Jun 25, 2021 | บทความยานยนต์
รถยนต์เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ค่อนข้างน่าปวดหัว ตอนซื้อ-ขายไม่เท่าไร แต่พอถึงขั้นตอนการโอนรถเปลี่ยนเจ้าของนี่สิลำบากเลย แล้วถ้ายิ่งไม่มีประสบการณ์มาก่อน หรือทั้งชีวิตเปลี่ยนรถไม่บ่อยนัก น่าจะมึนตึบกันอย่างแน่นอน พวกเรา Kaidee จะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดเกี่ยวกับการโอนรถให้กระจ่างกันเอง
การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของคืออะไร
ถ้าให้พูดได้อย่างเข้าใจง่ายที่สุดเลย การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ คือการโอนย้ายกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถยนต์คันหนึ่ง ไปยังอีกคนหนึ่งหรือเจ้าของคนใหม่ โดยที่ผู้โอนและผู้รับจะต้องแจ้งต่อหน้านายทะเบียนตามกฎหมาย
โอนตรง
เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างของเจ้าของรถคนเดิม ไปสู่เจ้าของคนใหม่ที่ซื้อรถต่อ โดยจะต้องไปทำสัญญาต่อหน้านายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด สาขาที่ผู้โอนมีที่อยู่ในใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือที่ขอแจ้งใช้รถไว้ ซึ่งสภาพของรถยนต์จะต้องตรงกับในรูปเล่ม หากมีการเปลี่ยนแปลง ต้องไปแจ้งก่อนที่จะมาทำสัญญาโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ
เอกสารที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน (ถ้าหากเป็นนิติบุคคลให้มีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิตบุคคล พร้อมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ) สัญญาซื้อ-ขาย พร้อมใบเสร็จการรับเงินและใบกำกับภาษี แบบคำขอโอนและรับโอน โดยกรอกรายการและลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอนเรียบร้อย หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ (กรณีผู้โอนและผู้รับโอนไม่ได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง)
โอนลอย
การโอนลอยนั้นเกิดมาจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้นยังไม่สามารถไปทำเรื่องต่อหน้านายทะเบียนได้ จึงเป็นการเซ็นสัญญาของผู้ที่ขายรถยนต์ เป็นการโอนของผู้ขาย โดยเซ็นลายมือชื่อไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว และส่งมอบรถไปให้ผู้รับโอนเป็นที่เรียบร้อยเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ได้กรอกตัวชื่อของผู้รับโอน รวมไปถึงยังไม่ได้ทำสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่อีกด้วย
เอกสารที่ใช้
หนังสือสัญญาซื้อขาย เล่มทะเบียนรถตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถยนต์ สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของผู้ซื้อ (ในกรณีที่เจ้าของรถขายต่อกับผู้ซื้อโดยตรง) สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถคนล่าสุด แบบคำขอโอนและรับโอนจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นของเจ้าของรถยนต์ หนังสือมอบอำนาจจากกรมขนส่งทางบก พร้อมลายเซ็นถูกต้องของเจ้าของรถรถยนต์ (ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้ไปทำเรื่องโอนที่กรมขนส่งเอง สามารถให้บุคคลอื่นหรือบุคคลที่ซื้อรถต่อไปทำเรื่องโอนแทนได้)
ข้อดีของการโอนลอย
เราจะข้ามเรื่องของการโอนตรงไปเลย เพราะว่ามันเป็นการโอนแบบปกติสากลที่ทำ ๆ กัน แต่การโอนลอยนั้นแตกต่างออกไป ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งข้อที่ดีและข้อที่ไม่ดี ซึ่งควรจะต้องระวังกันเอาไว้ให้ดี ๆ กันด้วยล่ะ
1. ซื้อ-ขายรถได้สะดวกยิ่งขึ้น
เนื่องจากว่าการโอนลอยเป็นเพียงแค่การเซ็นสัญญาทิ้งไว้ และให้อีกฝ่ายไปที่งานทะเบียนเองให้ภายหลัง จึงทำให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น (ซึ่งแนะนำว่าควรเป็นการซื้อ-ขายผ่านตัวกลางเท่านั้น จะปลอดภัยกว่า)
2. เจ้าของรถยนต์ไม่เสียเวลาในการดำเนินการ
อย่างที่ได้บอกไปเพียงแค่เจ้าของรถยนต์นั้นเซ็นลายมือชื่อในสัญญาทิ้งเอาไว้ ก็เป็นอันเสร็จขึ้นตอน ที่เหลือก็แค่รอให้ผู้ซื้อไปดำเนินการต่อเอาเอง ลดเวลาของผู้ขายลงไปได้เยอะเลย
ขั้นตอนการโอนรถ
ขั้นตอนในการโอนรถไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ว่าอาจจะลำบากเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพื่อประโยชน์ของทั้งผู้ที่ซื้อและผู้ที่ขาย ที่จะได้ความมั่นใจในระดับหนึ่งก่อนการซื้อ-ขายรถยนต์ มาดูกันว่าขั้นตอนมีอะไรบ้าง
1. เริ่มจากการนำรถยนต์ที่กำลังจะซื้อ-ขาย ไปตรวจเช็คสภาพรถว่าได้ตามหลักของ ตรอ.
2. นำเอกสารที่เตรียมไว้ทั้งหมด ไปยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่งานทะเบียน
3. รับใบคู่มือจดทะเบียนคืน
4. รับใบเสร็จรับเงิน คู่มือจดทะเบียน เครื่องหมายการเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียน
การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของมีค่าใช้จ่ายไหม?
ทุกอย่างมีขั้นมีตอนอยู่เสมอ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก็เช่นเดียวกัน การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของก็มีค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องจ่ายอยู่เหมือนกัน
1. ค่าคำขอ 5 บาท
2. ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท
3. ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท (ต่อราคาประเมินรถยนต์ทุก ๆ 100,000 บาท)
4. ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน 200 (ถ้าหากเปลี่ยนใหม่)
5. ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท (กรณีเล่มทะเบียนชำรุดหรือเก่า)
การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของข้ามจังหวัดทำได้หรือไม่??
ต้องบอกก่อนเลยว่าสามารถทำได้!! เพราะที่พูด ๆ มาทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นเพียงการโอนภายในจังหวัดเดียวกันเท่านั้น แล้วถ้าหากจะต้องโอนข้ามจังหวัดล่ะ จะต้องทำอย่างไรกัน?? เริ่มจากเอกสารกันก่อนเลย
เอกสารที่ต้องเตรียม
สำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้โอนและรับโอน คนละ 2 ฉบับ สำเนาบัตรทะเบียนบ้านของทั้งผู้โอนและรับโอน คนละ 2 ฉบับ สำเนาทะเบียนรถ แบบฟอร์มการโอนและรับโอน หนังสือมอบอำนาจ
ขั้นตอนการดำเนินการ
นำเอกสารที่เตรียมเอาไว้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการโอนข้ามจากจังหวัดไหนไปจังหวัดไหน กรอกเอกสารคำร้องขอโอนข้ามจังหวัด ชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยค่าธรรมเนียมทั้งหมด มีดังนี้
ค่าธรรมเนียมการโอนรถ 100 บาท ค่าคำขอการโอน 5 บาท ค่าเปลี่ยนผ่านป้ายทะเบียน 200 บาท ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน 100 บาท ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท (ต่อการประเมินราคารถทุก ๆ 100,000 บาท)
นัดวันตรวจรถอีกครั้ง (และรอตรวจสอบให้เสร็จ) รับป้ายทะเบียน พร้อมเล่มทะเบียนเล่มใหม่
สรุปท้ายบทความ การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของ
เป็นอย่างไรกันบ้าง ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ แถมมีขั้นตอนและเอกสารไม่เยอะอีกด้วย ใครเข้าข่ายในกรณีแบบไหน ก็ลองศึกษาตามดูและเตรียมตัวไว้ก่อน เพื่อจะได้ประหยัดเวลาและง่ายเมื่อถึงตอนที่คุณซื้อรถต่อจากใครสักคนหนึ่ง หรือไปหาเลือกซื้อรถยนต์มือสองตามเต็นท์ต่าง ๆ
แต่ว่าจะง่ายกว่าไหม ถ้าคุณจะเลือกซื้อรถยนต์มือสองที่ดีและตรงกับความต้องการ แถมมีรถยนต์ให้เลือกมากมาย พร้อมรูปถ่ายที่ทำให้คุณดูสภาพของรถได้ก่อน อีกทั้งยังสามารถติดต่อกับผู้ขายได้โดยตรง และนัดดูรถก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ต้องที่นี่เลย Kaidee Auto
Jun 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
ระบบค้นหาแปลงที่ดิน ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถสืบค้นข้อมูลที่ดินได้ง่าย และทำได้ด้วยตนเองแบบทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อสำนักงานที่ดิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนอย่างในอดีตอีกต่อไป
ระบบค้นหาแปลงที่ดินทำให้เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นเลขที่โฉนด ตำแหน่งที่ตั้ง ขนาดที่ดิน รวมไปถึงราคาประเมิน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากที่ดินแต่ละผืนล้วนมีมูลค่า จะมากน้อยก็แตกต่างกันไปตามความต้องการและสภาพแวดล้อมโดยรวม อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกนำไปพัฒนาเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ตัดถนนทำเส้นทางคมนาคมใหม่ๆ หรือแม้แต่การทำเกษตรกรรม ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือ หรือปล่อยเช่าที่ดินเพื่อสร้างรายได้ได้ตลอดเวลา
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยระบบค้นหาแปลงที่ดินที่มีความแม่นยำเพื่อเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินให้ครบถ้วน โดยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน้าตาระบบค้นหารูปแปลงที่ดินของกรมที่ดินที่หลายๆ คนคุ้นเคย
กว่าจะมาเป็นระบบค้นหาแปลงที่ดินที่คุ้นเคย
ระบบค้นหาแปลงที่ดินที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดคือ ‘ระบบค้นหารูปแปลงที่ดิน ’ ของกรมที่ดิน ซึ่งเป็นผลมาจากการริเริ่มโครงการ ‘พัฒนาระบบให้บริการค้นหาตำแหน่งแปลงที่ดินด้วยระบบภูมิสารสนเทศทางระบบอินเทอร์เน็ต (DOLWMS : Department of Lands Web Map Service)’ ตั้งแต่ปี 2553 เพื่อแก้ไขปัญหาการไม่ทราบตำแหน่งที่ดิน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีมิจฉาชีพใช้ช่องโหว่ตรงนี้ปลอมแปลงโฉนดเพื่อไปฉ้อฉลให้เหยื่อเสียทรัพย์จำนวนมาก
ระบบค้นหาแปลงที่ดินดังกล่าวใช้การบูรณาการข้อมูลด้านทะเบียนที่ดินและรูปแปลงที่ดินจากฐานข้อมูลดิจิทัลที่มีอยู่ของกรมที่ดิน มาใช้ประโยชน์ร่วมกับเทคโนโลยีด้านภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System : GIS) และ Google Maps ได้แก่ ภาพถ่ายดาวเทียม ตำแหน่งสถานที่สำคัญ เส้นทาง และสภาพพื้นที่ของแปลงที่ดินในมุมมองจากถนน (Street View) ทำให้ประชาชนสามารถทราบตำแหน่งที่ดิน เส้นทางการเดินทาง สภาพพื้นที่ที่เห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียม และเส้นทางจากแปลงที่ดินไปยังสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ระบบค้นหาแปลงที่ดินสามารถรับชมภาพแบบ Street View ได้
ทราบหรือไม่ว่า ในช่วงแรกของการเปิดใช้งานระบบค้นหาแปลงที่ดินนั้น มีข้อมูลให้ค้นหาเพียง 26 สำนักงานที่ดินใน 5 จังหวัด หรือประมาณ 4 ล้านแปลงเท่านั้น และมีการเก็บข้อมูลสะสมเพิ่มขึ้นจนกระทั่งในปี 2559 ระบบดังกล่าวสามารถให้บริการรูปแปลงที่ดินได้ครบทั้งประเทศ หรือประมาณ 33 ล้านแปลง
นอกจากการระบบค้นหาแปลงที่ดินบนเว็บไซต์ http://dolwms.dol.go.th/ แล้ว ในช่วงปี 2559 กรมที่ดินยังเปิดตัว Mobile Application ที่ชื่อว่า ‘LandsMaps’ เพื่อใช้สืบค้นหาตำแหน่งแปลงที่ดิน และดูสภาพพื้นที่แบบ 360 องศาผ่านสมาร์ทโฟนทั้งในระบบ IOS และ Androids ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมที่ดินและสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน)
สำหรับแอปพลิเคชัน LandsMaps นั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งจากประชาชน เอกชน และหน่วยงานภาครัฐ โดยข้อมูลล่าสุด ณ กันยายน 2563 มีจำนวนผู้เข้าใช้งานในระบบเป็นจำนวนมากกว่า 64 ล้านครั้งเลยทีเดียว
ปัจจุบัน กรมที่ดินยังพัฒนาต่อยอดระบบด้วยการเชื่อมโยงระบบเพื่อให้บริการประชาชนในการคำนวณภาษีอากรของกรมที่ดินเพื่อจะได้ทราบถึงอัตราค่าธรรมเนียมภาษีอากรที่จะต้องชำระในวันจดทะเบียน ค่าใช้จ่ายในการรังวัด และผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (Zoning) ช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลที่ดินและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในคราวเดียวกัน
ประโยชน์ของระบบค้นหาแปลงที่ดิน
การพัฒนาระบบค้นหารูปแปลงที่ดินให้มีประสิทธิภาพและขยายขอบเขตการให้บริการอยู่เสมอ ทำให้ประชาชนอย่างเราๆ ได้รับประโยชน์เต็มๆ
ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง
ข้อดีแรกที่เห็นได้ชัดเลยคือเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง เช่น หากเราเห็นประกาศขายที่ดินในเว็บ Kaidee และมีความสนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนัดเจรจากับเจ้าของที่ดินหรือตัดสินใจก็สามารถใช้ระบบค้นหาแปลงที่ดินช่วย เพื่อดูว่าที่ดินในประกาศนั้นอยู่ตรงไหนของแผนที่ เข้าซอยลึกไหม หรือมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงอย่างไร โดยที่ไม่ต้องขับรถเดินทางไปดูที่ให้เสียเวลาหลายๆ ครั้ง
ช่วยรักษาสิทธิ์เจ้าของที่ดิน
เนื่องจากระบบค้นหาแปลงที่ดินทำการซิงค์ข้อมูลกับ Google Map ที่สามารถดูภาพ Street View ได้และมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่าที่ดินของเรานั้นยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ หรือมีใครรุกล้ำที่ดินอยู่หรือเปล่า ยกตัวอย่างกรณีคนใกล้ชิดของผู้เขียน มีที่ดินติดไซต์ก่อสร้างคอนโดมิเนียม ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อตรวจสอบจากระบบค้นหาแปลงที่ดิน จึงพบว่าแคมป์คนงานก่อสร้างคอนโดดังกล่าวรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต เขาจึงติดต่อกับโครงการเพื่อคิดค่าเช่าที่ชั่วคราว เป็นต้น
เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการลงทุน
ระบบค้นหาแปลงที่ดินยังเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับนักลงทุนด้านที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในการพิจารณาจะซื้อจะขายที่ดิน หรือเพื่อนำไปประเมินราคาในการกู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาที่ดินในอนาคตเพื่อให้ได้ประโยชน์และผลตอบแทนสูงสุด
ประหยัดทรัพยากร
การบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับที่ดินไว้ภายในระบบค้นหาแปลงที่ดินที่เดียวนั้น ทำให้เราประหยัดการใช้ทรัพยากรในชีวิตทั้งรูปแบบของเวลา แรงงาน เงิน หรือแม้แต่การพิมพ์เอกสาร เพราะทุกอย่างสามารถเรียกดูออนไลน์ได้เพียงคลิก สามารถสืบค้นข้อมูลด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงย่นระยะเวลาในการรอคอย หากต้องติดต่อขอรับบริการจากสำนักงานที่ดินได้อีกด้วย
สรุประบบค้นหาแปลงที่ดิน นวัตกรรมที่ต้องรู้เมื่อคุยเรื่องที่ดิน
เมื่อใดก็ตามที่เราพูดถึงที่ดิน ไม่ว่าจะในส่วนของโฉนดที่ดิน รายละเอียดที่ดิน รูปร่างของแปลงที่ดิน หรือแม้แต่การทำธุรกรรมซื้อ ขาย และเช่า การเข้ามาตรวจสอบจากระบบค้นหาแปลงที่ดินก่อนก็จะช่วยให้เรามีข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยลดการถูกเอาเปรียบหากต้องทำธุรกรรมในอนาคต โดยระบบค้นหารูปแปลงที่ดินของกรมที่ดินนั้นยังใช้งานง่าย สะดวก และสืบค้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จนอาจกล่าวได้ว่า ระบบค้นหาแปลงที่ดิน คือนวัตกรรมที่ทุกคนควรรู้จักเมื่อพูดถึงที่ดิน
Jun 24, 2021 | บทความยานยนต์
สมัยนี้รถ Benz ในบ้านเราเริ่มมีจำนวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึง Benz C200 ก็เช่นเดียวกัน ด้วยราคาที่ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด จนใครก็สามารถจับต้องได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการย้ายฐานการผลิตมาอยู่ที่ไทยของเรานี้เอง แต่เจ้ารถสปอร์ตคันเล็กนี้นั้น ต้องขอบอกเลยว่าไม่ธรรมดา มันมีอะไรที่พิเศษกว่าความเร็ว ไปดูกันเลยว่าจะเป็นอะไรบ้าง
รู้หรือไม่?? Benz C200 เป็นรถ C-Class
ตามชื่อรุ่นเลยว่า C200 ซึ่งจัดอยู่ใน C-Class ของ Benz ซึ่งมันนั้นมีความหมายอยู่ในตัวอักษรที่นำหน้าตัวเลขของ Series นี้ แต่ก่อนที่จะมาดูว่า C-Class นั้นคืออะไร เรามาทำความรู้จักกันดีกว่า ว่าทุก ๆ Class นั้นต่างกันอย่างไร พวกคุณจะได้รู้ว่า Benz แบบไหนที่คุณกำลังมองหา
A-Class
เป็น Class รุ่นน้องเล็กที่สุด หรือที่เรียก ๆ กันว่า Compact Car ซึ่งถูกผลิตมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1977 โดย Class นี้เป็นรุ่นที่ราคาถูกที่สุดของ Benz ซื้อได้ง่าย แต่ยังคงความหรูหราตามราคาและความเป็น Benz เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
C-Class
เป็นรถยนต์ขนาด Mid Size ที่ใหญ่ขึ้นมาจาก A-Class ในรุ่น C-Class ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก อยู่ในระดับที่เอื้อมถึงได้ง่าย แถมรูปที่ลักษณ์ที่ได้ความเป็น Benz มาเต็ม ๆ
E-Class
ขยับขึ้นมาอีกนิดนึง เพราะ E-Class นั้นจะจัด Segmentation ใหม่ให้อยู่ในระดับรถยนต์สำหรับผู้บริหารแล้ว ด้วยราคาที่สูง อันมาจากฟังก์ชันและการตกแต่งภายในที่แสนจะหรูหรา ที่เมื่อได้ขึ้นไปบนรถยนต์ของ Class นี้ จะให้ความรู้สึกเหมือนกับหลุดไปอยู่อีกโลกเลยทีเดียว
S-Class
เจเนอเรชันที่ 6 จากค่าย Benz ที่เป็น Series ที่หรูหราที่สุดในส่วนของรถยนต์ Sedan จนได้รับฉายาจากคนไทยว่า “รถนั่ง” เพราะความสบายและฟังก์ชันที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเบาะนวดไฟฟ้าแถมปรับเอนได้อีก รวมไปถึงระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทำให้รุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้บริหาร
Benz C200 Coupe AMG Dynamic 2021
Credit : Mercedes-Benz Thailand
หากพูดถึงการเปิดตัว C-Class ในปี 2021 นี้ ก็คงหนีไม่พ้นรุ่นนี้อย่างแน่นอน c200 Coupe AMG Dynamic รถยนต์ 2 ประตู 4 ที่นั่ง และยิ่งได้ความเป็นชุดแต่งของ AMG แล้วด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของความสวยงามภายนอกเลย เพราะสวยมากจริง ๆ แถมยังให้อารมณ์รถสปอร์ตสุด ๆ
ความพิเศษของ AMG
ก่อนจะมาดูว่าชุด AMG มีความพิเศษอย่างไร มาทำความรู้จักกันก่อนว่า AMG มีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันก่อนดีกว่า
AMG คืออะไร??
AMG เป็นสำนักชุดแต่ง ก่อนที่จะมาทำให้กับ Benz เขาเคยทำให้ Mitsubishi มาก่อน ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจาก “Hans Werner Aufrecht” และ “Erhard Malcher” ที่ร่วมกันพัฒนารถ Benz สำหรับการลงแข่ง แต่ท้ายที่สุดแผนกนี้ก็โดนสั่งยุบ แต่ทั้งสองก็ยังไม่ตัดใจจากการแต่งรถ และนำเครื่องยนต์ใหม่มาติดตั้งให้กับ Benz 300 SE ลงแข่งในรายการ German Touring Car Championship ซึ่งทั้งคู่นั้นไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรจากทางค่าย ซึ่งบอกเลยว่ารถยนต์ที่เขาแต่งนั้นกลับคว้าแชมป์ได้ถึง 10 สมัย แต่ทางค่ายก็ยังเมินเฉย จึงได้หนีออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง โดยใช้ชื่อ AMG ที่มาจาก
A = Hans Werner A ufrecht
M = Erhard M alcher
G = G rossaspach (เมืองที่ทั้งคู่เปิดอู่)
ชุดแต่ง AMG ใน Benz C200
เป็นชุดแต่งที่สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากให้กับ Benz ใครที่เป็นสาวกของ Benz จะรู้ดีว่าเป็นชุดแต่งที่จะเสริมรูปลักษณ์ภายนอกให้มีความน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ภายนอกเท่านั้น แต่รวมไปถึงภายในก็ด้วย โดย AMG Body Styling เพิ่มส่วนเว้า ส่วนโค้งให้กับ Body ของ Benz C200 ให้มีความเท่และสปอร์ตมากยิ่งขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ล้ออัลลอยที่เป็นแบบพิเศษตามแบบฉบับ AMG
การตกแต่งภายใน
Credit : Mercedes-Benz Thailand
ปกติเรามักจะเห็น Benz มากับภาพลักษณ์แห่งความหรูหรา แต่ขอบอกเลยว่าอาจจะใช้ไม่ได้กับรุ่นนี้ เพราะว่า C200 มาในลุคของรถสปอร์ตสมัยใหม่เลย ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในยานอวกาศเลยทีเดียว ปุ่มฟังก์ชันบนพวงมาลัยและแผงคอนโซล ให้ความสะดวกสบายสูงสุด เมื่อคุณอยู่บนรถ พร้อมได้บรรยากาศอันยอดเยี่ยมจากเครื่องเสียง Burmester
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1,991 cc. พร้อม Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า ที่ 5,800-6,100 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด แบบ 9G-TRONIC ทำความสูงสุดอยู่ 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“สามารถทำอัตราเร่งได้ 0-100 กิโลเมตรได้ภายใน 7.9 วินาที เท่านั้น”
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดใน Benz C200
1. สวย เท่ จนใครต้องเหลียวมอง
ต้องบอกเลยว่า Benz C200 คันนี้ ถอดแบบมาจากรุ่นพี่มาแบบเต็ม ๆ เรียกได้ว่าคล้ายเลยทีเดียวกับรุ่น E200 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า แถมได้ชุดแต่งสุดเท่จากทาง AMG รอบทั้งคันอีกด้วย ดังนั้นการซื้อรถคันนี้เป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก ถ้าเทียบกับราคาที่ไม่แรง
ราคาเริ่มต้นที่ : 3,469,000 บาท
2. เป็นรถ Coupe ที่มี 4 ที่นั่ง
หมดปัญหาเรื่องรถยนต์ Coupe ที่นั่งได้ไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก มาต่อกันที่ข้างในรถ Benz C200 พื้นที่ผู้โดยสารด้านหลังอีก 2 ที่นั่ง ที่ให้มานั้น กว้างพอสมควรเลยทีเดียว เรียกได้ว่านั่งได้อย่างพอดี ไม่อึดอัด (แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่สูง 180 ขึ้นไปเท่าไรนัก)
สรุปท้ายบทความ Benz C200
ใครที่กำลังมองหารถสปอร์ตราคาไม่แรง Benz C200 ก็เป็นอีกหนึ่งคันที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์ได้เลยทีเดียว เพราะซื้อคันเดียวได้ครบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ที่มีความเท่เหมือนรถรุ่นพี่อย่าง Benz E200 อีกทั้งยังได้ชุดแต่งสุดเท่รอบคัน นอกจากนี้ยังได้ความปลอดภัยในการขับขี่ เป็นอีกจุดเด่นที่ Benz มีมาอย่างเนิ่นนานจนมาถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังมีฟังก์ชันภายในรถที่จะทำให้ขับขี่ได้อย่างสนุกในทุก ๆ เส้นทาง
ส่วนใครที่กำลังเล็ง ๆ Benz C200 อยู่เหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้มีงบสูงเท่าไรนัก ลองมองเป็นรถ Benz C200 มือสองแทนดีไหม?? เพราะที่ Kaidee Auto ก็มีขายเช่นเดียว แถมมี C-Class รุ่นอื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย ที่คุณสามารถติดต่อเพื่อดูและทดลองขับกับผู้ขายได้โดยตรงก่อนการตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย
Jun 24, 2021 | บทความอสังหาฯ
บ้านทรงจั่วหรือบ้านหลังคาทรงจั่วในความทรงจำของคุณเป็นอย่างไร?
เชื่อว่าหนึ่งในภาพจำที่ผุดขึ้นมาในหัว ต้องมีเค้าโครงของบ้านเรือนไทย ไม่ก็บ้านไม้ยกใต้ถุนสูงตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาสีเขียว หรืออีกทีก็บ้านทรงจั่วชั้นเดียวสไตล์ชนบทที่มักใช้สีหลังคาและสีตัวบ้านเฉดสดใสให้กลิ่นอายความเป็นลูกทุ่งที่สนุกสนานอย่างแน่นอน
ทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบ้านทรงจั่วที่อาจทำให้เรารู้สึกว่า มันเป็นดีไซน์ที่แสนธรรมดา แต่หากมองกันจริงๆ จังๆ แล้วจะพบว่า ทุกวันนี้บ้านทรงจั่วถูกอัปเลเวลไปไกลมาก ชนิดที่หลุดจากคำว่า “เชย” ได้เลย กลายเป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่สวยสะดุดตา และเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก ทั้งใช้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ธุรกิจ อย่างร้านอาหารและคาเฟ่นั่งสบาย
บ้านหลังคาจั่วสไตล์ไทยๆ ที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน
ทำไมบ้านทรงจั่วจึงมีอยู่ทั่วไปในไทย
สังคมไทยคุ้นเคยกับบ้านทรงจั่วมาเนิ่นนาน เรียกว่าเป็นหนึ่งในสามรูปแบบหลังคา ยอดนิยม (ประกอบด้วยหลังคาจั่ว หลังคามนิลา และหลังคาปั้นหยา) ที่อยู่ในวัฒนธรรมการสร้างที่อยู่อาศัยของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (และในอนาคตก็ยังคงต้องมีต่อไป) ไล่ขนาดการก่อสร้างตั้งแต่ซุ้มขายของ เถียงนา (หมายถึงสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กเป็นที่อยู่อาศัยพอคุ้มแดดกันฝนได้ชั่วคราวสำหรับชาวนาชาวไร่) ไปจนถึงบ้านพักอาศัยเป็นหลักแหล่ง
ด้วยลักษณะผืนหลังคาที่ด้านซ้ายและด้านขวาเอียงขึ้นมาบรรจบกันที่สันบนสุดตรงกลาง ทำให้เกิดหน้าจั่วสามเหลี่ยมนั้น เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่มีฝนชุกทั้งปีและมีแสงแดดจ้า
โดยชายหลังคาที่ยื่นยาวทำหน้าที่ป้องกันแดดฝน ความลาดเอียงของหลังคาช่วยระบายน้ำฝนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พื้นที่ใต้จั่วสามเหลี่ยมมีความโปร่งช่วยระบายความร้อนและความชื้นทำให้อาคารบ้านเรือนอยู่สบายมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหลังคาจั่วยังสามารถรับลมได้ดี ก่อสร้างง่ายกว่าและประหยัดวัสดุโครงสร้างมากกว่าเมื่อเทียบกับหลังคาทรงอื่น
บ้านหลังคาจั่วทรงคลาสิกที่มีการตกแต่งในสไตล์วิกตอเรียในเมืองซานฟรานซิสโก
บ้านทรงจั่ว ความคลาสิกของโลกตะวันตก
ไม่เพียงแต่ในไทยเท่านั้น บ้านทรงจั่วในโลกตะวันตกก็ถือเป็นหนึ่งในดีไซน์คลาสิกที่ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณเลยทีเดียว อีกทั้งยังพบว่าบ้านทรงจั่วด้านหน้า (Front-Gable) นั้นจัดเป็นบรรทัดฐานของอาคารที่อยู่ติดถนนในเมืองของประเทศเยอรมันช่วงยุคกลาง ในขณะที่บ้านทรงจั่วข้าง (Side-Gable) คือที่หนึ่งในใจของผู้คนแห่งยุคเรอเนสซองส์ และยังเป็นมาตรฐานหลังคาบ้านในยุโรปเหนือและอเมริกาที่สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน
ลักษณะหลังคาจั่วสำหรับภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากลมแรงและฝนตกหนักจะมีความสูงชันไปตามลำดับความแปรปรวนของสภาพอากาศ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้เร็วและป้องกันลมพัดเข้าด้านในอาคาร ส่วนในพื้นที่ที่มีหิมะ หลังคาจั่วจะมีความชันน้อยลงเพื่อลดปัญหาการทับถมของหิมะบนหลังคาไม่ให้มากเกินไปจนทำให้หลังคาได้รับความเสียหาย และลดความเสี่ยงว่าหิมะที่สะสมจะถล่มลงมาโดยไม่ตั้งใจ
นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัด ชาวตะวันตกยังนิยมใช้พื้นที่ใต้หลังคาจั่วทำเป็นห้องใช้สอยแทนการปล่อยว่างเพื่อเป็นพื้นที่ระบายอากาศร้อนแบบในประเทศไทยด้วย
ลักษณะหลังคาจั่วในชื่อเรียกที่ต่างกัน (ภาพจาก https://onlineroofdesign.blogspot.com/ )
บ้านทรงจั่วไร้ชายคา
บ้านทรงจั่วเกิดขึ้นเพราะฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์บริบทของภูมิประเทศ โดยมาตรฐานทั่วไปมักมีชายคายื่นเลยออกมาจากผนังของบ้าน แต่สำหรับงานสถาปัตยกรรมบ้านทรงจั่วยุคใหม่ ชายหลังคาจะถูกลดทอนให้สั้นลงจนถึงขั้นไม่มีเลย ส่งผลให้เมื่อเรามองอาคารด้านตรงกับหน้าจั่ว จะเสมือนผนังและหลังคาเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกัน ซึ่งปรับภาพลักษณ์ของบ้านทรงจั่วที่เคยล้าสมัยให้กลายเป็นลุคโมเดิร์นในทันที
เราเรียกดีไซน์บ้านทรงจั่วแบบนี้ว่า Modern Pitched Roof หรือบางกลุ่มอาจเรียกว่า Nordic House Style หรือบ้านสไตล์นอร์ดิก ซึ่งเป็นการผสมผสานอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมฝั่งตะวันตก ที่สามารถนำมาปรับใช้กับสภาพอากาศในเมืองไทยได้อย่างลงตัว
ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดคือ หลังคาทรงสูง ติดตั้งในองศาที่มีความลาดเอียงมากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการไหลเวียนอากาศภายในให้มากขึ้น และลดการสัมผัสกับรังสีความร้อนน้อยลง รวมถึงมีการใช้รางระบายน้ำแบบซ่อนเนียนไปกับแผงหลังคา เพื่อไม่ให้เกะกะสายตา และเป็นการโชว์ฟอร์มของหลังคาจั่วที่เชื่อมกับตัวบ้านให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บางดีไซน์ยังใช้ฟอร์มของบ้านหลังคาจั่วไร้ชายคาเป็นพื้นที่สำหรับทำเทอเรสของบ้าน ในขณะที่ตัวบ้านที่อยู่อาศัยจะอยู่ลึกเข้าไปในโครงสร้างเดียวกัน ทำให้เกิดมิติของงานสถาปัตยกรรมที่ชวนให้หลงใหล และในบางดีไซน์พื้นที่ภายในบ้านยังทำเป็นโถงสูง ติดฝ้าเอียงล้อไปกับหลังคาจั่วที่อยู่ด้านนอก ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง อยู่สบายยิ่งขึ้น
บ้านทรงจั่วสไตล์กระท่อม
บ้านทรงจั่วอีกประเภทที่ถูกนำมาปรับลุคใหม่ไฉไลกว่าเดิมก็คือ บ้านทรงสามเหลี่ยม หรือ A-Frame House ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักสร้างไว้เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ อยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงหรือพื้นที่ธรรมชาติ สไตล์กระท่อมเล็กในป่าใหญ่อย่างไงอย่างงั้น
ลักษณะเด่นของบ้านสไตล์นี้จะใช้โครงสร้างในส่วนที่เป็นผนังและหลังคาแบบชิ้นเดียวกันเลย และใช้วัสดุคลุมภายนอกตั้งแต่ยอดสันหลังคาจนถึงปลายสุด ซึ่งอาจดีไซน์ชายหลังคาติดพื้นหรือมีระยะห่างจากชายคาถึงพื้นบ้านเล็กน้อยก็ได้ ส่วนบริเวณสามเหลี่ยมหน้าจั่วมักถูกออกแบบให้เป็นช่องประตู หน้าต่างเพื่อรับแสงและระบายอากาศแทน
สิ่งที่สะท้อนความเป็นโมเดิร์นของบ้านทรงจั่ว A-Frame ได้ดี คือการเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่อย่างเมทัลชีทหรือหลังคา Shingle Roof ผสมผสานกับแผ่นไม้ที่ใช้ตกแต่งภายในสร้างความรู้สึกอบอุ่น
บ้านทรงจั่วแบบไร้สมมาตร
โดยปกติเรามักเห็นบ้านทรงจั่วที่ชายหลังคาสองข้างสมดุลหรือยาวเท่าๆ กัน แต่ด้วยการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัดท่ามกลางนวัตกรรมก่อสร้างสมัยใหม่ ทำให้เราเริ่มเห็นบ้านทรงจั่วแบบไม่สมมาตรมากขึ้น กล่าวคือลักษณะหลังคาด้านหนึ่งจะยื่นยาวกว่าอีกด้านหนึ่งราวๆ 2 เท่า หรือมากกว่า
ในภาษาอังกฤษเรียกหลังคาจั่วที่ไม่เท่ากันว่า Saltbox Roof ซึ่งหากค้นประวัติย้อนไปดูจะพบว่าเป็นรูปแบบหลังคาที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เจ้าของบ้านมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้น จึงต้องต่อเติมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้ใหญ่ขึ้นตาม ซึ่งการสร้างบ้านหลังใหม่นั้นมีค่าใช้จ่ายสูง จึงคิดดัดแปลงพื้นที่ด้วยการขยายผนังห้องชั้นล่างและเพิ่มความยาวหลังคาให้ยื่นปกคลุมพอดี จนกลายเป็นบ้านทรงจั่วไม่สมมาตรนั่นเอง
สำหรับบ้านทรงจั่วไม่สมมาตรร่วมสมัยนั้น จะใช้คอนเซ็ปต์เดียวกับแบบ Modern Pitched Roof คือให้เส้นผนังและหลังคาเชื่อมต่อกันโดยที่ไม่มีเชิงชายกั้น เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งฟอร์มของงานสถาปัตยกรรมที่ไปได้กับทั้งสไตล์มินิมอลและสไตล์โมเดิร์น อีกทั้งยังแฝงไปความเท่กึ่งสนุกสนาน ผ่านมิติและแสงเงาที่ส่งผลให้ภาพรวมของบ้านดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
สรุปบ้านทรงจั่ว ไม่มีคำว่าเชย
บ้านทรงจั่วเป็นสถาปัตยกรรมที่คนทั่วโลกคุ้นเคยอย่างดี สืบเนื่องจากความเรียบง่ายในการออกแบบหลังคาทรงจั่วที่สามารถใช้ได้กับหลายๆ สภาพอากาศ ทั้งยังก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลามากกว่าหลังคารูปแบบอื่นๆ
นอกจากนี้ยังเป็นรูปแบบที่ต่อยอดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด สามารถประยุกต์เข้ากับบริบทใหม่ๆ ได้ตลอด จนทำให้บ้านทรงจั่วอาจไม่ใช่ลุคเชยๆ อย่างในภาพจำอีกต่อไป แต่เป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่อยู่ร่วมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
สำหรับใครที่อ่านบทความนี้แล้วนึกอยากมีบ้านทรงจั่วสไตล์โมเดิร์นกับเขาบ้าง ลองมาค้นหาบ้านกับ Kaidee Property ได้เลย เพราะคุณอาจเจอบ้านทรงจั่วในฝันก็ได้
Jun 23, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
VIDEO
วงการพระเครื่องเป็นวงการหนึ่งที่มีความน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะด้านพุทธศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะความงาม หรือพุทธคุณของพระเครื่องแต่ละองค์ ซึ่งการได้เข้มาอยู่ในวงการนี้นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องพระเครื่องมากมายแล้วยังสามารถถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งได้อีกด้วย การเช่ามาปล่อยไปของพระเครื่องถือเป็นช่องทางการหารายได้เพิ่มเติม
ครั้งนี้เราได้เชิญคุณเอ็ม หัตถ์เทพ เซียนพระและยูทูปเบอร์พระเครื่องชื่อดัง ที่มียอดผู้ติดตามนับล้านมาให้คำแนะนำกับมือใหม่หรือใครที่กำลังสนใจเข้าสู่วงการพระเครื่องในด้านการลงทุนกัน
เอ็ม หัตถ์เทพ
เจ้าของร้านพระเครื่อง เซียนพระ และยูทูปเบอร์ชื่อดัง ผู้อยู่ในวงการนี้มาแล้วกว่าสิบปี คุณเอ็มชื่นชอบและหลงใหลในพระเครื่องโดยเฉพาะพระปิดตา หลวงปู่โต๊ะ ที่เป็นพระเครื่ององค์แรกที่ได้จากคุณพ่อ
“เราอยากให้คนเข้ามาดู เพื่อเข้าใจและได้ความรู้กับพระเครื่องเยอะๆ มันจะส่งผลดีทั้งต่อเราและวงการพระเครื่อง”
เมื่อออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆได้เข้ามาในสังคมไทยมากขึ้น คุณเอ็มก็ได้ศึกษาและใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube หรือเว็บไซต์ของตัวเอง ในการสร้างคอนเทนท์ให้ความรู้
“คนจะมาดูเราได้ ก็ต่อเมื่อเขาอินกับสิ่งที่เราทำ ซึ่งถ้าเราทำไป 5 เทป 10 เทป แล้วเลิกทำนั่นแสดงว่าเราไม่อิน คนดูก็จะไม่อินตามเช่นกัน”
ปัจจุบันคุณเอ็มมียอดผู้ติดตามมากมาย อย่างใน Facebook Page ก็มีผู้ติดตามกว่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนคน หรือใน Youtube ก็มีผู้ติดตามกว่าสองแสนคน คอนเทนท์ต่างๆก็มีหลากหลาย ทั้งการให้ความรู้การดูพระเครื่องหรือคลิปติดตามการไปเช่าพระตามสถานที่ต่างๆ เป็นต้น
การลงทุนกับพระเครื่อง
“ผมเชียร์ให้เด็กรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนหรือศึกษาพระเครื่อง ก็อยากให้เริ่มต้นที่ความชื่นชอบมาก่อน”
ในฐานะที่ผ่านประสบการณ์ต่างๆมากมายในวงการนี้ คุณเอ็มได้แนะนำว่าการลงทุนทุกอย่างนั้นมีความเสี่ยงและต้องใช้เวลาเสมอ สิ่งที่สำคัญคือหากเรามีความชื่นชอบในสิ่งที่เราลงทุน ไม่ว่าเราจะได้กำไรหรือประสบความสำเร็จหรือไม่ เราจะยังคงมีความสุขอยู่เสมอ
โดยเฉพาะในวงการพระเครื่องนี้ หากเรามีความชื่นชอบหรือศรัทธาในพระหรือหลวงพ่อองค์ใด เมื่อเราก้าวเข้ามาศึกษาเพื่อลงทุนแล้ว เราจะรู้สึกสนุก ตื่นเต้นและมีความสุขไปกับการเรียนรู้ครั้งนี้
“ถ้าเราอาจเริ่มเข้าวงการนี้ เครดิตก็เป็นสิ่งที่สำคัญ”
นอกเหนือจากความชอบแล้ว คุณเอ็มยังกล่าวว่าสิ่งหนึ่งที่จำเป็นในการเข้าสู่วงการพระเครื่องเพื่อลงทุนคือเรื่องของเครดิตที่ควรมีติดตัว ด้วยวงการพระเครื่องที่เราต่างรู้กันว่าพระแท้ก็มี พระปลอมก็มีเช่นกัน ซึ่งการลงทุนค้าขายหรือทำมาหากิน เครดิตก็เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่จะมาเป็นลูกค้าหรือผู้ที่จะเช่าพระต่อจากเราไป
คำแนะนำจากคุณเอ็มคือ การเริ่มต้นสามารถใช้โซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆเพื่อเป็นการสร้างตัวตนของเรา ถ้าเราตั้งใจและสัตย์จริงในการลงทุนพระเครื่องก็ใช้โซเชียลแพลตฟอร์มในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้แพลตฟอร์มนั้นๆเป็นช่องทางของการปล่อย-รับเช่าพระเครื่องไปด้วย หากผิดพลาดเช่าพระปลอมมาก็อย่าปิดบังและอย่าหลอกปล่อยให้ผู้อื่นเช่าไปในฐานะพระแท้
แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาข้อมูล
“หลักๆคือเว็บไซต์ต่างๆ อย่างเว็บพระและเว็บ Kaidee”
ปัจจุบันที่เป็นยุคของดิจิทัลนี้ แหล่งข้อมูลไม่จำเป็นต้องไปถึงสถานที่หรือห้องสมุดเพียงอย่างเดียวเสมอไป เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้อย่างสะดวกผ่านโลกออนไลน์
คุณเอ็มเองก็มีสร้างเว็บไซต์ให้ความรู้ไว้เช่นเดียวกันนั่นคือ luangputoh.com ที่เน้นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับหลวงปู่โต๊ะเป็นหลัก ส่วนเว็บไซต์อื่นๆ อย่างเช่น Kaidee ที่เป็นทั้งแหล่งซื้อขายและยังมีบทความน่าสนใจให้ได้อ่านเป็นความรู้ ก็เป็นอีกแหล่งข้อมูลที่สามารถดูพระเครื่องที่ปล่อยเช่าในเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก
พระเครื่องน่าลงทุน
ปัจจุบันพระตลาดเช่น พระสมเด็จ หลวงพ่อคูณ หลวงปู่ทวด เป็นต้น ก็เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมกับทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าในวงการพระเครื่อง แต่ตามจริงนอกจากพระตลาดที่เล่นกันมากมายแล้วยังมีพระอื่นๆที่น่าสนใจ อย่างหลวงปู่แหวนที่เป็นพระเครื่องทางเหนือหรือพระปิดตาหลังเต่า เป็นต้น
สรุปการลงทุนด้านพระเครื่อง
“การเล่นและศึกษาพระในปัจจุบันไม่ยากเหมือนแต่ก่อน เราสามารถเริ่มศึกษาข้อมูลผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม และดูคนที่มีความสามารถ ศึกษาแนวทางของเขาและปรับเป็นตัวของเรา ก็จะได้ประโยชน์มากๆ”
ตามที่คุณเอ็มได้กล่าวไป ปัจจุบันวงการพระเครื่องกำลังเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งข้อมูลเพื่อการศึกษาและลงทุน หรือแม้แต่ช่องทางการปล่อยพระให้ผู้อื่นเช่าก็มีอยู่บนออนไลน์เช่นกัน ดังนั้นเราจงใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเริ่มเข้าสู่วงการพระเครื่องและลงทุนเพื่อทำกำไรต่อไป
และเช่นเดียวกัน Kaidee ของเราก็ถือเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่เป็นทั้งแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง รวมถึงให้ข้อมูลต่างๆด้านพระเครื่อง หากใครสนใจพระเครื่ององค์ไหนหรืออยากหาอ่านบทความด้านพระเครื่องก็สามารถเข้ามาชมได้ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Kaidee ได้เลย