| AJ1 STARTED SNEAKER CULTURE,
THERE ARE NO OTHER SHOES THAN THAT |
“AJ1 สร้างวัฒนธรรมรองเท้า Sneaker และไม่มีรองเท้าคู่ใดในโลก ทำได้เทียบเท่า”
| THE MOST WANTED TRAINER OF ALL TIME |
“รองเท้าผ้าใบ ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในประวัติศาสตร์”
| THE SYMBOL OF MY GENERATION |
“สัญลักษณ์ เจเนอเรชันของพวกเรา”
Headline พวกนี้ เพื่อนๆ คงเคยเห็นกันมาบ้าง ผ่านโซเชียลมีเดียและนิตยสารแฟชั่น และแม้ว่า Air Jordan I จะผลิตขึ้นมานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่ความนิยมของมันกลับตกทอดรุ่นต่อรุ่น และไม่เสื่อมไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด

และเชื่อเลยว่า นักสะสมรองเท้าทั่วโลก ได้เริ่มเรื่องราวความรักที่มีต่อรองเท้า Sneaker (รองเท้าผ้าใบ) จากรองเท้าคู่นี้ ที่มีชื่อว่า Air Jordan I แน่นอน
หากถามว่า Sneaker ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ที่ฮอตที่สุดใน พ.ศ.นี้ แน่นอนว่า ‘Air Jordan’ ขึ้นแท่น ครองอันดับหนึ่ง แบบไม่ต้องสงสัย การันตีได้จากยอดขายที่พุ่งทะยานเป็นอันดับหนึ่ง จากผลการจัดอันดับของ Lyst แพลตฟอร์มการค้นหาด้านแฟชั่นระดับโลก และก็เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ ActiveWear อย่าง Nike ได้แซงโค้ง แบรนด์ลักชัวรี่อย่าง OFF-WHITE ที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งมาถึง 3 ไตรมาส ได้อย่างสวยงาม
“ความชอบ” และ “ความคลั่ง”
สำหรับหลายคน อาจจะใช้มันแค่กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่สำหรับคนบางคน สิ่งที่ทำให้พวกเขาใจเต้น และเติมรอยยิ้มบนใบหน้าให้พวกเขาได้ อาจจะเป็นแค่รองเท้า Sneaker สักใบก็ได้นะคะ
ความเป็นที่หนึ่งของ Air Jordan แน่นอนว่าส่วนหนึ่ง มาจากดีไซน์รองเท้า ที่ให้ความเท่ สไตล์ยูนีค คลาสสิกแต่ยังคงความทันสมัยตลอดกาล และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ SneakerHead ทั่วทั้งโลกต่างยกให้ Air Jordan เป็น รองเท้าในฝัน ก็คือเรื่องราวกว่าจะมาเป็น Nike – Air Jordan เหมือนทุกวันนี้นั่นเอง
–กว่าจะมาเป็น ‘Nike- Air Jordan’ ในทุกวันนี้ –
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ความเป็นมาของรองเท้าคู่นี้ เริ่มมาจาก ราชานักบาสเกตบอลแห่ง NBA ‘Michael B. Jordan’ (ไมเคิล จอร์แดน) นั่นเอง
โดยสมัยที่ Michael Jordan (MJ) เป็นเพียงแค่นักกีฬาสมัครเล่นอยู่ที่ North Carolina, California เขามีความชื่นชอบ รองเท้ากีฬาจากแบรนด์ Adidas เป็นพิเศษ แม้ว่าโค้ชของเขาจะอนุญาตให้เขาใส่ได้แค่รองเท้า Converse เข้าลงสนาม แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขาแอบหยิบ Adidas คู่โปรดใส่ลงแข่ง แต่นี่เป็นเพียงแค่ความชอบส่วนตัวของไมเคิลเท่านั้น ส่วนจุดเริ่มต้นของรองเท้า Air Jordan คู่นี้ มันเริ่มจากการปลายปากกากับเอกสารสัญญา ระหว่าง Nike กับ ไมเคิล
ซึ่งขณะนั้น ไมเคิลเป็นเพียงแค่นักกีฬาดาวรุ่ง หน้าใหม่ของ NBA เท่านั้น แต่ Nike ก็มั่นใจในศักยภาพของไมเคิลมากพอ ที่จะออกแบบรองเท้าให้เขาใส่ลงแข่งในปี 1984 และรองเท้าคู่ที่พูดถึงอยู่นี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้….. Nike-Air Jordan คู่สีแดง/ดำ (ซึ่งเป็นสียูนิฟอร์มของทีม Chicago Bulls) ในตำนานคู่นี้นั่นเอง

แม้ว่าดีไซน์รองเท้า บวกกับ สีแดงและสีดำที่ตัดกันอย่างสวยงาม จะเรียกเสียงฮือฮาจากฝั่งผู้บริโภคได้ตั้งแต่เปิดตัว แต่ Nike กลับเจออุปสรรคมากมาย เพราะเจ้าตัวพรีเซนเตอร์ของเรา กลับมีความเห็นที่ต่าง เขามองว่า สีแดงและสีดำ ทำให้รองเท้าเหมือนรองเท้าปีศาจ ยังไม่พอ คณะกรรมการ NBA ยังแบนไม่ให้ไมเคิลสวมมันลงสนามแข่งอีกด้วย เนื่องจากสีของรองเท้านั้น ขัดต่อกฏเครื่องแต่งกายของนักกีฬา
ดังนั้นทุกครั้งที่ไมเคิลใส่ Air Jordan ลงสนาม จะโดนค่าปรับจำนวน 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่า Nike ยอมจ่าย เพราะผลตอบแทนนั้น คุ้มค่าเกินบรรยาย
หลังจากนั้น Nike ก็ได้ผลิต Air Jordan ออกตามมาหลายรุ่น ซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแทบทุกตัว วันนี้เรามาดูกันว่าจะมีรุ่นไหนบ้างที่ตรึงตรา ตรึงใจ ยอดขาย ถล่มทลาย
1.Nike Dior X Air Jordan 1 High

Dior x Air Jordan I หรือ ‘Air Dior’ เป็นรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2020 ที่ผ่านมา
Kim John ดีไซเนอร์เจ้าของผลงานชิ้นนี้ เผยเองว่า ความพรีเมี่ยมของรองเท้าคู่นี้ ไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่ความคลาสสิกของดีไซน์ต้นฉบับ Air Jordan ซึ่งถูกนำมาเพิ่ม ความลักชัวรี่ ด้วยโลโก้ดิออร์ และความประณีตในการปักเย็บด้วยมือ ในเลเวลที่ไม่เคยมีมาก่อน

นอกจากนี้ เขายังเผยอีกว่า เพราะเขาเป็นแฟนตัวยงของ Air Jordan ตั้งแต่ดีไซน์ ความรู้สึกที่รองเท้าคู่นี้มอบให้ ยันความสบายเวลาสวมใส่ ดังนั้นเขาจึงไม่ทำลายดีไซน์ต้นฉบับแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขาตั้งใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่จับดินสอออกแบบคือสีของมันต้องเป็นสี ‘Grey Dior’ สีเทาแบบดิออร์เพียงเท่านั้น และจะเป็นสีใดไปไม่ได้เด็ดขาด
2. Travis Scott X Air Jordan I High

ถ้าจะซื้อรองเท้าสักคู่ จากลิสต์นี้ แนะนำคู่นี้ค่ะ เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา บอกเลยว่าไม่มีเด็กวัยรุ่นคนไหน ไม่อยากได้รองเท้าคู่นี้ไว้ในครอบครอง เพราะตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยขายจนถึงวันนี้ รองเท้าคู่นี้ก็ “Out of Stock” ไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
“The Shoes that are classic enough to evoke nostalgia and connect generations.”
(รองเท้าที่มีความคลาสสิกพอ ให้รู้สึกคิดถึงอดีต แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นสู่รุ่น)
– The Ringer เว็บไซต์ข่าวสารกีฬา และการบันเทิง
แม้ว่าความ HYPE ของรองเท้าคู่นี้ ส่วนหนึ่งมาจากการได้แร็ปเปอร์ชื่อดัง Travis Scott ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นกระแส มาร่วมออกแบบ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าดีไซน์เขาท็อปฟอร์มจริงๆ ทั้ง Swoosh (โลโก้ไนกี้) ที่กลับด้านกระเป๋าขนาดเล็กที่ถูกซ้อนบริเวณข้อเท้า และความยูนีคของหนังกำมะยี่สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นการกล้าได้กล้าเสียครั้งแรกของ Nike ทั้งนั้น
3. Union Los Angeles X Jordan I (2018)

Union Los Angeles เป็นแบรนด์ Streetwear ชื่อดังจาก LA จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างจากแบรนด์ Streetwear ทั่วไปนั้น ต้องยกให้ความ “Authentic Vintage” หรือความวินเทจแบบดั้งเดิมที่แท้จริง ตั้งแต่บรรยากาศร้าน ยันดีไซน์เสื้อผ้าแต่ละคอลเลคชั่น ซึ่งต่างก็ให้ฟิลล์ความสปอร์ตแบบ 90s ได้อย่างแท้จริง
การร่วมงานกันครั้งนี้ระหว่าง Nike และ Union LA ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะถ้าให้เลือกสักแบรนด์ที่สามารถปรับเปลี่ยน ดีไซน์ของ Air Jordan I และไม่ทำให้แฟนคลับหัวเสีย แบรนด์นั้นคือ Union LA
Chris Gibbs เจ้าของแบรนด์ Union LA และดีไซเนอร์ของรองเท้าคู่นี้ มีไอเดียในการเอาคู่สีต้นฉบับกลับมาผสมเข้าด้วยกัน แต่ไฮไลท์เด็ดของ Union Los Angeles X Jordan I คือรอยเย็บรอบรองเท้าที่ถูกทำให้เด่นชัดขึ้น โดย Chris ให้เหตุผลว่า เขาอยากให้รองเท้าคู่นี้ เปรียบเสมือนรองเท้าในวัยเด็ก ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความทรงจำ และผ่านการซ่อมแซมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
4. Off-White™ X Jordan I (2017)

นักสะสมรองเท้าทั้งหลาย คงรู้ดีว่าการคอลแลบบอเรชันครั้งนี้ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแค่ไหน ซึ่งเจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE อย่าง Virgil Abloh ที่ได้สร้างผลงาน และดีไซน์สุดแนว ให้ OFF-WHITE มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก็ได้ประกาศร่วมมือกับ Nike ในการออกแบบรองเท้า Air Jordan 1 มาในชื่อคอลเลคชัน OFF-WHITE X AIR JORDAN 1 “THE TEN” ไปเมื่อปี 2017

ความไอคอนิกของรองเท้าคู่นี้ นอกจากสีของรองเท้าที่มีสีแดง ขาว และสีดำ ซึ่งเป็นสีประจำทีมบาสเกตบอล Chicago Bulls แล้ว ส่วนที่ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันเป็นหนี้ก็คือ ดีไซน์บริเวณด้านข้างของรองเท้า ซึ่งเป็นลายพิมพ์ เขียนว่า “Off-White for Nike” แถมยังมี Location “Beaverton, Oregon USA” ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้
5. Nike SB X Air Jordan 1 “La to Chicago”

รองเท้าคู่นี้ เป็นผลงานการรวมตัวของ Nike SP (ไลน์สินค้าคุณภาพระดับท็อป ของ Nike) และ Jordan Brand
ลูกเล่นที่ทำให้นักสะสม Sneaker ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของมันต้องมี” นั้น คือสีของรองเท้าค่ะ แน่นอนว่าชื่อ LA TO CHICAGO ไม่ได้เป็นชื่อที่คิดขึ้นมาเพื่อความเท่อย่างเดียว แต่เป็นชื่อที่ Represent สีของรองเท้าคู่นี้

หลังจากที่ออกมาจากร้าน เพื่อนๆ จะได้รองเท้าที่มีสีเป็นสี ม่วง ทอง ซึ่งเป็นสีประจำทีมบาสเก็ตบอสของ LA …Lakers สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สีม่วง และสีทองนี้จะลอกหลุดไปตามเวลาการใช้งาน และจะกลายเป็นสีแดง/ดำ แทน ซึ่งแน่นอนว่า สีแดง/ดำ นั้น ก็คือสีประจำทีมบาสเกตบอลของ Chicago…Chicago Bulls นั่นเอง
6. Off-White™ X Air Jordan 1 “UNC”

แน่นอนว่าดีไซเนอร์ชื่อดัง เจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE แบรนด์ลักชัวรี่ ที่มีดีไซน์ ทำลายความจำเจของวงการแฟชั่น และขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์แห่งยุค Disruption ของจริง ก็ไม่หยุดอยู่ที่ดีไซน์เดียวแน่นอน
เมื่อปี 2018 ก่อนงาน ‘Met Gala’ ไม่กี่เดือน Virgil Abloh ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์ OFF-WHITE ได้โชว์ Off-White™ x Air Jordan 1 “UNC” รองเท้า OFF-WHITE อีกคู่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าผ้าใบในตำนาน อย่าง Air Jordan ผ่านโซเชียลมีเดียของเขา
ครั้งนี้ OFF-WHITE ไม่ได้มาพร้อมกับสี Chicago Bulls (สีแดง ขาว และดำ) อย่างเคย แต่กลับฉีกแบบแผนไปเลย โดยการใช้สีฟ้า และสีขาว ซึ่งเป็นสีของมหาวิทยาลัย ‘University of North Carolina’ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ไมเคิลเรียน และนี่จึงเป็นที่มาของตัวอักษร UNC ซึ่งย่อมาจาก University of North Carolina

แต่ Virgil ไม่ได้แค่เปลี่ยนสีรองเท้าเท่านั้นนะคะ แต่เขายังเพิ่มสีส้มเข้าไป ซึ่งมาในรูปแบบของเส้นปัก ยึด โลโก้ Nike ไว้กับตัวรองเท้า เรียกได้ว่าดีไซน์ท็อปฟอร์มจัดๆ เลย
7. J. Balvin x Air Jordan I Retro High

เราขอปิดท้ายด้วยการคอลแลบบอเรชันที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์รองเท้าสนีกเกอร์เลยก็ว่าได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ Air Jordan 1 ร่วมงานกับศิลปินเพลงฮิปฮอป ชาวโคลอมเบีย J. Balvin ซึ่งการร่วมงานในครั้งนี้ J.Balvin ก็กลายเป็นนักร้องเพลงภาษาสเปนคนแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์สนีกเกอร์ระดับโลกอย่าง Nike
หลายคนอาจจะไม่รู้จัก J.Balvin แต่เชื่อเลยว่าทุกคนต้องเคยได้เพลง ‘Mi gentle’ ของเขาอย่างแน่นอน ด้วย แฟชั่นการแต่งตัว รวมถึงแนวเพลง และมิวสิกวิดีโอของเขา ที่มักจะเน้นสีสันจัดจ้าน โชว์ความร่าเริง สดใส ก็เดาไม่ยากเลยว่า ดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้จะเกรี้ยวกราดขนาดไหน
คู่นี้แหวกความคลาสสิกของ Air Jordan โดยใช้สีรุ้งเป็นธีม และใช้สีดำแทรกบางส่วนเพื่อเก็บรายละเอียด และยังใช้เป็นสีเชือกรองเท้า เพิ่มลูกเล่นให้กับรองเท้าคู่นี้ให้ดูสนุกอีกเป็นกอง

นอกจากนี้ J.Balvin ยังได้ใส่โลโก้ประจำตัวของเขา “Smily Face :)” ลงไปเป็นลายทั่วรองเท้า บอกเลยว่า คู่นี้เก๋สุดๆ
สรุปท้ายบทความ
หลายคนเชื่อว่า ความนิยมของรองเท้า Air Jordan I มาจาก ความแข็งแรงของชื่อแบรนด์ ที่ได้ชื่อของนักบาสชื่อดังอย่าง ‘Michael Jordan’ มา และฐานะการเงินในสังคมที่เป็นผลพลอยได้จากการใส่รองเท้าคู่นี้ แต่จริงๆ แล้ว รองเท้าคู่หนึ่ง จะครองใจผู้คนไม่ได้นานมากถึง 3 ทศวรรษ ถ้ารองเท้าคู่นั้น ไม่มีดีไซน์ที่สวยงาม ขาดความสบายในการสวมใส่ และไม่มีการพัฒนา เพื่อให้ได้มาซึ่งดีไซน์ที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่อินเทรนด์ แต่นำเทรนด์
แม้ว่า Air Jordan I จะเป็นรองเท้าแสนแพง แต่เงินที่เพื่อนๆ จ่ายไป ไม่ได้จ่ายให้แค่กับรองเท้า แต่จ่ายให้กับความฮอต และฟิลลิ่งที่ได้จากการใส่มัน คนไหนกำลังเก็บสตางค์อยู่ ลองดูรองเท้าคู่อื่นก่อนไหมคะ ที่ Kaidee เรามีรองเท้าผ้าใบสวยๆ อินเทรนด์ เพียบเลย




