ทำเลดี ดูอย่างไร? พร้อม 5 ทำเลศักยภาพสูง น่าลงทุนเพื่ออนาคตใน กทม.

ทำเลดี ดูอย่างไร? พร้อม 5 ทำเลศักยภาพสูง น่าลงทุนเพื่ออนาคตใน กทม.

ในยุคที่อะไรต่อมิอะไรก็ไม่แน่นอน คนเราย่อมพิจารณาการจับจ่ายหรือเลือกสิ่งของให้ตัวเองอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น รวมไปถึงการลงทุนที่ผู้ลงทุนเริ่มมองผลประกอบการในระยะยาวมากยิ่งขึ้น จากความผันผวนของเศรษฐกิจในปัจจุบัน และทุกความเสี่ยงหมายถึงโอกาสในการสูญเงินโดยใช่เหตุ

อสังหาริมทรัพย์หรือทำเลที่ดินก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงจากการลงทุนเช่นเดียวกัน เพราะหากเลือกลงทุนในพื้นที่ทำเลทอง ก็จะทำให้เราสามารถทำกำไรจากที่ดินนั้นได้ หรืออาจถึงขั้นสร้างเป็นธุรกิจระยะยาว โดยการใช้ประโยชน์จากทำเลดังกล่าว (ร้านอาหาร หรือศูนย์การค้าคือตัวอย่างที่ดีในข้อนี้)

ในขณะเดียวกัน หากเราเลือกทำเลที่ไม่ดี ก็คงเหมือนกับการจั่วไพ่บอดให้ตัวเอง จะช้าหรือเร็ว ก็คงต้องสูญเงินจากการลงทุนดังกล่าวไป

ทำเลที่ดีมีอนาคตดูจากอะไร

ด้วยเหตุนี้แล้ว ทำเลที่ดีย่อมทำให้เราเป็นต่อในการทำกำไรมากขึ้น แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า ทำเลไหนในกรุงเทพมหานครของเราที่กำลังมาแรง และจะแรงต่อไปในอนาคต เหมาะกับทุกจุดประสงค์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยหรือการลงทุน เราควรมาดูกันว่า อะไรคือตัวตัดสินการเป็นทำเลที่ดี หรือที่นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญเรียกกันติดปากว่า “ทำเลศักยภาพ”

  1. การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ

การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการเป็นทำเลที่ดีในอนาคต เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะที่ดี จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างชุมชนที่อยู่อาศัยกับย่านเศรษฐกิจสำคัญของประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้คนเดินทางสู่จุดหมายได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

เมื่อการเดินทางมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ย่อมเป็นการเชื้อชวนให้มีคนหลั่งไหลมาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจในทำเลดังกล่าวมีการขยายตัวมากขึ้นไปอีก วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะหมุนวนลูปอย่างนี้ต่อไปไม่รู้จบ

ฉะนั้นแล้ว ทำเลที่ดีจึงต้องมาพร้อมกับระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินรถประจำทางสาธารณะ หรือรถเมล์ เส้นทางรถไฟฟ้า แท๊กซี่ที่มีบริการเพียงพอ จนถึงเส้นทางหลวง ถนนสายหลัก หรือทางพิเศษที่ช่วยเสริมการเดินทางให้ง่ายขึ้น

  1. โครงการพัฒนาจากภาครัฐและเอกชน

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พื้นที่มีความเจริญขึ้นคือแผนการพัฒนาที่ออกมาในรูปแบบของโครงการพัฒนาจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงพื้นที่ การปรับปรุงผังเมือง หรือการสร้างสาธารณูปโภคที่ทันสมัยมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องนี้ คือโมเดล Smart City ที่เริ่มต้นนำร่องในจังหวัดใหญ่ๆ อย่างภูเก็ต หรือขอนแก่น ซึ่งทำให้ที่ดินในจังหวัดดังกล่าวมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากศักยภาพในการขยายตัว และการรองรับระบบเศรษฐกิจมหภาค

หรือจะเป็นการพัฒนาที่ภาคเอกชนเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ ซึ่งแม้จะไม่ใช่การปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงในแง่ของผังเมือง หรือสาธารณูปโภค แต่การเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อสร้างแหล่งกระจายรายได้อย่างศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ศูนย์รวมความบันเทิง หรือจะเป็นในแง่ของสำนักงาน ออฟฟิศ หรือบริษัทห้างร้านต่างๆ ก็ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาของทำเล และโอกาสในการเข้ามาลงทุน

แถมให้เล็กน้อยกับหน้าตาผังเมือง กทม. รูปแบบใหม่ล่าสุด ตรงไหนเป็น Hotspot ตรงไหนเป็นโซนอะไร บทความจาก Prop2morrow รวมรวมข้อมูลมาให้ทั้งหมดแล้วครับ ที่นี่เลย ลิงก์บทความ

ทำเลที่ดีต่อการลงทุน หน้าตาเป็นอย่างไร

ให้ลองนึกภาพการลงทุนในตราสารทุนประเภทหุ้นสามัญ (หรือเรียกง่ายๆ ก็ได้ว่า “การเล่นหุ้น”) หรือหากใครไม่เคยเล่นหุ้น อาจลองนึกถึงการลงทุนซื้อขายทองคำแทน การที่เราจะทำกำไรจากการลงทุนของเราได้นั้น ง่ายนิดเดียว นั่นคือเราต้องซื้อสินทรัพย์มาในราคาต่ำ และขายออกไปในช่วงเวลาที่สินทรัพย์นั้นมีราคาแพงขึ้น

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นไปตามกฎนี้เช่นเดียวกัน หากเราต้องการครอบครองที่ดินดีๆ ในราคาย่อมเยา เราอาจต้องเฟ้นหา หรือสังเกตจากปัจจัยต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดย Kaidee Property เองก็มีคำแนะนำเล็กน้อยมาฝากกัน

ทำเลที่ยังไม่มีโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมากนัก

จริงอยู่ที่ผมเพิ่งยกตัวอย่างกรณีของทำเลที่มีโอกาสเจริญเติบโตสูง ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นพื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยอยู่ในอัตราสูง แต่ในหัวข้อนี้ เรากำลังพูดถึงโอกาสในการทำกำไรของนักลงทุน

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรมองจึงเป็นเรื่องของคู่แข่ง และโอกาสในการเข้าทำกำไรเช่น หากเราต้องการจะทำบ้านเดี่ยวเพื่อปล่อยเช่า หรือขายออกไป และพื้นที่ดังกล่าวมีโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม หรือบ้านจัดสรรอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ก็มีโอกาสสูงที่เราจะคว้าน้ำเหลวกลับมาจากการลงทุน

ศึกษาความสัมพันธ์ของพื้นที่กับรูปแบบการลงทุน

ก่อนที่จะเข้าทำ (กำไร) ควรศึกษาแผนการเล่นให้รอบคอบเสียก่อน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ประชากร และความเปลี่ยนแปลงในอนาคตให้ดี เพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด และโอกาสมากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ระบบขนส่งสาธารณะมีเพียงรถประจำทางไม่กี่สาย และใช้เวลานานกว่าจะเดินทางไปถึงถนนหลัก หรือเส้นทางพิเศษ ก็คงไม่เหมาะจะลงทุนทำสำนักงานให้เช่าแต่อย่างใด เพราะผู้คนเดินทางลำบากเกินไป การติดต่อธุรกิจก็จะทำได้ยากตามไปด้วย

และในขณะเดียวกัน หากเราต้องการลงทุนซื้อที่ดินเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่า ลองใช้เวลาศึกษาพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เพื่อดูว่าในละแวกใกล้เคียงนั้น มีสำนักงาน ออฟฟิศ หรือสถานที่ทำงาน อยู่หนาแน่นมากขนาดไหน และคนที่ทำงานในบริษัทดังกล่าวมีฐานเงินเดือนเท่าไร เพื่อให้เราสามารถกำหนดราคาในการปล่อยเช่า รวมถึงสามารถคำนวณต้นทุนในการลงทุนของเราได้ด้วย

5 ทำเลศักยภาพสูง น่าลงทุนใน กทม.

นอกจากวันนี้ Kaidee Property จะมาแนะนำลักษณะของพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง พร้อมสอนเคล็ดลับการซื้อที่ดินหรือที่อยู่อาศัยเพื่อทำกำไรแล้ว เรายังขอนำ 5 ทำเลดี มีศักยภาพ น่าซื้อเพื่อการลงทุนหรือเก็บไว้เป็นทรัพย์สมบัติของตัวเอง ใครอ่านจบก่อน ก็อาจมีเวลาตัดสินใจก่อน รีบซื้อ รีบรวยก่อนก็เป็นได้

เส้นสุขุมวิทตั้งแต่อ่อนนุชจนถึงอุดมสุข

พื้นที่ตั้งแต่อ่อนนุช บางจาก ปุณณวิถี และอุดมสุขถือเป็นพื้นที่ที่มีการหว่านเมล็ดลงไปบ้างแล้ว และตอนนี้ใกล้จะได้ถึงเวลาเห็นการสุกงอมเต็มที เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า พื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิทนั้นถือเป็นทำเลยอดนิยม และมีศักยภาพสูงมากในการพัฒนา โดยเฉพาะถนนสุขุมวิทตั้งแต่อโศกลงมาจนถึงเอกมัย

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในถนนสุขุมวิทที่ไล่ยาวตั้งแต่อ่อนนุช ลงไปจนถึงอุดมสุขมากขึ้น โดยอาจเพราะพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวยังมีราคาไม่สูงมากนัก หากเทียบกับพื้นที่สุขุมวิทในตัวเมือง อีกทั้งในช่วงครึ่งทศวรรษหลัง ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณนี้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดความนิยมตามๆ กันมา

เราจะเริ่มเห็นการสร้างคอนโดมิเนียมในหลากหลายระดับมากขึ้น อาทิโครงการ Ramada Plaza Residence 48 By Siamese Asset หรือจะเป็น IDEO Sukhumvit 93 (หากต้องการข้อมูลเรื่องคอนโดมิเนียมในละแวกสุขุมวิทเพิ่ม ลองอ่านบทความนี้ดู แนะนำ 6 คอนโดสุขุมวิทน่าซื้อ ทำเลคุณภาพ ราคาดี) อีกทั้งยังมีสำนักงานและอาคารการเรียนรู้สุดล้ำอย่าง True Digital Park ด้วยเช่นกัน

ส่วนอีกสาเหตุสำคัญ นอกจากเรื่องของราคาแล้ว คือเรื่อง ความสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าที่ใช้เวลาเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไม่ถึง 10 นาที หรือจะเป็นถนนสุขุมวิทหลักที่จะเดินทางเข้าเมือง หรือออกต่างจังหวัดก็ทำได้ไม่ยากเย็น (แม้ความหนาแน่นทางจราจรอาจจะสูงอยู่บ้าง ในช่วงเวลาเช้าและพลบค่ำ)

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกนี้)

สี่แยกบางนา

ถัดจากอุดมสุข เราก็มาต่อกันที่บางนาทันที สาเหตุที่เราไม่ได้รวม “บางนา” เข้าไว้กับข้อที่แล้ว เพราะตัวพื้นที่มีความโดดเด่นที่เราอยากจะเน้นย้ำแบบแยกโดดเสียมากกว่า โดยอย่างแรกที่ต้องการเน้นย้ำเลยคือ พื้นที่ในย่านบางนามีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเหตุผลที่มีด้วยกันหลายประการ

อย่างแรกเลยคือเรื่องของการคมนาคมที่มีรถไฟฟ้า BTS และถนนเส้นหลักหลายเส้นรองรับการเดินทาง ไม่ต้องห่วงเรื่องเข้าเมืองหรือเดินทางออกไปเที่ยวตามต่างจังหวัดในวันหยุดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัล บางนา อิเกีย และเมกา บางนา (จะเยอะเกินไปแล้วนะ) หรือแบงค็อก มอลล์บริเวณสี่แยกบางนาที่กำลังดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้ และอย่าลืมสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างศูนย์จัดแสดงนิทรรศการและสินค้านานาชาติสุดยิ่งใหญ่อย่างไบเทค บางนา ที่ยังถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจระดับประเทศของเรา

อีกส่วนหนึ่งที่ถือเป็นจุดเด่นของละแวกบางนาคือสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีครบถ้วน ทั้งโรงเรียนและสถานศึกษา  เพราะเริ่มมีโรงเรียนทั้งเอกชนและนานาชาติมาเปิดให้บริการมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคต ย่านบางนาอาจจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของครอบครัวใหม่ในการมาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยก็เป็นได้เช่นกัน นี่ยังไม่นับในส่วนของสำนักงาน ออฟฟิศต่างๆ อย่างตึกภิรัชทาวเวอร์ที่ตั้งทำการติดกับไบเทค บางนาอีกด้วยนะครับ เรียกว่าย่านเดียว อยู่ได้ทั้งครอบครัว

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกบางนา)

เกษตร – นวมินทร์

อีกพื้นที่ทำเลทองเพื่อการลงทุนในอนาคตก็ตกเป็นทำเลใดไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พื้นที่ตามแนวถนนเกษตร นวมินทร์ที่ในช่วงทศวรรษกว่าๆ ที่ผ่านมา มีราคาปรับตัวสูงขึ้นตลอด อันเนื่องมาจากตัวทำเลมีโครงการห้างสรรพสินค้า และพื้นที่เพื่อการจับจ่ายใช้สอยผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยังมีสถานศึกษา และมหาวิทยาลัยเลื่องชื่ออยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณนี้จะมีวัยรุ่นมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ รถไฟสายสีน้ำตาลที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่กี่ปี ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้ให้สูงขึ้นไปอีก เพราะการเดินทางทำได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ผู้คนเดินทางเข้าตัวเมืองสะดวก หรือเดินทางออกต่างจังหวัดก็ทำได้รวดเร็ว ยังไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ที่เชื่อมต่อถนนหลักสำคัญหลายเส้นด้วยกันอีกต่างหาก

สุดท้ายเลยคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ลงความเห็นตรงกันว่า กำลังในการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่จะผลักดันให้ผังเมืองในย่านเกษตร-นวมินทร์มีความเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมพร้อมต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของสำนักงานที่มากขึ้น หรือห้างสรรพสินค้าที่หลากหลายขึ้น ก็ต้องติดตามกันต่อไป

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกเกษตร – นวมินทร์)

ห้าแยกลาดพร้าว

อันที่จริงแล้ว พื้นที่บริเวณลาดพร้าวถือว่ามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่การเข้ามาของสถานีห้าแยกลาดพร้าวที่ให้บริการโดย BTS และสถานีพหลโยธินที่ให้บริการโดย MRT นั้น ยิ่งส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตทั้งในแง่ของเทคโนโลยี การแข่งขันและขนาดเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากการเดินทางในตัวเมืองแล้ว ห้าแยกลาดพร้าวยังเป็นที่ตั้งของสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งจะเป็น Transportation Hub หรือ “ศูนย์กลางการคมนาคม” แห่งใหม่ของประเทศไทยอย่างแน่นอน แทนที่หัวลำโพงที่อยู่คู่คนไทยมาช้านานนม ต่อจากนี้ การเดินทางเข้าออกตัวเมืองหลวงผ่านรถไฟสายหลัก จะต้องผ่านบริเวณนี้ทั้งสิ้น การลงทุนเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง หรือที่พักอาศัยชั่วคราวในบริเวณดังกล่าวจึงน่าจะตอบโจทย์และสอดคล้องกับการพัฒนาของพื้นที่

ลาดพร้าวกำลังเป็นพื้นที่ที่ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมเข้ามาจับจองโอกาสทองครั้งนี้กันเป็นจำนวนมากอาทิโครงการ Groove Scape 48 ทำให้ในอนาคต พื้นที่ห้าแยกลาดพร้าวจะเป็นทั้งศูนย์กลางการเดินทางและพาณิชยกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งเป็นแน่

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกลาดพร้าว)

เจริญนคร

ปิดท้ายกันด้วยพื้นที่ทำเลทอง (ทองจริงๆ เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีทอง) อย่างย่านเจริญนคร ย่านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายผสมของความเป็นเมืองเก่าที่คลุกเคล้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม ผสานกลิ่นหอมโชยอ่อนของโมเดิร์นวิถี และการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตัวเมือง

เราจะเริ่มเห็นการผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ดของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ รวมไปถึงศูนย์รวมความบันเทิงมากมายอย่าง ICON SIAM หรือ ASIATIQUE และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มุมถ่ายรูปชิคๆ มากมายไว้ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว และเหล่าวัยรุ่น รวมถึง Co-working space และโรงแรมที่จะมีผลต่อการทำธุรกิจในบริเวณนี้

การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีทองก็ย่อมมีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ย่านเจริญนครทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วยให้คนหลั่งไหลเข้ามาง่ายกว่าเดิมมากเลยทีเดียว

จะสังเกตได้ว่า คอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยที่ก่อสร้าง หรือเปิดให้เข้าพักอาศัยนั้นจะเป็นระดับ Top-Tier Luxury แทบทั้งสิ้น โดยคาดว่าน่าจะมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วที่ดึงดูดการเข้ามาของเศรษฐีและนักลงทุน อีกทั้งผังเมืองฉบับใหม่ของภาครัฐยังกำหนดชัดเจนให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง ที่พร้อมรองรับระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศต่อไป

(ดูเพิ่ม: ที่อยู่อาศัยในละแวกละแวกเจริญนคร)

New CBD ย่านรัชดา-พระราม 9

หลายคนอ่านมาจนถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่า ทำไมผมไม่ได้พูดถึงย่านศักยภาพโคตรจะสูงอย่างรัชดา-พระราม 9 เลยล่ะ คืออย่างนี้ครับ รัชดา-พระราม 9 เป็นย่านที่มีการลงทุนเกิดขึ้นมากมาย เป็นย่านที่มีความเจริญอย่างคับคั่งมากพอแล้ว แต่ก็ยังมีศักยภาพในการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Content Writer สุดเก๋าของ Kaidee อย่างพี่ปาล์มก็เคยเขียนเกี่ยวกับพื้นที่นี้อย่างละเอียดและครบถ้วนไว้ตรงนี้เรียบร้อยแล้ว New CBD ย่านความเจริญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ผมจึงอยากจะเผื่อพื้นที่ภายในบทความนี้ไว้เพื่อบอกเล่าถึงพื้นที่ศักยภาพสูง และกำลังจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในอนาคตแทนครับ

รีบจับจองทำเลดีมีศักยภาพใน กทม. เลย

หากใครอ่านบทความนี้แล้ว เกิดอาการอยากลงทุน ผมก็ขออนุญาตแนะนำให้ทำการบ้านอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ ศึกษาพื้นที่และทำเลที่คุณต้องการลงทุนด้วยตนเอง ผมขอให้บทความนี้เป็นพื้นฐานอันแข็งแกร่งของผู้อ่านก็แล้วกันนะครับ

BMW X1 ดีกว่ารุ่นอื่นใน BMW อย่างไร ถึงต้องซื้อ!

BMW X1 ดีกว่ารุ่นอื่นใน BMW อย่างไร ถึงต้องซื้อ!

สาเหตุที่ทำไมที่ต้องซื้อ BMW X1 เพราะ BMW คือรถยนต์แบรนด์หรูที่ใครหลายคนก็นึกฝันอยากจับจองเป็นเจ้าของสักคน ทั้งความโด่งดังในแง่ของสมรรถนะอันแข็งแกร่ง รวมถึงเรื่องภาพลักษณ์ที่ดูดีกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ทำตลาดหลักในประเทศไทย 

แต่ข้อจำกัดที่ทำให้ทุกคนซื้อรถยนต์คันนี้มาเป็นของตนเองไม่ได้ ก็มาจากเรื่องของภาษีนำเข้าที่แพงแสนแพง ไหนจะค่าครองชีพที่ไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่ทุกคนมี การซื้อรถของแบรนด์ BMW กลายเป็นเรื่องยากไปเลย

ยิ่งในช่วงนี้ที่คนไม่อยากจะใช้เงินเสียเท่าไร แต่บางทีรถก็มาถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนของมันซะแล้ว ยิ่งเราทำงานยิ่งโตขึ้นบางทีการทำตามความฝันอย่างการเป็นเจ้าของรถ BMW X1 ก็อยากให้มันเป็นจริงสักครั้ง แล้วทำไมต้องเจาะจงเป็นรุ่น BMW X1 ด้วยล่ะ จะมีดีและอะไรที่น่าสนใจกว่ารุ่นอื่นยังไง มาแจงกันเลย!

ทำไมต้องซื้อ BMW X1 

เรามาดูรายละเอียดความน่าสนใจของ BMW X1 กันดีกว่าว่าทำไมต้องซื้อ BMW X1 หากคุณเริ่มต้นอยากได้ BMW X1 สักคัน ก็ลองศึกษารายละเอียดคร่าว ๆ ของรถยนต์ BMW รุ่นนี้ให้ดี เพราะรถคันนี้จะมีคำตอบให้กับ “รถยนต์ในฝัน” ที่คุณตามหาอยู่! 

ราคาที่ถูกกว่า

รถยนต์ในฝันของคุณต้องมาพร้อมกับราคาที่น่าผูกมิตรด้วยใช่ไหมล่ะคะ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่รถยนต์ BMW X1 ที่เป็นรถยนต์ SAV (Sport Activity Vehicle) กล่าวสั้น ๆ คือรถยนต์ที่พร้อมสำหรับการออกไปทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือเส้นทางออฟโร้ด รถ SUV คันนี้ก็พร้อมพาคุณตะลุยไปทุกที่ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ คล้ายกับได้ไปเที่ยวในห้วงอวกาศที่ยังมีหลายสถานที่ให้คุณได้ไปค้นพบ

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว จุดเด่นที่น่าสนใจของ BMW X1 ที่มีความแตกต่างและความน่าสนใจมากกว่ารุ่นอื่น ๆ คือราคาที่เริ่มต้นเพียง 1.9 ล้าน เรียกได้ว่าเป็นรถ SUV คันใหญ่แต่เป็นรุ่นที่ราคาน้อยและเล็กเกือบที่สุดของแบรนด์ BMW แล้ว ถ้าหากคำนวณการผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่เพียง 17,999 บาท ต่อเดือนเท่านั้น

ถึงจะมีใครหลายคนยังตั้งข้อสงสัยว่า ที่ทำราคาได้ถูกกว่ารุ่นอื่น ๆ แปลว่าวัสดุและสมรรถนะจะมีคุณภาพด้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ ในแบรนด์เดียวกันหรือเปล่า ต้องพูดเลยว่า ด้วยราคาที่ 1.9 ล้านบาท BMW X1 กลับให้สมรรถนะที่เทียบเคียง BMW ที่อยู่ในซีรีส์ X เกือบทั้งหมด จึงตัดปัญหาน่ากังวลใจนี้ไปได้เลย 

Plug-in Hybrid

ด้วยการเล็งเห็นช่องทางในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนยานยนต์ด้วยไฟฟ้า ทำให้ทาง BMW เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องของ Plug-in Hybrid มากยิ่งขึ้น โดยเริ่มมีการเปิดตัวรุ่น BMW X1 ที่เป็นเครื่องยนต์ชนิด Plug-in Hybrid เข้ามา 

แม้เครื่องยนต์ประเภทนี้จะยังไม่ได้เข้าไทยอย่างเป็นทางการ แต่นี่คือหนึ่งในความคาดหวังวา่ BMW X1 ที่จะออกมาในปี 2021 จะมีการนำเข้าตัว Plug-in Hybrid ในรุ่นนี้เข้ามา เพราะนอกจากจะทำให้รถยนต์มีการประหยัดน้ำมันมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดอัตราการปล่อยมลพิษ CO2 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นับเป็นกระแสและทิศทางของรถยนต์ที่น่าสนใจในปี 2021 นี้เลยทีเดียว เพราะถึงแม้จะมีรถยนต์ประเภทไฟฟ้า 100% (EV) เข้ามาแล้ว แต่ความจริงที่ว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมกับเทคโนโลยีไฟฟ้า 100% เท่าไรนัก ไหนจะเรื่องของจำนวนจุดให้บริการเติมไฟ และไหนจะเรื่องของเทคโนโลยี Wall Box Charger ที่มีราคาสูงทำให้การติดตั้งต้องใช้เงินในจำนวนมาก ไม่เอื้อต่อการขับขี่เสียเท่าไรนัก 

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid จึงเป็นเทคโนโลยีน่าสนใจและเป็นกระแสที่กลุ่มคนขับรถยนต์ประเภท SUV นั้นเลือกซื้อเป็นอันดับต้น ๆ สังเกตได้จากที่ค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มมีการผลิตรถยนต์ประเภท Hybrid ออกมาเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นหนึ่งจุดที่น่าจับตามองสำหรับ Plug-in Hybrid ในรถยนต์แบรนด์หรูฝั่งยุโรป อย่าง BMW X1 

เกียร์ 8 จังหวะในเครื่องดีเซล

จัดเป็นเรื่องหาได้ยากในประเภทเครื่องยนต์ดีเซล แต่ไม่ใช่กับรถยนต์ BMW โดยเฉพาะ BMW X1 ที่ให้ความน่าประหลาดใจอย่างการนำเกียร์ 8 จังหวะมาใส่ในเครื่องยนต์ดีเซล ทำให้สมรรถนะของรถพุ่งทะยานไปได้ไกลกว่าที่เคย

ใครที่กำลังมองหารถยนต์ SUV ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถมยังให้อัตราเร่งและอัตราการเปลี่ยนเกียร์น่าสนใจก็ต้องห้ามพลาดที่จะศึกษารายละเอียดรถยนต์รุ่น BMW X1 นี้ 

อัตราความแรงยังไม่สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ เพราะแรงม้าที่รถรุ่น BMW X1 โดยเฉพาะกับ รุ่น X1 sDrive20d M Sport ที่มีแรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า และมีแรงบิดอยู่ที่ 400 นิวตันเมตร เอาเป็นว่าสำหรับความเร็วแรงคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มเติมว่ามันดีขนาดไหน

เบาะนั่งยกสูงขึ้น

จากรีวิวและคอมเมนต์หลายแห่งเรื่องความสูงของ BMW X1 ที่มีไซส์ขนาดเล็กและความสูงที่ต่ำกว่ารถ SUV ปกติโดยทั่วไป ทาง BMW ก็ยกความสูงของเบาะนั่งที่ยกสูงขึ้นมากลบจุดด้อยอันเป็นปัญหานี้ คุณจะเห็นได้และรู้สึกถึงความสูงของเบาะที่ยกนั่งสูงได้ในทันทีที่ได้สัมผัส

โดยเฉพาะกับเบาะคู่หน้าที่นอกจาจะทำให้คุณนั่งสบายบนความสูงระดับเดียวกันกับ SUV แล้ว ยังช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่กว้างขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าเป็นหนึ่งประโยชน์และสร้างความสบายให้แก่คนขับเป็นอย่างมากเลยล่ะ

ดูดีมีความภูมิฐาน

อีกหนึ่งปัจจัยที่คนรักแบรนด์นี้ คงไม่พ้นเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาสุดหรู ที่เมื่อได้ขับก็แสดงถึงฐานะความมีระดับ และความน่าเชื่อถือที่มาพร้อมแบรนด์นี้ นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ราคารถประเภทนี้ทำราคาที่สูงขึ้นในทุกรุ่นที่เปิดตัวได้

เพราะท้ายที่สุดแล้วภาพลักษณ์ที่ดูมีภูมิฐานไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ต่อคนในที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมที่คนภายนอกมองเข้ามาอีกด้วย แบรนด์ BMW นอกจากในเรื่องความหรูหราอย่างเดียวแล้ว จุดเด่นในเรื่องภาพลักษณ์ที่ผู้ใช้จะได้จากการใช้รถยนต์แบรนด์นี้ คือ ความสุขุมและสปอร์ตที่ดูดีมีระดับไปพร้อม ๆ กัน

สรุปว่าควรซื้อ BMW X1 หรือไม่

หากถามแค่ว่าความเหมาะสมในการซื้อ แน่อนว่า BMW X1 นั้นมีข้อดีมากมายที่ชวนให้คุณต้องซื้อ ทำไมต้องซื้อ คำถามเช่นนี้สามารถปัดตกได้แทบจะทันที ไหนจะสมรรถนะช่วงล่างที่ยึดติดถนน การเปลี่ยนเลนก็กลายเป็นเรื่องสนุกไม่มีปัญหารถส่ายให้หน่ายใจ

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องปัญหาของ “การเงิน” ที่ราคาระดับนี้ แม้จะพูดว่าเป็นรุ่นที่เล็กราคาเป็นมิตรแล้ว ก็ยังยากที่จะเอื้อมถึงอยู่ดี เราลองมองย้อนกลับมาถึง BMW X1 ที่เป็นมือสองก็ไม่เลว เพราะสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ทั้งใช้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ารถญี่ปุ่น ทำให้รถยนต์มือสองของแบรนด์ BMW ดูไม่เก่าทั้งยังไม่ตกเทรนด์ในเรื่องของรูปลักษณ์อีกด้วย

ในเรื่องของราคารถยนต์มือสองของ BMW X1 ยังจัดว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ราคาขายต่อไม่ตกเท่าไรนัก แถมราคาสำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อต่อก็ไม่ลำบากตนเองมากจนเกินไป หากคุณสนใจรถยนต์มือสอง BMW X1 ก็ลองเช็กราคาและรุ่นที่เปิดขายอยู่ต่อนี้ได้ที่นี่

มือถือ 5G รุ่นไหนดีในปี 2021

มือถือ 5G รุ่นไหนดีในปี 2021

ความล้ำหน้าของเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลาจากมนุษย์ สร้างความเปลี่ยนแปลงกับการใช้ชีวิตขึ้นมากมาย อย่างเทคโนโลยี 5G ที่พัฒนาขึ้นต่อจาก 4G ทำให้มือถือ 5G เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เร็วและแรงมากขึ้น  

5G ต่างกับ 4G อย่างไรล่ะ? 

4G ถูกพัฒนาและเริ่มต้นใช้งานบนโลกเมื่อช่วงปลายปี 2009 ในประเทศไทยเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2013 และใช้งานแบบกว้างขวางกันเมื่อประมาณปี 2015  ซึ่ง 4G นั้นให้ความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเร็วกว่า 3G หลายเท่าตัว ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตในช่วงนั้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกันมากขึ้น เราสามารถดูคลิปวีดิโอที่สตรีมมิ่งผ่านออนไลน์ได้แบบไม่ติดขัด รวมถึงการเปลี่ยนมาดูทีวีผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้นและการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะต่างๆอีกด้วย 

ส่วน 5G ถูกเริ่มใช้งานทั่วโลกเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2020 ที่ผ่านมา โดยมีประเทศเกาหลี จีน และสหรัฐอเมริกาที่เป็นทั้งผู้นำและผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยี ส่วนในประเทศไทยนั้น เครือข่ายผู้ให้บริการต่างๆอย่างเอไอเอสและทรูมูฟเอชก็เริ่มให้บริการแล้ว แต่ในปี 2021 นี้อาจยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย 

ความแตกต่างระหว่าง 4G และ 5G นั้น หลักๆคือเรื่องของความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น ความหน่วงที่ต่ำ (Low Latency) และรองรับการเชื่อมต่อจากมือถือสมาร์ทโฟนในจำนวนที่มากขึ้น นอกเหนือจากนี้นั้นจะเป็นเรื่องการใช้พลังงานที่น้อยลงจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออย่างเช่นมือถือ 5G เป็นต้น

อินเทอร์เน็ตบนมือถือ 5G เร็วแค่ไหน?

ในรุ่นที่ 5 ของการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ตามทฤษฎีแล้วความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะอยู่ที่ 1 ถึง 10 Gbps เลยทีเดียว หากเทียบกับ 4G ที่อยู่ในความเร็ว 300 Mbps ถึง 1 Gbps เรียกว่าต่างกันถึง 10 เท่าก็ว่าได้ 

โดยเว็บไซต์ Thalesgroup ได้ให้ตัวอย่างเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ตบน 5G ไว้ว่า หากเราดาวน์โหลดไฟล์วิดิโอคุณภาพ HD ผ่าน 4G จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที แต่บน 5G นั้นใช้เวลาเพียงแค่ 9 นาทีเท่านั้น !

รุ่นมือถือ 5G น่าสนใจในราคาประหยัด

รู้กันแล้วว่า 5G นั้นมีการพัฒนาให้อินเทอร์เน็ตมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเราควรจะเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการมีมือถือ 5G ดีๆสักเครื่อง แต่จะรุ่นไหนดีนั้น ลองดูรุ่นที่เราหยิบมาแนะนำตามนี้เลย

1.Samsung Galaxy A52 5G

มือถือ 5G จากซัมซุงตระกูล A Series ที่มาในราคาหมื่นต้นๆแต่สเปคพร้อมใช้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่กล้องที่ให้มาถึง 4 ตัวที่มีทั้งกล้องหลักความละเอียด 64MP พร้อมระบบกันภาพสั่นไหวแบบ OIS กล้อง Ultra Wide ที่ให้มุมกว้างได้ถึง 123 องศา กล้อง Macro ที่เก็บรายละเอียดได้ในระยะใกล้ และกล้อง Dept Camera ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างมีมิติมากขึ้น 

นอกจากนี้รุ่นนี้ยังมีหน้าจอ Infinity-O ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ผ่านการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสายตา แถมยังสามารถสแกนลายนิ้วมือผ่านหน้าจอได้โดยตรง และแบตเตอรีความจุ 4,500 mAh ที่รองรับการชาร์จไวแบบ 25W ทำให้โดยรวมแล้วรุ่นนี้เป็นรุ่นที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งสำหรับมือถือ 5G  

แต่ถ้าใครสนใจดูรุ่นอื่นๆของซัมซุงสามารถเข้าไปดูได้ในบทความ 2021 นี้ ซื้อโทรศัพท์ซัมซุงรุ่นไหนดี? นี้ได้เลย

2.Oppo A94 5G

ใครชอบถ่ายวิดิโอแบบเท่ๆต้องชอบมือถือ 5G รุ่นนี้เลยกับ Oppo A94 5G ด้วยจุดเด่นด้าน AI ที่ทำให้ถ่ายวิดิโอได้หลากหลายสไตล์ อย่าง Monochrome Video ที่สามารถดึงสี RGB ที่คุณต้องการให้โดดเด่นขึ้นมา หรือจะเป็น Dual-View Video ที่สามารถถ่ายวิดิโอกล้องหลังและกล้องหน้าพร้อมกันได้

ส่วนเรื่องการถ่ายภาพนั้นกล้องหลังก็มีมาให้ถึง 4 ตัว ทำให้ได้ภาพหลากหลายมุม ที่สำคัญคือใน Oppo A94 5G นี้มีระบบ AI Scene Enhancement ที่ช่วยให้ภาพมีสีสันและความคมชัดมากขึ้น

ในรุ่นนี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS ที่มีฟีเจอร์สร้างความสะดวกมากมายอย่าง Quick Startup หรือ Game Focus mode ส่วนเรื่องแบตเตอรีนั้นก็ให้มาจุใจ 4,310 mAh แถมรองรับชาร์จไว 30W อีกด้วย เรียกว่าใช้งาน 5G ได้แบบยาวๆเลย 

3.Realme 8 5G

มือถือ 5G รุ่นใหม่จาก Realme ที่ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 700 ความเร็วประมวลผลสูงสุดถึง 2.2GHz พร้อมปรับปรุงระบบให้เข้ากับ 5G มากขึ้น อย่างฟังก์ชัน Smart 5G ที่ปรับให้การทำงานของเครื่องใช้พลังงานลดลงขณะใช้ 5G 

ตัวเครื่องมาในดีไซน์ Dynamic Speed Light ที่ตัวเครื่องมีความบาง 8.5 มิลลิเมตร เป็นส่วนหน้าจอของรุ่นนี้นั้นมาในขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD พร้อมค่ารีเฟรชเรทที่ 90Hz ทำให้ได้ภาพที่ลื่นไหล 

เรื่องกล้องก็มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 48MP พร้อมโหมดถ่ายภาพต่างๆที่ทำให้ได้ภาพหลากหลายมากขึ้น รุ่นนี้ยังสามารถเพิ่มเมมโมรีการ์ดได้สูงสุดถึง 1 TB และนอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ที่หายากในมือถือสมัยนี้อีกด้วย โดยรวมแล้วรุ่นนี้ถือว่าเป็นมือถือ 5G ที่มีดีไซน์สวยสเปคคุ้มค่าตัวหนึ่งเลย

4.Mi 11 Lite 5G

ภาพจาก Mi.com

เปิดตัวไปล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมากับมือถือ 5G ใหม่จาก Xiaomi นั่นคือ Mi 11 Lite 5G ที่มาพร้อมหน้าจอ Gorilla Glass 6 ขนาด 6.5 นิ้วความละเอียดแบบ FHD หน่วยประมวลผล Snapdragon 780G  ลำโพงคู่และ Bluetooth 5.2 เรียกว่าสายเล่นเกมหรือดูหนังดูซีรีส์ก็จะได้ฟินแบบเต็มอรรถรสทั้งภาพและเสียงเลย

สำหรับกล้องนั้นรุ่นนี้ให้กล้องหลังมาสามตัวโดยตัวหลักมีความละเอียด 64MP และอีกสองตัวนั้นจะเป็นกล้อง Ultra-Wide และ Macro ส่วนการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้ในความละเอียดสูงถึง 4K 30fps และยังมีโหมดการถ่ายวิดิโอที่มีเอฟเฟคต่างๆอย่าง Slow Shutter, Time Freeze หรือ Night Time Lapse ทำให้เราได้วิดิโอที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น สรุปแล้วถือว่าเป็นมือถือ 5G ที่ให้ฟังก์ชันครอบคลุมและเหมาะกับทุกการใช้งานจริงๆ  

5.Vivo V21 5G

สาวกเซลฟี่จะต้องชอบเจ้ามือถือ 5G ตัวนี้แน่นอน ด้วยจุดเด่นอย่างกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 44MP ที่มีระบบกันภาพสั่นไหวแบบ OIS โดยกล้องหน้านี้สามารถถ่ายวิดิโอในความละเอียดที่สูงได้ถึง 4K เลยทีเดียว พร้อมมีไฟแฟลชที่ช่วยการถ่ายภาพและวิดิโอในที่แสงน้อยให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพนั้นก็ยังมีโหมด Double Exposure ที่สามารถรวมภาพสองภาพซ้อนกันเป็นภาพเดียวได้อย่างสวยงาม

เรื่องประสิทธิภาพนั้นก็มีหน่วยประมวลผลที่รองรับ 5G Dual Mode ที่สามารถใช้สองซิมได้ ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 11.1 ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอที่มีค่ารีเฟรชเรทถึง 90Hz นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรีความจุ 4000 mAh ที่รองรับการชาร์จไว 33W อีกด้วย  

สรุปมือถือ 5G รุ่นไหนดีปี 2021

แม้ในตอนนี้ 5G อาจยังอยู่ในช่วงการพัฒนาระบบและการติดตั้งเสาสัญญาณ แต่บางพื้นที่ในหลายจังหวัดก็สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งจะใช้กันได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้ แต่การมีมือถือ 5G เตรียมพร้อมไว้ เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้ก็จะได้เข้าสู่โลกออนไลน์เสพสื่อต่างๆหรือทำงานได้แบบไม่มีติดขัด 

และมือถือ 5G ที่หยิบมาแนะนำนั้นเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่มีสเปคที่จัดเต็ม ซึ่งในตลาดมือถือตอนนี้หลายๆแบรนด์ก็กำลังพัฒนามือถือ 5G ออกมาอยู่เรื่อยๆ และหากใครอยากได้มือถือ 5G ดีๆสักเครื่องละก็ รีบมาดูกันได้ที่ Kaidee เลย เรามีหลายรุ่นหลายแบรนด์ให้คุณได้เลือก แถมมีระบบ KD Pay ที่ทำให้คุณมั่นใจในการซื้อมากยิ่งขึ้น ลองเข้ามาดูกัน !

Hack: น้ำหอมติดทนทั้งวัน พร้อม 5 กลิ่น รับซัมเมอร์

Hack: น้ำหอมติดทนทั้งวัน พร้อม 5 กลิ่น รับซัมเมอร์

ทำยังไงดี…. น้ำหอมถึงจะติดทั้งวัน….

เชื่อว่าคนที่ฉีดน้ำหอมทุกวัน มักจะเจอปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ “น้ำหอมติดไม่ทน” บ่อยครั้งที่เราพบว่า เพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น กลิ่นน้ำหอมก็ได้จางเสียแล้ว หรือในบางเคส แค่นั่งพี่วินแป๊ปเดียว ลงมากลิ่นก็หายเกลี้ยง… มันเพราะอะไรกันนะ

หลายคนลองมาแล้วหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อน้ำหอมขวดใหม่ราคาแพงๆ (ด้วยความคิดที่ว่า น้ำหอมยิ่งแพง ยิ่งติดทน) หรือ ฉีดรอบทิศ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉีดกลางอากาศ แล้วเดินผ่าน หรือแม้กระทั่ง ฉีดตามเส้นชีพจรทั่วร่างกาย แบบแทบจะอาบน้ำหอมก็แล้ว แต่น้ำหอมก็ยังติดไม่ทนอยู่ดี

วันนี้เรามีเทคนิคใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร ที่จะช่วยให้น้ำหอมของคุณ ติดทนนานมากขึ้น บอกได้เลยว่า 16 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ และยิ่งไปกว่านั้น เรายังปิดท้ายบทความด้วย 5 กลิ่นน้ำหอมแนะนำ ให้ฟิลสดใส ไว้ฉีดคู่กับบิกินี่คู่ใจ ต้อนรับซัมเมอร์มาฝากกันอีกด้วย จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลย

ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความติดทนของน้ำหอม

Marieclaire.com

แน่นอนว่ากลิ่นหอมๆ ใครๆ ก็ชอบ ยิ่งถ้าอุตส่าห์ลงทุนซื้อน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแสนแพงแล้วนั้น คงจะเครียดน่าดู ถ้ากลิ่นน้ำหอมอยู่ติดผิวไม่ถึงครึ่งวัน 

ก่อนจะไปดูทริคเด็ดๆ ที่ทำให้น้ำหอมติดทนมากขึ้น เราต้องเข้าใจกันก่อนว่า สภาพผิวเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความติดทนของกลิ่นน้ำหอมเป็นอย่างยิ่ง โดยน้ำหอมจะไม่เกาะกับผิวที่มีความแห้ง ตรงกันข้ามกับน้ำหอมบนผิวที่มีความมัน เพราะน้ำมันที่ขับออกมาจากผิวมันนั้น จะช่วยทำให้กลิ่นของน้ำหอมกระจายตัวแรง และไปไกลมากขึ้น 

นอกจากสภาพผิวของผู้ฉีดแล้ว ความเข้มข้นของหัวน้ำหอมที่ผสมอยู่ในขวดก็เป็นเรื่องที่ห้ามมองข้าม 

น้ำหอมสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอม ดังนี้

Fragrancelounge-ea.com
  1. Parfume หรือ Perfume: หัวน้ำหอมผสม 20 – 30% 
  2. Eau de Parfume (EDP): หัวน้ำหอมผสม 15 – 20% 
  3. Eau de Toilette (EDT): หัวน้ำหอมผสม 5 – 15%
  4. Eau de Cologne (EDC):  หัวน้ำหอมผสม 2 – 4%
  5. Eau Fraiche: หัวน้ำหอมผสม 1 – 3%

น้ำหอมประเภท Parfume ซึ่งมีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมในขวดมากที่สุด จะติดทนที่สุด ยาวนานถึง 12-24 ชั่วโมง

ตรงกันข้ามกับน้ำหอมประเภท Eau Fraiche หรือน้ำหอมที่ผสมหัวน้ำหอมเจือจางที่สุด เพราะน้ำหอมประเภท Eau Fraiche จะติดผิวเราเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น 

เพราะฉะนั้น ถ้าความติดทนเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ แนะนำให้เลือกใช้น้ำหอมประเภท Parfume ค่ะ ราคาอาจจะแพงกว่าประเภทอื่นๆ สักหน่อย แต่รับรองคุ้ม

ถ้าเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความติดทนของน้ำหอมกันแล้ว มาดูเทคนิคกันเลย

เทคนิคง่ายๆ น้ำหอมติดทน เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

1. สังเกต ‘Perfume Note’ (โน๊ตของน้ำหอม)

Kellettskincare.com

สงสัยไหมคะ ว่าทำไมน้ำหอมถึงเปลี่ยนกลิ่นไปตามระยะเวลา นั่นเป็นเพราะว่าน้ำหอมทุกตัวมีส่วนผสมที่เรียกว่า Perfume Note เป็นผสมอยู่ ซึ่งประกอบไปด้วย Top Note, Middle Note และ Base Note 

โดยโน๊ตทั้ง 3 ระดับนี้ ทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นแตกต่างกันไปตามเวลา 3 ช่วง

  • กลิ่นแรกที่เราได้กลิ่นหลังจากฉีด คือกลิ่นจากส่วนผสมใน Top Note
  • หลังจากนั้น 15 นาที น้ำหอมจะเริ่มโชว์กลิ่นจากส่วนผสมใน Middle Note
  • หลังจากที่ฉีดน้ำหอมไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง เราจะได้กลิ่นแค่จากส่วนผสมใน Base Note เท่านั้น

ดังนั้นเราควรเลือกส่วนผสมของ Base Note ที่ช่วยให้ระดับกลิ่นในช่วง Base Note กระจายตัวได้นานขึ้น ตัวอย่างเช่น Wood (ไม้), วานิลลา, Tobacco (ใบยาสูบ) และ Oud (ไม้กฤษณา) เป็นต้น เพราะการที่น้ำหอมจะทนหรือไม่นั้น จึงขึ้นอยู่กับส่วนผสมใน Base Note นั่นเอง

Fashiongtonpost.com

2. ฉีดตรงจุด หอมนานสุดๆ

Marieclaire.com

เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่า การฉีดน้ำหอมให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฉีดน้ำหอมให้ตรงกับจุดชีพจรของร่างกาย นั่นคือ บริเวณข้อมือ, ข้อพับแขน, ข้อพับขา, กลางหน้าอก และ ศอกหูใต้ใบหู 

เพราะจุดชีพจร ซึ่งเป็นจุดที่เส้นเลือดอยู่ติดกับผิวหนังมากที่สุดนี้ เป็นบริเวณผิวหนังที่ให้ความอุ่นมากที่สุด โดยความอุ่นที่เกิดจากการหมุนเวียนของกระแสเลือด บวกกับอัตราการเต้นของชีพจร จะช่วยดูดซึมกลิ่นให้ติดกับผิวหนังเรา ยิ่งไปกว่านั้น การเต้นของชีพจรยังช่วยการกระตุ้นกลิ่นน้ำหอมให้กระจายตัวกว้างขึ้นอีกด้วย

ข้อควรระวัง: ไม่ควรถูข้อมือบริเวณที่ฉีดน้ำหอม เนื่องจากการถูข้อมือจะทำลายโมเลกุลของน้ำหอม ส่งผลให้น้ำหอมมีกลิ่นผิดเพี้ยน ทำให้ประสิทธิภาพความหอมลดลง

3. ฉีดที่เสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติ (Natural Fibers)

Otop.dss.go.th/

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ผิวแห้งเกินเยียวยา ไม่ว่าจะลองทริคอย่างการทาโลชั่นและวาสลีนก่อนฉีดน้ำหอม หรือฉีดน้ำหอมหลังจากอาบน้ำเสร็จในทันที น้ำหอมก็ยังติดไม่ทนอยู่ดี 


เราแนะนำให้ลองฉีดน้ำหอมที่เสื้อดูค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสื้อผ้าที่ทำมาจากวัตถุดิบเส้นใยธรรมชาติ เช่น เส้นใยไหม, เส้นใยฝ้าย, เส้นใยลินิน เป็นต้น

4. The Big Secret: ฉีดที่จุด Secret

ร่างกายของเรานอกจากที่จะขับเหงื่อออกมาระหว่างวันแล้ว ยังขับฟีโรโมนออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งฟีโรโมนนั้น เป็นสารธรรมชาติไม่มีกลิ่น อยู่ตามบริเวณจุดซ่อนเร้นของร่างกาย 


สารฟีโรโมนที่หลั่งออกมาจากร่างกายเรานี้ เป็นสารที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณฉีดน้ำหอมที่ ชุดชั้นใน ซึ่งการฉีดน้ำหอมที่ชุดชั้นในนั้น จะช่วยทำให้กลิ่นของน้ำหอมไปผสมกับสารฟีโรโมนไร้กลิ่นที่ขับออกมาจากร่างกายเราระหว่างวัน ให้เพศตรงข้ามได้กลิ่นหอมๆ ผสมกับกลิ่นของสารฟีโรโมนธรรมชาติของเรา ช่วยดึงดูดความสนใจจากเขามากขึ้นอีกเป็น 10 เท่าเลยทีเดียว 

5. ‘ผม’ ช่วยคุณได้

Youtube / 5-Minute Crafts GIRLY
 

เส้นผมของเราดูดซับกลิ่นได้ดีกว่าผิวหนัง จึงไม่แปลกที่เวลาเราไปร้านหมูกระทะ หรือกินชาบูกับเพื่อนทีไร กลับบ้านไปต้องสระผมใหม่ทุกที ดังนั้นการฉีดน้ำหอมให้โดนเส้นผมจึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับ ที่ช่วยทำให้คนรอบข้างได้กลิ่นน้ำหอมจากเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราเดินผ่านด้วยผมที่พลิ้วไปตามลม 

แต่ถ้าหากฉีดน้ำหอมที่ผมตรงๆ อาจจะทำให้ผมแห้งได้ เนื่องจากในน้ำหอมมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูง ดังนั้นควรจะฉีดขึ้นฟ้า จากนั้นเดินผ่านให้ละอองน้ำหอมตกใส่ผมนั่นเอง

หรือสามารถฉีดน้ำหอมที่แปรงหวีผม โดยรอให้แห้งสักพัก แล้วจึงนำแปรงมาหวีผม เท่านี้ผมของคุณ ก็จะมีกลิ่นหอม รับรองว่าเดินสะบัดผมทีไร คนเดินตามแน่นอน

6. เทคนิค Layering

การเลเยอร์น้ำหอม หรือ ‘Fragrance Layering’ คือเทคนิคการฉีดน้ำหอมหลายกลิ่น (2 กลิ่นขึ้นไป) ทับกันที่จุดเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือกลิ่นหอมใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร 

นอกจากนี้การเลเยอร์น้ำหอมยังเป็นเทคนิคที่นิยมอย่างมากในการทำให้น้ำหอมติดทนมากขึ้น เพราะการฉีดน้ำหอมทับกัน เป็นการช่วยเพิ่มความเข้มข้นของหัวน้ำหอมบนผิวเราไปในตัว จึงทำให้น้ำหอมติดผิวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลเยอร์น้ำหอมเข้าด้วยกัน ไม่ควรเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นแรงทั้งคู่ เพราะจะทำให้น้ำหอมมีกลิ่นแรงเกินไป และไม่ได้กลิ่นหอมจากกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งที่ชัดเจน

ถ้าเลือกน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ น้ำหอมอีกกลิ่นควรมีส่วนผสมของน้ำเยอะหน่อย เพื่อเพิ่มความหวานให้กลิ่นดอกไม้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้กลิ่นแรงไป เป็นต้น

5 น้ำหอมเด็ด สำหรับหน้าร้อน 

Dolce  & Gabbana : Light Blue Eau Intense –

Vogue.co.th

เมื่อหน้าร้อนใกล้เข้ามา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือเหงื่อของเรา ดังนั้นคงจะไม่เหมาะเท่าไรที่จะฉีดน้ำหอมกลิ่นแรงๆ อย่างวานิลลา หรือคาราเมล Dolce  & Gabbana -Light Blue Eau Intense เป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นสดชื่น ออกเปรี้ยว จากส่วนผสมมะนาว และแอปเปิ้ล แกรนนี่ เหมาะสำหรับช่วงเวลาซัมเมอร์ นอนตากแดดเป็นที่สุด

Chanel : Chance Eau Tendre –

Blackwing69.com

Chanel -Chance Eau Tendre กลิ่นนี้สำหรับสาวหวาน ลูกคุณหนูโดยเฉพาะ ด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบ ที่ไม่แก่ ตบท้ายกลิ่นด้วยกลิ่นแป้งนิดๆ จึงเหมาะเป็นน้ำหอมฉีดในหน้าร้อนอย่างยิ่ง เพราะกลิ่นหอมของเขานั้น ไม่ฉุนเลยแม้แต่น้อย ให้ฟิลแบบกลิ่นหอม ลอยมาตามลมเสียมากกว่า

Elizabeth Arden : White Tea –

Elizabetharden.com

ถ้าให้เลือกกลิ่นน้ำหอมที่เหมาะกับเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์มากที่สุด เราขอยกให้ Elizabeth Arden -White Tea ขวดนี้เลย เพราะน้ำหอมขวดนี้มีกลิ่นของชาอ่อนๆ ไม่ฉุน และไม่รบกวนคนรอบข้างแต่อย่างใด จึงทำให้น้ำหอมขวดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำหอมสำหรับ Everyday เลยก็ว่าได้ 

และยิ่งไปกว่านั้น เขายังผสมกลิ่นหอมออกแนว Aquatic หรือกลิ่นของน้ำทะเล ติดกลิ่นสมุนไพรนิดๆ อีกเขาไปที่ปลายกลิ่นอีกด้วยเท่านี้ Scream ซัมเมอร์พอหรือยังคะ

Aqua Di Parma : Blu Mediterraneo –

Goodpriceth.com

Aqua Di Parma เป็นแบรนด์ชื่อดังจากอิตาลี บอกเลยว่าตอนนี้ ขวดนี้ ดังสุดแล้ว เรียกได้ว่า เปิดทวิตเตอร์ หรือเปิดเฟสบุ๊ค มีต้องได้เห็นขวดนี้แน่นอน เพราะกลิ่นของเขาเหมาะอากาศบ้านเราเป็นที่สุด โดย Blu Mediterraneo ขวดนี้ ให้กลิ่นเลมอน และกลิ่นมะกรูด แบบเปรี้ยวๆ สดชื่นๆ และตบท้ายความหอมด้วยกลิ่นหวานของคาราเมลอย่างลงตัว แบบไม่น่าเชื่อเลยว่าเลมอนเปรี้ยวๆ จะเข้ากับกลิ่นขนมแบบคาราเมลได้ดีขนาดนี้

REPLICA by Maison Margiela : Beach Walk –

Maisonmargiela-fragrances.us

แค่ชื่อ ‘Beach Walk’ ก็พอจะเดาได้แล้วว่าน้ำหอมขวดนี้ให้กลิ่นเหมือนคุณได้เดินเล่นอยู่ริมทะเล ด้วยกลิ่นเกลือของน้ำทะเล บวกกับไอแดดในหน้าร้อน ตามนิยาม “sun kissed & salty skin” ที่ทางแบรนด์ Replica ได้นำเสนอนั่นเอง 


ฉีดครั้งแรกคุณจะได้กลิ่นเปรี้ยวของเลมอน, ส้ม และพริกไทยดำ ตบท้ายกลิ่นด้วยกลิ่น Lotion ครีมกันแดด ครีมมี่ นวลๆ เรียกได้ว่า ไม่ต้องไปไกลถึงภาคใต้ ก็รู้สึกเหมือนได้เดินเล่นบนชายหาดสีขาว ทะเลสีเขียวแล้วค่ะ

อย่าลืมจุดประสงค์ของน้ำหอม

หวังว่าเทคนิคที่เรารวบรวมมาให้ดูในวันนี้ จะทำให้น้ำหอมติดผิวคุณได้นานมากขึ้น หอมทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำนะคะ แต่ไม่ว่าคุณจะฉีดน้ำหอมไปทำงานตอนเช้าแค่ 3 ครั้ง หรือฉีดตามเส้นชีพจรทั้งตัว อะไรที่ทำให้เราสบายใจ ก็ทำไปเลยค่ะ ใครจะว่ากลิ่นแรง หรือใครจะไม่ได้กลิ่น ก็ช่างเขา เราได้กลิ่นของเราก็พอแล้ว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เหตุผลที่เราซื้อน้ำหอมมาใช้ตั้งแต่แรก ก็เพื่อให้ตัวเราเองได้กลิ่นหอมที่เราชอบ จริงไหมคะ

ใครสนใจน้ำหอมขวดไหน แต่ไม่รู้จะหาซื้อของแท้ ราคาดีๆ ได้ที่ไหนดี ลองแวะมาดูที่ Kaidee ได้นะคะ รับรองมีถูกใจแน่นอน 

Step by Step กู้เงินสร้างบ้าน

Step by Step กู้เงินสร้างบ้าน

ไม่ว่าจะซื้อบ้านใหม่หรือสร้างบ้านในที่ดินของตัวเอง ล้วนจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงหาทางออกด้วยการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารหรือสถาบันทางการเงินเพื่อทำให้ฝันของการมีบ้านเป็นจริง

สำหรับการกู้เงินสร้างบ้านนั้นแตกต่างจากการกู้เงินซื้อบ้านอยู่พอสมควร เช่น เรื่องของการรับเงินกู้จากธนาคารที่จะถูกแบ่งจ่ายให้กับผู้กู้เป็นงวดๆ เพื่อนำไปจ่ายให้ผู้รับเหมาตามงวดงานที่ตกลงกันไว้ แทนการรับเงินก้อนใหญ่เต็มจำนวนแล้วนำจ่ายให้กับดีเวลลอปเปอร์ ตามแบบที่สินเชื่อซื้อบ้านทั่วไปปฏิบัติกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับคนหลายกลุ่มหลายหน่วยงาน และต้องเตรียมให้ครบก่อนไปขอกู้เงินสร้างบ้าน โดยวันนี้ Kaidee รวบรวมขั้นตอนและรายละเอียดสำคัญของการกู้เงินสร้างบ้านมาให้แบบ Step by Step เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเราก้าวเท้าเข้าธนาคารแล้ว จะได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านอย่างแน่นอน  

Step 1 : เตรียมเอกสารก่อสร้างก่อนกู้เงินทำบ้าน

การก่อสร้างบ้านหรืออาคารใดๆ กฏหมายกำหนดให้เจ้าของบ้านต้องยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างก่อนเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชำนาญการตรวจสอบมาตรฐานความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ระยะร่นต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อบ้านหรืออาคารสร้างเสร็จแล้วจะความปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัย เพื่อนบ้าน และชุมชนใกล้เคียง 

จากนั้นธนาคารหรือสถาบันทางการเงินก็จะใช้หลักฐานการก่อสร้างเหล่านี้เป็นเอกสารอ้างอิงพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้สร้างบ้านให้กับเราต่อไป 

สำหรับเอกสารในขั้นตอนการขอใบอนุญาตสร้างที่มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อปลูกสร้างบ้านของธนาคารนั้นประกอบด้วย 

โฉนดที่ดิน หรือ เอกสารสิทธิ์ นส.3ก

ถือเป็นเอกสารที่มีผลต่อการขอสินเชื่อไม่น้อย เพราะหากเจ้าของที่ดินในโฉนดเป็นบุคคลเดียวกับผู้ขอกู้เงินสร้างบ้านก็จะเป็นเครดิตที่น่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการผ่อนชำระ และมีแนวโน้มว่าธนาคารจะอนุมัติให้ง่ายกว่า

ใบอนุญาตก่อสร้าง

คือหลักฐานที่ใช้ยืนยันกับธนาคารว่าการก่อสร้างบ้านนั้นได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฏหมายแล้ว และผู้กู้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าขอกู้เงินสร้างบ้านจริงๆ ไม่ได้แอบอ้างเพื่อใช้ในการอื่น นอกจากนี้ในเอกสารประกอบการขอใบอนุญาตก่อสร้างยังปรากฏแบบก่อสร้าง (แบบพิมพ์เขียว) และเอกสารประมาณราคาก่อสร้าง (BOQ) ซึ่งธนาคารจะเอาไว้ดูเพื่อสรุปเป็นวงเงินกู้สร้างบ้านที่เหมาะสมอีกด้วย

สัญญาว่าจ้างรับเหมาก่อสร้าง

เนื่องจากการให้สินเชื่อของธนาคารเพื่อการปลูกสร้างบ้านจะให้เงินแก่ผู้กู้เป็นงวดตามความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน ดังนั้นสิ่งที่แสดงหลักฐานงวดงานได้ก็คือหนังสือสัญญาว่าจ้างระหว่างผู้กู้และผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะแสดงลำดับการปลูกสร้างบ้านตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมระบุเงื่อนไขการเบิกเงินเป็นรอบๆ ทั้งนี้ธนาคารยังจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้รับเหมาด้วย ยิ่งบริษัทรับเหมามีความน่าเชื่อถือมากเท่าไร โอกาสพิจารณาอนุมัติสินเชื่อก็มากขึ้นเท่านั้น 

Step 2 : เงินสำรองที่ต้องมีก่อนกู้เงินสร้างบ้าน  

โดยปกติธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินที่ไซต์ก่อสร้างว่าดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง หรือมีความคืบหน้าอย่างไร จากนั้นจึงกลับไปพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้กับผู้กู้ซึ่งอาจกินระยะเวลาช่วงหนึ่ง ดังนั้นเราจึงควรมีเงินสดติดตัวราว 20-30% ของมูลค่าบ้านที่จะก่อสร้างเพื่อสำรองจ่ายในงานที่จำเป็นล่วงหน้า เช่น ค่าถมดินปรับพื้นที่ ค่าสร้างแคมป์คนงาน เป็นต้น

รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นขณะยื่นกู้เงินสร้างบ้าน เช่น ค่าสำรวจและประเมิน ค่าจดจำนอง (1% ของวงเงินกู้) ค่าอากรสแตมป์ (0.05% ของวงเงินสินเชื่อ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท) ค่าธรรมเนียมดำเนินการ ตลอดจนค่าตกแต่งเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นบางส่วน 

แปลนก่อสร้างเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญของการยื่นกู้เงินสร้างบ้าน

Step 3 : ไปธนาคารเพื่อยื่นกู้เงินสร้างบ้าน

การกู้เงินสร้างบ้าน (กรณีที่ดินปลอดภาระ) ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดวงเงินกู้ให้ไม่เกิน 100% ของราคาค่าก่อสร้างบ้านที่ปรากฏในสัญญาว่าจ้าง โดยมีระยะผ่อนชำระตั้งแต่ 3 ปี 6 เดือน จนถึง 40 ปี* (เฉพาะบางธนาคาร) พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคาร ดังนั้นผู้กู้จึงควรนำเงื่อนไขของธนาคาร 2-3 แห่งมาเปรียบเทียบเพื่อให้การสร้างบ้านสำเร็จลุล่วงโดยที่ไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคตมากจนเกินไป  

เอกสารประกอบการยื่นขอกู้เงินสร้างบ้าน มีดังนี้

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ / บัตรรัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะบัตร (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารทางการเงิน

พนักงานประจำ

  • ใบรับรองเงินเดือน
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน

ผู้มีธุรกิจส่วนตัว

  • เอกสารการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (บัญชีส่วนตัว, บัญชีกิจการ)
  • ภาพถ่ายกิจการ 4-5 ภาพ และแผนที่ตั้งกิจการโดยสังเขป
  • สำเนาทะเบียนการค้า, หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • หลักฐานการนำภาษีย้อนหลัง 1 ปี (ภงด.) บันทึกรายรับ-รายจ่าย, ใบเสร็จซื้อ-ใบเสร็จขายสินค้า

ผู้มีอาชีพอิสระ

  • เอกสารการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (แพทย์, วิศวกร, ทนายความ, สถาปนิก)

เอกสารหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดิน / นส.3ก ทุกหน้า (กรณีขอสินเชื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระของตนเอง)
  • หลักฐานการยื่นขอใบอนุญาตปลูกสร้าง / สำเนาใบอนุญาตปลูกสร้าง
  • แบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาต และรายการวัสดุ (BOQ)
  • สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง
เจ้าหน้าที่จากธนาคารจะมาตรวจเช็คและประเมินงานก่อสร้างทุกครั้งก่อนโอนเงินสินเชื่อสร้างบ้านในแต่ละงวดให้ผู้กู้

Step 4 : เบิกเงินและผ่อนคืนเงินกู้สร้างบ้าน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้เรียบร้อยแล้วจะมีการจ่ายเงินให้กับผู้กู้เป็นงวด ดังนั้นเมื่อผู้รับเหมาทำงานเสร็จตามขั้นตอนที่ระบุในสัญญา ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าเช็คความเรียบร้อยของไซต์ก่อสร้าง จากนั้นธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้เพื่อนำจ่ายให้กับผู้รับเหมาต่อไป (ในการประเมินตรวจรับงานของเจ้าหน้าที่ธนาคารจะมีค่าดำเนินการทุกครั้ง จนกระทั่งบ้านสร้างเสร็จ)

ภายหลังจากผู้กู้รับเงินงวดแรกแล้ว การผ่อนชำระคืนจะเริ่มต้นในเดือนถัดไปทันที โดยจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระนั้นคำนวนจากยอดเงินกู้สร้างบ้านทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย หารเฉลี่ยรายเดือนตามจำนวนปีที่ขอกู้  

สรุปการกู้เงินสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง 

จะเห็นได้ว่าการกู้เงินสร้างบ้านนั้นมีรายละเอียดที่ต้องบริหารจัดการกันพอสมควร เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมการก่อสร้างที่ต้องมีทั้งที่ดิน แบบแปลนบ้าน ผู้รับเหมา และใบอนุญาตก่อสร้าง การเตรียมเงินสำรองจ่ายล่วงหน้า ไปจนถึงช่วงยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร การเบิกเงินกู้ และผ่อนชำระรายเดือน ซึ่งผู้ขอกู้เงินสร้างบ้านจำเป็นต้องดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อท้ายที่สุดแล้วจะได้มีเงินเพียงพอสำหรับการก่อร่างสร้างบ้านในฝันให้เป็นความจริงนั่นเอง