May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
จะแต่งบ้านทั้งที เรื่องที่ขาดไม่ได้เลยก็คือพรม เพราะจะปล่อยพื้นบ้านไว้โล่ง ๆ ก็เหมือนขาดอะไรไป แต่พอจะเลือกซื้อพรมปูพื้นก็ดันไม่รู้จะเลือกแบบไหน วันนี้ Kaidee จะพาคุณไปทำความรู้จักวิธีเลือกพรมปูพื้น และชนิดของพรมปูพื้นตามลักษณะวัสดุ รับรองว่าละเอียดยิบ ได้ความรู้แบบครบเครื่องแน่นอน
How to: เลือกพรมปูพื้น
การเลือกพรมปูพื้น ก่อนอื่นต้องดูจากลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะมี 2 แบบหลัก ๆ คือ การเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการเลือกพรมปูพื้นจากวัสดุที่ใช้อีกด้วย
1.เลือกพรมปูพื้นตามสถานที่
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
เลือกขนาดพรมให้พอดีกับขนาดของชุดโซฟา หากไม่สามารถหาพรมปูพื้นที่ขนาดพอดีได้ ก็ควรเลือกพรมที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ของชุดโซฟานั้น ๆ หากชุดโซฟาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ไม่ควรใช้พรมปูพื้นที่มีรูปร่างโค้งมน ควรใช้พรมปูพื้นแบบขนสั้นในห้องนั่งเล่นเพราะเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในบ้านใช้งานบ่อย
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับบริเวณทานอาหาร ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
ต้องเลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดครอบคลุมพื้นที่เมื่อสมาชิกในบ้านใช้งานโต๊ะรับประทานอาหาร พูดอีกอย่างคือ เก้าอี้ไม่ควรเลยพรมปูพื้นออกมา สามารถใช้พรมปูพื้นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้ ควรเป็นพรมปูพื้นแบบขนสั้นเหมือนในห้องนั่งเล่นเพราะมีการใช้งานบ่อย
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน
ทิปส์ในการเลือกพรมปูพื้นสำหรับห้องนอน ขอขอบคุณภาพจาก http://frontdoor.furniturerow.com/
เลือกพรมปูพื้นแบบขนยาวหรือขนฟูเพราะห้องนอนเป็นสถานที่ที่เราควรได้รับความผ่อนคลาย ให้เลือกพรมปูพื้นที่มีขนาดเลยขอบเตียงออกมา เพื่อที่ว่าเท้าของเราจะได้สัมผัสพรมปูพื้นตอนก่อนนอนและหลังตื่นนอน
2.เลือกพรมปูพื้นจากวัสดุ
นอกจากจะเลือกพรมปูพื้นตามสถานที่ใช้งานแล้ว ยังต้องเลือกตามวัสดุที่ใช้อีกด้วย เราจะได้มั่นใจว่าพรมปูพื้นที่เลือกมานั้นถูกใจ 100%
ไขข้อข้องใจ พรมปูพื้นมีกี่แบบ
หากมองเผิน ๆ พรมปูพื้นอาจจะดูเหมือน ๆ กันหมด แต่หากแยกตามชนิดของวัสดุนั้น มีถึง 8 แบบ และหากแยกตามวัตถุประสงค์และวิธีการทอ ก็จะสามารถแบ่งได้อีกถึง 8 แบบเช่นกัน
ชนิดวัสดุของพรมปูพื้น
1. พรมปูพื้นแบบไนลอน
ข้อดี
-ทนทานมากที่สุดเมื่อเทียบกับพรมปูพื้นที่ทำจากวัสดุอื่น ๆ
-กันน้ำ กันรอย
-ทำความสะอาดง่าย
-มีอายุการใช้งาน 12- 15 ปี
ข้อเสีย
-ราคาสูงกว่าพรมปูพื้นที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และโพลีโพรไพลีน
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
2. พรมปูพื้นแบบโพลีโพรไพลีน
ข้อดี
-ป้องกันการเกิดครบสกปรกได้ดีที่สุด
-กันเชื้อรา
-เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานเยอะเป็นพิเศษ
-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์ และไนลอน
ข้อเสีย
-ป้องกันน้ำได้น้อยกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์
3. พรมปูพื้นแบบโพลีเอสเตอร์
ข้อดี
-นุ่มสบายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น
-กันน้ำ
ข้อเสีย
-ทำความสะอาดยาก
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
-ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย ๆ
4. พรมปูพื้นแบบโพลีเอทิลีน
ข้อดี
-ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล
-สี และ Texture หลากหลายกว่าพรมปูพื้นชนิดอื่น
-ไม่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
-ราคาไม่แพง
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มสบายเพราะทำมาจากพลาสติก
5. พรมปูพื้นแบบขนสัตว์
ข้อดี
-ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ
-ให้ความรู้สึกนุ่มฟูมากที่สุด
-ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
ข้อเสีย
-ทำความสะอาดยาก
-ราคาแพง
-สีซีดเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
-กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
-อาจจะมีแมลงต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ในพรม เพราะทำมาจากขนสัตว์
6. พรมปูพื้นแบบอะคริลิก
ข้อดี
-ให้ความรู้สึกนุ่มแบบพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
-ราคาถูกกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
-ไม่มีไฟฟ้าสถิตย์
-กันความชื้น
ข้อเสีย
-ไม่ทนทาน
-ไม่ควรวางไว้ในพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย ๆ
7.พรมปูพื้นแบบทริเอกซ์ต้า
ข้อดี
-เส้นใยแข็งแรงทนทานกว่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์
-ยืดหยุ่น
-กันน้ำกันคราบสกปรก
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มเท่าพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์
8.พรมปูพื้นแบบเส้นใยธรรมชาติ
ข้อดี
-แพทเทิร์นสวยงาน
-ทำจากวัสดุออร์แกนิค เช่น ป่าน ปอ ใยมะพร้าว
ข้อเสีย
-ไม่นุ่มเหมือนพรมปูพื้นที่ทำมาจากขนสัตว์หรือเส้นใยสังเคราะห์
ประเภทของพรมปูพื้น
1.พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น
พรมปูพื้นแบบดักฝุ่น ขอขอบคุณภาพจาก https://www.kcandclean.com/
-ทำจาก PVC
-สามารถดักฝุ่นและดินที่ติดรองเท้ามาก่อนเข้าตัวตึก
-มักมีแผ่นยางรองด้านล่างแถมมาให้เพื่อกันลื่นและกักเก็บเศษดิน
-สั่งทำพิเศษได้
-ใช้เครื่องดูดฝุ่นในการทำความสะอาด
2.พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
พรมปูพื้นแบบอัดเรียบ ขอขอบคุณภาพจาก http://www.ptt-china.com/
-ทำจากการอัดเส้นใยสังเคราะห์ให้เป็นแผ่น จึงมีเพียงสีเดียวใน 1 ผืน
-ทำจากโพลิโพรพิลีน มีลักษณะขนที่สั้นและเป็นฝอย
-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เนื่องจากมีคุณสมบัติดูดซับเสียงได้ดี
-มีอายุการใช้งาน 2-5 ปี และติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง
3.พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก
พรมปูพื้นแบบอัดลูกฟูก ขอขอบคุณภาพจาก http://www.xn--l3ctjh5cya.com
-ลักษณะพรมเป็นแบบห่วงลอนลูกฟูก
-มักทำจากโพลิโพรพิลีนและโพลิเอสเตอร์
-ส่วนมากเป็นสีเดียวใน 1 ผืน และนิยมขายเป็นม้วน
-นิยมใช้ในห้องซ้อมดนตรีและห้องอัดเสียง เช่นเดียวกันกับพรมปูพื้นแบบอัดเรียบ
4.พรมปูพื้นแบบแผ่น
-ติดตั้งง่ายจึงได้รับความนิยมสูง
-นิยมใช้ในสำนักงาน เพราะสามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่ชำรุดได้
-ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย
-มีอายุการใช้งาน 7-10 ปี และทำความสะอาดง่าย
5.พรมปูพื้นแบบทอมือ
พรมปูพื้นแบบทอมือ ขอขอบคุณภาพจาก https://www.vintagecarpets.com/
-มีราคาแพงเนื่องจากใช้ฝีมือและระยะเวลาในการทอ
-มีอายุการใช้งานประมาณ 2-5 ปี และมีความละเอียดมากกว่าพรมปูพื้นแบบอื่น ๆ
-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘H’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากขนสัตว์
-หากที่ฉลากระบุตัวอักษร ‘SH’ หมายความว่าเป็น พรมปูพื้นทอมือที่ทำมาจากอะครีลิก
6.พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง
พรมปูพื้นแบบทอเครื่อง ขอขอบคุณภาพจาก https://www.sourcebynet.com/
-มักเป็นลายแบบสลับสีเพราะทอโดยใช้เครื่องจักร
-ใช้เวลาทอไม่นานและเนื้อสัมผัสเรียบเนียนไม่เห็นรอยต่อ
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
7.พรมทอวูเว่นวิลตัน (Woven Wilton)
พรมทอวูเว่นวิลตัน ขอขอบคุณภาพจาก https://wiltoncarpets.com/
-ไม่เห็นรอยต่อ
-มีการเล่นลวดลายมากขึ้น
-ลายที่ใช้จะเป็นลายที่มีสีไม่เกิน 5 สี และมักเป็นลายเรขาคณิต
-นิยมใช้ในโรงแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มความหรูหราให้สถานที่
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
8.พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์ (Axminster)
พรมปูพื้นแบบเอ็กซ์มินเสตอร์ ขอขอบคุณภาพจาก carpetshow.en.aliba.com
-เป็นพรมปูพื้นที่สามารถเล่นสีและดีไซน์ได้มากที่สุด
-สีที่ใช้ในพรมปูพื้นชนิดนี้มีมากถึง 11 สี
-นิยมใช้ในห้องจัดเลี้ยงและทางเดินของโรมแรมเนื่องจากช่วยเพิ่มมิติ
-ราคาและอายุการใช้งานมักขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทอ
สรุปท้ายบทความสารพัดเรื่องน่ารู้ของพรมปูพื้น
อ่านมาจนถึงตรงนี้ Kaidee หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะมีแบบของพรมปูพื้นอยู่ในใจกันแล้ว เพราะว่ารายละเอียดเรียกได้ว่าเราจัดเต็มให้จริง ๆ หากใครอยากลองหาซื้อพรมปูพื้นลองกดมาดูได้ที่ Kaidee นะคะ
May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
ถ้าหากจะพูดถึงการลงทุนสักหนึ่งอย่าง ที่ดิน ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีความน่าลงทุนไม่แพ้กับการเปิดร้านซื้อขายของต่าง ๆ บ้าน คอนโดมิเนียม หรือสินค้าอื่น ๆ แต่หลายคนคงคิดว่าการ ขายที่ดิน ราคาแพงก็มีโอกาสที่ที่ดินผืนนั้นจะถูกขายน้อย และในทางกลับกันการลงขายที่ราคาถูกก็คงไม่คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมา
แต่จริง ๆ แล้วรู้ไหมว่า การขายที่ดินราคาถูกให้ได้กำไรไม่ใช่เรื่องยากเย็นมากมาย เพียงแค่คุณทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ !
เคล็ดลับการ ขายที่ดิน ให้ได้กำไร
ศึกษาที่ดินให้ดี
การศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงมือซื้อขายที่ดิน ถือเป็นขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้เราได้รู้ถึงข้อดีข้อเสียของที่ดินนั้น ซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
ศักยภาพของทำเลหรือที่ดิน ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เพราะในปัจจุบันทำเลที่ตั้งก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าของที่ดินนั้น เช่น ย่านศูนย์กลางธุรกิจอย่างอโศก รามอินทรา พระราม 9 หรือใจกลางย่านสยาม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้กำไรจากธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากการศึกษาจากทำเลแล้ว เรายังศึกษาศักยภาพของที่ดินได้จาก ‘ผังเมือง’ ที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะมองว่า ที่ดินนั้นเหมาะกับการธุรกิจอะไร การใช้ประโยชน์ของที่ดินมีมากน้อยแค่ไหน มีแนวโน้มการเติบโตหรือไม่ และสามารถสร้างตึกได้สูงเท่าไร เพราะในพื้นที่ที่สามารถสร้างตึกสูงได้ก็จะมีราคาที่มากกว่าพื้นที่ที่ไม่สามารถสร้างได้นั่นเอง
ลักษณะ รูปร่าง และตำแหน่งที่ดิน ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กับศักยภาพที่ดิน ซึ่งแน่นอนว่าที่ดินที่มีสภาพดี สวยงามน่ามอง และเข้าออกง่ายก็จะมีราคาที่ดีกว่า รวมถึงรูปร่างของที่ดินที่มีหน้ากว้างมากกว่าก็สามารถใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่าและมีราคาสูงกว่าที่ดินหน้าแคบที่มีขนาดเท่ากัน เช่นเดียวกับขนาดของที่ดินที่มีขนาดใหญ่กว่าก็อาจจะมีราคาที่ถูกกว่าที่ดินขนาดเล็กเมื่อเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยก็เป็นได้
ประเมินที่ดินก่อนซื้อหรือขายที่ดิน
การประเมินราคาที่ดิน หรือการตีราคาของที่ดินแต่ละแปลงตามศักยภาพและความเจริญของทำเล ซึ่งปกติแล้วก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยรู้ไหมว่าเราก็สามารถใช้ประโยชน์จากการประเมินที่ดินเพื่อใช้ในการซื้อขายที่ดินได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อใช้ในการกำหนดราคาซื้อขายที่ดิน คำนวณราคาค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมการซื้อขายที่ดิน และใช้ในการต่อรองหรือเจรจาการซื้อขายที่ดินให้ได้กำไรสูงสุด
ซึ่งราคาประเมินที่ดินสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดิน ราคาประเมินที่ดินของภาคเอกชน และราคาตลาด ให้เราได้เลือกใช้กัน
ซื้อที่ดินในราคาต่ำกว่าประเมิน
แน่นอนว่าการซื้อสิ่งของราคาถูกจะทำให้เราได้กำไรเยอะเมื่อต้องการขายต่อ ที่ดินก็เช่นกันถ้าหากเรามีการประเมินที่ดินแล้วทำการซื้อให้ได้ต่ำกว่าราคาที่ถูกประเมินออกมา ในอนาคตเราก็มีโอกาสที่จะได้กำไรเยอะขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยล่ะ
ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการซื้อที่ดินด้วยเงินสดที่จะช่วยเราสามารถร่นระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ให้น้อยลง หรือการเก็บที่ดินเหล่านั้นให้ทำเลแถบนั้นมีการพัฒนาจนราคาสูงขึ้นสักหน่อยก็ไม่เสียหาย
ปรับปรุงภูมิทัศน์
สินค้าดีไซน์สวยเหมาะกับการใช้งานก็ทำให้สามารถเพิ่มราคาให้สูงขึ้นได้ดั่งกับการที่เรามีที่ดินสวยน่าใช้ก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการที่เราปรับภูมิทัศน์ก่อนการ ขายที่ดิน ผืนนั้น ๆ ก็จะทำให้ที่ดินของเรามีความสวยงามอย่างการถมที่ดินหรือการปลูกต้นไม้ เพื่อทำให้ผู้ซื้อสามารถวิเคราะห์ได้ว่าจะใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนั้นได้อย่างไร และตัดสินใจซื้อที่ดินได้ง่ายยิ่งขึ้น
ขอบคุณรูปจาก: sentavio
ขายให้ตรงกลุ่มและมีโปรโมชัน
กลยุทธ์ง่าย ๆ ของการทำธุรกิจก็คงจะหนีไม่พ้น ‘การตั้งกลุ่มเป้าหมาย’ ของสินค้านั้นให้เรารู้ว่าจะมีกระบวนการทำธุรกิจอย่างไร ต้องตั้งราคาเท่าไรถึงจะเหมาะสม และที่สำคัญถ้าหากว่าเราขายที่ดินให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนั้นจริง ๆ เราอาจจะได้ราคาที่ดินที่เราพอใจเลยก็ได้
และหลังจากเราหากลุ่มเป้าหมายได้แล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือ การหาโปรโมชันการขายที่ดินหรือตั้งเงื่อนไขที่น่าสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายนั้น เพื่อที่จะทำให้เขารู้สึกว่า พวกเขาได้รับอะไรบางอย่างตอบแทน เข่นการจ่ายเป็นงวด ๆ ไป ไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายในครั้งเดียว หรือการอยู่ก่อนจ่าย
และในการเจรจาการซื้อขายที่ดินนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีวาทศิลป์ในการพูดคุยและต่อรองราคาให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความสบายและยืดหยุ่นได้ด้วยน้ำเสียงหรือเทคนิคอื่น ๆ
แบ่ง ขายที่ดิน เป็นส่วนย่อย ๆ
สำหรับคนที่มีที่ดินผืนใหญ่ในมือ นักลงทุนบางคนก็ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอสำหรับที่ดินผืนใหญ่ผืนเดียว ดังนั้นมันจะดีแค่ไหนถ้าหากเรานำที่ดินผืนนั้นมาแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วขายในอัตราต่อหน่วยที่มากขึ้นสักหน่อย ที่ดินเหล่านั้นก็จะดูราคาถูกลงอยู่ดี เรียกได้ว่า มีข้อดีให้ผู้ซื้อที่สามารถซื้อได้ง่ายขึ้น แถมเรายังอาจได้กำไรเยอะขึ้นจากการแบ่งที่ดินผืนนั้นแบบง่าย ๆ
เช่ากลับคืนที่ดินทั้งหมดหรือที่ดินบางส่วน
ยกตัวอย่างเช่นการขายที่ดินในราคา 7 ล้าน โดยมีเงื่อนไขว่าจะทำการเช่าเป็นระยะเวลา 2 ปี เดือนละ 30,000 บาท (ทั้งหมด 7200,00บาท) และมีสิทธิ์ซื้อที่ดินคืนเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เพื่อให้ผู้ซื้อได้ผลประโยชน์ในการลงทุน เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อที่ดินของนักลงทุนได้เป็นอย่างดีถึงแม้จะเสียค่าเช่าไปบ้าง แต่ก็คุ้มเมื่อเทียบกับราคาที่ดินที่ได้มา และยังไม่ต้องเสียค่าถือครองที่ดินอีกด้วย
สรุปกลยุทธ์การ ขายที่ดิน
และนี่คือกลยุทธ์การขายที่ดินให้ได้กำไรแบบง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าผู้อ่านทุกท่าจะได้ใช้ประโยชน์จากบทความนี้มากขึ้น เพื่อทำให้ที่ดินของตนเองมีมูลค่าสูงขึ้นในท้องตลาด เพราะความเจริญรุ่งเรืองยิ่งเพิ่มขึ้นในประเทศไทย การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็ยิ่งมีความสำคัญและได้กำไรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นก่อนการลงทุนอะไรก็ควรศึกษาให้ดี มิเช่นนั้น คุณอาจจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์และไม่ได้กำไรกลับมาเลยก็ได้
และอย่างที่บอกไปว่า ยิ่งเราซื้อที่ดินราคาถูกได้มากเท่าไร เราก็จะยิ่งมีกำไรเมื่อขายที่ดินมากเท่านั้น ดังนั้นถ้าคุณเข้าไปที่ Kaidee Property เพื่อหาที่ดินทำเลดีราคาเบาก็อาจจะเจอก็ได้นะ เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์แทบทุกชนิดเลย
อ่านบทความ ทำความรู้จักกับ ‘ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง’
May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
คับที่อยู่ไม่ได้!! ทุกคนคงรู้กันดีว่าทาวน์โฮมส่วนใหญ่นั้นแสนจะกะทัดรัด พอเหมาะพอดีจนอาจจะกลายเป็นคับแคบไปได้ และอย่างเดียวที่ต่อเติมได้ของทาวน์โฮมก็คือครัว วันนี้ Kaidee จึงนำเรื่องน่ารู้ก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมมาฝากกัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
จะต่อเติมทั้งทีก็ต้องมั่นใจว่าการต่อเติมครัวของเรานั้นถูกตามหลักโครงสร้างและตัวบทกฎหมาย ไม่งั้นโดนเพื่อนบ้านบ่นหูชาก็คงแย่แน่ ๆ
การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมในทางกฎหมาย
การต่อเติมครัวเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่พอเกี่ยวข้องกับกฏหมายแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นเสี่ยงที่จะผิดกฏหมายด้านการการดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร ถ้าหากทำไม่ถูกต้อง
การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นสามารถต่อเติมออกไปได้เพียง 1 เมตร เนื่องจากทาวน์โฮมส่วนมากนั้นมีหน้ากว้างไม่ต่ำกว่า 5 เมตร โดยหากจะต่อเติมออกไปเพียง 1 เมตร ก็ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตฝ่ายใด
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่นิยมต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ตร.ม. ขึ้นไป จึงต้องทำการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร
นอกจากนี้ยังต้องระวังว่าการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดระยะถอยร่นหรือไม่ ซึ่งโดยปกติจะไม่เป็นไปตามข้อบังคับเพราะเรานิยมต่อเติมจนเต็มพื้นที่ จึงต้องได้รับความยินยอมจากเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย รู้อย่างนี้แล้ว ต้องผูกมิตรกับเพื่อนบ้านไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ
ในกรณีที่ต้องทำเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานเขตพื้นที่ เอกสารที่เราต้องเตรียมมีดังนี้
1.แบบฟอร์ม ข.1/คําขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
2.แบบแปลนที่เราจะทำการต่อเติมโดยมีลายเซ็นต์ของสถาปนิกและวิศวกรที่ควบคุมงาน
3.หนังสือยินยอมให้ทําการปลูกสร้างอาคารที่ต้องให้เพื่อนบ้านเซ็นต์
รู้จักโครงสร้างก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
ก่อนต่อเติม ต้องสอบถามมาให้ดีว่าโครงสร้างของบ้านเป็นแบบไหน เพราะหากต่อเติมโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ บ้านอาจจะทรุดได้ โดยปกติแล้วโครงสร้างการต่อเติมจะมี 3 แบบ คือ พื้นคอนกรีตวางบนดิน, พื้นคอนกรีตวางบนคานแบบเสาเข็มสั้น และพื้นคอนกรีตวางบนคานแบบเสาเข็มยาว
1.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนดิน
โครงสร้างแบบนี้ถือเป็นแบบที่เรียกที่ว่า Original ของบ้านทาวน์โฮม เพราะเป็นโครงสร้างที่ประหยัดงบที่สุด ซึ่งแน่นอนหากต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมที่มีโครงสร้างแบบนี้ ครัวจะทรุดเร็ว หากบ้านอยู่ในทำเลที่ที่ดินทรุดง่ายหรือดูไม่มั่นคง ทาง Kaidee แนะนำให้ตอกเสาเข็มเพิ่ม ครัวจะได้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นแลกมากับการที่ต้องเพิ่มงบในส่วนของเสาเข็มนั่นเองค่ะ
2.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนคานแบบเสาเข็มสั้น
ในบางโครงการจะมีการตอกเสาเข็มตรงครัวมาให้แล้ว อย่างไรก็ตามหากเสาเข็มนั้นเป็นแบบเสาเข็มสั้น 2 – 6 เมตร จะทำให้ครัวทรุดเร็วกว่าตัวบ้านอยู่ดีเนื่องจากเสาเข็มของตัวบ้านนั้นจะยาวและลึกกว่ามาก ดังนั้นคำแนะนำคือควรต่อเติมแบบแยกโครงสร้างกับตัวบ้าน จะได้ไม่เกิดปัญหาที่ว่าส่วนไหนทรุดช้าหรือทรุดเร็ว
3.โครงสร้างแบบคอนกรีตบนคานแบบเสาเข็มยาว
โครงสร้างแบบนี้ เสาเข็มจะยาวประมาณ 22 – 26 เมตร ซึ่งทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทรุดตัว จึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมาชอบโครงสร้างแบบนี้กันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นเสาเข็มแบบยาวแต่เราก็ไม่ควรต่อเติมครัวโดยฝากโครงสร้างไว้ที่ตัวบ้านอยู่ดี ควรสร้างแบบแยกโครงสร้างจะดีกว่า
ชนิดของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
1.ต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบแบ่งส่วน
การต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมในลักษณะนี้มักจะถูกเรียกว่าครัวทึบเพราะจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยของในบ้านมาทำโดยการกั้นห้องหรือกั้นผนังปูนเอา
ข้อดีของการทำครัวแบบนี้คือจะเป็นระเบียบเรียบร้อยและดูเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นเล็ดรอดมาให้กวนใจอีกด้วย ส่วนข้อเสียก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ข้อเสียของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบนี้คือจะทำให้งบสูงเนื่องจากใช้วัสดุเยอะ
ส่วนข้อควรระวังในการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบแบ่งส่วนคือจะกินระยะเวลานานในการก่อสร้าง และอาจต้องทำที่ระบายอากาศเพิ่มแล้วซื้อพวกเครื่องดูดควันมาติด ที่สำคัญผู้ใช้งานจะต้องหมั่นรักษาความสะอาดมากกว่าครัวแบบโปร่งเพราะครัวแบบปิดนั้นเกิดความอับชื้นได้ง่ายมาก
2.ต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง
สำหรับต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง คือการทำผนังทึบรอบด้านแต่ปล่อยด้านบนให้โล่ง นอกจากนี้ยังสามารถนำไม้ระแนงมาดีไซน์ทำเป็นเหมือนครัวกลางแจ้งเก๋ ๆ ได้อีกด้วย
ข้อดีของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่งคือไม่ต้องห่วงเรื่องระบบระบายอากาศ เพราะกลิ่นสามารถถูกระบายไปยังด้านบนของครัวได้เลย นอกจากนี้ ครัวแบบโปร่งมีน้ำหนักเบากว่าครัวแบบแรกจึงทำให้มีโอกาสทรุดตัวได้น้อยกว่า ในส่วนของข้อเสีย ด้วยความที่เป็นครัวโปร่งจึงต้องระวังเรื่องฝุ่นควันหรือเศษใบไม้ที่จะตกมาในครัว จึงทำให้ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ
ส่วนข้อควรระวังสำหรับการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมแบบโปร่ง คือกลิ่นอาหารที่ระบายออกไปนั้นอาจจะรบกวนเพื่อนบ้านได้รวมถึงสัตว์รบกวนต่าง ๆ เช่น ยุง หนู หรือแม้กระทั่งงู อาจเข้ามาในครัวของเราได้ ดังนั้นเราอาจจะใช้มุ้งลวดมาเป็นไอเทมเสริมสำหรับครัวแบบโปร่ง
สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
1.คำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งาน
หากว่าสมาชิกภายในบ้านเป็นคนชอบทำอาหาร ทำกินเองเกือบทุกมื้อ ก็สมควรที่จะต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮมเป็นของตนเอง
2.ลักษณะการใช้งาน
ลักษณะการใช้งานนี้จะส่งผลถึงแบบแปลนที่เราจะต่อเติม เช่น หากเรารับแขกเยอะ เน้นทำอาหารมื้อใหญ่บ่อย ๆ เราก็ควรมีเคาน์เตอร์ครัวที่กว้างขวาง หรือหากเราเป็นคนชอบทำขนม ก็ควรมีตู้เก็บของในครัวเพื่อเอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำเบเกอรี่
3.หาแบบครัวที่ใช่จากเว็บไซต์ต่าง ๆ
เลือกแบบครัวที่ชอบแล้วทำการร่างว่าอยากให้อะไรอยู่ตรงไหน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าพื้นที่จริงอาจจะเล็กกว่าแบบที่เราอยากได้ ต้องดูสัดส่วนให้เหมาะสมกันด้วย
4.ออกแบบแปลน
หากมั่นใจว่าสามารถออกแบบแผนผังครัวได้ควรใช้มาตราส่วนให้ถูกต้อง ทางเลือกอื่นคือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ จะได้มั่นใจว่าแบบแปลนที่ได้มานั้นไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เราคาดไม่ถึงเช่นการวางระบบท่อน้ำทิ้ง ท่อของเสีย หรือถังไขมัน เป็นต้น
สรุปท้ายบทความต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม
เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ กับสาระน่ารู้ของการต่อเติมครัวหลังบ้านทาวน์โฮม และถ้าอยากจะต่อเติมครัวทั้งที ก็ต้องลองมาคลิกดูที่ Kaidee นะคะ
May 25, 2021 | บทความอสังหาฯ
การต่อเติมหลังบ้าน เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในโครงการบ้านจัดสรรประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดเล็ก และทาวน์เฮ้าส์ โดยสาเหตุหลักของการต่อเติมหลังบ้านก็คือ ต้องการขยายพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์จริงๆ หรือปรับปรุงให้เหมาะกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครอบครัว
เช่น ห้องครัวที่โครงการหมู่บ้านดีไซน์ไว้ เมื่อนำอุปกรณ์ของใช้ในครัวมาวางแล้วพบว่ามีพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงต้องต่อเติมหลังบ้านเพื่อขยายครัวให้กว้างขึ้น หรือเดิมที่อาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์คนเดียว แต่พอมีพ่อแม่มาอยู่ด้วยเลยต้องต่อเติมฟังก์ชันบางอย่างเพื่อให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การต่อเติมหลังบ้านเป็นโซนแรกๆ ที่ถูกปรับปรุงเมื่อคิดขยับขยายพื้นที่ใช้สอยก็เนื่องมาจากทำเลที่อยู่ด้านหลังอาคาร ซึ่งสามารถหลบสายตาผู้คนภายนอกได้และไม่ต้องกังวลกับความสวยงามเหมือนกับการต่อเติมหน้าบ้านและข้างบ้าน อีกยังเป็นพื้นที่จุดเดียวของที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮมที่สามารถต่อเติมได้อีกด้วย
ดังนั้นการต่อเติมหลังบ้านทุกวันนี้ จึงแทบเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่จะทำอย่างไรให้การต่อเติมหลังบ้านนั้นออกมาใช้งานได้จริง ไร้ปัญหากวนใจ และไม่กระทบกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง วันนี้ Kaidee มีคำตอบ
ทำความเข้าใจ พรบ.ควบคุมอาคาร ก่อนต่อเติมหลังบ้าน
การต่อเติมหลังบ้านหรือส่วนใดๆ ก็ตาม เราสามารถทำได้ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคารเป็นเสมือนคู่มือการต่อเติมที่ไม่เพียงสร้างความปลอดภัยแก่ผู้พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลไม่ให้เราเผลอไปละเมิดพื้นที่ข้างเคียงจนเกิดเป็นข้อพิพาทภายหลัง ซึ่งหากมีการฟ้องร้องก็อาจมีความผิดตั้งแต่ถูกปรับจนถึงจำคุกได้เลยทีเดียว
พรบ. ควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมหลังบ้านที่เราต้องรู้ คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตที่ดินข้างเคียง (หรือรั้วที่ติดกับบ้านคนอื่นนั่นเอง) แบ่งเป็น
1. หากก่อสร้างเป็นผนังทึบ ต้องเว้นระยะห่างจากกำแพงเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ยกเว้น ได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษร (มีหนังสือยินยอม) จึงสามารถสร้างชิดเขตแนวที่ดินได้
2. หากก่อสร้างโดยผนังมีช่องเปิด เช่น หน้าต่าง ประตู ช่องแสง ฯลฯ ต้องเว้นระยะห่างจากรั้วที่ดินคนอื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร
3. ระยะห่างชายคา/กันสาด (แบบขึ้นไปใช้งานไม่ได้) ต้องห่างจากแนวเขตไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
4. การต่อเติมระเบียงชั้นบน หรือหลังคาที่สามารถถึงไปใช้งานได้ ต้องเว้นระยะห่างจากแนวรั้วที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ขออนุญาตต่อเติมหลังบ้านเพื่อความปลอดภัย
เมื่อทราบข้อกำหนดของพรบ.ควบคุมอาคารในการต่อเติมหลังบ้านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบพื้นที่ ซึ่งเราควรปรึกษาวิศวกรเพื่อช่วยตรวจสอบโครงสร้างและฐานรากทั้งตัวบ้านหลักและงานต่อเติมเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อใช้งานไปนานๆ แล้ว บ้านและงานต่อเติมจะยังคงปลอดภัยสำหรับผู้พักอาศัย
ขั้นตอนการขออนุญาตก่อนต่อเติมหลังบ้าน
เมื่อได้แบบก่อสร้างต่อเติมหลังบ้านจากวิศวกรแล้ว กฏหมายยังกำหนดให้เรายื่นขอใบอนุญาตโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ติดต่อสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่บ้านเราตั้งอยู่ หรือแจ้งต่อองค์การบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นของจังหวัดนั้นๆ
2. ยื่น “แบบขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร” โดยระบุชื่อของผู้รับผิดชอบและผู้ควบคุมงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม พร้อมแผนผังบริเวณและแบบแปลนของบ้านที่จะดำเนินการต่อเติม
3. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้เรายื่นขอรับใบอนุญาต กล่าวคือ แจ้งการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนอาคาร ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ขออนุญาต และขอรับใบอนุญาตฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งออกใบอนุญาตไว้
5 กรณียกเว้น ไม่ต้องขออนุญาตก็สามารถลงมือต่อเติมหลังบ้านได้เลย
อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานต่อเติมขนาดเล็กที่ไม่กระทบโครงสร้างอาคารหลัก เราสามารถดำเนินการได้เลยใน 5 กรณี ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มหรือลดเนื้อที่ของพื้นชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
2. เพิ่มหรือลดขนาดหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดิม
4. การเปลี่ยนส่วนใด ๆ ภายในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่นที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม
5. การเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด เนื้อที่ส่วนใด ๆ ก็ตามในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร และไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10% ของโครงสร้างอาคารเดิม
รับมือกับปัญหาที่พบบ่อยในการต่อเติมหลังบ้าน
ปัญหาคลาสิกของการต่อเติมหลังบ้านที่พบบ่อยสุด มักเป็นเรื่องการทรุดตัวของส่วนต่อเติมจนเกิดรอยแยกระหว่างอาคาร และทำให้เกิดรอยรั่วซึมในจุดต่างๆ ตามมา รวมถึงการเปิดปิดประตูและหน้าต่างเริ่มฝืดหรือไม่พอดีกัน
สาเหตุของปัญหาดังกล่าวเป็นผลมาจากการได้ช่างผู้รับเหมาที่ไม่มีคุณภาพ และตัวเจ้าของบ้านเองก็ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยคิดว่าการต่อเติมนั้นเป็นเรื่องง่าย ใครก็ทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างวิศวกรช่วยประเมินการก่อสร้างต่อเติมให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทั้งในแง่การรับน้ำหนักของโครงสร้าง ชนิดของวัสดุ การเดินระบบไฟฟ้าและประปา ฯลฯ เพื่อให้ฟังก์ชันที่ต่อเติมหลังบ้านใหม่นั้นใช้งานได้จริง ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านใกล้เคียง
สำหรับการรับมือปัญหาที่พบบ่อยในการต่อเติมหลังบ้าน มีข้อควรปฏิบัติสำคัญดังนี้
เตรียมความมั่นคงของพื้นดินก่อนต่อเติมหลังบ้าน
เนื่องจากสภาพพื้นดินของประเทศไทยมีการทรุดตัวตามธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งหากหมู่บ้านเราสร้างในที่ดินที่เคยชุ่มด้วยน้ำ ยิ่งมีโอกาสทรุดตัวง่ายเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ในงานก่อสร้างบ้านจึงแก้ปัญหาด้วยการลงเสาเข็มยาวทะลุชั้นดินอ่อนลึกไปถึงชั้นดินแข็งที่มีความมั่นคงพอที่จะช่วยรับน้ำหนักของตัวบ้านไม่ให้ทรุดหรือเอียงในอนาคต
ดังนั้นในการต่อเติมหลังบ้านให้หมดปัญหาการทรุดตัวจึงควรใช้หลักการเดียวกันคือตอกเสาเข็มที่มีความลึกถึงชั้นดินแข็ง แต่อย่างไรก็ตาม การตอกเสาเข็มให้ลึกถึงขั้นนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าของบ้านที่มีงบต่อเติมจำกัดอาจต้องพิจารณาความเหมาะสมและปรึกษาวิศวกรอีกครั้ง
ควรตอกเสาเข็มให้ลึกถึงชั้นดินแข็ง เพื่อป้องกันโครงสร้างบ้านหรือส่วนต่อเติมทรุดตัว ภาพจาก www.scghome.com
แยกโครงสร้างงานต่อเติมหลังบ้านออกจากโครงสร้างบ้าน
นอกจากการปรับพื้นดินและลงเสาเข็มเพิ่มความมั่นคงให้งานต่อเติมอยู่ในสภาพที่ดีได้นานๆ แล้ว การออกแบบโครงสร้างต่อเติมยังควรแยกจากโครงสร้างบ้านหลักด้วย โดยไม่เอาเสาหรือคานไปฝากยึดไว้กับตัวบ้าน เพื่อเวลาที่พื้นที่ส่วนต่อเติมทรุดตัว (มักเกิดในกรณีใช้เสาเข็มขนาดเล็กหรือตอกไม่ถึงชั้นดินแข็ง) จะได้ทรุดเพียงโซนเดียว ไม่รั้งให้ส่วนอื่นของตัวบ้านทรุดเอียงตามไป ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่อันตรายและแก้ไขได้ยาก
เลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาสำหรับงานต่อเติมหลังบ้าน
การเลือกวัสดุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของฐานรากที่จะต่อเติมหลังบ้าน เพราะหากใช้เสาเข็มที่ตอกลึกเพียงชั้นดินอ่อน วัสดุที่อยู่ด้านบนทั้งหมดก็ควรมีน้ำหนักเบาไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่เป็นการเพิ่มโหลดน้ำหนักในพื้นยิ่งทรุดตัวเร็วขึ้น รวมถึงควรจัดแปลนฟังก์ชันการใช้สอยในส่วนต่อเติมหลังบ้านให้เฉลี่ยการกระจายน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ด้านหนึ่งด้านใดหนักเกินไปจนเกิดการทรุดตัวแบบเอียงได้
สำหรับวัสุดน้ำหนักเบาที่ควรเลือกใช้ เช่น โครงสร้างเหล็ก หลังคาเมทัลชีท ผนังอิฐมวลเบา หรือผนังเบาชนิดโครงเหล็กปิดด้วยซีเมนต์บอร์ดหรือไม้เทียม เป็นต้น
งานต่อเติมควรแยกจากโครงสร้างหลักของตัวบ้าน และควรใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาไว้ก่อน ภาพจาก www.scghome.com
สรุปการต่อเติมหลังบ้านที่ดี ต้องใช้ได้จริงและไม่สร้างปัญหากวนใจ
ไม่ว่าเราคิดจะต่อเติมหลังบ้านเพื่อทำเป็นครัวปิด ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ในเมื่อจะต้องเสียเงินแล้วก็ควรจะทำให้ดีไปเลยในครั้งเดียว ซึ่งการต่อเติมบ้านที่ถูกต้องนั้น เราควรศึกษาข้อกฏหมายในพรบ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้การออกแบบพื้นที่ต่อเติมนั้นใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไม่ละเมิดสิทธิ์หรือทำให้เพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาจทำให้เราต้องเสียเงิน เสียเวลา และเสียความรู้สึกที่ต้องรื้อถอนในภายหลัง
นอกจากนี้ ในขั้นตอนก่อสร้างส่วนต่อเติมหลังบ้านยังควรวางแผนการทำงาน ใช้หลักการทางวิศวกรรม และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาระหว่างการใช้งานได้ โดยเฉพาะการทรุดตัวของพื้นดินจนทำให้เกิดรอยแตกร้าวของอาคาร ที่จะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา จนเราต้องตามแก้ไขแบบไม่มีวันสิ้นสุด และนั่นหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายออกไปด้วย
แต่สำหรับใครที่ไม่อยากมีปัญหากับการต่อเติมหลังบ้าน ลองมาเลือกซื้อบ้านกับ Kaidee Property เรามีแบบบ้านขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เลย ไม่ต้องต่อเติมให้วุ่นวาย หรือจะเลือกซื้อที่ดินเปล่า เพื่อสร้างบ้านในฝันที่เว็บไซต์เราก็มีเช่นกัน
May 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
โลโก้ หรือตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำหน้าที่สร้างแบรนด์ Identity ช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้นั่นเอง เมื่อพูดถึงโลโก้ของแบรนด์แล้ว ทุกคนคงจะมีภาพโลโก้แบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบปรากฏขึ้นมาในหัวต่างกันไป
แต่ไม่ว่าโลโก้ในหัวของคุณตอนนี้จะเป็นโลโก้นางเงือกสีเขียว (สตาร์บัค) หรือ เครื่องหมายถูก (Nike) มีอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นก็คือโลโก้ รูปจระเข้ สีเขียว ที่มักจะถูกปักอยู่บนหน้าอกข้างซ้ายของเสื้อโปโลคุณพ่อ….ใช่แล้วค่ะ แบรนด์นั้นจะเป็นแบรนด์ใดไม่ได้เลยนอกจาก Lacoste (ลาคอส) นั่นเอง
ลาคอส เหมือนแบรนด์อื่นๆ ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ลาคอส มามากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าแฟชั่น, ชุดกีฬา, รองเท้า, น้ำหอม และที่ขาดไม่ได้เลย ‘กระเป๋าลาคอส’ ที่โด่งดังนั่นเอง
ปัจจุบันมีกระเป๋าลาคอสหลายรุ่นออกมาให้เลือกซื้อเต็มไปหมด ทั้งแบบสะพายข้าง, กระเป๋าสตางค์, กระเป๋าคาดเอว และอื่นๆ แม้ว่ากระเป๋าลาคอสอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับใครหลายคน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนม คุณภาพดี ราคาประหยัด ที่เป็นตำนานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่แล้ว กระเป๋าลาคอสขึ้นแท่นอันดับต้นๆ แน่นอน
วันนี้เราได้รวบรวมกระเป๋าลาคอสที่มั่นใจได้ว่าคุณภาพดี แถมราคาก็น่ารักมาฝากกัน รับรองว่าหลังจากจบบทความนี้ ทุกคนจะมีมุมมองเกี่ยวกับกระเป๋าลาคอสที่เปลี่ยนไปแน่นอน เรามาเริ่มจากจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็น Lacoste กันก่อนเลย
จุดเริ่มต้นของกระเป๋าลาคอส
lacoste.com
เจ้าจระเข้สีเขียว หรือ โลโก้ Lacoste (ลาคอส) เป็นสัญลักษณ์ที่เราคุ้นหน้ากันดี เนื่องจากแบรนด์ลาคอส อยู่คู่กับเรามานานกว่า 70 ปี และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เริ่มต้นจากนักกีฬาเทนนิสชื่อดัง เรอเน่ ลาคอสท์ (Mr. Rene’ Lacoste) ผู้มีฉายา ‘Crocodile หรือ จระเข้’ จากฝีมือดุเดือด และการเอาชนะคู่แข่งราวกับกับจระเข้ที่กำลังล่าเหยื่อ ความสามารถดุเดือดนี้เอง ทำให้เพื่อนในทีมของเขา วาดรูปจระเข้บนเสื้อเทนนิสให้เขาทุกครั้งที่ลงแข่ง
ต่อมาในปี ค.ศ 1933 เรอเน่ ได้ก่อตั้งบริษัท ‘ลา เชอมิส ลาคอสท์’ เพื่อส่งออกเสื้อกีฬาที่มีสัญลักษณ์จระเข้ไว้บนหน้าอก ทั้งนี้ลาคอสก็ได้กลายเป็นผู้นำ ที่นำโลโก้ของแบรนด์มาปักที่ตัวสินค้า ให้ลูกค้าเรียกสินค้ากันอย่างติดปากว่า “เสื้อลาคอส ” “หมวกลาคอส” “รองเท้าลาคอส ” และ “กระเป๋าลาคอส ” นั่นเอง
lacoste.com lacoste.com
ด้วยคุณภาพของเนื้อผ้าและดีไซน์สุดคลาสสิคเหนือกาลเวลา ลาคอสจึงได้รับความนิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้ทยอยออกสินค้ามาวางขายมากมาย หนึ่งในนั้นคือกระเป๋าลาคอส
กระเป๋าลาคอสเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อเดียว ที่นำเอา “เทรนด์แฟชั่น” และ “การกีฬา” เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ผลลัพธ์คือความสง่างามแต่เรียบง่ายนั่นเอง ดีไซน์ของกระเป๋าลาคอสจะไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ ให้ผู้ใช้ได้เลือกเสื้อผ้าตามสไตล์ที่ชอบ โดยไม่ต้องกังวลว่าชุดที่ใส่จะไม่เข้ากันกับกระเป๋าลาคอสแต่อย่างใด
กระเป๋าลาคอส ดีไซน์ทันสมัย แนะนำ
1. คอลเลกชัน “National Geographic Animal Print Backpack”
lacoste.com
เมื่อพูดถึงกระเป๋าลาคอส หลายคนคงนึกถึงแต่กระเป๋าสีน้ำเงินเข้มลายเรียบๆ พร้อมกับตราจระเข้สีเขียวเล็กๆ ใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วกระเป๋าลาคอสมีแบบเก๋ๆ ให้เลือกอีกมากมายเลย ทางแบรนด์เองก็ขยันทำ Collaboration กับศิลปินชื่อดัง เพื่อให้กระเป๋าลาคอสไม่ตายตามกาลเวลาอีกด้วย
ครั้งนี้กระเป๋าลาคอส กลับมาทวงบัลลังก์คืนกับคอลเลกชันใหม่ที่ชื่อว่า “National Geographic”
ซึ่งคอลเลกชันนี้จะเป็นกระเป๋าเป้ลายหนังสัตว์ (Animal Print) และมีให้เลือกถึง 3 ลาย
ได้แก่ ลายม้าลาย, ลายเสือสีน้ำตาลคลาสสิค และ ลายเสือสีฟ้าดำ
โดยกระเป๋าลาคอสใบนี้ มีขนาด 12.8 x 16.8 x 5.2 นิ้ว มาพร้อมกับช่องซิปกระเป๋าหน้า เพิ่มความจุในการใส่สัมภาระ ด้านในกระเป๋าเพิ่มช่องใส่ Laptop อีก 1 ช่อง รวมทั้งสิ้นกระเป๋าลาคอสใบนี้ มีช่องแยกใ่ของให้คุณทั้งหมด 3 ช่อง เลยทีเดียว
นอกจากนี้สายสะพายของเขาใบนี้ ก็สามารถปรับให้เข้ากับรูปร่าง เพื่อความสบายในการสะพายได้ด้วย
2. “Croco Crew Grained Leather Bucket Bag”
lacoste.com
ล่าสุดแบรนด์ลาคอสได้วางจำหน่ายกระเป๋าลาคอสทรง ‘Bucket Bag’ ใบแรกจากแบรนด์ โดยมีชื่อว่า ‘Croco Crew Grained Leather Bucket Bag’ ซึ่งกระเป๋าลาคอสนี้ มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เพิ่มความจุในการใส่สิ่งของได้มากกว่าเดิม ด้วยขนาดของกระเป๋าที่กว้างถึง 6.7 x 8.2 x 5.1 นิ้ว
ภายในกระเป๋าประกอบด้วยช่องซิป 1 ช่อง พร้อมกับช่องใส่โทรศัพท์มือถืออีก 1 ช่อง
เท่านี้ยังไม่พอ กระเป๋าลาคอสใบนี้นอกจากจะทำมาจากหนัง Grained Leather แท้ 100 % แล้ว ยังมีจุดเด่นที่สายสะพายโซ่ เพิ่มความสง่างามและความมีราคาให้กับตัวกระเป๋าสะพายข้างลาคอสใบนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
3. คอลเลกชัน “Chantaco Leather Crossbody Bag”
lacoste.com
กระเป๋าลาคอสสะพายหน้า-หลังสำหรับผู้ชายใบนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ที่เรียบง่าย ผสม ความมินิมอล คล้ายคลึงกับทรงกระเป๋านักเรียนชายของเด็กญี่ปุ่น
ดีไซเนอร์ของลาคอสผู้ออกแบบคอลเลกชัน ‘Chantaco’ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ ขณะที่เขาเยี่ยมชมเมือง Chantaco ประเทศฝรั่งเศส นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ Collection Chantaco นั่นเอง
แต่แน่นอนว่าได้ชื่อว่าเป็นกระเป๋าลาคอสแล้ว คุณภาพและความพรีเมียมต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก กระเป๋าลาคอสใบนี้ทำมาจากหนังวัวแท้ 100% แบบ Piqué (หนังลายนูน) ตบท้ายด้วยความหรูด้วยซิปโลหะเงิน เงางาม ที่ด้านหน้าและด้านหลังของกระเป๋า
ภายในกระเป๋าลาคอสใบนี้ มีความกว้าง 6.3 x 11.4 x 2.4 นิ้ว และมีช่องด้านในทั้งหมด 2 ช่อง เรียกได้ว่าไม่ใช่กระเป๋าลาคอส ใบเล็กๆ อย่างที่คิดแน่นอน
4. “Fashion Show Two-Tone Leather Double Tote”
lacoste.com
กระเป๋าลาคอสใบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก คอลเลกชัน Run Way ของแบรนด์เอง จุดเด่นของกระเป๋าลาคอสใบนี้ มาพร้อมกับดีไซน์บล็อก 2 สี สลับสีระหว่างด้านหน้า-หลังกระเป๋า ความจุของกระเป๋าอยู่ที่ขนาด 13 x 13.4 x 6.3 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่กว้างมากสำหรับกระเป๋าทรง Tote Bag
กระเป๋าลาคอส Two-Tone Leather Double Tote ใบนี้ มีช่องใส่ของทั้งหมด 2 ช่องใหญ่ และ 1 ช่องซิป ตรงกลางกระเป๋าระหว่าง 2 สี
อีกทั้งยังมาพร้อมกับสายสะพายไหล่ ที่สามารถถอดออกได้สำหรับวันสำคัญที่ต้องการลุคผู้ใหญ่
5. “Croco Crew Detachable Shoulder Strap”
lacoste.com
สำหรับน้องๆ มหาลัยคนไหน ที่กำลังหากระเป๋าขนาดพอดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ขอแนะนำกระเป๋าลาคอสรุ่นนี้เลยค่ะ
รุ่นนี้ต่างจากรุ่น Croco Crew Grained Leather Zip Shoulder Bag ตรงสายสะพาย ที่เปลี่ยนจากสายโซ่โลหะ เป็นสายสะพายผ้าแทน เพื่อความสปอร์ตยิ่งขึ้น
Croco Crew Detachable Shoulder Strap มีดีไซน์ที่ทันสมัยกว่าเดิม ด้วยสายสะพายข้างหนา ที่สามารถถอดออกและปรับความสั้น-ยาว ได้ตามสไตล์ที่ผู้ใช้ต้องการ กระเป๋าลาคอสใบนี้ยังแตกต่างด้วยการนำสี 2 สี ที่ตัดกันมาไว้เข้าด้วยกัน เพื่อไฮไลท์ความโมเดิร์นของดีไซน์ได้อย่างลงตัว
หนังที่ใช้ยังเป็นหนัง Grained leather แท้ 100% ขนาดของกระเป๋าอยู่ที่ 7 x 5.1 x 2.3 นิ้ว ซึ่งสามารถบรรจุกระเป๋าสตางค์ขนาดยาวมาตรฐานและสมาร์ทโฟนได้สบาย
เท่านี้ยังไม่พอ กระเป๋าลาคอสเก๋ๆ ใบนี้ ยังมาด้วยกันถึง 2 สี ได้แก่ สีขาวครีม สำหรับสาวๆ ที่รักความมินิมอล และสีส้มโอลด์โรส สำหรับสายเปรี้ยวโดยเฉพาะอีกด้วย
6. คอลเลกชัน “Jean-Michel Tixier Printed Cotton Tote”
lacoste.com
ขอปิดท้ายด้วยกระเป๋าลาคอสสุดแนวขวัญใจเด็กอาร์ต กับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของลาคอส ที่เพิ่งออกมาแบบสดๆ ร้อนๆ ในครั้งนี้ลาคอสได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศส Jean-Michel Tixier ในการออกแบบสินค้าทุกชิ้นในคอลเลกชัน จึงเป็นที่มาของชื่อคอลเลกชัน ‘Jean-Michel Tixier’ นั่นเอง
ผลงานศิลปะของ Jean-Michel Tixier ในครั้งนี้ ได้เกิดจากการนำโลโก้ Iconic รูปจระเข้สีเขียวของลาคอสมาเปลี่ยนโฉมเป็นตัวการ์ตูนที่มีสไตล์ Retro ผสมกับศิลปะร่วมสมัยนิดๆ ออกมาเป็นลายจระเข้สุดน่ารัก เหมือนในรูปกระเป๋าลาคอสด้านข้างนี้เลย
คอนเซ็ปต์หลักของกระเป๋าลาคอสจากคอลเลกชันนี้ จะต่างจากกระเป๋าลาคอสใบอื่นที่กล่าวมา เนื่องจากกระเป๋าลาคอสใบนี้เน้นดึงดูดกลุ่มลูกค้า ที่ให้ความสำคัญกับความสบายและการใช้งาน มากกว่าความหรูหรา
ไม่ว่าจะรุ่นไหน ก็เลือกกระเป๋าลาคอส
ตามที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่า กระเป๋าลาคอส จะมีดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างดีไซน์ สปอร์ตแวร์ กับ ความเรียบหรูแบบลักชัวรี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว และไม่ว่าจะผ่านไปกี่สมัย เทรนด์แฟชั่นจะเปลี่ยนไปเพียงใด ลาคอสยังคงดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรู คลาสสิค เหนือกาลเวลา ไม่มีเปลี่ยน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เสื้อผ้าและกระเป๋าลาคอส อยู่คู่กับเรามาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะคะ คนไหนสนใจกระเป๋าลาคอสสักใบ แต่เพราะสถานการณ์โควิดไม่อยากเสี่ยงไปห้าง แวะมาช้อปกันที่เว็บ Kaidee ได้นะคะ นอกจากสินค้าของแท้ ราคาประหยัดแล้ว เรายังมีฟีเจอร์ KD Pay ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับชำระเงินระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย แถมยังรับประกันคืนเงินหากไม่ได้รับสินค้าอีกด้วย ให้การซื้อสินค้าของคุณง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้นคลิกเลย