“ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง” เบี้ยถูกจริงไหม? คุ้มค่าหรือไม่

“ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง” เบี้ยถูกจริงไหม? คุ้มค่าหรือไม่

สาวๆ ทั้งหลายที่เพิ่งหัดขับรถหรือขับมานานแล้ว เกิดรู้สึกว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่คุณจ่ายไปแต่ละปีนั้น ค่อนข้างแพงพอสมควร แล้วกำลังมองหาตัวเลือกใหม่ๆ มาซัพพอร์ตความเสี่ยงบนท้องถนนในราคาที่เป็นมิตรมากกว่าเดิม ลองเปลี่ยนแนวมาลอง “ประกันภัยรถยนต์” แบบเฉพาะทางดูไหมคะ เผื่อจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเดิมให้คุณได้

ยิ่งช่วงหลังมานี้วงการ “ประกันภัยรถยนต์” แข่งขันกันดุเดือด จัดเต็มทั้งโปรโมชันใดๆ และความไว้ใจได้ต่างๆ ถึงขนาดมีการทำประกันขึ้นมาตีตลาดเฉพาะกลุ่ม อย่าง “ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง” โดยชูจุดขายที่เน้นความเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น และเบี้ยประกันที่ถูกกว่าปกติ

ทำไมเบี้ยประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง ถึงถูกกว่าผู้ชาย?

ด้วยจุดแข็งที่กล่าวไป ทำให้ “ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสาวๆ มากขึ้น เพราะได้ทั้งความคุ้มครองที่คุ้มค่า ในราคาสบายกระเป๋าขึ้นกว่าเดิม

ส่วนคำตอบที่ว่า ทำไมเบี้ยประกันภัยรถยนต์ผู้หญิงถึงราคาย่อมเยากว่าประกันภัยรถยนต์ทั่วไปนั้น มาจากงานวิจัยพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ กับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนย้อนหลัง ในช่วงปี พ.ศ. 2554-2559

เพศหญิงช่วงอายุ 25-60 ปี ที่ทำประกันภัยรถยนต์ประเภทไม่ระบุชื่อประมาณ 11 ล้านคันทั่วประเทศ ประสบอุบัติเหตุต่ำกว่าเพศชายที่ทำประกันภัยประเภทระบุชื่อทุกช่วงอายุ และมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่ำกว่าเพศชาย

อ้างอิงข้อมูลจาก – https://www.posttoday.com/finance-stock/insurance/500806

สรุปแบบเข้าใจง่ายๆ คือ “ผู้หญิงมีอัตราเสี่ยงเกิดอุบัติทางรถยนต์น้อยกว่าผู้ชายนั่นเอง”

2 ประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้หญิงเจ้าดัง

TIP LADY vs TQM Motor for Lady

เท่าที่เราเห็นผ่านตามาบ้างนั้น ตอนนี้มีประกัน 2 เจ้าดังของไทย ที่ลงมาตีตลาด “ประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้หญิง” คือทิพยเลดี้ (Tip Lady) – บริษัท ทิพยประกันภัย, แฮปปี้เลดี้ และทีคิวเอ็มมอเตอร์ฟอร์เลดี้ (TQM Motor for Lady) – ทีคิวเอ็มและบริษัท เมืองไทยประกันภัย

มาดูกันว่าประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้หญิงของทั้ง 2 เจ้านั้น ครอบคลุมหรือคุ้มครองเรื่องไหน เจ้าไหนตรงใจและไลฟ์สไตล์คุณมากที่สุด ถ้าพร้อมๆ ลุยกันเลยค่ะ

1. ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง TIP LADY

เริ่มกันที่เจ้าแรกกับบริษัทประกันที่เชื่อว่าหลายๆ คนรู้จักกันดีอยู่แล้ว อย่างทิพยประกันภัย โดยส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างได้ยิน “ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง” ของเจ้านี้บ่อยสุด ภายใต้สโลแกนประกันภัยที่ให้ “ผู้หญิง” มากกว่าประกันชั้น 1 ทั่วไปในราคาสบายๆ

ส่วนความคุ้มครองต่างๆ นั้น ทางทิพยเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวยุคใหม่แบบเจาะลึก เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของสาวๆ ด้วยการจัดเต็มสิทธิพิเศษคอร์สความงามต่างๆ ส่วนลดการทำศัลยกรรม โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงสิทธิต่างๆ ในวันเกิด และสายด่วนพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง

Tip Lady

ความคุ้มครองเฉพาะประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง TIP LADY

  • คุ้มครองทรัพย์สินเสียหาย เช่น กระเป๋า อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ และทรัพย์สินส่วนตัวในรถ วงเงินสูงสุด 20,000 บาท
  • คุ้มครองค่าศัลยกรรมสูงสุดถึง 1,000,000 บาท
  • มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทั้งยังมีพนักงานขับรถผู้หญิง 1 ครั้ง/ปี
  • “รถเสียกลับเครื่องบิน” หากรถยนต์เสียต่างถิ่น หรือเลือกเป็นบริการรถเช่าฟรีได้ไม่เกิน 2 วัน หรือเลือกเป็นค่าที่พักไม่เกิน 2 คืน (1,500 บาท/ ท่าน/ คืน)
  • บริการส่งน้ำมันฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และบริการรับรถเข้าซ่อมอู่มาตรฐาน

หมายเหตุ : เงื่อนไขการรับประกันภัยและสิทธิพิเศษทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/Dhipaya.insurance หรือ โทร. 1736 กด 8

2. ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง TQM Motor for Lady

ต่อกันที่อีกหนึ่งความร่วมมือของสองบริษัท อย่างทีคิวเอ็มและเมืองไทยประกันภัย ที่ออกแคมเปญประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง TQM Motor for Lady มาตีตลาดเช่นเดียวกัน ด้วยคอนเซปต์ที่ว่า “ผู้หญิงธรรมดา เก่งแค่ไหน ก็ต้องการคนดูแล”

ดังนั้น ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์เจ้านี้ จึงเน้นครอบคลุมและตอบโจทย์สาวๆ ยุคใหม่ในทุกมิติ ทั้งบริการรถใช้ฟรีระหว่างซ่อม รับ-ส่งรถเข้าอู่ ส่วนลดคอร์สทำหน้าสูงสุด 60% จากรมย์รวินท์คลินิก ทั้งยังมาพร้อมโปรโมชันผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน 0% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

Motor for lady

ความคุ้มครองเฉพาะประกันภัยรถยนต์ผู้หญิง Motor for Lady

  • คุ้มครองค่าศัลยกรรมความงาม ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับโลก ด้วยวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท (เลือกศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ได้)
  • คุ้มครองทรัพย์สินภายในรถยนต์ อาทิ กระเป๋าถือ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ได้ทั้งอุบัติเหตุและโจรกรรม
  • ฟรี! บริการรถใช้ระหว่างซ่อม
  • รับตั๋วเครื่องบินฟรี! กรณีรถเสียต่างถิ่น
  • เงินชดเชยกรณีรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ แล้วเคลื่อนย้ายไม่ได้
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

หมายเหตุ : เงื่อนไขการรับประกันภัยและสิทธิพิเศษทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.tqm.co.th หรือโทร 1737

ประกันภัยรถยนต์ผู้หญิงคุ้มค่าไหม?

จากข้อมูลความคุ้มครองของทั้งสองประกันภัยรถยนต์ โดยรวมเราว่าโอเคเลยนะคะ ตอบโจทย์และค่อนข้างตรงใจผู้หญิงหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงาม และการศัลยกรรมแบบครบวงจร รวมไปถึงการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ที่ช่วยให้สาวๆ ผู้มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์น้อยอย่างเราๆ สบายใจขึ้นมาก

ส่วนเรื่อง “ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์” ที่เราไม่เจาะจงไปนั้น เพราะเท่าที่กดดูราคาแล้ว ค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะทีเดียว ทั้งรุ่นรถยนต์ ออกปีไหน จำนวนไมล์ ฯลฯ ซึ่งดีเทลต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ค่าเบี้ยแตกต่างกันไปพอสมควร เอาว่าลองตรวจสอบรถยนต์ของคุณก่อนได้ (ราคาเริ่มต้น/ปี บางตัวไม่ถึงหมื่น)

ฉะนั้น สาวๆ คนไหนที่ยังลังเลว่าจะขับรถดีไหม ไม่กล้าขับรถ ประกันภัยรถยนต์ทั้งสองเจ้า คือตัวช่วยซัพพอร์ตการเดินทางและครอบคลุมทุกความเสี่ยงของคุณได้ดีทีเดียว อย่าจมกับความกลัว

ถึงเวลามองหารถยนต์ดีๆ สักคัน แล้วออกเดินทางให้เต็มที่

สำรวจตลาดบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท มีจริงไหม?

สำรวจตลาดบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท มีจริงไหม?

ถ้าใครเป็นแฟนบทความใน Kaidee จะรู้ว่าบ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูปนั้นเป็นเทรนด์มาแรงในปีนี้จริงๆ เพราะขนาดทีมงานของเราไปเดินชมงานบ้านและสวนแฟร์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังพบว่ามีบูธบ้านน็อคดาวน์เพิ่มขึ้น แถมผู้คนในงานนั้นก็สนอกสนใจจนทำให้บริษัทบ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูปยิ้มไม่หุบกับยอดจองที่ล้นหลาม

เมื่อยอดจองมี ดีมานด์เกิด ราคาบ้านน็อคดาวน์จึงปรับตัวสูงขึ้น จากที่เมื่อก่อนเคยเริ่มต้นราคาหลักหมื่นปลาย ก็กระโดดไปที่หลักแสนจนถึงล้านกว่าๆ สาเหตุสำคัญคงหนีไม่พ้นปัจจัยเกี่ยวเนื่องอย่างค่าแรงที่แพงขึ้น การปรับปรุงนวัตกรรมและคุณภาพวัสดุให้มีความแข็งแรงทนทาน รวมไปถึงค่าไอเดียออกแบบบ้าน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันบ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูปนั้นมีความสวยงาม ทันสมัย และมีรูปแบบให้เลือกละลานตาจริงๆ 

ย้อนกลับมาที่โจทย์ “บ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท มีจริงไหม” จากข้อมูลที่เราสำรวจสามารถตอบได้ว่ายังพอมีอยู่บ้าง ทั้งบ้านน็อคดาวน์มือหนึ่งและบ้านน็อคดาวน์มือสอง แต่สภาพการใช้งานนั้นไม่สามารถเรียกว่า “บ้าน” ได้เต็มปากนัก เนื่องจากพื้นที่ใช้สอยจำกัด แต่ยังคงนำมาใช้งานเป็นห้องขนาดเล็ก ห้องเก็บของ หรือบูธขายของได้

บ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 ได้อะไรบ้าง?

จากการสำรวจตลาดบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท หรือบ้านน็อคดาวน์งบน้อย หากเป็นของใหม่มือหนึ่งขนาดใหญ่สุดที่จ่ายด้วยเงิน 50,000 บาทแล้วยังมีทอนคือห้องสำเร็จรูป 3 X 2 เมตร สนนราคา 49,000 บาท (ข้อมูลจากร้านสยามโมบายโฮม) โดยสิ่งที่เราจะได้สำหรับห้องไซส์และราคานี้ ประกอบด้วย 

  • ผนังด้านนอกทำจากไม้ฝาเฌอร่า
  • ผนังด้านในเป็นไม้สังเคราะห์แผ่นเรียบ
  • หลังคาเป็นแผ่นฉนวนกันความร้อนสำเร็จรูป หรือที่เรียกว่าแผ่น Isowall 
  • พื้นวีว่าบอร์ดหนา 16 มม. ปูทับด้วยกระเบื้องยางแบบมาตรฐาน
  • ประตูกระจกบานเลื่อนสลับ กรอบอลูมิเนียมอบขาว พร้อมมุ้งลวด ขนาด 1.60 X 2.00 เมตร 1 ชุด
  • หน้าต่างกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมอบขาว พร้อมมุ้งลวด ขนาด 1.20 X 1.10 เมตร 1 ชุด
  • ระบบไฟฟ้าประกอบด้วย โคมซาลาเปา 1 จุด เต้ารับ 1 จุด ตู้ควบคุมไฟขนาด 32 แอมป์ และพัดลมระบายอากาศ 1 ตัว

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาบ้านจะอยู่ในงบ แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงให้เราต้องเสียเงินเพิ่มอยู่ดี เช่น ค่าขนส่งที่เริ่มต้นไม่น้อยกว่า 1 พันบาท และการเตรียมพื้นที่หน้างานในส่วนฐานราก เนื่องจากการวางบ้านน็อคดาวน์บนพื้นดินเลยนั้นเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะน้ำหนักของบ้านและสภาพดินที่ทรุดตัวลงตลอดจะทำให้บ้านเกิดความไม่สมดุลและเป็นอันตรายได้

ค่าใช้จ่ายของฐานรากนั้นก็แตกต่างกันไปตามแต่ละเทคนิควิธี ตั้งแต่ทำฐานตอม่อคอนกรีต ลงเสาเข็มรูปตัวไอ หรือถ้าจะให้ได้ราคาถูกที่สุดคือการใช้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปนำมาวางเรียงเป็นฐานก็ได้เช่นกัน

หน้าตาบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท จากเพจ Siam Mobile House

สร้างบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาทด้วยตัวเอง โอกาสที่เป็นไปได้? 

สำหรับใครที่มีความสามารถด้านการก่อสร้าง มีความรู้ช่าง หรือมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ตามงบจริงๆ การตัดสินใจลงมือสร้างบ้านน็อคดาวน์ด้วยตัวเองนับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เหมือนอย่างที่หลายๆ คนนำมาแชร์บนโลกออนไลน์ว่าทำบ้านน็อคดาวน์ด้วยงบหลักหมื่นเท่านั้น

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจและราคาใกล้เคียงกับบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท ตามโจทย์ เป็นของคุณ “บักหำเคียว ซาแนว” (ชมคลิปที่นี่) ที่ออกมาแชร์บ้านน็อคดาวน์ฝีมือตัวเอง พร้อมทั้งแจกแจงค่าใช้จ่ายในส่วนของวัสดุต่างๆ ไว้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นโครงเหล็ก แผ่นปูพื้นและผนัง หลังคาเมทัลชีท และอีกมากมาย สิริรวมแล้วราวๆ 60,000 บาท (แต่ยังไม่รวมเครื่องมือในการทำงาน) โดยผลงานก่อสร้างที่เห็นนั้นชวนให้ต้องร้องว้าวจริงๆ 

สำหรับขั้นตอนการก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ด้วยตัวเองนั้น มีลักษณะเดียวกับการสร้างบ้านทั่วไปคือต้องมีแปลนบ้านที่จะสร้างก่อน ว่าตัวบ้านมีขนาดกว้าง X ยาว X สูงกี่เมตร แบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างไร หากมีห้องน้ำภายในก็จะต้องคำนึงถึงงานระบบน้ำและการบำบัดน้ำเสียด้วย 

เมื่อได้แปลนบ้านแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการระบุจำนวนและสเปควัสดุที่ต้องใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะวัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างหลักที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ใช้ เพราะวัสดุแต่ละชนิดแต่ละขนาดสามารถรับน้ำหนักได้ต่างกันนั่นเอง

โดยเทคนิคการเลือกวัสดุไม่ให้งบบานปลายคือต้องเลือกจากฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าความสวยงาม และควรสำรวจเปรียบเทียบราคาจากร้านค้าหลายๆ เจ้า รวมทั้งให้เวลากับการเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ก็จะทำให้เราได้ราคาดีที่สุด  

บ้านน็อคดาวน์ที่ใช้งานได้จริงกับงบน้อยสุดที่ต้องจ่าย 

มาถึงตรงนี้เราคงต้องยอมรับความจริงกันแล้วล่ะว่า การสำรวจบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท ที่ข้างนอกก็สวย สเปซข้างในก็เวิร์กนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยในยุคที่อะไรๆ ก็แพงขึ้น ซึ่งจากการสำรวจตลาดบ้านน็อคดาวน์ที่มาในรูปแบบของบ้านที่อยู่อาศัยได้จริง กล่าวคือมีห้องนอนห้องน้ำครบในตัวนั้น ราคาจะเริ่มต้นที่ 1 แสนกว่าบาทเป็นต้นไป และยังคงเป็นบ้านไซส์เล็กพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 20 ตารางเมตร ในดีไซน์เรียบๆ ทั่วไป

แต่หากต้องการแบบบ้านที่มีดีไซน์สะดุดตา เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์น สไตล์นอร์ดิก สไตล์ลอฟท์ สไตล์มินิมอล เหล่านี้แม้เป็นบ้านขนาดเล็ก แต่มีดีเทลงานออกแบบที่ปราณีต ทำให้รู้สึกน่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าความสวยงามนั้นมาพร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ 3 แสนกลางๆ และอัปขึ้นตามขนาดและฟังก์ชันที่มากขึ้น   

ส่วนบ้านน็อคดาวน์ในฝันที่ชวนให้ใครหลายคนหลงใหล ดีงามทั้งดีไซน์และพื้นที่ใช้สอย งบน้อยที่สุดที่ต้องเตรียมไว้ เราบอกเลยว่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทแน่นอน (แพงกว่าบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท ของเราถึง 10 เท่าเลยนะ)

ภาพจากเพจบ้านน็อคดาวน์ A Small House

สรุปบ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาทยังมีอยู่จริง

แม้ภาพรวมราคาของบ้านน็อคดาวน์ (ที่อยู่เป็นบ้านได้จริงๆ) จะเริ่มต้นที่หลักแสนบาทขึ้นไป แต่หากค้นหากันจริงๆ แล้วบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูปราคาหลักหมื่นก็ยังคงมีให้เห็น เพียงแต่รูปลักษณ์นั้นไม่ได้หรูหรา โดดเด่น และมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด หรือหากใครมีเวลามีความรู้ด้านช่างจะก่อสร้างเองก็ยังสามารถทำได้

ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลว่า ต้องการบ้านน็อคดาวน์เพื่อใช้ในจุดประสงค์ใด หากต้องการใช้แค่พื้นที่เพื่อจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ หรือดัดแปลงเป็นบูธขายของเล็กๆ บ้านน็อคดาวน์งบ 50,000 บาท ที่เป็นตัวอย่างข้างต้นถือว่าตอบโจทย์ 

ในทางกลับกัน หากเราไม่มีเวลามาทำบ้านน็อคดาวน์เอง และยังอยากได้บ้านที่อยู่อาศัยสะดวกสบายขึ้นก็มีความจำเป็นต้องลองขยับงบประมาณในกระเป๋าหรือมองหาแบบบ้านจากวัสดุอื่นๆ ทดแทน

8 ไอเดียเช่า ‘ตึกแถว’ สร้างร้านอาหารในฝัน

8 ไอเดียเช่า ‘ตึกแถว’ สร้างร้านอาหารในฝัน

ตึกแถว หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า อาคารพาณิชย์ เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้สำหรับอยู่อาศัยที่มีลักษณะเป็นหลายคูหาเรียงติดกัน โดยใช้วัสดุที่ทนไฟเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ในการก่อสร้าง มีหน้ากว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร ลึกไม่น้อยกว่า 4 เมตร และไม่เกิน 24 เมตร ซึ่งตึกแถวนี้ต้องมีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น

หลังจากอ่านกันไปแล้วว่าตึกแถวคืออะไร เราก็เชื่อว่า ทุกคนก็คงจะนึกภาพออกกันอย่างแน่นอน เพราะอาคารเหล่านี้มีมากมายในประเทศไทย บางแห่งก็ขาย บางแห่งก็ให้เช่า หรือบางแห่งก็เปิดร้านค้าขายเป็นของตัวเอง และถ้าคุณอยากมีธุรกิจสักอย่าง แต่งบไม่พอที่จะสร้างเองล่ะ ? จะทำอย่างไรดีนะ ? เราแนะนำว่า ให้ลองเช่า ตึกแถว เหล่านี้ เพื่อมาเปิดร้านอาหารที่คุณชอบด้านล่าง และใช้พื้นที่ด้านบนในการพักผ่อนดูไหม ? เพราะมันมีพื้นที่ให้ใช้สอยมากมายเลยล่ะ !

เลือกเช่า ตึกแถว อย่างไรให้ปัง !

ก่อนที่จะไปดูไอเดียการสร้างตึกแถวให้เป็นร้านอาหาร อยากรู้กันไหมว่าจะเช่าคูหาไหนดี ? เราลองมาอ่านวิธีการเลือกตึกแถว ทำธุรกิจ ที่จะทำให้คุณ มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ กันเถอะ

ทำเลของ ตึกแถว

การเลือกทำเลตึกแถวเพื่อเช่าทำธุรกิจ ก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจท่สำคัญ เพราะการที่เรามีธุรกิจบนทำเลที่ดีจะทำให้มีลูกค้ามากมายจนมีกำไรเยอะนั่นเอง

โดยทำเลที่เราควรเลือกก็คงจะหนีไม่พ้น บริเวณที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คน อาจจะไม่ต้องอยู่ในตัวเมืองมากนักถ้ามีงบไม่เยอะ แต่ขอให้ใกล้ชุมชนและอยู่ริมถนนก็เพียงพอ รวมถึงหน้าตึกแถวนั้น ก็ควรจะมีพื้นที่จอดรถสักเล็กน้อย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มีรถและเจ้าของธุรกิจในการขนย้ายวัตถุดิบ และที่สำคัญ ตึกแถวห้องมุมบางคูหาจะมีพื้นที่มากกว่าคูหาตรงกลางด้วยนะ

ป.ล. สำหรับใครที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ก็อย่าเลือกตึกแถวท่ตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่งนะ

สภาพของ ตึกแถว

เชื่อไหมว่าอาคารสภาพดี อะไร ๆ ก็ดูดีไปหมด ทั้งตึกสวย สะดุดตา มองเห็นง่าย แถมยังโล่งโปร่งสบายทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด หรือจะตึกแถวสร้างใหม่ที่ดูสวยไม่โทรมเหมือนมีวิญญาณอยู่ด้านใน และอย่าลืมตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจเช่าว่ามีรอยรั่วหรือร้าวตรงไหนบ้างไหม ไม่เช่นนั้น คุณอาจต้องเสียเงินซ่อมเพิ่มไปอีกเท่าตัว

8 ไอเดียเช่า ตึกแถว สร้างร้านอาหารในฝัน

จบกันไปแล้วกับการเลือกตึกแถวให้ปัง ได้กำไรเยอะ ต่อไปมาดูกันว่า เราสามารถนำตึกแถวเหล่านั้นมาทำอะไรได้บ้างนะ ?

ร้านอาหารญี่ปุ่น

ขอบคุณรูปจาก: masayuki chiba

โควิดแบบนี้แทบจะทุกประเทศก็ปิดไม่ให้ชาวต่างชาติเข้า ชาวไทยอย่างเราก็ต้องคิดถึงการไปเที่ยวแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าเรานำตึกแถวที่เช่ามาเปลี่ยนเป็นร้านอาหารต่างชาติอย่าง ร้านอาหารญี่ปุ่น ดูก็คงจะดีไม่น้อยเลย

คาเฟ่สไตล์มินิมอล

ขอบคุณรูปจาก: urdesignmag.com

การเปิดร้าน คาเฟ่สไตล์มินิมอล ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียสำหรับคนที่มีงบไม่มากนัก เพียงแค่ติดป้ายชื่อสีดำหน้าตึกแถวของคุณ วางเก้าอี้และโต๊ะตกแต่งร้าน ก็กลายเป็นคาเฟ่มินิมอลสุดน่ารักที่ใครเห็นก็ต้องมาถ่ายรูป และกลายเป็นหนึ่งใน Check-Point ในย่านนั้นแน่นอน

ร้านอาหารตามสั่ง

ขอบคุณรูปจาก: metro.co.uk

‘ต้มยำกุ้ง’ ‘ผัดไทย’ ‘ส้มตำ’ อาหารขึ้นชื่อของเมืองไทย ที่ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยก็ติดใจ การแปลงโฉม ตึกแถว ให้กลายเป็น ร้านอาหารตามสั่ง สุดอร่อย ที่มีอาหารรสแซ่บจากรสมือแม่ครัวมือหนึ่งของคุณ เพื่อบริการลูกค้าอย่างคนทำงาน หรือคนที่อาศัยอยู่แถวนั้น ด้วยราคาที่ไม่แพงมากนัก ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ร้านอาหารจีน

ขอบคุณรูปจาก: Mireille

ในประเทศไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนและคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยมากมายเกือบครึ่งค่อนของประเทศ การทำธุรกิจ ร้านอาหารจีน ด้วยตึกแถว จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี เพราะอาคารเหล่านี้มีพื้นที่เยอะจนสามารถทำห้องส่วนตัวได้เกือบทุกชั้น ! เรียกได้ว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์การกินอาหารของคนจีนเสียจริง

ร้านไอศกรีม

ขอบคุณรูปจาก: archilovers.com

อากาศร้อนอบอ้าวก็ต้องคู่กับของหวานแสนเย็น การใช้พื้นที่เล็ก ๆ ของตึกแถวเปิด ร้านไอศกรีม ในประเทศไทยก็น่าจะช่วยหลายคนคลายร้อนไปได้มาก เชื่อได้เลยว่าถ้าเริ่มเปิดร้านเมื่อไรล่ะก็ ต้องมีลูกค้าประจำเป็นเจ้าตัวเล็ก ที่จะมาหาขุมสมบัติแห่งความสุขที่ร้านคุณแน่นอน

ร้านอาหารอิตาลี

ขอบคุณรูปจาก: homegirllondon.com

อีกหนึ่งประเภทอาหารที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทยก็คงหนีไม่พ้น อาหารอิตาลี อย่างพิซซ่า สปาเกตตี หรือสเต๊ก เป็นที่มาของไอเดียการตกแต่งตึกแถวให้เป็น ร้านอาหารอิตาลี เรียบ ๆ แต่หรูหราให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่กลางเมืองเวนิสเลยล่ะ

ร้านชานม

ขอบคุณรูปจาก: athensvoice.gr

ถ้าหากจะพูดถึงเครื่องดื่มที่กำลังมาแรงในช่วงเวลานี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘ชานม’ หวาน ๆ จากประเทศไต้หวัน ที่ออกมาหลายแบรนด์หลายรสชาติจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว และถ้าหากคุณมีชานมสูตรพิเศษในมือล่ะก็ เปิด ร้านชานม เล็ก ๆ ในตึกแถวก็คุ้มนะ !

คาเฟ่นั่งเล่นยามค่ำคืน

ขอบคุณรูปจาก: u/tabaskou

ปิดท้ายด้วยไอเดียสุดท้ายในการเปลี่ยนตึกแถว มาเอาใจมนุษย์กลางคืนด้วย คาเฟ่นั่งเล่นยามค่ำคืน ที่จะทำให้เวลาหลังพระอาทิตย์ตกดินของคุณไม่เงียบเหงา ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ด้วยความสนุกสนาม พร้อมกับจิบเครื่องดื่มสุดพิเศษ และฟังดนตรีแสนไพเราะที่ทำให้เพลิดเพลินไปด้วยกัน

เช่า ตึกแถว มีข้อดีอย่างไรบ้าง ?

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ไอเดียการสร้างร้านอาหารจากตึกแถว ที่เรานำมาฝากกัน และเนื่องจากลักษณะของตึกแถวที่ถึงแม้จะอยู่บนพื้นดินอันน้อยนิด แต่มีถึง 3 ชั้น ทำให้นอกจากการเปิดร้านอาหารที่ชั้นล่างสุดของตึกแถวแล้ว เรายังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชั้นต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่อยู่อาศัยของเจ้าของร้าน โรงแรมเล็ก ๆ ร้านอาหารประเภทอื่น ๆ หรือแม้แต่ Rooftop สุดโรแมนติก (ถ้าตึกแถวของคุณมีดาดฟ้า) จนเกิดเป็นกำไรมหาศาลได้อย่างแน่นอน คลิกดูไอเดียอื่น ๆ ที่บทความ Power Black Building อาคารพาณิชย์ที่ใช้ทุกตารางนิ้วสร้างรายได้

และถ้าใครที่มีตึกแถวมากมาย แต่ไม่รู้จะทำอะไรกับตึกเหล่านั้น หรือใครที่กำลังหาธุรกิจใหม่ ๆ ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม บริการต่าง ๆ หรือ หาที่ตั้งออฟฟิศใหม่ ในเว็บไซต์ Kaidee Property คุณสามารถทั้งลงขาย ปล่อยเช่า ซื้อ หรือเช่าได้ทั้งหมด เรียกได้ว่าครบทุกความต้องการเลย

ศึกรถครอบครัว SUV vs. Van vs. Crossover

ศึกรถครอบครัว SUV vs. Van vs. Crossover

ใคร ๆ ก็อยากได้รถครอบครัว แต่รถครอบครัวแบบไหนที่จะเหมาะสมกับการใช้งานและสมาชิกในครอบครัวของคุณที่สุดกันล่ะ เพราะการซื้อรถในแต่ละครั้ง ทุกคนคงเน้นการใช้งานรถมากกว่า 5 ปี เป็นต้นไปใช่ไหมล่ะคะ ?

ถึงอย่างนั้นอย่างที่รู้ ๆ กันว่ารถครอบครัวแบบไหนที่เหมาะสมส่วนใหญ่มักจะถูกพูดถึงว่าเป็น SUV แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่า รถ SUV ไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ยังมีรถครอบครัวประเภท SUV, Van และ SUV ที่เป็นรถครอบครัวแบบไหนที่เหมาะสมที่สุดกันล่ะ

รถครอบครัวมีกี่ประเภทและรถครอบครัวแบบไหนที่เหมาะสม?

หากพูดถึงรถครอบครัวแล้วนั้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับรถครอบครัวคือ “ความกว้างและพื้นที่” ภายในรถ ที่จำเป็นต้องมีที่นั่งตั้งแต่ 5 ที่นั่งขึ้นไป จึงจะเหมาะสมกับการเป็นรถครอบครัว เพราะคำว่า “ครอบครัว” ในความหมายสำหรับประเภทรถ มักจะมีจำนวนคนตั้งแต่ 4 คนเป็นต้นไป 

รถซีดานจึงไม่ค่อยตอบโจทย์เสียเท่าไร เพราะรถครอบครัวมักจะมีทั้ง “ผู้สูงอายุและเด็ก” ที่เป็นผู้โดยสารอยู่เสมอ ทั้งพื้นที่ในการปืนป่ายหรือเบาะนั่งที่กว้างจนสามารถยืดขาได้ ก็มีแต่รถยนต์บางประเภทเท่านั้น เราจึงยกประเภทรถครอบครัวที่ใครก็ตัดสินใจได้ยากอย่างรถ SUV, Van และ Crossover มาให้คุณแล้ว

รถ SUV

SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle หรือรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีรูปทรงสุดสปอร์ต ขับได้ทั้งในเมืองและออฟโร้ด ซึ่งรถประเภทนี้จะดีกว่ารถยนต์ซีดานตรงที่มีความจุที่มากกว่า ทั้งจุคนและสัมภาระได้เยอะมาก ๆ เวลาจะขนห่วงยางหรือสระยางไปเที่ยวก็ไม่มีปัญหาอีกต่อไป 

โดยรถยนต์ SUV จัดเป็นรถครอบครัวที่เหมาะสมและมีคนใช้ค่อนข้างเยอะ เพราะรถประเภทนี้จะมีขนาดที่นั่งแต่ 5-7 ที่นั่ง เป็นต้นไป ขนาดเครื่องยนต์ก็มีตั้งแต่ 1.8 ขึ้นไป เพื่อรองรับขนาดของรถยนต์ แต่ข้อเสียของรถยนต์ประเภทนี้คือ ความสูงของรถยนต์ที่อาจสูงเกินไปกว่าที่ผู้สูงอายุจะขึ้นได้อย่างสะดวกนัก 

รถ Van 

สำหรับรถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่เหมาะกับครอบครัวคือ รถ Van หรือที่เรารู้จักกันว่ารถตู้ Van ที่มีที่นั่งตั้งแต่ 7 ที่ขึ้นไป เรียกได้ว่าเป็นรถที่ขนไปได้ทั้งครอบครัว ครบทั้งตระกูลเลยทีเดียวเชียว รถ Van ประเภทนี้จึงนิยมสำหรับครอบครัวที่มีรถมากกว่าหนึ่งคันเป็นต้นไป

เรียกว่าเป็นรถเสริมสำหรับครอบครัวที่พูดว่าถ้าใครต้องการรถที่เป็นที่ช่วยรับ-ส่งคนในครอบครัว หรือไว้ขนกันไปทริปทั้งครอบครัว ก็ต้องรถ Van เนี่ยแหละ เพราะเป็นรถที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวสบาย ๆ พร้อมกับครอบครัว

แต่สิ่งหนึ่งที่คนซื้อรถประเภทนี้ต้องคำนึงไว้คือ รถประเภทนี้ไม่สามารถขับได้อย่างสมบุกสมบันนัก ไม่เหมาะกับการเอาไปลุยป่า หรือขึ้นเขา แม้จะมีกำลังรถที่แรงกว่ารถยนต์อื่น ๆ แต่น้ำหนักของคนก็ทำให้บางครั้งการขึ้นเขาก็อืดได้เช่นเดียวกัน

รถ Crossover 

อีกหนึ่งประเภทรถครอบครัว ที่เหมาะสมสำหรับคนที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวและมีสมาชิกครอบครัวประมาณ 4-5 คน เพราะเป็นรถยนต์ที่เรียกว่าใกล้เคียงกันกับรถประเภท SUV เลยทีเดียวเชียว เพียงแต่ขนาดของรถที่มีความกะทัดรัดและไซส์มินิกว่า ทำให้ด้านความกว้างนั้นสู้กับ SUV ไม่ได้เลย

แต่จุดเด่นที่สู้ได้ชนิดว่าเอาชนะ SUV อย่างขาดลอยคือขนาดเครื่องยนต์พร้อมสมรรถนะต่าง ๆ ที่มาในราคาที่ถูกกว่ารถ SUV อยู่หลายบาท ทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ครบครันชนิดว่า ถ้าใครแตะราคา SUV ไม่ไหวก็ลดลงมาเป็น Crossover แทน

ข้อที่ต้องระวังสำหรับรถ Crossover คือพื้นที่ แม้จะกล่าวว่าสามารถนั่งได้ 5-7 ที่นั่ง ใกล้เคียงกับรถ SUV แต่พื้นที่จะมีความแคบกว่า แถวหลังอาจจะนั่งไม่สบายนัก แต่สมรรถนะด้านอื่น ๆ ก็เรียกว่าเป็นรุ่นน้องของ SUV ได้อย่างเต็มปากเลย

รถครอบครัวแบบไหนตอบโจทย์ต่างกันอย่างไร

การพิจารณาว่ารถครอบครัวแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด ต้องเริ่มจากความต้องการและงบประมาณในมือของคุณเสียก่อน 

รถครอบครัวงบน้อย สมาชิกครอบครัวไม่เยอะ

ถ้าคุณคือคนที่กำลังวางแผนจะสร้างครอบครัวหรือเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัว งบประมาณที่จัดสรรมานอกเหนือจากการซื้อบ้านแล้ว ถัดมาคงถึงเวลาต้องคำนึงถึงรถยนต์ที่ใช้ภายในครอบครัว แต่งบสำหรับซื้อรถของคุณไม่ได้สูงขนาดนั้น

รถครอบครัวที่น่าสนใจสำหรับคุณอาจจะเป็นรถ Crossover ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับ SUV ที่สุด เพียงแต่พื้นที่ค่อนข้างแคบกว่า แต่ถ้าสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นและกำลังจะสร้างครอบครัว รถ Crossover เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คุณที่สุดทั้งในด้านราคาและสมรรถนะที่เปี่ยมล้นคล้ายคลึง รถ SUV เลยล่ะค่ะ 

รถครอบครัวงบไม่จำกัด ต้องการใช้เป็นรถหลัก

สำหรับครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวประมาณ 5-7 คน หรือเป็นครอบครัวที่กำลังมีลูกตัวน้อยที่เราต้องพาออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงวันหยุด รถยนต์ประเภท SUV ก็เป็นคำตอบที่จัดว่าใช่และเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้รถ SUV จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่ารถ Crossover 

การซื้อรถ SUV เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อให้รถคันนี้กลายเป็นรถยนต์ที่ใช้เป็นหลัก เพราะเป็นรถที่สามารถจุคนได้ตั้งแต่ 5 คนเป็นต้นไป แถมยังสามารถจัดสรรพื้นที่เก็บสัมภาระได้อย่างสะดวกพร้อมเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

รถครอบครัวงบไม่จำกัด ต้องการให้เป็นรถคันที่สอง

ครอบครัวคุณเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกมากกว่า 5 คนใช่หรือไม่ ถ้าใช่รถ Van ก็อาจเป็นคำตอบของคุณ แต่ส่วนใหญ่การซื้อรถ Van มักซื้อเป็นรถสำรองหรือรถที่ใช้เสริมมากกว่านำมาเป็นรถที่ใช้หลัก 

สาเหตุเพราะว่าการใช้รถ Van นั้นทำให้คุณเดินทางลำบากกว่ารถประเภทอื่น ๆ ด้วยขนาดและน้ำหนักของรถยนต์ แม้จะไปได้ทุกเส้นทางแต่คงต้องคำนึงถึงความอืดของรถยนต์ด้วย คนจึงนิยมใช้รถ Van ในช่วงที่ต้องเดินทางพร้อมกันทั้งครอบครัวมากกว่า

แน่นอนว่ารถ Van จึงมีราคาที่ค่อนขัางสูง แต่ถ้าคุณต้องการหารถคันที่สองอยู่แล้ว รถ Van ก็จัดเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับรถครอบครัวเลยล่ะ เพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถเดินทางไปเที่ยวด้วยกันได้อย่างสนุกสนานภายใต้รถคันเดียวกัน

สรุปแล้วควรซื้อรถครอบครัวแบบไหน

มาถึงจุดสรุปว่าควรซื้อรถครอบครัวแบบไหนดี อย่างที่กล่าวไปในเบื้องต้นว่าคุณต้องดูวัตถุประสงค์ก่อนว่า

เป็นรถยนต์ที่ใช้งานเป็นหลักหรือไม่

งบประมาณในการซื้อรถครอบครัวคันนี้อยู่ที่เท่าไร

สมาชิกในครอบครัวคุณมีจำนวนกี่คน

หากคุณสามารถสรุปและให้คำตอบกับ 3 คำถามด้านบนได้แล้ว การเลือกรถครอบครัวก็อิงจากเกณฑ์ด้านบนได้เลย

ทั้งนี้ถ้าคุณอยากได้รถยนต์ประเภท SUV หรือ Van แต่งบประมาณไปไม่ถึงก็ลองมาดูรถยนต์มือสองประเภท SUV ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง BMW X1 หรือ Hyundai H1 ก็จัดว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจสำหรับรถครอบครัวรุ่นหนึ่งเลยล่ะ ทั้งนี้ราคามือสองก็ไม่สูงมากและยังมีสภาพที่ดีอยู่ด้วย คุณสามารถเริ่มต้นหารถมือสองได้ที่ Kaidee เลย

BMW i8 ที่สุดแห่ง รถยนต์ Hybrid ROADSTER

BMW i8 ที่สุดแห่ง รถยนต์ Hybrid ROADSTER

Credit : BMW

ณ เวลานี้ หากพูดถึงรถยนต์ Supercar ของทางค่าย BMW ก็คงจะหนีไม่พ้นอย่าง BMW i8 ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหันมองตามอย่างแน่นอน (รวมถึงตัวผมเองก็ด้วย 😅) ความเป็นผู้ชายอย่างเราเมื่อได้เห็นเป็นต้องถูกใจกันเป็นธรรมดา แต่ว่าความพิเศษของรถยนต์รุ่นนี้ จากที่ผมได้ลองถาม ๆ เพื่อนที่เป็นหญิง ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่า “นี่แหละคือรถยนต์ที่ผู้หญิงก็ใฝ่ฝัน” เช่นเดียวกัน

เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่ารถยนต์อย่าง BMW i8 นั้นจะมีความพิเศษอย่างไร ที่ทำให้แม้กระทั่งผู้หญิงยังตกหลุมรักได้ มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า!!

ก่อนจะมาเป็น BMW i8

เดิมทีแล้ว ก่อนที่จะมาเป็น BMW i8 ได้นั้น มันเป็นเพียง Concept ที่ได้มาจากรุ่นรถยนต์รุ่นพี่อย่าง BMW M1 ที่ถูกผลิตออกมาเมื่อปี 1978 ซึ่งเป็นรถเครื่องยนต์วางกลางครั้งแรก จึงกลายมาเป็นไอเดียในการวางแผนและออกแบบ จนกระทั่งปี 2008 ทาง BMW ก็ได้ออกรถยนต์ M1 Homage Concept ซึ่งเป็นเพียงแค่ต้นที่เฉลิมฉลองอายุครบ 30 ปี จากรุ่นแรกที่ต่อยอดมาเท่านั้น ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับ BMW i8 ดูแล้ว ก็จะรู้ได้ถึงความเหมือนที่เห็นได้ชัด และไม่ห่างกันมากในปี 2009 ทาง BMW ก็ออกรถยนต์ Concept มาอีกหนึ่งคัน นั่นคือ BMW Vision Efficient Dynamics ที่กล่าวออกมาว่าเป็นรถยนต์แบบ Hybrid และท้ายที่สุดในปี 2011 ก็ได้เปิดตัวเป็น ๆ กับ BMW i8 และวางขายมาจนถึงทุกวันนี้

ทำไม BMW i8 ถึงเป็นรถยนต์สไตล์ Roadster

เรื่องนี้บอกเลยว่าไม่ยาก ใครที่เป็นสายซิ่งน่าจะรู้ ๆ กันอยู่แล้ว แต่ใครที่เพิ่งได้ลองเข้ามาสนใจในวงการนี้แล้ว บอกเลยว่าอย่างแรกที่ต้องมาทำความรู้จักกันก่อนถึงคำศัพท์คำว่า Roadster ว่ามันคืออะไรกันแน่ (แล้วคุณจะหลงรักรถยนต์ประเภทนี้แบบหัวปักหัวปำ)

Roadster คืออะไร

จริง ๆ Roadster มันคือคำที่เอาไว้เรียกรถยนต์ที่มี 2 ประตู 2 ที่นั่ง อ่ะอ้าววว!! แล้วแบบนั้นมันจะต่างอย่างไรกับรถสปอร์ตแบบ Coupe ที่มี 2 ประตูเหมือนกันล่ะ??

“Roadster VS Coupe” 

ข้อที่แตกต่างของทั้งรถยนต์ทั้ง 2 ประเภท มีเพียง 2 อย่างเท่านั้น!! ซึ่งจุดแรกนั่นก็คือ หลังคา นั่นเอง!! (งงกันล่ะสิว่าหลังคามันทำไม??) รถยนต์สปอร์ตแบบ Roadster นั่นคือรถที่สามารถเปิดประทุนได้นั่นเอง และอีกจุดหนึ่งที่ทำให้มีความแตกต่างเลยก็คือเรื่องของประตูและจำนวนที่นั่ง รถยนต์แบบ Roadster นั้นจะมีเพียง 2 ประตู 2 ที่นั่งเท่านั้น ส่วนรถยนต์ Coupe จะมี 2 ประตูก็จริง แต่ที่นั่งนั้นอาจจะมีได้ถึง 4 ที่นั่งก็เป็นได้ในรถยนต์บางรุ่น 

ซึ่งก็จะมีคำถามตามมาอีกเช่นเดียวกันว่า ทำไม Porsche หรือ Ferrari ที่เป็นเหมือน Roadster ถึงไม่ได้เรียกตัวเองว่า Roadster แต่กลับถูกเรียกว่า Spyder

“Roadster VS Spyder”

อยากจะบอกว่าสองอย่างนี้ความแตกต่างเป็นศูนย์เลย เพราะทั้งคู่คือรถประเภทเดียวกัน แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดคำที่ต่างกันออกไป หลาย ๆ ท่านน่าจะพอเดาออกได้ไม่ยากนัก นั่นคือเรื่องของประเทศที่ให้กำเนิดและความพึงพอใจของค่ารถยนต์แต่ละยี่ห้อนั่นเอง

BMW i8 จึงถูกเรียกเป็น Roadster

4 ความเจ๋งของ BMW i8

Credit : BMW

ความสวยงามที่นอกจากดีไซน์หรือการตกแต่งภายในที่ใครเห็นเป็นต้องหลงใหลใน BMW i8 แต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่โดดเด่นคันนี้ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ อุปกรณ์แปลก ๆ ที่ไม่น่ามีอยู่ในรถ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. เป็นรถยนต์ Hybrid ที่ใช้ไฟฟ้า 100%

จากชื่อหัวข้อที่ฟังดูย้อนแย้ง BMW i8 ที่เป็นรถยนต์ Hybrid จะเป็นระบบไฟฟ้า 100% ได้ยังไงกัน แบบนั้นก็ต้องเรียกว่ารถยนต์ EV สิ แต่ความพิเศษของ BMW i8 มันมีมากกว่านั้น เพราะเป็นรถที่สามารถเติมน้ำมันได้ และชาร์จไฟฟ้าเข้ารถยนต์ได้อีกด้วย ซึ่งจะสามารถปรับโหมดการขับให้ใช้งานด้วยไฟฟ้า 100% (โหมด Max eDirve) ได้ในช่วง 30 กิโลเมตรแรก ที่ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร (แค่นี้ก็เร็วมาก ๆ แล้ว) และหลังจากนั้นระบบจะเปลี่ยนมาใช้ Hybrid ที่ทำงานร่วมกันกับน้ำมันอัตโนมัติ

2. อัตราเร่งสุดโหด

ถ้าหากลองไปดูที่ Spec Sheet ของ BMW i8 แล้วจะรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาทันทีว่า “เอ๊ะ!! รถยนต์ที่ถูกขนานนามมาว่าเป็น Supercar ทำไมมีแรงม้าแค่ 374 แรงม้าเท่านั้นเอง ดูไม่น่าจะเร็วเท่าไรเลย” แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อเลยก็คืออัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ใช้เวลาแค่ 4.4 วินาทีเท่านั้น!! แต่ที่สามารถทำความเร็วได้ขนาดนี้ ความลับมันอยู่ที่ โครงสร้างของ bmw i8 ทำมาจาก Carbon Fiber ทั้งคัน ทำให้มีน้ำหนักเบาอย่างน่าเหลือเชื่อ (น้ำหนักรวมแค่ 1 ตันครึ่งเท่านั้น)

3. ชุดยกหลังคาของ BMW i8 ทำจาก 3D Print

เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ ที่มีการนำเอาเทคโนโลยี 3D Print มาใช้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ โดย BMW i8 นั้นเอามาใช้ทำชุดยกหลังคาสำหรับเปิดประทุนในบางชิ้นส่วน เพื่อเป็นการลดน้ำหนักของตัวรถให้ได้มากที่สุด

4. เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเสียงดุดัน

โดยปกติแล้วรถยนต์ที่เป็น Hybrid จะมีเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบมาก ๆ หรือไม่มีเสียงเลยเสียด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับ BMW i8 ที่เมื่อขับขี่ กลับมีเสียงของเครื่องยนต์ที่ดังเหมือนรถ Supercar ทั่ว ๆ ไปเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่าทาง BMW ได้เสริมฟังก์ชันหนึ่งซ่อนเอาไว้ที่บริเวณท้ายรถ นั่นก็คือ ลำโพงขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่สำหรับเอาไว้เปิดเล่นเพลงให้คนข้างนอกได้ฟังแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงเครื่องยนต์แบบสังเคราะห์ที่ทำให้ผู้ขับขี่และคนอื่น ๆ บนท้องถนนรู้สึกว่า BMW i8 ไม่ได้เป็นรถยนต์ไฟฟ้านั่นเอง

สรุปท้ายบทความของ BMW i8

จากที่พูดมาทั้งหมดในบทความ ก็แสดงให้เห็นถึงความดีงามพระราม 8 ของ BMW i8 เป็นเรียบร้อย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถยนต์ Supercar แห่งอนาคตกันเลยทีเดียว ที่นอกจากความเร็วแรงของตัวเครื่องยนต์แล้ว ยังมีดีไซน์รูปลักษณ์ที่เท่ครองใจทั้งชายและหญิงได้อย่างอยู่หมัด

ส่วนใครที่อ่านและเกิดความชอบหรือกิเลสในจิตใจแล้วล่ะก็ เข้ามาที่ Kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์มือสองมากมาย บอกเลยว่า BMW i8 ก็มีอยู่ในเว็บของเราเช่นเดียวกัน แถมราคาไม่แรง จับต้องได้ ถูกใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย