5 เทคนิคแต่งบ้านง่าย ๆ สไตล์ ‘Loft’

5 เทคนิคแต่งบ้านง่าย ๆ สไตล์ ‘Loft’

การแต่งบ้านก็เปรียบเสมือนงานศิลปะที่แต่ละคนก็มีความชอบและความต้องการแตกต่างกันไป และ Loft ก็เป็นแนวทางการแต่งบ้านแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะดูเท่และคูลแล้ว ยังเป็นการตกแต่งที่ทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย และวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft กัน

ประวัติการแต่งบ้านสไตล์ Loft

อย่างที่เห็นกันตามร้านหาร คาเฟ่ หรือโรงแรมต่าง ๆ การแต่งบ้านในสไตล์ Loft ถือเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน เพราะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมีความง่ายในการเนรมิตให้สวยงาม

การแต่งบ้านในสไตล์ Loft มีจุดเริ่มต้นจากย่าน SoHo ในเมือง New York ในยุคสมัยการปฎิวัตอุสาหกรรม ซึ่งเป็นยุคที่มาการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมามากมายในย่านนี้ ทำให้เมื่อยุคอุตสาหกรรมหมดไป โรงงานเหล่านี้จึงถูกทิ้งร้าง ทำให้กลุ่มคนที่ไม่มีทรัพย์พอได้เข้ามาซื้อและทำการดัดแปลงโรงงานเพื่ออยู่อาศัยจนเกิดเป็นบ้านสไตล์ Loft

ขอบคุณรูปจาก: Claire Esparros

เทคนิคการแต่งบ้านสไตล์ Loft

ปูน อิฐ เหล็ก

ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ Loft ที่มีความดิบอยู่สูงมาก ทำให้การตกแต่งส่วนมากจึงเน้นผนังปูนเปลือยและท่อเหล็กที่แสดงถึงความดิบหยาบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการแต่งบ้านสไตล์นี้ โชว์ให้เห็นโครงสร้างของตึก เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐสีต่าง ๆ มีท่อเหล็กตามการต่อไฟ และอีกประโยชน์หนึ่งของการตกแต่งแบบนี้คือ ทำให้ซ่อมแซมสายไฟหรือท่อประปาได้ง่ายมากขึ้น

ห้องโปร่งโล่งสบาย

อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มความเป็น Loft ได้เป็นอย่างดีคือ การเปิดพื้นที่ให้โล่งกว้างมากยิ่งขึ้นให้ความรู้สึกเหมือนโกดังหรือโรงงานที่มีเพดานสูง ซึ่งการที่ไม่มีฝ้าก็สามารถช่วยได้มากทีเดียว และยังมีข้อดีคือทำให้แสดงถึงงานระบบภายในบ้านและช่วยระบายอากาศได้อีกด้วย นอกจากนี้การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีประตูปิดกั้นยังทำให้ห้องไม่มีสิ่งบดบังสายตาและดูโปร่งขึ้น รวมถึงตัวบันไดที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กทำให้ดูไม่อึดอัดและสามารถใช้สอยพื้นที่ด้านล่างได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สีเข้ม ธรรมชาติ

สำหรับโทนสีของการแต่งบ้านสไตล์ Loft ควรจะเน้นการตกแต่งไปในทางโทนสีเข้มที่เกิดจากธรรมชาติที่เกิดจากการก่อสร้าง เช่น สีปูน ไม้ เหล็ก และอิฐ รวมถึงการใช้สีที่เรียบง่ายอย่างสีเทา ขาว ดำ หรือน้ำตาลเข้มก็ทำให้บ้านดูเป็น Loft ได้มากขึ้นเช่นกัน

ขอบคุณรูปจาก: livingcube.furniture

เฟอร์นิเจอร์ยกได้ เปลี่ยนสบาย

การที่จะให้บ้านดูโปร่งโล่งนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ไม่ต้องบิวท์อินและง่ายต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ เช่น โต๊ะทำงานหอเก้าอี้ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือเฟอร์นิเจอร์แบบมีล้อ และเป็นเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายแต่ใช้สอยได้เยอะ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากที่นิยมใช้ก็ควรที่จะใช้วัสดุที่เป็น ไม้ เหล็ก และหนังเพื่อให้ดูเท่และดิบเข้ากับตัวผนังและการตกแต่งโดยรวมของห้องนั่นเอง

แสงอุ่นช่วยให้มีเสน่ห์

ด้วยความที่การแต่งบ้านสไตล์ Loft นั้นเป็นการแต่งบ้านที่ใช้วัสดุและโทนีที่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นแสงที่จะช่วยเพิ่มประกายของความเป็น Loft นั้นก็ควรจะเป็นแสงที่เกิดจากธรรมชาติหรือมีโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างโทนสีเหลือง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของห้องนั้น ๆ หรือใช้โคมไฟวางเป็นจุด ๆ ก็สร้างบรรยากาศให้ดูสลัว ๆ เท่ ๆ ได้เหมือนกัน

เป็นอย่างไรบ้างคะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft ที่ทำได้เองแบบง่าย ๆ หรือถ้าใครอยากตกแต่งห้องสไตล์ไหนก็สามารถค้นหาไอเดียต่างๆ ได้ใน JAPANDI Design ไฮบริดสไตล์แต่งบ้านที่สายมินิมอลต้องรู้ และซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ที่ Kaidee เลย เพียงแค่นี้ก็ทำให้ห้องดูมีสไตล์ได้แล้ว

เปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นด้วย ฉนวนกันความร้อนหลังคา

เปลี่ยนบ้านร้อนให้เย็นด้วย ฉนวนกันความร้อนหลังคา

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีอากาศที่ร้อนระอุ ทำให้การก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ให้เย็นสบายจึงนับเป็นเรื่องที่ยาก แต่ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างชาญฉลาดทำให้เกิดวัสดุที่เป็นตัวช่วยในการลดความร้อนของบ้านได้ นั่นก็คือ ฉนวนกันความร้อนหลังคา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ซึ่งการติดตั้งฉนวนกันความร้อนหลังคานั้นจะต้องมีการเลือกประเภทของฉนวนกันความร้อนหลังคาที่เหมาะสมกับบ้านลักษณะต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพในการกันความร้อนหลังคาที่ดีที่สุด

ฉนวนกันความร้อนหลังคา คืออะไร ?

ฉนวนกันความร้อนหลังคา เป็นวัสดุป้องกันความร้อนจากภายนอกอาคารไม่ให้เข้าสู่ตัวอาคาร รวมถึงยังสามารถช่วยสะท้อนความร้อนออกไปได้เช่นกัน ซึ่งส่วนมากแล้วฉนวนกันความร้อนหลังคานนั้นจะประกอบไปด้วยฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก โดยฉนวนกันความร้อนหลังคาแต่ละชนิดก็มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน สังเกตจากค่าสัมประสิทธิ์ของการนำความร้อนที่ยิ่งน้อย แสดงว่ามีประสิทธิภาพมากนั่นเอง

ประเภทของ ฉนวนกันความร้อนหลังคา

ฉนวนกันความร้อนหลังคาสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักได้ 2 ประเภทตามวิธีการใช้ ได้แก่

ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น

วางจำหน่ายในลักษณะเป็นม้วน มีความอ่อนตัว สามารถติดตั้งได้ง่ายด้วยการปูใต้โครงผนังเบา บนฝ้าเพดาน หรือบนเป ซึ่งฉนวนกันความร้อนหลังคาสามารถแบ่งได้ตามวัสดุต่าง ๆ จนทำให้เกิดความหนา ค่ากันความร้อน ความยาวต่อม้วน และราคาที่แตกต่างกัน

ฉนวนกันความร้อนแบบพ่น

เป็นฉนวนกันความร้อนที่ใช้งานด้วยการพ่นลงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น ฝ้าเพดาน หรือผนังห้อง เพื่อกันความร้อนโดยผู้ที่จะทำการพ่นได้นั้นจะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เหมาะกับพื้นที่ที่ยากต่อการปูแผ่นฉนวนกันความร้อนหลังคา

ซึ่งฉนวนกันความร้อนหลังคาทั้งสองแบบที่กล่าวไปข้างต้นนั้นยังสามารถแบ่งประเภทของฉนวนกันความร้อนได้เป็นประเภทย่อย ๆ ได้หลากหลายชนิดตามรูปร่างลักษณะและวัสดุการผลิต ดังนี้

อะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminium Foil) แผ่นฉนวนกันความร้อนหลังคาที่มีลักษณะเป็นฟอยล์ 2 หน้าคล้ายกับฟอยล์ห่ออาหารแต่มีลักษณะที่หนาขึ้นเพื่อกันความร้อน โดยแผ่นฉนวนกันความร้อนชนิดนี้ไม่ได้มีความสามารถในการกันความร้อน ทำได้เพียงสะท้อนความร้อนออกไป จึงต้องใช้ร่วมกับฉนวนกันความร้อนหลังคาชนิดอื่น ๆ แต่มีคุณสมบัติที่เหนียว คงทน และหาซื้อได้ง่าย

โพลีเอธิลีนโฟม (Polyethylene Foam) หรือที่เรียกว่า PE มีให้เลือกมากมายหลากหลายขนาด เช่น 3 4 5 หรือ 10 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติหลักในการป้องกันความร้อนและสะท้อนความร้อนได้ในตัว ได้รับความนิยมเพราะมีราคาที่ต่ำ เป็นแผ่นเบา เหนียวนุ่ม ทนต่อแรงกระแทก และหนา

โพลียูรีเทน โฟม (Polyurethane Foam) หรือ PU มีชื่อเรียกในภาษาไทย คือ โฟมเหลือง เป็นฉนวนกันความร้อนหลังคาที่มักถูกใช้ในโรงงาน มีคุณสมบัติในการกันน้ำ ความชื้น และเสียงได้ดี แต่เสื่อมสภาพได้เร็วถ้าได้รับอุณหภูมิที่สูงเกินหรือติดไฟง่าย ฉนวนกันความร้อนหลังคาประเภทนี้มีลักษณะทั้งเป็นแผ่นและสเปรย์

โพลีสไตรีน โฟม (Polystyrene Foam) หรือในชื่อภาษาไทยว่า โฟมขาว มีตัวย่อคือ PS และ EPS เป็นวัสดุกันความร้อนหลังคาที่มีขนาดเบา เคลื่อนย้าย และติดตั้งง่าย มีจุดเด่นในการดันความร้อนและความเย็น ทำให้กลายเป็นฉนวนกันความร้อนหลังคาอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นกัน 

แอร์บับเบิ้ล (Air Bubble เรียกอีกอย่างว่า Bubble Foil) มีลักษณะคล้ายกับแผ่นกันกระแทก แต่ผลิตจากแผ่นอะลูมิเนียม โดยด้านนอกทำหน้าที่ในการสะท้อนความร้อน และด้านในทำหน้าที่ในการกันความร้อนนั่นเอง

ใยแก้ว (Fiberglass) เป็นฉนวนกันความร้อนหลังคาที่ด้านในมีใยแก้วที่ถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นอะลูมิเนียมมีข้อดีคือสามารถกันได้ทั้งความร้อนและเสียง ติดตั้งง่าย และทนความร้อนได้สูง แต่ก็มีความหนาที่มากกว่าฉนวนกันความร้อนหลังคาแบบอื่น ๆ ทำให้พับเก็บได้ยาก

เซรามิกสะท้อนความร้อน (Ceramic Coating) ถูกผลิตจากการนำอนุภาคของเซรามิก อะคริลิก และวัสดุอื่น ๆ มาผสมกัน ฉนวนกันความร้อนหลังคาชนิดนี้มีลักษณะเป็นของเหลวที่มักจะถูกพ่นลงบนหลังคาและดาดฟ้าต่าง ๆ และนอกจากจะกันความร้อนแล้วเซรามิกสะท้อนความร้อนยังสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมอีกด้วย

เยื่อกระดาษ (Cellulose) ฉนวนกันความร้อนหลังคาที่มีให้เลือกทั้งแบบแผ่นและแบบพ่น มีคุณสมบัติในการกันความร้อน กันเสียง ติดไฟยาก และน้ำหนักเบา จุดเด่นของฉนวนกันความร้อนหลังคาชนิดนี้อยู่ที่การไม่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ต่าง ๆ นั่นเอง

ฉนวนกันความร้อนหลังคา ติดตั้งที่ไหนได้บ้าง?

จากชื่อของเทคโนโลยีนี้ หลายคนคงคิดว่าฉนวนกันความร้อนหลังคาสามารถติดตั้งได้เพียงแค่บนหลังคาเท่านั้นแต่หารู้ไม่ว่า ฉนวนกันความร้อนหลังคานั้นสามารถติดตั้งในที่ต่าง ๆ นอกเหนือจากหลังคาได้ ไม่ว่าจะเป็น บนฝ้า ใต้หลังคา หรือบนหลังคา โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

ติดตั้งบนฝ้า

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนหลังคานบนฝ้าเพดานนั้นสามารถใช้ฉนวนกันความร้อนหลากหลายวัสดุ เช่น แอร์บับเบิ้ล พอลิเอทิลีนโฟม หรืออื่น ๆ แต่การติดตั้งฉนวนกันความร้อนหลังคาบริเวณนี้มีข้อเสียคืออาจทำให้เกิดความร้อนใต้หลังคามากเกินไป จึงต้องมีการเจาะช่องระบายความร้อนเพิ่มเติม

ติดตั้งใต้แผ่นหลังคา

สำหรับฉนวนกันความร้อนหลังคาใยแก้ว อะลูมิเนียมฟอยล์ ฉนวนกันความร้อนหลังคาแบบพ่น หรือแบบอื่น ๆ นั้น นิยมติดตั้งใต้แผ่นหลังคา ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถกันความร้อนได้ดีที่สุด โดยการติดตั้งฉนวนกันความร้อนหลังคาบริเวณนี้จำเป็นต้องติดตั้งไปพร้อม ๆ กับการสร้างหลังคา ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย

ติดตั้งบนหลังคา

ฉนวนกันความร้อนหลังคาชนิดสีสะท้อนความร้อน เป็นฉนวนกันความร้อนหลังคาที่มักจะถูกติดบนหลังคา โดยติดตั้งคู่กับฉนวนกันความร้อนหลังคาชนิดอื่น ๆ เพราะที่มีเนื้อที่บางและไม่สามารถกันความร้อนได้ดีมากนัก

วิธีเลือก ฉนวนกันความร้อนหลังคา

เนื่องจากฉนวนกันความร้อนหลังคาสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อฉนวนกันความร้อนหลังคาแต่ละประเภทได้ จึงต้องมีการศึกษาและคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ก่อน ดังนี้

ค่ากันความร้อน

สิ่งแรกในการพิจารณาคือค่ากันความร้อนของฉนวนกันความร้อนหลังคาแต่ละชนิดว่า มีความแตกต่างอย่างไร โดยฉนวนกันความร้อนหลังคาที่ดีควรมี ค่า R หรือค่าต้านความร้อนที่สูง และมีค่า K หรือ ค่านำความร้อนที่ต่ำ ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากสลากที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์

ชนิดของฉนวนกับตำแหน่งที่ติดตั้ง

ด้วยสาเหตุที่ว่า ตำแหน่งต่าง ๆ ที่ต้องการติดตั้ง มีความสัมพันธ์กับชนิดของฉนวนกันความร้อนหลังคา ดังนั้นการคำนวณตำแหน่งการติดตั้งต่าง ๆ ควรคำนึงถึงชนิดที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้น ๆ เช่น ฉนวนใยแก้วบนหลังคาที่ได้รับแดดเยอะ หรือฉนวนกันความร้อนหลังคาที่มีน้ำหนักเบาบนหลังคาโรงจอดรถ เป็นต้น

ราคา

ราคาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ติดตั้งต้องมีการคำนวณก่อนตัดสินใจซื้อ โดยการเปรียบเทียบระหว่างคุณภาพของวัสดุและราคาของฉนวนกันความร้อนหลังคาว่าคุ้มค่าต่อการติดตั้งหรือไม่

สรุปท้ายบทความ

เห็นได้ว่าถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีอากาศที่ร้อนระอุเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันก็มีการติดตั้งเทคโนโลยีอย่างฉนวนกันความร้อนหลังคาเพื่อลดความร้อนภายในบ้าน และหลังจากที่ได้รู้จักฉนวนกันความร้อนหลังคาแต่ละประเภทแล้ว หวังว่าผู้อ่านจะมีการตัดสินใจเลือกซื้อฉนวนกันความร้อนหลังคาและบ้านที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น ใน Kaidee Property

อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ

กระเบื้องยาง ตัวช่วยลดเวลาแต่งบ้านราคาเบา

กระเบื้องยาง ตัวช่วยลดเวลาแต่งบ้านราคาเบา

ในการสร้างบ้านแต่ละครั้ง เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อการปูพื้นกระเบื้องภายในบ้านเป็นอย่างมาก แต่ทราบไหมว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะการใช้ ‘กระเบื้องยาง’ ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจเพราะทั้งปูพื้นง่าย มีค่าใช้จ่ายน้อย และยังมีความปลอดภัยมากกว่ากระเบื้องปกติอีกด้วย

กระเบื้องยาง เป็นวัสดุที่ใช้ในการปูพื้น ผลิตจากยางหรือโพลิเมอร์ทำให้มีความยืดหยุ่นมากกว่ากระเบื้องปกติ โดยเฉพาะกระเบื้องยางที่ทำมาจากโพลิเมอร์ ซึ่งความนุ่มและแรงหนืดของกระเบื้องยางนี้เอง ที่ส่งผลให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มน้อยกว่ากระเบื้องปกติ

วัสดุของ กระเบื้องยาง

สำหรับวัสดุที่นำมาผลิตกระเบื้องยางสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  1. กระเบื้องยางที่ผลิตจากยางธรรมชาติ เป็นกระเบื้องยางที่สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย ผลิตจากยางพารา ทำให้มีความเหนียวแน่นและยืดหยุ่นสูง สามารถทนต่อการฉีกขาดและรอยขีดข่วนได้ดี
  2. กระเบื้องยางที่ผลิตจากโพลิเมอร์ แบ่งออกเป็นโพลียูรีเทนและพีวีซี โดยกระเบื้องยางโพลียูรีเทนค่อนข้างมีความทนทาน เหนียวแน่นและทนต่อความร้อนมากกว่ากระเบื้องยางพีวีซี

ประเภทของ กระเบื้องยาง

  1. กระเบื้องยางแบบแผ่น เป็นกระเบื้องยางที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีความแข็งแรงและหนาประมาณ 2-12 มิลลิเมตร สามารถรับแรงปะทะได้หลากหลายตามจุดประสงค์ของกระเบื้องยางชนิดต่าง ๆ
  2. กระเบื้องยางแบบม้วน กระเบื้องยางที่นิยมใช้ในโรงพยาบาล มีขนาดใหญ่กว่ากระเบื้องยางแบบแผ่น หน้ากว้าง 1-1.2 เมตร ยาว 10-15 เมตร ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ความร้อนเชื่อมต่อกันทำให้ไม่เกิดการสะสมของเชื้อโรค

ส่วนประกอบของกระเบื้องยาง

กระเบื้องยางประกอบด้วยชั้นทั้งหมด 5 ชั้น ได้แก่

  1. UV Coating ชั้นบนสุดของกระเบื้องยาง มีการเคลือบสาร ยูวี เพื่อเสริมความคงทนและป้องกันสีซีดจากการโดนแสงแดด
  2. Wear Layer เป็นชั้นที่มีความสำคัญ เพราะป้องกันความเสียหายแก่สีและลวดลายต่าง ๆ ของกระเบื้องยาง
  3. Print Color Sheet ชั้นสีสันและลวดลายต่าง ๆ ทั้งสีพื้น ลายไม้ ลายหินอ่อน ฯลฯ
  4. Balance Layer ชั้นกลางของกระเบื้องยาง มีส่วนผสมของพีวีซี บริสุทธิ์ เป็นชั้นที่ช่วยให้กระเบื้องยางไม่ยืดหด ขยายตัว หรือแตกหัก
  5. Base Layer ชั้นล่างสุดของกระเบื้องยาง พื้นผิวของชั้นนี้มีลักษณะเป็นตารางหรือตาข่าย เพื่อให้สามารถยึดติดกับกาวและพื้นปูนได้แน่น

ข้อดี-ข้อด้อยของกระเบื้องยาง

ก่อนที่เราจะสามารถเลือกซื้อสิ่งของไหน ๆ ได้แน่นอนว่าเราก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสียของสิ่งนั้น เพราะทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ด้านใน กระเบื้องยางก็เช่นกันซึ่งข้อดีและข้อเสียของกระเบื้องยางมีดังนี้

ข้อดี

  • ทนทานต่อน้ำและรอยขีดข่วนต่าง ๆ ได้
  • ไม่ลื่นและมีความหนืด ทำให้นิยมใช้ในโรงเรียนต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
  • ทำความสะอาดง่าย สามารถเช็ดด้วยน้ำได้
  • ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวัสดุปูพื้นชนิดอื่น ๆ 
  • ลวดลายมีให้เลือกเยอะ
  • แทบจะไม่มีรอยต่อระหว่างกระเบื้องยางทำให้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดการสะสมของเชื้อโรค

ข้อด้อย

  • ไม่มีความทนทานต่อความเป็นกรดและด่าง
  • ถ้าหาดูแลไม่ดีพออาจจะเกิดรอยขีดข่วนได้มากกว่ากระเบื้องปกติ

เคล็ดลับการเลือก กระเบื้องยาง

  • กระเบื้องยางแต่ละแบรนด์แต่ละรุ่นก็มีคุณภาพและราคาที่แตกต่างกัน และถ้าใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อกระเบื้องยางอย่างไร เรามีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝาก
  • คำนึงถึงสถานที่ที่จะทำการปูพื้นกระเบื้องยางว่ามีขนาด หรือจุดประสงค์เพื่ออะไร
  • กระเบื้องยางที่อยู่ในระดับมาตรฐานคือกระเบื้องยางที่มีความหนาอย่างน้อย 5 มิลลิเมตร
  • สังเกตคุณภาพกระเบื้องยางจาก ฟิล์มที่เคลือบอยู่บนผิวด้านหน้าของกระเบื้องยางว่าลอกหลุดง่ายหรือไม่
  • ควรเลือกกระเบื้องยางที่มีคุณภาพเกรด A
  • เลือกใช้กระเบื้องยางที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือบริษัทที่เป็นทางการเพื่อความแน่ใจในคุณภาพของกระเบื้องยาง

การปูกระเบื้องยาง

อุปกรณ์การปูกระเบื้องยาง

  • กระเบื้องยาง
  • กาว (ชนิดที่ใช้ในการติดกระเบื้องยาง)
  • แปรงทาสี เบอร์ 3 และ 4
  • ตลับเมตร คัตเตอร์ และไม้บรรทัด
  • เกรียงปากแบน
  • ผ้าทำความสะอาด

ขั้นตอนการปูกระเบื้องยาง

  1. (ในกรณีที่มีวัสดุปูพื้นเดิม) งัดกระเบื้องเก่าออกโดยใช้เกรียงปากแบน
  2. ปรับพื้นให้เรียบ
  3. หาทิศทางการปูกระเบื้องยาง ด้วยการลองวางกระเบื้องยางขนาดยาวและสั้นสลับกันไป
  4. ตัดกระเบื้องยางออกเป็นชิ้นยาวและสั้น
  5. ทำความสะอาดพื้น แล้วทากาวบนพื้นและด้านหลังกระเบื้องยาง โดยใช้แปรงที่มี
  6. วางกระเบื้องยางที่ตัดไว้บนพื้นให้ชิดกันในรูปแบบที่ทดลอง
  7. ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วเช็ดรอยกาวที่เลอะขณะที่ทำการปูพื้นจนเสร็จ

การดูแลรักษากระเบื้องยาง

ถึงแม้ว่ากระเบื้องยางจะติดตั้งง่ายและค่อนข้างทนน้ำ แต่กระเบื้องยางก็สามารถเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ดังนั้นจึงควรมีวิธีการดูและรักษาที่ถูกต้อง ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่เป็นกรดหรือด่าง
  • ไม่เทน้ำสบู่ หรือ น้ำลงไปยังพื้นกระเบื้องยางที่เพิ่งปูเสร็จใหม่ ๆ โดยตรง
  • ลบคราบสีน้ำมันด้วยน้ำยาขัดเงาแบบครีมแข็งโดยใช้แผ่นใยขัดโลหะเป็นตัวช่วย
  • ลบรอยกาวด้วยผ้าชุบน้ำมันก๊าดและน้ำเปล่าทันที
  • ลบรอยถลอกด้วยผ้าชุบน้ำมันสน น้ำยาขัดเงาแบบครีมเหลว หรือแอลกอฮอล์
  • ลบรอยไหม้ด้วยกระดาษทรายเนื้อละเอียด
  • หมั่นเคลือบผิวกระเบื้องยางโดยใช้ wax แบบน้ำ 1-2 ครั้งต่อเดือน
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเบนซินและทินเนอร์ในการทำความสะอาด

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกระเบื้องยาง

นอกจากนี้แล้วยังมีเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้กระเบื้องยางมีประสิทธิภาพและยาวนานมากขึ้น ดังนี้

  • อายุการใช้งานของกระเบื้องยางนั้นยาวนานเฉลี่ยถึง 10-15 ปี ซึ่งไม่ต่างกับกระเบื้องปกติเท่าไรนัก
  • นอกจากการติดกระเบื้องยางบนพื้นแล้ว กระเบื้องยางยังสามารถนำไปติดที่เพดานหรือผนังต่าง ๆ ได้เช่นกัน
  • ถ้าจำเป็นจริง ๆ การติดตั้งกระเบื้องยางสามารถติดตั้งทับกระเบื้องปกติได้ เพียงแค่เป็นพื้นเรียบ

สรุปท้ายบทความ

เรียกได้ว่ากระเบื้องยางนั้นมีคุณสมบัติต่าง ๆ ไม่ต่างกับกระเบื้องปกติสักเท่าไร แต่มีช่วยในการติดตั้งและประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านของคุณได้มาก และถ้าใครที่มีงบน้อยเกินไปในการสร้างบ้านใหม่ ลองเข้ามาหาบ้านสวย ๆ หลากหลายแบบได้ใน Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์

อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ

บ้านมินิมอล เรียบหรูงบไม่บาน 15 แบบ

บ้านมินิมอล เรียบหรูงบไม่บาน 15 แบบ

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็นหลากหลายสไตล์ ทั้งโมเดิร์น ลอฟต์ บ้านทรงไทยและอื่น ๆ อีกมากมาย และบ้านที่เราจะมาพูดถึงก็เกี่ยวข้องกับวลีที่ว่า ‘Less is More’ วลีสั้น ๆ ที่ได้ยินแล้วนึกถึง บ้านมินิมอล ซึ่งมีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเก๋ไก๋และหรูหราจนมัดใจนักออกแบบบ้านหลายคนได้ ซึ่งเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นี้คือการใช้งานอย่างเป็นประโยชน์โดยใช้เฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้นทำให้ดูเรียบแต่มีคุณค่านั่นเอง

ข้อดีของบ้านสไตล์มินิมอล

การมีบ้านสไตล์มินิมอลมีข้อดีหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันหรือความสวยงาม ที่เป็นเอกลักษณ์และช่วยให้เรามีความสุขได้ ดังนี้

บ้านมีเอกลักษณ์และน่าดึงดูด

ถึงแม้ว่าจะดูเรียบง่ายไม่มีอะไร แต่บ้านสไตล์มินิมอลก็เป็นบ้านที่แฝงไปด้วยความสวยงามสะอาดตาให้หลายคนสงสัยกันว่า มีการจัดระเบียบบ้านอย่างไร และยิ่งมีเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ เรียบ ๆ หรืองานศิลปะเก๋ ๆ สักภาพ ก็สามารถเพิ่มความน่าสนใจได้ไม่น้อยเลย

ลดความเครียดให้กับผู้อาศัย

ถ้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ก็จะทำให้เกิดความเครียดได้มากขึ้น ซึ่งบ้านก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ทุกคนต้องใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด และการมีบ้านที่รกก็ยังเพิ่มความขุ่นหมองในจิตใจและความเครียดได้ ซึ่งด้วยเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์มินิมอลที่เรียบง่ายแต่หรูหรานี่แหละ ที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว

ทำความสะอาดง่าย

การจัดของให้เรียบร้อยน่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งเหนื่อยและเสียเวลา เพราะยิ่งบ้านที่รกรุงรังไม่เป็นระเบียบก็ทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องใช้เวลาในการปัด กวาด เช็ด หรือถูนานขึ้นไปอีก แถมใช้เวลานานในการเคลื่อนย้ายของอีกด้วย ดังนั้นการมีบ้านสไตล์มินิมอลก็สามารถทุ่นแรงและเวลาได้มาก ๆ

ขอบคุณรูปจาก: home-designing.com

จุดเด่น บ้านมินิมอล

จุดเด่นหลัก ๆ ของบ้านสไตล์มินิมอลนั่นก็คือ การแต่งบ้านแบบเรียบง่ายแต่หรูหรามีสไตล์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าบ้านสไตล์อื่น ๆ มีหลักการออกแบบจากเส้นตรงให้ดูเรียบที่สุดนั่นเอง ซึ่งเห็นได้จากเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่น้อยชิ้น และแต่ละชิ้นก็เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หรือจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้สอยประโยชน์ ได้จากฟังก์ชันที่แอบอยู่ เช่น การใช้กระจกที่มีชั้นวางของด้านใน หรือห้องใต้พื้นบ้านที่ส่งผลให้เกิดเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของบ้านสไตล์มินิมอลที่สำคัญคือ การมีพื้นที่บ้านที่สะอาดและเรียบร้อยนั่นเอง

เทคนิคแต่งบ้านสไตล์มินิมอล

ถ้าจะบอกว่าการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลให้สวยงามเป็นเรื่องที่ยากก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ไม่จริง เพราะเพียงแค่มีเคล็ดลับและการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ สี และของตกแต่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน บ้านธรรมดาก็สามารถกลายเป็นบ้านสไตล์มินิมอลได้ ซึ่งเคล็ดลับการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลสามารถแบ่งออกเป็นหลักการต่าง ๆ ได้ดังนี้

เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นและมีประโยชน์

อย่างที่รู้กันว่าเอกลักษณ์สำคัญของบ้านสไตล์มินิมอล คือบ้านที่เรียบร้อยสะอาดตา ทำให้การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ต้องลดทอนเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นออกไป โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จำเป็น อย่างเตียงหรือราวตากผ้า ทำให้บ้านดูสะอาดและเรียบร้อย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีประโยชน์ใช้สอย เช่น ตู้หรือพื้นที่คัดแยกของใช้ต่าง ๆให้เป็นระเบียบนั่นเอง

เว้นพื้นที่ว่าง

เมื่อเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นให้เหลืออยู่แล้ว การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องต่าง ๆ ก็ต้องจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้มีพื้นที่เหลือมากที่สุด โดยต้องจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามหลักการของคุณมาริเอะ คอนโดะ ใน จัดบ้านรกให้เรียบร้อยสไตล์ ‘มาริเอะ คอนโดะ’ แต่ก็ต้องระวังอย่าให้บ้านของคุณว่างเปล่าเกินไปจนบ้านของคุณไม่เป็นบ้านสไตล์มินิมอลอีกต่อไป

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบ

ความเรียบง่าย ก็ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นของบ้านสไตล์มินิมอล และการที่จะเกิดความเรียบง่ายภายในบ้านได้ เช่น การใช้ประตูบานเลื่อน หรือการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายและทำจากไม้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้บ้านเรียบง่ายขึ้นได้ เพราะการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายเกินไปทำให้เกินความจำเป็นและพอดี ซึ่งขัดกับคอนเซ็ปต์ของบ้านสไตล์มินิมอลนั่นเอง

ขอบคุณรูกจาก: designwash.net

เลือกใช้สีอ่อนในการตกแต่งบ้าน

สำหรับสีที่ใช้ในการแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ควรใช้สีที่มีความอ่อนอย่างสีเอิร์ธโทนหรือสีขาว เพราะตามหลักศิลปะ สีอ่อนจะให้ความรู้สึกที่สะอาด เรียบง่าย และสบายตา จะทำให้บ้านของคุณน่าอยู่ขึ้นไปอีก นอกจากนี้การใช้สีอื่น ๆ ที่มีความโดดเด่นในการสร้างสีสันให้กับบ้านได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สวยงามไปอีกแบบเช่นกัน

เพิ่มแสงและธรรมชาติให้ทั่วบ้าน

บ้านสไตล์มินิมอลที่เราเห็นกันส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลจึงต้องมีการเพิ่มช่องแสงต่าง ๆ ให้ทั่วบ้านเพื่อให้แสงธรรมติต่าง ๆ เข้ามาในบ้านให้มากที่สุด รวมถึงการวางต้นไม้ในบ้านเพื่อเพิ่มความร่มเย็นและอบอุ่นให้บ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ซึ่งพันธุ์ไหนน่าสนใจบ้านก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ 10 พันธุ์ต้นไม้ในบ้านเพิ่มบรรยากาศการพักผ่อน

15 ตัวอย่างแบบ บ้านมินิมอล เรียบหรูงบไม่บาน

ออกแบบ บ้านมินิมอล ให้ดูสะอาดตา

บ้านมินิมอล กลางทุ่ง
ขอบคุณรูปจาก: louisesliney.ie

ตัวบ้านภายนอกสีขาวสะอาดตาพร้อมกับหลังคาทรงจั่วสีเทา รอบนอกไม่มีการตกแต่งที่มากนักเพื่อให้เข้ากับเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์มินิมอลที่เรียบง่ายสบายตา

เพิ่มความเรียบง่ายภายนอกด้วยสีขาว

บ้านมินิมอล สีขาวฟ้า
ขอบคุณรูปปจาก: architecturaldigest.com

บ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอลรูปทรงสี่เหลี่ยมง่าย ๆ เปิดโล่ง ตัวบ้านใช้สีขาวบริสุทธิ์เพื่อให้เข้ากับสระว่ายน้ำสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์

บ้านมินิมอล ในประเทศญี่ปุ่น

บ้านมินิมอล ในญี่ปุ่น
ขอบคุณรูปจาก: nature-home.co.jp

บ้านสไตล์มินิมอลแบบชาวญี่ปุ่นสีขาว-น้ำตาล ที่ออกแบบโดยเน้นความเรียบง่าย ลงตัว และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่สูงสุด

ใช้สีกลางในการออกแบบ

บ้านมินิมอล สีกลาง
ขอบคุณรูปาก: A-R STUDIO

ไอเดียออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลให้เรียบง่ายด้วยสีกลางอย่างสีขาวและสีเทา ทำให้การตกแต่งบ้านเป็นไปอย่างง่ายดาย

เปิดพื้นที่ห้องนั่งเล่นให้โล่ง

บ้านมินิมอล ขาวเทา
ขอบคุณรูปจาก: Karolina Krac

การเปิดพื้นที่ให้โล่งในห้องนั่งเล่นโดยใช้เฟอร์นิเจอร์สีเทาอ่อนไม่กี่ชิ้นในพื้นที่กว้างให้ความรู้สึกเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง

ใช้สีขาวและสีอ่อนในการตกแต่งห้องนั่งเล่น

บ้านมินิมอล เอิร์ธโทน
ขอบคุณรูปจาก: lawfullondon.com

ห้องนั่งเล่นเน้นความเรียบง่ายด้วยการทากำแพงสีขาวและปูพื้นด้วยไม้ที่มีสีอ่อนพร้อมการตกแต่งด้วยกรอบรูปสีเทาเอิร์ธโทน

เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยสีสดใส

บ้านมินิมอล พาสเทล
ขอบคุณรูปจาก: homestolove.com.au

ถ้ารู้สึกว่าห้องมีความเรียบง่ายจนเกินไป ลองเพิ่มลูกเล่นเล็ก ๆ ให้ห้องรับแขกมีชีวิตชีวาด้วยสีสันที่สดใสขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

ติดตั้งช่องรับแสงธรรมชาติ

บ้านมินิมอล ขาวดำ
ขอบคุณรูปจาก: malabar.com.pt

ทำให้ห้องรับแขกดูโล่งสบายด้วยการทาสีขาวและติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในบ้านมากยิ่งขึ้น

เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยสีน้ำตาลอ่อน

ห้องนอนสีน้ำตาล บ้านมินิมอล
ขอบคุณรูปจาก: etsy.com

กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกและตกแต่งห้องนอนด้วยต้นไม้สีน้ำตาลพร้อมหมอนและผ้าปูเตียงสีเดียวกันให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย

ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลูกเล่น

ตู้เสื้อผ้า มินิมอล
ขอบคุณรูปจาก: johnlewis.com

ห้องนอนมีไม้เป็นวัสดุหลักและใช้พื้นที่อย่างประหยัดด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้สอยอย่างคุ้มค่าที่สุดโดยการติดกระจกบนตู้เสื้อผ้า

เพิ่มมุมเล็ก ๆ ในการทำงาน

บ้านมินิมอล โต๊ะทำงาน
ขอบคุณรูปจาก: maisonsdumonde.com

ใช้พื้นที่ให้มีประโยชน์ที่สุด เช่น การหามุมเล็ก ๆ ภายในบ้านเพื่อวางโต๊ะและเก้าอี้สีขาว-ไม้ให้กลายเป็นมุมทำงานอย่างมีสมาธิ

ใส่ความเป็นธรรมชาติในห้องน้ำเพิ่มความผ่อนคลาย

ห้องน้ำ บ้านมินิมอล
ขอบคุณรูปจาก: etsy.com

ห้องน้ำสไตล์มินิมอลที่ใช้โทนสีอย่างเรียบง่ายไม่ว่าจะเป็น มีสีขาว น้ำตาล และเขียว เพื่อความรู้สึกที่ผ่อนคลายเมื่อเข้าใช้ห้องน้ำ

แต่ง บ้านมินิมอล ให้ดูน่ารักด้วยสีสันอื่น ๆ

บ้านมินิมอล ห้องเด็ก
ขอบคุณรูปจาก: Linemerete

ถึงแม้จะเป็นห้องเด็ก ๆ ก็สามารถทำให้กลายเป็นบ้านสไตล์มินิมอลได้ด้วยการทาสีขาวบนผนังและตกแต่งด้วยสีเทาและชมพูอ่อนเล็กน้อยให้มีชีวิตชีวาและดูน่ารักสมวัย

เปลี่ยนจากโต๊ะรับประทานอาหารให้คลายเป็นเคาน์เตอร์บาร์

ห้องครัว มินิมอล
ขอบคุณรูปจาก: puresaltinteriors.com

ห้องครัวสไตล์มินิมอลที่มีขนาดเล็กเหมาะสมกับการใช้ชีวิต มีการลดทอนอุปกรณ์ที่ไม่สำคัญออก ตกแต่งด้วยสีขาว และใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก

ใช้โต๊ะรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับจำนวน

บ้านมินิมอล ไม้ขาว
ขอบคุณรูปปจาก: leibal.com

คำนึงถึงสมาชิกของบ้านเพื่อการจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารให้พอเหมาะพอดี วางต้นไม้ภายในห้องครัวสีขาวพร้อมกับพื้นที่กว้าง ๆ ที่เหลืออยู่

สรุป บ้านมินิมอล

เป็นอย่างไรบ้างกับตัวอย่างบ้านและการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลที่นำมาฝากกัน จะเห็นได้ว่าการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลนั้นไม่ได้ยากอย่างที่ใครคิด เพราะใช้วัสดุที่ไม่เยอะ แถมยังงบยังไม่บานเรียกได้ว่าทั้งสวยและประหยัดอีกด้วยถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจจริง ๆ และถ้าใครที่อยากได้บ้านสวย ๆ ราคาไม่แพงลองเข้ามาหาใน Kaidee Property ดูได้ตอนนี้เลย

10 วิธีจัด สวนหน้าบ้าน แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

10 วิธีจัด สวนหน้าบ้าน แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

สำหรับบ้านที่มีพื้นที่หน้าเหลือแต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี การจัดสวนหน้าบ้านก็ถือเป็นไอเดียการสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่หน้าบ้านได้ใช้สอยอย่างเป้นประโยชน์ต่อในบ้านและคนภายนอกที่มองเข้ามาได้ และไม่ว่าบ้านของคุณจะมีพื้นที่มากหรือน้อยเพียงใด ก็สามารถจัด สวนหน้าบ้าน ง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง แถมไม่เปลืองงบอีกด้วย

ประโยชน์ของการจัด สวนหน้าบ้าน

การจัดสวนหน้าบ้านถือเป็นกิจกรรมที่มีข้อดีมากมายซ่อนอยู่อย่างที่คุณนึกไม่ถึง ไม่ว่าจะทั้งผู้อยู่อาศัยหรือคนที่มาเยี่ยมเยียนบ้านก็สามารถรับประโยชน์ต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • สร้างความสวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่ และเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้บ้านมีความอ่อนโยนขึ้น
  • เพิ่มชีวิตชีวาให้กับบ้านด้วยสีเขียวซึ่งเป็นสีแห่งการมีชีวิต
  • เป็นกิจกรรมที่คนในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างมีประโยชน์
  • ใช้พื้นที่สวนหน้าบ้านในการพักผ่อน หรือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้อยู่กับธรรมชาติ
  • ลดมลภาวะในอากาศและเพิ่มออกซิเจนในอากาศ เพราะต้นไม้มีกระบวนการในการคายออกซิเจนในตอนกลางคืน
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยขอบเขตจากธรรมชาติอย่างต้นไม้

หลักการจัด สวนหน้าบ้าน ให้ถูกฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์ตามความเชื่อของชาวจีนที่เป็นการนำธรรมชาติและสิ่งรอบตัวเข้ามาเสริมพลังชีวิต และสำหรับการจัดสวนหน้าบ้านให้สวยงามถูกหลักฮวงจุ้ยก็สามารถช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคนในบ้านได้อีกด้วย โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

จัดสวนหน้าบ้านให้โล่ง กว้าง และสะอาด

ในการจัดสวนหน้าบ้านควรมีลักษณะโล่งสบายไม่มีความมืดทึม เพราะเชื่อกันว่าจะเป็นลานที่สะสมพลังงานของบ้าน และส่งผลให้มีความเป็นสิริมงคลเข้ามา นอกจากนี้การจัดสวนหน้าบ้านให้สะอาดเรียบร้อย ไม่มีร้อยร้าวใด ๆ มิเช่นนั้นอาจมีการแตกหักของคนในบ้าน ทะเลาะเบาะแว้ง หรือการขึ้นโรงขึ้นศาลได้

หลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้ใหญ่ขวางหน้าประตูบ้าน

ถึงแม้ว่าการจัดสวนหน้าบ้านจะมีจุดประสงค์เพื่อการเพิ่มความร่มรื่นให้กับสวน แต่การปลูกต้นไม้ใหญ่หน้าประตูบ้านก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเท่าไรนักเพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว เชื่อว่าจะทำให้บังทิศทางของลม กระแสพลังงานที่ดี และทรัพย์สินนั่นเอง จึงควรปลูกต้นไม้ที่เป็นพุ่มไม้และไม่สูงมากนักแทน

จัดสวนเป็นรูปทรงแปดหลี่ยม

การจัดสวนตามรูปแบบของยันต์แปดเหลี่ยมถือเป็นหลักฮวงจุ้ยสำคัญของการจัดสวนหน้าบ้าน เพราะเชื่อกันว่ายันต์แปดเหลี่ยมเป็นแผนผังจำลองของจักรวาลซึ่งอาจมีผลต่อชีวิตของผู้อาศัย โดยประกอบไปด้วย 9 ด้าน หลัก ๆ ดังนั้นถ้าหากว่าอยากมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตด้านใดก็หมั่นดูแลรักษาต้นไม้ในด้านนั้นให้ดี

ปลูกต้นไม้มงคลเพื่อเพิ่มความเจริญรุ่งเรือง

ตามความเชื่อของชาวไทยโบราณ มีต้นไม้มากมายที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านได้ ทั้งเรื่องการเงิน การงาน ความรัก หรือสุขภาพ การปลูกต้นไม้มงคลที่สวนหน้าบ้านไม่ว่าจะเป็น 20 ดอกไม้มงคลช่วยเสริมดวงชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง หรือ 10 พันธุ์ต้นไม้ในบ้านเพิ่มบรรยากาศการพักผ่อน ก็ช่วยให้ชีวิตรุ่งเรืองขึ้นได้

มีธาตุน้ำอยู่หน้าบ้าน

ธาตุน้ำ เป็นธาตุที่จะช่วยเสริมความเจริญรุ่งเรืองในด้านลาภยศเงินทองไม่ว่าจะเป็น บ่อปลา หรือน้ำตก ก็ควรจะมีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลาเพราะเชื่อว่าจะทำให้เงินทองไหลเวียนเข้ามา และถ้าใครอยากได้บ่อปลาคราฟสวย ๆ ก็ลองเข้ามาหาไอเดียที่ ออกแบบบ่อปลาคราฟในสวนตามหลักฮวงจุ้ย

ติดตั้งโคมไฟ

การติดตั้งโคมไฟหรือแสงสว่างในสวนหน้าบ้านก็เป็นอีกหนึ่งฮวงจุ้ยที่เสริมความเจริญรุ่งเรืองให้กับชีวิตได้ เพราะเชื่อกันว่าแสงสว่างเป็นพลังงานบวกที่บ่งบอกถึงพลังงานชีวิต ในขณะที่ความมืดถึงเป็นพลังงานด้านลบ ดังนั้น การปล่อยให้บ้านมืดในตอนกลางคืนจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก และการที่บ้านมีแสงสว่างก็เป็นกุศโลบายในการป้องกันความอันตรายอีกด้วย

ครบองค์ประกอบของธาตุทั้ง 5

ไม่ว่าจะเป็นธาตุไฟ (แสงแดงหรือแสงสว่าง) ธาตุดิน (ดินอุดมสมบูรณ์) ธาตุน้ำ (บ่อปลา น้ำพุ น้ำตก และอ่างบัว) ธาตุไม้ (ต้นไม้และดอกไม้) และธาตุทอง (ความสวยงาม)

10 แบบจัด สวนหน้าบ้าน ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

สวนสไตล์อังกฤษ

สวนหน้าบ้าน สไตล์อังกฤษ
ขอบคุณรูปจาก: redonline.co.uk

เพิ่มความกลิ่นอายเมืองหนาวในสวนหน้าบ้านด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตกสีชาวและไม้พุ่มสีเขียวแซมด้วยดอกไม้สีสันหลากหลาย พร้อมชุดเก้าอี้จิบชายามบ่าย

สวนหินสไตล์ญี่ปุ่น

สวนหน้าบ้าน สไตล์ญี่ปุ่น
ขอบคุณรูปจาก: homedepot.com

โรยหินสีขาวในสวนหน้าบ้านพร้อมลงต้นไม้สไตล์ญี่ปุ่นอย่างต้นไผ่ หรือใส่บ่อปลาคราฟตกแต่งให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวญี่ปุ่น

สวนดอกไม้ขนาดย่อม

ขอบคุณรูปจาก: balconygardenweb.com

ลงดอกไม้สีสันสวยงามเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับสวนหน้าบ้าน ด้วยการซื้อดอกไม้หลากลหลายสีมาวางตกแต่ง เก็บไว้มอบให้คนสำคัญในโอกาสต่าง ๆ

แปลงดอกไม้รอบบ้าน

ขอบคุณรูปจาก: shiplapandshells.com

บดบังรอยต่อของรั้วกับพื้นบ้านด้วยแปลงดอกไม้สีสันหลากหลายรอบ ๆ บ้าน เพียงแค่นี้ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับคนที่ผ่านไปมาได้แล้ว

บ่อน้ำหรือน้ำพุกลางสวน

สวนหน้าบ้าน น้ำพุ
ขอบคุณรูปจาก: verticalstore.co

สร้างความชุ่มชื้นให้กับสวนหน้าบ้านด้วยการก่ออิฐให้กลายเป็นบ่อน้ำขนาดย่อม ปิดด้วยดิน แล้วเติมน้ำ ตกแต่งด้วยรูปปั้นและต้นไม้นานาชนิด

ปลูกผักสวนครัว

ขอบคุณรูปจาก: balconygardenweb.com

หากระบะต่าง ๆ มาวางในสวน แล้วปลูกผักสวนครัวเก็บไว้กิน รับรองว่าสะอาดและปลอดสารพิษแน่นอน

สนามหญ้าสีเขียว

ขอบคุณรูปจาก: mykukun.com

สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๆ ให้วิ่งเล่น เพียงแค่ปูหญ้า แล้วนำต้นไม้มาวางไว้รอบสวน อาจวางเครื่องเล่นเสริมการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ มีความสุข

น้ำตกขนาดย่อม

alwayslistfeningalso.qg

เสริมความเป็นสิริมงคให้เงินทองไหลเข้ามาด้วยน้ำตกเล็ก ๆ ที่ทำขึ้นเองในสวนหน้าบ้าน พร้อมด้วยต้นไม้สีเขียวเพิ่มความมีชีวิตชีวา

ไม้แขวนริมรั้ว

brooklynberrydesigns.com

หาสิ่งของรอบตัวใส่ดินและต้นไม้จิ๋วลงไป แล้วนำไปแขวนบนรั้วหรือผนัง ก็จะได้สวนหน้าบ้านแนวตั้งสวย ๆ ไว้ชมเชย

จัดเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ

katrinaleechambers.com

สร้างสวนหน้าบ้านบนระเบียงเล็ก ๆ ด้วยการนำต้นไม้ โต๊ะ และเก้าอี้มาวางไว้ สร้างบรรยากาศในการอ่านหนังสืออย่างมีสมาธิ

วิธีการดูแลรักษา สวนหน้าบ้าน

หลังจากมีสวนสวย ๆ อยู่หน้าบ้าน การรักษาสวนหน้าบ้านให้คงอยู่เหมือนเดิม ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดยมีเคล็ดลับการดูแลดังนี้

กำจัดวัชพืชเสมอ

วัชพืชเป็นศัตรูตัวฉกาจของต้นไม้ในสวนไม่ว่าจะเป็นการแย่งสารอาหารจากต้นไม้ ทำให้ต้นไม้เกิดเชื้อรา หรือทำให้ต้นไม้ตายได้ ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดวัชพืชและป้องกันแมลงต่าง ๆ อยู่เสมอ

หมั่นรดน้ำต้นไม้ในตอนเช้า

การรดน้ำต้นไม้ในช่วงเช้าถือเป็นช่วงเวลาที่ต้นไม้จะได้รับสารอาหารมากี่สุดเพราะเป็นช่วงเวลาที่น้ำมีการระเหยน้อยกว่าเวลาอื่น หรือถ้าไม่สะดวก ช่วงเย็นก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมเช่นกัน

ใส่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี

สารอาหารที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของต้นไม้ปุ๋ย เพราะปุ๋ยมีธาตุอาหารต่าง ๆ มากมายผสมอยู่ ดังนั้นการใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องจึงควรใส่ในเวลาที่เหมาะสมจากการสังเกตลำต้นและในของต้นไม้ในสวนหน้าบ้านของคุณ

สรุปท้ายบทความ

เรียกได้ว่าการตกแต่ง สวนหน้าบ้าน นั้นต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์และลงมือทำให้สำเร็จอย่างที่คิดไว้ และเมื่อได้สวนหน้าบ้านตามที่ต้องการแล้วอย่าลืมดูแลรักษาให้ดี แล้วบ้านของคุณจะมีพื้นที่สวย ๆ ได้ชื่นชมยาวนานแน่นอน ได้ไอเดียกันไปแล้วแต่ขาดบ้านสวย ๆ พื้นที่เยอะ ๆ ก็ลองเข้ามาดูใน Kaidee Property ที่นี่มีบ้านให้คุณได้สร้างสรรค์ผลงานดี ๆ เยอะแยะมากมาย