงานนี้คือการเปิดตัวของค่ายรถจักรยานยนต์ Yamaha ที่ได้เปิดตัว NMAX Connected ที่ได้สร้างเสียงฮือฮาให้กับสาวกอย่างมาก วันนี้เราจะมาดูกันว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้มีดีอย่างไร ทำไมหลาย ๆ คนถึงซื้อทันทีที่เปิดตัว

จุดเด่นของ NMAX Connected

Yamaha Nmax Connected 2021

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของ NMAX Connected คือการที่ทาง Yamaha ได้ปรับปรุงสเปกของรถให้ดีขึ้นในด้านต่าง ๆ พร้อมจัดเต็มเรื่องของการเชื่อมต่อกับระบบใหม่อย่าง Y-Connected ทำให้มอเตอร์ไซค์คันนี้ดูมีความไฮเทคควบคู่ไปกับความสปอร์ต แม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นรถ Hybrid เหมือนกับเทรนด์ปัจจุบัน แต่สเปกและราคาแบบนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก

สเปกของ NMAX Connected 

Yamaha Nmax Connected 2021

ในส่วนของสเปกของเจ้า Yamaha NMAX Connected นั้นเป็นรุ่นที่ได้รับการอัปเกรดมาจาก NMAX 2019 ในเรื่องของระบบความปลอดภัยและดีไซน์ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เครื่องยนต์ของ NMAX Connected 

  • 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว เทคโนโลยี VVA ระบายความร้อนด้วยน้ำ 
  • ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี 
  • อัตราส่วนกำลังอัดที่ 11.6 : 1 หัวเทียน NGK / CPR8EA-9
  • ระบบจ่ายน้ำมัน แบบหัวฉีด
  • ระบบจุดระเบิด T.C.I.
  • ระบบเป็นคลัตช์แห้ง ชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ
  • ระบบสตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า SMART MOTOR GENERATOR
  • น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ถึง E20
  • ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 7.1 ลิตร
  • ความจุน้ำมันเครื่อง 0.9 ลิตร
  • ระบบส่งกำลังขับ ออโตเมติก แบบสายพานตัววี ( V – Belt )
  • อัตราทดอัตโนมัติ (หน้า/หลัง) 2.239-0.706 : 1
  • อัตราทดเฟืองท้าย 10.208 (56/16 x 35/12)
  • ไส้กรองกระดาษเคลือบน้ำมัน
  • ระบบหล่อลื่นแบบเปียก
  • ความจุหม้อน้ำ 0.46 ลิตร
  • ความจุถังพักหม้อน้ำ NMAX Connected ขนาด  0.13 ลิตร
  • ชนิดกระบอกสูบ ไดอะซิล

โครงรถ NMAX Connected 

  • ชนิดของเฟรม แบคโบน
  • มุมคาสเตอร์ (องศา) / ระยะเทล 26.5 / 100 มม.
  • กว้าง x ยาว x สูง 740 x 1,935 x 1,160 มม.
  • ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 765 มม.
  • ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง 125 มม.
  • ช่วงศูนย์กลางระหว่างล้อ 1,340 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 2,000 มม.
  • น้ำหนัก (รวมน้ำมันเครื่องและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง) 131 กก.

ระบบไฟฟ้าของ NMAX Connected

  • ไฟหน้าแบบ LED
  • แบตเตอรี่ 12 V, 5.0 Ah / YTZ6V (MF) 
  • ไฟเบรค / ไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบการชาร์จแบบ สตาร์ทเตอร์ เจเนอเรเตอร์

ระบบกันสะเทือนของรถ NMAX Connected

  • หน้าแบบ เทเลสโคปิค
  • หลังแบบ ยูนิตสวิง

ระบบเบรกของ NMAX Connected

เบรก Yamaha Nmax Connected 2021

ระบบเบรกหน้าและหลังเป็นแบบ ABS โดยเบรกชนิดนี้จะป้องกันล้อของเราล็อกเมื่อเกิดการเบรกแบบกะทันหันหรือเบรกค้างไว้ยาว จะทำให้มอเตอร์ไซค์หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น ทำให้มั่นใจในการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง หรือจะลงเนินก็ปลอดภัยเช่นกัน

ล้อและยางของ NMAX Connected

ล้อ Yamaha Nmax Connected 2021

ในส่วนของล้อของ NMAX Connected จะเป็นล้อแม็ก J13M/C X MT3.0 ยางแบบ  110/70-13M/C  48P ส่วนของล้อหลังจะเป็น J13M/C X MT3.5 ยางแบบ 110/70-13M/C  63 P 


Option ของรถมอเตอร์ไซค์ NMAX Connected 

หน้าปัด Yamaha Nmax Connected 2021

ในส่วนของ Option ต่าง ๆ ที่ Yamaha ให้มาในรุ่นนี้ต้องบอกว่าคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งไว้ ชนิดที่ว่าคู่แข่งจะต้องหันมามองว่าจะเอาชนะในเรื่องของสเปกของรถรุ่นนี้ได้อย่างไร และยิ่งเป็นรถในตระกูล Max ที่ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ทำให้การซื้อครั้งนี้คุ้มค่าขึ้นไปอีก โดยหากเราแยก Feature เด่น ๆ ของรถจะออกมาได้ดังนี้

  • ถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้
  • กุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM ใช้สำหรับ สตาร์ท/ดับเครื่องยนต์/ปลดล็อกแฮนด์รถ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน /สัญญาณตอบรับ ANSWER BACK
  • Digital Meter สไตล์สปอร์ต ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมสวิตช์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์
  • เชื่อมต่อกับ Y- Connected ที่ทำให้เราสามารถเช็คเครื่องยนต์ ตรวจสอบลมยาง รวมไปถึงการแจ้งเตือนการเข้าศูนย์บริการ นับว่าเป็นระบบที่น่าสนใจมากของ Yamaha 

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในส่วนของสีที่ในปีรุ่นนี้ได้เพิ่มสีใหม่มาอีกสองสีคือ สีเทาและสีเทาน้ำเงิน เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ มีตัวเลือกในด้านของการใช้งานมากขึ้น อีกทั้งในส่วนของอุปกรณ์แต่งรถก็รองรับอย่างหลากหลาย จะซื้อจากศูนย์ Yamaha หรือร้านนอกก็แล้วแต่ความสะดวกเลย

ราคา

ราคานับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจซื้อรถ โดยราคาของ NMAX Connected จะอยู่ที่ 91,900 บาทกับรุ่นธรรมดาที่ใช้ชื่อว่า NMAX Standard ที่ 87,400 บาท การที่ราคาต่างกันไม่เกิน 5,000 บาท แลกกับ Feature ที่เพิ่มขึ้นมาการซื้อตัวท็อปคุ้มกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งราคาที่กล่าวมาด้านต้นนั้นเป็นเพียงราคาแนะนำจากทาง Yamaha เท่านั้น 

หากเราลองเทียบราคาในตลาดจะพบว่า NMAX Connected ตั้งมาอยู่ในระดับกลางค่อนไปด้านบน คือเริ่มต้นที่ 8 หมื่นกลาง ๆ ไปจนถึง 9 หมื่นต้น ๆ ใกล้เคียงกับหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์ขวัญใจมหาชนอย่าง PCX 160 แต่เรื่องนี้ผู้เขียนมองว่าเป็นความชอบส่วนตัว ถ้าเน้นความหรูหราก็ไป PCX ถ้าเน้นความสปอร์ตก็ไปทาง NMAX จะดีกว่า

สรุปท้ายบทความ

NMAX Connected 2021 ถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้มค่ามาก ทั้งในส่วนของสเปกเครื่องและ Feature ทำให้รถมอเตอร์ไซค์คันนี้เหมาะมากในการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสายขับในเมืองที่เน้นในเรื่องของความสปอร์ตซื้อเลยวันนี้คุ้ม 

อ้างอิง

https://www.yamaha-motor.co.th/commuter/nmax-2021/overview

เคล็ดลับ สร้างบ้าน The Sims ให้เหมือนมืออาชีพ

เคล็ดลับ สร้างบ้าน The Sims ให้เหมือนมืออาชีพ

ถ้าหากจะกล่าวถึงเกมแนว Simulation ในตำนานที่ผู้คนทั่วโลกน่าจะรู้จัก ก็คงจะหนีไม่พ้นเกม The Sims ที่จำลองวิถีชีวิตของเราได้แทบจะเหมือนกับการใช้ชีวิตของเราจริง ๆ ตั้งแต่การแต่งตัว การใช้ชีวิต และแม้แต่การ สร้างบ้าน The Sims ที่เราจะสามารถออกแบบได้ตามใจชอบ

the sims1
simscommunity.info
the sims2
imdb.com
gamesrig.com
urcdkeys.com

The Sims ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 พร้อมภาคเสริมถึง 7 ภาคด้วยกัน

ปัจจุบันเกม The Sims มีถึง 4 ภาคหลัก ได้แก่ The Sims, The Sims 2, The Sims 3 และ The Sims 4 ซึ่งสามารถเล่นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้มากมายทั้งเพลย์สเตชัน เกมบอย หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ โดยเกมตระกูล The Sims นี้ถือว่าเป็นเกมคอมพิวเตอร์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

อย่างที่บอกไปว่า ในเกม The Sims คุณสามารถสร้างตัวละคร สร้างบ้าน และดำเนินชีวิตราวกับการใช้ชีวิตจริง ๆ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าคงมีหลายคนที่ใช้บ้านสำเร็จรูปเพราะเสียดาย Simoleons (สกุลเงินในเกม) ที่ต้องเสียไป แล้วถ้าคุณเบื่อบ้านแบบสำเร็จรูปในเกม The Sims ล่ะ ? วันนี้เราจะมาสอนทุกคนสร้างบ้านสวย ๆ ในเกม The Sims กัน

รู้จักเครื่องมือการ สร้างบ้าน The Sims

ก่อนที่จะไปสร้างบ้านได้นั้นเราก็จะต้องมารู้จักกับเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างบ้านกันซะก่อน ซึ่งเครื่องมือที่ว่านี้ ก็มีหลากหลายทั้งเครื่องมือคัดลอกเฟอร์นิเจอร์หรือโครงสร้างบ้าน เครื่องมือทุบ (ลบ) เครื่องมือ Undo และ Redo เครื่องมือบันทึกพื้นที่ เครื่องมือเคลื่อนย้ายตัวบ้านทั้งหมด และเครื่องมือการเคลียร์พื้นที่ 

นอกจากนี้ การก่อสร้างบ้านยังมีหน้าต่างสำหรับการตกแต่งบ้านที่สามารถแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกันคือ ตัวโครงสร้างและเฟอร์นิเจอร์

เครื่องมือโครง สร้างบ้าน The Sims

โครงสร้างของบ้านในเกม The Sims จะแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ ส่วนต่าง ๆ ของบ้านเพียงคลิกไอคอนที่ปรากฏอยู่ ดังนี้

Wall สำหรับกำแพงบ้าน ผู้สร้างสามารถออกแบบได้ในแนวตรงหรือเฉียงเท่านั้น แต่ก็มีข้อดีที่สามารถปรับความสูงของเพดานและพื้นห้องให้โปร่งหรือเตี้ยได้

Doors and Windows ประตูและหน้าต่างของเกม The Sims นั้นมีให้เลือกหลายขนาดและสไตล์เพื่อให้เข้ากับตัวบ้านที่หลากหลาย

Fences Gates and Columns การสร้างรั้วบ้านมีลักษณะเหมือนกับการสร้างกำแพงบ้านที่เราสามารถออกแบบบ้านได้ตามต้องการ ด้วยการเลือกรูปแบบของรั้วและประตูที่มีหลากหลายสไตล์ ให้เข้ากับเสาและคานเสา

Roofs, Roof Patterns, Roof Sculptures and Roof Trims ตัวหลังคาของบ้านใน The Sims สามารถเลือกรูปแบบได้หลากหลายทั้งสามเหลี่ยม หกเหลี่ยม หน้าจั่ว หรือแบบเอียงไปทางใดทางหนึ่ง พร้อมลวดลายจากวัสดุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไม้ ฟาง อิฐ หรือกระจก รวมถึงขอบของหลังคาที่สามารถตั้งค่าให้ยื่นออกมาหรือไม่ก็ได้

Outdoor Plants and Fountains รู้ไหมว่า ต้นไม้ในเกม The Sims นั้นมีให้เลือกทั้งตั้งแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่ไปจนถึงดอกไม้เล็ก ๆ เลยทีเดียว ส่วนน้ำพุนั้นเราก็สามารถสร้างรูปแบบและสีของน้ำพุตามที่ต้องการได้

Floor Patterns and Wall Patterns พื้นห้องมีให้เลือกจากวัสดุมากมายในหมวดนี้ ได้แก่ ไม้ พรม กระเบื้อง หิน อิฐ เสื่อน้ำมัน หรือโลหะผสม เช่นเดียวกับกำแพงที่แบ่งเป็นวัสดุต่าง ๆ เช่น สีทาบ้าน วอลล์เปเปอร์ กระเบื้อง ระแนง อิฐ หิน เป็นต้น

Pool & Open Water สำหรับสระว่ายน้ำของเกมนั้นเราก็สามารถสร้างขนาดที่ต้องการได้เลยพร้อมตัวเลือกของสีน้ำในสระน้ำและของตกแต่งต่าง ๆ มากมาย

Terrain Tools จะขุด ถม หรือเปลี่ยนสีพื้นดินภายในบริเวณบ้านก็ทำได้เช่นเดียวกันเพียงใช้เครื่องมือนี้

Foundations ใช้ในกรณีที่บ้านของคุณมีพื้นที่สูงกว่าพื้นดิน ในส่วนนี้จะมีฐานบ้านให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งอิฐ ระแนงไม้ หรือเสา เป็นใต้ถุนเล็ก ๆ ก็ได้

Styles Rooms ถ้าคุณตกแต่งห้องด้วยตัวเองไม่เก่งนัก ห้องสำเร็จรูปก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะเครื่องมือที่ทางเกม The Sims ออกแบบให้เรียบร้อย เราแค่เลือกโทนสีของห้องเท่านั้น

เฟอร์นิเจอร์ในห้องต่าง ๆ ใน การสร้างบ้าน The Sims

ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เราสามารถแบ่งเฟอร์นิเจอร์ได้จาก 2 เกณฑ์ด้วยกันคือ ประเภทของเฟอร์นิเจอร์ และ เฟอร์นิเจอร์ในห้องต่าง ๆ

ซึ่งในบทความนี้เราจะแบ่งตามประเภท ดังนี้

Comfort คือเฟอร์นิเจอร์ประเภทเก้าอี้และเตียงแบบต่าง ๆ ทั้งเก้าอี้นวม โซฟา เก้าอี้รับประทานอาหาร เก้าอี้สำนักงาน เตียง และเก้าอี้ในสวน

Surfaces เฟอร์นิเจอร์ประเภทโต๊ะและชั้นวาง แบ่งเป็น โต๊ะกลาง โต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะหัวเตียง โต๊ะทำงาน เคาน์เตอร์ และหิ้ง

Plumbing หรือสุขภัณฑ์ในห้องน้ำไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ ตู้อาบน้ำ และฝักบัว

Activities and Skills เครื่องเล่นและสิ่งของที่ใช้ในการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ คือ ความรู้ ตรรกะ กีฬา ศิลปะ การเพาะปลูก รวมถึงทักษะเฉพาะด้านอื่น ๆ อย่าง วิทยาศาสตร์ หรือ หุ่นยนต์

Decorations แปลอย่างตรงตัวว่าการตกแต่งซึ่งรวมตั้งแต่ ต้นไม้ในบ้าน กรอบรูป กระจก ผ้าม่าน รูปปั้น พัดลม พรม และปล่องไฟ

Pets ข้าวของเครื่องใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์ (ซึ่งหมวดนี้จะมีแค่ในภาค The Sims™ 4 Cats & Dogs ซึ่งเป็นภาคเสริมเท่านั้น) โดยหมวดนี้แบ่งเป็น การดูแลสัตว์เลี้ยง ของเล่นสัตว์เลี้ยง เฟอร์นิเจอร์สำหรับสัตว์เลี้ยง และ สิ่งของอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

Kids เป็นของใช้สำหรับเด็กตั้งแต่วัยทารก วัยหัดเดิน ไปจนถึงวัยเด็ก ซึ่งมีทั้งของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ของเล่น และของพัฒนาทักษะสำหรับเด็ก

Lighting ไฟบ้านประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้น ไฟนอกบ้าน ไฟแขวนกำแพง และไฟแขวนเพดาน

Electronics เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ภายในบ้าน ทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก เครื่องเสียง เครื่องจับควัน และเครื่องปรับอุณหภูมิภายในบ้าน

Appliances เครื่องใช้ภายในห้องครัว ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เตาแก๊ส ไมโครเวฟ เครื่องล้างจาน เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่น เตาบาร์บีคิว และถังขยะ รวมถึงตู้จดหมายก็อยู่ในหมวดนี้เช่นกัน

Storages เป็นหมวดเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในการจัดเก็บของอย่าง ตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า ล็อกเกอร์ หรือกล่องของเล่นเด็ก

Off-the-Grid เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ถูกเก็บค่าไฟฟ้าและน้ำ แบ่งเป็นส่วนของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ไฟ เตาแก๊ส งานฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง และเตาผิง

Transportation ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง (ซึ่งมีแค่ในภาคเสริมแค่บางภาคเท่านั้น) เช่น เรือ เจ็ตสกี และจักรยาน เป็นต้น

เคล็ดลับ สร้างบ้านใน The Sims ให้สวยงามดังใจชอบ

หลังจากที่ได้รู้จักกับเครื่องมือการสร้างบ้านต่าง ๆ ไปแล้วคราวนี้ก็มาถึงเทคนิคการสร้างบ้านให้สวยตรงใจเรา จะมีเคล็ดลับอะไรบ้างมาดูกัน

เลือกบ้านชอบเป็นตัวอย่าง การจะ สร้างบ้านThe Sims สักหลังให้สวยงามก็คงจะเป็นเรื่องยากถ้าเราไม่ได้มีแบบอย่างในการสร้าง ดังนั้นเราควรจะเลือกบ้านหลังที่ชอบไว้เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างมันขึ้นมาหรือเลือกบ้านที่เราอยากมีในการสร้างมาเติมเต็มความฝันของเราก็ได้นะ

สร้างบ้านที่มีสไตล์เรียบง่ายแต่สวยงาม ถ้าการ สร้างบ้าน The Sims ที่ซับซ้อนมันเป็นเรื่องยากจนเกินไป ลองเลือกบ้านสไตล์เรียบง่ายอย่างมินิมอลที่สร้างง่ายหน่อยแต่สวยมากสิ

ดาวน์โหลดบ้านใน Gallery สร้างเองมันยากนัก ก็มีอีกหนึ่งวิธีในการมีบ้านสวย ๆ แค่เข้าไปเลือกบ้านที่ชอบและดาวน์โหลดลงพื้นที่ของตัวเองก็เป็นเจ้าของบ้านได้แล้ว

ใช้สูตรช่วยให้บ้านเป๊ะ รู้ไหมว่าการเล่น The Sims มีสูตรต่าง ๆ มากมายที่ทำให้บ้านของคุณสวยงามและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น กด Ctrl+C แล้วพิมพ์ตามนี้เลย !

kaching หรือ rosebud = เพิ่มเงิน 1,000 Simoleons

motherlode = เพิ่มเงิน 50000

Money {number} = เพิ่มเงินตามที่กำหนด

Sims.modify_funds +{number} = เพิ่มเงินให้ครอบครัวตามที่กำหนด

รวมสูตร The Sims 4 สำหรับโหมดสร้างบ้าน 

Shift + ] = ขยายวัตถุให้ใหญ่ขึ้น

Shift + [ = ย่อวัตถุให้เล็กลง

bb.moveobjects = วางวัตถุตรงไหนก็ได้

bb.showhiddenobjects = โชว์วัตถุที่ซ่อนอยู่

bb.enablefreebuild = แก้ไขสถานที่ต่างๆได้

bb.ignoregameplayunlocksentitlement : ปลดล็อกรางวัลพิเศษที่ได้จากการทำงาน (เลือกใช้หน้าโหมดซื้อ)

ไอเดีย สร้างบ้าน The Sims สวย ๆ

บ้านชั้นเดียวสไตล์คันทรี (Country Style) ที่ภายนอกทำด้วยหินสีเทาคล้ายกับกระท่อมเล็ก ๆ ในชนบทต่างประเทศ ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวเล็ก ๆ

บ้านรูปทรงสามเหลี่ยมหลังคาสูงสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) ทำมาจากไม้กลมกลืนกับผืนป่า ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง

บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) รูปทรงกล่องที่เรียบง่ายแต่ทันสมัยด้วยโทนสีสบายตาอย่างสีน้ำตาล-ขาว

บ้านสไตล์มินิมอล (Minimal Style) ในประเทศญี่ปุ่นสีขาวสะอาดตาในแนวคิด “Less is More” ที่เห็นแล้วนึกถึง MUJI

Bear and Bun

บ้านสำเร็จรูป (Knock Down House) ที่ประยุกต์ใช้จากตู้ขนส่งสินค้า หรือ ตู้คอนเทนเนอร์ สีสันสดใสรับฤดูร้อน

สรุปท้ายบทความ

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเคล็ดลับการ สร้างบ้าน The Sims ที่เรานำมาฝากกัน นอกจากการสร้างบ้านแล้ว The Sims ยังมีหมวดการเล่นอื่น ๆ ให้เลือกกันมากมาย แล้วรู้ไหมว่า ยิ่งซื้อภาคเสริมเยอะแค่ไหน ก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้นนะ !

แต่ถ้าคุณเห็นบ้านใน The Sims แล้วอยากใช้ชีวิตอยู่ขึ้นมาจริง ๆ ลองเข้ามาหาที่ดินใน Kaidee Property แล้วสร้างพวกมันขึ้นมาดูสิ แล้วคุณจะได้ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการอย่างแน่นอน

อ่านบทความ เกมเมอร์มือใหม่แต่งห้องอย่างไรให้เหมาะดีนะ ?

ส่องนิตยสารดังต้องอ่านที่เลิกผลิตแล้ว แต่ควรค่าแก่การเก็บ!

ส่องนิตยสารดังต้องอ่านที่เลิกผลิตแล้ว แต่ควรค่าแก่การเก็บ!

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเป็นยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ที่เคยอยู่คู่ชีวิตประจำวันของเราอย่างนิตยสารแทบจะเรียกว่าตายจากกันไปแล้ว เด็ก ๆ น้อง ๆ วัยใสในยุคนี้อาจจะไม่ได้เคยผ่านช่วงบูมของนิตยสารมาก่อน 

หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน เราขอถือว่าตัวเองโตมาพร้อมกับนิตยสาร อยู่บ้านก็ได้อ่านขวัญเรือนจากอานิสงค์ความชอบของแม่ อยู่โรงเรียนก็ได้อ่าน I Like  ของเพื่อน ไปร้านทำผมก็ได้อ่านคู่สร้างคู่สม เรียกว่ามีนิตยสารอยู่ในทุกช่วงชีวิตประจำวันเลยทีเดียว

ด้วยความรักและคิดถึงนิตยสารเก่า ๆ ที่ไม่มีให้ได้อ่านสมัยนี้ เราเลยอยากชวนทุกคนย้อนกลับไปตามหานิตยสารดังยุค 90s ที่หาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ใครที่รู้ว่าสมัยก่อนนิตยสารขวัญใจสาว ๆ ในยุคนั้นจะเป็นเล่มไหน มีเนื้อหายังไง ไปดูกันเลยค่ะ

รวมนิตยสารที่เลิกผลิตถาวร หาอ่านไม่ได้แล้ว: 

สตรีสาร (พ.ศ. 2491 – พ.ศ. 2539)

หากพูดถึงนิตยสารผู้หญิงรุ่นบุกเบิกในตำนาน  เล่มที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ‘สตรีสาร’ 

สตรีสารเป็นนิตยสารรายสัปดาห์พิมพ์สี่สี เปิดตัวขึ้นในปี พ.ศ.2491 โดยคุณเรวดี เทียนประภาส คุณแม่ของคุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ อดีตผู้บริหารช่อง 7 และมีผู้ก่อตั้งร่วมเป็นอาจารย์นิลวรรณ ปิ่นทอง  

เนื้อหาของนิตยสารนี้จะรวบรวมเรื่องราวหลากหลายที่สาว ๆ ในยุคนั้นสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับแพทเทิร์นตัดเสื้อผ้า งานบ้านงานเรือน สุขภาพความงาม อาหาร เรื่องสั้น นวนิยาย และอีกมากมาย แต่จริง ๆ เนื้อหาโดยรวมไม่ได้แค่ให้ผู้หญิงอ่านอย่างเดียว สามารถอ่านได้ทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว

นิตยสารสตรีสารได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2539 หลังจากได้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านและการแข่งขันสูงขึ้นระหว่างนิตยสารผู้หญิงด้วยกัน บวกกับคุณนิลวรรณผู้นั่งแท่นบรรณาธิการที่เริ่มชราและมีปัญหาสุขภาพ จึงตัดสินใจยุติการผลิตนิตยสาร ถือเป็นการปิดตัวนิตยสารผู้หญิงที่เคยมียอดขายสูงถึง 20,000 ฉบับ 

ลลนา (พ.ศ. 2516 – พ.ศ. 2538)

อีกหนึ่งตำนานของนิตยสารผู้หญิงที่โด่งดังในสมัยนั้นก็คือ ‘ลลนา’ 

นิตยสารผู้หญิงที่ก่อตั้งปี พ.ศ. 2516 ในเครือบีอาร์กรุ๊ป บรรณาธิการคือคุณสุวรรณี สุคนธ์เที่ยง นักเขียนมือฉมังเจ้าของผลงานนิยายที่นำไปทำเป็นละครมากมาย อาทิ น้ำพุ 

เนื้อหาในนิตยสารจะเน้นภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงหัวก้าวหน้าทันสมัยที่เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ทำให้มีคอลัมน์แซ่บ ๆ (เปรียบเทียบในสมัยนั้น) อย่างคอลัมน์หนุ่มลลนาที่จะรวบรวมภาพหนุ่มหน้าตาดีอวดหุ่นเฟิร์ม ๆ ซึ่งถือเป็นความฮือฮาในช่วงนั้นเลย พ่วงมากับเนื้อหาอื่น ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในนิตยสารผู้หญิง ทั้งแฟชัน อาหาร สุขภาพ 

กิมมิกของนิตยสารอีกอย่างที่โดดเด่นคือปกโดดเด่น เน้นความเปรี้ยว เฉี่ยว และโลเคชันถ่ายรูปที่แตกต่างไปจากนิตยสารส่วนใหญ่ช่วงนั้น เช่น เน้นถ่ายสตรีทแฟชัน 

ลลนาเริ่มเติบโตจนมาโด่งดังยุคทองที่สุดตอนช่วงปี พ.ศ. 2522 จนกลายเป็นต้นแบบของนิตยสารผู้หญิงรุ่นใหม่ในสมัยนั้น ทว่าเมื่อ พ.ศ. 2527 คุณสวรรณี สุคนธ์เที่ยง บรรณาธิการได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าชิงทรัพย์ ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหาร หลังจากเปลี่ยนมือผู้บริหาร ลลนาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นเน้นโฆษณาและยอดขายมากขึ้น จนในที่สุดก็ต้องอำลาแผงในปี พ.ศ.2538 

เปรียว (พ.ศ. 2524 – พ.ศ. 2558)

เปรียว นิตยสารแฟชันผู้หญิงแสนเปรี้ยวสุดทันสมัยแห่งยุคนั้น เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2524 ความโดดเด่นของเปรียวคือการถ่ายแฟชันที่มีความแปลกแหวกสไตล์จนได้ชื่อว่าเป็นผู้นำแฟชันในยุคนั้นเลยทีเดียว 

นอกจากเรื่องเนื้อหาและคอนเซปต์แล้ว การเย็บรูปเล่มก็เป็นการเย็บแบบมุงหลังคา ไม่มีสันปก ซึ่งถือว่าเป็นการเย็บรูปเล่มแบบใหม่ในช่วงนั้น 

เนื้อหาเน้นนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ เทรนด์แฟชัน ความงาม และเรื่องราวที่เกี่ยวกับผู้หญิง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนิตยสารที่อยู่คู่หญิงไทยมาอย่างยาวนานถึง 35 ปี จนกระทั่งเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์สู่ยุคดิจิทัล เปรียวจึงต้องพ่ายแพ่ให้กับโลกอินเทอร์เน็ต และปิดตัวไปในที่สุด 

เธอกับฉัน (พ.ศ.2526 – พ.ศ. 2555)

ขยับจากนิตยสารแฟชัน มาพูดถึงนิตยสารวัยรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง ‘เธอกับฉัน’ กันบ้าง เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2526 เนื้อหาเน้นเอาใจทาร์เก็ตกรุ๊ปแบบเต็มสตรีม 

ตลอดเวลาที่อยู่บนแผง นิตยสารเธอกับฉันก็มีการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์อยู่ตลอดเวลาไปตามการเปลี่ยนแปลงบรรณาธิการ โดยรวมแล้วมีบรรณาธิการที่นั่งแท่นบริหารนิตยสารเล่มนี้จวบจนกระทั่งปิดตัวถึง 8 คน เนื้อหาช่วงแรกเน้นสัมภาษณ์ดารานักร้อง เรื่องแฟชัน นิยาย และเรื่องสั้น 

เมื่อถึงยุคพจน์ อานนท์ ขึ้นเป็นบรรณาธิการ ได้เพิ่มคอลัมน์เกี่ยวกับดารานักร้องต่างประเทศเข้ามา และมีการเพิ่มโฆษณามากขึ้น

‘เธอกับฉัน’ ปิดตัวลงในปี พ.ศ.2555 หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงมากว่าหลายยุคหลายสมัย แต่เชื่อว่านิตยสารเล่มนี้คงอยู่ในใจใครหลายคน 

I Like (พ.ศ.2544 – พ.ศ.2559)

มาถึงนิตยสารขวัญใจวัยใสที่อยู่คู่ห้องเรียนเด็กมัธยมในยุคนั้นอย่าง I Like กันดีกว่า ใครทันขอให้ยกมือขึ้นแล้วรู้ไว้ว่าเราคือเพื่อนกัน!

ต้องบอกว่ายุคนั้นสาวมัธยมต้นปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัยต้องรู้จัก! I Like ถือเป็นนิตยสารวัยรุ่นยอดฮิตที่ทำยอดขายดีอันดับหนึ่งในช่วงที่ครองแผง เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2544 

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าเป็นนิตยสารที่สาว ๆ วัยใสต้องรู้จัก เพราะฉะนั้นเนื้อหาหลัก ๆ ในเล่มก็จะเน้นเสิร์ฟกลุ่มเป้าหมายแบบเน้น ๆ อัดแน่นด้วยในหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ ความรัก เอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งดารานักร้องไทยและเทศฮอต ๆ  โดยเฉพาะเหล่าไอดอลเกาหลีที่บูมมาก ๆ ตั้งแต่ช่วงนั้น 

และคอนเทนต์จุดขายของ I Like อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการดูดวงหลากหลายรูปแบบที่จะมีกิมมิกพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการดูดวงพร้อมแนะนำไอเทมเสริมดวงน่ารัก ๆ และการทำนายดวงเด่นในแต่ละตลอดช่วงครึ่งเดือนนั้น 

สรุปท้ายบทความ

ในยุคนี้ที่เราอยากเสพงานเขียนหรือคอนเทนต์แบบไหน แค่เสิร์ชออนไลน์แก๊กเดียวก็ได้อ่านครบหมดทุกเรื่อง บางทีก็อดคิดถึงฟีลย้อนวัยไปช่วงเด็ก ๆ ที่ยังเป็นยุครุ่งเรืองของนิตยสารอยู่ พอมานั่งย้อนกลับไปไกลกว่านั้น 

แต่ละช่วงปีก็จะมีนิตยสารดัง ๆ ที่เป็นขวัญใจคนในช่วงนั้นเหมือนกัน อาทิ ยุคคุณแม่ ๆ เรา ถ้านึกถึงนิตยสารผู้หญิงสักฉบับสองฉบับก็คงต้องเป็นสตรีสาร ลลนา หรือจะเป็นนิตยสารที่สาว ๆ เจนวายน่าจะทันกันอย่าง I Like ซึ่งแต่ละฉบับก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ในตัวเองแตกต่างกันไป 

ใครที่คิดถึง อยากไปหามาอ่านหรือเก็บสะสม แอบกระซิบเบา ๆ ว่า kaidee ยังมีนิตยสารมือสองที่ไม่ได้ผลิตแล้ว แรร์ไอเทมสุด ๆ ขายอยู่ด้วย ใครสนใจไปตามส่อง ตามเอฟมาอ่านเพลิน ๆ กันได้เลยค่า

5 เรื่องควรรู้ก่อนไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ 2021

5 เรื่องควรรู้ก่อนไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ 2021

“เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ ด้วย 5 เรื่องที่คุณควรรู้จะได้ไม่พลาดทุกความสนุก ในงานมหกรรมยานยนต์ใหญ่สุดของไทย”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 งานแสดงรถยนต์พร้อมจำหน่ายยิ่งใหญ่แห่งปี 2564
บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 งานแสดงรถยนต์พร้อมจำหน่ายยิ่งใหญ่แห่งปี 2564

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” งานจัดแสดงพร้อมจำหน่ายยานยนต์ยอดนิยมหลายรุ่น หนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น จัดเต็มครบทุกสีสันไฮไลท์ตลอด 12 วัน ทว่าด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การเข้าชมงานมีกฎระเบียบเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเรามาเตรียมตัวด้วย 5 เรื่องควรรู้ก่อนไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์กันดีกว่าครับ

M4 ดาวเด่นตัวแรงจากค่ายใบพัดฟ้าขาว BMW เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 42
M4 ดาวเด่นตัวแรงจากค่ายใบพัดฟ้าขาว BMW เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 42

เกริ่นนำกันสักนิดก่อนไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ของจริง โดยในปีนี้งานจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Shaping the Next Chapter – วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข” มีค่ายรถยนต์ 28 บริษัท และจักรยานยนต์อีก 7 บริษัท รวมทั้งหมด 35 บริษัทตอบรับเข้าร่วมออกบูทแน่นพื้นที่ ณ อาคารชาเลนเจอร์ นอกจากนี้ด้านหลังบริเวณพื้นที่โหลดสินค้ายังมีการจัดงาน “มหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 12” อีกด้วย

ภายในงานมอเตอร์โชว์มียนตรกรรมทั้งในรูปแบบคอนเซ็ปต์ และเปิดตัวพร้อมจำหน่ายหลายรุ่น จัดหนักด้วยโปรโมชันมอเตอร์โชว์สุดกระชากใจ สำหรับไฮไลท์รถยนต์ของบูทต่าง ๆ เรารวมให้หมดแล้ว ตามไปอ่านกันที่คอนเทนต์นี้ได้เลย คลิก “เรียกน้ำย่อย ! จับตารถใหม่มอเตอร์โชว์ 2021”

แต่ถ้าอยาก… เที่ยวงานมอเตอร์โชว์ให้สนุก เราต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนออกจากบ้าน ส่วนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างนั้น ไม่ยาก ! ตามไปอ่านใน 5 เรื่องควรรู้ก่อนไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ 2021 กันได้เลย  

มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 - 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตลอด 12 วัน
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตลอด 12 วัน

1. สถานที่จัดงาน วันและเวลาเปิด-ปิด

ก่อนจะออกไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์อย่างสุขใจ เราต้องรู้สถานที่การจัดงานกันก่อน สำหรับในปีนี้งานมอเตอร์โชว์ยังคงจัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานีเหมือนเดิม บนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตร ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2564 รวมระยะเวลาจัดเต็ม 12 วัน สำหรับเวลาเปิดและปิดงานในแต่ละวันถูกแบ่งเป็น

  •  วันธรรมดา (จันทร์ – ศุกร์) เปิดเวลา 12.00 น. และปิดงานเวลา 22.00 น.
  • วันสุดสัปดาห์ (เสาร์ – อาทิตย์) เปิดเวลา 11.00 น. และปิดงานเวลา 22.00 น.

วางแผนก่อนออกเดินทางไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์กันให้ดี เพราะถนนแจ้งวัฒนะการจราจรติดขัดพอสมควรในช่วงระหว่างวันจัดงาน 

บัตรมอเตอร์โชว์ราคาใบละ 100 บาท สามารถซื้อได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณเคาน์เตอร์หน้างาน
บัตรมอเตอร์โชว์ราคาใบละ 100 บาท สามารถซื้อได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณเคาน์เตอร์หน้างาน

2. บัตรเข้างาน

ในส่วนของบัตรเที่ยวงานมอเตอร์โชว์มี 2 แบบ คือ บัตรปกติ ราคา 100 บาท ซื้อได้ที่เคาน์เตอร์บริเวณทางเข้าหน้างาน สามารถเข้าออกงานได้ตลอดวัน

สำหรับบัตรอภินันทนาการจะต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชัน Car Buddy By GPI เท่านั้น
สำหรับบัตรอภินันทนาการจะต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชัน Car Buddy By GPI เท่านั้น
4 ขั้นตอนการลงทะเบียนเข้างานสำหรับผู้ที่บัตรอภินันทนาการจากมอเตอร์โชว์
4 ขั้นตอนการลงทะเบียนเข้างานสำหรับผู้ที่บัตรอภินันทนาการจากมอเตอร์โชว์

และบัตรอภินันทนาการ (บัตรฟรี) ซึ่งผู้ที่ได้บัตรประเภทนี้ ยังไม่สามารถเข้างานได้ทันทีเหมือนบัตรเสียเงิน โดยต้องทำตาม 5 ขั้นตอนดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Car Buddy By GPI (สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android) จากนั้นสแกน QR Code ที่หน้าบัตรอภินันทนาการ
  • ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นเลือกเมนูมอเตอร์โชว์และเริ่มลงทะเบียนข้อมูล
  • ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูล หรือ สแกน e-Ticket Code หลังบัตรลงสู่ระบบ
  • ขั้นตอนที่ 4 กรอกข้อมูลลงทะเบียนให้ครบถ้วน รับบัตร e-Ticket นำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่เพื่อเข้างานได้เลย
สาวพริตตี้จากทุกค่ายรถปฏิบัติตามมาตรการ social distancing อย่างเคร่งครัด
สาวพริตตี้จากทุกค่ายรถปฏิบัติตามมาตรการ social distancing อย่างเคร่งครัด

3. มาตรการโควิด-19

ผู้จัดงานมีมาตรการคุ้มเข้มเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาด “โควิด-19” ขั้นสูงสุด โดยผู้เข้าชมงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างรัดกุมตลอดเวลา โดยบริเวณหน้าประตูทางเข้ามีจุดสแกนอุณหภูมิความร้อน โดยผู้ที่สามารถเข้าชมภายในงานได้ จะต้องมีอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศา และทุกคนจะต้องสแกนแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทั้งก่อนเข้างานและหลังจากออกงาน

นอกจากนี้ในทุกบูทยังมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ที่สำคัญการเข้าชมภายรถยนต์อนุญาตให้ครั้งละ 1 คนเท่านั้น และอนุโลมเป็น 3 คนหากมาเป็นหมู่คณะ ปลอดภัยมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

เมืองทองธานีจัดให้มีที่จอดรถเพียงพอต่อผู้เข้าชมงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้
เมืองทองธานีจัดให้มีที่จอดรถเพียงพอต่อผู้เข้าชมงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้

4. การเดินทางและจุดจอดรถ

หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะค่อนข้างสะดวกสบาย โดยรถไฟฟ้า BTS และ MRT สามารถลงได้ที่สถานีหมอชิต (จตุจักร) จากนั้นขึ้นรถประจำทางสาย 52 (ปากเกร็ด – บางซื่อ) ไปลงบนที่ถนนแจ้งวัฒนะด้านหน้าเมืองทอง จากนั้นต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปด้านใน

นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถแท็กซี่ หรือ Grab จากที่พักมุ่งหน้าสู่เมืองทองธานีได้โดยตรง นับเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกสุดสำหรับขนส่งสาธารณะ 

แต่หากคุณขับรถส่วนตัวไปเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ เมืองทองธานีมีพื้นที่ให้บริการจอดรถอยู่ทั้งหมด 7 จุด คือ 

จุดที่ 1 ในอาคารชาเลนเจอร์ บริเวณลานจอดรถในร่ม 1 – 3 (P1 – P3) 

  • เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น.
  • 3 ชั่วโมงแรก เหมาจ่าย 40 บาท ฟรี 30 นาทีแรก 
  • ชั่วโมงถัดไป คิดชั่วโมงละ 20 บาท เศษนาทีให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง
  • ใช้บริการระหว่าง 18.00 – 24.00 น. เหมาจ่าย 40 บาท (ลูกค้าต้องนำรถเข้าหลัง 18:00 น. เท่านั้น)
  • ลูกค้าที่นำรถออกหลัง 24:00 น. มีค่าปรับจอดรถเกินเวลา ชั่วโมงละ 100 บาท
  • ลูกค้าทำบัตรจอดรถสูญหาย ชำรุด มีค่าปรับ 500 บาท

จุดที่ 2 อาคารจอดรถคอสโม บาซาร์ (24 ชั่วโมง)

  • จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก
  • ชั่วโมงถัดไป ชั่วโมงละ 20 บาท เศษนาที คิดเป็น 1 ชั่วโมง
  • ลูกค้าทำบัตรจอดรถสูญหาย ชำรุด มีค่าปรับ 500 บาท 

จุดที่ 3 ลานจอดรถกลางแจ้ง 4 (P4)

  • ด้านหลังอาคาร 11 – 12 
  • จอดฟรี 24 ชั่วโมง

จุดที่ 4 ลานจอดรถกลางแจ้ง 5 (P5)

  • ด้านหลังอาคาร 7 – 8 
  • จอดฟรี 24 ชั่วโมง

จุดที่ 5 ลานจอดรถกลางแจ้งเดอะพอร์ทอล

  • เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น.
  • จอดฟรี 30 นาทีแรก จากนั้นคิดในอัตราชั่วโมงละ 20 บาท เศษของนาทีคิดเป็น 1 ชั่วโมง
  • รับสิทธิ์จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก เมื่อแสดงคูปองจอดรถฟรี 2 ชั่วโมง สามารถนำใบเสร็จมูลค่าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป จากการใช้บริการเฉพาะร้านค้าชั้น 1-3 อาคารเดอะ พอร์ทอล เพื่อแลกคูปองได้ 1 ใบ (รวมใบเสร็จได้)
  • แลกคูปองได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น 1 และเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ชั้น 3 ศูนย์อาหาร Food Arena
  • ไม่อนุญาตให้รถจอดค้างคืน (กรณีจอดรถเกินกาหนดเวลาหลังเที่ยงคืน คิดอัตราค่าปรับ 100 บาทต่อชั่วโมง)
  • ลูกค้าทำบัตรจอดรถสูญหาย ชำรุด มีค่าปรับ 300 บาท

จุดที่ 6 ลานแอ็คทีฟ สแควร์

  • เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
  • จอดฟรี 

จุดที่ 7 ลานจอดเลคไซด์ (ริมทะเลสาบเมืองทองธานี)

  • เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
  • จอดฟรี 

บัตรเข้าชมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อตอบแบบสอบถามลุ้นชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท
บัตรเข้าชมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อตอบแบบสอบถามลุ้นชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

5. ร่วมสนุกชิงรางวัลมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

และอีกหนึ่งเรื่องควรรู้ที่พลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะการมาเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ของคุณจะไม่เสียเปล่า เมื่อบัตรเข้างานทุกใบมีค่า สามารถนำมาร่วมสนุกลุ้นชิงรางวัลจำนวนมาก มูลค่ารวมมากกว่า 2 ล้านบาท รางวัลที่ 1 รถยนต์ Ford  Everest รุ่น 2.0L Turbo Trend ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ มูลค่า 1,299,000 บาท และรางวัลอื่น ๆ อีก 6 รางวัล

วิธีการร่วมสนุกง่าย ๆ  สำหรับผู้ซื้อบัตรเข้าชมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อตอบแบบสอบถาม ผู้โชคดีจากการสุ่มรับรางวัลไปเลย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkok-motorshow.com

ห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 42” เติมเต็มไอเดียให้ชีวิต ผ่านเทคโนโลยียนตรกรรมระดับโลก พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้รุดหน้า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ไปด้วยกันครับ 

และอย่าลืม ! ถ้ารถใหม่ราคายังแรง ลองเปลี่ยนมาเลือกซื้อรถมือ 2 กับ Kaidee การันตีรถดี ราคาไม่แพง เป็นเจ้าของได้ง่ายกว่าแน่นอนครับ