ในการสร้างบ้านแต่ละครั้ง เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อการปูพื้นกระเบื้องภายในบ้านเป็นอย่างมาก แต่ทราบไหมว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะการใช้ ‘กระเบื้องยาง’ ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจเพราะทั้งปูพื้นง่าย มีค่าใช้จ่ายน้อย และยังมีความปลอดภัยมากกว่ากระเบื้องปกติอีกด้วย
กระเบื้องยาง เป็นวัสดุที่ใช้ในการปูพื้น ผลิตจากยางหรือโพลิเมอร์ทำให้มีความยืดหยุ่นมากกว่ากระเบื้องปกติ โดยเฉพาะกระเบื้องยางที่ทำมาจากโพลิเมอร์ ซึ่งความนุ่มและแรงหนืดของกระเบื้องยางนี้เอง ที่ส่งผลให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มน้อยกว่ากระเบื้องปกติ
วัสดุของ กระเบื้องยาง
สำหรับวัสดุที่นำมาผลิตกระเบื้องยางสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
- กระเบื้องยางที่ผลิตจากยางธรรมชาติ เป็นกระเบื้องยางที่สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย ผลิตจากยางพารา ทำให้มีความเหนียวแน่นและยืดหยุ่นสูง สามารถทนต่อการฉีกขาดและรอยขีดข่วนได้ดี
- กระเบื้องยางที่ผลิตจากโพลิเมอร์ แบ่งออกเป็นโพลียูรีเทนและพีวีซี โดยกระเบื้องยางโพลียูรีเทนค่อนข้างมีความทนทาน เหนียวแน่นและทนต่อความร้อนมากกว่ากระเบื้องยางพีวีซี
ประเภทของ กระเบื้องยาง
- กระเบื้องยางแบบแผ่น เป็นกระเบื้องยางที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีความแข็งแรงและหนาประมาณ 2-12 มิลลิเมตร สามารถรับแรงปะทะได้หลากหลายตามจุดประสงค์ของกระเบื้องยางชนิดต่าง ๆ
- กระเบื้องยางแบบม้วน กระเบื้องยางที่นิยมใช้ในโรงพยาบาล มีขนาดใหญ่กว่ากระเบื้องยางแบบแผ่น หน้ากว้าง 1-1.2 เมตร ยาว 10-15 เมตร ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ความร้อนเชื่อมต่อกันทำให้ไม่เกิดการสะสมของเชื้อโรค
ส่วนประกอบของกระเบื้องยาง
กระเบื้องยางประกอบด้วยชั้นทั้งหมด 5 ชั้น ได้แก่
- UV Coating ชั้นบนสุดของกระเบื้องยาง มีการเคลือบสาร ยูวี เพื่อเสริมความคงทนและป้องกันสีซีดจากการโดนแสงแดด
- Wear Layer เป็นชั้นที่มีความสำคัญ เพราะป้องกันความเสียหายแก่สีและลวดลายต่าง ๆ ของกระเบื้องยาง
- Print Color Sheet ชั้นสีสันและลวดลายต่าง ๆ ทั้งสีพื้น ลายไม้ ลายหินอ่อน ฯลฯ
- Balance Layer ชั้นกลางของกระเบื้องยาง มีส่วนผสมของพีวีซี บริสุทธิ์ เป็นชั้นที่ช่วยให้กระเบื้องยางไม่ยืดหด ขยายตัว หรือแตกหัก
- Base Layer ชั้นล่างสุดของกระเบื้องยาง พื้นผิวของชั้นนี้มีลักษณะเป็นตารางหรือตาข่าย เพื่อให้สามารถยึดติดกับกาวและพื้นปูนได้แน่น
ข้อดี-ข้อด้อยของกระเบื้องยาง
ก่อนที่เราจะสามารถเลือกซื้อสิ่งของไหน ๆ ได้แน่นอนว่าเราก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสียของสิ่งนั้น เพราะทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ด้านใน กระเบื้องยางก็เช่นกันซึ่งข้อดีและข้อเสียของกระเบื้องยางมีดังนี้
ข้อดี
- ทนทานต่อน้ำและรอยขีดข่วนต่าง ๆ ได้
- ไม่ลื่นและมีความหนืด ทำให้นิยมใช้ในโรงเรียนต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
- ทำความสะอาดง่าย สามารถเช็ดด้วยน้ำได้
- ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวัสดุปูพื้นชนิดอื่น ๆ
- ลวดลายมีให้เลือกเยอะ
- แทบจะไม่มีรอยต่อระหว่างกระเบื้องยางทำให้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดการสะสมของเชื้อโรค
ข้อด้อย
- ไม่มีความทนทานต่อความเป็นกรดและด่าง
- ถ้าหาดูแลไม่ดีพออาจจะเกิดรอยขีดข่วนได้มากกว่ากระเบื้องปกติ
เคล็ดลับการเลือก กระเบื้องยาง
- กระเบื้องยางแต่ละแบรนด์แต่ละรุ่นก็มีคุณภาพและราคาที่แตกต่างกัน และถ้าใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อกระเบื้องยางอย่างไร เรามีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝาก
- คำนึงถึงสถานที่ที่จะทำการปูพื้นกระเบื้องยางว่ามีขนาด หรือจุดประสงค์เพื่ออะไร
- กระเบื้องยางที่อยู่ในระดับมาตรฐานคือกระเบื้องยางที่มีความหนาอย่างน้อย 5 มิลลิเมตร
- สังเกตคุณภาพกระเบื้องยางจาก ฟิล์มที่เคลือบอยู่บนผิวด้านหน้าของกระเบื้องยางว่าลอกหลุดง่ายหรือไม่
- ควรเลือกกระเบื้องยางที่มีคุณภาพเกรด A
- เลือกใช้กระเบื้องยางที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือบริษัทที่เป็นทางการเพื่อความแน่ใจในคุณภาพของกระเบื้องยาง
การปูกระเบื้องยาง
อุปกรณ์การปูกระเบื้องยาง
- กระเบื้องยาง
- กาว (ชนิดที่ใช้ในการติดกระเบื้องยาง)
- แปรงทาสี เบอร์ 3 และ 4
- ตลับเมตร คัตเตอร์ และไม้บรรทัด
- เกรียงปากแบน
- ผ้าทำความสะอาด
ขั้นตอนการปูกระเบื้องยาง
- (ในกรณีที่มีวัสดุปูพื้นเดิม) งัดกระเบื้องเก่าออกโดยใช้เกรียงปากแบน
- ปรับพื้นให้เรียบ
- หาทิศทางการปูกระเบื้องยาง ด้วยการลองวางกระเบื้องยางขนาดยาวและสั้นสลับกันไป
- ตัดกระเบื้องยางออกเป็นชิ้นยาวและสั้น
- ทำความสะอาดพื้น แล้วทากาวบนพื้นและด้านหลังกระเบื้องยาง โดยใช้แปรงที่มี
- วางกระเบื้องยางที่ตัดไว้บนพื้นให้ชิดกันในรูปแบบที่ทดลอง
- ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วเช็ดรอยกาวที่เลอะขณะที่ทำการปูพื้นจนเสร็จ
การดูแลรักษากระเบื้องยาง
ถึงแม้ว่ากระเบื้องยางจะติดตั้งง่ายและค่อนข้างทนน้ำ แต่กระเบื้องยางก็สามารถเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ดังนั้นจึงควรมีวิธีการดูและรักษาที่ถูกต้อง ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่เป็นกรดหรือด่าง
- ไม่เทน้ำสบู่ หรือ น้ำลงไปยังพื้นกระเบื้องยางที่เพิ่งปูเสร็จใหม่ ๆ โดยตรง
- ลบคราบสีน้ำมันด้วยน้ำยาขัดเงาแบบครีมแข็งโดยใช้แผ่นใยขัดโลหะเป็นตัวช่วย
- ลบรอยกาวด้วยผ้าชุบน้ำมันก๊าดและน้ำเปล่าทันที
- ลบรอยถลอกด้วยผ้าชุบน้ำมันสน น้ำยาขัดเงาแบบครีมเหลว หรือแอลกอฮอล์
- ลบรอยไหม้ด้วยกระดาษทรายเนื้อละเอียด
- หมั่นเคลือบผิวกระเบื้องยางโดยใช้ wax แบบน้ำ 1-2 ครั้งต่อเดือน
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเบนซินและทินเนอร์ในการทำความสะอาด
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกระเบื้องยาง
นอกจากนี้แล้วยังมีเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้กระเบื้องยางมีประสิทธิภาพและยาวนานมากขึ้น ดังนี้
- อายุการใช้งานของกระเบื้องยางนั้นยาวนานเฉลี่ยถึง 10-15 ปี ซึ่งไม่ต่างกับกระเบื้องปกติเท่าไรนัก
- นอกจากการติดกระเบื้องยางบนพื้นแล้ว กระเบื้องยางยังสามารถนำไปติดที่เพดานหรือผนังต่าง ๆ ได้เช่นกัน
- ถ้าจำเป็นจริง ๆ การติดตั้งกระเบื้องยางสามารถติดตั้งทับกระเบื้องปกติได้ เพียงแค่เป็นพื้นเรียบ
สรุปท้ายบทความ
เรียกได้ว่ากระเบื้องยางนั้นมีคุณสมบัติต่าง ๆ ไม่ต่างกับกระเบื้องปกติสักเท่าไร แต่มีช่วยในการติดตั้งและประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านของคุณได้มาก และถ้าใครที่มีงบน้อยเกินไปในการสร้างบ้านใหม่ ลองเข้ามาหาบ้านสวย ๆ หลากหลายแบบได้ใน Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์
อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ อื่น ๆ
