May 12, 2021 | บทความอสังหาฯ
ทุกคนรู้ไหมคะว่า มีสิ่งหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาของใครหลายคนที่ว่า ‘อยากมีพื้นที่เยอะ แต่ก็ไม่อยากอยู่บ้านชานเมือง’ ได้เป็นอย่างดี เพราะในปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมมากมายที่เป็น คอนโด Duplex ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในบ้าน 2 ชั้นอย่างกับแกะ เจ้าคอนโด Duplex ที่ว่านี้ จะเป็นอย่างไร ? มีข้อดีข้อด้อยอะไร ? และมีโครงการไหนที่น่าสนใจบ้าง ? มาทำความรู้จักกันไปพร้อม ๆ กัน
คอนโด Duplex คืออะไร ?
คอนโด Duplex เป็นประเภทห้องของคอนโดมิเนียมที่มีลักษณะเป็น 2 ชั้น ซึ่งทั้งสองชั้นนี้จะมีประตูเข้า-ออกยูนิตเหมือนกัน (โดยส่วนมากแล้วจะใช้ประตูด้านล่างเป็นทางเข้า-ออกหลักส่วนด้านบนเป็นประตูที่สร้างขึ้นตามกฎหมาย) เพดานของแต่ละชั้นต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.60 เมตร และมีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นตามมาตรฐานของบ้านทั่วไป
โดยคอนโดแบบ Duplex จะมีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ แบบไม่มีช่องเปิดโล่งเหมือนบ้านสองชั้นทั่วไป และแบบมีช่องเปิดโล่งที่มีพื้นที่ Double Space หรือ ทำให้ฝ้าเพดานชั้นแรกสูงขึ้นไปทะลุกับด้านบนคล้ายกับห้องแบบ Loft ซึ่งใครที่อยากหารู้ว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร ก็สามารถเข้าไปอ่านบทความ ส่องคอนโด 2 ชั้นมีกี่แบบและทำไมถึงราคาแพง ได้เลย
ข้อดีข้อด้อยของคอนโด Duplex
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์สักยูนิตเราก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยและประเภทของอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ทั้งพื้นที่ ค่าใช้จ่าย ตำแหน่งที่ตั้ง และความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน ซึ่งคอนโด Duplex ที่เรากำลังพูดถึงมีข้อดีข้อด้อยอย่างไรบ้างนะ ?
ข้อดีของคอนโด Duplex
มีเพดานที่สูงโปร่ง โดยเฉพาะยูนิตที่เป็นแบบ Double Space ทำให้ห้องดูกว้าง อากาศหมุนเวียนง่าย ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในคอนโดแบบทั่วไป และที่สำคัญ ! คอนโดบางแห่งก็มีหน้าต่างบานใหญ่ให้คุณได้ชมทัศนียภาพสวย ๆ อีกด้วย
มีความเป็นส่วนตัว จากการมีพื้นที่จอดรถเฉพาะเจาะจงของลูกบ้านทำให้ไม่ต้องวนหาที่จอดนาน และคอนโดส่วนมากก็มีการจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยการนำห้องนอนหรือห้องแต่งตัวของเจ้าของบ้านไว้ด้านบนชั้นสอง ทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อมีแขกมา
พื้นที่เยอะ ของคอนโด Duplex ทำให้เราสามารถตกแต่งและใช้สอยพื้นที่ต่าง ๆ ได้มากกว่าคอนโดทั่วไปทั้งพื้นที่รับแขก ห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องนอน เพื่อกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้นเรียกได้ว่าเหมือนอยู่บ้านเลย
มีความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะห้องแบบ Duplex ถูกออกแบบให้มีประตูเข้า-ออกทั้งสองชั้นทำให้เราสามารถออกจากห้องได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ข้อด้อยของคอนโด Duplex
พื้นที่บันได ของคุณจะเพิ่มมากกว่าคอนโดแบบ Loft เพราะตามกฎหมายแล้ว ทางโครงการจะต้องมีการสร้างบันไดที่แข็งแรงและทนทานนั่นเอง
เสียค่าไฟและแอร์มากกว่า เพราะพื้นที่ที่ใหญ่กว่า ทำให้กว่าแอร์จะเย็น ไฟจะสว่าง ก็ต้องเปิดแอร์นาน แถมยังใช้หลอดไฟเยอะกว่าห้องแบบธรรมดาอีก
อากาศร้อน เพราะหน้าต่างที่กว้างกว่า ดังนั้นการเลือกทิศทางของห้องแบบ Duplex ที่ไม่ดีจะทำให้แสงแดดเข้ามาเยอะกว่าห้องคอนโดมิเนียมที่มีชั้นเดียว
ไม่สะดวกสำหรับคนชราและเด็กเล็ก คอนโดมิเนียม 2 ชั้นมีข้อด้อยคือการมีบันไดเชื่อมต่อกันทำให้ การขึ้นลงบันไดของคนที่มีปัญหากระดูกและเด็กตัวเล็กอาจเกิดอันตรายได้ง่าย ๆ
รวม 6 คอนโด Duplex น่าสนใจ
Ashton Residence 41
The Unique Ekamai-Ramintra เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 87 ทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยอยู่ใกล้กับถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และมีสถานีรถไฟฟ้าในอนาคต ตัวคอนโดมีความสูง 7 ชั้น 56 ยูนิต แบ่งเป็นห้องแบบ 1 BEDROOM, 2 BEDROOM และ DUPLEX ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท
BEYOND สุขุมวิทขอบคุณรูปจาก: ananda.co.th
Ashton Residence 41 คอนโดมิเนียมระดับ Low Rise จาก Ananda ตัวอาคารมีความสูง 8 ชั้น ทั้งหมด 2 อาคาร รวม 79 ยูนิต ซึ่งโครงการนี้อยู่บนทำเลทองย่านสุขุมวิทที่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โรงพยาบาล และร้านอาหารมากมาย มีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ Single Floor และ Duplex ราคาเริ่มต้น 18.5 ล้านบาท
The Unique เอกมัย-รามอินทรา
ขอบคุณรูปจาก: tenthai.com
The Unique Ekamai-Ramintra เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 87 ทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยอยู่ใกล้กับถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และมีสถานีรถไฟฟ้าในอนาคต ตัวคอนโดมีความสูง 7 ชั้น 56 ยูนิต แบ่งเป็นห้องแบบ 1 BEDROOM, 2 BEDROOM และ DUPLEX ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท
BEYOND สุขุมวิท
ขอบคุณรูปจาก: beyondsukhumvit.com
BEYOND สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise จาก บริษัท บียอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอุดมสุข 800 เมตร และ ถนนสรรพาวุธ 2 ใกล้กับจุดขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครด่านบางนาเพียง 150 เมตร มีทั้งหมด 8 ชั้น 180 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท
THE ORIGIN พหลฯ-สะพานใหม่
ขอบคุณรูปจาก: origin.co.th
THE ORIGIN พหลฯ-สะพานใหม่ โครงการคอนโดมิเนียมย่านสะพานใหม่ ระดับ High Rise ที่มีความสูง 14 ชั้น หรูหรา ทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีในส่วนต่าง ๆ ของโครงการ โดยใกล้ ๆ คอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็มีรถไฟฟ้า BTS สายหยุดเพียง 700 เมตร มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 BEDROOM และ 2 BEDROOM ด้วยราคาเริ่มต้น 1.94 ล้านบาท
The Address สยาม-ราชเทวี
ขอบคุณรูปจาก: apthai.com
The Address สยาม-ราชเทวี เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ High Rise ที่มีห้อง Duplex ให้เลือก ตัวตึกมีความสูง 50 ชั้น 880 ยูนิต บนทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ที่คุณสามารถเดินทางได้ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ อย่าง BTS ราชเทวี แบ่งเป็นห้อง 2 รูปแบบ ได้แก่ 1 BEDROOM, 2 BEDROOM และ 3 BEDROOM มีราคาเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท
สรุปข้อมูลคอนโด Duplex
อ่านกันจบแล้ว เราหวังว่าทุกคนก็คงได้รู้จักกับ คอนโด Duplex มากยิ่งขึ้นว่า มีลักษณะอย่างไร มีข้อดีข้อด้อยอะไร และมีคอนโด Duplex โครงการไหนที่น่าสนใจบ้าง และถ้าอ่านแล้วอยากมีคอนโดมิเนียมเป็นของตนเองไม่มีงบไม่พอที่จะซื้อคอนโดมิเนียมมือหนึ่ง Kaidee Property มีคอนโดมือสองให้เลือกเยอะแยะมากมาย เพียงแค่คลิกด้านล่าง
May 12, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
‘ข้าวแช่’ เป็นเมนูหนึ่งที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาแล้ว นับเป็นเมนูที่มีมาตั้งแต่โบราณ กรรมวิธีการทำเองก็แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ และแม้ว่าคนจะนิยมรับประทานข้าวแช่ในช่วงหน้าร้อนกันเสียเป็นส่วนมาก แต่จริง ๆ แล้วข้าวแช่เป็นเมนูที่สามารถหากินได้ทุกฤดูเลย ถือว่าเหมาะกับอากาศบ้านเราตลอดทั้งปี
วันนี้ Let’s eat ขอพาทุกคนไปรู้จักกับข้าวแช่สูตรโบราณที่ยืนหยัดอยู่มากว่า 70 ปี อย่างร้าน ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ ณ ย่านบางลำพูและทำความรู้จักเมนูข้าวแช่ให้มากยิ่งขึ้นจากปาก ‘คุณลุงแก้ว สมนึก รุ้งสุธีวรรณ’ เจ้าของร้าน
ร้านข้าวแช่แม่ศิริตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ย่านบางลำพู เป็นร้านรถเข็นที่มีโต๊ะให้ลูกค้าแวะเข้ามานั่งกินไม่กี่ที่ แต่บอกเลยว่าลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งไม่ขาดสาย บ้างก็สั่งกินที่นี่เลย บ้างก็สั่งกับบ้านกันถุงใหญ่
เราได้มีโอกาสพูดคุยกับลุงแก้ว ลุงแก้วเล่าว่าร้านนี้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นยายทวด แม่ยาย สู่ภรรยา แล้วเขาก็มารับช่วงต่อ สูตรข้าวแช่นี้เป็นสูตรที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเปิดร้านแรก ๆ ในช่วงรัชกาลที่ 5
สูตรข้าวแช่แม่ศิริ ของดีที่มีมากว่า 70 ปี
“ที่แต่ละแห่ง เขาก็จะมีสูตรหรือกรรมวิธีในการปรุงแต่งของแต่ละที่มันก็จะไม่เหมือนกัน
มันก็เขียนด้วยคำว่า “ข้าวแช่” เหมือนกัน แต่รสชาติมันก็จะไม่เหมือนกัน”
สูตรข้าวแช่ของลุงแก้วจะต้องกินคู่กับเครื่องเคียงทั้งหมด 4 อย่าง ปลาหวาน หัวไชโป๊ กะปิทอด และหมูฝอย คุณลุงทำเอง ปรุงเองทุกอย่าง แต่ละเครื่องเคียงต่างมีรสชาติที่สอดรับกันได้เป็นอย่างดี อย่างปลาหวานนั้นก็จะมีรสเค็มนำหน้า ตัดกับหัวไชโป๊ที่มีความหวาน
ส่วนทีเด็ดที่ขาดไม่ได้เลยคือกะปิทอดที่ไม่ใช่เอากะปิมาปั้น แต่เป็นเนื้อกุ้งกับมันกุ้งเน้น ๆ ที่ทานเข้าไปแล้วได้รสกุ้งเต็มปากเต็มคำ
“มันจะเป็นเนื้อกุ้ง 100% กะปิที่นี่จะมีกลิ่นกระชายแล้วก็หอมถั่ว แล้วก็มีหวานมีเค็ม”
หากพูดถึงข้าวของที่นี่ ลุงแก้วบอกกับเราว่าที่ร้านใช้เป็นข้าวหอมมะลิหรือข้าวเสาไห้ที่หุงขึ้นหม้อด้วยวิธีแบบหุงข้าวเช็ดน้ำแบบสมัยก่อน เพื่อให้ได้เนื้อข้าวที่ตรงตามสูตรที่ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณมากที่สุด
และสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างเลยคือน้ำลอยดอกมะลิอบควันเทียน มะลิของที่นี่เป็นมะลิที่ลุงแก้วปลูกเอง ลุงแก้วเล่าว่าพอสี่ทุ่ม ถึงเวลาดอกมะลิบานส่งกลิ่นหอม ลุงแก้วก็จะไปเก็บมาลอยน้ำอบควันเทียน ขอบอกเลยว่าได้ลิ้มรสแล้วจะต้องติดใจในความหอมเย็นชื่นใจ
ข้าวแช่แม่ศิริ มีดีอะไร ทำไมถึงอยู่มาได้ 70 ปี
เรามีโอกาสได้ถามถึงเคล็ดลับที่ทำให้ข้าวแช่แม่ศิริอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ลุงแก้วบอกกับเราอย่างเรียบง่ายว่า
“เราขายไม่แพง แล้วอาหารรสชาติเราก็ถูกปาก ทำให้ถูกปากมหาชน คนกินจะเป็นคนตัดสินเอง ไม่ใช่เราเป็นคนตัดสิน เราจะไปสั่งบอกว่าของเราดีที่สุดก็ไม่ได้”
เรื่องแรกที่เราเห็นพ้องต้องกันเลยคือต้นตำรับความอร่อยของข้าวแช่แบบฉบับไทยโบราณของที่นี่ นอกจากจะได้ลิ้มรสเครื่องเคียงปรุงเองทั้งสี่อย่างแล้ว ลุงแก้วยังสอนขั้นตอนการกินข้าวแช่แบบฉบับข้าวแช่แม่ศิริด้วย
นั่นก็คือให้เริ่มจากการกินกับก่อน แล้วค่อยช้อนข้าวกินตามเพื่อให้ได้รสชาติหวานเค็ม จากนั้นก็ซดน้ำตาม
และอีกหนึ่งเหตุผลที่ขาดไม่ได้ก็คือราคาอันแสนย่อมเยา หากซื้อกินที่ร้าน ลุงแก้วขายเพียงชุดละ 25 บาท ถ้าซื้อกับบ้านก็ราคาเพียง 30 บาท ลุงแก้วบอกกับเราว่าเขาแทบจะไม่ได้ได้กำไรจากตรงนี้ แต่มันคือสิ่งที่เขารัก แล้วก็เป็นกุศลอย่างหนึ่งที่ได้แบ่งปันให้กับคนอื่น
ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่ร้าน ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ จะยืนหยัดมายาวนานกว่า 70 ปี และก็ยังจะคงอยู่ต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรสข้าวแช่แบบโบราณในราคาเอื้อมถึง ใครที่ยังไม่เคยลอง เราขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่าร้านนี้เขา
“เก๋าดี”
May 12, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในวงการพระเครื่องนั้นมีพระเครื่องขึ้นเป็นที่นิยมในระดับขึ้นหิ้งอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือหลวงพ่อรวย ที่วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างนั้นได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย เช่น เหรียญหลวงพ่อรวยรุ่นแรกที่มีราคาสูงหลายหลัก จำนวนก็มีน้อยมาก แต่ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดอยู่จนถึงปัจจุบัน
หลวงพ่อรวย วัดตะโก
ภาพจากเว็บไซต์ buddhanews
พระมงคลสิทธาจารย์หรือหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดตะโก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้ไปศึกษาพระกรรมฐานกับอาจารย์หลายท่านอย่าง หลวงพ่อแจ่มและหลวงพ่อชื่น ซึ่งด้วยความตั้งใจ ยืนหยัดในกิจแห่งสงฆ์และพระพุทธศาสนาทำให้ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร “พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ”
ในช่วงที่หลวงพ่อรวยยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านก็ได้ศึกษาและฝึกฝนด้านกรรมฐาน ทำให้ท่านมีวิชาอาคมเป็นอย่างมาก เมื่อถึงงานปลุกเสกพระเครื่องต่างๆ หลวงพ่อรวยท่านมักจะถูกนิมนต์ไปปลุกเสกอยู่เสมอ และเมื่อท่านมรณภาพ สรีระสังขารของท่านก็ไม่เน่าเปื่อย ซึ่งในปัจจุบันก็สามารถไปกราบไหว้บูชาท่านได้ที่พระมหาธาตุเจดีย์ปาสาทิโก ในวัดตะโก
“วอนหลวงพ่อรวย”
เพลงดังจากนักร้องลูกทุ่งที่มีคนติดตามช่องของเขากว่าล้านการติดตาม ซึ่งเพลง “วอนหลวงพ่อรวย” ก็เป็นหนึ่งในเพลงดังที่มียอดรับชมกว่าสองร้อยล้านครั้ง ซึ่งเพลงนี้นั้นเนื้อหาเกี่ยวข้องความผู้คนที่ศรัทธาและบูชาหลวงพ่อรวย และเพลงนี้ยังทำให้เราได้ทราบว่าคนไทยจำนวนมากศรัทธา บูชาและกราบไหว้หลวงพ่อรวยกัน
เนื้อเพลงวอนหลวงพ่อรวยนั้นเรียกว่าทั้งไพเพราะและเป็นสิริมงคล เช่นในท่อนที่ว่า “ปัดเป่าความจน วอนพ่อช่วยดลให้คนเมตตา ให้ลูกได้รวยกับเขาบ้างนะ ให้สมคำว่า..ศิษย์หลวงพ่อรวย..” ด้วยพุทธคุณอย่างหนึ่งของการไหว้และบูชาหลวงพ่อรวยนั้นคือเรื่องโชคลาภ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต่างต้องการกันอยู่แล้ว ทำให้การฟังเพลงนี้ก็เปรียบเสมือนได้ทั้งบูชา ขอพรจากหลวงพ่อรวยไปด้วย แถมเป็นการฟังเพื่อผ่อนคลายไปด้วย
พระเครื่อง “หลวงพ่อรวย”
พระเครื่องและวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นโดยหลวงพ่อรวยนั้นมีหลากหลายแบบไม่ว่าจะเหรียญ สร้อยข้อมือ หรือเลสเงินรุ่นต่างๆ ซึ่งแต่ละชิ้นนั้นก็มีความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์และพุทธคุณที่เปี่ยมล้ำ ทำให้พระเครื่องหลวงพ่อรวยยังคงเป็นที่นิยมอยู่เสมอมา
1.เหรียญหลวงพ่อรวย
ภาพจากเว็บไซต์ uauction4.uamulet
เหรียญหลวงพ่อรวยถือเป็นหนึ่งในวัตถุมงคลที่จัดสร้างโดยหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก ที่เป็นที่นิยมมาก
พุทธคุณของเหรียญหลวงพ่อรวยนั้นขึ้นชื่อว่าเด่นทั้งด้านมหาลาภ แคล้วคลาดนิรันตราย อีกทั้งยังมีเมตตามหานิยม เรื่องระดับราคาของเหรียญหลวงพ่อรวยนั้นมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนหลักแสน
รุ่นต่างๆของเหรียญหลวงพ่อรวยก็มีมากมาย เช่น เหรียญหลวงพ่อรวยรุ่นชนะจน เหรียญเสมานั่งพานรุ่นรวยพันล้าน เหรียญกลมมหาเศรษฐีหรือเหรียญจอบใหญ่รุ่นวัฒนมงคล เป็นต้น บางรุ่นอย่างเหรียญเสมารวยทวีคูณ ก็จะมีลงยาเป็นสีแดงหรือสีน้ำเงินที่เพิ่มความสวยงามและเอกลักษณ์ของเหรียญนั้นๆอีกด้วย
รุ่นที่นิยมของเหรียญหลวงพ่อรวย
จากหนังสือพระ “หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก 12 รุ่นยอดนิยม” ได้จัดอันดับเหรียญหลวงพ่อรวยแต่ละรุ่นไว้ดังนี้
1.รวยพันล้าน
เรียกได้ว่าเมื่อนึกถึงเหรียญหลวงพ่อรวย เรามักจะนึกถึงรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก ด้วยความนิยมและความสวยงามของตัวเหรียญ เนื้อของรุ่นนี้ก็มีมากมาย เช่น เนื้อทองแดง เนื้ออัลปาก้า เนื้อเงินลงยา ซึ่งระดับราคานั้นหากสภาพสวยเนื้อดี บางเนื้อก็สูงถึงหลักล้านก็มี อย่างเนื้อทองคำ เป็นต้น
2.เลื่อนสมณศักดิ์ ปี ๒๕๕๙
เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์หรือเหรียญเลื่อน เหรียญนี้สร้างขึ้นปี 2559 เนื่องด้วยหลวงพ่อรวย ปาสาทิโกได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระมงคลสิทธาจารย์ โดยมีเป้าหมายคือเพื่อสมทบทุนสร้างพระมหาธาตุวัดตะโก
3.รวย ๘๙ ไตรมาส ๕๓
เหรียญเสริมอำนาจวาสนา ทำมาค้าขึ้น อยู่รอดปลอดภัย เมตตามหานิยม ซึ่งเหรียญนี้สร้างขึ้นเพื่อสมทบทุนสร้างศาลาหลวงพ่อรวย 90 ปี
4.ไตรมาส ๕๙ รวย รวย รวย
เหรียญไตรมาส ๕๙ นี้ อาจถูกเรียกในชื่ออื่นอย่างเหรียญสามรวยหรือเหรียญ 59/95 เหรียญนี้จัดทำช่วงสิ้นปีพ.ศ.2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพระมหาธาตุมงคลสิทธาจารย์และสมทบทุนมูลนิธิหลวงพ่อรวย
5.สรงน้ำ เสาร์ ๕
รุ่นสรงน้ำเสาร์ ๕ ปี พ.ศ. 2557 จัดสร้างขึ้นเพื่อสมทบทุนก่อสร้างพิพิธภัณฑ์วัดตะโกและสมทบทุนมูลนิธิหลวงพ่อรวย เหรีญพิมพ์ลายคมชัด
6.ชนะจน
รุ่นชนะจน จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 ในจำนวนหนึ่งหมื่นเหรียญ โดยรุ่นนี้ระดับราคาจะอยู่ที่หลักพันถึงหมื่น
7.รวยมหาเศรษฐี
เหรียญรวยมหาเศรษฐีจัดสร้างขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๗ มีหลายเนื้อเช่น เนื้อนวโลหะ เนื้อเงิน เนื้อทองคำ เนื้อทองแดง เป็นต้น
8.รวยทันใจ
รุ่นรวยทันใจ จัดสร้างในปี พ.ศ. 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ วัดตะโก เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถศาลา วัดธรรมประทีปในเมืองวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา
9.เจริญพร (หันข้าง)
เหรียญรุ่นเจริญพรจะเป็นรุ่นที่องค์หลวงพ่อหันข้าง จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2554 ทรงเหรียญเป็นทรงข้าวหลามตัด ด้านหลังมีโค้ดและมีพญาไก่แจ้
10.รวยยั่งยืน
เหรียญรุ่นรวยยั่งยืนหรือเหรียญแอปเปิ้ล จัดสร้างปี พ.ศ.2554 มีทั้งเนื้อทองแดง เนื้ออัลปาก้า เนื้อเงิน เนื้อทองคำ เป็นต้น ซึ่งบางเนื้อก็จะมีลงยาสีแดงและสีน้ำเงินด้วย
11.เสาร์ ๕ พญาไก่
รุ่นเสาร์ ๕ พญาไก่ หรือรุ่นรวยพญาไก่ จัดสร้างเมื่อเดือนเมษา ปี พ.ศ.2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเจดีย์ปาสาทิโกหรือเจดีย์มงคลสิทธาจารย์ และสมทบทุนมูลนิธิหลวงพ่อรวย
12.รวยชนะจน
รุ่นรวยชนะจน ปี พ.ศ.2562 จัดสร้างโดยมูลนิธิหลวงพ่อรวย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ไม่ทันหลวงพ่อรวย แต่ด้วยความสวยงามและความละเอียดของตัวเหรียญ ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
2.สร้อยข้อมือหลวงพ่อรวย
ภาพจากเว็บไซต์ kruprathai.com
สร้อยข้อมือหรือที่เรียกกันว่าเลสข้อมือหลวงพ่อรวย ตัวสร้อยนั้นจะเป็นเนื้อเงิน บริเวณด้านหน้าเลสจะจะมีทั้งองค์พระของหลวงพ่อรวยและมีอักขระยันต์ บางรุ่นอาจมีลงยาเป็นสีแดงและสีน้ำเงิน เพื่อความงดงามและบางคนก็เชื่อว่าสีนั้นให้ความหมายที่ดี อย่างสีน้ำเงินที่เป็นเรื่องความมั่นคงและเสริมมงคลให้ผู้สวมใส่
3.พระขุนแผนโพกทรัพย์
ภาพจากเว็บไซต์ web-pra.com
หนึ่งในพระเครื่องจากหลวงพ่อรวย วัดตะโก ที่มีหลายเนื้อและหลายสี เช่น เนื้อผงยาฝังตะกรุดเงิน หรือเนื้อผงเคลือบสังคโลก ส่วนสีก็มีทั้งสีเขียว สีเหลือง ซึ่งพุทธคุณของพระขุนแผนโพกทรัพย์นี้จะเด่นด้านมหาลาภ ร่ำรวย เมตตามหานิยม
สรุปพระเครื่องหลวงพ่อรวย
นอกจากพระเครื่องและวัตถุมงคลที่กล่าวไปด้านบน ยังมีแหวนและยันต์ ที่ผู้คนก็นิยมเช่ามาสวมใส่และบูชาอีกด้วย ซึ่งหลวงพ่อรวยถือเป็นเกจิอาจารย์ท่านหนึ่งที่แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่ด้วยความดีงามและความตั้งใจในด้านพุทธศาสนาของท่าน ทำให้ผู้คนศรัทธาและกราบไหว้กันจนปัจจุบัน พระเครื่องต่างๆของหลวงพ่อรวยก็เป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยและยังเสริมด้านความเชื่อเรื่องความร่ำรวยและการปกป้องคุ้มครองต่างๆอีกด้วย
หากใครกำลังมองหาพระเครื่องหลวงพ่อรวย สามารถเข้ามาชมกันที่ Kaidee ได้เลย อีกทั้งผู้ขายท่านไหน ที่มีสินค้าจำนวนมากในหมวด “พระเครื่อง” แล้วอยากนำมาขายหรือแบ่งเช่าให้กับคนที่สนใจ สามารถซื้อแพ็กเกจลงประกาศสินค้ากับทาง Kaidee ในราคาพิเศษได้ โดยติดต่อ ฝ่ายบริการที่เบอร์ 02-119-5000 หรือกรอกรายละเอียดที่นี่ได้เลย
ส่วนท่านไหนที่เป็นสาวกของสินค้า 5 หมวดยอดฮิตอย่าง มือถือ กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า และนาฬิกา เราขอแนะนำบริการใหม่สุดปลอดภัยอย่าง KD Pay ตัวกลางในการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ให้คุณมั่นใจได้ในทุกการซื้อขาย แถมยังช่วยการันตีการได้รับของ และหากสินค้าไม่ตรงปก สามารถทำเรื่องคืนได้ภายใน 7 วันอีกด้วย
May 11, 2021 | บทความยานยนต์
มาถึง “ปีวัวทอง” ทั้งที จะซื้อรถให้ดี ต้องเฮง ต้องปัง!! ด้วยฤกษ์ออกรถ 2564 กันเสียหน่อย ไหนใครอยากเงินไหลมาเทมา หรือสายคลั่งดวงอย่าช้า ต้องเข้ามาอ่านที่นี่เลย รวมมาให้ครบกับทุก ๆ ฤกษ์ที่ต้องการได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น!! วันนี้เทพพยากรณ์แห่ง Kaidee Auto จะมาขอบอกดวงให้ทุก ๆ คนเอง ปิ๊ง ๆ ⭐⭐⭐
[ ฤกษ์ออกรถ 2564 ประจำวันเกิด ]
พร้อมกันแล้วหรือยัง?? ที่จะมาดูว่าฤกษ์ออกรถ 2564 ของคนประจำวันเกิดตั้งแต่วันจันทร์ – วันอาทิตย์ จะซื้อรถทั้งทีจะต้องรู้ลึก รู้จริง วันไหนดี วันไหนไม่ดี ถ้าไม่ดีต้องห้ามออกรถ!!! ถ้ารู้แบบนี้ก็ไปอ่านกันเลยยยยย
ปล. วันออกรถที่ว่า คือวันแรกที่นำออกจากศูนย์ ไม่รวมวันที่ไปดูและทดลองขับ (ไม่งั้นดูกันตาแตกแน่จ้า~)
คนเกิดวันจันทร์
วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์ เสาร์
วันออกรถที่ไม่ดี : พฤหัสบดี อาทิตย์
คนเกิดวันอังคาร
วันออกรถที่ดี : อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
วันออกรถที่ไม่ดี : จันทร์ อาทิตย์
คนเกิดวันพุธ (กลางวัน🌞)
วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์
วันออกรถที่ไม่ดี : อังคาร
คนเกิดวันพุธ (กลางคืน🌜)
วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์
วันออกรถที่ไม่ดี : อังคาร พุธ (กลางวัน)
คนเกิดวันพฤหัสบดี
วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์
วันออกรถที่ไม่ดี : เสาร์
คนเกิดวันศุกร์
วันออกรถที่ดี : จันทร์ อังคาร ศุกร์ อาทิตย์
วันออกรถที่ไม่ดี : พุธ (กลางคืน🌜) เสาร์
คนเกิดวันเสาร์
วันออกรถที่ดี : จันทร์
วันออกรถที่ไม่ดี : พุธ (กลางวัน🌞)
คนเกิดวันอาทิตย์
วันออกรถที่ดี : จันทร์ พฤหัสบดี เสาร์ อาทิตย์
วันออกรถที่ไม่ดี : อังคาร ศุกร์
วันที่ไม่ควรออกรถเลย
ไม่ว่าจะเกิดวันไหนก็ตามวันที่ไม่ควรจะซื้อรถเลยคือ “วันพระ” เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะอาจจะทำให้ป่วยหรือไม่สบายได้ หรืออาจจะทำให้ศัตรูนั้นมีความอาฆาต (บรืออ น่ากลัว) ทางที่ดีก็ควรจะหลีกเลี่ยงวันพระเอาไว้เป็นดีที่สุด
[ ฤกษ์ออกรถ 2564 เมื่อไปรับรถออกจากโชว์รูม ]
ขอบอกก่อนเลยว่าแค่ฤกษ์ออกรถสำหรับวันเกิดนี้ยังไม่พอจริง ๆ มาลงถึงรายละเอียดอื่น ๆ กันต่อเลยดีกว่า เรื่องต่อไปนี้ยิ่งกว่าวันที่ควรออกรถเสียอีก แม้แต่เรื่องนำรถออกจากโชว์รูมเราก็มีมากให้ หากซื้อรถมาแล้วรู้ว่าไปรับรถวันไหน ก็ควรเช็คเวลาให้ดีว่าจะไปรับเวลาไหนที่จะดวงดีแบบ อื้ม~ ปัง!!!
วันจันทร์
ช่วงเวลานำรถออกในวันจันทร์ : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 08.25 น. – 10.48 น. และช่วงเวลา 15.37 น. – 18.00 น.
ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ เป็นฤกษ์ดี และ สองศูนย์ จะให้โชคลาภและเสน่ห์
วันอังคาร
ช่วงเวลานำรถออกในวันอังคาร : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 10.49 น. – 13.12 น. และ ช่วงเวลา 06.01 น. – 08.24 น.
ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ เป็นฤกษ์ดีพอใช้ สองศูนย์ ช่วงเวลาพอใช้ได้
วันพุธ
ช่วงเวลานำรถออกในวันพุธ : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 13.13 น. – 15.36 น. และ ช่วงเวลา 08.25 น. – 10.48 น.
ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ เป็นฤกษ์ปานกลาง สองศูนย์ มีโอกาสให้ลาภ
วันพฤหัสบดี
ช่วงเวลานำรถออกในวันพฤหัสบดี : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 15.37 น. – 18.00 น. และช่วงเวลา 10.49 น. – 13.12 น.
ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ มีโชคลาภดี สองศูนย์ ฤกษ์ยามปลอดภัย
วันศุกร์
ช่วงเวลานำรถออกในวันศุกร์ : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 06.01 น. – 08.24 น. และช่วงเวลา 13.13 น. – 15.36 น.
ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ ฤกษ์ดีมาก สองศูนย์ ให้โชคลาภ
วันเสาร์
วันนี้เป็นวันหนึ่งที่พิเศษกว่าวันอื่น ๆ เพราะเป็นวันที่ ห้าม!! เอารถออกจากโชว์รูมอย่างเด็ดขาด เพราะตามหลักโหราศาสตร์เป็นวันแรงตามโบราณ ควรหลีกเลี่ยง
วันอาทิตย์
สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 06.01 น. – 08.24 น. และช่วงเวลา 13.13 น. – 15.36 น.
ตัวเลขยามอุบากอง : ถ้าหากสามารถออกรถในช่วงเวลามี่มีตัวเลข 4 และ 0 จะเป็นฤกษ์ที่ดี ส่วนตัวเลข 2 และ 0 จะช่วยในเรื่องของโชคลาภ
[ พิธีการและสิ่งที่ต้องเตรียมในวันออกรถ ]
สิ่งที่ต้องเตรียม
- พระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ หรือเหรียญพระ
- ธูปจำนวน 9 ดอก
- พวงมาลัยดอกไม้ 3 พวง
- ของไหว้ (ผลไม้ต่าง ๆ)
- สายสิญจน์
ขั้นตอนการทำพิธี
- นำพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ หรือเหรียญพระเตรียมเอาไว้ มาเก็บเอาไว้บนรถ
- นำพวงมาลัยพวงแรกมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณโดยรอบ (โชว์รูม) ก่อน
- นำพวงมาลัยพวงที่สองมาพร้อม ๆ กับธูปจำนวน 9 ดอก และของไหว้ มาทำพิธีตามความเชื่อในเรื่องของแม่ย่านาง ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำยานพาหนะ โดยมีบทสวดดังนี้
– บทถวายของไหว้แม่ย่านาง –
“ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
ทุติยัมปิ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
ตะติยัม สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ ”
ลูกขอถวายสิ่งของเหล่านี้แก่แม่ย่านางรถ ขอท่านจงรับซึ่งสิ่งของเหล่านี้ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกทั้งหลายด้วยเทอญ สาธุ (แล้วจึงอธิษฐาน)
– บทลาของถวายแม่ย่านาง –
ตั้งนะโม 3 จบ
“ พุทธังลา ธัมมังลา สังฆังลา ”
ข้าพเจ้าขอลาสิ่งของเหล่านี้ให้เป็นทานต่อไป เพื่อเป็นยารักษาโรค อย่าให้เกิดโทษเลย
“ นะ เสสัง มังคะลา ยาจามะ ”
สรุปฤกษ์ออกรถ 2564
เป็นยังไงล่ะ!! กับฤกษ์การออกรถในปีนี้ ใครกำลังจะซื้อรถลองมาอ่านบทความนี้เพื่อตรวจสอบว่าควรจะซื้อวันไหนดี เพื่อเพิ่มดวงดีและโชคลาภ รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ มาครบจบในบทความเดียว!!
เมื่อรู้ว่าฤกษ์ที่ดี ฤกษ์ที่ปัง!! คือวันไหนแล้ว ก็คงพร้อมแล้วใช่ไหมล่ะที่จะซื้อรถ หากคุณหาที่ซื้อรถคุณภาพดี ๆ ที่ไหนไม่ได้แล้วล่ะก็ เข้ามาหารถยนต์มือสองแจ่ม ๆ ได้เลยที่ Kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์มากมาย ที่รวมไลฟ์สไตล์ทุกการขับขี่
May 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
บรรยากาศบ้านริมน้ำและวิถีชีวิตริมแม่น้ำแม่กลองที่มองจากท่าน้ำของ Somdul Agroforestry Home
พูดถึงวิถีชีวิตริมน้ำหรือบรรยากาศความร่มรื่นของบ้านริมน้ำ เชื่อว่าหนึ่งในโลเคชันที่หลายๆ คนนึกถึงน่าจะมี “แม่น้ำแม่กลองแห่งจังหวัดสมุทรสงคราม” อย่างแน่นอน เพราะตลอดสองฝั่งแม่น้ำสายนี้เต็มไปด้วยบ้านริมน้ำน้อยใหญ่ บ้านเก่าดั้งเดิมสลับบ้านโมเดิร์นสร้างใหม่ ผสมผสานการใช้สอยทั้งที่เป็นบ้านพักอาศัยและพื้นที่ธุรกิจอย่างคาเฟ่และโฮมสเตย์ จนกลายเป็นเสน่ห์ของเมืองสามน้ำที่หลายคนปักหมุดจะไปเยือน
Somdul Agroforestry Home เป็นหนึ่งในบ้านริมน้ำที่สามารถดื่มด่ำความงามของแม่น้ำแม่กลองตลอดทั้งวัน ซึ่งวันนี้เราได้รับเกียรติจากหนึ่งในคีย์หลักของกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ช่วยกันสร้างสรรค์พื้นที่แห่งนี้ “เอี่ยม – อติคุณ ทองแตง” มาเป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวของศูนย์เรียนรู้ด้านวนเกษตรและคาเฟ่นั่งสบายแห่งนี้
บ้านริมน้ำตากอากาศสู่วนเกษตรแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
ก่อนที่จะเป็น Somdul Agroforestry Home ที่เปิดต้อนรับทุกคนในวันนี้ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นบ้านริมน้ำตากอากาศของครอบครัวทองแตง ซึ่งคุณพ่อของเอี่ยมซื้อไว้ตั้งแต่เอี่ยมยังไม่เข้าโรงเรียนประถมด้วยซ้ำ
อาณาเขตของบ้านริมน้ำมีพื้นที่กว่า 15 ไร่ บริเวณทางเข้าที่ติดถนนหลักสายเดียวกับที่ใช้มาตลาดน้ำอัมพวาเต็มไปด้วยต้นสักสูงชะลูดซึ่งถูกไว้ตั้งแต่สมัยเจ้าของเก่า ผสมผสานกับร่องสวนมะพร้าวและส้มโอ อันเป็นภาพชินตาหากใครมาเที่ยวสมุทรสงครามบ่อยๆ ส่วนพื้นที่ด้านในที่ติดกับแม่น้ำแม่กลองถูกจัดสรรให้เป็นโซนพักอาศัย
เอี่ยม-อติคุณ ทองแตง กับเจ้าบาน๊อฟฟี่ สุนัขขี้อ้อนที่พร้อมต้อนรับทุกคนสู่ Somdul Agroforestry Home
เอี่ยมเล่าจุดเริ่มต้นของการปรับบ้านริมน้ำที่เคยพักอาศัยมาเป็น Somdul Agroforestry Home ว่า
“ที่จริงส่วนที่เป็นคาเฟ่ เราไม่มีแพลนที่จะทำตั้งแต่แรก เราต้องการทำเกษตรมากกว่า เพราะกลุ่มเพื่อนที่ร่วมกันทำที่นี่ต่างเป็นนักอนุรักษ์ เป็นอาสาไปช่วยงานด้านการอนุรักษ์ตั้งแต่มหาวิทยาลัย เวลาเราไปอยู่ในป่า เราสัมผัสถึงอุณหภูมิที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เราเห็นสิงสาราสัตว์ เห็นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เห็นการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติ เลยเป็นแพชชันของกลุ่มว่า เราอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม”
อาคารหลังคาทรงจั่วดูกลมกลืนไปกับบริบทของวนเกษตร
ซึ่งแม้เอี่ยมจะเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ แต่ด้วยความสนใจทำให้เขาและเพื่อนๆ ต่อยอดความรู้เกษตรกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งอบรมศาสตร์พระราชากับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เรียนรู้เกษตรจากปราชญ์ชาวบ้าน และเข้าไปศึกษาดูงานอีกหลายที่ จนจบลงด้วยการตัดสินใจทำ “วนเกษตร” ซึ่งได้แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากบ้านสวนออนซอนของพ่อเลี่ยม บุตรจันทรา
“คอนเซ็ปต์ของ Somdul Agroforestry Home ประกอบด้วย 3 เรื่องหลัก คือ ธรรมชาติ สุขภาพ และการพึ่งพาตนเอง เราให้ความสำคัญกับธรรมชาติเป็นอันดับหนึ่ง ทุกอย่างที่ทำต้องไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ของที่เรากินเราใช้ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งหากเราทำได้สิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องของสุขภาพ เพราะเราไม่เอาเคมีเข้าสู่ร่างกาย”
วนเกษตร คือ ระบบเกษตรกรรมที่ทำในพื้นที่ป่าและการสร้างระบบเกษตร ให้มีลักษณะเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ เช่น ปลูกพืชแซมในพื้นที่ป่าธรรมชาติ นำสัตว์ไปเลี้ยงในป่า เก็บผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันที่ Somdul Agroforestry Home ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมภายในสวนของตัวเอง
ดีไซน์วนเกษตรให้เหมาะกับชาวสวนบ้านริมน้ำ
เอี่ยมบอกกับเราว่า หลักการทำกสิกรรมยั่งยืนหรือการทำวนเกษตรนั้น จะต้องไม่ปรับเปลี่ยนอะไรที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ รวมไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นการดีไซน์พื้นที่วนเกษตรของ Somdul Agroforestry Home จึงยังคงอยู่ในบริบทของชาวสวนบ้านริมน้ำที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้
“เราไปเรียนมาหลายอย่าง แต่สุดท้ายต้องกลับมาดูพื้นที่ของเราว่ามีอะไรบ้าง แล้วจึงต่อ ยอดทางนั้น อย่างของเรามีร่องสวนซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ดีมากอยู่แล้วในการบริหารจัดการพืชสวนให้เขามีระบบน้ำที่สมบูรณ์ ทำให้พืชอยู่ได้ด้วยตัวเองและสร้างผลผลิตได้ดีตรงนี้เราก็เก็บไว้และพัฒนาให้ดีขึ้น หรืออย่างป่าสักด้านหน้าหรือต้นไม้ใหญ่ที่เรามี เราไม่ทำอะไรเลย แต่ใช้การปลูกเพิ่มเพื่อให้มันเกิดระบบนิเวศน์แบบป่า ตรงไหนว่างเราก็เอาไม้ใช้ประโยชน์อย่างไม้เนื้อแข็งมาลง เน้นปลูกครบไม้ 5 ระดับ สูง กลาง เตี้ย เรี่ย และไม้หัวใต้ดิน ตามหลักป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง”
ทางเข้าล้อมด้วยต้นสักอายุมากกว่า 30 ปี แทรกด้วยร่องสวนตามวิถีชีวิตดั้งเดิม
เอี่ยมยังโชว์ให้เราเห็นถึงการผสมผสานของต้นไม้ระดับต่างๆ ที่สามารถปลูกในสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าแล้วสามารถเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นต้นโกโก้ กาแฟ พืชสมุนไพร อย่างพิลังกาสา ชะวง เอื้องหมายนา โปร่งฟ้า อ่อมแซ่บ ผักสวนครัวต่างๆ ฯลฯ ตลอดจนการอยู่ร่วมกันกับผึ้งชันโรงที่ช่วยให้ระบบนิเวศเล็กๆ ของอดีตบ้านริมน้ำแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การทำวนเกษตรในบริบทของบ้านริมน้ำ เอี่ยมบอกว่าค่อนข้างยาก เพราะสภาพแวดล้อมแทบไม่ตรงกับในตำราที่ร่ำเรียนมาเลย อีกทั้งยังต้องอาศัยเวลาทำความรู้จักพื้นที่ของตัวเอง พร้อมกับเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
“อย่างของกสิกรรมธรรมชาติเขาพูดเรื่องโคกหนองนา แต่พื้นที่ของเราเป็นที่ดินติดน้ำ เป็นร่องสวน เราจะขุดหนองทำไมในเมื่อมีน้ำอยู่รอบๆ เต็มไปหมด แต่ถึงเราไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีน้ำก็ต้องระวังเรื่องน้ำเค็ม เพราะช่วงหลังๆ มาน้ำทะเลหนุนมาถึงแถวนี้เลย ซึ่งเราต้องทำเขื่อนกักน้ำ หรือดึงน้ำขึ้นมาเก็บใส่ถังไว้ใช้ยามที่น้ำเค็ม แล้วก็ใช้เครื่องวัดความเค็มเข้ามาช่วย ไม่ต้องชิมน้ำเหมือนสมัยก่อน”
ดังนั้นการทำเกษตรจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของพื้นที่ รู้จักเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสม รวมไปถึงประยุกต์ความรู้ยิบย่อยเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บ้านของผึ้งชันโรงมีอยู่ทั่วเขตบ้านริมน้ำ ซึ่งเอี่ยมเล่าว่าผึ้งนั้นเซ็นซิทีฟต่อยาฆ่าแมลงมาก หากสวนหรือฟาร์มไหนมีผึ้งอยู่อาศัยแล้วล่ะก็ สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดการทำเกษตรแบบไร้สารเคมีได้เลย
เปลี่ยนบ้านริมน้ำให้กลายเป็นคาเฟ่สไตล์ Farm-to-Table
“พอเริ่มทำวนเกษตรได้พักหนึ่งก็ถึงจุดที่ว่าเราอยากทำให้มันเป็นศูนย์เรียนรู้ด้วย ให้คนอื่นได้เข้ามาเห็นเหมือนที่เราเคยไปดูจากหลายๆ ศูนย์ โดย Somdul Agroforestry Home ทำหน้าที่เป็นบันไดเชื่อมต่อระหว่างคนเมืองที่เหมือนกับเราทั้งหกคนอยู่ในเมืองทั้งหมดเลยแล้ว กับคนที่สนใจอยากทำเกษตรที่ยังอาจไม่เข้าใจ หรือไม่มี Know-How หรือไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ มาแลกเปลี่ยนกัน ให้คำแนะนำที่เรารู้ หรือแนะนำต่อเพื่อให้เขาได้คำตอบจากผู้รู้จริงๆ”
ดังนั้น เพื่อดึงดูดให้คนสนใจเข้ามาจึงมีการปรับปรุงบริเวณบ้านริมน้ำให้เป็นคาเฟ่สวย โดยสร้างอาคารหลังคาทรงจั่วสูงเพิ่มขึ้น 1 หลังเป็นผลงานออกแบบจากสถาบันอาศรมศิลป์ และต่อเติมบ้านริมน้ำหลังเดิมให้ทันสมัยและรองรับการใช้งานได้มากขึ้น
มุมนั่งสบายท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ของคาเฟ่สไตล์บ้านริมน้ำ
บรรยากาศคาเฟ่ของ Somdul Agroforestry Home เป็นไปอย่างเรียบง่าย ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน รวมไปถึงอิ่มอร่อยกับอาหารสไตล์ Farm-to-Table ที่พวกเขาตั้งใจปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก
“เดิมทีหน้าบ้านริมน้ำจะเป็นสระว่ายน้ำและก็ถูกทิ้งร้างเป็นบ่อบัวอยู่พักใหญ่ ตอนรีโนเวทเราคิดหนักมากว่าจะเก็บบ่อไว้หรือทำอย่างไรดี สุดท้ายเราตัดสินใจทำบ่อให้แตกเผื่อต้นไม้จะไชรากต่อได้ และถมดินลงไปเพื่อทำเป็นแปลงผักสาธิตให้คนที่มาได้เรียนรู้ รวมถึงเอามาปรุงเป็นอาหารเสิร์ฟในร้านด้วย”
เอี่ยมยังการันตีความสดใหม่ของอาหาร Farm-to-Table ด้วยเมนูที่ต่อยอดจากสิ่งที่มีในวนเกษตรของเขาบวกกับความสามารถที่ทำได้ดีจนสร้างสรรค์เป็นเมนูซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูจากน้ำผึ้งชันโรงกับ “Stingless Bee Honey and Cold Brew” ไข่สดจากแม่ไก่ที่เลี้ยงอยู่ในป่าสัก มะพร้าวน้ำหอมจากโซนร่องสวน รวมไปถึงไอศกรีมกะทิที่คั้นสดจากมะพร้าวแกงที่เพิ่งตัดภายใน 1 วัน
“เราได้มะพร้าวเป็นลูกตอนเช้าแล้วเอามาปั้นคั้นแล้วทำเป็นไอศกรีมตอนเย็น เพราะฉะนั้นไอศกรีมจะเสร็จภายใน 1 วัน จึงสดมาก มันเลยเป็นสิ่งที่เราภูมิใจนำเสนอ ถ้าถามว่ามีร้านไหนขายไอศกรีมสดเท่าเรานี่อาจจะมีนะ แต่ถ้าชนะเรานี่หาได้ยาก เพราะถ้าไม่มีสวนเองทำไม่ได้อยู่แล้ว ซื้อที่ตลาดยังไงของก็พักค้างคืนมาวันหนึ่งแล้ว เรียกว่าเป็นไอศกรีมมะพร้าวออแกนิคมากและเรายังพัฒนาสูตรโดยหาเบลนด์กาแฟมาทำเป็น Affogato ซึ่งการทำกาแฟของสมดุลก็เป็นเรื่องที่ลงลึก เพราะตรงกับคอนเซ็ปต์วนเกษตร และเรายังหลงใหลเสน่ห์ของกาแฟที่มีทั้งกลิ่นและรสชาติให้ลิ้มลองไม่แพ้ไวน์เลยทีเดียว”
เปลี่ยนสระว่ายน้ำประจำบ้านริมน้ำให้กลายเป็นแปลงผักสวนครัว
Somdul Agroforestry Home บ้านริมน้ำ วนเกษตร และคาเฟ่สุดชิล
เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบ ทั้งบรรยากาศสุดชิลของคาเฟ่บ้านริมน้ำและความรู้ด้านวนเกษตร ซึ่ง Somdul Agroforestry Home ยังคงพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างเครือข่ายเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติ ผ่านเวิร์คช้อปต่างๆ เช่น การเลี้ยงผึ้งชันโรง ปลูกผักสลัด เวิร์คช้อปกาแฟ ไปจนถึงการฟื้นฟูนกนักล่า (นกแสก) เพื่อหวังในการลดประชากรหนูโดยไม่ต้องใช้ยาเบื่อ เป็นต้น
โดยเอี่ยมบอกกับเราว่าพื้นที่แห่งนี้เปิดต้อนรับทุกคน แม้ความตั้งใจแรกจะเข้ามาเพราะเห็นภาพคาเฟ่สวยๆ แต่ถ้าเข้ามาแล้วเขาได้สัมผัสกับความร่มรื่น รู้สึกว่ามีต้นไม้เยอะๆ แบบนี้ดี หรือเด็กๆ มาแล้วได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ได้เข้าไปเก็บไข่และรู้ถึงการอยู่ร่วมกัน หรือมีคนสนใจมาแลกเปลี่ยนจนสร้างแรงบันใจให้เขาเหล่านั้นไปพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบ้านของตัวเอง ก็เท่ากับเป็นผลกำไรความสุขของศูนย์เรียนรู้อย่าง “Somdul Agroforestry Home” ที่จะสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ด้วยความเกื้อกูลและยั่งยืน
สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของบ้านริมน้ำบรรยากาศดีสไตล์ Somdul Agroforestry Home หรือบ้านพร้อมที่ดินขนาดใหญ่เหมาะสำหรับทำวนเกษตร สามารถค้นหาเพิ่มเติมกับ Kaidee Property กันได้เลย เรามีหลากหลายทำเลให้เลือกจนพอใจ
Somdul Agroforestry Home
ที่อยู่ : 9 หมู่ 2 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร : 09 8362 9894
Facebook: www.facebook.com/somdulhome/